ห้วงรักแห่งโอซิริส
ราเนมเนส...
ฟาโรห์ผู้กร้าวแกร่ง ซึ่งถูกกล่าวขานดั่งสมมติเทพและครอบครองสิ่งวิเศษล้ำค่า
คฑาแห่งโอซิริส
ที่ทำให้ นครียา...หญิงสาวผู้ถูกชะตาลิขิตให้ข้ามเวลามา
ต้องใช้ทั้งเล่ห์กลและมารยา พาตัวและหัวใจเข้าใกล้หวังช่วงชิงมัน

Tags: ฟาโรห์

ตอน: ตอนที่1

บทที่1...

บราโว!
เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วฮอลล์ บ่งบอกความสำเร็จล้นหลามของละครเพลงเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี แม้จะเป็นรอบสุดท้ายแล้วก็ตาม

นักแสดงทั้งหมดก้าวออกมาโค้งให้ผู้ชมด้วยใบหน้าพราวเหงื่อ ฉาบด้วยความปลาบปลื้มใจอย่างยิ่ง
การแสดงในลอนดอนคืนนี้จะเป็นรอบสุดท้ายแล้ว ทว่าผลตอบรับที่ไม่ต่างจากวันแรกที่เปิดการแสดงทำให้แทบจะลืมความเหน็ดเหนื่อย อันเนื่องมาจากการซ้อมอย่างหนักในหลายๆ เดือนที่ผ่านมาได้ไม่ยากเลยทีเดียว

ในห้องแต่งตัวหลังการแสดงจบวุ่นวายและจอแจ แทบไม่ต่างจากตอนก่อนเปิดม่านหรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ ท่ามกลางเสื้อผ้าและเครื่องประทินโฉมมากมาย หญิงสาวต่างสีผิวหลากเชื้อชาติเดินไปเดินมาในห้อง บ้างล้างเครื่องสำอางค์อย่างเร่งรีบ บ้างไม่สนใจอะไรรอบกายนอกจากช่อดอกไม้ช่อใหญ่ที่ดูเลือนรางในม่านนิโคติน

หลายคนจับกลุ่มพูดคุยหัวเราะคิกคักทั้งที่อยู่ในชุดชั้นในวาบหวาม ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะหันไปหาสาวสวยร่างระหง ที่เปลี่ยนเครื่องแต่งกายจากชุดเคาท์เตสผู้พร่าชีวิตหญิงสาวมากมาย เพื่อให้ได้ซึ่งความงามอันเป็นนิรันดร์ มาเป็นเดรสสีดำยาวเสมอเข่าอวดผิวสีงาช้างนวลเนียน

“เฮ้ เรย่า! พวกเราจะไปฉลองรอบสุดท้ายกัน เธอจะไปด้วยใช่มั้ย?”

นครียา อษิยานันท์ สาวไทยเพียงคนเดียวที่สามารถฝ่าด่านการทดสอบแสนยากลำบาก จนได้มาเป็นนักแสดงหลักของคณะละครเพลงที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุโรป ชะงักมือที่กำลังเก็บของจุกจิกส่วนตัวลงกระเป๋าถือใบเก๋ หันมายิ้มให้เพื่อนสาวร่วมคณะ พลางส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ

“เสียใจจริงๆ จ้ะ ลิเรีย ฉันมีที่ที่จะต้องไปคืนนี้และอาจใช้วันหยุดทั้งหมดที่นั่น ขอเป็นคราวหน้าก็แล้วกัน

ยามค่ำคืนที่โรมไม่เลวเลยและฉันรับรองว่าจะไม่นั่งเป็นยัยเพิ้งหัวฟู นอนกอดบทละครของเช็คสเปียร์เฝ้าห้องคนเดียวแน่ๆ” เธอว่าพลางขยิบตา

แม่สาวอิตาเลี่ยนกับอีกหลายๆคน หัวเราะพรืดให้กับความจริงของเพื่อนสาวชาวไทย ซึ่งแต่ไหนแต่ไรชอบถือเคล็ดพิลึกว่าการกอดบทไว้แนบอกแล้วหลับไปกับมัน จะทำให้คลายความตื่นเต้นและจดจำได้ดี

“โอ ใช่สิ ฉันก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น”

“คิดแล้วว่าเธอจะต้องเข้าใจ เอาล่ะ ฉันต้องไปแล้ว”
รอยยิ้มหวานละลายหัวใจวาดลงบนวงหน้ารูปไข่ อันประกอบด้วยเครื่องหน้าเหมาะเจาะพริ้มเพราราวกับเขียน เพื่อให้เจ้าของใช้มันประกอบคำขอโทษและพร่ำบอกทุกคนในคณะว่าเธอเสียใจเพียงใด ที่พลาดโอกาสสนุกสนานในค่ำคืนสุดท้ายของลอนดอน ไปตลอดทางที่เดินลากกระเป๋าเดินทางและหิ้วเสื้อโค้ทตัวหนาไปยังประตูด้านหลัง


ทั่วทุกมุมของท้องถนนถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศขมุกขมัว เมื่อร่างสูงระหงผิดสาวเอเชียทั่วไปก้าวออกมา อีกไม่นานฝนคงจะตก และคงจะดีมากถ้าหากจะได้นั่งสบายๆ ในรถก่อนจะเปียกโชกเป็นลูกแมวตกน้ำ นครียาคิดพลางโบกมือเรียกแท็กซี่

“ไปสนามบินค่ะ”

หญิงสาวบอกคนขับเมื่อเข้ามานั่งแล้วเรียบร้อย พรูลมหายใจทันที่ที่ได้เห็นเม็ดฝนกระทบหน้าต่างหลังจากปิดประตูรถไม่กี่วินาที

ถนนที่คราคร่ำผู้คนเมื่อสักครู่แทบจะกลายเป็นว่างเปล่าเมื่อสายฝนกระหน่ำแรงขึ้น ผู้ใหญ่วิ่งหลบกันจ้าละหวั่น ในขณะที่เด็กๆกลับดูมีความสุขที่ได้กางร่มเดินเตะน้ำไปเรื่อยๆ

หน้าร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มีสาขาไปทั่วโลก เด็กหญิงชายวัยไม่น่าจะเกินห้าขวบยืนเบียดกันโดยมีพ่อแม่ยืนเคียงขนาบไว้คนละด้านพร้อมกับจับมือเล็กๆไว้ให้เจ้าตัวน้อยโหนเล่นเป็นที่สนุกสนาน

นครียามองภาพนั้นด้วยความโหยหาล้ำลึก นั่นเปรียบเหมือนภาพสะท้อนอดีตที่พรั่งพร้อมของเธอเมื่อนานมาแล้ว ก่อนที่มันจะแตกสลายไปอย่างไม่มีชิ้นดี เมื่อพ่อที่เคยแสนดีและรักครอบครัวได้เลื่อนตำแหน่ง และถูกสังคมหรูหราหล่อหลอมให้เปลี่ยนจากคนรักสงบ กลายเป็นรักสนุกไปภายในเวลาไม่ถึงเดือน
ความหวาดระแวงทำให้แม่พูดน้อยฉุนเฉียวย้ำคิดย้ำทำมากขึ้น จนในที่สุดก็ถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้าเก็บตัวไม่สนใจการคงอยู่ของเธอ ต้องวนเวียนเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น และไม่ได้กลับออกมาอีกเลยจนบัดนี้เมื่อบุกไปอาละวาดใส่สาวนักธุรกิจอายุคราวลูก ผู้หญิงใหม่ของพ่อที่รีสอร์ทริมทะเลจนอีกฝ่ายบาดเจ็บและแจ้งความเอาเรื่องถึงที่สุด

ในขณะที่เธอร่ำไห้อ้อนวอนญาติๆ ให้ช่วยแม่ แต่พ่อกลับฟ้องหย่าเพื่อที่จะแต่งงานใหม่ จากนั้นก็ย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ส่งมาให้เพียงค่าเลี้ยงดูแต่ละเดือน โดยไม่มีคำพูดไต่ถามแสดงความห่วงใยในฐานะพ่อแม้สักคำ

เธอในตอนนั้นเสียใจจนแทบไม่เป็นอันเรียน และคงจะไม่จบมัธยมปลายถ้าไม่ได้ลุงกับป้าที่ทิ้งงานในไร่กล้วยไม้ มากรุงเทพฯ เพื่อทำเรื่องรับเธอเป็นลูกบุญธรรมแล้วพาไปฟื้นฟูจิตใจที่เชียงใหม่
คิดมาถึงตรงนี้ นครียาก็หยิบกระเป๋าเงินออกมาดูรูปที่ใส่ไว้ในนั้น ไล้ปลายนิ้วไปยังชายหญิงวัยกลางคนที่โอบกอดเธอไว้ด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหยุดลงที่ชายหนุ่มร่างสูงผิวเข้มที่ยืนยิ้มเห็นฟันขาวอยู่ข้างๆ
คนสำคัญอีกคนหนึ่งที่พาเธอเดินผ่านช่วงเวลาอันเลวร้ายมาได้ พี่ชายแสนดีที่เธอกำลังจะไปพบในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ที่ไคโร ประเทศอียิปต์…


เมื่อเครื่องบินไต่ระดับความสูงจนเข้าสู่เพดานปกติ ความสั่นไหวใดๆก็ไม่มีอีก ทำให้บรรยากาศโดยรอบสงบนิ่ง ผ่อนคลาย

นครียาร้องขอน้ำส้มคั้นสดจากแอร์โฮสเตสสาวผิวเข้มมาเพิ่มความสดชื่นให้ตัวเอง หญิงสาวรู้สึกอ่อนเพลียไม่น้อยทั้งที่นี่ก็ไม่ใช่การบินข้ามประเทศครั้งแรก

บางทีอาจเป็นเพราะความรีบร้อนที่จะไปยังไคโรทันทีที่โชว์จบลง โดยไม่ได้พักผ่อนเท่าที่ควรก็เป็นได้
เมื่อรู้สึกสบายขึ้น เธอก็หยิบหนังสือการค้นหาสุสานฟาโรห์ที่ซื้อไว้นานแล้วหากไม่มีเวลาอ่าน มาพลิกดูให้ผ่านตา

แต่ไหนแต่ไร นครียาไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับอียิปต์มากไปกว่า เป็นประเทศที่เต็มไปด้วยพีระมิดบนผืนทรายสุดลูกหูลูกตา ดินแดนที่อยู่คู่กับความแห้งแล้ง ที่หากเลือกได้เธอก็ไม่อยากเหยียบย่างเข้าไปหากไม่จำเป็น
เทียบกับคนรอบตัว ซึ่งดูเหมือนจะชื่นชอบอารยธรรม ที่เธอลงความเห็นว่าสวยแต่ดูลึกลับไม่น่าเข้าใกล้นี้กันเป็นส่วนมาก เธอจึงกลายเป็นคนแปลก เป็นแกะดำไปเสียอย่างนั้น

โดยเฉพาะพี่ชายเธอ ที่ถึงกับส่ายหน้าดิกเลยทีเดียว

รายนั้นหลงใหลการขุดค้นปีระมิดรวมทั้งศาสตร์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับอียิปต์มานาน ทั้งยังมุ่งมั่นศึกษาจนจบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในไคโร และสมัครเข้าร่วมทีมสำรวจปีระมิดที่กีเซห์มาตั้งแต่เรียนจบ ทำงานพร้อมกับศึกษาเพิ่มเติมอย่างหนัก

จนในที่สุดก็ได้รับเลือกให้เป็นผู้ช่วยมือหนึ่งของศาสตราจารย์หัวหน้าทีมคนปัจจุบัน ออกค้นหาสุสานฟาโรห์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์

นอกเหนือจากเป็นแบบอย่างที่ดีจนทำให้เธอประสบความเร็จดังเช่นทุกวันนี้แล้ว มันยังทำให้เธอรู้สึกว่าพี่ชายเป็นฮีโร่ที่ควรค่าแก่การชื่นชมยิ่งนัก
ระหว่างที่กำลังให้ความสนใจกับภาพประกอบอันสวยงามอยู่นั้น นครียาก็รู้สึกขึ้นมาว่าได้ตกเป็นเป้าสายตาคู่
หนึ่ง

อาจเพราะมีนิสัยคาดเดาอารมณ์ผู้แสดงร่วมเพื่อปรับให้เข้ากันจนเคยชิน เธอจึงรับรู้ได้อย่างรวดเร็วว่าสายตานั้นไม่ใช่ความชิงชังแค้นเคือง หากแต่เป็นความหื่นกระหายใคร่อยากที่เจ้าตัวไม่คิดจะปิดบังซ่อนเร้น หรือมิเช่นนั้นก็คงจะทำไม่เป็นเอาเลย จึงแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งจนเธอขนลุกชัน เต็มไปด้วยความขยะแขยงแทบจะอาเจียนออกมาเช่นนี้


ระหว่างนั้น แอร์โฮสเตสสาวคนเดิมก็เดินเข้ามา นครียามองไวน์แดงในแก้วทรงสูงสลับกับใบหน้าสวยคมแล้วบอกเสียงกังขา

“ฉันไม่ได้สั่งนี่คะ?”

“จากท่านผู้นั้นค่ะ”

คิ้วเรียวขมวดมุ่นยิ่งขึ้นไปอีกเมื่ออีกฝ่ายผายมือไปเบื้องหลัง ให้เห็นชายชราในชุดสูทภูมิฐานที่นั่งถัดขึ้นไปด้านหน้าสองแถวชูแก้วให้ยิ้มๆ ใบหน้าเนียนร้อนวูบ แน่นอนว่าไม่ได้เกิดจากความสะเทิ้นอาย แต่เป็นความโกรธกรุ่นปนสมเพชเสียมากกว่า

ตำแหน่งนั้น เขานี่เอง เจ้าของแววตานั่น!

“ท่านชีคอับฟาร์ค่ะ เป็นผู้กว้างขวางและมีอิทธิพลมากทีเดียวในไคโร” น้ำเสียงแอร์โฮสเตสสาวบ่งบอกความยำเกรง

นครียาเม้มริมฝีปาก ไม่แปลกใจที่ได้ยิน

ที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาสเป็นที่นิยมของบุคคลมีชื่อเสียง เธอเองก็เคยได้กระทบไหล่ดารานักร้องต่างประเทศระหว่างเดินทางไปที่ต่างๆหลายครั้ง ถึงจะมีถูกเกี้ยวถูกมองบ้าง แต่ไม่เคยได้รับสายตาจาบจ้วงโจ่งแจ้งเช่นนี้
ไม่รู้สึกผิดยังพอว่า แต่สั่งเครื่องดื่มให้โดยไม่มีคำขอโทษเสมือนที่ตนเองทำถูกต้องแล้วนั้น ผู้หญิงไทยที่ได้ใช้ชีวิตในแดนเสรีมานานอย่างเธอรับไม่ได้จริงๆ มีอิทธิพลแล้วนำมาซึ่งอะไรหญิงสาวไม่อยากคาดเดา ในเมื่อการกระทำของอีกฝ่ายบ่งชัดขนาดนี้

“เอากลับไปเถอะค่ะ ฝากขอโทษท่านผู้นั้นด้วย ฉันไม่ชอบดื่มไวน์ระหว่างเดินทาง”
นครียาตัดบทด้วยการยกนิตยสารขึ้นมาอ่านอีกครั้ง ไม่แม้แต่จะปรายตามองบุคคลทรงอิทธิพลคนนั้นว่าจะมีสีหน้าอย่างไร และแอร์สาวที่ล่าถอยไปแต่โดยดีจะไปแก้ตัวหรือใส่ไคล้เธอเช่นไรบ้าง
เวลาผ่านไปโดยไม่มีเหตุกวนใจมากล้ำกรายอีก หญิงสาวทอดสายตาออกไปมองหมู่เมฆและดวงดาวอย่างสบายใจ จนเมื่อรู้สึกว่าไฟในห้องโดยสารหรี่ลงจนมืดสลัว เธอก็เข้าสู่ห้วงนิทรารมย์อันสงัดเงียบ ได้ยินเพียงเสียงสายน้ำกระทบบางอย่างเกิดเสียงดังกึกก้อง ดวงจิตคล้ายกำลังโลดแล่นไปในสถานที่หนึ่ง


…ย้อนกลับไป…
ไกลแสนไกล…


ซ่า…ซ่า…

ยามเมื่อลำนำแห่งไนล์กำลังไหลเชี่ยว เทวาลัยสว่างไสวระงมเสียงสวดมนต์กระหึ่ม แสงดาวพาดผ่านท้องฟ้าเป็นทางสีขาวระยับลับหายไปในเหลี่ยมทรายอันทึบทะมึน สายลมรัตติกาลยะเยือกเย็นพัดผ่านกระทบม่านสีขาวปลิวสะพัดดังพรึ่บพั่บ เปลวคบเพลิงที่ปักอย่างเป็นระเบียบบนเสาหินสลักลวดลายเทพฮอรัสไหวระริกส่องสาดร่างสูงใหญ่ซึ่งยืนกอดอกทอดสายตาเคร่งขรึมออกไปในระลอกคลื่นเล็กๆ ที่ม้วนตัวกระทบท่าน้ำด้านหน้าพระราชวังอันโอฬาร นิ้วชี้ที่สวมแหวนรูปแมลงสคารับเคาะลงบนห่วงรัดต้นแขนทำจากทองสุกปลั่งอย่างใช้ความคิด

“พรุ่งนี้คือวันตัดสิน พระองค์ควรพักผ่อนเอาแรงให้มากเพื่อกำราบความอหังการ์ของราชาแห่งลิเบีย” ชายวัยกลางคนในชุดแม่ทัพก้าวเข้ามาบอกเสียงเรียบ เรียกรอยยิ้มมุมปากบนใบหน้าเข้มเคร่งแวบหนึ่ง

“ข้านอนพอแล้ว อิเรม สำหรับศึกสำคัญ…”

“มิใช่ว่าทรงตื่นด้วยพระสุบินนั้นหรอกหรือ?” เพราะรับใช้ใกล้ชิดองค์ฟาโรห์พระองค์นี้มานานเนิ่นและได้รับความวางใจดุจดังญาติผู้ใหญ่ แม่ทัพอิเรมจึงกล้าเย้าหยอกอย่างรู้เท่าทัน

พักต์หล่อเหลาผินมองมาแวบหนึ่งแล้วหันกลับไปถอนพระปัสสาสะเมื่อหวนนึกถึงความฝัน
หลายคืนมาแล้วที่จู่ๆ พระองค์ก็เห็น ‘นาง’ หญิงสาวในชุดนางรำรัดรึงและบางเบา
ร่างงามร่ายรำด้วยท่วงท่าประหลาดหากอ่อนช้อยน่ามองท่ามกลางเปลวแดดบนเนินทราย วงหน้าตั้งแต่จมูกลงไปถูกคาดทับไว้ด้วยผ้าเนื้อบาง เห็นเพียงดวงตากลมโตที่ทอดมองมายังเขาอย่างยั่วเย้า หากวินาทีต่อมากลับวอนเว้าระคนหม่นหมองแสนเศร้า

“ใช่ ข้าเห็นนาง” สุรเสียงเรียบสนิทเจือแววรื่นรมย์คล้ายขบขัน “และเป็นอีกครั้งที่ข้าคว้าไว้ไม่ทัน”
เพราะเมื่อทรงเอื้อมพระกรออกไป ร่างนั้นก็เลือนหายกลายเป็นอณูทรายในสายลม เหมือนไม่เคยมี
ถูกละ อาจจะไม่มีนางอยู่จริงๆ และหลายคืนที่ผ่านมานั่นเป็นเพียงความฟุ้งซ่าน ไม่เช่นนั้นก็เครียดเรื่องการรบจนระบายออกมาเป็นความฝันไร้สาระ

“หลังศึกนี้ อาจถึงเวลาที่พระองค์สมควรจะรับสนมคนใหม่เสียที” แม่ทัพเฒ่าเปรยเสียงจริงจัง ดูท่าว่าองค์ฟาโรห์ผู้หนุ่มแน่นและหล่อเหลาจะทรงเบื่อหน่ายสนมหน้าเดิมๆ จนเก็บเอาไปฝันเสียกระมัง
ระหว่างนั้นเสียงสวดมนต์ก็หยุดลง จากตรงนี้ มองเห็นเหล่านักบวชในชุดขาวกรูกันออกมา ณ ลานกว้างเพื่อเตรียมพิธีสักการะพร้อมกับที่วรองค์สูงสง่าเดินกลับเข้าไปด้านใน ห้องบรรทมกว้างใหญ่ที่เมื่อสักครู่มืดสนิทกลับสว่างขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเหล่านางกำนัลที่เดินเข้าพร้อมเครื่องทรงชุดออกรบ เป็นดังสัญญาณว่าได้เวลาที่อียิปต์จะประกาศศักดาความเกรียงไกรอีกครั้ง

บนท้องฟ้าขมุกขมัว พญาเหยี่ยวสีทองโผบินขึ้นไปบนท้องฟ้า ณ ที่นั้นบังเกิดรอยแยกเล็กๆ หมุนคว้างท่ามกลางประกายแปลบปลาบและค่อยๆ ขยายขนาดทีละน้อย โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น…



หวัสสา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 23 พ.ค. 2556, 09:33:49 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 23 พ.ค. 2556, 09:34:12 น.

จำนวนการเข้าชม : 727





<< บทนำ   ตอนที่2 >>
แว่นใส 23 พ.ค. 2556, 11:57:07 น.
จะเจอกันแล้วนะ


เสรามณี 1 มิ.ย. 2556, 23:09:41 น.
สนุกมากค่ะ


นัฐชา 23 มิ.ย. 2556, 05:26:38 น.
แวะมาเป็นกำลังใจค่ะ อ่านไปเกือบบทแล้ว
ติดไว้ก่อน แอดไว้ก่อน เดี่ยวจะมาติดตามใหม่นะคะ

สนุกค่ะ


นัฐชา 23 มิ.ย. 2556, 13:46:12 น.
อ่านจบแล้วคร่า


Littlewitch 24 มิ.ย. 2556, 20:59:01 น.
น่าสนใจนะคะ จะติดตามอ่านต่อคะ


Zephyr 24 มิ.ย. 2556, 23:10:44 น.
เหยี่ยวสีทอง ฝ่ารอยแยกไปพารีย่ามาชิมิ อิอิ


หวัสสา 27 มิ.ย. 2556, 11:05:25 น.
@ แว่นใส อีกนิดนึง55

@ เสรามณี ขอบคุณจ้า ดีใจมาก><

@ นัฐชา สั้นไปหน่อนเนอะ แหะๆๆ

@ Littlewitch ขอบคุณมากๆ ค่า^^

@ Zephyr ตอนนี้ขอดูลาดเลาก่อน ฮ่าๆ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account