บุหงาราคี by น้ำจันทร์ อัญจรี
“บัดซบ!”
เปรมินทร์สบถลั่น ไม่นึกไม่ฝันว่าเขาจะตกหลุมพรางที่เจ้าหล่อนวางไว้ถึงขนาดนี้
“อะ เอ่อ...”
อรัญญิการ์ติดอ่างกะทันหัน ใบหน้าเนียนร้อนผ่าวด้วยความอับอายรีบควานหาเสื้อผ้ามาสวมด้วยความทุลักทุเล ทว่า เมื่อหามันพบก็เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเพราะมันขาดวิ่นหาดีไม่ได้
“เอ้านี่ ใส่ซะ แล้วก็ไสหัวออกไปจากห้องของฉัน!”
เขาร้องสั่ง ควานหากางเกงมาสวมลวกๆ ขณะที่มืออีกข้างเสือกไสเสื้อเชิ้ตตัวเมื่อคืนให้หล่อน อรัญญิการ์รับมาสวมก็พบว่ามันไม่สามารถปกปิดเนื้อกายได้สักเท่าไรเลย
“คุณเปรมคะเอมี่...”
“อย่ามาแก้ตัว ฉันไม่อยากฟัง!!!”
เขาสบถเสียงกร้าวจ้องใบหน้าซีดเผือดเขม็ง นางฟ้าแสนบริสุทธิ์เมื่อคืนนี้ ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อลืมตาตื่นหล่อนจะกลายร่างเป็น แม่มด...แม่มดน้อยเอมี่ที่เขาไม่ปรารถนา

Tags: ผ่านพิจารณา Touch Publishing รอวางแผง

ตอน: คลื่นอารมณ์ 100%

บทที่ 8
ณ เพิงมุงจากริมทาง
“เอาปูจานใหญ่ เอาหมึกย่าง เอากุ้งด้วย อ้อๆๆ เอาต้มยำทะเลรสแซบๆ มาสักหม้อด้วยนะพ่อรูปหล่อ”
อรัญญิการ์ทำตาหวานเชื่อมให้พนักงานเสิร์ฟของร้าน หนุ่มน้อยผิวเข้มแย้มยิ้มให้จนแลเห็นฟันขาวๆ เรียงกันเป็นมุก
“เอ่อ...คุณ คุณแม่มดเอ๊ย! คุณเอมี่มากี่ท่านครับผมจะได้...” พ่อหนุ่มผิวเข้มเอ่ยไปยิ้มไปด้วยความเก้อเขิน ก็นานๆ ที ดาราดังจะมานั่งที่ร้านหลังคามุงหญ้าอย่างนี้ เขาเลยอดตื่นเต้นไม่ได้
“อ้อมาที่เดียวจ้า รูปหล่อ แต่ว่า...ตอนนี้...สองที่แล้วล่ะ อ้อ เอมี่ขอน้ำมะพร้าวเย็นๆ สักสองลูกด้วยน้า เอาอย่างด่วนเลยจ้า” เธอฉีกยิ้มให้พ่อหนุ่มผิวเข้มอีกครั้ง จนเขาแทบจะยืนไม่ติดพื้นต้องเร่งไปหาน้ำมะพร้าวมาบริการคุณแม่มด
“เป็นญาติผู้ใหญ่มันรึไง! ถึงฉีกยิ้มเอ็นดูจนจะถึงรูหูฮะ!”
คุณชายผู้ดีเอ่ยวจีชาววังประชดประชันสาวเจ้า เขาเห็นตั้งแต่หล่อนลงจากสิบล้อและเห็นด้วยว่าหล่อนเอาแต่ยิ้ม ยิ้ม ยิ้มและยิ้มให้หนุ่มผิวเข้มคนนั้น น่าจับมันถ่วงน้ำเสียจริง
“เรื่องของฉันสิ ยุ่งอะไรด้วย เพคะ คุณชายเปรมินทร์”
“ฉันไม่ใช่หม่อมเจ้า ไม่ต้องมาใช้ราชาศัพท์ประชดประชัน แล้วนี่มันเรื่องอะไร ทำไมเธอถึงไม่ไปกินบนนั้นฮะ” เขาบ่นให้รสนิยมสาวเจ้า เพิงหมาแหงน มุงใบจากกับโรงแรมหรู มันอยู่ตรงข้ามกันแท้ๆ แต่หล่อนเลือกนั่งตรงนี้
“ทำไม! ถ้าคุณไม่พอใจก็เชิญขึ้นไปนั่งตากแอร์กินปูบนเหลาโน่น ส่วนฉันจะนั่งตากลมกินปูตรงนี้!”
อรัญญิการ์ไล่คุณชายแต่เขาไม่ขยับ
“น้ำมะพร้าวครับ คุณเอมี่” ท้ายเสียงคนเอ่ยหวานหยดจนเปรมินทร์อดไม่ได้ ต้องกระแอมไอให้พ่อหนุ่มผิวเข้มรู้สึก
“ขอบใจจ้ะรูปหล่อ” แม่มดน้อยส่งสายตาพริ้มเพราพร้อมรอยยิ้มยั่วเย้าคืนให้
“อะแฮ่ม! ถ้านายยังยืนจ้องหล่อนนานกว่านี้ ไม่ใช่ยัยแม่มดหรอกที่จะสาปนายให้กลายเป็นหิน แต่เป็น ฉันเอง!”
เปรมินทร์คำรามลอดไรฟัน เขารีบขยับแว่นกันแดดให้เข้าที่ด้วยเกรงว่าจะมีใครจำได้
หนุ่มน้อยผิวเข้มเร่งเบือนสายตาหนีจากวงหน้าสวยเฉี่ยวของดาราสาว เขาวางมะพร้าวสองลูกไว้บนโต๊ะแล้วเดินจากไปทันที
ภายในร้านเพิงมาแหงนที่เปรมินทร์ตั้งชื่อตามสภาพของมัน มีลูกค้าเพียงไม่กี่โต๊ะในตอนแรก ทว่าพอใกล้เที่ยงกลับมีลูกค้าทั้งไทยและเทศไม่น้อยทยอยเดินจากโรงแรมเข้ามานั่งในร้าน ถ้าเขาเป็นเจ้าของโรงแรมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามคงหัวเสียน่าดู ที่ลูกค้าเลือกรับประทานร้านข้างทาง
สายลมพัดพาไอร้อนของทะเล มาตกกระทบใบหน้าขาวของคุณชาย มันร้อนจนเปรมินทร์ทนไม่ไหวต้องยกลูกมะพร้าวแช่เย็นที่เสียบหลอดไว้เรียบร้อยขึ้นมาจิบ แก้กระหาย ขณะเดียวกันอาหารที่ถูกสั่งไว้ก็ถูกลำเลี้ยงขึ้นโต๊ะด้วยสองมือของพ่อหนุ่มผิวเข้มคนเดิม แต่คราวนี้พ่อหนุ่มน้อยไม่ชายตาแลอรัญญิการ์ด้วยซ้ำ
“ถ้าฉันอยู่กับคุณทุกวัน ฉันคงกลายเป็นผู้หญิงที่น่ารังเกียจแน่ๆ เพราะคุณสามารถทำให้พวกเขาเลิกมองฉันได้เพียงแค่พวกเขาสบตาคุณ” แม่มดน้อยเหน็บแนม สองมือขยับจานกับข้าวให้เข้าที่พร้อมกับดึงกระดาษออกจากกล่องมาเช็ดทำความสะอาดช้อนส้อมอีกรอบด้วยความเคยชิน หารู้ไม่ว่าการเอาใจใส่เล็กๆ น้อยๆ ที่หล่อนปฏิบัติทำให้เปรมินทร์พอใจอยู่ลึกๆ
“เธอจะไปไหน?” เขาถามขึ้นเมื่อหล่อนจะลุกจากไป
“ไปล้างมือ” หล่อนว่า เขาจึงทำท่าจะตามไปด้วย
“ไม่ต้องไปเลยคุณเปรม ฉันไม่ใช่คู่ควงของคุณนะไม่ต้องเอาใจใส่ขนาดนั้นหรอก อีกอย่าง ห้องน้ำมันก็อยู่แค่นี้ ฉันไปเองได้ คุณทานไปก่อนเถอะ” หล่อนสั่งแล้วหันหลังจากไป
อรัญญิการ์เดินกลับมาอีกครั้ง หล่อนหย่อนกายลงนั่งแล้วเริ่มรับประทานอาหารเงียบๆ กระทั่งมื้อแรกระหว่างคนทั้งสองผ่านไปด้วยดี
เปรมินทร์ชำระค่าอาหารด้วยเงินสดที่มีติดตัว ดีที่เขามีเก็บไว้ในรถยามฉุกละหุก ปกติคุณชายรองของวังกุหลาบจะใช้แต่บัตรเครดิตเท่านั้น
แม่มดคนงามเดินตามหลังคุณชายไปขึ้นรถ หล่อนเร่งควานหากระเป๋าถือเพื่อจะได้โทรให้เพื่อนสาวมารับ แต่หาอย่างไรก็หาไม่เจอ
“หาเจ้านี่อยู่รึเปล่า” คุณชายรูปงามชูเต้าเครื่องมือสื่อสารรุ่นที่กำลังนิยมอยู่ในขณะนี้ให้เจ้าหล่อนดู
“เอามือของฉันมาคืนมาคุณชาย นี่มันจะมืดแล้วนะ ฉันง่วงนอนวันนี้ทั้งวันยังไม่ได้หลับกลางวันซักงีบ” เธอบ่นอุบ เดินเข้าไปหาคุณชายเปรม
“ขึ้นรถ” เขาสั่ง อรัญญิการ์ไม่ขยับ หล่อนยืนเอามือเท้าสะเอว ไม่ยี่หระต่อคำสั่ง ผู้คนริมหาดเริ่มหันมามอง หลายคนคงจำได้ว่าเธอเป็นดาราดัง
“เอมี่ ขึ้นรถเร็วเข้า เดี๋ยวชาวบ้านก็จำได้พอดี อยากเป็นข่าวนักหรือไง” เปรมินทร์ว่า
“แน่นอน! ฉันอยากเอาหน้าคุณกับหน้าฉันมัดติดกันแล้วเอาไปจ่อไว้หน้าเลนส์เชียวล่ะ”
“เอมี่! ปากดี! จริงๆ”
เปรมินทร์เริ่มมีน้ำโห เขาเบื่อการต่อปากต่อคำกับหล่อนเสียจริง ทำไมเมื่อก่อนหล่อนไม่เป็นอย่างนี้นะ
“แน่อยู่แล้ว ไม่ได้ดีแต่ปากนะ อย่างอื่น ของฉัน มันก็ฟิตเกินร้อย!” อรัญญิการ์กระแซะร่างอรชรเข้าหาแผงอกอุดมด้วยมัดกล้ามที่ซ่อนอยู่ใต้อาภรณ์เนื้อดี
เปรมินทร์ขนลุกซู่ หล่อนกำลัง ยั่ว เขาใช่ไหม ได้!
“บังเอิญว่าฉันไม่ชอบเล่นหนังสดต่อหน้าธารกำนัล แต่ถ้าเป็นหาดส่วนตัวที่อยู่ไม่ห่างจากที่นี่ล่ะก็ ย่อมได้เอมี่ ฉันจะให้เธอมัดหน้าฉันติดกับหน้าท้องเธอเลยล่ะ ไปกันเลยดีกว่านะ เพราะฉันรู้สึกว่าฉันจะทนไม่ไหวแล้ว!”
“มะ..ไม่! ฉันล้อเล่นเท่านั้น คุณเปรมปล่อยฉันนะ! กรี๊ดดด!!!”
เปรมินทร์จัดการช้อนร่างของยัยแม่มดยัดเข้าไปในรถ เขาเร่งเหยียบจนมิดเพื่อจะได้ไปถึงบ้านพักตากอากาศของวังมัทนาอริศวงศ์ สิบนาทีไม่ขาดไม่เกิน เขาก็เลี้ยวเข้ายังลานจอดรถหน้าบ้านพักหลังใหญ่
ชายหนุ่มจอดรถแล้วรีบมาเปิดประตูให้หล่อน เขากะจะลากหล่อนขึ้นบ้านแต่ดูเหมือนว่าหล่อนจะไม่อยู่ให้เขาลาก
“โอ้ก...อุ้บส์!แหวะ!”
เปรมินทร์อยากจะบ้า แทนที่เขาจะได้ลงทัณฑ์ยัยแม่มดให้หนำใจกลับต้องมาดูแลหล่อนเสียนี่
“เป็นยังไง ฉันเตือนแล้วว่าเธอจะกินทำไมนักหนา กุ้งหอยปูปลาพวกนั้น กินอย่างกับตายอดตายอยากมาจากไหน” ชายหนุ่มค่อนแคะ ที่ร้านเพิงหมาแหงนเมื่อครู่เจ้าหล่อนสั่งเอา สั่งเอาราวกับชูชก เขาไม่กล้าว่าเพราะสุดท้ายหล่อนก็สามารถจัดการทุกจานจนเกลี้ยง น่านับถือกระเพาะน้อยๆ ของหล่อนจริงๆ
“พูดมากน่าคุณเปรม โอยๆๆ ทำไมมันคลื่นไส้อย่างนี้”
อรัญญิการ์รับขวดน้ำเปล่าที่เขาส่งให้มาล้างหน้าล้างปากหรือว่าเป็นเพราะ ยาบำรุงครรภ์ ใช่แล้ว ใช่แน่ๆ วันนี้เธอกินผิดเวลากระมังมันถึงออกอาการอย่างนี้
“คลื่นไส้อาเจียนอย่างกับคนท้อง อย่าได้ไปอ้วกอย่างนี้ให้นักข่าวเห็นเข้าล่ะ เขาคงได้ใส่สีตีไข่ว่าเธอท้องแน่ๆ เอมี่” เปรมินทร์ตั้งข้อสังเกต
“ทำไม? กลัวหรือคุณเปรมว่าฉันจะบอกว่าบอกว่า ใครเป็นพ่อเด็ก” อรัญญิการ์ยั่วต่อ
เปรมินทร์ถอนหายใจแรงๆ ก่อนจะตอบคำถามที่ทำให้คนฟังแทบหงายหลัง
“ไม่! เพราะฉันมั่นใจ ว่าฉันไม่มีวันเป็นพ่อของเด็กในท้องเธอ”
“คุณแน่ใจได้ยังไง เปรมินทร์” อรัญญิการ์สวนกลับน้ำตาคลอเบ้า
“เพราะว่าเธอยังไม่ได้ท้องไงอรัญญิการ์”
“หมายความว่า ถ้าฉันท้องจริงๆ คุณจะยอมรับลูกของฉันอย่างนั้นหรือ” แม่มดคนงามลองเชิง
“ก็ไม่แน่ เพราะฉันคงไม่ใจร้ายขนาดปล่อยให้สายเลือดของตัวเองไปตกระกำลำบากหรอก”
อรัญญิการ์ได้ฟังก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อย บางทีเธออาจจะทบทวนคำขอร้องของคุณชายเมทัตอีกรอบ เพราะตอนนี้ เธอไม่ใช่แม่มดน้อยธรรมดา แต่เธอเป็นถึงท่านหญิงแห่งเอเมญ่า ชาวประชาคงดีใจกระมังหากท่านหญิงของพวกเขาท้องไม่มีพ่อ
“เอาไว้ให้ฉันท้องจริงๆ แล้วฉันจะบอกก็แล้วกัน”
อรัญญิการ์บอกแล้วเดินผ่านหน้าเขาขึ้นไปบนบ้านราวกับว่านี่คือบ้านของตัวเอง
คนรับใช้ร่างเตี้ยรีบออกมาต้อนรับเมื่อเห็นว่าใครมา
“อ้าว! คุณเอมี่ จะขึ้นเรือนเลยหรือคะ ทานน้ำอะไรหรือเปล่าช้อยจะเอาขึ้นไปให้” นางช้อยหญิงรับใช้วัยห้าสิบกว่าๆ ร้องถามดาราสาวอย่างเป็นกันเอง
“ไม่เอาดีกว่าค่ะ เอมี่ง่วงนอน ขอนอนสักงีบแล้วกัน ป้าช้อยไปถามเจ้านายของป้าช้อยเถอะค่ะว่าเขาจะเอาอะไรหรือเปล่า” แม่มดน้อยบุ้ยใบ้ไปทางเปรมินทร์ที่ยืนนิ่งกลางลานจอด นางช้อยตกใจเล็กใจเล็กน้อย นางมัวแต่ดูคุณเอมี่ของนาง จนไม่ได้มองว่ามีใครอื่นยืนอยู่ข้างรถ
“อ่า...สวัสดีค่ะ คุณเปรม จะรับอะไรไหมคะ อิฉันจะจัดมาให้” นางช้อยประหม่า นางไม่ค่อยได้รับใช้คุณเปรมบ่อยนัก เพราะโดยปกติเขาไม่ใช่คนชอบเที่ยวทะเลนั่นเอง
“ทำไม? ป้าถึงดูสนิทกับยัยแม่มดนั่น หล่อนมาบ่อยรึ” เปรมินทร์เอ่ยถามในสิ่งที่ข้องใจ
“อ่า ค่ะ คุณชายใหญ่พาคุณเอมี่กับคุณแป๋ม มาเที่ยวที่นี่บ่อยๆ ค่ะ” นางน้อมตอบตามจริง แต่ความเป็นจริงของนางกลับทำให้คุณชายน้อยเดือดดาล
“เอากระเป๋าไปจัดให้ฉัน แล้วพรุ่งนี้ไม่ต้องอยู่รับใช้ ฉันให้ป้าหยุดยาวสามวันเลย เอาเงินนี่ไปซื้อของใช้กับอาหารเท่าที่จำเป็นสำหรับสองคนมาให้ฉันด้วย อ้อ เอายาคุมฉุกเฉิน มาสามชุด เข้าใจไหม”
นางน้อมมีท่าทีตกใจเมื่อได้ฟังรายการคำสั่งประโยคสุดท้าย นางรีบรับธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทจากเจ้านายมาถือไว้ จำนวนของมันกะคร่าวๆ คงไม่ต่ำกว่าสี่ใบ

อรัญญิการ์เดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพผ้าเช็ดตัวผืนเดียว หล่อนทนกลิ่นกุหลาบแดงในรถของคุณชายจอมหยิ่งมาได้หลายชั่วโมง แต่พอกินอาหารเข้าไปมันกลับทำปฏิกิริยาทันที
“เสียดายของจริงๆ ยัยแม่มดเอ๊ย!”
อรัญญิการ์บ่นให้ตัวเอง เสียงร้องครวญของกระเพาะน้อยๆ เกิดขึ้นอีกหน มันทำให้เธอสำนึกได้ว่าการที่เธอแพ้ท้องหนักอย่างนี้ ไม่ได้มีเพียงเธอที่แย่ แต่มีอีกสองชีวิตที่แย่ยิ่งกว่าเธอ
“เดี๋ยวลงไปหาอะไรกินในครัวนะลูกๆ” อรัญญิการ์แนบฝ่ามือบางบนหน้าท้อง เธอยิ้มไปพลางขณะลูบฝ่ามือน้อยขึ้นลง
เปรมินทร์ลอบมองอยู่นานแล้ว เขาไม่อยากจะเชื่อเลย หล่อนตั้งท้อง!
“เอมี่! เมื่อกี้เธอ เธอพูดว่าอะไร?” คุณชายรูปงามตัดสินใจถามออกไป ในใจเต้นตึกตักด้วยมันกำลังถูกเร่งเร้าด้วยคำตอบจากร่างอรชรตรงหน้า
อรัญญิการ์ใจหาย เขาได้ยินจนได้
“อะไร!? ได้ยินอะไร? สงสัยคุณชายเปรมินทร์จะเมาแดดบางแสนกระมังถึงได้ถามอะไรแปลกๆ”
แม่มดคนงามแก้ตัวไปเรื่อย
“แต่ฉันได้ยินนะที่เธอพูดกับท้องตัวเองว่า ว่า...”
“ฉันซ้อมบท!”
อรัญญิการ์แก้ต่าง เธอยังไม่พร้อมจะบอกเขา เอาให้เรื่องราวมันถึงที่สุดก่อนเถอะ
“อ้อ...แล้วไป”
คุณชายลอบถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยถามบางเรื่อง
“เธอมาที่นี่กับท่านพ่อบ่อยหรือ” เสียงถามเริ่มห้วนอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
“ก็...สองสามครั้ง” เธอตอบ
“อือ” เขาพยักหน้า หางคิ้วยกเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มแห่งความสบายใจระบายบนมุมปากชัดเจน
“ต่อเดือน”
อรัญญิการ์พูดต่อ หล่อนเหยียดยิ้มเอย่างสะใจเมื่อเปรมินทร์แสดงความไม่พอใจออกมาอีกครั้ง
“เอมี่! เธอจะเป็นนางบำเรอของฉันหรือของพ่อฉันฮะ!”
เผียะ!!!
แก้มขาวเริ่มแดงด้วยแรงฟาด อรัญญิการ์สาดซัดความปากมอมของเขาด้วยฝ่ามือของหล่อน
“สมองของคุณมันเป็นเพื่อนกับยมบาลหรือไงคุณเปรม เพราะมันไม่ใช่แค่ต่ำต้อยติดดินนะ แต่มันตรงดิ่งทะลุนรกเลย ให้ตายสิ!”
“อรัญญิการ์ เธอมีสิทธิ์อะไรมาว่าฉันฮะ! เธอมีสิทธิ์ว่าฉันได้อย่างนั้นหรือ!?”
“ไม่มี!”
แม่มดคนงามตอบหน้าตาย หล่อนหันหลังแล้วกรุยกรายไปคว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องอาบน้ำอย่างสบายอารมณ์
เปรมินทร์ฉุนจัด เขาปรี่เข้าไปคว้าเอวคอดจากทางด้านด้านหลังจับเอวหล่อนรั้งขึ้นพาดบ่าแล้วตรงดิ่งไปยังอีกห้อง ซึ่งแน่นอนว่าเป็นห้องของเขา ที่บรรยากาศดีกว่า ห้องกว้างกว่าและที่สำคัญ เตียงใหญ่กว่า
“กรี๊ดดด!!!”
เสียงกรีดร้องของแม่มดคนงามเงียบหายหลังบานประตู เปรมินทร์ลงทัณฑ์แม่มดน้อยยอดพธูด้วยเพลิงสวาทเร่าร้อนไม่มีผ่อนพัน
อรัญญิการ์ส่งเสียงครางปานจะขาดใจเล็ดลอดออกมาจากห้องหับอันแสนมิดชิด หล่อนไม่มีทางขัดขืนพ่อคุณชายรูปหล่อพ่อของลูกได้สักที เพราะเขาใช้กลวิธีรุกไล่ไล้เล็มด้วยเรียวลิ้นร้อนทั่วเรือนร่าง จนเธอยอมพลีกายให้เขาอีกครั้ง ด้วยความยินยอมพร้อมใจ

หนึ่งชั่วโมงต่อมา
เปรมินทร์เดินออกไปข้างนอกด้วยชุดเสื้อคลุม เขากลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมน้ำเปล่าและยาที่ฝากให้แม่บ้านซื้อมา
“เอมี่ ลุกขึ้นมากินยาก่อน”
อรัญญิการ์ครางอืออา กินยา เขาจะให้เธอกินยาอะไร?
“ยาอะไร? ฉันไม่กิน!”
หญิงสาวรีบปฏิเสธ หล่อนยันกายลุกขึ้นนั่งรวบผ้านวมผืนหนาขึ้นมาปิดทรวงอกอวบให้มิดชิด
“แต่เธอต้องกิน ถ้าไม่อยากท้องโย้มาประจานตัวเอง”
อรัญญิการ์เหยียดยิ้ม เขาเพิ่งนึกได้หรืออย่างไร
“ไม่รอให้ฉันคลอดก่อนล่ะคุณเปรมแล้วค่อยเอามาให้กิน แล้วไอ้ครั้งแรก และครั้งต่อๆ มาคุณคิดบ้างหรือเปล่า ว่าเรา...อาจจะมีลูกกันแล้วก็ได้” เธอลองเชิง
“ไม่! ฉันมาคิดๆ ดูแล้ว ฉันไม่ค่อยชอบเด็ก ยิ่งเป็นเด็กที่มีแม่อย่างเธอ ฉันยิ่งเกลียด”
เปรมินทร์ใช้ถ้อยคำแทนหมัดหนักซัดใส่ท้องเธอจนเจ็บจุก ครั้งแล้ว ครั้งเล่า เขาพูดออกมาได้อย่างไร
“ทำไม!?”
“เพราะเขาไม่ได้เกิดมาจาก ความรัก”
“นั่นมันเรื่องของคุณ แต่สำหรับฉัน ถึงเขาจะไม่ได้เกิดจากความรักและความเต็มใจ แต่ฉันพร้อมจะเลี้ยงดูและให้ความรักแก่เขา เพราะฉะนั้น นายเอายานรกนี่ไปห่างๆ ฉันไม่อย่างนั้น อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
เธอข่มขู่ เขาหัวเราะเยาะ
“เธอจะทำอะไรฉันได้เอมี่ กินมันซะ ก่อนที่ฉันจะจับมันกรอกปากเธอ”
“ก็ลองดูสิ แค่ฉันโทรกริ๊งเดียว เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเรา ขึ้นหน้าหนึ่งแน่ๆ ฉันจะแฉให้หมดว่าคุณทำเลวร้ายอะไรกับฉันบ้าง”
“นึกว่าพวกเขาจะเชื่ออย่างนั้นหรือ?”
“ฉันมีหลักฐาน เพราะห้องฉัน ติดกล้องวงจรปิด”
อรัญญิการ์โป้ปด
“ฉันไม่เชื่อ!”
“แล้วแต่คุณ เพราะฉันไม่ได้บอกให้คุณเชื่อ แค่บอกให้คุณฟังและถ้าคุณตัดสินใจได้แล้ว บวกลบคูณหารได้แล้วถึงส่วนได้ส่วนเสีย ก็ช่วยเอายาปิศาจที่ถืออยู่ออกไปให้ห่างร่างกายฉัน เพราะแค่เห็นมันฉันก็อยากจะอาเจียน” อรัญญิการ์สั่งเขา หล่อนมีสีหน้าท่าทางเหมือนอย่างที่พูดคืออยากจะอาเจียน
เจ้าชายอสูรยอมแพ้ด้วยเหตุผลของสาวเจ้า เขายังไม่อยากมีปัญหากับพวกนักข่าวในเวลานี้แน่นอน บริษัทเขากำลังไปได้สวย โรงแรมของบิดาก็ไปได้ดีทีเดียว มันคงสิ้นคิด หากเขาจะเอาเรื่องเล็กน้อยระหว่างเขาและหล่อนมาเป็นเหตุให้งานใหญ่ต้องสะดุด
เปรมินทร์กระแทกแก้วน้ำเปล่าลงบนโต๊ะก่อนทิ้งเม็ดยาลงถังขยะใบน้อยข้างเตียง
“ขอบคุณที่ยังมีหัวคิด” แม่มดคนงามประชดเขา
“เอมี่!”
“เรียกทำไม!? อยู่ใกล้กันแค่นี้ คิดถึงฉันมากหรือยังไงฮะ! ”
อรัญญิการ์ยั่วต่อมโมโหของเขา หล่อนสนุกเวลาที่เห็นเขาโกรธจนหน้าแดง
“ฝันไปเถอะ!” เปรมินทร์ประชดกลับ
“แน่นอน! เวลาฉันฝันอย่ามายุ่มย่ามกับร่างกายฉันก็แล้วกัน”
“ต่อปากต่อคำเถียงไม่คำตกฟาก” เขาว่าหล่อน
“ก็ฉันมันเด็กกำพร้า ไม่มีพ่อแม่สั่งสอน จะให้ฉันพูดจาไพเราะอ่อนหวานเหมือนลูกท่าน หลานเธอได้ยังไง”
อรัญญิการ์ยังไม่เลิกประชดประชัน การประชดเขาในครานี้ทำเอาเจ้าตัวน้ำตาคลอ ถึงแม้ว่าตกลงใจได้แล้วว่าจะไปอยู่เอเมญ่ากับพี่ชาย แต่ช่วงชีวิตที่ผ่านมา พอนึกถึงมันเธอก็อดเศร้าใจไม่ได้อยู่ดี
“ฉันไม่ได้พูดอย่างนั้น” ปฏิเสธเสียงแข็ง
อรัญญิการ์จ้องลึกลงในหน่วยตาคมเข้มของเขา มันบอกเธอว่าเขาไม่ได้โป้ปด
“ช่างมันเถอะ ฉัน...ฉันไม่อยากทะเลาะกับคุณแล้ว ฉันอยากนอน” หล่อนว่าแล้วจะล้มตัวลงนอนอีกหน
“ไม่ได้! ตะวันจะตกดินแล้ว เธอจะนอนได้ยังไงมันไม่ดี ลุกขึ้นไปหาอะไรกินดีกว่า”
อรัญญิการ์ลุกขึ้นมาอีกครั้ง หล่อนเพ่งพินิจบุรุษตรงหน้าอย่างงวยงง ตกลงพ่อคุณจะดีหรือร้ายต่อเธอกันแน่
“คุณเปรม ช่วยร้ายกับฉันทีเถอะ เพราะฉันไม่ชินเวลาคุณดีกับฉัน ฉันเคยเตือนคุณแล้วนะว่าอย่าวุ่นวายกับฉันอีก เพราะมันจะทำให้ฉันปล่อยมือจากคุณไม่ได้ คุณไม่เข้าใจหรือยังไง!?”
แม่มดคนงามลุกจากเตียงทั้งที่มีผ้านวมพันกายเอาไว้ หล่อนเดินเข้าห้องน้ำก่อนจะกลับออกมาในชุดที่คนเฝ้ารอต้อง โกรธ จนควันออกหู
“ฉันเครียด! ฉันจะไปเล่นน้ำ อย่าห้ามฉัน เพราะถ้าคุณทำอย่านั้น ฉันจะเปลี่ยนเป็นชุดวันเกิด”
อรัญญิการ์ว่าแล้วเดินออกจากห้องในชุดบิกินีสีเหลืองอ๋อย มันช่วยขับผิวนวลสีน้ำผึ้งของเจ้าหล่อนให้เปล่งปลั่งเหมือนสีทองของดวงอาทิตย์ที่ยังเหลือทางขอบฟ้าทิศตะวันตก
คุณชายวังไม้หอมรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลงเล่นน้ำเป็นเพื่อนสาวเจ้า ดีที่ว่านี่คือชายหาดส่วนตัว เขาจึงไม่ต้องกังวลต่อสายตาของชายอื่นเวลามองหล่อนในชุดว่ายน้ำวาบหวิวเช่นนี้
“เอมี่! อย่าลงไปลึกคลื่นมันแรง!”
อรัญญิการ์หาได้ใส่ใจต่อคำเตือนไม่ หล่อนยังเดินลงไปในน้ำลึกลอยคอร่างกายเหนือเกลียวคลื่นอย่างมีความสุข ขณะที่เปรมินทร์เดินลุยน้ำตามมาเรื่อยๆ ทว่าเกลียวคลื่นแรงได้โถมซัดเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้ร่างอรชรของอรัญญิการ์ถูกกลืนหายไปในเกลียวคลื่นเชี้ยวกรากชั่วพริบตา
“เอมี่! เอมี่! เอมี่!”
คุณชายรูปงามเรียกหาแม่มดน้อยด้วยความตื่นตระหนก เมื่อสักครู่หล่อนยังลอยคออยู่ตรงหน้าห่างจากเขาไม่กี่ช่วงตัวแต่ ณ ตอนนี้ หล่อนหายไป
ร่างสูงใหญ่ดำผุดดำว่ายสอดส่องสายตาใต้เกลียวเชี่ยวกรากของคลื่นน้ำ มันโถมแรงเพราะพายุที่ตั้งเค้าอยู่ไม่ไกลเคลื่อนที่เข้ามาใกล้
“เอมี่!!! อย่ามาล้อเล่นนะ! ออกมาเดี๋ยวนี้ เอมี่!!!”
เสียงร้องตะโกนราวสัตว์บาดเจ็บดังก้องทั่วหาด เสียงดังขึ้นมาถึงตัวบ้านที่อรัญญิการ์เพิ่งเดินมาถึง เธอดำน้ำไปโผล่หลังก้อนหินก้อนใหญ่ที่อยู่ห่างจากจุดเดิมพอสมควร ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นมาบนฝั่งตอนที่เปรมินทร์ยังมุดอยู่ใต้ผิวน้ำ ถ้าเขาไม่คิดห่วงหวงเธอ อีกไม่กี่นาทีเขาคงรีบขึ้นมาต่อโทรศัพท์เรียกเจ้าหน้าที่มาช่วยดูเองนั่นล่ะ
แม่มดคนสวยรีบวิ่งขึ้นเรือน หล่อนอาบน้ำแต่งตัวโดยใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงอยู่ในห้องน้ำ และออกมาอีกครั้งเพื่อล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างอ่อนเพลีย
หยาดพิรุณโปรยปรายอยู่นอกหน้าต่าง เสียงสายฟ้าฟาดฟันเกิดเสียงสนั่นหลังแสงสีเงินพาดผ่านคุ้งฟ้า คุณชายรูปงามเฝ้าดำผุด ดำว่ายอยู่กลางคลื่นลมแรงด้วยหัวใจปวดร้าว เขายังหาร่างหล่อนไม่เจอ อรัญญิการ์หล่อนหายไปไหน หรือว่าคลื่นแรงซัดร่างหล่อนออกทะเลไกลแล้ว
เปรมินทร์ได้แต่เฝ้าภาวนาว่าอย่าให้เป็นเช่นนั้น แต่แล้วความห่วงใย ความห่วงหาอาทรที่เขามีต่ออรัญญิการ์ก็มีอันต้องครืนเมื่อเขาแลเห็นแสงไฟเปิดสว่างทั้งบ้านพัก มันจะเปิดได้อย่างไรหากเขาไม่ได้เป็นคนเปิดและหล่อนยังจมอยู่ก้นทะเล นอกเสียจากว่าหล่อนจะไม่ได้จมอยู่ใต้ทะเล แต่เวลานี้กำลังนั่งหัวเราะเยาะเขาอยู่บนเรือน
“เอมี่!! ฉันจะฆ่าเธอ!!! ยัยโรคจิต ยัยแม่มดชั่ว!!!”
คุณชายรูปงามรีบจำอ้าวขึ้นจากทะเล เขาวิ่งฝ่าสายฝนด้วยร่างอันสั่นเทา ป่านนี้หล่อนคงหัวเราะเยาะที่เห็นเขาเป็นคนบ้าดำผุดดำว่ายกลางคลื่นลมแรงและพายุฝนเพื่อหาร่างหล่อน น่าเจ็บใจจริงๆ




Lilly
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 11 ก.พ. 2556, 18:17:45 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 11 ก.พ. 2556, 18:17:45 น.

จำนวนการเข้าชม : 3126





<< สิบล้อรอนาง+พลอยพลาสติก 100%ลบ   บทที่ 9 นายบำเรอ 40% >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account