Delusion เหลี่ยมรัก เล่ห์ลวง
(เรื่องต่อจาก Asylum หรือ ในกรงเพลิง สนพ.อินเลิฟ)


วุฒิสมาชิกแคเทรียน เนลีคาห์น แห่ง ดาวเคราะห์บาโรว์ ถูกลักพาตัวระหว่างเดินทางกลับบ้าน เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่่าตนเองกลายเป็นหนึ่งในหญิงสาวที่กลายเป็นสินค้าของ เอธาน เฌอราส หนึ่งในผู้มีอิทธิพลของกลุ่มเครส และได้ทราบว่าเขาจะขายเธอให้แก่ผู้ที่ให้ราคาดีที่สุด!

Tags: ต่างดาว, เซเฟรัส, คีเรี่ยน, ยูรัส, แคเทรียน

ตอน: ตอนที่ 6

“จนป่านนี้แล้วยังหาตัวไม่เจออีกเหรอ” เสียงทุ้มลึกเค้นถามลูกน้องขณะพยายามระงับอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่นขึ้นมาด้วยคำตอบของอีกฝ่ายมิใช่สิ่งที่รอฟังอยู่ “นี่มันเกินเดือนแล้วนะ”

ดวงหน้าเข้มดุสีแทนรกเรื้อด้วยหนวดเคราก้มมองหน้าผู้เป็นลูกน้องด้วยแววตาบ่งบอกความไม่พอใจชัดแจ้ง ทว่าอีกฝ่ายมิได้แสดงอาการหวั่นเกรงใดๆให้ปรากฏนอกเหนือไปจากร่องรอยของความอึดอัดใจที่ไม่สามารถควานหาผลลัพธ์ตามที่เจ้านายต้องการได้ ชายหนุ่มร่างเพรียวยังคงยืนนิ่งสบตากับนัยน์ตาสีไพลินน้ำงามขณะให้เหตุผลของการติดขัด

“การจับตัวต้นตอส่งเอกสารนั่นคงยากแล้วล่ะครับ รูปพรรณที่เราได้จากการกู้บันทึกรักษาความปลอดภัยที่ถูกลบของห้องชุดนั่นพอจะช่วยให้หาร่องรอยได้ก็จริง แต่พอไปคุยด้วย หมอนั่นก็บอกว่าคนที่เจอกันริมถนนจ้างให้เอาซองไปหย่อนไว้ในตู้เท่านั้น เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคนจ้างเลยสักนิด เราก็เลยได้มาแต่ลักษณะภายนอกเท่าที่เขาจำได้ ไม่ใช่แค่นี้หรอกนะครับ หลังจากนั้นเราก็ไล่ตามหาตัวคนจ้างอยู่นาน แล้วตอนที่ผมตามไปถึงที่พัก มันก็กลายเป็นศพนานแล้ว”

คิ้วหนาพาดตรงของเอธานขมวดเข้าหากันหลังได้ฟังคำอธิบายที่นอกจากจะไม่ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นแล้วยังชวนให้หงุดหงิดมากกว่าเดิม

“แล้วผลการวิเคราะห์เอกสารล่ะ ถึงจะไม่พบรอยนิ้วมือแต่ลักษณะตัวอักษรไม่บอกอะไรเลยหรือไง รุ่นเครื่องพิมพ์ ยี่ห้อกระดาษ ชนิดของเยื่อไม้ ซอฟแวร์ที่ใช้ ส่วนประกอบของหมึกพิมพ์”

“ไม่มีประโยชน์เลยครับ ผมให้ตรวจสอบผลวิเคราะห์ทุกอย่างนั่นซ้ำสองแล้ว ไม่มีอะไรโดดเด่นหรือแปลกไปจากอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับการใช้งานในครัวเรือนสักอย่างเดียว อันที่จริงต้องบอกว่าเป็นรุ่นยอดนิยมด้วยซ้ำ ถึงอย่างนั้นผมก็ให้คนติดตามหาร่อยรอยต่อแล้วล่ะครับ คืนนี้อีกทีมจะเข้าไปค้นที่ห้องพักของวุฒิสมาชิกเนลีคาห์นอีกครั้ง ถ้ายังมีอะไรที่หลงหูหลงตาจากครั้งก่อนเหลืออยู่ เราต้องได้มาแน่”

“ไปเถอะ” ชายหนุ่มพยักหน้าไปทางประตูให้ลูกน้องออกจากห้องก่อนจะส่ายหน้าระงับความผิดหวังรำคาญใจและอารมณ์ไม่พึงปรารถนาให้สงบลง

การติดตามหาตัวบุคคลลึกลับที่ส่งเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจผิดกฎหมายของเขาไปให้วุฒิสมาชิกเนลีคาห์นซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้องลักพาตัวหล่อนระหว่างเดินทางกลับนั้นไม่น่าจะล้มเหลวได้ถึงขนาดนี้ แม้คนว่าจ้างส่งสารจะถูกกำจัดเพื่อป้องกันมิให้มีใครอื่นรู้เรื่องหรือสืบสาวต่อขึ้นไปพบต้นตอจะเป็นเรื่องธรรมดาในสังคมที่ให้ความสำคัญกับจุดประสงค์ของตนเองเป็นอันดับหนึ่ง หากการวิเคราะห์เอกสารที่ลอบนำออกมาจากที่พักบนดาวโคริกินาสในเวลาเดียวกับการจับตัวหญิงสาวแล้วก็น่าจะแสดงผลที่ต้องการออกมาบ้าง

ไม่น่าจะสิ้นร่องรอยแบบนี้…

ผิดปกติมาก...

ร่างสูงใหญ่ในเสื้อผ้าทอแขนยาวผ่าอกเนื้อบางตัวหลวมกับกางเกงสีดำเดินเท้าเปล่าไปยังโต๊ะทำงานไม้หลังสลัดข้อข้องใจออกจากสมองเมื่อยังไม่เห็นหนทางใดที่จะทำให้ได้ข้อมูลเพิ่ม ชายหนุ่มเริ่มทำงานที่ทิ้งค้างไว้ก่อนจะถูกขัดจังหวะด้วยการรายงานของลูกน้องต่อ ทว่าไม่นานเสียงหญิงสาวนุ่มหูที่โปรแกรมไว้สำหรับแจ้งการติดต่อเข้ามาของลูกค้าสำคัญก็ดังขึ้น

“เจ้านายคะ คุณยูรัสติดต่อมาค่ะ พร้อมจะเปิดรับการติดต่อหรือไม่คะ”

คำประกาศของเมนเฟรมควบคุมห้องทำงานดึงความสนใจของเจ้าพ่อหนุ่มได้เป็นอย่างดี การใช้โปรแกรมแจ้งการติดต่อโดยใช้ชื่อตัวของผู้เป็นลูกค้าแทนชื่อตระกูลเพื่อป้องกันการสอดแนมของเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆมีข้อจำกัดว่าจะไม่ยอมรับการใช้ชื่อซ้ำซ้อนและจะบังคับให้เลือกใช้ชื่อใหม่ทันที ลูกค้าเจ้าของชื่อแต่ละคนที่ติดต่อเข้ามาจึงมักจะต้องรอคำอนุญาตเปิดรับการติดต่อของเอธานก่อนได้สนทนากัน เขาจึงสามารถเลือกทั้งรับและปฏิเสธการติดต่อหรือจะปล่อยให้อีกฝ่ายรอได้นานตามใจชอบโดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงเหตุผลข้ออ้างใดๆในเมื่อเมนเฟรมมีคำตอบเหมาะสมให้ลูกค้าเสมอ

แต่คราวนี้เขาจะใช้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษนี้ไม่ได้…

ไม่ใช่ในขณะที่อีกฝ่ายมีคำถามสำคัญที่ต้องการคำตอบแบบนี้…

“ส่งมาได้เลย”

ภาพโฮโลกราฟฟิคของชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเงินที่นั่งพิงพนักอาร์มแชร์บุผ้าไหมด้วยท่าทางผ่อนคลายหากเปี่ยมสง่าราศีไม่ธรรมดาปรากฏขึ้นสมบูรณ์ที่มุมห้องในไม่กี่วินาทีต่อมา ใบหน้าสะอาดคมคายของวุฒิสมาชิกหนุ่มเผยแววไม่สบอารมณ์ขัดกับรอยยิ้มแจ่มใสที่มักจะทากาวติดอยู่บนริมฝีปากตลอดเวลา

หนึ่งเดือนสำหรับเรื่องนี้…

“มีธุระสำคัญหรือไง คุณไม่ควรจะติดต่อมาเวลานี้ไม่ใช่หรือ”

เอธานเอ่ยพลางเหลือบมองนาฬิกาเป็นเชิงบอกให้อีกฝ่ายทราบว่าทำตัวผิดปกติสำหรับการติดต่อระหว่างกัน เพราะยูรัสมักจะเลือกเวลาที่เห็นว่าพวกเขาทั้งคู่สะดวกจะพูดคุยกันมากกว่าช่วงเวลาระหว่างวันที่ต่างคนต่างก็ยุ่งวุ่นวายกับงานของตัวเองเสมอ

“คิดจะทำอะไรกันแน่ เอธาน”

คิ้วหนาเลิกขึ้นเมื่อถูกจู่โจมจากคนที่มีสถานะเป็นทั้งเพื่อนและลูกค้าจากการคบกันมาเกินสิบปีโดยปราศจากคำทักทายใดๆตั้งแต่ประโยคแรก พฤติกรรมขาดมารยาทของชายหนุ่มจากตระกูลแอสทราอุสของดาวรีเอสประกาศชัดว่าอีกฝ่ายต้องการข้อเท็จจริงและไม่คิดจะรั้งรอเวลาในการหาคำตอบ

กระนั้นการให้คำตอบมิใช่สิ่งที่เขาต้องการ…

“ผมคิดและตั้งใจจะทำอะไรเยอะแยะไปหมด แต่คุณไม่เคยสนใจอยากรู้มาก่อนนี่”

“นั่นก็จริง ผมไม่เคยสนใจอยากรู้แผนการส่วนตัวของใครมาก่อน แต่ตอนนี้ผมสนใจอยากทราบถึงสาเหตุที่ทำให้คุณชวนผมไปร่วมงานประมูลครั้งที่สาม” น้ำเสียงของคู่สนทนายังคงราบเรียบนุ่มนวลไม่แผกไปจากตอนขึ้นเวทีปราศรัย หากคนที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนในสถาบันหลักบนดาวการศึกษาอันดับหนึ่งย่อมทราบดีว่าคนพูดมิได้เยือกเย็นดังที่แสดงออก “ก่อนหน้านี้ผมคิดแค่ว่าคุณอยากสั่งสอนแคเทรียนฐานที่สร้างความยุ่งยากให้ธุรกิจของคุณ หลังผลักดันจนกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าต่างดาราจักรผ่านมติและประกาศใช้ได้สำเร็จ แต่ดูเหมือนว่าผมจะคิดอะไรง่ายเกินไป”

“ไม่ว่าคุณจะคิดอะไรมันก็ไม่เกี่ยวกับผมเลยนะยูรัส และสิ่งที่ผมคิดก็ไม่ใช่เรื่องที่วุฒิสมาชิกอย่างคุณควรจะต้องให้ความสนใจด้วย” ชายหนุ่มปฏิเสธอย่างสุภาพทว่าเย็นชาขณะอ่านแถบข้อความที่วิ่งผ่านหน้าจอมอนิเตอร์ด้านล่างอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจว่าปฏิกิริยาของตนเองจะทำให้อีกฝ่ายหรี่ตาลงอย่างไม่ชอบใจนัก

“อย่าเข้าใจผิด ผมไม่ได้สนใจใคร่รู้ความคิดของคุณนักหรอก แต่วินาทีแรกที่คุณเริ่มวางแผนจับตัวแคเทรียน ความคิดของคุณก็กลายเป็นปัญหาของผมแล้ว”

มือใหญ่หยาบกระด้างเสยเส้นผมสีดำสนิทให้พ้นจากหน้าผากขณะสายตาจับจ้องอยู่กับรายงานข่าวพิเศษ คิ้วหนาพาดตรงขมวดเข้าหากันเมื่อคำพูดของคู่สนทนาดังรบกวนสมาธิไม่ยอมหยุด นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มแบบอัญมณีจึงตวัดกลับไปยังแสงสีที่รวมตัวกันอยู่ตรงมุมห้องอย่างรวดเร็ว

“นิสัยหวงของนี่ไม่เคยพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเลยนะ”

โหนกแก้มสูงของวุฒิสมาชิกหนุ่มเรื่อสีเล็กน้อยจนแทบไม่สังเกตเห็น หากเอธานเองก็ไม่สนใจปฏิกิริยาตอบสนองของอีกฝ่ายจึงมิได้เห็นภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แถมคู่สนทนายังฉวยโอกาสดึงหัวข้อกลับไปยังจุดประสงค์เดิมอย่างรวดเร็วเมื่อร่างสูงหนาไม่ละสายตาจากจอมอนิเตอร์ตรงหน้า

“ไร้สาระ บอกมาดีกว่าว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่”

คำถามคาดคั้นชวนหงุดหงิดกระชากความสนใจและสมาธิไปจากเจ้าพ่อหนุ่มจนหมดสิ้น ใบหน้าเข้มดุเบือนไปทางภาพสามมิติของเพื่อนที่ชักจะกวนโทสะตนเองมากขึ้นทุกขณะ แม้จะรู้ดีว่าถ้าไม่บอกความจริงอีกฝ่ายก็คงซักไซ้ไม่ยอมเลิก หากเขาก็ยังไม่พร้อมจะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้คนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆอย่างยูรัสทราบ

“จำข่าวการค้นโกดังสินค้าในกลามิเรียนเดือนที่แล้วได้ไหม ยูรัส มันเป็นของผม แล้ววุฒิสมาชิกของคุณก็เป็นคนออกคำสั่งให้ตำรวจเข้าตรวจค้นที่นั่นเอง”

ชายหนุ่มมั่นใจว่าคู่สนทนาผู้มีความจำเป็นเลิศต้องเคยได้ยินข่าวการคว้าน้ำเหลวของเหล่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นำกำลังเข้าไปตรวจค้นโกดังเก็บสินค้าแต่กลับไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายใดๆซุกซ่อนอยู่แม้แต่ชิ้นเดียว ทว่าอีกฝ่ายคงไม่มีทางรู้ว่าสถานที่แห่งนั้นคือหนึ่งในจุดเก็บของโดยใช้ชื่อลูกน้องในสังกัดของเขาเป็นเจ้าของ

“ไม่ใช่แค่นี้ล่ะมั้ง คุณไม่มีทางลงทุนลงแรงกับเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้แน่”

“ก็แล้วแต่จะคิด” ไหล่หนาไหวอย่างไม่ใส่ใจเช่นเดิม แต่แล้วก็ตัดบทอย่างรวดเร็วมิให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสทักท้วงก่อนที่ภาพโฮโลกราฟฟิคจะเลือนหายไป “ขอตัวก่อนนะ ตอนนี้ผมไม่ว่าง”

เอธานเหยียดขาเปลี่ยนอิริยาบถเมื่อจบการสนทนากับวุฒิสมาชิกหนุ่มลงได้โดยไม่เสียเวลามากนัก ความเงียบอันน้อยนิดที่ได้กลับคืนมาช่วยให้อารมณ์สงบลงอีกครั้ง ดวงตาสีไพลินกวาดมองรอบห้องทำงานที่ตกแต่งไว้อย่างราบเรียบเคร่งขรึมด้วยสีเทาเยือกเย็นปราศจากเครื่องเรือนเกินจำเป็นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะหยุดที่ประตูซึ่งเลื่อนออกจากกันจนเห็นร่างสูงใหญ่ของคนยืนอยู่รอภายนอก

“มานานแล้วหรือ”

“ก็นานพอจะรู้ว่าท่านวุฒิสมาชิกติดต่อมาเรื่องอะไร” เสียงห้าวต่ำแฝงแววขบขันดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าปราดเปรียวคล่องแคล่วจนมาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ “จับตัวได้ไหม”

มือใหญ่หยาบกระด้างดันแฟ้มบันทึกข้อมูลจากการวิเคราะห์เอกสารอยู่เบื้องหน้าให้คนถามแทนการให้คำตอบตรงๆ อีกฝ่ายจึงคว้าแฟ้มแล้วหมุนตัวอิงสะโพกกับขอบโต๊ะนั่งหันหลังให้เขาก่อนเริ่มลงมืออ่าน เพียงครู่เดียวผู้มาใหม่ก็ปิดแฟ้มก่อนวางมันลงข้างตัวอย่างระมัดระวังเกินกว่าเหตุ

“ผลิตผลของระบบอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์กับการโฆษณาชวนเชื่อที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง”

ถ้อยคำเสียดสีเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนเอื่อยเหยียดหยันนั้นเรียกรอยยิ้มหยันขึ้นมาประดับบนดวงหน้าของเจ้าพ่อหนุ่มทันที ถึงแม้กระดาษเยื่อไม้จะมีราคาสูงและต้องดูแลรักษาอย่างระมัดระวังจนไม่เป็นที่นิยมอีกต่อไป หากการเลือกใช้จุดเด่นที่คัดเลือกมาเป็นอย่างดีของบริษัทโฆษณาเพื่อสร้างกระแสความนิยมในตัวสินค้าก็ทำให้คนมีเงินบางส่วนหันกลับมาใช้เทคโนโลยีแบบเก่าด้วยความมั่นใจว่าตัวเองมีรสนิยมเหนือกว่าผู้อื่น

และมันก็ทำให้เขายังไม่ได้ตัวการที่ส่งเอกสารไปให้เนลีคาห์นมาไว้ในมือด้วย…

ร่างสูงหนาทิ้งตัวลงพิงพนักพลางจ้องมองแผ่นหลังกว้างในเสื้อเชิ้ตสีถ่านหินอย่างครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเสแสร้งที่บ่งบอกถึงความเข้าใจในตัวอีกฝ่ายอย่างยิ่ง

“คารมดีแบบนี้นี่เองสาวๆถึงได้หลงแกนักหนา”

ประโยคนี้กระตุ้นให้อีกฝ่ายเบือนหน้ากลับมาให้ชายหนุ่มต้องหยุดคิดเมื่อเห็นเสี้ยวหน้าหล่อเหลาคมเข้มและนัยน์ตาสีม่วงปนน้ำเงินที่เป็นประกายวาววามละม้ายผิวหน้าตัดเพชรต้องแสงไฟซึ่งมักส่งผลให้ทุกคนที่เห็นชะงักงันขณะนึกชื่นชมและปรารถนาอยากได้ไปพร้อมกัน
ทว่าสิ่งที่เขาเห็นในยามนี้กลับไม่มีแม้เศษธุลีแห่งความงดงามเหลืออยู่…

“งั้นแกก็คงเห็นด้วย ถ้าฉันจะเพิ่มสาวอีกสักคนลงไปในรายชื่อ”





ระลอกคลื่นที่สาดซัดเข้าหาฝั่งสะท้อนแดดเป็นประกายระยิบระยับจนดวงตาสีฟ้าอ่อนจางต้องหรี่ลงยามก้าวออกจากร่มเงาของแนวป่าริมทะเลสาบ ผืนน้ำใสแจ๋วซึ่งเป็นสีเขียวฟ้าจากการทำปฏิกิริยาของแสงกับแร่ธาตุต่างๆในน้ำนั้นงดงามจับตาจนหญิงสาวชาวบาโรวิทยืนจ้องโดยไม่รู้ตัว สายลมหอบกลิ่นหอมตามธรรมชาติอันแสนชุ่มชื่นบริสุทธิ์ส่งผลให้เผลอสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ และกิริยานี้ของหล่อนก็เรียกรอยยิ้มอ่อนบางให้ผุดขึ้นบนริมฝีปากของชายหนุ่มที่ยืนเคียงข้าง

“สดชื่นมากใช่ไหม”

“ค่ะ อากาศปลอดโปร่งดีจริงๆ” แคเทรียนตอบรับอย่างอารมณ์ดีพลางพิจารณาธรรมชาติรอบกายที่ไม่ค่อยได้สัมผัสมากนักในช่วงหลัง “ปกติฉันเดินอยู่รอบบ้านเท่านั้น ไม่เคยมาแถวนี้เลย”

ทะเลสาบแซนกิลลีเบื้องหน้างดงามสมเป็นสถานที่ตากอากาศของเหล่ามหาเศรษฐีผู้มีเวลาว่างเหลือเฟือจากระบบเวอร์จีเนวาและระบบดาวเคราะห์ใกล้เคียงอื่นๆจนนึกแปลกใจว่าเหตุไฉนเนลีคาห์นจึงไม่มีบ้านพักบนดาวดวงนี้เลยสักหลังเดียว

จะว่าไปแล้วคนรู้จักบนดาวบาโรว์ก็ไม่ค่อยมีใครมีอสังหาริมทรัพย์ที่นี่สักเท่าไร…

เพราะอะไรกัน?

คิ้วเรียวสีทองคำขาวมุ่นเข้าหากันขณะหญิงสาวพยายามนึกถึงสาเหตุที่ทำให้ชาวบาโรวิทไม่นิยมใช้เวลาในวันหยุดพักผ่อนตามที่เคยได้ยินมา แต่ก่อนที่จะได้ซักถามวุฒิสมาชิกหนุ่มก็พยักหน้ารับแล้วก้าวต่อไปไม่เอ่ยคำใด ปล่อยให้ร่างโปร่งบางสำรวจสภาพแวดล้อมตามใจชอบ หากคนเดินตามกลับจ้องมองแผ่นหลังกว้างที่เดินนำหน้าอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก

ยูรัสคิดอะไรอยู่?

หลังเสร็จสิ้นอาหารมื้อเช้าที่สายกว่าปกติเธอก็ได้รับคำชวนให้ออกมาเดินเล่นริมทะเลสาบจากเจ้าของบ้านผู้มีเวลาหยุดพักไม่แน่นอน ตั้งแต่ย่างเท้าออกจากบ้านเธอก็ยังไม่ได้ยินเขาพูดหรือยั่วโมโหมากนัก ทว่าหญิงสาวก็ฉงนใจอยู่แวบเดียวก่อนตัดสินใจปล่อยผ่านเมื่อคิดว่าไม่เกี่ยวข้องกับตนเองแล้วหันกลับไปชื่นชมทัศนียภาพรอบกายที่ดึงดูดความสนใจมากกว่าหลายเท่า

ดวงตาสีไอซ์บลูพิจารณาระบบนิเวศน์รอบกายขณะเดินทอดน่องตามร่างสูงเพรียวไปเรื่อยๆด้วยนิสัยสนใจใฝ่รู้ เมื่ออีกฝ่ายสังเกตเห็นจึงชะลอฝีเท้าลงให้หล่อนสามารถศึกษาทุกสิ่งที่แปลกตาได้ตามใจชอบ หยุดรอยามหญิงสาวเข้าไปสำรวจพืชพันธุ์ชนิดต่างๆเพื่อนำมาเปรียบเทียบลำดับและวงศ์ของต้นไม้ที่รู้จักอยู่ในใจ อาการข้องใจสงสัยของแคเทรียนส่งผลให้คนที่เคยคุ้นกับดาวมีรอยยิ้มขันบางเบาติดริมฝีปาก

ทว่าความคิดที่ติดค้างอยู่ในสมองยังไม่จางหายไปไหน…

การซักถามเอธานถึงเหตุผลของการจับตัววุฒิสมาชิกสาวแล้วมาขายต่อให้เขาโดยไม่แจ้งให้ทราบว่าหล่อนคือใครล้มเหลวดังที่คาดไว้แต่แรก ถึงจะคิดอยู่แล้วว่าชายหนุ่มผู้นั้นคงไม่มีทางบอกถึงจุดประสงค์ที่มีให้ทราบง่ายนัก ทว่าวิธีการพูดโยกโย้บอกปัดไม่ตอบคำถามตรงๆสักครั้งกลับก่อให้เกิดความสงสัยหนักขึ้น และเรื่องโกดังสินค้าซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าตรวจค้นแล้วไม่พบการปิดบังหรือละเมิดกฎหมายใดๆตามที่กล่าวอ้างก็ไม่น่าจะทำให้อีกฝ่ายเกิดความไม่พอใจจนลงมือทำแบบนี้ได้

เขาคงถามผิดไป…

เพราะคำถามที่ถูกต้องน่าจะเป็น ‘แคเทรียนไปทำอะไรไว้’ มากกว่า

ยูรัสมองร่างระหงในชุดกระโปรงยาวคลุมเข่าสีฟ้าเทาย่อตัวลงเพ่งมองแมลงสีแดงมีลายจุดเหลืองกระจายทั่วตัวกางปีกตากแดดบนพุ่มไม้ข้างทางด้วยแววตาครุ่นคิด อากัปกิริยาของหล่อนบอกชัดว่าไม่รู้สึกตัวเลยว่าตกเป็นเป้าสายตาและความคิดของเขาอยู่ แถมเจ้าตัวก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพราะเหตุใดถึงถูกจับมาขายจึงไม่เคยยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีกแม้จะพยายามยืนยันว่าตัวเองคือวุฒิสมาชิกเนลีคาห์นตัวจริง

ถ้าผู้หญิงตรงหน้ายกสิ่งที่พวกเขารู้กันเพียงลำพังหรือเป็นส่วนตัวมายืนยันสักอย่างในครั้งแรกที่เอ่ยปาก เขาก็คงจะยอมรับแล้วว่าหล่อนคือบุคคลสำคัญที่หายตัวไปอย่างลึกลับจริง แต่ในเมื่อหญิงสาวไม่มีหลักฐานใดมารองรับสนับสนุนคำกล่าวอ้างของตัวเองให้มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ชายหนุ่มก็ไม่คิดจะช่วยให้หล่อนกลับคืนสู่สถานะที่แท้จริงเร็วขึ้น

ไม่ใช่ในยามเขาสนุกกับการทำไขสือแล้วแกล้งยั่วโทสะหล่อนไปเรื่อยๆ…

หรือในขณะที่ยังมีปัญหาน่าสงสัยค้างคาเช่นนี้…

บทสนทนาชวนหงุดหงิดกับเอธานกระตุ้นให้ชายหนุ่มนึกถึงการพูดคุยกันระหว่างตนเองกับฟีเรนท์ส์ที่เขาจำต้องยอมให้ค้างคืนอยู่ด้วย ก่อนจะไล่กลับบ้านบนดาวรีเอสในวันต่อมา ท่าทางรื่นเริงรู้ทันของน้องชายอายุน้อยกว่าเกือบสิบปีเป็นภัยต่อความสงบสุขของเขาในบ้านที่มีแคเทรียนอยู่ด้วย หากในวันนั้นเขาไม่รีบเข้าไปขัดจังหวะก่อนที่ทั้งสองคนจะได้มีโอกาสทักทายกันก็คงมีปัญหาเกิดขึ้นอีกระลอก
เสาน้ำแข็งคงจะโกรธหน้าดำหน้าแดงหากรู้ว่าโดนหลอกให้พักอยู่ที่นี่จนครบเดือน ทั้งที่สามารถกลับบ้านได้ตั้งแต่วันแรกที่เขาได้ตัวหล่อนมา…

ส่วนไอ้น้องชายตัวดีก็คงพูดจาไร้สาระเลื่อนเปื้อนให้อีกฝ่ายเข้าใจเขาผิดมากยิ่งกว่าเดิม…

ต่อให้มันรู้ว่าจริงๆแล้วเขาคิดอะไรก็เถอะ!

แคเทรียนกวาดตาสำรวจต้นไม้ใบหญ้ารอบกายไปจนถึงชายน้ำที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสิ่งมีชีวิตมากมายโดยไม่ใส่ใจกับชายหนุ่มที่ห่างออกไปเรื่อยๆ เพราะบริเวณนั้นเป็นช่วงชายป่าต่อกับทุ่งโล่งกว้างที่มีหญ้าชนิดต่างๆขึ้นสูงไม่เกินเข่าซึ่งเอื้อให้สามารถมองเห็นร่างสูงเพรียวของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างโปร่งบางก็ยืดตัวขึ้นพลางผ่อนลมหายใจเมื่อเห็นยูรัสเดินห่างออกไปพอสมควร กึ่งประหลาดกึ่งอึดอัดขัดเขินกับบรรยากาศสงบนิ่งเยือกเย็นระหว่างกันซึ่งแทบจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจนต้องเสสำรวจธรรมชาติมิให้แสดงอาการผิดปกติออกไปให้อีกฝ่ายได้ช่องเยาะเย้ยดังที่เคยทำมาตั้งแต่เด็ก

นี่มันอะไรกัน?

วุฒิสมาชิกสาวอดประหลาดใจมิได้เมื่อไม่อาจหาสาเหตุมาอธิบายอาการแปรปรวนทางอารมณ์ของตนเองในวันนี้ แต่เมื่อคิดถึงการวางตัวของอีกฝ่ายและบรรยากาศชวนผ่อนคลายรอบกายก็เริ่มเห็นว่าคำชวนเดินเล่นธรรมดานั้นมีพื้นฐานมาจากความตั้งใจในการเว้นระยะห่างระหว่างกัน

กระนั้นหญิงสาวก็รู้ดีว่ายูรัสมิได้ให้ความสำคัญแก่คำพูดของเธอเหนือไปกว่าความปรารถนาของตัวเอง…

ไม่สำคัญว่าเธอได้ปฏิเสธไปอย่างชัดเจนสำหรับการทำตามความประสงค์บางประการของเขา เพราะถึงอย่างไรชายหนุ่มผู้นี้ก็จะหาทางให้ได้มาในสิ่งที่ต้องการในที่สุด

ก็ให้รู้กันไปว่าเธอจะแพ้อีกครั้ง!

เพียงคิดถึงจุดนี้ริมฝีปากระเรื่อสีชมพูก็ค่อยๆเหยียดออกเป็นรอยยิ้มยโสให้ใบหน้าขาวจัดดูเย่อหยิ่งขึ้นกว่าเดิม และสีหน้าที่ไม่ค่อยได้เห็นจากหญิงสาวชาวบาโรวิทก็สะดุดใจร่างสูงเพรียวซึ่งกำลังเดินย้อนกลับมาทันที

แคเทรียนเป็นอะไร?

มือใหญ่ขาวนวลยื่นดอกไม้สีขาวที่รวมกลุ่มเป็นช่อทรงกลมบนก้านหนายาวสีเขียวสดส่งให้เมื่อเดินมาถึงจุดที่หญิงสาวยืนอยู่ นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนจางเหลือบมองแวบหนึ่งก่อนรับดอกไม้มาพิจารณาหลังขับไล่ความต้องการท้าทายอีกฝ่ายออกไปจากสมองอย่างรวดเร็ว

“ดิโอเรสขาว” ยูรัสบอกให้ทราบเสียงทุ้มนุ่มนวลปราศจากวี่แววของการโน้มน้าวเอาใจที่คาดว่าจะมี และเขาก็ยิ่งสร้างความประหลาดใจให้คนฟังมากขึ้นเมื่อพูดต่อไป “พืชประเภทหัวใต้ดินที่ออกดอกเกือบตลอดปี คนที่นี่เขานิยมเอากลีบดอกกับใบแก่ของมันมาตากแห้งไว้ทำบุหรี่ เป็นสินค้าส่งออกราคาแพงระดับแนวหน้าเลยล่ะครับ รสชาติมันก็สมราคาจริงๆนั่นแหละ แต่จะยิ่งดีกว่าถ้าคุณสูบมันแบบสดๆ ถ้าเอามาชงดื่มเป็นชาก็จะได้กลิ่นกับรสที่ดีพอสมควร แก้กระหายได้ดีมากเลย”

การบรรยายสรรพคุณแบบรวดรัดได้ใจความของวุฒิสมาชิกหนุ่มกระตุ้นให้แคเทรียนเร่งสำรวจดอกไม้ในมือโดยเร็ว กลีบดอกเรียวยาวปลายมนสีขาวบริสุทธิ์บางจัดเกือบโปร่งแสงหกกลีบรวบเข้าต่อกับก้านที่กระจายออกทุกทิศทางเป็นช่อใหญ่ทรงกลมสวย เกสรบอบบางทั้งสี่ก้านประดับละอองเรณูสีเหลืองยื่นออกมาล่อให้เหล่าแมลงเข้าคลุกเคล้านั้นสีตัดกับก้านหนายาวสีเขียวสดที่อยู่ในมือนั้นงดงามชวนชม

หากกลิ่นของมันกลับเชิญชวนยิ่งกว่า…

กลิ่นหอมอ่อนจางกรุ่นกระทบนาสิกประสาทจนวุฒิสมาชิกสาวยกดอกไม้ในมือขึ้นมาชิดจมูก หมายจะพิสูจน์คุณค่าอันแท้จริงที่ทำให้ดิโอเรสกลายเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยราคาแพงตามคำของชายหนุ่ม และเธอก็ต้องยอมรับว่าความวาบหวานละมุนละไมชวนใหลหลงอย่างมีชั้นเชิงรวยระรินออกมาจากใจกลางกลีบบอบบางชอกช้ำง่ายนั้นเกินกว่าที่สตรีเพศคาดหมายได้จากน้ำหอมชั้นดียี่ห้อต่างๆหลายเท่านัก

ช่างเป็นกลิ่นหอมที่เย้ายวนยิ่งกว่ากลิ่นใดที่เคยประสบมา…

กิริยาสูดกลิ่นดอกดิโอเรสเข้าไปเต็มปอดอย่างห้ามใจไม่อยู่ของหญิงสาวชาวบาโรวิทเรียกรอยยิ้มให้ปรากฏขึ้นในดวงตาสีเขียวมรกตที่จับจ้องอยู่เงียบๆ สีหน้าชื่นชมระคนอัศจรรย์ใจทำให้เขาอยากนำหล่อนไปชมทุ่งดอกดิโอเรสป่าที่อยู่ห่างออกไปพอสมควร แม้ในตอนแรกจะตั้งใจเพียงนำมันมาจากต้นที่ขึ้นอยู่ชายทุ่งในฐานะที่เป็นตัวอย่างพืชพันธุ์ดั้งเดิมของดาเมเนสแห่งนี้ให้อีกฝ่ายพิจารณาตรวจตราพืชพื้นเมืองได้โดยไม่ต้องเดินจนเหนื่อย

“เชื่อผมแล้วสิ”

คำเปรยจากร่างสูงเพรียวที่เดินนำไปเบื้องหน้าส่งผลให้จิตประหวัดไปยังค่ำคืนที่ลงมือทำร้ายร่างกายชายหนุ่มอีกครั้ง จำได้ดีถึงคำกระเซ้ากึ่งกล่าวโทษของอีกฝ่ายที่ทำให้รู้สึกว่าตนเองเป็นผู้หญิงร้ายกาจและมองผู้อื่นในแง่ร้ายเสมอๆ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเมื่อความขุ่นเคืองอันแสนจะคุ้นเคยกลับมาเยือน แต่ก่อนที่เธอจะโต้ตอบเขาด้วยวาจากระทบกระเทียบที่ไม่น่าจะเป็นรองชายหนุ่มมากมายนักก็เกิดอาการมึนศีรษะขึ้นมาทันที

มือขาวจัดยกขึ้นแตะขมับเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติทางร่างกายของตนเอง ดวงตาสีอ่อนเขม้นมองมองตามหลังวุฒิสมาชิกหนุ่มซึ่งก้าวนำไปด้วยฝีเท้าและระยะห่างสม่ำเสมอด้วยกิริยาที่ดูไหวกระเพื่อมเชื่องช้าผิดปกติ

“ทำไมคุณถึงแย่แบบนี้นะ” แคเทรียนบ่นหลังสูดลมหายใจเข้าปอดจนความมึนงงบรรเทาลงแล้วจึงเริ่มเดินต่อไป หากเนื้อตัวกลับเบาหวิวขึ้นทุกย่างก้าวจนขาทั้งสองข้างแทบไร้น้ำหนักและเกือบสะดุดพื้นล้มลง ยังดีที่สามารถรักษาสมดุลและทรงตัวได้ดีพอจึงไม่เกิดเหตุการณ์น่าอายให้คนเดินนำเก็บไปเยาะเย้ยได้เหมือนในอดีต

“ในสายตาคุณ ผมอาจจะไม่ดีเท่ากับคนที่คุณชอบ หรืออาจไม่มีทางดีเท่าเขาเลยก็ได้ แต่ถ้าคุณจะให้โอกาส โดยปราศจากอคติ และเลิกทำท่าเย็นชาอย่างที่กำลังเป็นอยู่ ผมคงจะดีขึ้นกว่านี้ได้” เสียงทุ้มนุ่มนวลของร่างสูงเพรียวลอยตามลมมาให้ได้ยิน หากหญิงสาวกลับไม่สนใจฟังสักเท่าไรนัก

คิ้วเรียวสีทองคำขาวเริ่มขมวดเข้าหากันพร้อมกับการเม้มริมฝีปากเมื่อค่อยๆลากเท้าตามหลังเพื่อนสมัยเด็กด้วยความข้องใจในอาการผิดปกติของร่างกายตนเอง ทว่าประสาทสั่งการกลับทำงานอย่างเชื่องช้าและไม่ยอมทำตามคำสั่ง มิหนำซ้ำยังขับไล่ทิวทัศน์งดงามตามธรรมชาติรอบกายออกไปแล้วแทนที่ด้วยภาพความทรงจำในอดีตซึ่งแม้จะผ่านมาเกือบสิบปีก็ยังจำได้ดี

‘ไม่ทราบว่าคุณพอจะมีเวลาว่างคุยกับฉันสักครู่ไหมคะ’

คำถามนี้เธอต้องอาศัยความกล้ากว่าปกติในการเอ่ยปากถามชายหนุ่มหน้าตาดีผู้สุภาพอ่อนโยนและฉลาดเฉลียวที่สุดในชั้นเรียนหลังจากชั่งใจมาหลายครั้งหลายครา จนกระทั่งพบโอกาสเหมาะที่อีกฝ่ายอยู่ตามลำพังในหอสมุดขนาดใหญ่โดยไม่มีเพื่อนฝูงหรือหญิงสาวคนอื่นรายล้อมดังที่เคยปรากฏ

และคำตอบที่ได้มาพร้อมแววประหลาดใจในดวงตาสีน้ำเงินเข้มจัดละม้ายท้องฟ้ายามราตรีของเขตร้อนก็ส่งผลให้ก้อนเนื้อในอกกระตุกแผ่วๆอย่างห้ามไม่อยู่

‘มีสิครับ คุณเนลีคาห์น’

บุตรสาวคนโตจากครอบครัวเจ้าของสถานศึกษาที่ดีที่สุดบนดาวบาโรว์กับทายาทคนเดียวของธุรกิจโทรคมนาคมระหว่างดาวเคราะห์ซึ่งกำลังไปได้ดีจึงมานั่งอยู่ในร้านกาแฟเล็กๆใกล้หอสมุด ร่างสูงเพรียวในเสื้อผ้าเรียบกริบถูกต้องตามกาลเทศะนั่งหลังตรงอย่างสง่างามขณะจิบเครื่องดื่มควันกรุ่นเบื้องหน้าส่งผลให้หญิงสาวลังเลจนไม่แน่ใจว่าจะเปิดบทสนทนาอย่างไรจึงจะเหมาะสม ยิ่งได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมและดวงตาสีเข้มหลังแว่นตาไร้กรอบในระยะใกล้กว่าปกติก็ยิ่งนึกไม่ออกว่าควรพูดอย่างไรมิให้เขาตกใจเมื่อทราบว่าเธอสนใจอยากพูดคุยสานสัมพันธ์กับเขามาตั้งแต่ปีที่แล้ว

เธอคงคิดอยู่นานจนชายหนุ่มเป็นฝ่ายเปิดประเด็นขึ้นก่อน…

‘คุณคงอยากจะคุยกับผมเรื่องความร่วมมือในการจัดงานระหว่างสาขาของเราสินะครับ’

แววตาเคร่งขรึมเยือกเย็นหลังแว่นตาเลนส์ใสไร้กรอบ น้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลระรื่นหู และหัวข้ออันเกี่ยวข้องกับกิจกรรมประสานความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาต่างสาขาซึ่งเป็นงานสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ช่วยให้เธอตอบรับด้วยความยินดีระคนโล่งใจเมื่อรอดพ้นจากการคำนึงถึงความประหม่าขัดเขินของตนเอง แถมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเอาจริงเอาจังระหว่างกันก็ทำให้แคเทรียนเพลิดเพลินเบิกบานใจยิ่งกว่าเดิมจากการได้ทราบว่าชายหนุ่มตรงหน้ามิได้มีดีแค่รูปลักษณ์ภายนอกหรือมารยาทสังคมแต่เพียงอย่างเดียว

และทุกครั้งที่ได้คุยกันไซเร็คก็ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายสบายใจจนไม่รู้ว่าทิศทางของตนเองกำลังเบนออกห่างจากเป้าหมายที่ตั้งไว้แต่แรกออกไปเรื่อยๆโดยไม่รู้ตัว…

ถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความตั้งใจที่มีต่อเขา…

หญิงสาวชาวบาโรวิทผ่อนลมหายใจยาวเมื่อนึกถึงสาวสวยเข้าขั้นน่าประทับใจมากหน้าหลายตาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่เคยเข้ามาขัดจังหวะการสนทนาและมักจะประสบความสำเร็จในการดึงคู่สนทนาของเธอไปโดยไม่อาจรั้งเอาไว้ได้

แม้ผู้หญิงพวกนั้นจะแต่งกายเปิดเผยเนื้อตัวเกินควรและแสดงอากัปกิริยาไม่เหมาะสมในที่สาธารณะเกินกว่าที่เธอทำใจรับได้ แต่วิธีการซึ่งลดคุณค่าและความสามารถของเพศหญิงให้ต่ำลงที่ถูกเลือกมาใช้นั้นสามารถกระตุ้นดึงดูดความสนใจจากเพศตรงข้ามได้ง่ายอย่างไม่เคยคิดมาก่อน

ครั้นจะสรุปว่าพวกหล่อนล้วนไร้ความภาคภูมิใจในตัวเองและไม่มีความสามารถโดดเด่นใดๆจึงต้องเรียกร้องความสนใจจากเพศตรงข้ามอย่างไม่เหมาะสมก็ไม่ถูกต้องนัก เพราะยังมีสุภาพสตรีมากความสามารถเพียบพร้อมไปด้วยคุณลักษณะต่างๆในวงสังคมอีกหลายคนที่ใช้วิธีแบบเดียวกันนี้

ผู้หญิงชาวโลกที่ไซเร็คซื้อมาเป็นคนแบบไหนกัน?





ร่างสูงเพรียวสาวเท้ามาตามระเบียงทางเดินก่อนจะหยุดหน้าประตูห้องสีขาวติดลูกบิดโลหะผสมสีทองอมแดง เคาะเป็นจังหวะหนักแน่นไม่กี่ครั้งก่อนจะเปิดเข้าไปเมื่อไม่มีการตอบรับใดๆดังออกมาให้ได้ยิน ห้องนอนสีฟ้าขาวตกแต่งอย่างงดงามน่ารักด้วยเครื่องเรือนสีขาวและลวดลายอ่อนช้อยของธรรมชาติเหมาะสำหรับสุภาพสตรีปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทันทีที่ผลักประตูเข้าไป หากสิ่งที่ตกอยู่ในคลองจักษุเป็นสิ่งแรกคือเตียงสี่เสาประดับม่านสองชั้นซึ่งถูกรวบไว้กับเสาแต่ละมุมอย่างเป็นระเบียบบริเวณกลางห้อง

ดวงตาสีเขียวมรกตจับจ้องใบหน้าขาวซีดของคนบนเตียงพลางเดินข้ามห้องอย่างระมัดระวังยามเห็นว่าร่างโปร่งระหงยังคงนอนนิ่งเงียบไม่ไหวติง ค่อยๆวางถาดอาหารที่ถือมาลงบนโต๊ะข้างเตียงก่อนจะแตะหลังมือลงบนแก้มนวลและซอกคอตรวจดูให้แน่ ใจ เมื่อพบว่าผิวของหญิงสาวชาวบาโรวิทที่มีอุณหภูมิในร่างกายต่ำกว่าผู้คนดาวอื่นยังคงเย็นเป็นปกติก็ละมือออกแล้วถอยไปทรุดตัวลงนั่งยังเก้าอี้หุ้มผ้าไหมสีขาวขลิบทองริมหน้าต่างอย่างเงียบๆ

ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจละวางความกังวลในอาการผิดปกติของแคเทรียนด้วยความเบาใจ ทรวงอกใต้ผ้าห่มนวมสะท้อนขึ้นลงเป็นจังหวะลึกยาวสม่ำเสมอบอกให้ทราบว่าร่างกายของหล่อนค่อยๆฟื้นตัวจากการหลับใหลมาเกือบสองวัน

เป็นสองวันที่เขากระวนกระวายจนแทบไม่มีสมาธิทำงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้เลย…

วินาทีที่หันกลับไปเพราะนึกเอะใจในความเงียบผิดปกติแล้วพบร่างบางนอนคว่ำหน้านิ่งอยู่บนพื้นหญ้านั้นหัวใจก็หยุดเต้นไปชั่ววูบหนึ่ง พอปราดเข้าไปประคองขึ้นมาก็ใจชื้นขึ้นอีกนิดว่ายังมีลมหายใจอยู่และช่วยให้เขามีแรงอุ้มหล่อนกลับห้อง แม้จะไม่มีร่องรอยบาดแผลใดๆปรากฏให้เห็นภายนอก หากการล้มพับลงไปอย่างไร้สาเหตุของหญิงสาวก็ทำให้เขาร้อนใจแทบบ้าด้วยไม่อาจแก้ไขอาการอันไม่ทราบที่มาได้ ครั้นตรวจด้วยอุปกรณ์พื้นฐานทางการแพทย์ก็รายงานผลว่าหญิงสาวบนเตียงมิได้มีความผิดปกติใดนอกเหนือจากระบบต่างๆในร่างกายลดการทำงานจนเข้าสู่ภาวะที่คล้ายกับการจำศีลอย่างฉับพลัน มีเพียงจิตใต้สำนึกที่ยังทำงานเป็นปกติจนเขาอดสงสัยมิได้ว่าหล่อนจะฝันถึงอะไรบ้าง

มือใหญ่ถูใบหน้าและเปลือกตาตนเองซ้ำๆขับไล่ความอ่อนล้าจากการพักผ่อนไม่เพียงพอออกไปมากเท่าที่จะทำได้ ความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ที่ตึงเครียดมาเกือบสองวันเริ่มมลายหายไปเมื่อสภาพร่างกายของร่างโปร่งบางเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอนของการล้มฟุบไปครั้งนี้ หากเขาก็ยินดีที่หล่อนจะฟื้นกลับมาเป็นปกติโดยเร็วและปราศจากโรคภัยใดๆทั้งสิ้น

และจะยิ่งกว่ายินดีถ้าหากแคเทรียนสามารถบอกสาเหตุที่เขาสามารถป้องกันหล่อนจากมันได้…

ยูรัสพิจารณาหญิงสาวอยู่ครู่ใหญ่ท่ามกลางความเงียบสงบของห้องนอนที่ตกแต่งและเลือกเครื่องเรือนมาด้วยตนเอง เส้นผมสีทองคำขาวแผ่กระจายเต็มหมอนสะท้อนแดดวาววามเสริมให้ดวงหน้างดงามขาวจัดดูคล้ายกับผีเสื้อตัวน้อยเรืองแสงอ่อนโยนละมุนตาในความมืดสลัวกลางดงไม้ใหญ่ ตรงข้ามกับเรือนร่างบอบบางสงบนิ่งเยือกเย็นเสมือนเป็นส่วนหนึ่งในความขาวกระจ่างของเตียงกว้างไม่ต่างจากประติมากรรมหินสลักอันแข็งแกร่งไม่หวั่นไหว

หล่อนเป็นเช่นนี้เสมอ…

แคเทรียนเป็นในสิ่งที่เขาไม่พึงปรารถนา และมองเห็นว่าน่าพิสมัยควบคู่กันไป…

ตั้งแต่เด็กเขาก็ตระหนักถึงความจริงที่ว่าผู้หญิงตรงหน้ามีความขัดแย้งกันอย่างน่าประหลาดอยู่ในตัวจนไม่อาจมองข้ามไปได้ และสิ่งที่มีแรงดึงดูดใจมากมายมหาศาลขนาดนี้ก็ส่งผลให้เด็กที่ต้องการเบี่ยงความสนใจของตนเองไปสู่สิ่งอื่นๆนอกเหนือจากภาระหน้าที่อันมีต่อตระกูลไม่สามารถต้านทานไหว

ทว่ามันมียังความรู้สึกต่อต้านอยู่ด้วย…

ทุกครั้งที่พบหน้ากันเขาจึงทำให้แน่ใจว่าหล่อนจะไม่มีทางลืมเขาอย่างแน่นอน…

เมื่อเติบโตขึ้นและมีสติปัญญามากพอที่จะสามารถอธิบายความซับซ้อนต่างๆในสังคมได้อย่างมีเหตุผลน่าเชื่อถือ เขาก็ค้นพบว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ตนเองสนใจหล่อนมากมายอย่างที่ไม่คิดว่าจะรู้สึกเทียบเท่ากับผู้อื่นได้

เด็กผู้หญิงคนนี้มีลักษณะทั้งเหมือนและต่างกับแม่ของเขา…

ไม่ใช่ความคล้ายคลึงของรูปลักษณ์ภายนอกที่บ่งบอกชัดแจ้งว่าสืบเชื้อสายมาจากคนละเผ่าพันธุ์ แต่เป็นการแสดงออกและวิธีคิดซึ่งฝึกฝนมาอย่างเข้มงวดเพื่อการเป็นผู้บริหารจัดการธุรกิจที่สามารถดูแลคุณภาพชีวิตประจำวันอย่างมีประสิทธิภาพ

แม่ที่เขาทั้งรักและชื่นชมในคุณสมบัติอันเหนือกว่าผู้หญิงธรรมดา ในขณะเดียวกันก็ชิงชังความสงบนิ่งเยือกเย็นจนเข้าขั้นกระด้างไร้หัวใจ

แม่ผู้เป็นต้นแบบให้เด็กหญิงน่ารักคนหนึ่งพยายามเดินตามนอกเหนือจากมารดาของหล่อนเอง…

ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาจะรู้สึกว่าตนเองทั้งรักและชังแคเทรียนไปพร้อมกัน…




TBC.




คราวนี้หลายๆคนคงรู้แล้วว่า ยูรัสรู้สึกยังไงกับแคเทรียน นะคะ ^^

และขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์ในตอนที่ผ่านๆมาทั้งหมดด้วยค่ะ การได้เห็นคอมเนต์ต่างๆทำให้ปุณชื่นใจจริงๆ รู้สึกอยากเขียนต่อไปให้จบเร็วๆ ดีใจที่ได้รู้ว่ายังมีคนตามอ่านและชอบมากพอจะสละเวลาเขียนข้อความเล็กๆน้อยๆทิ้งไว้ให้ค่ะ ^^b




ปุณณารมย์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 22 ส.ค. 2556, 23:27:04 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 22 ส.ค. 2556, 23:31:47 น.

จำนวนการเข้าชม : 848





<< ตอนที่ 5   ตอนที่ 7 >>
ปุณณารมย์ 22 ส.ค. 2556, 23:30:48 น.

ตอบคอมเมนต์ตอนที่แล้วค่ะ

คิมหันตุ์
ถ้ามีมีดนี่อาจถึงตายได้เลยค่ะ นางคงไม่ปรานีแน่ๆ ^^"

pimsaowaluck
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ^^
การไม่เห็นคอมเมนต์นี่ทำให้คิดไปได้หลายอย่างเลยว่า นิยายไม่สนุกพอ เรื่องไม่น่าสนใจ น่าเบื่อ ฯลฯ ชนิดที่ชวนเหี่ยวเลยละค่ะ ได้รู้แบบนี้แล้วโล่งอกจริงๆ


saralun 23 ส.ค. 2556, 00:49:53 น.
เป็นกำลังใจให้ค่่า ^^


คิมหันตุ์ 23 ส.ค. 2556, 02:47:34 น.
ไอ่เราก็นึกว่าตายูรัสจะแกล้ง เคเทรียน อีกที่ไหนได้ไม่ได้แกล้งแฮะ!! แถมยังเป็นห่วงจริงๆอีก

ว่าแต่นายเอธาน คุยกับใคร??
ปมเยอะจริงๆ

ปล. นิยายสนุกค่ะ อย่าหยุดอัพน้า เค้าจำชื่อบล็อก กาซ่าไม่ได้แล้ววววว หลงทางตามไปอ่านไม่ถูก T__T


pimsaowaluck 24 ส.ค. 2556, 21:16:57 น.
อ่านไปบ้างทีงงค่ะว่ากำลังกล่าวถึงใคร น่าจะใส่ชื่อเค้าไปด้วยมากกว่าใช้สีของดวงตา หรือรูปลักษณ์ อ่านแล้วน่าจะลื่นกว่า
ติเพื่อก่อนะค่ะ หวังว่าคงไม่ว่ากัน โดยรวมเนื้อเรื่องแล้วนิยายสนุกค่ะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account