^วันอยากเขียน^
รวมเรื่องสั้น ฉบับลิขิตราค่ะ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว จับเรื่องสั้นมารวมกันไปเลยดีกว่า
Tags: เรื่องสั้น ลิขิตรา
ตอน: ไกล่เกลี่ยหัวใจ ให้เรามารักกัน
ไกล่เกลี่ยหัวใจ ให้เรามารักกัน
โรงพยาบาลจังหวัดในวันหยุดยาวแบบนี้ยังคึกคักแทบไม่ต่างไปจากวันธรรมดา ปริมาณคนไข้ยังทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ ขณะที่จำนวนแพทย์ในวันหยุดมีอยู่เฉพาะแพทย์เวรไม่กี่คน
ปัณณานั่งอยู่หลังโต๊ะตรวจในห้องฉุกเฉิน ลอบถอนใจเบา ๆ เมื่อเจ้าของชื่อบนแฟ้มคนไข้ลำดับสุดท้ายที่วางกองอยู่บนโต๊ะเพิ่งเดินออกไป เธอยกมือขึ้นแตะปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางลงที่หัวคิ้วทั้งสองข้าง ออกแรงกดจนรู้สึกเจ็บเพื่อเรียกสติให้ตัวเอง
หญิงสาวในชุดกระโปรงที่คลุมทับด้วยเสื้อกาว์นสีขาวตัวสั้นลุกขึ้นยืน แล้วหันไปยิ้มให้พยาบาลคนหนึ่งในห้อง “ถ้าตรงนี้เรียบร้อยดีแล้ว เดี๋ยวปัณขอไปกินข้าวแป๊ปนะคะ”
“ได้ค่ะหมอ...กินเสร็จหมอไปพักสักหน่อยก็ได้ เดี๋ยวถ้ามีอะไรพี่โทร.ตาม”
“ขอบคุณค่ะ” เธอส่งยิ้มบอกด้วยท่าทางเพลีย ๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล
ชีวิตการเป็นหมอไม่ง่ายเลยสำหรับปัณณา ถึงเธอจะรักอาชีพนี้สักเท่าไร แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการใช้ชีวิตที่ผิดปกติจนน่ากลัวในบางครั้ง ทำให้สุขภาพของเธอเสื่อมโทรมไปได้ง่าย ๆ เหมือนกัน
หญิงสาวถอนใจเบา ๆ สมดุลชีวิตเป็นความฝันที่ยากเกินไปเมื่อสิ่งนั้นขัดแย้งกับความฝัน แต่จะทำอย่างไรได้...เธอเลือกแล้วที่จะเดินมาบนเส้นทางนี้
ปัณณาเพิ่งจะกินข้าวได้ไม่กี่คำ เมื่อเสียงโทรศัพท์กรีดร้องดังขึ้น หญิงสาวถอนใจเบา ๆ หยิบขึ้นมามองดูชื่อที่โทร.เข้ามาแล้วก็ถอนใจยาว
“...เพื่อนคนไหนของคุณป่วยอีกหรือคะ” หญิงสาวยอมรับว่านี่เป็นคำทักทายที่เสียมารยาทที่สุดเท่าที่เธอเคยพูดมา แต่กับเจ้าของชื่อที่อยู่ปลายสาย เขาคงเข้าใจว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาท
เขาหัวเราะ...คงเข้าใจความหมายที่เธอสื่อ “เปล่าครับ...ไม่ใช่เพื่อน”
“ไม่ใช่เพื่อนคุณที่ป่วย...แปลว่ามีคนป่วย” เธอเอ่ยพลางถอนใจ
ผู้ชายที่ปลายสายไม่ใช่คนน่ารังเกียจ เขานิสัยดี เป็นเพื่อนที่ดี แต่มีข้อเสียประการเดียวคือการชอบหาคนไข้มาให้เธอ
ช่างไม่รู้เสียบ้างเลยว่าคนเป็นหมอ ไม่เคยคิดอยากเรียกคนไข้มาหาตัว โดยเฉพาะหมออย่างปัณณาที่เคยประกาศว่าเธอยอมเป็นหมอตกงาน หากนั่นหมายความว่าคนทั้งประเทศมีสุขภาพดีจนไม่มีใครต้องมาเป็นลูกค้าของหมอ
“ก็ไม่เชิง...” เขาเอ่ยอย่างไม่แน่ใจนัก “แต่ถ้าคุณไม่ว่าง ก็ไม่ต้องรีบหรอก”
“ฉันกินข้าวอยู่ค่ะ...ขออีกห้านาที เดี๋ยวจะไปที่ห้องฉุกเฉิน”
“ผมให้สิบห้านาที ผมจะรอที่ห้องฉุกเฉิน...ไม่ต้องรีบก็ได้ครับ ค่อย ๆ กิน เดี๋ยวจะสำลัก อย่าลืมเคี้ยวข้าวให้ละเอียดนะครับ” เขาทอดเสียงนุ่มนวล ตามนิสัยที่อาจจะติดมาจากงานที่ทำ แต่กลับทำให้ปัณณาย่นหัวคิ้วอย่างประหลาดใจ เธอรู้สึกแปลก ๆ กับเสียงของเขา
...มีบางอย่างผิดปกติ...
แพทย์สาวบอกตัวเองก่อนที่เขาจะวางสายไป ปัณณายังนั่งคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะนึกได้ว่าเธอต้องรีบกินข้าวแล้วกลับไปดูคนไข้ต่อ
ความเชี่ยวชาญที่มีมาตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาแพทย์ทำให้เธอสามารถจัดการกับอาหารทั้งจานได้ภายในเวลาไม่ถึงห้านาที
ปกติถ้าพอมีเวลาอยู่บ้าง ปัณณาก็คงเคี้ยวข้าวให้ละเอียดเป็นการเอาใจกระเพาะตัวเองเท่าที่พอทำได้ แต่เมื่อคิดว่ามีคนไข้รออยู่ หญิงสาวก็เผลอเร่งมือจนข้าวหมดจาน เธอจ่ายเงินแล้วเดินออกจากร้านอย่างรวดเร็ว
ระหว่างทางก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงผู้ชายที่บอกว่าจะรออยู่ที่ห้องฉุกเฉิน พี่ ๆ พยาบาลคงได้พูดถึงเขาไปอีกหลายวัน ความเข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับเขากำลังจะเลือนไปแล้วแท้ ๆ การโผล่หน้ามาซ้ำเท่ากับตอกย้ำความทรงจำ และข่าวลือเก่า ๆ ก็คงกระพือกลับมาอีกครั้ง
เหอะ...ปัณณาอยากรู้นักว่าใครหนอใครที่เป็นต้นข่าว และใครคนนั้นคิดได้อย่างไรว่าเขามาแจกขนมจีบให้เธอ
ปัณณาเผลอยิ้มออกมาบาง ๆ อย่างเห็นเป็นเรื่องตลก เพราะรู้ดีว่าความจริงเรื่องเขาและเธอนั้นเป็นความวุ่นวายที่น่าขันมากกว่าจะเป็นความรักที่โรแมนติกอย่างที่ข่าวลือกัน
เรื่องเริ่มเมื่อเพื่อนรักของเธอคนหนึ่งถูกร้องเรียนเรื่องการรักษา ปัณณาคนรักเพื่อนจึงวิ่งโร่ไปหาทนายสาวซึ่งเป็นเพื่อนสมัยมัธยมที่สนิทสนมกันมานาน และเธอก็ได้รู้จักกับเขา...ทนายนอกคอกที่เป็นเพื่อนของเพื่อน
ใช่...เพื่อนเธอบอกว่าเขาเป็นทนายนอกคอก เพราะแทนที่จะทำงานในฐานะทนาย ใช้กฎหมายเพื่อการแก้ปัญหา แต่เขากลับประกาศว่าตัวเองเป็นนักไกล่เกลี่ย...ใช้กฎหมายและความเป็นมนุษย์เพื่อหาทางออกให้ทุกฝ่าย
Mediators...สายงานที่ยังใหม่มากในเมืองไทย
ความจริงเพื่อนเธอไม่ได้ตั้งใจจะแนะนำเขามาเป็นตัวช่วยหรอก แต่เพราะผู้ชายคนนั้นเดินเข้าไปคุยกับเพื่อนเธอได้ถูกเวลาพอดี เพื่อนรักจึงต้องแนะนำเธอให้รู้จักกับเขาอย่างไม่ได้เจตนา แล้วเล่าถึงความคิดแปลกประหลาดของชายหนุ่มที่ถูกใจเธอไม่น้อยเลย
ปัณณาชอบความคิดของเขาที่ว่า การใช้ช่องโหว่ของกฎหมายเป็นเครื่องฟาดฟันกันก็มีแต่เสียกับเสีย สู้ใช้ความเป็นมนุษย์มาหาทางออกด้วยกันดีกว่า
หญิงสาวขอให้เขาช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องการร้องเรียนของเพื่อนรัก และทุกอย่างก็สำเร็จด้วยดี เขากับเธอไม่ควรจะมีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีก ถ้าผู้ชายคนนั้นจะไม่เป็นพ่อหนุ่มแสนดี เพื่อนเยอะ และมีเพื่อนเจ็บป่วยมาหาเธออยู่เนือง ๆ
เขาก็ออกฉลาด แต่ทำไมไม่เข้าใจนะว่านามบัตรที่ให้กับคนไม่คุ้นเคยและไม่มีความจำเป็นต้องเกี่ยวข้องกัน บางครั้งก็ให้ไว้ตามมารยาท มากกว่าจะคาดหวังให้มีการติดต่อซ้ำ
ปัณณาเปิดประตูเข้าไปในห้องฉุกเฉิน พี่พยาบาลที่เคาท์เตอร์เงยหน้าขึ้นมามองแล้วยิ้มให้ เธอยังไม่ทันได้อ้าปากถามอะไร อีกฝ่ายก็รีบบอกก่อน “มีคนไข้รออยู่ที่เตียงนั้นน่ะค่ะ หมอปัณช่วยดูหน่อยนะคะ”
“อ้าว...เป็นอะไรคะ”
“ถูกทำร้ายมาค่ะ...หมอปัณเข้าไปดูก่อนเถอะ” พี่พยาบาลที่ล้างแผลให้เตียงข้าง ๆ คะยั้นคะยอ
ปัณณาเลิกคิ้วมองเพียงชั่วครู่ ก็แหวกม่านที่รูดไว้รอบเตียงเพื่อความเป็นส่วนตัวของคนไข้ เดินเข้าไปด้านใน
เพียงเงยหน้าขึ้นมาเห็นหน้าคนไข้ แพทย์สาวก็เบิกตาโต “ไปทะเลาะกับใครมาคะนั่น”
ร่องรอยช้ำบนใบหน้ายังค่อนข้างแดงบอกว่าเป็นของใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน โชคดีที่หน้าหล่อ ๆ ยังไม่ยับเยิน จะมีก็คงมุมปากที่มีเลือกแห้งจาง ๆ ติด กับข้างแก้มที่เป็นแผลถลอกเป็นแนวเล็ก ๆ อาจจะเป็นหัวแหวนหรืออะไรสักอย่างที่ติดมากับมือคนก่อเหตุ
“เปล่าครับ...เผลอเอาหน้าไปรับหมัดเข้าเฉย ๆ” เขาบอกเสียงอ่อย
ปัณณาเลิกคิ้วสูงอย่างไม่สบอารมณ์ “ไม่ตลกนะคุณ...จะให้ฉันลงบันทึกประวัติว่าคุณเอาหน้าไปรับหมัดน่ะเหรอ ศาลคงไม่อยากพิจารณาคดีคุณแน่ ๆ”
“ทำไมต้องบันทึกละครับ”
“อ้าว...คุณไม่ต้องเอาใบรับรองไปใช้แจ้งความเหรอ”
ชายหนุ่มหัวเราะทั้งที่หน้ายังบวมแดงไปซีกหนึ่ง “ไม่ครับ...ไม่ต้องแจ้งหรอก ผมเคลียร์เรียบร้อยแล้ว นี่แค่มาทำแผลเฉย ๆ”
หญิงสาวนิ่งไปครู่ ก่อนจะถอนใจเบา ๆ “แล้วรอยนี่...แหวนหรือเล็บคะ” เธอต้องถาม เพราะถ้าเป็นเล็บก็อาจมีความเสี่ยงอื่นที่ต่างจากแหวน
แต่คนไข้ไม่ค่อยเขาใจ เขาเอียงคอมองแล้วทำท่าให้ดู “แหวนครับ...เอ้อ...เขากำหมัดต่อยมาอย่างนี้น่ะ เอ้อ...ผมใช้คำว่าเขา เป็นผู้ชายนะครับ ดังนั้นอย่าแปลกใจที่หน้าผมบวมได้ขนาดนี้”
“โอเค...เดี๋ยวฉันให้พี่พยาบาลมาทำแผลให้ คุณนั่งรออยู่นี่ก่อนแล้วกัน” เธอกำลังจะหมุนตัวออกไปแล้ว ถ้าเขาไม่คว้าแขนเธอไว้เสียก่อน
“คุณพยาบาลเขาไม่ทำให้ผมหรอกครับ” เขากระซิบเบา ๆ จนเมื่อหญิงสาวเลิกคิ้วอย่างแปลกใจจึงอธิบาย “ผมไม่ได้ลงทะเบียน ไม่ใช่คนไข้ของโรงพยาบาล”
“อ้าว...คุณเป็นคนไข้เถื่อนหรือนี่” หญิงสาวแกล้งบอก ก่อนจะถอนใจเบา ๆ “เถอะ...ยังไงก็ต้องใช้เซ็ททำแผลอยู่ดี”
ปัณณาเดินออกมาจากหลังม่านที่รูดไว้เป็นเสมือนห้องส่วนตัว เพียงไม่กี่ก้าวเธอก็ได้ยินเสียงหวานใสของพี่พยาบาล “หมอปัณคะ...พี่เผลอหยิบเดรสซิ่งเซทมาเปิดแล้ว ลืมไปเลยว่าคนไข้ไม่ต้องใช้ หมอปัณช่วยเอาไปใช้หน่อยสิคะ”
พยาบาลสาวรุ่นพี่ยืนอยู่หน้ารถเข็นเล็ก ๆ ซึ่งวางถาดโลหะไว้ บนถาดเป็นผ้าปูสีเขียวใบไม้ มีทั้งถ้วยโลหะ สำลี และผ้าพันแผลอยู่พร้อม เธอเข็นรถทำแผลมาจอดตรงหน้าปัณณา หญิงสาวจึงเอ่ยขอบคุณเบา ๆ ไม่คิดเลยว่าจะได้คำตอบที่ทำให้เธอแทบอ้าปากค้าง “ไม่เป็นไรค่ะ แต่งเมื่อไรอย่าลืมแจกการ์ดพี่บ้างก็แล้วกัน”
“ถ้าได้แต่งละนะคะ” เธอใช้มือช้อนใต้ผ้าเพื่อกอบเอาชุดทำแผลมาไว้ในมือ เอ่ยพลางแค่นหัวเราะอย่างเห็นเป็นเรื่องตลก เพราะรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของเขาและเธอถูกวางไว้แค่ฐานะของคนรู้จัก
ปัณณาเดินเข้ามาที่เตียงซึ่งมีชายหนุ่มนั่งรออยู่แล้ว เธอวางชุดทำแผลลงบนเตียง หันไปคว้าน้ำเกลือและยาใส่แผลมาเทใส่ถ้วยโลหะทีละใบ ก่อนจะลงมือทำแผลซึ่งถูกแหวนขูดให้ชายหนุ่มอย่างเบามือ
“โอ๊ย...เบาหน่อยสิครับ” ขนาดเบามือแล้ว ชายหนุ่มยังร้องโวยวาย สูดปากเบา ๆ ราวเจ็บเสียเต็มประดา
แพทย์สาวยั้งมือที่จับคีมคีบสำลีแตะบนแผลไว้เพียงชั่วครู่ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มั่นใจว่าตัวเองมือเบาเกินกว่าจะทำให้เขาเจ็บขนาดนั้น “ฉันยังไม่ได้ออกแรงอะไรเลย คุณอย่าร้องจนเว่อร์น่า”
“โธ่...ผมเจ็บตัวนะครับ ก็ต้องเรียกร้องความสนใจกันหน่อยสิ” นั่นไง...คนสำออยสารภาพหน้าตาย
ปัณณากลอกตาไปมาอย่างอ่อนใจ ค่อย ๆ ทำแผลต่อไปเงียบ ๆ ไม่ใส่ใจกับแววตาของเขาที่หรี่มองอย่างออดอ้อน เหมือนลูกสุนัขที่บาดเจ็บและต้องการคนดูแล
“คุณหมอมือเบาดีจัง”
“เมื่อกี้ใครเพิ่งร้องโอดโอยนะ”
“โธ่...ล้อเล่นนิดเดียว อย่าเคืองกันสิครับ” เขาทำเสียงออดอ้อน เมื่อเธอแปะพลาสเตอร์รูปตัวการ์ตูนที่ชอบพกติดกระเป๋าลงที่ใบหน้านั้น
“โอ๊ะ...แบ๊ดแบ๊ด...เหมาะกับคุณชะมัดเลย” หญิงสาวเผลอปรบมืออย่างชอบใจเมื่อเห็นว่าพลาสเตอร์ที่ตัวเองเพิ่งติดลงบนหน้าเขานั้นเป็นลายการ์ตูนรูปลูกเป็ดตัวดำ
“น่ารักเหมาะกันหรือครับ”
“เกเรเหมาะกันต่างหากละคะ” เธอหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นหน้างอ ๆ ของชายหนุ่ม “แก้มคุณน่ะ...ช้ำขนาดนั้นคงต้องประคบหน่อยนะ เดี๋ยวฉันเอาที่ประคบมาให้”
“ผมออกไปประคบข้างนอกได้ไหม...เกรงใจเตียงห้องฉุกเฉิน”
หญิงสาวเหลือบมองรอบ ๆ ห้อง ความจริงคนไข้ก็ลดลงมากแล้ว แต่การจะมาครองเตียงไว้โดยไม่ได้เป็นแม้แต่คนไข้ของโรงพยาบาลก็ดูไม่ค่อยดีเท่าไร เธอจึงพยักหน้ารับ “ก็ได้...คุณออกไปรอข้างหน้านะ เดี๋ยวฉันเอาออกไปให้”
เขารออยู่ไม่นาน ปัณณาก็เดินออกมาพร้อมห่อผ้าประคบเย็น
“มีคนไข้ที่คุณต้องไปดูหรือเปล่าครับ” เขาถามเสียงอ่อยเมื่อเธอส่งห่อผ้ามาให้
“ตอนนี้ยังค่ะ...เย็น ๆ แบบนี้ส่วนใหญ่เป็นคนไข้ที่นัดมาทำแผล พี่ ๆ พยาบาลทำกันจนเชี่ยวชาญกว่าฉันอีก”
“ดีจัง...อย่างนี้คุณก็ว่าง” เขาร้องอย่างลิงโลด ปัณณาจึงเริ่มรู้สึกตัว เธอหรี่ตามองหน้าหล่อ ๆ ที่บวมช้ำนั้นอย่างไม่ไว้ใจ แล้วหญิงสาวก็รู้ว่าเธอคิดถูก เมื่อเขาทำเสียงนุ่มออดอ้อนเหมือนลูกหมาที่ครางหงิง ๆ ใส่เจ้าของ “ทำให้หน่อยสิครับ...นะ...คุณหมอคนสวย”
ปัณณากลอกตาอย่างอ่อนใจ เห็นแก่ความที่เขาเป็นคนเจ็บ เธอจึงบรรจงแตะห่อผ้าลงที่แก้มช้ำนั้นอย่างเบามือ อดไม่ได้ที่จะถาม “เกือบลืมไปเลย...คุณไปทำท่าไหนมา หน้าถึงบวมขนาดนี้”
“มีปัญหาตอนไกล่เกลี่ยคดีนิดหน่อยครับ เขาไม่ได้ตั้งใจต่อยผมหรอก”
“อ้อ...อยากเป็นฮีโร่เลยเอาหน้าไปรับหมัดสินะคะ”
“อืม...แล้วคุณไม่เห็นว่าผมเป็นฮีโร่บ้างหรือ” เขาทำตาวาวจ้องหน้าเธอ
“ไม่เลย...แถวบ้านฉันเรียกว่าแกว่งเท้าหาเสี้ยน”
“โอว...เพราะแบบนั้นไงผมถึงแกว่งไปช่วยเพื่อนคุณไว้ได้” เขาเริ่มทวงบุญคุณ ปัณณาหัวเราะในคอ
“ฉันช่วยรักษาเพื่อนและญาติ ๆ ของคุณแล้วไง”
“นั่นงานคุณ...ในฐานะหมอ”
“อย่างนั้นตอนนี้ฉันก็กำลังดูแลคุณอยู่” หญิงสาวแกล้งกดห่อผ้าที่ใช้ประคบเข้าไปให้แรงขึ้น เขารีบดึงหน้าหนี หรี่ตาส่งค้อนใส่เธอวงใหญ่
“ไม่นับ...เพราะคุณเป็นหมอ คุณทนเห็นคนเจ็บไม่ได้หรอก” เขาคิดแทนเธอได้ง่ายดาย
ปัณณาถอนใจยาว หรี่ตามองหน้าชายหนุ่มอย่างขัดใจ “แล้วคุณจะเอายังไง...ที่ช่วยเพื่อนฉันก็งานคุณเหมือนกันนะ”
ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาคลี่ยิ้มจาง ๆ ที่ทำได้ไม่ดีนักเมื่อหน้ายังบวมอยู่มาก เขายกมือขึ้นมาคว้ามือเธอไปอย่างถือวิสาสะ ปัณณาสะดุ้งมองตาเขียว เขาจึงรีบยกมือขึ้นทั้งสองข้าง โคลงศีรษะลงเป็นเชิงขอโทษ
“เอ่อ...ผมแค่จะขอโทษ แล้วก็...เพื่อความสบายใจเรามาตกลงกันดีกว่า”
“ตกลง...อะไร” หญิงสาวทำหน้างุนงง
“เรื่องของเราไง ผมช่วยเพื่อนคุณ คุณช่วยเพื่อนผม...แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะเจ๊ากันหรอกนะ”
“ทำไม...คุณขาดทุนอะไรหรือไง” เธอตวัดสายตามองค้อนเขาด้วยความหมันไส้
นักไกล่เกลี่ยตัวร้ายก้มศีรษะรับหน้าบาน “ครับ...ขาดทุนมาก ๆ ด้วย”
ปัณณาเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ “คุณไม่ได้ยัดเงินคนไข้เพื่อนฉันให้ยอมความหรอกนะ”
“เฮ้ย...” เขาร้องลั่น “อย่ามาใส่ความกันสิครับ เรื่องเพื่อนคุณน่ะฝีมือล้วน ๆ ไม่อย่างนั้นคนไข้กับเพื่อนคุณคงไม่กลับมาสนิทสนมกันซี้ย่ำปึ้กขนาดนี้หรอก”
ปัณณาถอนใจ “แล้วคุณขาดทุนอะไร”
“ของสำคัญครับ...” เขาทำตาวาววับอย่างไม่น่าไว้ใจเมื่อมองเข้าไปในตาของหญิงสาว
“อะไรละ”
“หัวใจมั้งครับ” คำตอบเรียบ ๆ กลับทำให้ปัณณาเลิกคิ้วมองอย่างงุนงง
“น้ำเน่า...ถ้าคุณตกหลุมรักเพื่อนฉันก็วิ่งโร่ไปบอกมันเถอะ คงดีใจที่ได้ลงจากคานเสียที มาบอกกับฉันนี่ช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะคะ แค่ธุระตัวเองก็จะแย่อยู่แล้ว” หญิงสาวบอกด้วยท่าทางเบื่อหน่าย ก่อนจะโบกมือเบา ๆ แล้วทำท่าจะเดินจากไป
เขารั้งมือเธอไว้ คราวนี้ไม่รอให้ปัณณาหันมามองตาขวาง ชายหนุ่มกระตุกมือเบา ๆ ก็ดึงเอาร่างที่ก้าวเดินอย่างไม่เสถียรนั้นเข้ามาใกล้ตัวได้ง่าย ๆ
ปัณณาตัวแข็งอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่ม เธอเบิกตากว้าง ยังพูดอะไรไม่ออก เขาก็ยอมคลายมือออก เหลือแค่แขนข้างหนึ่งที่โอบเอวเธอไว้หลวม ๆ แล้วชายหนุ่มก็รีบบอก “ถ้าเป็นเพื่อนคุณ ผมคงไม่เทียวไปเทียวมาอยู่ที่นี่หรอก”
“คุณ...” ปัณณาพูดอะไรไม่ออก สมองกำลังคิดหาความหมายของประโยคที่เขาพูดออกมา
“ผมชอบคุณไง...เลยต้องแวะมาบ่อย ๆ”
“อยากหน้าบวมอีกข้างเหรอคะ ถึงมาล้อกันเล่นแบบนี้” แพทย์สาวหลุดปากถามไปโดยอัตโนมัติ
ชายหนุ่มกลอกตาอย่างอ่อนใจ “เรื่องแบบนี้มีใครเขามาล้อเล่นกัน...ผมเตรียมใจมาแทบแย่กว่าจะคิดได้ว่าควรบอกคุณยังไง นี่แปลว่าคุณยังไม่ได้คิดอะไรกับผมเลยใช่ไหมนี่”
“รวมถึงเรื่องถูกต่อยด้วยหรือเปล่าที่คุณเตรียมมา”
“ไม่ครับ...นี่อุบัติเหตุจริง ๆ” เขาเอ่ยพลางถอนใจ “ว่าแต่คุณ...ไม่คิดอะไรกับผมหน่อยเหรอ”
ปัณณาถอนใจเบา ๆ ยันตัวยืนขึ้นตรง ยืดหลังไม่ให้โถมน้ำหนักไปที่เขามากนัก แต่ยังสัมผัสได้ถึงท่อนแขนที่โอบเอวเธอไว้หลวม ๆ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หญิงสาวรู้ว่าเธอไม่ได้รังเกียจสัมผัสของเขา ไม่รู้สึกถึงความจาบจ้วงหยาบคายหรือไร้มารยาท แต่เหมือนมีความอบอุ่นบางอย่างซ่อนอยู่
อาจเป็นเพราะดวงตาของเขาที่มองสบตาเธออย่างเปิดเผย
ปัณณาเห็นความจริงใจปนความสับสน มีความไม่มั่นใจบางอย่างซ่อนอยู่อย่างที่เธอไม่เคยเห็นในตาเขามาก่อน
“คุณกำลังประหม่า...”
“ผมควรประหม่า...เพราะไม่รู้ว่าคุณจะตอบยังไง”
ไม่มีทางให้ถอย ปัณณารู้แม้เธอไม่เคยได้รับคำสารภาพรักจากใครมาก่อน น่าแปลกที่สถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนในนิยาย เธอไม่ได้ตื่นเต้น ไม่ได้ลำบากใจ แต่กำลังแปลกใจ
“คุณเป็น...ทนายที่ดี”
“ผมเป็นเมดิเอเตอร์...เอ่อ...ถึงจะทำหน้าตาเหมือนทนาย แต่ความจริงผมชอบทำงานเป็นนักไกล่เกลี่ยมากกว่า เสียแต่ถ้าประกาศปาว ๆ ว่าทำอาชีพนี้ตั้งแต่แรกคงไม่ค่อยรุ่งเท่าไร เพราะเวลาคนร้อนใจเรื่องคดีก็มักวิ่งหาทนายก่อน” เขาแก้เสียยาวเหยียดผิดวิสัยผู้ชายที่ชอบประหยัดคำพูด
“เอาละ...คนสวย นั่นไม่ใช่คำตอบของคุณใช่ไหม”
ปัณณามองหน้าเขาแล้วถอนใจ “นั่นละค่ะ...คำตอบของฉัน”
“ผมไม่ได้สารภาพความรู้สึกกับคุณเพื่อได้ยินคำตอบแบบนี้หรอกนะ” ตัวโมโหแล่นมาเกาะที่ปลายจมูก นักไกล่เกลี่ยหนุ่มที่เคยใจเย็นได้ทุกสถานการณ์ เวลานี้ดูจะใจร้อนเหมือนใครเอาไฟมาลน
“นั่นละค่ะ...คำตอบของฉัน” ปัณณาตอบด้วยท่าทางอ่อนใจ “คุณเป็นคนดีนะ ถึงฉันจะแปลกใจว่าคุณกำลังล้อฉันเล่นหรือเปล่า แต่ถ้าคุณจะบอกว่านี่เป็นเรื่องจริง ฉันก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธความรู้สึกของคุณ”
เรื่องอะไรเธอจะบอกละว่าความจริงก็พอใจกับความอบอุ่นของเขาอยู่เหมือนกัน เวลามีแขนสักข้างซ้อนอยู่ข้างหลังเหมือนจะทะนุถนอม ก็ทำให้ผู้หญิงรู้สึกดีได้แบบแปลก ๆ นะ
“นั่นแปลว่าคุณพอจะชอบผมอยู่บ้างหรือเปล่า” เขาถามอย่างไม่แน่ใจ
“ฉันชอบคนดีค่ะ และเท่าที่พอรู้จักมาคุณก็เป็นคนดีพอใช้ได้” ปัณณาตอบเสียงเรียบ
“เพียงแต่...ความรู้สึกของฉัน ยังไม่มากพอจะก้าวไปไกลกว่านี้”
ชายหนุ่มหัวเราะ “ไม่เป็นไร...ผมจะช่วยคุณเติมจนมันมากพอ” ท่าทางเขามั่นใจว่าจะทำได้ง่าย ๆ
ปัณณาเหยียดริมฝีปากยิ้มจาง ๆ เอ่ยกลั้วหัวเราะ “เตือนไว้เลยว่าฉันไม่เผลอชอบคุณง่าย ๆ หรอกนะ”
คนฟังยิ้มตอบ ไหวไหล่เบา ๆ อย่างไม่ใส่ใจ “ไม่เป็นไร...อย่าลืมว่าผมเป็นนักไกล่เกลี่ย แค่เรื่องหัวใจของเรา...คงไม่ลำบากเท่าไรหรอก”
“ฉันเป็นหมอหัวดื้อ...เดาว่าคุณคงต้องใช้ความอดทนอย่างสูง”
“ผมไม่เคยมีปัญหากับการอดทนเพื่อความสำเร็จที่รออยู่ตรงหน้า” เขาโคลงศีรษะเบา ๆ “หายปวดแก้มแล้ว ผมกลับก่อนดีกว่า...เชิญคุณหมอไปทำงานเถอะครับ แล้วอย่าลืม...คุณเปิดโอกาสให้ผมแล้ว ถ้าต่อไปจะมาเร่งทำคะแนนบ่อย ๆ ก็อย่าว่ากันนะครับ”
ชายหนุ่มทำท่าจะเดินจากไปโดยที่ปัณณาไม่ทันตั้งตัว หญิงสาวเบิกตากว้างมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา แล้วผู้ชายเจ้าเล่ห์ก็หมุนตัวกลับมาก้มหน้าลงปัดริมฝีปากเฉียดเส้นผมข้างแก้มเธอไป
หญิงสาวยืนตัวแข็งด้วยความตกตะลึง เขาดึงตัวกลับไปยืนตรงอยู่ตรงหน้าเธอ “แทนคำยืนยัน...ว่าผมไม่ได้ล้อคุณเล่น”
ปัณณาไม่รู้ว่าตัวเองเดินกลับมานั่งที่ห้องฉุกเฉินได้อย่างไร แต่หัวใจเธอยังสั่นรัวไม่ยอมหยุด ยิ่งเมื่อคิดถึงใบหน้าของผู้ชายวายร้ายคนนั้น หน้าเธอก็ร้อนขึ้นมาอย่างประหลาด
ถึงเขาจะเป็นผู้ชายคนแรกที่กล้ามาสารภาพรักกับเธอ แต่ก็ไม่ใช่ผู้ชายคนแรกที่กล้าจีบเธอ ปัณณาไม่ใช่ผู้หญิงที่ทำอะไรไม่ถูกเพียงเพราะต้องเผชิญหน้ากับคนที่รู้ดีว่ากำลังชอบเธอ แต่ผู้ชายคนนั้นทำให้ปัณณากลายเป็นผู้หญิงแบบนั้น
พระเจ้าช่วย...เขาเป็นผู้ชายที่น่ากลัวและน่ารังเกียจอย่างที่เพื่อนเธอเคยบอกไว้จริง ๆ เสียด้วย
ปัณณาถอนใจเบา ๆ ยกมือแตะหน้าอกด้านซ้ายอย่างเผลอตัว
ไม่ใช่แค่การเต้นของหัวใจที่เธอรู้สึก แต่หญิงสาวคิดว่ามีบางสิ่งกำลังงอกเงยขึ้นในนั้น
เธอทั้งอยากพบ และไม่อยากพบกับเขาอีก ตราบที่ไออุ่นบาง ๆ ที่แผ่นหลังยังติดอยู่ ตราบที่สัมผัสของลมหายใจจาง ๆ ที่ข้างแก้มยังชัดเจนอยู่ในใจ
ปัณณารู้ว่านั่นคือคำสาป...เธอกำลังจะถูกผู้ชายคนนั้นไกล่เกลี่ย
...ให้รักเขา...จนไม่อาจถอนตัว
แพทย์สาวคลี่ยิ้มละมุน สูดลมหายใจเข้ายาว ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างขึ้น กระซิบคำเบา ๆ กับตัวเอง “อย่าล้อกันเล่นก็แล้วกัน...”
--------
คำถามมีอยู่ว่า : แบ๊ดแบ๊ดเป็นเป็ดใช่ไหมคะ ไอซ์ไม่แน่ใจว่าตัวเองเผลอปล่อยไก่ไปหรือเปล่า ฮ่า ๆ
เรื่องของเรื่อง ที่มาของเรื่องสั้นนี้สารภาพว่าแรงบันดาลใจจาก fairly legal ซีรี่ย์ฝรั่งค่ะ เขียนไว้ตั้งแต่อาทิตย์ก่อน อยากปั่นและเอามาลงเร็ว ๆ
จะได้กระซิบบอกทุกท่านว่า ไอซ์กำลังเจอมรสุม medicine วอร์ดที่ไอซ์หวังว่าตัวเองจะกลั้นใจผ่านมันไปได้อย่างปลอดภัย
นับถอยหลัง...อีกสี่อาทิตย์เท่านั้น!!!
เป็นกำลังใจให้ไอซ์กับหนูหลันด้วยนะคะ
ปล. ตามเคยค่ะ เรื่องสั้นนี้เหมือนจะยังไม่จบ แต่ไอซ์ต้องขออภัยทุกท่านที่ต้องบอกว่าไอซ์ไม่เขียนต่อนะคะ บทต่อจากนี้เป็นเรื่องที่ปัณณาและเขาจะกำหนดกันเอง เป็นกำลังใจให้พวกเขาด้วยนะคะ
คิดถึงคนอ่านค่ะ
โรงพยาบาลจังหวัดในวันหยุดยาวแบบนี้ยังคึกคักแทบไม่ต่างไปจากวันธรรมดา ปริมาณคนไข้ยังทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ ขณะที่จำนวนแพทย์ในวันหยุดมีอยู่เฉพาะแพทย์เวรไม่กี่คน
ปัณณานั่งอยู่หลังโต๊ะตรวจในห้องฉุกเฉิน ลอบถอนใจเบา ๆ เมื่อเจ้าของชื่อบนแฟ้มคนไข้ลำดับสุดท้ายที่วางกองอยู่บนโต๊ะเพิ่งเดินออกไป เธอยกมือขึ้นแตะปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางลงที่หัวคิ้วทั้งสองข้าง ออกแรงกดจนรู้สึกเจ็บเพื่อเรียกสติให้ตัวเอง
หญิงสาวในชุดกระโปรงที่คลุมทับด้วยเสื้อกาว์นสีขาวตัวสั้นลุกขึ้นยืน แล้วหันไปยิ้มให้พยาบาลคนหนึ่งในห้อง “ถ้าตรงนี้เรียบร้อยดีแล้ว เดี๋ยวปัณขอไปกินข้าวแป๊ปนะคะ”
“ได้ค่ะหมอ...กินเสร็จหมอไปพักสักหน่อยก็ได้ เดี๋ยวถ้ามีอะไรพี่โทร.ตาม”
“ขอบคุณค่ะ” เธอส่งยิ้มบอกด้วยท่าทางเพลีย ๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล
ชีวิตการเป็นหมอไม่ง่ายเลยสำหรับปัณณา ถึงเธอจะรักอาชีพนี้สักเท่าไร แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการใช้ชีวิตที่ผิดปกติจนน่ากลัวในบางครั้ง ทำให้สุขภาพของเธอเสื่อมโทรมไปได้ง่าย ๆ เหมือนกัน
หญิงสาวถอนใจเบา ๆ สมดุลชีวิตเป็นความฝันที่ยากเกินไปเมื่อสิ่งนั้นขัดแย้งกับความฝัน แต่จะทำอย่างไรได้...เธอเลือกแล้วที่จะเดินมาบนเส้นทางนี้
ปัณณาเพิ่งจะกินข้าวได้ไม่กี่คำ เมื่อเสียงโทรศัพท์กรีดร้องดังขึ้น หญิงสาวถอนใจเบา ๆ หยิบขึ้นมามองดูชื่อที่โทร.เข้ามาแล้วก็ถอนใจยาว
“...เพื่อนคนไหนของคุณป่วยอีกหรือคะ” หญิงสาวยอมรับว่านี่เป็นคำทักทายที่เสียมารยาทที่สุดเท่าที่เธอเคยพูดมา แต่กับเจ้าของชื่อที่อยู่ปลายสาย เขาคงเข้าใจว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาท
เขาหัวเราะ...คงเข้าใจความหมายที่เธอสื่อ “เปล่าครับ...ไม่ใช่เพื่อน”
“ไม่ใช่เพื่อนคุณที่ป่วย...แปลว่ามีคนป่วย” เธอเอ่ยพลางถอนใจ
ผู้ชายที่ปลายสายไม่ใช่คนน่ารังเกียจ เขานิสัยดี เป็นเพื่อนที่ดี แต่มีข้อเสียประการเดียวคือการชอบหาคนไข้มาให้เธอ
ช่างไม่รู้เสียบ้างเลยว่าคนเป็นหมอ ไม่เคยคิดอยากเรียกคนไข้มาหาตัว โดยเฉพาะหมออย่างปัณณาที่เคยประกาศว่าเธอยอมเป็นหมอตกงาน หากนั่นหมายความว่าคนทั้งประเทศมีสุขภาพดีจนไม่มีใครต้องมาเป็นลูกค้าของหมอ
“ก็ไม่เชิง...” เขาเอ่ยอย่างไม่แน่ใจนัก “แต่ถ้าคุณไม่ว่าง ก็ไม่ต้องรีบหรอก”
“ฉันกินข้าวอยู่ค่ะ...ขออีกห้านาที เดี๋ยวจะไปที่ห้องฉุกเฉิน”
“ผมให้สิบห้านาที ผมจะรอที่ห้องฉุกเฉิน...ไม่ต้องรีบก็ได้ครับ ค่อย ๆ กิน เดี๋ยวจะสำลัก อย่าลืมเคี้ยวข้าวให้ละเอียดนะครับ” เขาทอดเสียงนุ่มนวล ตามนิสัยที่อาจจะติดมาจากงานที่ทำ แต่กลับทำให้ปัณณาย่นหัวคิ้วอย่างประหลาดใจ เธอรู้สึกแปลก ๆ กับเสียงของเขา
...มีบางอย่างผิดปกติ...
แพทย์สาวบอกตัวเองก่อนที่เขาจะวางสายไป ปัณณายังนั่งคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะนึกได้ว่าเธอต้องรีบกินข้าวแล้วกลับไปดูคนไข้ต่อ
ความเชี่ยวชาญที่มีมาตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาแพทย์ทำให้เธอสามารถจัดการกับอาหารทั้งจานได้ภายในเวลาไม่ถึงห้านาที
ปกติถ้าพอมีเวลาอยู่บ้าง ปัณณาก็คงเคี้ยวข้าวให้ละเอียดเป็นการเอาใจกระเพาะตัวเองเท่าที่พอทำได้ แต่เมื่อคิดว่ามีคนไข้รออยู่ หญิงสาวก็เผลอเร่งมือจนข้าวหมดจาน เธอจ่ายเงินแล้วเดินออกจากร้านอย่างรวดเร็ว
ระหว่างทางก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงผู้ชายที่บอกว่าจะรออยู่ที่ห้องฉุกเฉิน พี่ ๆ พยาบาลคงได้พูดถึงเขาไปอีกหลายวัน ความเข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับเขากำลังจะเลือนไปแล้วแท้ ๆ การโผล่หน้ามาซ้ำเท่ากับตอกย้ำความทรงจำ และข่าวลือเก่า ๆ ก็คงกระพือกลับมาอีกครั้ง
เหอะ...ปัณณาอยากรู้นักว่าใครหนอใครที่เป็นต้นข่าว และใครคนนั้นคิดได้อย่างไรว่าเขามาแจกขนมจีบให้เธอ
ปัณณาเผลอยิ้มออกมาบาง ๆ อย่างเห็นเป็นเรื่องตลก เพราะรู้ดีว่าความจริงเรื่องเขาและเธอนั้นเป็นความวุ่นวายที่น่าขันมากกว่าจะเป็นความรักที่โรแมนติกอย่างที่ข่าวลือกัน
เรื่องเริ่มเมื่อเพื่อนรักของเธอคนหนึ่งถูกร้องเรียนเรื่องการรักษา ปัณณาคนรักเพื่อนจึงวิ่งโร่ไปหาทนายสาวซึ่งเป็นเพื่อนสมัยมัธยมที่สนิทสนมกันมานาน และเธอก็ได้รู้จักกับเขา...ทนายนอกคอกที่เป็นเพื่อนของเพื่อน
ใช่...เพื่อนเธอบอกว่าเขาเป็นทนายนอกคอก เพราะแทนที่จะทำงานในฐานะทนาย ใช้กฎหมายเพื่อการแก้ปัญหา แต่เขากลับประกาศว่าตัวเองเป็นนักไกล่เกลี่ย...ใช้กฎหมายและความเป็นมนุษย์เพื่อหาทางออกให้ทุกฝ่าย
Mediators...สายงานที่ยังใหม่มากในเมืองไทย
ความจริงเพื่อนเธอไม่ได้ตั้งใจจะแนะนำเขามาเป็นตัวช่วยหรอก แต่เพราะผู้ชายคนนั้นเดินเข้าไปคุยกับเพื่อนเธอได้ถูกเวลาพอดี เพื่อนรักจึงต้องแนะนำเธอให้รู้จักกับเขาอย่างไม่ได้เจตนา แล้วเล่าถึงความคิดแปลกประหลาดของชายหนุ่มที่ถูกใจเธอไม่น้อยเลย
ปัณณาชอบความคิดของเขาที่ว่า การใช้ช่องโหว่ของกฎหมายเป็นเครื่องฟาดฟันกันก็มีแต่เสียกับเสีย สู้ใช้ความเป็นมนุษย์มาหาทางออกด้วยกันดีกว่า
หญิงสาวขอให้เขาช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องการร้องเรียนของเพื่อนรัก และทุกอย่างก็สำเร็จด้วยดี เขากับเธอไม่ควรจะมีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีก ถ้าผู้ชายคนนั้นจะไม่เป็นพ่อหนุ่มแสนดี เพื่อนเยอะ และมีเพื่อนเจ็บป่วยมาหาเธออยู่เนือง ๆ
เขาก็ออกฉลาด แต่ทำไมไม่เข้าใจนะว่านามบัตรที่ให้กับคนไม่คุ้นเคยและไม่มีความจำเป็นต้องเกี่ยวข้องกัน บางครั้งก็ให้ไว้ตามมารยาท มากกว่าจะคาดหวังให้มีการติดต่อซ้ำ
ปัณณาเปิดประตูเข้าไปในห้องฉุกเฉิน พี่พยาบาลที่เคาท์เตอร์เงยหน้าขึ้นมามองแล้วยิ้มให้ เธอยังไม่ทันได้อ้าปากถามอะไร อีกฝ่ายก็รีบบอกก่อน “มีคนไข้รออยู่ที่เตียงนั้นน่ะค่ะ หมอปัณช่วยดูหน่อยนะคะ”
“อ้าว...เป็นอะไรคะ”
“ถูกทำร้ายมาค่ะ...หมอปัณเข้าไปดูก่อนเถอะ” พี่พยาบาลที่ล้างแผลให้เตียงข้าง ๆ คะยั้นคะยอ
ปัณณาเลิกคิ้วมองเพียงชั่วครู่ ก็แหวกม่านที่รูดไว้รอบเตียงเพื่อความเป็นส่วนตัวของคนไข้ เดินเข้าไปด้านใน
เพียงเงยหน้าขึ้นมาเห็นหน้าคนไข้ แพทย์สาวก็เบิกตาโต “ไปทะเลาะกับใครมาคะนั่น”
ร่องรอยช้ำบนใบหน้ายังค่อนข้างแดงบอกว่าเป็นของใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน โชคดีที่หน้าหล่อ ๆ ยังไม่ยับเยิน จะมีก็คงมุมปากที่มีเลือกแห้งจาง ๆ ติด กับข้างแก้มที่เป็นแผลถลอกเป็นแนวเล็ก ๆ อาจจะเป็นหัวแหวนหรืออะไรสักอย่างที่ติดมากับมือคนก่อเหตุ
“เปล่าครับ...เผลอเอาหน้าไปรับหมัดเข้าเฉย ๆ” เขาบอกเสียงอ่อย
ปัณณาเลิกคิ้วสูงอย่างไม่สบอารมณ์ “ไม่ตลกนะคุณ...จะให้ฉันลงบันทึกประวัติว่าคุณเอาหน้าไปรับหมัดน่ะเหรอ ศาลคงไม่อยากพิจารณาคดีคุณแน่ ๆ”
“ทำไมต้องบันทึกละครับ”
“อ้าว...คุณไม่ต้องเอาใบรับรองไปใช้แจ้งความเหรอ”
ชายหนุ่มหัวเราะทั้งที่หน้ายังบวมแดงไปซีกหนึ่ง “ไม่ครับ...ไม่ต้องแจ้งหรอก ผมเคลียร์เรียบร้อยแล้ว นี่แค่มาทำแผลเฉย ๆ”
หญิงสาวนิ่งไปครู่ ก่อนจะถอนใจเบา ๆ “แล้วรอยนี่...แหวนหรือเล็บคะ” เธอต้องถาม เพราะถ้าเป็นเล็บก็อาจมีความเสี่ยงอื่นที่ต่างจากแหวน
แต่คนไข้ไม่ค่อยเขาใจ เขาเอียงคอมองแล้วทำท่าให้ดู “แหวนครับ...เอ้อ...เขากำหมัดต่อยมาอย่างนี้น่ะ เอ้อ...ผมใช้คำว่าเขา เป็นผู้ชายนะครับ ดังนั้นอย่าแปลกใจที่หน้าผมบวมได้ขนาดนี้”
“โอเค...เดี๋ยวฉันให้พี่พยาบาลมาทำแผลให้ คุณนั่งรออยู่นี่ก่อนแล้วกัน” เธอกำลังจะหมุนตัวออกไปแล้ว ถ้าเขาไม่คว้าแขนเธอไว้เสียก่อน
“คุณพยาบาลเขาไม่ทำให้ผมหรอกครับ” เขากระซิบเบา ๆ จนเมื่อหญิงสาวเลิกคิ้วอย่างแปลกใจจึงอธิบาย “ผมไม่ได้ลงทะเบียน ไม่ใช่คนไข้ของโรงพยาบาล”
“อ้าว...คุณเป็นคนไข้เถื่อนหรือนี่” หญิงสาวแกล้งบอก ก่อนจะถอนใจเบา ๆ “เถอะ...ยังไงก็ต้องใช้เซ็ททำแผลอยู่ดี”
ปัณณาเดินออกมาจากหลังม่านที่รูดไว้เป็นเสมือนห้องส่วนตัว เพียงไม่กี่ก้าวเธอก็ได้ยินเสียงหวานใสของพี่พยาบาล “หมอปัณคะ...พี่เผลอหยิบเดรสซิ่งเซทมาเปิดแล้ว ลืมไปเลยว่าคนไข้ไม่ต้องใช้ หมอปัณช่วยเอาไปใช้หน่อยสิคะ”
พยาบาลสาวรุ่นพี่ยืนอยู่หน้ารถเข็นเล็ก ๆ ซึ่งวางถาดโลหะไว้ บนถาดเป็นผ้าปูสีเขียวใบไม้ มีทั้งถ้วยโลหะ สำลี และผ้าพันแผลอยู่พร้อม เธอเข็นรถทำแผลมาจอดตรงหน้าปัณณา หญิงสาวจึงเอ่ยขอบคุณเบา ๆ ไม่คิดเลยว่าจะได้คำตอบที่ทำให้เธอแทบอ้าปากค้าง “ไม่เป็นไรค่ะ แต่งเมื่อไรอย่าลืมแจกการ์ดพี่บ้างก็แล้วกัน”
“ถ้าได้แต่งละนะคะ” เธอใช้มือช้อนใต้ผ้าเพื่อกอบเอาชุดทำแผลมาไว้ในมือ เอ่ยพลางแค่นหัวเราะอย่างเห็นเป็นเรื่องตลก เพราะรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของเขาและเธอถูกวางไว้แค่ฐานะของคนรู้จัก
ปัณณาเดินเข้ามาที่เตียงซึ่งมีชายหนุ่มนั่งรออยู่แล้ว เธอวางชุดทำแผลลงบนเตียง หันไปคว้าน้ำเกลือและยาใส่แผลมาเทใส่ถ้วยโลหะทีละใบ ก่อนจะลงมือทำแผลซึ่งถูกแหวนขูดให้ชายหนุ่มอย่างเบามือ
“โอ๊ย...เบาหน่อยสิครับ” ขนาดเบามือแล้ว ชายหนุ่มยังร้องโวยวาย สูดปากเบา ๆ ราวเจ็บเสียเต็มประดา
แพทย์สาวยั้งมือที่จับคีมคีบสำลีแตะบนแผลไว้เพียงชั่วครู่ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มั่นใจว่าตัวเองมือเบาเกินกว่าจะทำให้เขาเจ็บขนาดนั้น “ฉันยังไม่ได้ออกแรงอะไรเลย คุณอย่าร้องจนเว่อร์น่า”
“โธ่...ผมเจ็บตัวนะครับ ก็ต้องเรียกร้องความสนใจกันหน่อยสิ” นั่นไง...คนสำออยสารภาพหน้าตาย
ปัณณากลอกตาไปมาอย่างอ่อนใจ ค่อย ๆ ทำแผลต่อไปเงียบ ๆ ไม่ใส่ใจกับแววตาของเขาที่หรี่มองอย่างออดอ้อน เหมือนลูกสุนัขที่บาดเจ็บและต้องการคนดูแล
“คุณหมอมือเบาดีจัง”
“เมื่อกี้ใครเพิ่งร้องโอดโอยนะ”
“โธ่...ล้อเล่นนิดเดียว อย่าเคืองกันสิครับ” เขาทำเสียงออดอ้อน เมื่อเธอแปะพลาสเตอร์รูปตัวการ์ตูนที่ชอบพกติดกระเป๋าลงที่ใบหน้านั้น
“โอ๊ะ...แบ๊ดแบ๊ด...เหมาะกับคุณชะมัดเลย” หญิงสาวเผลอปรบมืออย่างชอบใจเมื่อเห็นว่าพลาสเตอร์ที่ตัวเองเพิ่งติดลงบนหน้าเขานั้นเป็นลายการ์ตูนรูปลูกเป็ดตัวดำ
“น่ารักเหมาะกันหรือครับ”
“เกเรเหมาะกันต่างหากละคะ” เธอหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นหน้างอ ๆ ของชายหนุ่ม “แก้มคุณน่ะ...ช้ำขนาดนั้นคงต้องประคบหน่อยนะ เดี๋ยวฉันเอาที่ประคบมาให้”
“ผมออกไปประคบข้างนอกได้ไหม...เกรงใจเตียงห้องฉุกเฉิน”
หญิงสาวเหลือบมองรอบ ๆ ห้อง ความจริงคนไข้ก็ลดลงมากแล้ว แต่การจะมาครองเตียงไว้โดยไม่ได้เป็นแม้แต่คนไข้ของโรงพยาบาลก็ดูไม่ค่อยดีเท่าไร เธอจึงพยักหน้ารับ “ก็ได้...คุณออกไปรอข้างหน้านะ เดี๋ยวฉันเอาออกไปให้”
เขารออยู่ไม่นาน ปัณณาก็เดินออกมาพร้อมห่อผ้าประคบเย็น
“มีคนไข้ที่คุณต้องไปดูหรือเปล่าครับ” เขาถามเสียงอ่อยเมื่อเธอส่งห่อผ้ามาให้
“ตอนนี้ยังค่ะ...เย็น ๆ แบบนี้ส่วนใหญ่เป็นคนไข้ที่นัดมาทำแผล พี่ ๆ พยาบาลทำกันจนเชี่ยวชาญกว่าฉันอีก”
“ดีจัง...อย่างนี้คุณก็ว่าง” เขาร้องอย่างลิงโลด ปัณณาจึงเริ่มรู้สึกตัว เธอหรี่ตามองหน้าหล่อ ๆ ที่บวมช้ำนั้นอย่างไม่ไว้ใจ แล้วหญิงสาวก็รู้ว่าเธอคิดถูก เมื่อเขาทำเสียงนุ่มออดอ้อนเหมือนลูกหมาที่ครางหงิง ๆ ใส่เจ้าของ “ทำให้หน่อยสิครับ...นะ...คุณหมอคนสวย”
ปัณณากลอกตาอย่างอ่อนใจ เห็นแก่ความที่เขาเป็นคนเจ็บ เธอจึงบรรจงแตะห่อผ้าลงที่แก้มช้ำนั้นอย่างเบามือ อดไม่ได้ที่จะถาม “เกือบลืมไปเลย...คุณไปทำท่าไหนมา หน้าถึงบวมขนาดนี้”
“มีปัญหาตอนไกล่เกลี่ยคดีนิดหน่อยครับ เขาไม่ได้ตั้งใจต่อยผมหรอก”
“อ้อ...อยากเป็นฮีโร่เลยเอาหน้าไปรับหมัดสินะคะ”
“อืม...แล้วคุณไม่เห็นว่าผมเป็นฮีโร่บ้างหรือ” เขาทำตาวาวจ้องหน้าเธอ
“ไม่เลย...แถวบ้านฉันเรียกว่าแกว่งเท้าหาเสี้ยน”
“โอว...เพราะแบบนั้นไงผมถึงแกว่งไปช่วยเพื่อนคุณไว้ได้” เขาเริ่มทวงบุญคุณ ปัณณาหัวเราะในคอ
“ฉันช่วยรักษาเพื่อนและญาติ ๆ ของคุณแล้วไง”
“นั่นงานคุณ...ในฐานะหมอ”
“อย่างนั้นตอนนี้ฉันก็กำลังดูแลคุณอยู่” หญิงสาวแกล้งกดห่อผ้าที่ใช้ประคบเข้าไปให้แรงขึ้น เขารีบดึงหน้าหนี หรี่ตาส่งค้อนใส่เธอวงใหญ่
“ไม่นับ...เพราะคุณเป็นหมอ คุณทนเห็นคนเจ็บไม่ได้หรอก” เขาคิดแทนเธอได้ง่ายดาย
ปัณณาถอนใจยาว หรี่ตามองหน้าชายหนุ่มอย่างขัดใจ “แล้วคุณจะเอายังไง...ที่ช่วยเพื่อนฉันก็งานคุณเหมือนกันนะ”
ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาคลี่ยิ้มจาง ๆ ที่ทำได้ไม่ดีนักเมื่อหน้ายังบวมอยู่มาก เขายกมือขึ้นมาคว้ามือเธอไปอย่างถือวิสาสะ ปัณณาสะดุ้งมองตาเขียว เขาจึงรีบยกมือขึ้นทั้งสองข้าง โคลงศีรษะลงเป็นเชิงขอโทษ
“เอ่อ...ผมแค่จะขอโทษ แล้วก็...เพื่อความสบายใจเรามาตกลงกันดีกว่า”
“ตกลง...อะไร” หญิงสาวทำหน้างุนงง
“เรื่องของเราไง ผมช่วยเพื่อนคุณ คุณช่วยเพื่อนผม...แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะเจ๊ากันหรอกนะ”
“ทำไม...คุณขาดทุนอะไรหรือไง” เธอตวัดสายตามองค้อนเขาด้วยความหมันไส้
นักไกล่เกลี่ยตัวร้ายก้มศีรษะรับหน้าบาน “ครับ...ขาดทุนมาก ๆ ด้วย”
ปัณณาเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ “คุณไม่ได้ยัดเงินคนไข้เพื่อนฉันให้ยอมความหรอกนะ”
“เฮ้ย...” เขาร้องลั่น “อย่ามาใส่ความกันสิครับ เรื่องเพื่อนคุณน่ะฝีมือล้วน ๆ ไม่อย่างนั้นคนไข้กับเพื่อนคุณคงไม่กลับมาสนิทสนมกันซี้ย่ำปึ้กขนาดนี้หรอก”
ปัณณาถอนใจ “แล้วคุณขาดทุนอะไร”
“ของสำคัญครับ...” เขาทำตาวาววับอย่างไม่น่าไว้ใจเมื่อมองเข้าไปในตาของหญิงสาว
“อะไรละ”
“หัวใจมั้งครับ” คำตอบเรียบ ๆ กลับทำให้ปัณณาเลิกคิ้วมองอย่างงุนงง
“น้ำเน่า...ถ้าคุณตกหลุมรักเพื่อนฉันก็วิ่งโร่ไปบอกมันเถอะ คงดีใจที่ได้ลงจากคานเสียที มาบอกกับฉันนี่ช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะคะ แค่ธุระตัวเองก็จะแย่อยู่แล้ว” หญิงสาวบอกด้วยท่าทางเบื่อหน่าย ก่อนจะโบกมือเบา ๆ แล้วทำท่าจะเดินจากไป
เขารั้งมือเธอไว้ คราวนี้ไม่รอให้ปัณณาหันมามองตาขวาง ชายหนุ่มกระตุกมือเบา ๆ ก็ดึงเอาร่างที่ก้าวเดินอย่างไม่เสถียรนั้นเข้ามาใกล้ตัวได้ง่าย ๆ
ปัณณาตัวแข็งอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่ม เธอเบิกตากว้าง ยังพูดอะไรไม่ออก เขาก็ยอมคลายมือออก เหลือแค่แขนข้างหนึ่งที่โอบเอวเธอไว้หลวม ๆ แล้วชายหนุ่มก็รีบบอก “ถ้าเป็นเพื่อนคุณ ผมคงไม่เทียวไปเทียวมาอยู่ที่นี่หรอก”
“คุณ...” ปัณณาพูดอะไรไม่ออก สมองกำลังคิดหาความหมายของประโยคที่เขาพูดออกมา
“ผมชอบคุณไง...เลยต้องแวะมาบ่อย ๆ”
“อยากหน้าบวมอีกข้างเหรอคะ ถึงมาล้อกันเล่นแบบนี้” แพทย์สาวหลุดปากถามไปโดยอัตโนมัติ
ชายหนุ่มกลอกตาอย่างอ่อนใจ “เรื่องแบบนี้มีใครเขามาล้อเล่นกัน...ผมเตรียมใจมาแทบแย่กว่าจะคิดได้ว่าควรบอกคุณยังไง นี่แปลว่าคุณยังไม่ได้คิดอะไรกับผมเลยใช่ไหมนี่”
“รวมถึงเรื่องถูกต่อยด้วยหรือเปล่าที่คุณเตรียมมา”
“ไม่ครับ...นี่อุบัติเหตุจริง ๆ” เขาเอ่ยพลางถอนใจ “ว่าแต่คุณ...ไม่คิดอะไรกับผมหน่อยเหรอ”
ปัณณาถอนใจเบา ๆ ยันตัวยืนขึ้นตรง ยืดหลังไม่ให้โถมน้ำหนักไปที่เขามากนัก แต่ยังสัมผัสได้ถึงท่อนแขนที่โอบเอวเธอไว้หลวม ๆ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หญิงสาวรู้ว่าเธอไม่ได้รังเกียจสัมผัสของเขา ไม่รู้สึกถึงความจาบจ้วงหยาบคายหรือไร้มารยาท แต่เหมือนมีความอบอุ่นบางอย่างซ่อนอยู่
อาจเป็นเพราะดวงตาของเขาที่มองสบตาเธออย่างเปิดเผย
ปัณณาเห็นความจริงใจปนความสับสน มีความไม่มั่นใจบางอย่างซ่อนอยู่อย่างที่เธอไม่เคยเห็นในตาเขามาก่อน
“คุณกำลังประหม่า...”
“ผมควรประหม่า...เพราะไม่รู้ว่าคุณจะตอบยังไง”
ไม่มีทางให้ถอย ปัณณารู้แม้เธอไม่เคยได้รับคำสารภาพรักจากใครมาก่อน น่าแปลกที่สถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนในนิยาย เธอไม่ได้ตื่นเต้น ไม่ได้ลำบากใจ แต่กำลังแปลกใจ
“คุณเป็น...ทนายที่ดี”
“ผมเป็นเมดิเอเตอร์...เอ่อ...ถึงจะทำหน้าตาเหมือนทนาย แต่ความจริงผมชอบทำงานเป็นนักไกล่เกลี่ยมากกว่า เสียแต่ถ้าประกาศปาว ๆ ว่าทำอาชีพนี้ตั้งแต่แรกคงไม่ค่อยรุ่งเท่าไร เพราะเวลาคนร้อนใจเรื่องคดีก็มักวิ่งหาทนายก่อน” เขาแก้เสียยาวเหยียดผิดวิสัยผู้ชายที่ชอบประหยัดคำพูด
“เอาละ...คนสวย นั่นไม่ใช่คำตอบของคุณใช่ไหม”
ปัณณามองหน้าเขาแล้วถอนใจ “นั่นละค่ะ...คำตอบของฉัน”
“ผมไม่ได้สารภาพความรู้สึกกับคุณเพื่อได้ยินคำตอบแบบนี้หรอกนะ” ตัวโมโหแล่นมาเกาะที่ปลายจมูก นักไกล่เกลี่ยหนุ่มที่เคยใจเย็นได้ทุกสถานการณ์ เวลานี้ดูจะใจร้อนเหมือนใครเอาไฟมาลน
“นั่นละค่ะ...คำตอบของฉัน” ปัณณาตอบด้วยท่าทางอ่อนใจ “คุณเป็นคนดีนะ ถึงฉันจะแปลกใจว่าคุณกำลังล้อฉันเล่นหรือเปล่า แต่ถ้าคุณจะบอกว่านี่เป็นเรื่องจริง ฉันก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธความรู้สึกของคุณ”
เรื่องอะไรเธอจะบอกละว่าความจริงก็พอใจกับความอบอุ่นของเขาอยู่เหมือนกัน เวลามีแขนสักข้างซ้อนอยู่ข้างหลังเหมือนจะทะนุถนอม ก็ทำให้ผู้หญิงรู้สึกดีได้แบบแปลก ๆ นะ
“นั่นแปลว่าคุณพอจะชอบผมอยู่บ้างหรือเปล่า” เขาถามอย่างไม่แน่ใจ
“ฉันชอบคนดีค่ะ และเท่าที่พอรู้จักมาคุณก็เป็นคนดีพอใช้ได้” ปัณณาตอบเสียงเรียบ
“เพียงแต่...ความรู้สึกของฉัน ยังไม่มากพอจะก้าวไปไกลกว่านี้”
ชายหนุ่มหัวเราะ “ไม่เป็นไร...ผมจะช่วยคุณเติมจนมันมากพอ” ท่าทางเขามั่นใจว่าจะทำได้ง่าย ๆ
ปัณณาเหยียดริมฝีปากยิ้มจาง ๆ เอ่ยกลั้วหัวเราะ “เตือนไว้เลยว่าฉันไม่เผลอชอบคุณง่าย ๆ หรอกนะ”
คนฟังยิ้มตอบ ไหวไหล่เบา ๆ อย่างไม่ใส่ใจ “ไม่เป็นไร...อย่าลืมว่าผมเป็นนักไกล่เกลี่ย แค่เรื่องหัวใจของเรา...คงไม่ลำบากเท่าไรหรอก”
“ฉันเป็นหมอหัวดื้อ...เดาว่าคุณคงต้องใช้ความอดทนอย่างสูง”
“ผมไม่เคยมีปัญหากับการอดทนเพื่อความสำเร็จที่รออยู่ตรงหน้า” เขาโคลงศีรษะเบา ๆ “หายปวดแก้มแล้ว ผมกลับก่อนดีกว่า...เชิญคุณหมอไปทำงานเถอะครับ แล้วอย่าลืม...คุณเปิดโอกาสให้ผมแล้ว ถ้าต่อไปจะมาเร่งทำคะแนนบ่อย ๆ ก็อย่าว่ากันนะครับ”
ชายหนุ่มทำท่าจะเดินจากไปโดยที่ปัณณาไม่ทันตั้งตัว หญิงสาวเบิกตากว้างมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา แล้วผู้ชายเจ้าเล่ห์ก็หมุนตัวกลับมาก้มหน้าลงปัดริมฝีปากเฉียดเส้นผมข้างแก้มเธอไป
หญิงสาวยืนตัวแข็งด้วยความตกตะลึง เขาดึงตัวกลับไปยืนตรงอยู่ตรงหน้าเธอ “แทนคำยืนยัน...ว่าผมไม่ได้ล้อคุณเล่น”
ปัณณาไม่รู้ว่าตัวเองเดินกลับมานั่งที่ห้องฉุกเฉินได้อย่างไร แต่หัวใจเธอยังสั่นรัวไม่ยอมหยุด ยิ่งเมื่อคิดถึงใบหน้าของผู้ชายวายร้ายคนนั้น หน้าเธอก็ร้อนขึ้นมาอย่างประหลาด
ถึงเขาจะเป็นผู้ชายคนแรกที่กล้ามาสารภาพรักกับเธอ แต่ก็ไม่ใช่ผู้ชายคนแรกที่กล้าจีบเธอ ปัณณาไม่ใช่ผู้หญิงที่ทำอะไรไม่ถูกเพียงเพราะต้องเผชิญหน้ากับคนที่รู้ดีว่ากำลังชอบเธอ แต่ผู้ชายคนนั้นทำให้ปัณณากลายเป็นผู้หญิงแบบนั้น
พระเจ้าช่วย...เขาเป็นผู้ชายที่น่ากลัวและน่ารังเกียจอย่างที่เพื่อนเธอเคยบอกไว้จริง ๆ เสียด้วย
ปัณณาถอนใจเบา ๆ ยกมือแตะหน้าอกด้านซ้ายอย่างเผลอตัว
ไม่ใช่แค่การเต้นของหัวใจที่เธอรู้สึก แต่หญิงสาวคิดว่ามีบางสิ่งกำลังงอกเงยขึ้นในนั้น
เธอทั้งอยากพบ และไม่อยากพบกับเขาอีก ตราบที่ไออุ่นบาง ๆ ที่แผ่นหลังยังติดอยู่ ตราบที่สัมผัสของลมหายใจจาง ๆ ที่ข้างแก้มยังชัดเจนอยู่ในใจ
ปัณณารู้ว่านั่นคือคำสาป...เธอกำลังจะถูกผู้ชายคนนั้นไกล่เกลี่ย
...ให้รักเขา...จนไม่อาจถอนตัว
แพทย์สาวคลี่ยิ้มละมุน สูดลมหายใจเข้ายาว ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างขึ้น กระซิบคำเบา ๆ กับตัวเอง “อย่าล้อกันเล่นก็แล้วกัน...”
--------
คำถามมีอยู่ว่า : แบ๊ดแบ๊ดเป็นเป็ดใช่ไหมคะ ไอซ์ไม่แน่ใจว่าตัวเองเผลอปล่อยไก่ไปหรือเปล่า ฮ่า ๆ
เรื่องของเรื่อง ที่มาของเรื่องสั้นนี้สารภาพว่าแรงบันดาลใจจาก fairly legal ซีรี่ย์ฝรั่งค่ะ เขียนไว้ตั้งแต่อาทิตย์ก่อน อยากปั่นและเอามาลงเร็ว ๆ
จะได้กระซิบบอกทุกท่านว่า ไอซ์กำลังเจอมรสุม medicine วอร์ดที่ไอซ์หวังว่าตัวเองจะกลั้นใจผ่านมันไปได้อย่างปลอดภัย
นับถอยหลัง...อีกสี่อาทิตย์เท่านั้น!!!
เป็นกำลังใจให้ไอซ์กับหนูหลันด้วยนะคะ
ปล. ตามเคยค่ะ เรื่องสั้นนี้เหมือนจะยังไม่จบ แต่ไอซ์ต้องขออภัยทุกท่านที่ต้องบอกว่าไอซ์ไม่เขียนต่อนะคะ บทต่อจากนี้เป็นเรื่องที่ปัณณาและเขาจะกำหนดกันเอง เป็นกำลังใจให้พวกเขาด้วยนะคะ
คิดถึงคนอ่านค่ะ

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 5 มิ.ย. 2554, 20:25:29 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 5 มิ.ย. 2554, 20:25:29 น.
จำนวนการเข้าชม : 3240
<< หมาป่าเกย์กับลูกแกะสาว | บนเส้นทางของความรัก >> |

Thananya 5 มิ.ย. 2554, 21:12:18 น.
น่ารักจังเลยค่ะ ชอบหลายๆประโยคในเรื่องสั้นเรื่องนี้ อ่านแล้วได้อะไรมากกว่าที่คิด :)
น่ารักจังเลยค่ะ ชอบหลายๆประโยคในเรื่องสั้นเรื่องนี้ อ่านแล้วได้อะไรมากกว่าที่คิด :)

kraten 5 มิ.ย. 2554, 21:55:35 น.
สู้ๆนะคะ... ว่าที่คุณหมอ ;-)
สู้ๆนะคะ... ว่าที่คุณหมอ ;-)

grazioso 5 มิ.ย. 2554, 21:56:53 น.
โว้วววววว ชอบคุณเมดิเอเตอร์จังค่ะ ๕๕๕๕ มาจีบคุณหมอแบบเนียนๆ ๕๕๕
เป็นกำลังใจให้พี่ไอซ์นะคะ ยังไงก็สู้ๆ กับวอร์ดmed และขอให้ผ่านไปได้อย่างปลอดภัยค่า :)
ปล.เจ้าแบ๊ดแบ๊ดซ์เป็นเพนกวินค่ะ :))
โว้วววววว ชอบคุณเมดิเอเตอร์จังค่ะ ๕๕๕๕ มาจีบคุณหมอแบบเนียนๆ ๕๕๕
เป็นกำลังใจให้พี่ไอซ์นะคะ ยังไงก็สู้ๆ กับวอร์ดmed และขอให้ผ่านไปได้อย่างปลอดภัยค่า :)
ปล.เจ้าแบ๊ดแบ๊ดซ์เป็นเพนกวินค่ะ :))



yellowblob 6 มิ.ย. 2554, 02:11:00 น.
น้ารักมากค่ะ ถ้าคุณนักเขียนชอบดูซีรี่ย์สไตล์แบบนี้
อยากขอแนะนำเรื่อง Harry's Law ค่ะ
เกี่ยวกับทนาย สนุกดีค่ะๆ
อ๋อ แล้วก็เรื่องหมอ เรื่อง House ค่ะ อันนี้มันมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
น้ารักมากค่ะ ถ้าคุณนักเขียนชอบดูซีรี่ย์สไตล์แบบนี้
อยากขอแนะนำเรื่อง Harry's Law ค่ะ
เกี่ยวกับทนาย สนุกดีค่ะๆ
อ๋อ แล้วก็เรื่องหมอ เรื่อง House ค่ะ อันนี้มันมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

bow 6 มิ.ย. 2554, 06:52:03 น.
อ่านแล้วรู้สึกอุ่นหัวใจจังค่ะ.. :)
คุณ Mediator ก็น่ารักจังค่ะ..
ปล นี่เป็นครั้งแรกที่ได้อ่านนิยายเกี่ยวกับ Mediator เลยค่ะ.. เห็นด้วยกับแนวคิดคุณ Mediator เลยค่ะ เห็นว่าอยากจะเป็นทนายนอกคอกมกกว่าทนายความเช่นกันค่ะ :)
เป็นกำลังใจให้ว่าที่คุณหมอนะคะ.. <3
อ่านแล้วรู้สึกอุ่นหัวใจจังค่ะ.. :)
คุณ Mediator ก็น่ารักจังค่ะ..
ปล นี่เป็นครั้งแรกที่ได้อ่านนิยายเกี่ยวกับ Mediator เลยค่ะ.. เห็นด้วยกับแนวคิดคุณ Mediator เลยค่ะ เห็นว่าอยากจะเป็นทนายนอกคอกมกกว่าทนายความเช่นกันค่ะ :)
เป็นกำลังใจให้ว่าที่คุณหมอนะคะ.. <3

PiNVE 6 มิ.ย. 2554, 08:45:09 น.
น่ารัก
น่ารัก

tarntawan 6 มิ.ย. 2554, 11:18:13 น.
เพนกวินสีดำตะหาก bad badtz maru
เพนกวินสีดำตะหาก bad badtz maru

tarntawan 6 มิ.ย. 2554, 11:18:52 น.
เพนกวินสีดำตะหาก bad badtz maru
เพนกวินสีดำตะหาก bad badtz maru

tarntawan 6 มิ.ย. 2554, 11:19:08 น.
เพนกวินสีดำตะหาก bad badtz maru
เพนกวินสีดำตะหาก bad badtz maru

ลิขิตรา 6 มิ.ย. 2554, 21:11:41 น.
ขอบคุณค่ะ ปล่อยไก่จริงๆด้วยไอซ์
ขอบคุณค่ะ ปล่อยไก่จริงๆด้วยไอซ์

ปูสีน้ำเงิน 6 มิ.ย. 2554, 22:03:49 น.
น่ารัก
น่ารัก

yayee62 6 มิ.ย. 2554, 23:50:19 น.
น่ารักมากมาย อ่านแล้วกระชุ่มกระชวยหัวใจ ^///^
น่ารักมากมาย อ่านแล้วกระชุ่มกระชวยหัวใจ ^///^

ณิณ 8 มิ.ย. 2554, 22:50:17 น.
สู้ๆค่ะ เพราะกำลังเจอมรสุมลูกเดียวกัน ให้กำลังใจตัวเองด้วย555
สู้ๆค่ะ เพราะกำลังเจอมรสุมลูกเดียวกัน ให้กำลังใจตัวเองด้วย555

ก้อนแก้ว 10 มิ.ย. 2554, 20:44:02 น.
ชอบเรื่องหมอๆ อะไรแบบนี้จัง
ตอนนี้กำลังเล็งเด็กแพทย์อยู่ค่ะ
ถามเพื่อนๆ ให้หน่อยได้มั้ยคะว่าชอบผู้หญิงแบบไหน
แอร๊ยยยยยยยยยย เขิลลลลลลล
ชอบเรื่องหมอๆ อะไรแบบนี้จัง
ตอนนี้กำลังเล็งเด็กแพทย์อยู่ค่ะ
ถามเพื่อนๆ ให้หน่อยได้มั้ยคะว่าชอบผู้หญิงแบบไหน
แอร๊ยยยยยยยยยย เขิลลลลลลล
