อรุณสวัสดิ์หัวใจ # ชอนตะวัน (จบแล้ว)
ความรักก่อให้เกิดความทุกข์ และรักที่เป็นไม่ได้ทุกข์ยิ่งกว่า
ตากับยายหล่อหลอมให้หลานสาวมีวิธีคิดอย่างคนพอเพียง
แต่บุญก็พา วาสนาก็ส่ง ให้เธอเป็นไปเกินกว่าที่ใจปรารถนา..

ไกล สุดเอื้อมมือถึง ไกล อยู่ถึงฟ้ากั้น
ไกล ไปหลายคืนวัน ไย รักมิกรายจากใจ

รักคือการแบ่งปัน รักคือการห่วงใบ รักคือการเสียสละ และรักคือการช่วยเหลือ

"ฉันไม่ได้แย่งเธอมาจากใคร เพียงแต่ว่าฉันทำตามที่ใจฉันเรียกร้องเท่านั้น
ถึงฉันจะเหลวไหลไปตามประสา แต่วันหนึ่งฉันก็รู้ว่าฉันควรหยุดที่ใคร"..

ดุจบ่วง ร้อยรัด ดวงใจ
ยิ่งแก้ ยิ่งพันใจ ยุ่งเหยิง
ยิ่งหนี ยิ่งตามติด ยากหลบ
พบคน ที่หัวใจ วางไว้ ใช่เลย

"ฉันรักเธอตั้งแต่เห็นหน้า เมื่อได้อยู่ใกล้ ๆ ได้เห็นเนื้อแท้จากข้างใน ฉันก็รักเธอยิ่งขึ้น หัวใจของฉันเพรียกหาผู้หญิงดีพร้อมคนหนึ่ง แล้วฉันจะปล่อยเธอไปได้อย่างไร"
Tags: โรแมนติกดราม่า

ตอน: ตอนที่ 6

สวัสดีครับเพื่อนนักอ่านทุก ๆ ท่าน.. วันนี้ นั่งตรวจต้นฉบับอีกรอบ ตั้งแต่เช้ายันค่ำ เพราะว่าพรุ่งนี้ จะส่งเข้าโรงพิมพ์ ปรากฏว่าตาแฉะ ...น้ำตาคลอ ๆ แบบ ทำไม สายบัวถึงได้ดีขนาดนี้..ดีจริง ๆ ขอบคุณสำหรับแรงใจครับ ในบรรดาตัวละครนางเอก ผมรักสายบัวมาก ๆ

ตามไปดูปกกันได้เลยครับ
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=julamanee&group=39


6


“วิลาวัลย์” สายบัวร้องทักเพื่อนที่เรียนด้วยกันตั้งแต่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน

“นึกว่ายัยแม่มดประจำบ้านจะไม่ให้มาซะแล้ว”

“ปากแกร้ายอย่างนั้นเอง จริง ๆ ไม่มีอะไรหรอก นี่นะยังให้ตังค์ฉันมาลงทะเบียนเลย” สายบัวชูแบงก์พันให้ดูถึงสามใบ

“เป็นไปได้อย่างไร” วิลาวัลย์ซึ่งอยู่ในชุดเสื้อผ้าทันสมัยกว่าทำสีหน้าไม่เชื่อจริง ๆ

“ก็ได้มาแล้ว คุณชวนชมว่า การศึกษา จะทำให้ฉัน ได้พบกับหนุ่มในฝัน”

“แหวะ คุณหมอโกมุท บัวผุดจากน้ำอีกล่ะซิ”

“ถ้าไม่ใช่คุณหมอ ฉันก็ไม่มีใครมาทำให้หัวใจมีความหวัง”

“แล้วนายลิขิตคนที่เคยติวภาษาอังกฤษให้เธอ กับพาเธอกับฉันไปเลี้ยงหนังตั้งเรื่องนั่นละจ๊ะ ว่าอย่างไร”

“ก็เธอยุให้ฉันไป ฉันก็ไป จริง ๆ ไม่รู้ซิ ฉัน”

“ไม่ต้องเอ่ยนามนั้นให้ฉันเอียนอีกนะ ฉันฟังเธอมาสองปีแล้วบอกตามตรงว่าเบื่อ ไม่ได้ก้าวหน้าเลย อยู่ในรั้วบ้านเดียวกันแท้ ๆ ถ้าเป็นฉันนะบัว ปล้ำไปแล้ว”

สายบัวหน้าแดงขึ้นมา เธอกับวิลาวัลย์ เหมือนกันที่เป็นเด็กบ้านนอก เข้ามาหาโอกาสให้กับตัวเอง แต่เธอก็อยู่ในกรอบของผู้ใหญ่ นอกเรื่องนอกราวบ้างก็เพื่อทดลองชีวิตในเมืองหลวงดู เธอไม่ได้โลดโผนหรือทำงานเพื่อตัวเองและครอบครัวอย่างวิลาวัลย์

วิลาวัลย์ทำงานร้านอาหารในเวลาค่ำคืน ในตอนกลางวันเธอจึงออกแสวงหาความรู้อย่างเต็มที่ นอกจากศูนย์ กศน. แล้ว วิลาวัลย์ยังลงทะเบียนเรียนคอมพิวเตอร์กับภาษาอังกฤษ เพื่อฝันของตัวเอง

“เผื่อได้สามีฝรั่งจะได้คุยกันรู้เรื่อง”

วิลาวัลย์มีบางอย่างที่สายบัวสงสัย เพราะวิลาวัลย์บ่นว่าทำงานได้เงินไม่มาก แถมมีภาระส่งเสียพ่อแม่ แต่วิลาวัลย์มีเสื้อผ้าดี ๆ มีเงินซื้อเครื่องสำอางชั้นนำใช้อยู่ตลอด สายบัวไม่เคยถาม เพราะถ้าเจ้าตัวไม่อยากบอก เธอเองก็ไม่จำเป็นต้องรู้

“เลือกได้หรือยังว่าจะเรียนอะไร”

“ฉันจะเรียนรัฐศาสตร์แผนซี คนรู้จักกันบอกว่าจบง่ายดี แล้วเธอละบัวจะเรียนคณะอะไร” คนต้องตอบถอนหายใจออกมา

“คณะอะไรดีล่ะที่ทำให้ฉันกับคุณหมอ จะมีโอกาสได้”

“แหวะ คุณหมออีกแล้ว ชีวิตของเธอนี่จะหนีคุณหมอไม่พ้นเลย
หรือ ถามจริง ๆ เถอะบัว เขาชายตามองเธอบ้างไหมวะ ไม่เคย นี่ฉันไม่อยากด่าหรอกนะ ฉันอยากเห็นเธอมีความสุขบ้าง ฉันเคยผ่านอาการหลงคนรูปหล่อดูดีมีสกุลรุนชาติเหมือนกัน ฉันรู้ว่ามันทุกข์ทนเพียงไร ตอนนี้เธอสิบเจ็ดย่างสิบแปดแล้ว เธอโตแล้ว การตัดสินใจของเธออย่าเอาคนอื่นมาเกี่ยวข้อง” ที่วิลาวัลย์พูดเธอก็คิดได้แต่ใจมันร่ำร้องเอง เธอก็เลยต้องตามใจ

“คุณอารักษ์แนะนำให้เรียนประชาสัมพันธ์”

“มันก็มีคนอื่นมาอยู่ดี แต่เอ๊ะ ทำไมเขาต้องแนะนำเธอด้วย”

“ไม่รู้ซิ”

“ไม่สนใจคุณอารักษ์บ้างหรือ เดี๋ยวนี้เป็นข่าวในหน้านิตยสารถี่พอ ๆ กับน้องสาวนักแสดงมากฝีมือคนนั้นเชียวนะ”

สายบัวถอนหายใจออกมา ข่าวทำนองคาสโนว่า ใครถลำให้หัวใจไปมีหวังแต่น้ำตาเช็ดหัวเข่าเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรแล้ว ความดีของเขาก็ยังมีอยู่ คือไม่ได้คิดรวบหัวรวบหางเธออย่างที่เธอเคยนึกกลัว

สายบัวตัดสินใจลงคณะบริหารธุรกิจ สาขาการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ อย่างที่คุณอารักษ์แนะนำ ดังนั้นในคาบเวลาเรียนของเธอกับวิลาวัลย์ย่อมเรียนไม่ตรงกัน เพื่อนของเธอจึงเป็นกลุ่มเพื่อนใหม่ ซึ่งสังคมในรามคำแหงนั้น การหาเพื่อนสักคนที่เรียนตรงกันในหลาย ๆ วิชานั้นยากเต็มที สายบัวจึงเหมือนหัวเดียวกระเทียมลีบอีกครั้ง

ท้อแท้ยามใด อย่างน้อยเธอก็มีเงาของคุณหมอโกมุทคอยให้กำลังใจ


แล้วหัวใจของสายบัวก็แทบแตกสลาย เมื่อจู่ ๆ เธอก็ได้ข่าวร้ายจากกระแต

“สายบัว” เสียงกระแตเหมือนกระซิบเหมือนมีเรื่องใหญ่เรื่องโต เหมือนกระแตจะรู้ด้วยซ้ำว่า เรื่องนี้จะมีผลต่อความรู้สึกของคนฟังเป็นอย่างมาก

“คือ คุณหมอจะแต่งงานน่ะ” แค่นั้นแหละ สายบัวมือเท้าเย็นเฉียบ หัวใจแทบจะหยุดสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย มึนและงง จนทำอะไรไม่ถูก

“ใคร บอกเธอ”

“พี่ดวงใจ กับพี่ดวงตานะซิ คนบ้านนั้นดีใจกันใหญ่ คุณศิรินทร์ทิพย์หาให้ ถูกใจพ่อแม่แต่ไม่รู้ว่าถูกใจคุณหมอรึเปล่า ก็แว่ว ๆ ว่า คบหาเพื่อนหมอด้วยกัน”

“อือ”

รู้อยู่เต็มอกว่าอย่างไรก็ไม่ใช่ตัว
รู้อยู่เต็มอกว่าอย่างไรก็ไม่มีหวัง
รู้อยู่เต็มอกว่าอย่างไรก็ไร้หนทาง
แต่เมื่อหวัง พัง แล้วไยต้องเสียใจ

เป็นธรรมดา พ่อแม่ย่อมหาผู้หญิงที่ดีและคู่ควรให้กับลูก เหมือนกับที่ตาเธอไม่ต้องการให้เธอ คบหากับดิน ความผิดของดินแค่เกิดมาเป็นลูกผู้ใหญ่บ้านที่นิสัยไม่ค่อยจะสู้ดีเท่านั้น

ถ้าอย่างนั้นในมุมของผู้ใหญ่บ้านนี้ก็ไม่มีทาง เพราะเธอมันยากจน เด็กรับใช้ในบ้าน แถมเป็นบ้านเล็กเสียด้วย สายบัวถอนหายใจออกมา ไม่รู้เหมือนกันว่า เดินกลับเข้าห้องไปได้อย่างไร มารู้สึกตัวอีกที เมื่อ น้ำตามันหมดจากดวงตาไปแล้ว

“บัว ออกมากินข้าวเย็นเถอะ”

“ฉันไม่หิวหรอก บอกป้าเอียดด้วย วันนี้ฉันขอนอนนะ”

ขอบคุณที่ทุกคนเข้าใจไม่ซ้ำเติม แล้วเขารู้ได้อย่างไรกัน ก็ตั้งแต่วันที่ถูกคุณอารักษ์ล้อเลียนเธอก็พยายามเก็บความรู้สึกและอาการที่มีต่อคุณหมอไว้อย่างดีแล้วนี่


กำหนดวันแต่งงานระหว่างคุณหมอโกมุท และคุณดุจเดือน ลูกสาวคหบดีใหญ่ใกล้เข้ามา สายบัวได้เห็นว่าที่เจ้าสาวที่สูงระหงผิวขาวดั่งไข่ปอกผมเผ้าเป็นลอนเก๋ขับดวงหน้าให้น่าดู กับว่าที่เจ้าบ่าวมาดแมนที่เดินชมสวนคุยกันแล้วกลับมามองตัวเองในกระจกเงา

ผู้หญิงที่ดูเป็นสาวเต็มตัว กับเธอเด็กสิบแปดสูงเก้งก้างหน้าโหนกผิวคล้ำตาโตคิ้วไม่ได้เสริมแต่งให้เป็นเส้นเล็กเรียว เธอแค่พอดูได้ แต่นั่นราวนางฟ้าจุติ เหมาะสมและคู่ควรกันอย่างกิ่งทองใบหยก

‘นางซิน’ คงจะมีเพียงแต่ในเทพนิยายประโลมใจเท่านั้น โลกที่เป็นสีชมพูสดใสของสายบัวกลับทึบทะมึนประหนึ่งราตรีกาลอีกครั้ง ทิศทางที่จะก้าวเดินไปข้างหน้านั้นเพื่อใคร ?

‘ฉันเตือนเธอแล้วให้ทำใจไว้ จริง ๆ ต้องพูดให้เธอตัดใจซินะถึงจะถูก’ เป็นเสียงของวิลาวัลย์ แต่สำหรับแม่กระแต

“สุดท้ายไม้ขีดไฟก็เผาไหม้ตัวเอง”

“อย่าซ้ำเติมฉันอีกเลยกระแต”

“ฉันก็ไม่อยากซ้ำเติมเธอหรอกสายบัว แต่ฉันเป็นห่วงความรู้สึกเธอต่างหาก คุณหมอโกมุทสุดหล่อแสนดีอย่างไรก็ไม่มีวันมองผู้หญิงอย่างเธอหรอก“

สายบัวหมดถ้อยคำต่อปากให้ตัวเองดูเหมือนคนโง่งม และข่าวของคุณหมอกับคู่หมั้นหมายก็ออกมาเป็นระยะประหนึ่งเป็นยาพิษที่ค่อย ๆ กัดกินใจให้กร่อนล้าลง

“งานแต่งจัดในโรงแรมห้าดาว เชิญรัฐมนตรีมาเป็นประธาน เพราะรวยกันทั้งสองฝ่าย”

“แต่งแล้วจะบินไปเรียนต่อเฉพาะทางที่สหรัฐ”

“คงหอบกันไปด้วยล่ะ ข้าวใหม่ปลามัน เรื่องเงินนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ด้วย”

อนิจจา ยิ่งกว่าไกลเกินฝัน ผิดและบาปมหันต์หากยังมีใจคิดครอบครองคนมีเจ้าของแล้ว

ไปอยู่กับน้าดีไหม หรือจะไปเป็นสาวโรงงานอยู่กับกาหลง หรือจะไปทำงานร้านอาหารในเวลากลางคืนกับวิลาวัลย์ แล้วตอนเช้าค่อย ๆ ไปเรียนหนังสือ

สายบัวเอาเรื่องอนาคตของเธอไปปรึกษาคุณชวนชมโดยตัดเหตุผลงี่เง่าออกไปทั้งหมด

“ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น อยู่กับฉันนี่แหละ ต้องการอะไรบอกมา”

เข้าไปทำท่าอึกอักอยู่พักใหญ่ เหมือนคุณชวนชมจะรู้ใจ

“ฉันเป็นเธอ ฉันก็หลงรักเขา คุณหมอน่ารักถึงเพียงนี้ นอบน้อมผู้ใหญ่ก็เป็น เห็นใจผู้อื่นรึก็ไม่น้อย”

สายบัวหน้าแดง อับอาย ที่ผู้ใหญ่รู้ใจ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า คุณชวนชมรู้ใจได้อย่างไร

“คนโบราณเขาถึงบอกไง แม่สายบัวรอเก้อ อาบน้ำร้อนมาก่อน ที่นั่งทำหยิ่งผยองอยู่ได้จนถึงวันนี้ก็ผ่านหัวอกอย่างเธอมาแล้ว ความรักสำหรับหนุ่มสาว ดูไม่ยากหรอก ฉันเห็นเธอนั่งมองหน้าต่างห้องคุณหมอโกมุทเมื่อปีก่อน ฉันเห็นเธอแอบไปตีสนิทกับคนบ้านนั้น ทั้งที่ฉันสั่งห้าม แต่เธอก็ยังฝ่าฝืน นั่นก็ด้วย ไหนจะท่าทีระรื่นเวลาที่ฉันพูดถึงคุณหมอนั่นอีก จริง ๆ ฉันก็รอวันนี้เหมือนกัน วันที่จะได้ยิ้มเยาะเธอให้สะใจ แล้วก็จะสอนเธอว่า รักตัวเองดีที่สุด แต่อย่างว่าเป็นคนมันต้องมีประสบการณ์ตรงมันจึงจะสำนึก”

สายบัวหัวเราะหึ ๆ รู้ว่าตัวเองไร้เดียงสายิ่งนัก โง่งมจนผู้ใหญ่จับได้

“ผิดหวัง มันก็ดีกว่ารักไม่เป็น ถ้ารักเป็น รักก็เป็นยาทิพย์ ไม่ใช่ยาพิษ บทเรียนคราวนี้ ก็ยังดี ที่เธอยังได้วิชาความรู้ติดตัวตั้ง ม.6 ที่เหลืออีก 4 ปี เธอก็ตั้งใจเรียนให้จบจากรามซะ ทำตัวดี ๆ ทำตัวให้มีค่า เดี๋ยวก็มีผู้ชาย ที่ดีกว่าคุณหมอเห็นเธอจนได้”

อยากจะบอกว่า” ไม่”

แต่ถ้าพูดออกไป มันก็ไม่ดี ข้ามน้ำยังไม่พ้น



วันแต่งงานของคุณหมอมาถึง สายบัวขอตัวออกไปนอนค้างกับวิลาวัลย์ที่ห้องพักหน้าราม แล้วคืนนั้นวิลาวัลย์ก็สอนให้เธอรู้จักแอลกอฮอล์

“ดื่มซะจะได้ลืมทุกข์ลืมโศก” เธอดื่มและเต้นรำอย่างสนุกสนาน ผู้ชายมีมากหน้า หลายคนสนใจเธอ สิบแปดแล้วนี่ เป็นสาวเต็มตัวแล้ว แต่งตัวก็เป็น รู้จักซื้อหาเสื้อผ้าดูดีทันสมัยมาสวมใส่

“ทำตัวดี ๆ ทำตัวให้มีค่า เดี๋ยวก็มีผู้ชาย ที่ดีกว่าคุณหมอเห็นเธอจนได้”

นึกถึงประโยคนี้ของคุณชวนชม ทำให้สายบัวจำต้องหยุดซ่า เมื่อหยุดซ่าแล้วก็ร้องไห้ เสียใจ สายบัวต้องคู่ควรกับดอกบัวสีแดง

“กลับเถอะวิลาวัลย์” เมื่อชำระเงินแล้ว สายบัวเดินนำออกมาจากเธคสำหรับนักศึกษาเงินน้อย

“ลืมเขาซะเถอะบัว”

“สายบัวรอเก้อ” หญิงสาวว่าตนเองด้วยเสียงขื่น ๆ

“ป่านนี้คุณหมอกับเจ้าสาวของเขา”

สายบัวนึกถึงเพลงนอนฟังเครื่องไฟ ของพุ่มพวง ดวงจันทร์

‘เจ้าบ่าวรูปหล่อ นั้นเป็นแฟนฉัน คนสุขคือคู่บ่าวสาว คนเศร้าคือเรานอนหนาวใจสั่นฯ’

เป็นความฝันของเธอทีเดียว คืนนั้นสายบัวหลับไปพร้อมกับเสียงเพลง Wind of change ของ Scorpions เสียงเพลงเศร้า ๆ ที่ออกมาจากเครื่องเล่นที่คุณหมอซื้อให้แทนตัว

ฉันจะบอกคุณอย่างไรว่า ฉันรักคุณ สายบัวรักคุณและจะมีคุณเพียงคนเดียว เท่านั้น สัญญาว่าจะมีแต่หมอคุณเดียวในหัวใจเท่านั้น


เช้าวันรุ่งขึ้นสายบัวตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัว หญิงสาวจึงได้สติ เหล้ามันไม่ได้ทำให้อะไรต่อมิอะไรมันดีขึ้นเลย แล้วทำไมใคร ๆ จึงนิยมดื่มเพื่อดับทุกข์กันนัก

“ไงจะกลับบ้านเลยหรือว่าจะอยู่กับฉันอีกสักคืน” สายบัวกวาดสายตาไปทั่ว ๆ ห้องพักอันใหญ่โตของวิลาวัลย์ แล้วไปสะดุดกับดอกหญ้าประดิษฐ์เป็นก้านปักอยู่ในแจกัน แล้วนึกถึงดอกไม้สดที่คุณชวนชมนำมาปักเพื่อตบแต่งคฤหาสถ์ราคาหลายล้านบ้าน เปรียบกับคุณดุจเดือนเธอก็เหมือนดอกหญ้าไร้ราคา ค่าพอหรือที่จะอยู่ในแจกันทอง

“เศร้าอีกแล้วเพื่อนตรู เฮ้ยเรียกว่าอกหักก็ถูกนะเพราะเธอแอบรักเขาข้างเดียวจริง ๆ” คนเป็นเจ้าของห้องเตรียมขนมปังทาเนยและชงโอวัลตินมาให้

“เธอสะดวกหรือเปล่าล่ะ”

“สะดวก”

“วิ เธอเคยมีความรักไหม”

“เคยมีซิ ทำไมจะไม่มี ฉันก็อายุเท่าเธอ เธอมีความรักตอนอายุเท่าไหร่ฉันก็น่าจะมีตอนอายุเท่านั้นแหละ” แล้ววิลาวัลย์ก็ถอนหายใจออกมา สายบัวจ้องหน้านวลในทรงผมหยิกฟูสมสมัย

“บัว บอกตามตรงนะ ฉันเคยมีอะไรกับผู้ชายครั้งแรกตอนอยู่ ม.3 หลังจากนั้น เราก็ต่างคนต่างไป ตอนนี้เขาไปเป็นนักเรียนโรงเรียนนายร้อยแล้ว คงมียศฐาบรรดาศักดิ์ในภายภาคเบื้องหน้า ส่วนฉันก็ต้องเข้ามาหางานทำอยู่กับญาติ ได้ไปทำงานในร้านอาหาร ได้ใช้เวลามาเรียนต่อ กศน. เพื่อเอาวุฒิ ม.6 จริง ๆ ที่ฉันมีกินมีใช้ มีอะไรดี ๆ เต็มห้อง แม้ไม่ได้เอาตัวเข้าแลกเงินเป็นเรื่องเป็นราว แต่ว่า มันก็มีลูกล่อลูกชนเปลืองเนื้อเปลืองตัวเหมือนกัน..”

สายบัวไม่ได้ตกอกตกใจกับเรื่องที่วิลาวัลย์เล่าเลยสักนิด

“เรื่องนั้นฉันพอรู้”

“แต่เธอก็ไม่เคยพูด ไม่เคยถาม ขอบใจเธอมากนะบัว ถึงแม้ว่าใคร ๆ เขาจะรู้และรังเกียจฉัน แต่มีเธอคนเดียวที่ไม่ได้คิดอย่างนั้นกับฉัน เธอโชคดีนะบัวที่ชีวิตมีทางเลือก มีคนดี ๆ คอยดูแล”

“ฉันว่าความรักดูแลฉันมากกว่า ถ้าฉันไม่ได้รักคุณหมอ ฉันก็คงปล่อยชีวิตไปตามยถากรรม”

“ใช่บัว ชีวิตเราไม่ใช่ตัวเราทั้งหมดหรอก คนอื่น ๆ ที่อยู่รอบ ๆ เราก็เป็นเหตุปัจจัยได้เหมือนกัน ดูอย่างฉันไง ฉันก็คิดว่าสักวันหนุ่มนายร้อยนั่นคงจะกลับมาหาฉัน พอวันคืนผ่านพ้นไปเรื่อย ๆ เขาก็กลายเป็นอื่น ผู้ชายลองมันได้เราแล้ว เราก็เหมือนสิ่งของไม่มีค่า มันเป็นอื่นไปได้ ฉันอยู่ตรงนี้ ก็มีคนอื่น ๆ เข้ามาหาได้เหมือนกัน แล้วฉันก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูน นอกจากต้องหาข้าวกรอกหม้อให้ทางบ้านแล้ว ฉันก็ต้องการความรักความอบอุ่นเหมือนกัน”

“แล้วเธอ เออ” สายบัวอยากถามว่า วิลาวัลย์ปล่อยตัวให้ตกต่ำลงไปในลักษณะไหน

“ฉันคบหาทีละคน เราอนุญาตให้เขาเข้ามา ถ้าเขาพร้อมให้ และดูแลเรา พอเขาเบื่อเรา เขาก็ไป บางคนฉันคิดฝากหัวใจไว้ แต่ว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่จะมีคุณสมบัติเป็นแม่ของลูกของเขา เขาเจอคนที่คู่ควรเขาก็ไป เราก็ทำใจว่าเรามีตำหนิ และคิดว่าสักวัน มันจะมีใครสักคนที่ใจกว้างพอจะยอมรับ”

สายบัวนึกถึงคาสโนว่านามอารักษ์คนนั้น เธอนึกถึงเสื้อผ้าที่มีรอยลิปสติค นึกถึงเครื่องแต่งกายแนวที่เรียกเสียงกรี๊ดจากบรรดาสาว ๆ แบบนี้แล้วใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายผิด

“นึกถึงหมออีกซิ”

“ถ้าเขารุกเข้ามา ถ้าเขาต้องการ ฉันก็คงเสร็จเขา เราเจอะกันหลาย ๆ ครั้งนะวิลาวัลย์ ฉันพอรู้อยู่บ้างว่าเขาจะออกจากบ้านกี่โมง ฉันก็แสร้งเดินออกมาล่วงหน้า เขารับฉันมาส่งที่หน้ารามตั้งหลายหน แต่เรื่องที่พูดกันเห็นมีแต่เรื่องเรียนของฉันเท่านั้น บางทีเขาก็เปิดเพลงทำเป็นไม่สนใจฉันเลยสักนิด”

“ฉันเดาว่ามันเป็นวิธีบอกให้เธอรู้ว่า เขาคิดกับเธอแค่ไหน แต่มันก็ทำให้เธอมีความสุข ฉันเข้าใจ บัว ตอนนี้เธอลืมเขาไปเลยนะ คนมีเจ้าของแล้ว รักไปก็บาปเปล่าๆ”

“รักไปก็บาปเปล่า ๆ ขอบใจนะ”


บ่ายวันนั้นวิลาวัลย์กับสายบัวพากันไปเดินเล่นที่ตลาดนัดสวนจตุจักร วิลาวัลย์พาสายบัวไปที่ร้านของคนรู้จักซึ่งขายดอกไม้ประดิษฐ์ทำจากดอกหญ้าไร้ราคาที่สายบัวเคยเห็นอยู่แถว ๆ บ้านที่ตากฟ้า

“ถ้าฉันว่างฉันก็มาที่นี่แหละบัว”

“ฉันชอบที่นี่จังเลย คิดได้ไง ดอกหญ้า”

“พวกเราก็เหมือนดอกหญ้า แจกันทองที่ไหนอยากจะได้ไปประดับประดา อย่างมากก็เด็ดแซมผมยามไร้เท่านั้น”

น้ำเสียงของวิลาวัลย์ขื่นลง

คนที่วิลาวัลย์รู้จักนั้นชื่อพี่วิทยากับพี่มารินทั้งสองคนเป็นพ่อค้าคนกลางที่รับก้านดอกไม้จากหมู่บ้านที่มีการส่งเสริมอาชีพมาขายต่อ ทั้งสองคนให้ความรู้ต่าง ๆ กับสายบัวจนสายบัวรู้สึกว่า ตนเองก็พอมีฝีมืออยู่บ้าง แล้วทำไมไม่งัดฝีมือนั้นออกมาใช้เล่า

ออกจากร้านพี่วิทยาแล้วทั้งคู่ก็พากันจูงมือลัดเลาะเบียดผู้คนไปตามร้านรวงต่าง ๆ จนกระทั่งถึงร้านแกลอรี่ ขายภาพวาดและวัสดุตบแต่งบ้านแบบมีสไตล์สวยงาม

“คุณอารักษ์” สายบัวคาดไม่ถึงว่าจะได้พบคนที่เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะมาหมกตัวให้อยู่ตรงนี้ได้

“อ้าว สายบัว” อารักษ์ผละจากกลุ่มเพื่อน ๆ ออกมาหาทันที เขามองหน้าเธอแล้วยิ้มเจื่อน ๆ ให้

“ฉันเสียใจกับเธอด้วยนะ” ประโยคแรกก็เล่นเอาสายบัวแทบหน้าหงาย

“เรื่องอะไร”

“เรื่องที่เจ้าสาวคนเมื่อคืนไม่ใช่เธอไง ตายังบวมอยู่เลย”

สายบัวจ้องหน้าอย่างจะกินเลือดกินเนื้อคนที่มีหนวดขึ้นพลอมแพลมตามใบหน้า แสดงว่าเมื่อคืนคุณอารักษ์ก็ไม่ไปเป็นแขกรับเชิญงานของพี่ชายตัวเอง

“เฮ้ ไอ้รักษ์ ทำไมไม่ชวนน้องบัวเข้ามาข้างในก่อนวะ ขวางคนเดินไปมานะนั่น น้อง ๆ เข้ามาข้างในก่อน” คนข้างในที่สายบัวคุ้นหน้าร้องกวักมือเรียกวิลาวัลย์ซึ่งยิ้มบาง ๆ ให้ แล้ววิลาวัลย์ก็เฉไฉทำเป็นดูสินค้า สายบัวจึงขยับไปฉุดแขนวิลาวัลย์เพื่อที่จะก้าวออก

“ไง โกรธหรือยังไง ฉันน่าจะบอกเธอสักหน่อย บอกสักก่อนหน้านี้สักปีสองปีว่า นายแพทย์โกมุทน่ะ เขาไม่ชอบผู้หญิงตัวดำ ๆ หรอก ฉันต่างหากที่ชอบ”

ที่นี้ส่งเสียงฮาขึ้นมาจากกลุ่มเพื่อนของเขาที่นั่งอยู่ด้านใน และด้วยอะไรสักอย่างที่แล่นฉิวขึ้นมาทำให้สายบัวยั้งมือไว้ไม่ได้

บึ๊ก ! บึ๊ก !

สองบึ๊ก ทำให้คนถูกทุบที่หน้าอกทำหน้าว่าเจ็บเสียเต็มกลืน ยิ่งเป็นอย่างนั้นยิ่งเรียกเสียงฮา จากกลุ่มเพื่อนข้างในได้อีก

เมื่อรู้ว่าเป็นตัวตลกแน่ ๆ แล้วสายบัวก็ดึงวิลาวัลย์ที่ยิ้ม ๆ ขำ ๆ เดินตามมา

“ฉันถูกหัวเราะเยาะ เธอยังยิ้มระรื่นได้อีกนะ” สายบัวเสียงเขียวใส่วิลาวัลย์ทันที

“บัว ฉันว่ามันแปลก ๆ อย่างไรก็ไม่รู้”

“แปลกอย่างไร” สายบัวยังหน้างอฉึ่งเหมือนเดิม ‘อีตาบ้า อีตาอารักษ์ หน็อยอยู่ ๆ ก็ประจานเธอต่อหน้าคนหมู่มาก’ นึกแล้วแค้นเสียจริง ความรักที่เธอมีให้คุณหมอโกมุทนั้น เป็นรักแบบบริสุทธิ์ใจ มันตีค่าเป็นอย่างไรไปหรือนั่น ต้องพลีตัวถวายกายให้อย่างนั้นหรือ

“ฉันว่าเขาชอบเธอนะ”

“อี้ จ้างก็ไม่มีทางชอบตอบคนอย่างนั้น ฉันไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้ คนขี้เกียจ เธอรู้ไหม ฉันอยู่ที่บ้านเขามาสองปีกว่า ฉันไม่เคยเห็นเขาทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง เสื้อผ้าที่ใช้แล้วยังถอดไม่ได้ตรงตระกร้าเลย ขว้างกระจายไปทั่วห้องหมอ กางเกงในงี้มีแต่คราบอะไรให้เต็มหมด” คนพูดทำ
หน้าสะอิดสะเอียน

“ไม่ได้พี่ ได้น้องก็ยังดีนะบัว”

“นี่เราพูดเรื่องเดียวกันอยู่หรือเปล่าเนี่ย”



หลายวันเต็มทีที่สายบัวพยายามตัดใจให้ลืมคุณหมอ แต่เธอก็ทำไม่ได้ ต้นไม้ต้นที่อยู่หลังห้องแม้มันจะแผ่กิ่งก้านบดบังแต่เธอก็มองเห็นห้องนอนนั่นจนได้

“เก็บใจกลับมาอยู่กับตัวได้แล้ว แม่สายบัว” คุณชวนชมมักจะเตือนสติ เมื่อเห็นสายบัวเผลอไผล คิดไปไกล

“อยากให้เขาเลิกกันซิ”

“ทำไมคุณรู้เล่าคะ” คำพูดแบบคนกรุง ดูเป็นธรรมชาติขึ้น

“อาบน้ำร้อนมาก่อน มันบาปรู้ไหม และที่สำคัญคิดซิว่า ถ้าเขาเลิกกัน อย่างคุณหมอเขาจะมาสนใจเธอ เธอมันก็แค่เด็กในบ้าน แค่คนรับใช้ แถมเป็นในบ้านที่ถือว่าเป็นศัตรูหัวใจแม่เขาด้วย ฉันพูดเล่นนะ”

“แต่มันก็เป็นความจริง ขอบพระคุณนะคะที่เตือนสติ”

“สำบัดสำนวน สมกับเป็นนักศึกษารามคำแหง”

“เป็นเพราะได้อยู่ใกล้ ๆ กับคุณชวนชมมากกว่า”

“กินน้ำใต้ศอกเขา หาได้มีความสุข ดูคนบ้านนี้เป็นตัวอย่าง สมัย
นั้นคิดว่าเงินสำคัญ แล้วเป็นไง มีเงินแต่ไร้หัวใจ ทุกข์ตรอมตรม ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันเชื่อว่าคุณจารุวรรณ เธอเลือกความรัก แม้จะกัดก้อนเกลือกิน แต่มันคงจะมีความสุขมากกว่านี้”

“เล่าให้ดิฉันฟังทำไมคะ ไม่ได้อยากรู้”

“ก็แค่อยากเล่า ชีวิตของคน ๆ หนึ่งที่เดินผ่านไปแล้ว มันเป็นบทเรียนที่ควรศึกษา กรณีศึกษา อยากเจ็บปวดก็เดินซ้ำรอยกันไป เธอยังสาว แถมสวยขึ้นทุกวันๆ เธอมียังโอกาสเลือก ไม่ใช่คุณหมอ ใช่ว่าเธอจะหาผู้ชายดี ๆ ไม่ได้ เอาไหม ถึงฉันจะเป็นแค่คุณแม่บ้าน ฉันรู้จักคนเยอะนะ แต่เพื่อนๆ ฉันแต่ละคน ก็ระดับหัวหน้ากรม หัวหน้ากอง เป็นใหญ่เป็นโต เป็นชนชั้นกลางเยอะแยะ ลูกเต้าเค้าก็คงไม่รังเกียจเธอเหมือนกับหลานของพวกหม่อมหลวง”

สายบัวยิ้มน้อย ๆ แปลก ที่เธอไม่ได้ตื่นเต้นดีใจกับกับสิ่งที่คุณชวนชมเสนอ

ภาพของหมอโกมุทยังติดตรึงอยู่ในหัวใจไม่รู้ลืม วันที่เธอลืมตาตื่นจากอาการสลบเมื่อรู้ว่าตาขาดใจแล้วนอกจากคุณพยาบาลแล้ว เธอเห็นเพียงแต่เขา รอยยิ้มพิมพ์ใจ ช่วงไหล่ผ่าเผย ท่าเสยผมที่ปกหน้า ดวงตาอารี หางตาชี้ขึ้น แล้วภาพนั้นก็ไม่เคยห่างหายจากความทรงจำนั้นเลย เมื่อยังไม่มีรักใหม่แล้วไยเธอจะต้องปล่อยให้สิ่งสวยงามนั้นหลุดมือไปทำไมเล่า

ความรักทำให้เธอมีกำลังใจ เธอเป็นอย่างทุกวันนี้ได้ เพราะเธอมีรักให้คุณหมอโกมุทไม่ใช่หรือ



จุฬามณีเฟื่องนคร
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 3 เม.ย. 2554, 21:00:30 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 3 เม.ย. 2554, 21:01:28 น.

จำนวนการเข้าชม : 2337





<< ตอนที่ 5   ตอนที่ 7 >>
หมูบิน 3 เม.ย. 2554, 23:42:46 น.
XD ดีใจจังค่ะ


songsee 4 เม.ย. 2554, 00:21:03 น.
มารอตอนต่อไปจ่ะ


pattisa 4 เม.ย. 2554, 03:42:29 น.
ชอบความคิดของ วิลาวัลย์จัง


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account