รักก็คือรัก(เรื่องสั้น)
รัก... คือความรู้สึกดีๆ หากจะมีความหมายก็คงอธิบายไม่ได้ เพราะความหมายนั้นคงเปลี่ยนไปแล้วแต่ใครสักคนจะนิยาม
Tags: รัก, ซึ้ง, สบาย, คิดถึงนะ, รชต

ตอน: รักก็คือรัก part 4

“วันนี้ทำไมทำหน้าเศร้านะคุณรัตนมณี” เสียงชายหนุ่มกระเซ้าขณะที่นั่งลงที่เก้าอี้ไม้ข้างเธอ
ก้อนเมฆสีเทาล่องลอยไปอย่างช้าๆ พระอาทิตย์กำลังทำงานอย่างหนักเพราะเจ้าก้อนเมฆเหล่านี้มักจะพัดผ่านบัดบังแสงอาทิตย์อยู่เสมอ ซึ่งดวงอาทิตย์ก็คงไม่ต่างจากใจคนที่มักจะมีเรื่องรบกวนอยู่บ่อยครั้ง

“เศร้ายังไงคะคุณวาคิม คุณจะให้ฉันยิ้มตลอดหรือไง คนอื่นก็จะหาว่าฉันบ้าสิ”

“คนที่กำลังจะแต่งงานหัวเราะตลอดก็ไม่มีใครว่าหรอก”

“บ้าล่ะสิ” หญิงสาวตีหน้ายักษ์ ยิ้ม แล้วส่ายศีรษะ

วาคิมหัวเราะ สิ่งที่เขาต้องการเสมอคือรอยยิ้มของเธอ นัยน์ตาสีดำขลับสบกับเธอตรงๆ อย่างจริงใจ “มีเรื่องอะไรก็บอกเราแล้วกัน อย่าหาว่าเป็นเรื่องรบกวนอะไรเลย”

“จ้า... เพื่อนที่แสนดี” รัตนมณีก้มดูนาฬิกาข้อมือ “เราคงต้องไปแล้วล่ะ แล้วเจอกันนะ”

ร่างบางลุกขึ้นเดินออกจากร้านไป วาคิมมองเธอจนลับตาดังเช่นทุกครั้ง หันไปมองลูกค้าที่นั่งอยู่อีกด้านเผื่อต้องการอะไรเพิ่มเติม แต่ก็ไม่มีอะไร เขาเก็บแก้วอย่างใจเย็นเดินเข้าเคาท์เตอร์ของตนเอง

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังอีกครั้ง เจ้าของร้านเงยหน้าขึ้นมอง ริมฝีปากเขายิ้มโดยอัตโนมัติ หญิงสาวตาโตคนเดิมเดินมาหาเขา

“อุ๊ย! มันเหมาะกับคุณจริงๆ นะ”

วาคิมรีบหุบยิ้มกับคำทักคำแรกของหญิงสาว “คุณน่าจะรู้นะว่าเสื้อผ้าจะสวยเนี่ยมันขึ้นอยู่กับนายแบบ”

“ใช่เหรอคะ” สริดายิ้มกว้าง “ฉันเคยได้ยินว่าเสื้อผ้าจะดูดีเมื่อไม้แขวนดูธรรมดาธรรมชาติมากที่สุด”

“นี่คุณมาหาเรื่องผมใช่ไหมเนี่ย”

“เปล่านะคะ” หญิงสาวปฏิเสธเสียงดัง

“ครับ...” ชายหนุ่มลากเสียงยาวแต่เบามาก เขายกนิ้วชี้วางที่ปาก บอกให้เธอลดเสียงลง “แล้วคุณจะรับอะไรดีครับคุณลูกค้า”

“คา รา เมล คา ปู ชิ โน่ ปั่น ด้วยนะคะ” เธอเน้นย้ำเสียงเบา ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ติดสวนด้านหน้า

รอเพียงไม่นานเครื่องดื่มที่สั่งก็ถูกวางอยู่ตรงหน้า คนเสิร์ฟใบหน้าเรียบเฉยไม่พูดอะไร วางแก้วเสร็จก็เดินกลับทันที

“คุณคิมคะ”

เสียงใสทำให้เจ้าของชื่อชะงักเท้า “ครับ”

“ฉันเห็นต้นไม้หน้าร้านเยอะเลย”

สริดาไม่กล่าวต่อทิ้งไว้แค่หัวข้อเหมือนประโยคบอกเล่าแต่เขาก็แปลได้ว่าเธอคงจะถามว่าเขาเอาต้นไม้มาวางอะไรมากมาย

“พอดีเย็นนี้ผมจะลงต้นไม้เพิ่มน่ะ”

“อ๋อ...”

สริดาไม่ถามอะไรต่อ วาคิมก็เดินกลับไปยังที่ของเขา ความเงียบเข้าครอบคลุมไปทั่วร้าน แม้จะมีเสียงดนตรีบรรเลงก็เหมือนไม่มีความหมาย นานๆ ครั้งถึงมีเสียงหัวเราะของลูกค้าอีกโต๊ะดังขึ้น แต่เมื่อลูกค้าสองคนจากไป ในร้านก็ไม่มีเสียงอะไรนอกจากเสียงเพลง

“สวนคุณสวยนะคะ” สริดาเป็นผู้ทำลายความสงบ

“ผมก็ว่างั้นอ่ะ” วาคิมยกตัวเองต่อ “วันไหนไม่มีลูกค้าผมก็ออกไปจัดสวนอยู่ข้างนอกนี่แหละ”

“สวนนี่คุณจัดเองเหรอ” หญิงสาวทำตาโตมากกว่าเดิม ถึงบุคลิกของเขาจะไม่เข้ากับการเป็นบาริสต้า แต่ก็ไม่เหมือนกับนักจัดสวน

“ผมสิครับ” ชายหนุ่มรู้สึกพอใจกับท่าทางแปลกใจของเธอ เขาอยากลุกไปนั่งตรงเก้าอี้ที่ว่างข้างหน้าต่าง ตรงข้ามกับเธอ “ท่าทางคุณไม่ใช่คนที่นี่นะครับ คุณมาทำงานเหรอ”

“พอดีพี่ชาย ไม่สิเจ้านายฉันให้มาช่วยดูงานที่นี่น่ะค่ะ อีกสักเดือนก็คงกลับบ้าน” เป็นครั้งแรกที่เมื่อพูดถึงบ้านแล้วทำให้ใจหาย เหมือนกับว่าขาดบางสิ่งกำลังจากเลือนหายไป

“ผ่านมาทางนี้ก็แวะมาที่ร้านบ้างนะครับ” วาคิมมีหลายความคิดอยู่ในหัว มีหลายสิ่งที่อยากพูด แต่เขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไร อาจจะเป็นเพราะอากาศที่ร้อนทำให้สมองของเขาทำงานได้น้อยลง

เหมือนสายลมพัดมาประทะผิวหน้า สริดารู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก “เอาเป็นว่าตอนที่ยังอยู่ที่นี่ฉันจะแวะมาบ่อยๆ ก็แล้วกันค่ะ”

สายลมเปลี่ยนทิศพัดพาความสดชื่นมาให้กับวาคิมบ้าง ทว่าอยู่ได้เพียงชั่วอึดใจก็สลายไปอย่างไร้ร่องรอย “ขอบคุณที่แวะมานะครับ ช่วงเดือนนี้ผมให้น้องมาช่วยเฝ้าร้านเป็นบางวันคุณไม่ต้องแปลกใจนะครับ แต่รสชาติกาแฟอาจจะไม่อร่อยเท่าที่ผมทำให้ก็แค่นั้นเอง ”

แม้จะรู้สึกใจหายแต่ก็อดหมั่นไส้คนหลงตัวเองไม่ได้ “หวังว่าคงไม่มากนะคะ”

“นิดเดียวเองครับ นิดเดียว”

ต้นไม้สีเขียวถูกขนย้ายลงจากรถมารวมกัน เหมือนสวนเล็กๆ ที่ที่เจ้าของไม่ได้ตั้งใจจัด ไม่ยืนต้นที่ลงไว้เริ่มแตกยอดใหม่ เจ้าของบ้านเดินออกมารับด้วยตัวเธอเอง

“ตรงมุมนั้นน่าจะสร้างศาลาสักหลังดีไหมแก้ว” วาคิมชี้ไปที่มุมหนึ่งซึ่งเงียบสงบ

“ก็ดีนะ อาจปลูกต้นไม้เพิ่มหน่อยจะได้เย็นๆ” หญิงสาวคว้าแขนชายหนุ่มอย่างเคยชิน เดินเข้าไปในตัวบ้านด้วยกัน

“ตั้งแต่เรามาไม่เคยเห็นแฟนแก้วสักครั้งเลยนะ เอ... เราไม่เคยเจอกันเลยมั้ง”

“เขาก็ยุ่งตลอดแหละ ก็มีแต่น้องเขาล่ะที่มาดูแลเรื่องบ้านนี่ให้ ลูกพี่ลูกน้องน่ะ นั่นไง” รัตนมณีหันไปทางที่ผู้หญิงอีกคนกำลังมองมาทางพวกเขา

วาคิมแปลกใจไม่นึกว่าจะเจอเธอที่นี่ สริดาก็คงแปลกใจไม่แพ้กัน เธอยืนทำหน้าว่างเปล่าก่อนที่จะยิ้มส่งให้

“อ้อ... ใช่สิ” รัตมณีจำได้ “คงรู้จักกันสินะ เมื่อวันก่อนที่เราไปที่ร้านก็เจอฝนเดินเข้าไปพอดี”

“ไม่คิดว่าจะเจอคุณที่นี่นะคะ” สริดาเดินเข้ามาหาทั้งสองคน

“ผมแปลกใจเหมือนกัน คุณออกแบบได้สวยมากนะ” วาคิมกล่าวชม มองบ้านที่ดูเรียบร้อย

เสียงโทรศัพท์ของรัตนมณีดังขึ้น เธอขอตัวออกไปรับข้างนอก ทิ้งให้สองคนคุยกันไป

“ฉันไม่คิดเลยนะคะว่าคุณจะรู้จักพี่แก้ว” เขายังจำภาพสนิทสนมของทั้งสองได้ติดตา มือของว่าที่พี่สะใภ้เกาะแน่นที่แขนของเขา “เหมือนจะสนิทกันมากนะคะ”

สีหน้าของชายหนุ่มยังเรียบเฉย หากแต่แววตาดำขลับคู่นั่นไว้แววสุกใสอย่างที่เคยเห็น เขายิ้มเหมือนฝืดฝืนให้กับผนังอีกด้าน ไม่ได้สบตากับเธอ

“ครับ เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผม พี่คุณโชคดีมากนะ”

“ฉันก็คิดอย่างนั้นค่ะ”

เสียงหนักแน่น เข้มแข็งของหญิงสาวเรียกให้เขาหันไปสบตากับเธอโดยตรง คนอื่นมักจะรู้ความในใจของเขาได้โดยง่าย เธอก็คงรู้ แต่ทำไมเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาไม่เคยรู้อะไรเลย

ก็คงไม่แปลกถ้าเธอจะรู้สึกหึงแทนพี่ชายของเธอ วาคิมรีบยิ้มหวานส่งให้เธอ “วันนี้ทำไมคุณดูดุจังเลยล่ะครับคุณฝน”

“ฉันดุเหรอ เมื่อไรกัน” สริดาหลบตาได้ทัน เธอไม่อาจสบตาเขาได้นานไม่ว่าตอนไหนก็ตาม

“ฝนจ๊ะ” เสียงหวานเรียกจากหน้าบ้าน เธอเดินเข้ามาพร้อมกับผู้ชายอีกสองคนที่ช่วยกันแบกแผ่นอะไรบางอย่างเข้ามาด้วย “รูปมาแล้วล่ะ ติดเลยดีไหม”

คนถูกถามใจเต้น หันไปมองผู้ชายอีกคนที่ยืนให้ความสนใจกับสิ่งที่น่าจะเป็นรูปซึ่งถูกห่อมาอย่างดี เธอไม่รู้สึกว่าความคิดของว่าที่พี่สะใภ้จะเป็นความคิดที่ดีนัก “รอพี่หนึ่งมาก่อนก็แล้วกันนะคะ จะได้ช่วยกันลงความเห็นว่าจะติดไว้ตรงไหนบ้าง”

รัตนมณีพยักหน้าเห็นด้วย รูปที่ว่าถูกวางพิงผนังไว้ ผู้ชายสองคนเดินกลับไปเพื่อไปยกรูปอื่นๆ เข้ามาอีก

“งั้นก็รอก่อนดีกว่า”

สริดารู้สึกโล่งใจ ถึงจะรู้ว่าสักวันผู้ชายสองคนนี้ก็คงได้พบกัน แต่เขาอยากให้ยื้อเวลาให้นานที่สุดที่พวกเขาจะรู้จักเห็นหน้าค่าตากัน คงถึงเวลาที่เธอต้องขอตัวไปทำงานต่อ เธอไม่อยากยืนอยู่ในที่ที่เขามองผู้หญิงอีกคนด้วยความห่วงใยแบบนี้

“คิม” เสียงผู้หญิงอีกคนดังขึ้นก่อนที่สริดาจะได้ทันพูด

“อยากเห็นหน้าว่าที่เจ้าบ่าวไม่ใช่เหรอ” เธอยิ้ม เดินไปที่รูปบรรจงแกะห่อพลาสติก

“เอ่อ... พี่...”

“อยากสิ จะหล่อแค่ไหนกันเชียว” ชายหนุ่มไม่ว่าเปล่าเดินเข้าไปช่วย ยักคิ้วให้ผู้หญิงอีกคนที่แทบจะเต้น

ทันทีที่กระดาษชิ้นสุดท้ายถูกแกะออกรูปคู่บ่าวสาวก็เผยออก หน้าตาทั้งคู่ราวเทพเจ้าสร้างมาให้คู่กัน เจ้าสาวในชุดสีขาวสะอาดตา ใบหน้าแย้มยิ้มมีความสุขเขาคุ้นตาเธอเป้นอย่างดี เจ้าข่าวหน้าตาดี คมเข้มอมยิ้มแบบมีเสน่ห์ที่เขาเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

รอยยิ้มสดใสของเขาถูกกลืนลงไป เขาสบตากับดวงตากลมโต เธอไม่พูดอะไร แต่ภาพที่เห็นมันก็แจ่มชัดอยู่ในตัวของมันเอง ผู้ชายที่เธอคุยอย่างเคร่งเครียดเมื่อวันนั้นกับปัญหาเดิมๆ เขาบอกให้เธอช่วยเข้าใจ แม้ได้ยินไม่ชัดเจน แต่สรุปได้สั้นๆ ก็คือปัญหาของผู้หญิง

ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่แฟนเก่าแต่เป็นพี่ชายของเธอ มีปัญหามากมายเกี่ยวกับผู้หญิง และที่สำคัญคือผู้ชายคนนั้นกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงที่เขารักมากมาย

“เราคุ้นหน้าแฟนแก้วมากเลยนะ เหมือนจะเคยเห็น...”

“อำเภอเล็กๆ แค่นี้คุณก็คงเคยเห็นล่ะค่ะ” เสียงสริดาดังขึ้น

“ก็นั่นสิ” รัตนมณีมองรูปของตนเอง ยิ้มอย่างมีความสุข “ช่างถ่ายรูปสวยมากเลยเนอะ”

ชายหนุ่มจ้องตา หญิงสาวก็จ้องตอบ เธอและเขาต่างรู้ว่าต่างคนต่างมีคำถามมากมายอยู่ภายในใจ ซึ่งก็คงต้องคุยกันอีกยาว แต่ว่าว่าที่เจ้าสาวคนที่ยืนข้างๆ จะมีคำถามใดที่อยากจะถามหรือไม่ เพราะโลกของเธอไม่ว่าตอนไหนมันคงจะสวยงามไร้ขอกังขา


______________________________________________________________

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่ะ หวังว่าจะสนุกกับนิยายนะคะ ตอนหน้าก็จบแล้ว ขออนุยาตไปอัพวันจันทร์นะคะ ^_______^







รชต
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 4 พ.ค. 2556, 15:30:36 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 4 พ.ค. 2556, 15:30:36 น.

จำนวนการเข้าชม : 1193





<< รักก็คือรัก part 3   รักก็คือรัก part 5 "จบแล้วจ้า..." >>
mhengjhy 4 พ.ค. 2556, 15:50:56 น.
โอ่ย ปวดหัวแทน


คิมหันตุ์ 4 พ.ค. 2556, 16:41:49 น.
เอาละไง. เค้าลางวุ่นๆมาเต็ม


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account