รักวุ่นวายของยัยตัวแสบ (Green Rose 1#)
"มารุ" ฉันกับเค้า คงเป็นแค่เส้นขนานที่บังเอิญมาเจอกันอีกครั้งแค่นั้นเอง

"ยูกิ" ผมเคยทำร้ายเทอด้วยวิธีที่เลวที่สุด จนเสียเธอไป แต่ต่อจากนี้ เธอคือคนเดียวที่ผมจะทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้เธอกลับคืนมา ต่อให้แลกด้วยความตาย ผมก็ยอม

"คิมหันต์" ความสุขของผมคือเธอ เธอคือคนที่ฉุดผมขึ้นมาจากอดีตที่เลวร้ายเหล่านั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมพร้อมที่จะปกป้องเธอทั้งตัวและหัวใจ

Tags: Green Rose

ตอน: 1: บทนำ

เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่
จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป
แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้าง
จนกระทั่งความจริงนั้นเข้ามาทำให้เราเจ็บปวดอีกครั้ง

..........

มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง

“หมูสองไม้ ข้าวเหนียวห่อนึงค่ะป้า”

“ไก่ทอดดดดดดดดดดดดด ฉันจะไปรอร้านนั้นนะโว้ย”

“เฮ้ยยยย พวกเอ็งรอด้วย ”

“อนุสาวรีย์ ครับ ขึ้นเลยๆ”

“หลบหน่อยค่ะ หลบหน่อย”

บลาๆๆๆๆๆๆ

“วุ่นวายใช้ได้ เมืองกรุงหนอเมืองกรุง”

ฉันบ่นพึมพำกับตัวเองเมื่อเห็นความวุ่นวายของเมืองกรุงที่ใครต่อใครต่างขนานนามกันไว้ คนก็เยอะ รถก็เยอะ แถมยังรถติด ไม่ได้กลับมาปีกว่าๆ สงสัยต้องเริ่มปรับตัวใหม่ ลืมบอก เมื่อกี้ฉันเกือบโดนแก้วกาแฟคว่ำใส่หน้าแล้วล่ะ ดีนะที่หลบทัน

ฉันเป็นนักศึกษาใหม่ที่เพิ่งย้ายมาเรียนที่นี่ ก่อนหน้านี้ ฉันและเพื่อนนั่งรถประจำทางมาถึงหน้ามหาลัย อ้อ!ลืมบอกไปว่าฉันและเพื่อนๆเพิ่งย้ายมาเรียนที่นี่ แต่เป็นการย้ายมาจากอีกวิทยาเขตหนึ่งในต่างจังหวัด เข้ามาเรียนในมหาลัยใหญ่ที่กรุงเทพแห่งนี้ ซึ่งนักศึกษาชั้นปีที่2 บางคณะจะได้ย้ายมาเรียนที่นี่ตามระเบียบที่ตั้งไว้

และเป็นเรื่องบังเอิญอีกเช่นกัน ที่เพื่อนกลุ่มเดียวตั้งแต่สมัยมัธยมของฉันได้ย้ายมาที่วิทยาเขตนี้ด้วย

ก้าวแรกที่พวกเราเดินเข้ามาในอาคาร จากตอนแรกที่เสียงดังคึกคัก กลับกลายเป็นว่าทุกเสียงเงียบลงในพริบตา และต่างจ้องมองมาทางพวกฉันเป็นตาเดียว

“เรามีอะไรผิดปกติหรอ”ยัยปอยเริ่มสงสัย

“นั่นดิ ทำไมมองกันจัง”ฉันเองก็สงสัยเหมือนกันกับยัยปอย พอตั้งสติได้ทุกคนจึงตรวจดูสภาพของตัวเองอย่างอัตโนมัติ

“แกติดกระดุมมาครบรึป่าวอึนเฮ”ยัยเหมยซานหันไปแซวยัยอึนเฮจอมโก๊ะ ยัยนี่ชอบปล่อยไก่ในที่สาธารณะบ่อยๆ

“โหยยย ยังจะแซวอีก ฉันตรวจดูตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วเว้ย เรียบร้อยดี สวยตั้งแต่หัวจรดเท้าย่ะ ” ยัยอึนเฮโพสท่าเหมือนนางแบบบนหน้าปกนิตยสาร ยัยนี่ก็นะ ทำอะไรไม่ได้เห็นแก่หน้าเพื่อนบ้างเล้ยยยยย

“ รีบขึ้นห้องกันเถอะ เดี๋ยวจะสายนะ ”ประโยคเรียบง่ายแบบนี้ไม่ใช่ของใครอื่น เป็นของยัยแอนนิต้า ผู้มีความสงบในตัวเองที่สุดในกลุ่ม ฮ่าฮ่า

หลังจากที่พวกฉันมองตากันเป็นสัญญาณให้รู้ว่าควรจะรีบไปจากตรงนี้ แต่ละคนจึงรีบตั้งหน้าตั้งตาเดิน และมาถึงห้องโดยสวัสดิภาพ ถ้าเปรียบเทียบพวกฉันเป็นก้อนน้ำแข็งฉันว่าคงละลายไปกับสายตาพวกนั้นแล้วล่ะ

สงสัยคงคิดว่าพวกฉันมาจากวิทยาลัยนานาชาติล่ะสิ แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า ผิด! สมองอย่างพวกฉัน เรื่องภาษาเรียกว่าง่อยขั้นเทพจ้า ฮ่าฮ่า เราทั้งหมดสอบติดที่เดียวกันแต่คนละสาขา

เริ่มต้นที่ยัยปอย สาวไทยแท้แต่ไม่ค่อยเป็นกุลสตรีสักเท่าไหร่ ทำอะไรไม่ค่อยจะเป็นหญิงกับเค้าเลยเคยถึงขนาดท้าต่อยกับพวกผู้ชายมาแล้วสมัยเรียนมัธยม และก็ไม่น่าเชื่อว่ามันจะต่อยชนะ นับตั้งแต่วันนั้นมาทุกคนที่โรงเรียนเก่าก็ขนานนามมันว่า “เจ้โหด” และวีรกรรมของมันครั้งนั้นเองทำให้กลุ่มของเรามีอิทธิพลขึ้นมาเป็นที่หนึ่งของโรงเรียนในระยะเวลาแค่ไม่กี่วัน แต่ตอนนี้เจ้โหดของเรากลายเป็นสาวมั่นไปแล้วล่ะ แต่ยังไงก็เถอะ อย่าทำให้เจ้ของพวกเราต้องโหดเชียวนะ นางจะสวมวิญญาณมือตบจากทีมวอลเล่บอลสมัยมัธยมขึ้นมาทันที และอนุภาคการทำลายร้างของนาง กินระยะความกว้างมากกว่าห้าร้อยเมตร ฮ่าฮ่า ส่วนเรื่องความรัก.....เล่ามาซะขนาดนี้คิดว่าจะมีคนกล้าจีบมันหรอ แค่เค้าเห็นตอนมันกระโดดตบลูกวอลเล่ ผู้ชายพวกนั้นคงขนลุกขนพองไปตามๆกัน และถ้าจะบอกว่ามันเป็นสาวสวยประจำ สาขาการตลาด จะมีใครเชื่อฉันบ้าง

คนที่สอง สาวหมวยสาขาธุรกิจระหว่างประเทศ พวกฉันเรียกมันว่ายัยฟันเหล็ก เอ้ย!!ยัยเหมยซานที่เป็นถึงลูกครึ่งไทยจีน คนอะไร หวานจนเลี้ยน ยิ่งสีชมพูที่เป็นสีโปรดของมัน กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตมันแล้วล่ะ ของใช้แทบจะทุกอย่างต้องเป็นสีชมพูหมด ไม่เว้นแม้แต่…. เอ่อ คิดกันเอาเองนะ ฮ่าฮ่า พวกฉันชอบเรียกมันว่า ยัยหมวย ก็หน้านี่สิหมวยได้ใจเลย แถมยังใส่เหล็กดัดฟันให้ตัวเองดูเด่นกว่าทุกคนในกลุ่มอีก จนพวกฉันเองอดหมั่นใส้ไม่ได้ ความน่ารักสดใสของมันสะกดใจชายหลายต่อหลายคน แต่ก็มีอันต้องเลิกกันไปทุกทีแต่ก่อนเลิกเนี่ยสิมีเรื่องมีราวใหญ่โตตลอด ส่วนพวกฉันได้แต่คอยช่วยมันแก้ปัญหา และก็คงจะต้องภาวนาขอให้มันเจอรักแท้สักที

คนที่สาม สาวน้อยประจำสาขา การท่องเที่ยวและการโรงแรม ยัยยุนอึนเฮสาวน้อยลูกครึ่งไทยเกาหลี ที่ออกจะโก๊ะๆเปิ่นๆจนเป็นลักษณะส่วนตัวไปแล้ว เรื่องบ้าผู้ชายหล่อๆพวกฉันยกให้มันเป็นที่หนึ่ง มันเป็นแฟนคลับศิลปินและดาราทุกคนที่หล่อขั้นเทพไม่ว่าจะในเมืองไทย เกาหลี หรือ ญี่ปุ่น เวลาว่างของมันคือการตามไปให้กำลังใจศิลปินดาราพวกนั้น แต่พอจะมีแฟนกับเค้าน่ะหรอ ก็ต้องเลิกก่อนครบรอบสองเดือนทุกที เพราะมันเอาเวลาไปให้ศิลปินดาราพวกนั้นมากกว่า และก็เพราะว่ามันเป็นคนบ้าผู้ชายชนิดที่คลั่งไคล้จนเวอร์ พวกฉันเลยห่วงกลัวว่ามันจะโดนผู้ชายหล่อๆแต่ไม่คิดจริงใจหลอก จนตอนนี้มันก็ฟังคำที่พวกฉันเตือนนะ ฟังจนมันไม่กล้าจะรักใครเลยเพราะมันกลัวว่าเค้าจะหลอกมัน มันบอกกับพวกฉันว่าบางทีความสุขของมันอาจเป็นได้แค่คนแอบรักก็ได้

คนที่สี่ ยัยแอนนิต้า สาวน้อยนักกฎหมาย สาวหน้าหวานลูกครึ่งไทยอังกฤษที่เพียบพร้อมทุกอย่าง อย่างกับกุลสตรีไทยแท้แต่ปางก่อนโน้นนน ถ้าเทียบกับทุกคนในกลุ่มมันคือคนที่เหมาะสมกับคำว่าผู้หญิงไทยมากที่สุดแล้ว เรียบร้อยไม่เคยที่จะมีปัญหากับใคร บางครั้งก็เงียบจนพวกฉันคิดว่าลืมมันไว้ที่ไหนสักที่ เรื่องงานบงงานบ้านก็เป็นมันนี่แหละที่คอยจัดแจงทุกอย่างให้เรียบร้อยชนิดที่ว่าผู้หญิงด้วยกันอย่างพวกฉันยังอาย เรื่องความรักของมันอย่าหวังว่าจะได้ยินมันเอ่ยปากบอกว่าชอบใครเพราะไม่มีทางแน่นอน อ้อ!จะเห็นมีก็แต่ผู้ชายคนนั้นที่เป็นรักครั้งแรกของมัน ที่มันยังคงไม่ลืมและดูจะชอบมากกว่าเดิมด้วย เมื่อพวกฉันถามถึงผู้ชายคนนั้นมันบอกว่าถ้ามันได้เจอเค้าอีกครั้งมันจะสารภาพรักกับเค้า ซึ่งพวกฉันก็ยังหวังที่จะได้เจอผู้ชายคนนั้นเป็นบุญตาอยากเห็นว่าจะหน้าตาดีขนาดไหน ถึงทำให้เพื่อนของพวกฉันรักอย่างไม่รู้ลืมได้ขนาดนี้

และคนสุดท้าย ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นฉันเอง ฉันเรียนสาขา ภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล ฉันชื่อ ไอชิมรุ หรือ มารุ ฉันเป็นลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น แต่ไม่ค่อยจะเหมือนญี่ปุ่น แม่บอกฉันว่า ฉันเป็นเชื้อห่างแถวหน้าตาค่อนไปทางพ่อหมด ยัยพวกนั้นบอกว่าฉันเป็นคนดื้อเงียบ และเอาแต่ใจ ที่สำคัญ เก่งแต่ปาก ฉันคิดว่าบางเวลามันก็เป็นความจริงนะใครมันจะไปเก่งได้ตลอดเวลาเหมือนยัยปอยล่ะ ฉันสู้กับผู้ชายไม่ได้สักหน่อย ต่อยกับผู้ชายฉันแพ้ชัวร์ๆเลย เพราะฉะนั้นฉันไม่เถียง เรื่องความรักของฉัน ฉันคิดว่าฉันจะไม่รักใครอีกแล้ว ฉันเข็ดขยาดกับมันมาก ฉันไม่อยากโดนหลอก ไม่อยากโดนหักหลังเหมือนครั้งที่ผ่านมา มันทำให้ฉันกลัวความรักไปเลยล่ะเพราะการถูกคนที่รักหักหลังทั้งที่ไว้ใจตลอดแบบนั้น มันทรมาน และความรักครั้งนั้นมันก็คือจุดจบและเป็นความรักครั้งเดียวของฉันที่มันจะไม่มีอีกแล้ว

และ เราทั้งหมดห้าคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มัธยมปลาย เราสนิทกันมาก ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรเราจะช่วยกันแก้ปัญหาและผ่านมันมาด้วยกันตลอด ส่วนเรื่องทะเลาะกันน่ะหรอ บอกเลยว่า บ่อยมาก! แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร สุดท้ายเราก็ยังอยู่กันครบห้าคนเหมือนเดิม

“มารุ!แกหลับในหรอวะ”
ยัยปอยเป็นคนดึงฉันออกจากอาการเหม่อ แหม ยัยนี่ฉันกำลังคิดอะไรเพลินๆเลยเชียวมาหาว่าฉันหลับใน

“สงสัยเมื่อคืนมันตื่นเต้นที่จะได้มาเรียนที่ใหม่ เลยนอนไม่หลับ ”ยัยอึนเฮสมทบอีกคน

“คิดไรเพลินๆต่างหากเว้ย ”ฉันหันไปตอบหน้าตานิ่งๆ แต่จะว่าไปแอร์เย็นๆแบบนี้มันก็ชวนง่วงเหมือนกันแฮะ

“อีก20นาทีเข้าเรียนวิชาแรกนะ”ยัยแอนนิต้าเปิดปากขึ้นมาด้วยไอ้เรื่องเรียนน่าเบื่อนี่อีกตามเคย

“โห่.....รู้แล้วยัยแอน นี่แกกะจะตั้งใจเอาเกียตินิยมเลยใช่ม่ะ ”
ยัยเหมยซานบ่นพึมพำขึ้นมา ก่อนจะก้มหน้าลงไปดูนิตยสารดาราเหมือนเดิม

“นั่นดิ ว่าแต่ว่า ตั้งแต่ฉันมาที่นี่ฉันยังไม่เห็นเจอคนน่าตาดีเลยอ่ะ”

“เฮ้อออออออออออออ” ทุกคนส่ายหน้าและถอนหายใจพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย วันๆยัยอึนเฮคงไม่คิดจะทำอะไรนอกจากนั่งมองหาคนหล่อ

เข้าเรียนวิชาแรก วันนี้เป็นวิชาเรียนรวมที่นักศึกษาแต่ละชั้นปีจะมาเรียนในวิชาเดียวกันและในหอประชุมพร้อมกัน วันนี้ช่วงเช้าเป็นตารางเรียนของนักศึกษาปี2 ซึ่งก็คือพวกฉันเอง ในหนึ่งสัปดาห์ พวกฉันจะมีตารางเรียนที่ได้เรียนพร้อมกันแค่สองวัน เพราะในหนึ่งภาคเรียนจะมีเรียนวิชารวมแค่สองวิชา ส่วนวันอื่นก็ต้องแยกย้ายกันไปเรียนในสาขาของตัวเอง จะเจอกันก็ตอนกลับบ้านพักที่เช่ากันอยู่

และแล้วการเรียนวันแรกของพวกเราก็ผ่านไปได้ด้วยดี พวกฉันเดินออกจากหอประชุมด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ก็แหงแหละ มันผ่านไปได้ด้วยดีนิ เพื่อนใหม่ต่างสาขาพวกนั้นก็ออกจะไม่มีพิษภัยอะไร เลยทำให้เข้ากันได้อย่างดี เหลือก็แต่เพื่อนใหม่สาขาเดียวกันที่เรียนอยู่ที่นี่ฉันยังไม่ได้ทำความรู้จักกับใครเลย

พวกฉันเดินไปรอรถที่ป้ายรถเมล์ คนที่มารอส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่เพิ่งเลิกเรียนมาพร้อมกันเหมือนพวกฉัน คนดูไม่เยอะก็เลยไม่วุ่นวายเหมือนที่คิดไว้ การกลับเข้ามาเรียนในเมืองกรุงครั้งนี้ อยู่ๆก็ทำให้ฉันนึกถึงใครบางคนขึ้นมา

“นี่...นี่...มารุ”
ฉันหันไปมองคนที่สะกิดฉัน ฉันเพิ่งรู้ว่ายัยแอนยืนอยู่ข้างๆฉันนะเนี้ย ถ้าไม่พูดฉันคิดว่าลืมมันไว้บนห้องซะแล้ว

“มีไรหรอแอน”

“แอนวาดรูปสวยไหม”

ก็นึกว่าอะไร ฉันหยิบกระดาษจากมือยัยแอนมาดู รูปการ์ตูนญี่ปุ่นผู้ชาย อ๋อ....ที่ฉันเห็นมันก้มหน้าก้มตาในวิชาเรียน ก็นึกว่าเขียนงานที่อาจารย์สั่ง ที่แท้แม่คุณเธอนั่งวาดรูปหรอเนี้ยยยยยยย

“อือ...สวยดีนิ วาดใครอ่ะ ” ฉันถามออกไปพร้อมทำหน้าตางงๆใส่ยัยแอนที่ยืนมองหน้าฉันอยู่

“ก็.....” พรึ่บ!!! แล้วกระดาษใบนั้นก็ไปอยู่ในมือยัยอึนเฮ มันดึงไปจากมือฉัน

วินาทีต่อมาก็เกิดสงครามแย่งกระดาษขึ้นกลางป้ายรถเมล์////น่าอายชะมัดเลย นี่คือเด็กปี2 ยัยอึนเฮ ยัยเหมยซาน แม้แต่ยัยปอยก็เอากับเค้าด้วย ยัยพวกนี้แย่งกระดาษที่ยัยแอนวาดรูปไว้ไปมาอย่างสนุกสนาน แต่สีหน้ายัยแอนนี่สิดูไม่ค่อยจะดีนัก ยัยพวกนั้นก็คว้ากระดาษไปมาอย่างกับมันเป็นทองคำแท่ง ฉันว่าเดี๋ยวมันต้องมีขาดแน่ๆ

เฟี้ยว!!////จู่ๆกระดาษใบนั้นก็ปลิวหลุดจากมือยัยอึนเฮไปตกที่กลางถนน

แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น แอ๊ดดดดด ////



อีฟู
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 14 พ.ค. 2556, 00:43:24 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 18 มิ.ย. 2556, 12:51:13 น.

จำนวนการเข้าชม : 752





   2: เขาคือใคร >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account