ได้เวลารัก
เวเนเซีย...
...สำหรับเธอยังไม่มีเวลาให้กับความรัก

เอเธนส์...
...สำหรับเขาถึงเวลาที่จะหยุดกับคำว่ารัก

Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: บทที่ ๕

ต่ออีกบทค่ะ ^^


ได้เวลารัก บทที่ ๕





“เวชอบตลาดโต้รุ่งค่ะ คึกคักดี มีอะไรให้ทานเยอะเลย” เวเนเซียเอ่ยกับคนข้างกายเมื่อเดินเข้าสู่บริเวณถนนเล็กๆ สายหนึ่งซึ่งถูกปิดกลายเป็นตลาดโต้รุ่ง พ่อค้าแม่ขายหลากหลายวัยตั้งร้านทั้งแบบรถเข็นและเปิดหน้าร้านเชื่อมมาจากอาคารพาณิชย์ริมถนน

ในตลาดโต้รุ่งมีทั้งอาหาร เครื่องดื่ม เสื้อผ้า และของที่ระลึกต่างๆ ให้เลือกซื้อหาตามความพอใจ นับว่าเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของหัวหิน รอบกายของทั้งคู่จึงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ

“แล้วคุณหนูเวอยากทานอะไรครับ” เอเธนส์ถาม หลังจากได้รับดอกไม้...ซึ่งเป็นมาลัยกระแตเกาะกิ่งแก้ว และสังขยาฟักทองรสมอคค่า ซึ่งล้วนแต่เต็มไปด้วย ‘เวจำได้ว่าคุณเอเธนส์ชอบ’

เวเนเซียชวนเขารับประทานอาหารเย็น

เธอไม่ได้บอกหรอกว่าจะชวนไปที่ไหน แต่เขาตามเธอเดินออกจากบ้านสายลมเดินเรื่อยมา จนกระทั่งมาถึงตลาดโต้รุ่งจึงได้รู้ว่าสถานที่ดินเนอร์ของเวเนเซียไม่ใช่ร้านอาหารหรูหราซึ่งมีให้เลือกมากมายในเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้

เวเนเซียจึงทำให้เขาแปลกใจได้อีกครั้ง แต่ใช่ว่าเขาจะไม่ชอบนะ เพราะตลาดโต้รุ่งเป็นแหล่งของกินของอร่อยที่เขาไม่พลาดหากมาที่นี่

“เวเหรอคะ...อยากทานเยอะแยะไปหมด ผัดไทย ปลาหมึกย่าง ซีฟู๊ดสดๆ โรตีก็ดี เอ...ไก่ทอดร้านนั้นก็น่าทานนะคะ เวว่าเริ่มที่น้ำปั่นร้านนั้นก็แล้วกัน” เวเนเซียเอ่ยอย่างกระตือรือร้น ว่าแล้วก็จับมือใหญ่ลากไปยังร้านน้ำปั่นแบบรถเข็นซึ่งมีผลไม้หลากหลายชนิดให้เลือก

แม้ว่าการชวน ‘ดินเนอร์’ จะเป็นหนึ่งในแผนจีบก็ตาม แต่พอมาถึงที่แล้ว เลือดนักชิมในตัวก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทีเดียว

เอเธนส์ก้าวตามแรงดึงของมือเล็กๆ ที่เขาไม่แน่ใจว่าเธอเผลอหรือว่าจงใจกันแน่ อะไรที่เวเนเซียทำในตอนนี้เดายากทั้งนั้น แต่เขาก็ไม่คิดจะคัดค้านหรือหาคำตอบอะไรในตอนนี้

ถ้าจะมีอะไรที่เขานึกถึงก็คงจะเป็นกล้องคู่ใจซึ่งเขาไม่ได้ถือติดมือเช่นทุกที ไม่ใช่เพราะขาดเมมโมรีการ์ดที่เวเนเซียยึดไปตั้งแต่ตอนเช้า เพราะเขามีเมมโมรีการ์ดอีกหลายอัน แต่เป็นเพราะถึงเขาจะมีกล้องก็ใช่ว่าจะได้ถ่ายภาพที่อยากถ่าย

ภาพของเวเนเซีย...

“คุณเอเธนส์เอาอะไรดีคะ ร้านนี้เขาปั่นได้ทุกอย่าง” เวเนเซียหันมายังคนที่ยังไม่ยอมพูดอะไร มองทีไรก็พบแต่รอยยิ้ม...ยิ้มที่เริ่มทำให้หัวใจของเธอเต้นจังหวะแปลกๆ

เธอพยายามไม่มอง...แต่ก็ทำไม่ได้

เอเธนส์สบนัยน์ตาวามวาวชั่วอึดใจ ก่อนจะตัดใจเบนสายตาไปยังแม่ค้าซึ่งยิ้มกว้างตอบเขา “เอาเหมือนเดิมก็แล้วกันครับ”

เวเนเซียโคลงศีรษะ หัวเราะเบาๆ

“เวก็ลืมไปว่ามากับเจ้าถิ่น”

เอเธนส์ยิ้มมากขึ้น เขาเดินตลาดโต้รุ่งบ่อยมาก เรียกว่าทุกครั้งที่มาหัวหินจะต้องมีมื้อเย็นอย่างน้อยหนึ่งมื้อที่มาฝากท้องที่ตลาดโต้รุ่ง แต่เขาไม่เคยคิดว่ามันจะอยู่ในตัวเลือก ‘ดินเนอร์’ กับหญิงสาวสักคน

“ขอน้ำมะพร้าวปั่นนะคะ” เวเนเซียหันไปสั่งเครื่องดื่มของตัวเอง ขณะรอก็กวาดสายตาไปรอบๆ เพื่อไม่ให้เผลอไปมองคนข้างกาย

เธอเห็นสายตาหลายคู่มองมายังเอเธนส์ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เวเนเซียไม่แปลกใจเลยเพราะคนที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆ เธอนั้นเหมาะจะเป็นนายแบบมากกว่าช่างภาพเสียอีก

ช่างภาพ... เฮ้อ...

เวเนเซียเผลอถอนหายใจ เธอจะต้องย้ำกับตัวเองให้มากๆ เสียแล้วว่าที่ ‘จีบ’ เอเธนส์อยู่ตอนนี้เพื่ออะไร อย่าไปไขว้เขวเป็นเด็ดขาด และจะดีที่สุดถ้าเธอ ‘จีบ’ เอเธนส์ให้สำเร็จเร็วๆ ในตอนนี้เธอไม่มีเวลาสำหรับ ‘เรื่องอื่น’






“พี่เว...พี่เวจริงๆ ด้วย”

เวเนเซียกะพริบตา มองหาคนที่เรียกเธอด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น ร่างสูงเพรียวเดินแทรกผู้คนตรงมา เวเนเซียยิ้มโดยอัตโนมัติ

“ยายมิน ไม่ค่อยได้เจอกันเลยนะ” เธอทักด้วยความยินดี มินตราเป็นรุ่นน้องโรงเรียนเดียวกับเธอตั้งแต่สมัยประถมจนถึงมัธยมต้น เพราะตอนมัธยมปลายนั้นเธอไปเรียนต่างประเทศ

นอกจากจะเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันแล้วเธอกับมินตรายังสนิทสนมกันเพราะต่างก็เคยตามบิดามารดาไปงานเลี้ยงต่างๆ จึงได้พบกันบ่อย จะห่างกันไปก็ตอนที่เธอไปเรียนต่างประเทศ จนกระทั่งกลับมาสนิทสนมกันอีกหลังจากเรียนจบแล้วด้วยกันทั้งคู่

ระยะหลังมานี้ไม่ค่อยได้พบกันเพราะต่างก็งานยุ่ง มินตราเป็นนางแบบที่ได้รับความนิยมสูงคนหนึ่งของวงการ ครั้งสุดท้ายที่พบกับมินตรา น่าจะเป็นงานแต่งงานของนักธุรกิจหนุ่มที่เธอเคยคิดว่าเป็นคนรักของมินตรา แต่กลายเป็นว่าทั้งสองเป็นแค่เพื่อนและนับถือกันแบบพี่น้องกันเฉยๆ

“นั่นสิคะ ก็พี่เวทำงานอยู่แถวนี้ตลอดเลย นี่มินกับยายโยก็พักกันที่พลอยไพลินนะคะ มากันตั้งแต่เมื่อวาน ยังนึกว่าจะเจอพี่เวที่นั่นเสียอีก” มินตราหันไปกวักมือเรียกเพื่อนสาวที่เดินตามเธอมา

“ส่วนใหญ่พี่อยู่ที่อัญมณีธาราน่ะ” เวเนเซียยิ้มตอบรุ่นน้องสาวอีกคน โยทะกาเป็นเพื่อนสนิทของมินตรา ถ้าเธอจำไม่ผิดน่าจะเป็นแอร์โฮสเตสของสายการบินแห่งหนึ่ง

“อ๋อ ได้ข่าวว่าใกล้จะเปิดแล้วใช่ไหมคะ” มินตราพยักหน้า จำชื่อโปรเจกต์ใหญ่ที่รุ่นพี่สาวทำเองเต็มตัวได้ ช่วงนี้ก็เริ่มมีข่าวของอัญมณีธาราให้ได้ยินถี่ขึ้น

“ถ้ามินกับโยว่างก็ลองมาพักดูนะ” เวเนเซียพยักหน้า อมยิ้มน้อยๆ ที่อีกฝ่ายคุยจ้อเลยทีเดียว

“ไปแน่นอนค่ะ” มินตราตอบรับ ก่อนจะชะงักเพราะเพิ่งสังเกตเห็นว่าข้างกายของรุ่นพี่สาวมีร่างสูงใหญ่ยืนชิดอยู่ ตอนแรกเธอไม่ได้มองเพราะเขายืนหันข้างให้ แต่ตอนนี้เขาก็กำลังหันมามองเธอ “คุณเอเธนส์...” มินตราแทบอ้าปากค้าง ขณะที่โยทะกายืนตะลึงไปก่อนหน้าเพราะเธอไม่ได้มัวแต่จ้อกับเวเนเซียอย่างเพื่อนสาว จึงเห็นเอเธนส์ตั้งแต่แรก

“สวัสดีครับคุณมินตรา” เอเธนส์ค้อมศีรษะและยิ้มบางๆ ให้กับหญิงสาวอีกคน สีหน้าตกตะลึงของนางแบบสาวที่เขาเคยร่วมงานด้วยทำให้ต้องกลั้นหัวเราะ เขาไม่รู้จักเพื่อนของมินตรา แต่ดูเหมือนเธอจะรู้จักเขา สีหน้าเธอไม่ต่างจากมินตรานัก

“สะ...สวัสดีค่ะ” มินตราทักตอบอึกอักเล็กน้อย เธอเข้าใจไม่ผิดใช่ไหมว่าพ่อมดสุดหล่อแห่งวงการแฟชั่นไม่ได้ ‘บังเอิญ’ ยืนอยู่กับเจ้าหญิงแห่งอัญมณี

เอเธนส์ยกมุมปาก แววตาของนางแบบสาวกับเพื่อนสนิทนั้นบ่งบอกแทนคำพูดได้เป็นอย่างดี ทั้งคู่กำลังคาดเดาความสัมพันธ์ระหว่างเวเนเซียกับเขา หากร่างโปร่งบางที่อยู่ข้างกายก็ไม่ได้มีท่าทางผิดปกติอะไร เวเนเซียยังคงยิ้มเช่นเดิม

“เอ่อ...คุณเอเธนส์...มากับพี่เวเหรอคะ” มินตราระงับความอยากรู้ไม่ทัน ถามออกไปแล้วก็ยิ้มแห้งๆ แม้จะไม่ได้รู้จักสนิทสนมกับเอเธนส์ แต่เธอก็รู้กิตติศัพท์ของเขาดี เอเธนส์ไม่ชอบให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัวของเขา

ถึงจะทำหน้ายิ้มๆ ก็ใช่ว่าจะวางใจได้ เขาเคยไล่ตะเพิดนายแบบนางแบบออกจากสตูดิโอทั้งๆ ที่ยิ้มแบบนี้แหละ เธอโชคดีแล้วที่ระหว่างทำงานกับเขานั้นไม่มีปัญหาใดๆ

“ครับ” เอเธนส์ค้อมศีรษะนิดๆ มุมปากยังคงรอยยิ้มเช่นเดิม

มินตรากลืนน้ำลาย ลอบสบตากับโยทะกาที่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ‘ครับ’ ของเอเธนส์จะอธิบายอะไรได้บ้าง เมื่อเหลือบไปยังรุ่นพี่สาว ใบหน้าหวานนั้นมีเพียงรอยยิ้มนิดๆ เดาไม่ออกเลยว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็นอย่างไร

จะว่าทั้งคู่เป็นเพื่อนกันก็ไม่น่าจะใช่...หรือจะใช่ เพราะท่าทางของทั้งคู่ไม่ได้มีอะไรที่แสดงออกว่า ‘หวาน’ กัน หากมีอะไรบางอย่างที่มินตรารู้สึกได้ว่า...ไม่น่าจะใช่แค่เพื่อน

นางแบบสาวหัวเราะแหะๆ ปกติเธอสามารถหาเรื่องมาคุยได้ไม่หยุด แต่ตอนนี้ชักจนคำพูดเสียแล้ว โยทะกาเองก็เช่นกัน แม้จะไม่ได้สนิทสนมกับเวเนเซียมากเท่ามินตรา แต่ก็เรียกว่าสามารถคุยเล่นกับเวเนเซียได้สบาย ทว่าตอนนี้...สองสาวสบตากัน

มีเรื่องอยากถามแต่ไม่กล้าถามออกมา

“ถ้าอย่างนั้น มินกับโยไม่กวนพี่เวกับคุณเอเธนส์ดีกว่าค่ะ” มินตราตัดใจเอ่ยลา ทั้งๆ ที่อยากรู้เรื่องราวของทั้งคู่ใจแทบขาด เธอพยักหน้ากับโยทะกาที่รู้สึกไม่ต่างกันนัก แต่ด้วยมารยาทจึงต้องข่มความอยากรู้แล้วเอ่ยลา

“แล้วเจอกันจ้ะ” เวเนเซียไม่ทัดทาน เธอเห็นคำถามในแววตาของรุ่นน้องทั้งสองคน โชคดีที่ทั้งคู่ไม่ได้เอ่ยถามออกมา เพราะเธอก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะตอบยังไง

เขากับเธอ...จะเรียกว่าเป็นอะไรกันดีล่ะ

เอเธนส์มองนางแบบสาวกับเพื่อนเดินหายไปกับผู้คน เขาเคยทำงานกับมินตรามาบ้าง แต่ไม่ได้สนิทสนมกับมินตรานัก หากได้ยินมุกมณีพูดชื่นชมนางแบบสาวคนนี้บ่อยๆ จากนางแบบกิตติมศักดิ์ประเภทลูกท่านหลานเธอมาเป็นนางแบบอาชีพนั้นไม่ง่ายนัก แต่มินตราก็สามารถทำได้สำเร็จ

“มีใครที่เวต้องไป ‘เคลียร์’ ให้ไหมคะ” เวเนเซียเงยหน้าขึ้น สบตาคมที่เบนกลับมายังเธออีกครั้ง “จริงๆ แล้วยายมินไม่ค่อยจะชอบเรื่องซุบซิบนะคะ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะหลุดปากอะไรแปลกๆ ไปไหม”

เอเธนส์หัวเราะเบาๆ ไม่แน่ใจเหมือนกันนะว่าเวเนเซียเป็นห่วงว่าเขามีเรื่องต้องเคลียร์ หรือกำลังตรวจสอบอยู่กันแน่ว่าเขามี ‘ใคร’ ที่ต้องไปเคลียร์หรือเปล่า

ท่าทางซื่อๆ ดูจริงใจแบบนี้...เขาไม่ค่อยไว้ใจเท่าไร

“ผมไม่ชอบ ‘เคลียร์’ หรอกครับ”

“อ้อ...เวลืมไป คุณเอเธนส์ชอบเรื่องคลุมเครือมากกว่า” เวเนเซียพยักหน้าหงึกหงัก ริมฝีปากแย้มพราย

“แล้วคุณหนูเวล่ะ อยากให้ผมไป ‘เคลียร์’ กับใครบ้างหรือเปล่า” เอเธนส์ถามย้อนกลับ แล้วก็ต้องนึกสงสัยตัวเองว่า...มีความจริงจังอยู่ในคำถามมากไปหรือไม่

ทำไมเขาจะต้องอยากรู้เรื่อง ‘ใคร’ ของเวเนเซีย

นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววยิ้มไม่ต่างจากริมฝีปากบาง

“คงไม่ต้องรบกวนหรอกค่ะ เวชอบเคลียร์เองมากกว่า” เวเนเซียตอบกลั้วหัวเราะ

เอเธนส์รู้สึกเหมือนหยุดหายใจไปชั่วขณะ เสียงจ้อกแจกรอบกายดูราวกับจะหายไป เหลือเพียงเสียงสะท้อนไปมาของคำตอบจากเวเนเซีย

หมายความว่า…เวเนเซียมีเจ้าชายตัวจริงแล้วอย่างนั้นเรอะ

จะใช่ ‘เจ้าชาย’ ที่คุยโทรศัพท์ด้วยเมื่อเช้าหรือเปล่า

“ดีนะคะที่ช่วงนี้เวไม่ต้องไปเคลียร์กับใคร ยิ่งไม่ค่อยจะมีเวลาอยู่ด้วย แค่ทำงานก็หมดวันเร็วจะแย่” เวเนเซียเอ่ยต่อโดยไม่รู้ว่าช่วงระยะเวลาสั้นๆ เมื่อครู่ทำให้คนฟังนั้นคิดมากไปแค่ไหน

เอเธนส์พยายามกลั้นยิ้ม หากรู้สึกว่าความอึดอัดข้างในมันหายไป โดยเฉพาะเมื่อสบตาพราวพรายคู่งามด้วยแล้ว ทำให้เขายิ่งรู้สึกเหมือนตัวเบาๆ ราวกับจะลอยได้

“น้ำปั่นได้แล้วค่ะคุณ” เจ้าของร้านน้ำปั่นเอ่ยเสียงดัง เพราะเรียกครั้งแรกแล้วสองหนุ่มสาวไม่หันมา เอาแต่มองตากัน

ไม่เคยเห็นคุณฝรั่งผมดำตาดำพูดไทยชัดลูกค้าประจำควงสาวสักที แต่พอควงทีก็สวยแทบตาค้างเลยทีเดียว

เอเธนส์กะพริบตาเช่นเดียวกับเวเนเซียที่รีบหันไปรับแก้วน้ำปั่นจากแม่ค้าซึ่งยิ้มกว้าง เขากำลังจะจ่ายเงินให้กับแม่ค้าก็ถูกมือเล็กๆ ยุดไว้มือก่อน

“เวเป็นคนชวนคุณเอเธนส์มาดินเนอร์นะคะ” เวเนเซียเอ่ยเสียงขรึม หากนัยน์ตายังเป็นประกายสดใส เอเธนส์มองมือเล็กๆ ที่ปล่อยมือเขาเพื่อไปหยิบเงินส่งให้แม่ค้า แต่ทำไมเขาจึงรู้สึกเหมือนมีร่องรอยบางอย่างค้างอยู่ที่ข้อมือ

“เปิดโอกาสแบบนี้ ผมไม่เกรงใจนะครับ”

เวเนเซียยิ้มกว้าง

“สำหรับคุณเอเธนส์...เวทุ่มหมดทั้งตัวเลยยังได้”




เป็นครั้งแรกที่เอเธนส์ยอมให้ ‘คู่เดต’ เป็นคน ‘จ่าย’ เป็นดินเนอร์ที่ไม่น่าจะมีความโรแมนติกเลย เพราะเวเนเซียกับเขาเดินแทรกผู้คน เสียงคุยกันผสมกับเสียงตะหลิวกระทบกระทะฟังแทบไม่ได้ศัพท์ หากเขากลับสุขใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อมีมือนุ่มๆ คอยลากเขาเข้าไปหาของอร่อยสองข้างทาง ทำให้สองมือเขาเต็มไปด้วยถุงต่างๆ

ไม่ว่าเจตนาของเวเนเซียจะเป็นอะไร แต่เอเธนส์รู้ว่าเขาไม่ได้รู้สึกเพลิดเพลินอย่างนี้มานานแล้ว

“ผัดไทยร้านนี้อร่อย” น้ำเสียงร่าเริงทำให้เอเธนส์โคลงศีรษะ แต่เขาก็ยอมก้าวตามเข้าไปยังร้านผัดไทย เช่นเดียวกับที่ได้ยินเสียง ‘ปลาหมึกย่างร้านนี้น่าทานจัง’ ‘โรตีกล้วยหอมร้านนี้อร่อยมาก’ ‘ไก่ทอดร้านนี้พลาดไม่ได้ค่ะ’ หรือจะเป็น ‘ห่อหมกทะเลย่างแบบนี้ก็น่าทานนะคะ’

ทั้งคู่จึงหอบหิ้วถุงต่างๆ มาหยุดที่ร้านผัดไทย ซึ่งจะบอกว่าเป็นร้านก็ไม่ได้ เพราะตัวร้านมีเพียงรถเข็นและตั้งโต๊ะเก้าอี้กันง่ายๆ แต่ลูกค้าก็ไม่ได้รังเกียจใดๆ แถมยังเข้ามาอุดหนุนกันไม่ขาดจนแทบต้องเล่นเก้าอี้ดนตรีกันเลยทีเดียว สองหนุ่มสาวโชคดีไม่ต้องรอนานเพราะมีลูกค้าลุกไปพอดี

“อร่อยนะคะ ถ้าช้าเดี๋ยวเวทานหมดคนเดียวนะ” เวเนเซียเปิดถุงต่างๆ แล้วเลื่อนไปกลางโต๊ะอย่างง่ายๆ ระหว่างรอผัดไทย ริมฝีปากบางแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มยั่วเย้า

“ทานคนเดียว ระวังจะอิ่มจนหมดสิทธิ์รายการต่อไปนะครับ” นัยน์ตาคมฉายแววยิ้ม ถึงจะไม่ใช่ดินเนอร์สุดโรแมนติก แต่เอเธนส์กลับรู้สึกถึงความอิ่มเอมเต็มหัวใจ

“ไม่มีทางค่ะ เวไม่ได้มาโต้รุ่งตั้งนานแล้ว ต้องทานให้เต็มที่สิคะ”

เอเธนส์เลิกคิ้ว

“เมื่อกี้บอกว่าชอบตลาดโต้รุ่งไงครับ”

“ชอบค่ะ แต่พักหลังๆ ไม่ค่อยได้มา” เวเนเซียโคลงศีรษะ รอยยิ้มยังคงกระจ่าง “จริงๆ ก็อยู่ไม่ไกลอัญมณีธาราเลย จะเดินมาก็ยังไม่ทันเหนื่อย...เท่าไร” หญิงสาวหัวเราะ ระยะทางจากอัญมณีธารามายังตลาดโต้รุ่งก็ไม่ได้ถึงกับไกล จะเดินก็พอไหว โดยเฉพาะถ้ามีใครเดินมาด้วย

“มัวแต่ทำงานละสิ” เอเธนส์อมยิ้มนิดๆ มองรอยยิ้มของเวเนเซีย ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เขารู้จักมักไม่ค่อยมีใครยอมเดินระยะทางยาวๆ ขนาดนี้ ยกเว้นไปเดินชอปปิง แบบนั้นสามารถเดินได้เป็นชั่วโมงโดยไม่มีบ่น

“ก็เวอยากให้งานออกมาดีที่สุด” นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเปล่งประกายมากขึ้นเมื่อพูดถึงเรื่องงาน

เอเธนส์มองประกายสดใสในดวงตาคู่งาม ความมุ่งมั่นฉายชัด เขารู้จักแววตาแบบนี้ เพราะเขาเองก็เคยอยู่ในช่วงเวลาเดียวกับเวเนเซียมาก่อน...

ช่วงเวลาที่ทุ่มเทเกินร้อยเปอร์เซ็นต์เพื่อให้งานประสบความสำเร็จ แม้ปัจจุบันเองก็เถอะ เขาก็ยังทุ่มเทเกินร้อยอยู่เสมอ เพราะหากไม่พัฒนาตัวเองก็เท่ากับเดินถอยหลังนั่นเอง

“ผมได้ยินมาว่า เจ้าหญิงแห่งอัญมณีเป็นคลื่นลูกใหม่ของวงการธุรกิจโรงแรม”

เวเนเซียหัวเราะเบาๆ

“คลื่นลูกเล็กๆ น่ะสิคะ คลื่นลูกก่อนหน้ายังสูงใหญ่แล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะซัดเข้าฝั่งง่ายๆ แถมยังมีคลื่นอื่นๆ อีกเพียบ” น้ำเสียงสดใส หากประโยคหลังนั้นแฝงแววเคร่งขรึม “แต่เวรู้ค่ะว่าเวลางานของเวเพิ่งเริ่มได้ไม่นาน แถมยังมีกำแพงสูงกว่าคนอื่น”

เอเธนส์เลิกคิ้วในคำพูดของเธอ

“การเป็นลูกสาวของพ่อทำให้เวต้นทุนสูงกว่าคนอื่น เพราะฉะนั้นกำแพงที่เวต้องข้ามไปก็ต้องสูงกว่าเป็นเท่าตัว” เวเนเซียสบตาคม เธอไม่เคยพูดเรื่องนี้กับใคร คนทั่วไปมักมองว่าเธอโชคดีที่เกิดมาในครอบครัวร่ำรวย ไม่ต้องทำอะไรก็มีเงินทองใช้มากมาย

เวเนเซียรู้สึกว่าตัวเองโชคดีจริง แต่ไม่ใช่เพราะฐานะครอบครัว แต่เป็นเพราะเธอเกิดมาเป็นลูกของพ่อกับแม่ต่างหาก โชคดีที่ได้รับความรักเต็มเปี่ยม

แต่เรื่องงานนั้น...ไม่ได้ง่ายที่คนอื่นคิดกัน

แม้ว่าเส้นทางการทำงานของเธอถูกปูพื้นฐานมาอย่างดีจากมืออันเข้มแข็งและแข็งแกร่งของบิดา ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา สังคม ผู้คนรอบกาย ล้วนแล้วแต่เหมาะสมในการมุ่งสู่จุดสูงสุดของอัญมณีมันตรา แต่ทุกอย่างใช่จะได้มาง่ายดาย

“มันไม่ง่ายหรอกค่ะที่จะทำให้คนอื่นรู้จักเวที่เป็น ‘เวเนเซีย’ แทน ‘ลูกสาวของคุณปริทัศน์’ แต่เวเลือกแล้วที่จะมีต้นทุนนี้ เวก็ต้องพยายามให้มากกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์”

เอเธนส์แย้มริมฝีปาก

การมีพื้นฐานที่ ‘พร้อม’ เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการก็จริง แต่ความพร้อมเหล่านี้ก็มักจะมาพร้อมกับคำปรามาส... ไม่มีใครยอมรับ ‘ฝีมือ’ ของคนที่มีทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในมือง่ายๆ หรอก

ยิ่งต้นทุนสูงเท่าไร...กำแพงที่ต้องข้ามไปก็จะสูงขึ้นเป็นหลายเท่า

เอเธนส์สบตาคู่งาม เขารู้ดีทีเดียวในสิ่งที่เวเนเซียต้องเผชิญ

“ทำงานหนัก...แต่ก็ต้องมีเวลาพักบ้างนะครับ”

“ขอบคุณค่ะที่เป็นห่วงเว” เวเนเซียยิ้มหวาน ไม่ว่าจะเป็นการเอ่ยด้วยมารยาทหรือจริงใจก็ต้องตีขลุมไว้ก่อน และต้อง ‘จีบ’ ต่ออีกสักนิด “แค่มีคุณเอเธนส์อยู่ใกล้ๆ เวก็รู้สึกว่าได้พักแล้วล่ะค่ะ ถ้าจะให้ดีที่สุด...คุณเอเธนส์ตกลงใจกับเวสิคะ”

“ผมกลัวคุณหนูเวจะว่าผมเป็นคนใจง่ายครับ” เอเธนส์ตอบกลับพร้อมหัวเราะเบาๆ รู้สึกว่า ‘การจีบของคุณหนูเว’ นั้นทำให้หัวใจชื่นบานอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน





เอเธนส์มองรถ Audi TT coupe สีแดงแล่นมาเทียบยังจุดที่เขากับเวเนเซียยืนอยู่ริมทางเท้าด้านหน้าตลาดโต้รุ่ง หลังจากใช้เวลา ‘ดินเนอร์’ กว่าสองชั่วโมง เขาชอบเดินตลาดโต้รุ่งก็จริง แต่ไม่เคยรู้สึกมีความสุขมากขนาดนี้มาก่อน ไม่เคยยิ้มแบบกว้างๆ และหัวเราะดังๆ อย่างนี้มานานแล้ว

ทุกอย่างเป็นเพราะผู้หญิงคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เขานี้เอง

ผู้หญิงที่...เหมือนและไม่เหมือน ‘คุณหนูเว’ ของเขา

เอเธนส์กะพริบตาหลุดออกจากภวังค์เมื่อประตูรถด้านซ้ายถูกเปิดออก ร่างสูงก้าวลงมาจากรถสปอร์ตหรู เขาปรายตามองคนข้างกาย เวเนเซียยิ้มให้กับเลขานุการหนุ่มซึ่งแทบจะแค่นยิ้มตอบและตวัดสายตาขุ่นๆ มายังเขา

“ธารรอตรงนี้แป๊บเดียวนะ เวไปส่งคุณเอเธนส์ก่อนเดี๋ยวมารับ” เวเนเซียเอ่ยกับเลขานุการด้วยน้ำเสียงร่าเริง แม้ว่าเจ้าออดี้คันนี้จะมีที่นั่งด้านหลังแต่เธอก็ไม่อยากไม่อยากให้ธารามานั่งตาดุอยู่ด้านหลังหรอก เดี๋ยวค่อยกลับมารับน่าจะดีกว่า

หลังจากที่อิ่มกับดินเนอร์บรรยากาศสุดแสนจะไม่โรแมนติกแต่เปี่ยมไปด้วยความอิ่มใจ เธอโทรศัพท์ไปหาธาราให้เขาเอารถมารับ เพราะคงจะไม่มีแรงเดินถึงบ้านสายลมแน่ๆ

“คุณเว” ธาราอ้าปากจะท้วงก็เจอเจ้านายสาวโบกมือตัดบทเสียก่อน เขาจึงได้แต่หันไปมองพ่อมดร้าย เห็นรอยยิ้มเปื้อนหน้าเอเธนส์ก็ไม่รู้ว่าจะรู้สึกอย่างไรดี แล้วธาราก็ต้องอ้าปากอีกครั้งเมื่อเห็นเต็มตาว่าเวเนเซียจับมือเอเธนส์ไปยังตัวรถ

เอเธนส์เปิดประตูรถด้านคนขับที่อยู่ชิดบาทวิถีให้ เวเนเซียปล่อยมือ ก้าวเข้าไปนั่งในรถ ส่วนร่างสูงนั้นก้าวเร็วไปยังประตูรถฝั่งตรงข้าม

แม้รถคันโปรดของเวเนเซียจะแล่นออกไปแล้วแต่ธาราก็ยังไม่หายตะลึง ไม่ใช่เพราะการที่ถูกเวเนเซียทิ้งไว้ตรงนี้ หากเป็น... เขาไม่เคยเห็นเวเนเซียแตะต้องตัวใครอย่างสนิทสนมขนาดนี้

พ่อมดคนนั้นร่ายเวทมนตร์อะไรใส่คุณเวของเขา



เอเธนส์มองคนนั่งหลังพวงมาลัยสบายๆ ด้วยท่าทางของคนที่ชำนาญการขับรถด้วยพวงมาลัยด้านซ้าย นัยน์ตาพราวระยับเหลือบมาสบตาเขาก่อนจะเบนกลับไปด้านหน้าเหมือนเดิม

อะไรอยู่เบื้องหลังนัยน์ตาพราวคู่นั้น

ระยะทางจากตลาดโต้รุ่งไปยังบ้านสายลมไม่ได้ไกลนัก บวกกับความเร็วของรถที่เวเนเซียใช้ทำให้ไม่กี่นาทีก็มาถึงหน้าบ้านสายลม ทว่าไม่กี่นาทีนั้นกลับไม่มีเสียงพูดคุยกัน ต่างจมอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเอง

เมื่อจอดรถสนิท เวเนเซียจึงหันมายังคนที่นั่งข้างๆ

“ขอบคุณมากนะคะสำหรับดินเนอร์วันนี้”

“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณหนูเว” เอเธนส์ระบายลมหายใจช้าๆ รู้สึกเหมือนกับภายในรถนั้นแคบลง จะด้วยสายตาของเวเนเซียที่เขาแปลความไม่ออก หรืออะไรอย่างอื่น...

มันไม่ได้ทำให้อึดอัด ทว่า...ชวนให้หายใจลำบาก

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวนะครับ” เอเธนส์เอ่ยลา แล้วรีบเปิดประตูรถ ก้าวลงอย่างรวดเร็ว บริเวณทางเท้าหน้าบ้านสายลมไม่มีผู้คนเดินผ่าน แต่ล็อบบี้นั้นเปิดไฟสว่าง และน่าจะมีคนนั่งอยู่แถวนั้น แม้จะไม่ได้อยู่ในระยะที่จะได้ยิน แต่ก็พอมองเห็นได้ เขากำลังจะก้าวไปยังเรือนไม้นั้นแต่ต้องชะงักและหันไปตามเสียง

“เดี๋ยวค่ะ” เวเนเซียก้าวลงจากรถ ชั่วอึดใจก็มายืนอยู่หน้าร่างสูงใหญ่ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มสะท้อนแสงไฟจากโคมไปริมทางราวกับอัญมณีน้ำงาม ตรึงนัยน์ตาสีดำลึกล้ำไว้

เอเธนส์รู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในภาพสโลว์โมชั่น เวเนเซียยื่นมือหนึ่งมาจับมือเขาแล้วยกขึ้น ดวงตาสองคู่ยังจ้องมองซึ่งกันและกัน

ริมฝีปากบาง...แตะที่ข้อนิ้วของชายหนุ่ม

จุมพิตบางเบาราวกับสายลมโชยผ่าน

“เวไม่ลืม Good night kiss หรอกนะคะ”





เวเนเซียเดินออกมาจากห้องน้ำพลางใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผมที่ยังเปียกจากการสระผม ร่างโปร่งบางอยู่ภายใต้ชุดคลุม สายตาเหลือบไปยังหน้าจอพลาสม่าขนาดใหญ่ เป็นภาพผู้บรรยายกีฬาสองคนกำลังวิเคราะห์แนวโน้มเกมการแข่งขันระหว่างรอสัญญาณการถ่ายทอดสดฟุตบอลคู่ใหญ่ของคืนนี้

ริมฝีปากบางเม้มน้อยๆ เพราะคำวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเอซีมิลานของผู้บรรยาย เธอรู้ว่าตอนนี้ทีมโปรดอาจจะไม่ได้ฟู่ฟ่าเท่าไรนัก แต่ความเก๋าก็ยังมีอยู่มากแหละน่า ในฐานะสาวกปีศาจแดงดำเธอก็มั่นใจว่าจะเอาชนะบ่าร์ซ่าได้

ทีมที่ดีที่สุดในโลก...เชอะ! หมั่นไส้!

นี่ถ้าอยู่ที่บ้านอัญมณี เธอคงไม่ต้องดูอยู่ในห้องนอนคนเดียวอย่างนี้แน่ เพราะยังมีลุงนทีที่แม้ว่าจะเป็นสาวกผีแดงแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดของอังกฤษ หากก็ไม่พลาดชมฟุตบอลนัดใหญ่ๆ สักครั้ง ส่วนธารานั้นไม่สนใจกีฬาทุกประเภท ถ้าบังคับให้ดูละก็คงจะมาหลับเป็นเพื่อนแน่นอน

ป่านนี้คงโทรศัพท์สวีตกับดิมิทรี

เวเนเซียตรงไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง หยิบไดร์ขึ้นมาเป่าผม กว่าจะผมจะแห้งคงได้เวลาถ่ายทอดสดพอดี ระหว่างการทำงานอยู่ที่หัวหิน เธอจะพักอยู่บ้านพักของครอบครัวซึ่งอยู่ติดกับพลอยไพลิน ส่วนธารานั้นไปพักที่อพาทเมนต์ของพนักงานซึ่งอยู่ในบริเวณโรงแรม ความจริงเธออนุญาตให้ธาราใช้ห้องที่เหลือในบ้านได้ แต่ธาราก็ระมัดระวังเรื่องความเหมาะสมอยู่เสมอ

ธาราดูแลเธอไปเสียทุกเรื่อง... ตอนที่กลับมาพลอยไพลินด้วยกันนั้น เธอเห็นสายตาของธารามองเธออย่างชั่งใจ ราวกับมีอะไรในใจอยากพูดกับเธอ แต่จนมาถึงเขาก็ยังไม่เอ่ยอะไร

เวเนเซียรู้...เรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่เธอทำวันนี้แน่นอน

แล้วยังไม่รวม...ที่ธาราไม่ได้เห็น

Good night kiss

เวเนเซียขบริมฝีปากน้อยๆ ยังตกใจตัวเองอยู่เหมือนกันที่ทำลงไปแบบนั้น โชคดีที่ไม่ได้ทำต่อหน้าธารา ไม่อย่างนั้น...ธาราคงสลัดบทเลขานุการทิ้ง สวมวิญญาณพี่ชายสุดโหดแน่

เฮ้อ...ทำอะไรลงไปนะยายเว

เวเนเซียสลัดความคิดแปลกๆ ออกไป ตั้งใจเป่าผมให้มากขึ้น เมื่อผมแห้งจึงวางไดร์ลงบนโต๊ะ เหลือบไปมองจอโทรทัศน์ ยังไม่ได้เวลาถ่ายทอดสด จึงต้องมองหาอะไรทำฆ่าเวลาและนึกถึงเมมโมรีการ์ดที่ยึดมาจากเอเธนส์

เธอเปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก แล้วเสียบการ์ดเข้าในช่องสำหรับอ่าน ใช้เวลาไม่กี่วินาทีภาพก็ปรากฎบนหน้าจอ และตรึงสายตาของเธอไว้ ตั้งแต่เด็กมาแล้วเวเนเซียไม่ชอบถ่ายรูป เรียกว่าเลี่ยงได้ก็เลี่ยง นิสัยนั้นยังติดตัวมาจนถึงตอนนี้

นิ้วเรียวสวย กดปุ่มเพื่อเลื่อนดูภาพไปเรื่อยๆ เธอไม่ได้ดูรูปตัวเองอย่างจริงจังมานานแล้ว

ภาพเหล่านี้ไม่ได้ผ่านโปรแกรมแต่งภาพใดๆ แสงในภาพก็เป็นแสงธรรมชาติ ไม่มีการจัดองค์ประกอบเหมือนกับการถ่ายแฟชั่น และถูกถ่ายในช่วงเวลาไม่ถึงนาที

หากฝีมือเอเธนส์สมกับฉายาพ่อมดแห่งวงการแฟชั่น

เวเนเซียไม่เคยคิดว่าตัวเองจะสวย...และยังดูเซ็กซี่ได้ถึงขนาดนี้

หญิงสาวเบนสายตาไปยังหัวเตียง มองตุ๊กตาสาวน้อยสวมชุดสีแดงฟูฟ่องแต่งด้วยผ้าชีฟองและลูกไม้ กระโปรงเป็นจีบระบายเป็นชั้นๆ ใบหน้าขาวล้อมกรอบด้วยเส้นผมสีดำหยักสลวย ดวงตาคมกริบสีดำ และริมฝีปากสีแดงสด เป็นตุ๊กตาที่ต่างจากเด็กหญิงตาฟ้าผมทองในชุดสีขาวหรือชมพูอย่างที่เธอมีอยู่หลายตัวในวัยเด็ก

ตอนนี้เวเนเซียโตเกินกว่าจะเล่นตุ๊กตาแล้ว แต่ยกเว้นเพียงสาวน้อยฟลามิงโกตัวนี้เท่านั้นที่แทบไม่ห่างกายเธอ

“คุณเอเธนส์...เวมีเวลาไม่มาก อย่าใจแข็งนานนักนะคะ”




>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>><<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<





ฬีฬา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 9 มิ.ย. 2554, 09:51:06 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 9 มิ.ย. 2554, 09:51:06 น.

จำนวนการเข้าชม : 3221





<< บทที่ ๔   
รัชต์ 9 มิ.ย. 2554, 10:10:36 น.
อืมม ตอนนี้ก็อ่านแล้วค่ะ อยากอ่านตอนใหม่ๆอะค่ะ


omelate 9 มิ.ย. 2554, 10:11:45 น.
รอเวลารักค่ะ...


XaWarZd 9 มิ.ย. 2554, 12:13:00 น.
อ่านเกินสี่รอบแล้ว เมื่อไหร่จะได้อ่านตอนใหม่ ๆจ๊ะ


ธารณ์ 9 มิ.ย. 2554, 12:17:42 น.
รอมานานม้ากกกกกก...หนังสือจะคลอดทันงานหนังสือเดือนตุลานี้หรือเปล่าน้ออออ...ยังงัยก็จะรอนะคะ ^^


ผักหวาน 5 ก.ค. 2555, 15:10:23 น.
ใจอ่อนมั่งรึยังคะคุณเอเธนส์


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account