ไทรนาง
“ช่วย...ด้วย ช...ช่ว...ด้ว...ย ช่...วย....ด้ว...ย”
...ใครก็ได้...ช่วยฉันที...ฉันกำลังจะตาย...ช่วยด้วย...อนุสติสุดท้ายก่อนที่ลมหายใจจะหลุดลอยบอกหล่อนว่าทางรอดของหล่อนคงไม่มีอีกแล้วในชาตินี้ หากแม้นเพียงมีชาติหน้ารอคอยอยู่จริงขอให้หล่อนได้กลับมาเพื่อทวงคืนซึ่งความยุติธรรมให้แก่ชีวิตไร้ค่าในชาตินี้....แต่ทว่า ชาติหน้าสำหรับหล่อนไม่มีอีกแล้ว มีเพียงดวงวิญญาณที่ถูกจองจำด้วยตรวนแห่งอาคมของผู้มีวิชา...ทั้งความแค้น ความเจ็บปวด และความผิดหวังในชายคนรัก ที่ถูกผนึกไว้พร้อมดวงวิญญาณของหล่อนได้หล่อหลอมให้หล่อนกลายเป็นภูติร้ายสิงสู่อยู่ประจำต้นไทร...คงถึงแก่กาลแล้วสำหรับพันธนาการที่จะถูกปลดปลง...

Tags: ความตาย,วิญญาณ,ความรัก

ตอน: บทนำ


ซู่...ซู่...ซู่...เสียงลมกราวใหญ่พัดผ่านต้นไทรยักษ์ที่ยืนต้นตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำ ชวนคนที่นั่งเรือเที่ยวต้องเหลียวมองอย่างสนใจ กิ่งก้านสาขาแผ่ปกคลุมหัวมุมตลิ่งที่ยื่นออกมายังริมแม่น้ำจนร่มครึ้ม รากไทรระย้าย้อยราวกับเป็นม่านธรรมชาติทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เพิ่งผ่านมาอดไม่ได้ที่จะหันหาไกด์หมายจะขึ้นชมความสวยงามในระยะใกล้

“นี่คุณไกด์ เราจอดเรือตรงนั้นได้ไหม” หนุ่มใหญ่วัยใกล้เกษียรชี้มือไปทางริมตลิ่งที่อยู่ห่างไปข้างหน้า ร่มไทรงามขนาดสามคนโอบชวนให้เขาอยากลงไปชมความงาม

“ไม่ได้ครับ” ไกด์หนุ่มตอบเสียงห้วนเหมือนคนตกใจ ก่อนจะรีบอธิบายต่อ

“คือ...คือ ตรงนั้นเป็นที่ส่วนบุคคลน่ะครับ เราจอดเทียบเรือตรงนั้นไม่ได้หรอกครับ” เสียงห้าวสั่นพร่าเล็กน้อยด้วยรู้กิตติศัพท์เจ้าของที่ดินผืนนั้นดี

“เหม๋ๆๆๆๆ อาคุงไกด์ พวกอั๊วะขอขึ้งไปลูใกล้ๆ แค่นั้งเอง” เสียงแหลมเรียวเล็กพูดไทยไม่ชัดดังมาจากอาม่าวัยดึกที่กำลังโบกพัดหางนกยูงขึ้นลงอย่างกลัวว่าหากหยุดพัดแล้วมันจะร้อนจนทนไม่ไหว ทั้งๆที่ลมแม่น้ำยังไม่ทิ้งช่วงเลยแม้แต่น้อย

“ไม่ได้ครับ ไม่ได้จริงๆ ถ้าจะเทียบขึ้นฝั่งนอกแผนการเที่ยวเราจะต้องแจ้งเจ้าของที่และแจ้งทางบริษัทก่อนนะครับ” ไกด์หนุ่มเริ่มอธิบายอย่างใจเย็น เขาชินเสียแล้วกับความต้องการของลูกทัวร์ไม่ว่าคณะไหนเมื่อเห็นความงามของต้นไทรริมน้ำต้นนี้เป็นอันอยากจะลงไปดูใกล้ๆ

“อะไรกันนักหนา กะอีแค่ต้นไทร เจ้าของเขาคงไม่หวงหรอกค่ะ ถ้าอยากได้เงินค่าเหยียบฝั่งล่ะก็แค่นี้ฉันจ่ายได้” ประโยคนี้ถูกร่ายออกมาจากเจ้าของริมฝีปากสีสด เจ้าหล่อนเริ่มหงุดหงิดเมื่อถูกขัดใจ หญิงสาวเห็นด้วยกับลูกทัวร์คนอื่นต้นไทรยักษ์ต้นนั้นสวยจนอยากจะเข้าไปโพสต์ท่าถ่ายรูปเพื่อเอาไปอวดบรรดาหนุ่มๆของหล่อนเสียจริง

“ไม่ได้จริงๆ ครับ นายเพิ่มรีบๆเร่งเรือให้ผ่านไปเร็วๆ” ท้ายประโยคไกด์หนุ่มหันไปสั่งคนเรือให้เร่งความเร็วของเครื่องยนต์ เพื่อรีบพาคณะทัวร์ผ่านไป ทันทีที่นายเพิ่มบีบคันเร่ง เสียงเครื่องยนต์กลับครางแผ่วแทนการทะยานออกไปข้างหน้า เมื่อเห็นรูปการดังนั้นไกด์หนุ่มถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากส่วนคนเรือนั้นถึงกับหน้าถอดสี

“ฮ่าๆๆๆๆ เห็นมั้ยคุณไกด์ ต้นไทรคงอยากให้พวกผมขึ้นไปชมจริงๆ ไม่งั้นเครื่องคงไม่ดับหรอก นี่คนเรือพาเข้าไปใกล้ๆ หน่อยสิ ฉันอยากเห็นใกล้ๆ” น้ำเสียงออกคำสั่งของชายวัยใกล้เกษียรทำเอาคนเรือต้องส่ายหน้าหวือ ก่อนจะตัดสินใจทิ้งทั้งเรือและผู้โดยสารกระโดดลงแม่น้ำไป ร่างกำยำแข็งแรงของเขาจมหายไปกับสายน้ำก่อนจะโผล่ขึ้นอีกครั้งในจุดที่ห่างจากเรือไปโดยที่ว่ายน้ำไปแบบไม่คิดชีวิตต่อหน้าต่อตาคนทั้งลำเรือ

“กรี๊ดดดด/เฮ้ย/ไอ้หยา...!!!” เสียงอุทานเซ็งแซ่ของบรรดาลูกทัวร์ที่ตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าทำเอาไกด์หนุ่มทำอะไรไม่ถูก เขาเองก็ตกใจไม่แพ้กันที่จู่ๆ คนเรือทำอะไรขาดสติแบบนี้

“ทุกคนโปรดอยู่ในความสงบก่อนนะครับ” เสียงอื้ออึงเมื่อครู่ค่อยๆ สงบลงทีละน้อย จนเขาเองรู้สึกว่ามันชักสงบเกินไป และดูเหมือนคณะทัวร์ทั้งหมดจะเริ่มรู้สึกตัวว่าบรรยากาศรอบตัวเริ่มผิดปกติ

“นี่...คุณไกด์ คุณทำอะไรซักอย่างสิ พาเราขึ้นฝั่งก็ได้ หรือทำอะไรก็ได้ฉันไม่อยากลอยเคว้งอยู่อย่างนี้”

“ใช่ๆ” เสียงสนับสนุนคำกล่าวของสาวสวยหนึ่งในลูกทัวร์ของเขาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไกด์หนุ่มถึงกับปวดหัวจี๊ด เรื่องเล่าที่เขาได้ยินมาทำให้ใจของเขาเต้นไม่เป็นส่ำ

“พวกเราทุกคนต้องช่วยกันพายเรือ เพราะพวกคุณก็เห็นแล้วว่าเครื่องเสีย” คำบอกของเขาตามมาด้วยเสียงโวยวายของกลุ่มคน บ้างก็ว่าพายเรือไม่เป็น บ้างก็ว่าไม่ใช่ธุระ จนเขาอดโมโหไม่ได้

“ถ้าพวกคุณอยากตายอยู่ตรงนี้ก็เชิญ ผมจะได้กระโดดน้ำหนีไปเหมือนคนเรือ” คำขู่กับเสียงเข้มๆ ของไกด์หนุ่มทำเอาบรรดาลูกทัวร์ทั้งหมดปิดปากฉับ แววตาเอาจริงของเขาทำให้คนที่พอจะพายเรือเป็นจำใจหยิบพายขึ้นมาเพื่อออกแรงพายเรือ แต่ทว่าการตัดสินใจของทุกคนกลับช้าไป

“กรี๊ดดดดดดดด” เสียงกรีดร้องอย่างตกใจของไฮโซสาวทำเอาทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว รวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดเมื่อเรือที่ลอยเอื่อยไปกับกระแสน้ำเกิดเปลี่ยนทิศกะทันหัน หัวเรือถูกเบนเข้าหาฝั่งทั้งๆ ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้

“คะ...คะ...คุณไกด์ เกิดอะไรขึ้น” หนุ่มใหญ่ระล่ำระลักถามเมื่อเห็นว่า ทิศทางของเรือมีท่าทีว่าจะชนฝั่งที่มีต้นไทรตระหง่านอยู่

“พวกเราต้องช่วยกันพายออกจากฝั่งเร็วครับ...ช่วยกันออกแรงเร็วครับ” เขาไม่ตอบคำถามหากแต่เร่งพายในมือออกแรงขืนลำเรือให้ออกจากวิถี เมื่อทุกคนเห็นดังนั้นจึงออกแรงทำตามเช่นกัน ความวุ่นวายและความตกใจทำให้ทุกคนช่วยกันออกแรงจนลืมกลัวไปจนสิ้น ใครที่ไม่มีพายอยู่ในมือก็พร้อมใจกันหาอะไรก็ตามที่พอจะแทนได้มาช่วย แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นผล ทั้งยังส่งผลให้เรือทั้งลำเริ่มหมุนคว้างไร้ทิศทาง

“ช่วยด้วยยยยยย ช่วยพวกเราด้วยยยยย ช่วยด้วยยยย” เสียงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือไปยังเรือนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมาเหมือนจะไม่เป็นผล เหมือนกับว่าไม่มีใครเห็นพวกเขาเสียอย่างนั้น

“ช่วยด้วยยยย ช่วยพวกเราด้วย กรี๊ดดดดดดดดดดด” สิ้นเสียงกรีดร้องเรือทั้งลำก็พลิกคว่ำ คนบนเรือทั้งหมดที่ไม่ได้ตั้งตัวต่างจมหายไปกับสายน้ำ กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากกลืนคนทั้งหมดลงไป ทิ้งไว้เพียงลำเรือที่พลิกคว่ำลอยเคว้งกับผืนน้ำที่ราบเรียบดังเดิม จะมีร่องรอยที่ผิดปกติไปบ้างก็ตรงที่หางเสือของเรือมีรากของต้นไทรพันไว้อย่างแน่นหนา



ญาตรีฬาห์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 23 ม.ค. 2556, 00:37:16 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 23 ม.ค. 2556, 00:37:16 น.

จำนวนการเข้าชม : 877





   ตอนที่...1 - สัญญาที่กำลังจะมาถึง >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account