เพื่อนกันวันสุดท้าย
เธอ...สาวทอมมาดหลุดผู้สับสนทางเพศ
เขา...คนที่เป็นเพศอะไรก็ได้เพื่อเธอ
และ
เธอ...เพื่อนสนิทคิด(ไม่)ซื่อ
เขา...เพื่อนชายนายแสนซื่อ(บื้อ)
Tags: เพื่อนกันวันสุดท้าย เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ เพื่อนสนิท รักเพื่อน เพื่อนรัก วินธัย ภัทรนรินทร์ ต้นน้ำ ศวิตา

ตอน: 9. รู้หรือยังว่ามันไม่เหมือน

เอามาต่อให้จนครบตอนแล้วจ้า รอกันนานเลยทีเดียวสำหรับตอนนี้
เอิ๊กส์ โต๊ดก๊าบ


อย่าเพิ่งอารมณ์เสียนะจ๊ะ ไปอ่านนิยายกันดีว่าจ๊ะ เหอะๆๆๆ

ตอบเม้นต์ก่อนจ้า

คุณใจใส --- เห็นว่าสงสารวิน เลยเอาวินมาส่งก่อนเลย อ่านแล้วแทนกันได้ม้ายยยย

คุณanOO --- อากู๋ไม่ช่วยกู้ค่ะ ตอนนี้เลยต้องนั่งปั่นๆๆ อย่างเนิบนาบต่อไป ฮา...

คุณชอบอ่าน --- พยายามรีบแล้วน้า แต่มันแต่งได้วันละกระดึ๊บๆ อ่ะตัวเอง ช่วงนี้(หัวสมอง)ฝืดเคือง 555

คุณaom --- กู้ไม่สำเร็จ แต่จะพยายามเสิร์ฟความหวานทดแทนจ้า อิอิ

คุณpattisa --- เอ๋ เคยสัญญาอะไรกันมั้ยนี่ไม่แน่จ้า แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้สัญญาเด็กกำลังจะเริ่มแล้วว

คุณmottanoy --- สงสารคนเขียนด้วยซี แงๆๆๆ

คุณPat --- เอาเป็นว่ามาช่วยกันตั้งชื่อตอนนี้ดีกว่าค่ะ เพราะยังคิดม่ายออก เลยลงเป็น % แทน ฮ่าๆๆ

คุณsai --- เย๊ย ตอนที่แล้วว่าสั้นแล้วตอนนี้จะเหลือหรอคะเนี่ย 555 แต่อันนี้มัน 30% เองน้า

คุณชอบอ่าน --- มาทยอยลงกระดึ๊บๆๆ จ้า อย่าเพิ่งงอนกันเน้อออออ

คุณหมู้หมู --- ตอนนี้เอาภัทรกับวินมาส่งก่อนจะ ส่วนวีต้ากับต้นน้ำจะตามมาอีกที ส่วนจะลางดีลางร้ายก็ หุหุหุ ไม่บอกกก (เอื๊อก...โดนเขวี้ยงขวด)

คุณJelly --- แหม มาสั้นๆ ได้ใจความ อั๊ยยะ! แต่คนเขียนเนี่ย อั๊ยหยาาาาา 555

ไปติดตามอ่าน 30% แรกเรียกน้ำย่อยละกานเนอะๆๆๆ
----------------------------------------------------------------------------

9. 100%

ร่างสูงโปร่งที่กอดอกห่อตัว แล้วเดินดุ่มๆ ราวกับจะหนีอะไรบางอย่างของภัทรนรินทร์ทำให้คนข้างหลังที่สาวเท้ายาวๆ มองตามอย่างเอ็นดู

หลังจากที่ ‘ขอ’ อะไรบางอย่างกับภัทรนรินทร์แล้ว เจ้าหล่อนก็เขวี้ยงค้อนทางสายตาใส่เขาโครมใหญ่ แต่พอคนมองไม่มีท่าทีหวาดกลัวแถมยังทำตาพราวใส่ เธอเลยจ้ำอ้าวกลับขึ้นฝั่งโดยไม่หันมาพูดกับเขาสักคำ

เสื้อยืดสีขาวเมื่อโดนน้ำคงเป็นสาเหตุที่ทำให้ภัทรนรินทร์ไม่แม้แต่จะหันกลับมา ใจหนึ่งเขาก็ดีใจที่อย่างน้อยเธอก็รู้ว่าตัวเองเป็นผู้หญิง แต่อีกใจก็โทษตัวเองและคอยแต่จะมองไปรอบๆ กลัวว่าจะมีเพื่อนผู้ชายคนไหนผ่านมาเห็นเข้า

แล้วเป็นเขาเองที่ทนไม่ได้ต้องก้าวยาวๆ ไปที่หน้าที่พักของตัวเองที่อยู่หลังติดกัน





ภัทรนรินทร์มองคนที่เดินผ่านไปตาคว่ำเพราะยังเคืองเรื่องสักครู่ไม่หาย คิดถึงก็ทำให้หน้าร้อนเห่ออย่างประหลาด แต่เลือกจะไม่สนใจ สาวเท้าขึ้นบันไดเล็กๆ สามขั้นหน้าบังกะโลตัวเอง มือที่กอดอกข้างหนึ่งเปลี่ยนมาล้วงกระเป๋ากางเกงหากุญแจ

“อยู่ไหนนะ?”

ปากเรียวพึมพำ มืออีกข้างจึงล้วงหาในกระเป๋าอีกข้าง ลืมไปไปว่าเสื้อยืดแนบเนื้อนั้นชุ่มน้ำเพียงใด แม้แต่ตอนได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านหลังก็ไม่ทำให้คนหมกมุ่นกับการหากุญแจใส่ใจ

ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่วาดคลุมไหล่บางจนคล้ายกับว่าเธออยู่ในอ้อมกอดของเขาโดยปริยาย คนที่หน้าร้อนเห่อขึ้นมาอีกครั้งจึงพยายามสะบัดตัวหนี “วิน!”

“อยู่นิ่งๆ อย่าดื้อ”

เขาไม่ปล่อยแต่กลับพูดเสียงดุ มือใหญ่พลิกคนในอ้อมกอดให้หันกลับมา ภัทรนรินทร์ก้มหน้า แขนที่อยู่ในผ้าผืนใหญ่ผลักวินธัยเบาๆ “ปล่อยสิ ฉันจะหากุญแจ”

“หาไปก็ไม่เจอ”

“ไม่รู้ไปทำตกไว้ที่ไหน” เจ้าตัวพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย “งั้นก็ปล่อยแล้วไปช่วยกันหาเลย”

แทนคำตอบ ร่างบอบบางถูกกดไหล่บังคับให้นั่งลงบนระเบียงไม้ ยังไม่ทันจะได้บ่นอะไร ผ้าขนหนูผืนเล็กที่วางพาดข้างๆ ก็ตามแหมะลงมาบนศีรษะ โดยมีมือใหญ่คอยซับเช็ดและคลึงให้เบาๆ ชวนผ่อนคลาย

ดวงตาเรียวเป็นประกายเหลือบมองปลายคางสะอาดสะอ้านและริมฝีปากหยักโค้งที่กว่าจะพูดอะไรออกมาได้สักคำมันช่างยากเย็น หากแต่ละถ้อยคำของวินธัยชวนให้คนฟังอุ่นไปทั้งหัวใจ มองไล่ไปยังจนจมูกโด่งได้รูป ก่อนจะหยุดที่ดวงตานิ่งเรียบของเขาที่ไม่ได้มองมาทางเธอ ดวงตาที่ฉายถึงความตั้งใจในสิ่งที่กำลังทำ แม้การเช็ดผมให้ใครสักคนมันจะเป็นเรื่องเล็กน้อยเหลือเกิน

แต่กระนั้นเรื่องเล็กน้อยแต่ส่งผลทางใจเธออย่างล้นหลาม มือใหญ่เลื่อนผ้ามาซับที่ไรผมให้อีกครั้ง เมื่อเห็นว่าน้ำทะเลกำลังจะไหลลงมาให้ระคายเคืองตาผู้หญิงตรงหน้า ดวงตาจึงสบกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ

ราวกับมีประจุไฟฟ้ามากมายไหลผ่าน ภัทรนรินทร์ตวัดสายตากลับมาอยู่ที่แผงอกกว้างที่ชุ่มน้ำทะเลตรงหน้า ก่อนจะรู้ตัวว่าผิดมหันต์เพราะรูปร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแต่ไม่มากจนน่าเกลียดของวินธัยกระตุ้นให้มือเรียวของเธอเอื้อมไปสัมผัสเบาๆ ตรงตำแหน่งของหัวใจ

ลมหายใจของวินธัยสะดุดกึกพร้อมๆ กับความยับยั้งชั่งใจที่ถูกกระชากอย่างแรงจนขาดวิ่น

“อุ๊ย!”

เสียงใสร้องเมื่อจู่ๆ ก็ร่างกายก็ถูกรวบเข้าไปอยู่ในวงแขนแกร่งของเขาอีกครั้ง ท่ามกลางความมืด แก้มแดงเรื่อแนบชิดกับแผงอกกว้างที่ความเย็นของร่างกายชายหนุ่มไม่สามารถหักล้างกับความร้อนของใบหน้าเธอได้เลย

“ซน”

วินธัยพูดเสียงเรียบ ภัทรนรินทร์เดาอารมณ์ไม่ออกว่าเขากำลังอยู่ในโหมดไหน คงมีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ว่าตัวเองกำลังใช้ความพยายามมากเพียงใดที่จะต้องหยุดความคิดและการกระทำของผู้ชายคนหนึ่งที่มีความรู้สึกลึกล้ำต่อผู้หญิงตรงหน้าไว้แค่เพียงการ “กอด”

“เดี๋ยวคนอื่นมาเห็น” เธอบอกเสียงเบา แม้จะรู้ว่าที่พักโซนนี้เป็นของกลุ่มเธอและป่านนี้พวกมันก็คงนั่งก๊งกันอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเลิก

“อยู่แบบนี้สักพัก...ได้ไหม”

ไม่รู้ว่าเพราะไออุ่นจากอกกว้างหรือเพราะเสียงทุ้มปลายประโยคที่เจือแววอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร ทำให้ภัทรนรินทร์ต้องถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหลับตาพริ้มในวงแขนของเขา

เอาเถอะ ใครจะเห็นก็ช่าง...ในเมื่อหัวใจของเธอตอนนี้มันยกธงขาวให้เขาเสียแล้ว



=============== ที่เหลือจ้าาาา ^0^=====================


เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท ความง่วงงุนเบาบางลง ความงุนงงก็เข้ามาแทนที่ คนที่ยังงัวเงียครางในลำคอเบาๆ ก่อนจะหันหน้าหนีสัมผัสชวนจักจี้ที่ข้างแก้ม

“ตื่นได้แล้วคนขี้ขี้เซา”

“อืม...อีกห้านาทีค่ะหม่าม้า” ภัทรนรินทร์ตอบอู้อี้ ใบหน้าซุกซบหมอนข้างใบอุ่น แต่สัมผัสประหลาดยังคงตามก่อกวน และเสียงหึๆ ของใครบางคนก็ปลุกให้เธอตื่นจนแทบผวา “วิน!”

หญิงสาวเบิกตากว้าง มือกุมแก้มทั้งสองข้างไว้ ความจำเมื่อครู่ก่อนผล็อยหลับไปไหลเวียนเข้ามาในสมอง แล้วรีบขืนตัวออกจากหมอนข้างยักษ์ทันที ดวงตาก้มลงมองสภาพตัวเองอย่างไม่ไว้ใจเจ้าของดวงตาแพรวพราวตรงหน้าสักเท่าไหร่

“นอนต่อไหม?” เสียงนุ่มคล้ายจะอ้อนนิดๆ จากตอนแรกที่ปลุกเพราะไม่อยากให้หญิงสาวนอนทั้งที่เสื้อเปียกๆ แต่ตอนนี้เขาอยากให้เธอกลายเป็นแมวเหมียวอยู่ในอ้อมกอดของเขาเสียแล้ว...ให้ตายสิ

ภัทรนรินทร์ย่นจมูก ไม่ว่าจะมาไม้ไหน แต่เธอไม่หลงกลหรอก

ใครก็ได้เอาวินธัยที่เธอเคยรู้จักมาคืนเสียที อยู่แบบนี้ต้องหัวใจวายเข้าสักวัน!

“นอน แต่ในห้องเท่านั้น”

“งั้นไป” ร่างสูงลุกแล้วฉุดมือบางไว้ด้วย ภัทรนรินทร์เหวอก่อนจะประท้วงไม่เบานัก “ไม่ได้นะ ฉันเป็นผู้หญิง นายจะมานอนห้องเดียวกันไม่ได้ ใครรู้เข้าจะทำยังไง”

วินธัยกลั้นหัวเราะกับหน้าตาท่าทางจริงจังของอีกฝ่าย แต่ในใจเขานึกชอบประโยคที่ว่า ‘ฉันเป็นผู้หญิง’ ของภัทรนรินทร์เสียเหลือเกิน

มือใหญ่กระตุกมือเล็กเบาๆ ชี้ชวนกันเข้าห้อง นัยน์ตาพึงพอใจเมื่อร่างบางขืนตัวสุดแรง “ก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่จะเปิดประตูให้” เขาพูดยิ้มๆ “...หรือเธอคิดอะไร”

“คิดอะไร้...เปล๊า” ปฏิเสธทันควันแล้วหลบตาอีกฝ่ายพัลวัน แต่เสียงไขกุญแจดังกริ๊กก็ทำให้ระลึกอะไรได้บางอย่าง

เธอทำกุญแจหล่นหายไม่ใช่หรือ แล้วทำไม...

“วิน!”

“หืม?” วินธัยทำไม่รู้ไม่ชี้ได้แนบเนียน ก่อนจะถามคำถามพาซื่อ “หรือจะให้ฉันเข้าไปส่งในห้อง”

เพี๊ยะ! มือบางที่ว่างตีลงไม่ออมแรง แต่ท่อนแขนแข็งแรงที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อหาได้สะเทือนไม่ “ร้ายนักนะ ฉันชักตามนายไม่ทันแล้ว”

“ร้าย...แล้วรักไหม”

ภัทรนรินทร์ชะงักมือที่กำลังจะปิดประตู นัยน์ตาเรียวเบิกกว้างสบกับดวงตาคมกล้าของเขาอย่างตกใจ ความรู้สึกสับสบปนเปกันเข้ามาในความคิด ประโยคที่ถามเหมือนจะล้อเล่นเมื่อครู่ เมื่อรวมกับนัยน์ตาคมที่เปิดเปลือยความรู้สึกออกมาอย่างไม่ปิดบัง ทำให้ภาพเก่าๆ ไหลย้อนเข้ามาย้ำชัดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอ สุขทุกข์ของคำว่าเพื่อนแน่นแฟ้นไม่เปลี่ยน

หากทว่าวันนี้ วินาทีนี้ คำว่า ‘รัก’ ของวินธัยคงไม่ใช่นัยของคำว่าเพื่อนอีกต่อไป

แล้วหัวใจของเธอเล่ามีคำนั้นหลบซ่อนอยู่บ้างหรือไม่...บางทีนี่อาจเป็นคำถามที่ต้องเก็บไปคิด
อาจนานเกินไปแล้วหรือ นานจนใบหน้าที่รอฟังคำตอบของเขาคลายความตึงเครียดเล็กๆ นั่นลง แต่เธอสัมผัสได้ถึงความผิดหวังบางประการ

“เข้าห้องเถอะ” ริมฝีปากหยักโค้งของเขาจะแย้มยิ้มบางๆ ให้เธอและอาจจะปลอบใจตัวเองไปพร้อมๆ กัน “ถือเสียว่าฉันไม่ได้พูดอะไร”

ไม่! ไม่ต้องคิดให้เสียเวลาอีกต่อไป...เพราะไม่มีคำว่ารักอยู่ที่ซอกหลืบใดของใจ แต่มันฉายชัดยอมรับสิ่งที่เรียกว่ารักของเขาเข้ามาเต็มตื้นไปทั้งหัวใจแล้วต่างหาก!

มือเล็กเอื้อมไปดึงเสื้อเขาไว้อีกครั้ง แล้วทำใจกล้า เขย่งตัวประทับริมฝีปากไปบนเรียวปากหยักของเขาอย่างรวดเร็ว จนอีกฝ่ายแทบตั้งตัวไม่ทัน แล้วกระซิบบางอย่างใกล้ใบหู

บานประตูปิดลงอย่างแผ่วเบา ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนเขาตั้งตัวไม่ติด ขณะที่คนก่อเหตุหายเข้าไปหลังบานประตูห้องเสียแล้ว แต่ถ้อยคำที่ภัทรนรินทร์บอกเขาเมื่อครู่ของกังวานในหัวใจ

‘พูดแล้วห้ามเปลี่ยนใจล่ะ’

ความอุ่นจากริมฝีปากนุ่มนิ่มยังคงประทับแน่นที่ปากของเขา ชายหนุ่มไล้นิ้วไปบนเรียวปากที่มีรอยยิ้มอย่างเผลอไผล ก่อนจะแตะเบาๆ ที่ตำแหน่งหัวใจแทนคำสัญญาที่วันหนึ่งเขาต้องบอกภัทรนรินทร์ให้ได้
จะเปลี่ยนได้อย่างไร ในเมื่อทั้งหัวใจเขายกให้เธอไปหมดแล้ว





“ไม่จริง!”

พนิตาที่เพิ่งตื่นไม่นานร้องลั่น เมื่อมนทิชากระฟัดกระเฟียดเข้ามาเล่าสิ่งที่เธอออกไปเห็นเมื่อคืนให้เพื่อนฟัง

“ภัทรชอบผู้หญิง ไม่มีทางชอบผู้ชายแน่ๆ”

“เหอะ! แกไม่ไปเห็นตอนมันยั่ววินของฉันล่ะ” มนทิชาใส่สีตีไข่ลงไปอีกนิดหน่อย ความจริงเมื่อคืนเธอเห็นแค่ตอนที่ภัทรนรินทร์ประกบปากกับวินธัยหน้าห้อง แต่มันต้องมีมากกว่านี้สิ เพียงแค่เธอไม่เห็นเท่านั้น “นัวเนียกันจนฉันทนไม่ได้ กอดตรงนั้น จับตรงนี้ จูบตรง...”

“พอแล้ว!”

มนทิชายักไหล่ ก่อนจะพูดออกมา “ถึงฉันจะอยากได้วิน แต่ก็ไม่ไหวหรอกนะถ้าเขาจะเลือกยัยภัทรนะ”

“มิ้ลค์! แกจะพูดให้ฉันเจ็บทำไม”

มนทิชาถอนหายใจ “แกเจ็บสิดี จะได้จำ จะได้ไม่ถูกภัทรหลอกใช้ มาถึงตอนนี้แกยังคิดว่าภัทรมันจะชอบแกได้หรอ อ้อ...ไม่สิ แกแน่ใจหรอว่ามันยังชอบผู้หญิงน่ะ คิดดีๆ นะนิต้า”

“แต่ฉันรักภัทร” คนบนเตียงตอบอย่างดื้อดึง “รักมาตั้งนานแล้ว”

“โอ๊ย! แกก็เหมือนฉัน รักเดียวแต่หลายก๊อบปี้”

“แต่ภัทรดีกับฉันมากนะแกก็รู้” พนิตาก็ยังเข้าข้างภัทรนรินทร์วันยังค่ำ

“ดียังไง แค่เขาเดินหนีแกก่อนขึ้นเตียง แกก็ว่าเขาดีกว่าพวกที่เดินหนีหลังจากลงเตียงแล้วใช่มะ”

พนิตาเขวี้ยงหมอนใส่เพื่อนที่หัวเราะอย่างสะใจ ถึงมนทิชาจะชอบพูดแรงๆ แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงความจริงใจในคำพูดร้ายๆ ของเพื่อนเสมอมา “นังบ้า”

ก๊อกๆๆ

มนทิชาขมวดคิ้ว ก่อนจะแง้มผ้าม่านดูแล้วหันมาทำตาโตใส่เพื่อนแล้วทำปากพะงาบไม่มีเสียงอ่านได้ว่า...ภัทรมา

“จริงหรอ!”

มนทิชาทำหน้าเมื่อย ใจหนึ่งก็อยากบอกให้พนิตาตัดใจเหมือนที่เธอก็คงจะตัดใจจากวินธัยแล้วไปหาผู้ชายอื่นแทนไม่ให้เสียเวลา แต่สายตาของเพื่อนที่เปล่งประกายแห่งความหวังก็ทำให้คำพูดร้ายๆ ต้องเก็บไว้ในลำคอ

“แกอยากให้ฉันอยู่ด้วยมั้ย”

“อยู่เป็นก้างหรอยะ” พนิตาพูดยิ้มๆ รู้ว่าเพื่อนยังกังวล “ไม่ต้องห่วง ฉันรู้หรอกว่าจะต้องทำไง”

“เออ เก่งให้ตลอดเถอะ มีอะไรก็โทรมา ฉันอยู่แถวเนี้ย”

“ไปหาวินล่ะสิ”

“เป็นความคิดที่ดี” มนทิชาดีดนิ้วถูกใจ ก่อนจะเปิดประตูให้คนที่รอข้างนอกเข้ามา

ภัทรนรินทร์เดินเข้ามาในห้อง สะดุ้งนิดๆ กับเสียงปิดประตู แต่ไม่คิดอะไรไปมากกว่าการที่เธอบริสุทธิ์ใจมาเยี่ยมพนิตา เพราะมันเป็นความผิดของเธอเต็มๆ ร่างโปร่งเดินไปหยุดอยู่ข้างเตียงที่ดี้สาวกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ แล้วนั่งลงขอบเตียงหมิ่นเหม่

“สบายใจขึ้นไหม ยังเจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า”

“ภัทร” พนิตายิ้มให้ หัวใจรู้สึกชุ่มชื่นแค่เห็นว่าอีกฝ่ายมาเยี่ยม “ไม่แล้วล่ะ ความจริงภัทรไม่ต้องเป็นห่วงเลย”

“ก็มันความผิดของภัทรแท้ๆ” ใช่...ถ้าเธอไม่เห็นแก่ตัว ทำเล่นๆ กับพนิตาจนอีกฝ่ายต้องทะเลาะกับพ่อเพียงเพราะความคิดโง่ๆ ของเธอ เรื่องมันก็คงไม่เป็นแบบนี้ “ขอโทษนะ”

“ภัทร...” พนิตาจับมือภัทรนรินทร์ไว้แนบแก้ม แม้อยากดึงออกแต่ทว่าเธอไม่กล้า “อย่าโทษตัวเองเลยนะ ถึงไม่มีภัทร นิต้าก็ทะเลาะกับพ่อบ่อยๆ อยู่แล้ว ว่าแต่ภัทรเถอะ ไม่ทะเลาะกับวินหรือมาหานิต้าแบบนี้”

“นิต้า!”

คนเป็นแขกร้องอย่างตกใจ ไม่คิดว่าพนิตาจะรู้ และไม่รู้ว่าจะรู้มากสักเท่าใด และมีใครที่รู้อีกบ้าง

โอย...วุ่นวายดีแท้

“งั้นนิต้าก็รู้ล่ะสิว่า...” ว่าเธอหลอกใช้ “คือภัทร...”

“ช่างเถอะ อย่างน้อยนิต้าก็มีความสุขเวลาอยู่กับภัทร” ร่างอวบอัดสวมกอดร่างบางของภัทรนรินทร์
“เพราะภัทรเป็นคนดี”

“ผิดแล้วล่ะนิต้า ภัทรไม่ใช่คนดีเลย”

“จริงหรอ?” ดี้สาวถามเสียงแผ่ว แล้วสบตาอย่างสื่อความหมาย “ถ้าภัทรไม่ใช่คนดีจริงๆ...”

“นิต้า อย่า...”

ภัทรนรินทร์จับมือซุกซนที่เริ่มจะเลยเถิด แล้วห้ามเบาๆ “ภัทรไม่ใช่คนดีหรอก แต่ภัทรก็อยากจะลองเป็นดูเพื่อใครบางคน” คนที่ดีกับเธอมาตลอด

“วินใช่ไหม” พนิตาถาม น้ำตาคลอ ถึงจะรู้มาบ้าง แต่ก็ยังอยากมีความหวัง บางทีนี่อาจเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ภัทรนรินทร์ย้ำสถานะระหว่างทั้งคู่ เป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้กอดภัทรนรินทร์อย่างนี้ “ภัทรรักวินหรือ”

“คือ...”

“เอาเถอะ ไม่ต้องตอบหรอก แต่ขอกอดทีหนึ่งนะ ขอเป็นครั้งสุดท้าย” พนิตาไม่รอคำตอบ แต่ก็ต้องยิ้มอย่างสุขใจเมื่อภัทรนรินทร์กอดกลับอย่างอบอุ่น “นิต้ารักภัทรนะ แต่ก็ขอให้ภัทรมีความสุข เพราะภัทรเป็นคนดี”

“ขอบใจมากนะนิต้า แล้วก็ขอโทษสำหรับทุกสิ่ง ภัทรไม่ใช่คนดีหรอก แต่จะพยายามเป็นเพื่อนที่ดีของนิต้าให้ได้”

พนิตายิ้มออกมาทั้งปากและตาและทั้งใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน “นิต้าก็เหมือนกัน น่าแปลกนะไม่คิดว่านิต้าจะยอมรับอะไรได้ง่ายๆ แบบนี้”

“หืม”

“อาจเป็นเพราะวินเป็นคนดีเหมาะกับภัทรแล้ว และก็คงจะรักภัทรมาก นิต้ารู้สึกได้นะสายตาที่วินมองภัทร เพียงแต่ยังไม่อยากทำใจและไม่อยากจะเชื่อว่า...”

“ว่าภัทรจะชอบผู้ชายใช่มั้ย”

“ก็ใช่น่ะสิ” ดี้สาวหัวเราะ “ข่าวใหญ่เลยทีเดียวเชียว”

“ก็คงน่าแปลกอยู่” เธอเองก็ทำหน้าไม่ถูกเหมือนกัน “อ่ะนะ”

“ไม่เห็นต้องอายเลย ดูสิแก้มแดงเชียว” พนิตาจับแก้มคนข้างๆ หันไปมา รู้สึกว่าสถานะเพื่อนแบบที่อีกฝ่ายมีให้ดูจะเหมาะระหว่างคนทั้งคู่มากที่สุด ทุกครั้งที่เธอพยายามพาตัวเองเข้าไปใกล้ชิดกับภัทรนรินทร์มันเป็นเพียงทางร่างกาย แต่ใจเธอไม่เคยเข้าใกล้หัวใจของอีกฝ่ายได้มากเท่าวันนี้ เวลานี้

ภัทรนรินทร์มองใบหน้าเปื้อนยิ้มของเพื่อนร่วมคณะแล้วก็พลอยมีความสุขไปด้วย เธอคงไม่สนิทถึงขั้นถามถึงความสัมพันธ์ของเธอและผู้เป็นพ่อ แต่อย่างน้อยตอนนี้พนิตาก็ยิ้มได้ และเป็นยิ้มที่สดใสมากที่สุดของอีกฝ่ายเท่าที่เขาเคยเห็นมา และอย่างน้อยความรู้สึกผิดต่อดี้สาวและวินธัยก็กำลังจางลงทีละน้อย

“ขอบใจนะนิต้า”

“ขอบใจทำไม ยังไม่ได้ทำอะไรให้เลย” พนิตาแกล้งทำหน้างง “แต่ถ้าอนาคตมีอะไรอยากให้ช่วยก็บอกได้นะ เรื่องผู้ชายเนี่ยนิต้ากับมิ้ลค์ถนัด”

“จะจำไว้นะ”

เจ้าของห้องค้อนให้อย่างหมั่นไส้ ก่อนจะเหลือบไปทางหน้าต่างที่ผ้าม่านยังถูกเหน็บไว้โดยมนทิชาเมื่อครู่ แล้วก็เห็นว่ามนทิชาเดินควงวินธัยมา หรือถ้าจะพูดให้ถูกน่าจะเปลี่ยนเป็นคำว่าลากมาจะดีกว่า

ภัทรนรินทร์มองตามก่อนจะเบะปาก พนิตาเห็นอย่างนั้นจึงรีบพูดกลั้วหัวเราะ “อย่าไปว่าเขาเลยนะรายนั้น กรี๊ดวินไปอย่างนั้นแหละนะ ก็เขาหล่อนี่นา”

“แหวะ”

“นี่ภัทร...”

“หืม”

“ขอแกล้งวินคืนหน่อยสิ พักนี้ชอบทำหน้าดุใส่นิต้า แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าทำไม”

“ทำไม แล้วยังไง”

พนิตาไม่ตอบ แต่สายตาไม่น่าไว้ใจเสียเลย ก่อนที่จะรู้ตัว ภัทรนรินทร์ก็ต้องตกใจเมื่อต้นคอเกิดเป็นรอยแดงโดยฝีมือของดี้สาวที่นั่งยิ้มร่ามองผลงานตัวเองที่ไม่มีทางปกปิดได้โดยเสื้อคอย้วยกว้างของภัทรนรินทร์

“ไปเหอะ รีบไปเคลียร์นะจ๊ะ”





โอ๊ย!!! อยากจะบ้าตาย นี่มันอาเพศอะไรเนี่ย

ภัทรนรินทร์คิดกลุ้มๆ ขณะวิ่งตามคนขายาวตัวสูงอยู่เรียบชายหาด เหมือนหนังอินเดียที่เปลี่ยนบรรยากาศไป

หลังจากที่ได้คิสมาร์คอันงามจากพนิตามาแล้ว เธอก็ต้องรีบวิ่งตามวินธัยที่หนีจากการฉุดกระชากลากดึงของมนทิชาไปได้

มนทิชาบ่นกระปอดกระแปดว่าวินธัยคงไม่อยากเห็นฉากบาดตาบาดใจ

ฮึ๋ย! เอากันเข้าไปสิโรบิ้น

“วิน...รอด้วย” ภัทรนรินทร์ส่งเสียงดังไปก่อนตัว เมื่อวิ่งเข้าใกล้เขา อีกฝ่ายทำเพียงชะงัก แต่ไม่ผ่อนฝีเท้าลง เธอเลยต้องลองใช้มารยาอย่างที่เคยเห็นในละครหลังข่าวอยู่บ้าง

ร่างโปร่งล้มลงบนพื้นทรายที่คิดว่านิ่มสุดๆ แต่ก็ต้องร้องโอดโอยเพราะแอคติ้งมากเกินงามจนไม่ทันสังเกตเห็นเปลือกหอยหักที่บัดนี้สร้างแผลเลือดซิบๆ ให้ดูต่างหน้าเป็นคำเตือนว่า...อย่ามารยาให้มากนัก

แดดอ่อนๆ ตอนเช้าถูกบดบังด้วยร่างสูงใหญ่ของวินธัย หญิงสาวจึงร้องดังกว่าเดิม “อูย เจ็บจังเลย”

ชายหนุ่มก้มลงดูแผล ก่อนที่สายตาจะปะทะกับรอยแดงที่ซอกคอขาว คำพูดที่มนทิชาบอกยิ่งตอกย้ำความจริงที่เขาเห็น

เขาจะเชื่อภัทรนรินทร์ ทั้งที่หัวใจมันหนึบๆ แปลกๆ ขอแค่อีกฝ่ายโกหกว่ามันคือรอยอะไรก็ได้ เขาก็จะโง่เชื่อเธออีกสักครั้ง

“คิสมาร์คโดยนิต้า โอ๊ย!” เสียงใสร้องโอดเมื่อมือของวินธัยเพิ่มแรงบีบจนเลือดที่เริ่มหายอาจจะไหลออกมาอีกครั้ง

“ขอโทษ”

“ฉันล้อเล่นน่ะ” หญิงสาวยิ้มหน้าเป็น หวังให้อีกฝ่ายหายโกรธ

วินธัยเงยหน้าขึ้น ดวงตาเรียบเฉยจนน่ากลัว “อะไรล่ะที่ล้อเล่นนิต้า เธอ หรือว่าใจฉัน”

“วิน...”

“แล้วสนุกรึเปล่า พอใจหรือยัง”

อีกแล้ว...ปากเธอมันพาซวยจนได้ ร่างสูงใหญ่ยืนขึ้นแล้วทำท่าจะเดินจากไป ติดอยู่ที่ขาถูกยึดไว้อย่างแน่นหนา เสียงใสๆ ก็พรั่งพรูความจริงออกมาทั้งหมด

“วันนี้ฉันไปขอโทษนิต้ามา แล้วก็บอกว่าเราเป็นได้แค่เพื่อน เขาก็โอเค ไม่มีอะไรเกินเลยเลยจริงๆ นะ แต่ไอ้รอยบ้าเนี่ยก็เพราะนายนั่นแหละ”

แรงดึงของขาลดลง ทำให้คนที่ยังนั่งยื้อยุดอยู่ที่พื้นผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ แล้วอธิบายต่อ “ก็นายน่ะชอบทำหน้าดุใส่นิต้า เขาก็เลยอยากแก้แค้น แล้วก็มาลงที่ฉันเนี่ยดูสิ แค่นี้ล่ะที่จะบอก ทีนี้อยากไปไหนก็ไปเลยไม่ง้อแล้ว”

เพียงเท่านั้นคงฉลาดอย่างวินธัยก็พอจะเดาอะไรๆ ออก ชายหนุ่มกลั้นยิ้มก่อนจะย่อตัวลงนั่งข้างๆ คนที่เริ่มเปลี่ยนตัวเองเป็นฝ่ายงอนบ้างแล้ว

“แล้วเขาบอกไหมว่าทำไมฉันต้องทำหน้าดุ”

“ใครจะไปรู้” อีกฝ่ายตอบเสียงสะบัด “ยังไม่ได้ฟังก็รีบวิ่งออกมาเนี่ย”

เขาอมยิ้ม แต่ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยลงบนรอยคิสมาร์คอย่างไม่ค่อยชอบใจนักแล้วเปลี่ยนเรื่องพูด “แล้วเธอได้ฝากรอยแบบนี้กับเขาหรือเปล่า”

“โอ๊ยยย ถ้าจะฝากเนี่ยไม่ใช่แค่นี้หรอก จะทั้งกัด ขย้ำ ขยี้”

“ภัทร!”

คนขี้แกล้งตอบลอยหน้าลอยตา “ก็เห็นอยากรู้”

“แล้วรู้สึกอะไรบ้างไหม”

“จั๊กจี้นิดหน่อย”

“ภัทร...”

“อ้าว แล้วจะให้ตอบว่าอะไร”

วินธัยมองคนแกล้งรวนแล้วได้แต่อมยิ้มอย่างสุขใจ หากทว่าภัทรนรินทร์ไม่ได้สังเกตว่านัยน์ตาของอีกฝ่ายเป็นประกายล้อแสงแดดมากเพียงใด และไม่น่าไว้ใจแค่ไหน

“ไม่ต้องตอบตอนนี้ก็ได้”

“แล้วจะให้ไปตอบตอน...อุ๊ย”

คนกำลังจะเถียงหุบปากฉับเมื่อใบหน้าคมคร้ามก้มลงมาป้วนเปี้ยนแถวซอกคอจุดที่พนิตาฝากรอยแกล้งไว้ ลมหายใจอุ่นระอุเป่ารดจนลำคอเธอแดงเถือกลุกลามไปจนทั่วใบหน้าที่เริ่มเห่อร้อน จมูกโด่งเป็นสันของเขาปัดไปโดนผิวกายเพียงเล็กน้อย แต่ทำให้ร่างกายเธอเกร็งขึ้นฉับพลัน

สุดท้ายเป็นวินธัยเองที่ต้องบังคับให้ตัวเองหยุดก่อนที่อะไรๆ จะเลยเถิดไปมากกว่านี้ ชายหนุ่มอมยิ้มในหน้าเมื่อมองเห็นลูกตำลึงน้อยๆ ตรงหน้า เสียงนุ่มถามแผ่วๆ ข้างใบหูที่มีกลิ่นหอมของภัทรนรินทร์ไม่ต่างจากส่วนอื่น

“รู้หรือยังว่ามันไม่เหมือน”

-------------------------100%---------------------------------------
ไว้เจอกันอีกภายในสามวีคนะค้า
แต่จะรีบมาต่อก่อนหน้านั้นแล้วกันเน้อ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามจ๊ะ
ด้วยรัด(คอ)และคิดถึง
เจ้าชายน้อย



เจ้าชายน้อย
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 9 มิ.ย. 2554, 18:12:52 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 16 ก.ค. 2554, 14:50:14 น.

จำนวนการเข้าชม : 2139





<< 8. ฉันขอ...   10. พิสูจน์ให้ฉันเห็น >>
anOO 9 มิ.ย. 2554, 18:33:04 น.
555 เคยเห็นแต่คนลง 50%
แต่งานนี้ 30% แต่ก็ยังคงยกคบเพลิงให้อยู่เหมือนเคย


หมู้หมู 9 มิ.ย. 2554, 19:57:21 น.
สม... เลย โดนขวด เคือง ...5555 มาน้อยยยมั๊ก.. แต่ยังไงก็ยังตามติด (พร้อมป้ายไฟเน้อ ^^)


หมู้หมู 9 มิ.ย. 2554, 20:16:55 น.
กรี้ดดดดดดดดดดดดดดด ไม่ ธรรมดาเลย ตอนนี้ เอิ้กๆ =^_^= เขินอ่ะ 5555


ชอบอ่าน 9 มิ.ย. 2554, 22:00:12 น.
แงงงอยากอ่านอีกคู่คร้า


aom 10 มิ.ย. 2554, 07:50:18 น.
หวานจริงๆ รอที่เหลือนะคะ


Pat 10 มิ.ย. 2554, 08:51:48 น.
วินมาวินแล้ว น่ารักจริงๆ


หมู้หมู 11 มิ.ย. 2554, 00:36:04 น.
ตอนที่หายไป..... รอ ต่อ ไป^^


Jelly 11 มิ.ย. 2554, 17:44:28 น.
อั๊ยย๊ะ อั๊ยย๊ะ !


หมู้หมู 12 มิ.ย. 2554, 16:29:03 น.
ไรเตอร์จ๋า... ตอนนี้สั้นมาก ฉะนั้น อย่าให้รอถึง 2 อาทิตย์เลยนะ นะ สาธุให้ไรเตอร์ ว่างไวๆ


หมู้หมู 25 มิ.ย. 2554, 02:09:23 น.
จ้าาา อ่านตอนเก่า ซ้ำไป ซ้ำมา รอจ๊ะ... (หลายรอบละ^^)


หมู้หมู 27 มิ.ย. 2554, 23:36:44 น.
แค่แวะมาบอกว่า คิดถึง นะ (คิดถึงทั้งไรเตอร์และ 70% ที่เหลือด้วย^^)


หมู้หมู 4 ก.ค. 2554, 13:55:37 น.
รู้นะ ว่า เหนื่อย เค้าแค่เข้ามา "เตือน" เฉยๆ ว่า นี่ ต้นเดือนแล้ว ^^


หมู้หมู 15 ก.ค. 2554, 21:08:37 น.
โอม ... เพี้ยง... ให้ไรเตอร์ เคลียร์งานได้อย่างคล่อง ให้ภาระอันหนักอึ้ง หายไปไว ๆๆ ^^ (หวังผลจ๊ะ หวังว่าจะได้พบกะ 70 ที่เหลือ เอิ้กๆๆ)


Jelly 16 ก.ค. 2554, 12:43:10 น.
รอจน เค้าสอบมิดเทอมแล้วง่า อยากอ่านนะ จะได้มีกำลังใจสอบ ~~


เจ้าชายน้อย 16 ก.ค. 2554, 14:59:21 น.
มาแย้ววววว
ขอโทษที่ทำให้ทุกคนรอนะคะ

แหมสงสัยอานิสงค์ที่คุณหมู้หมูกับคุณJellyได้จุดธูปเรียกจะบังเกิดผล 55


Jelly 18 ก.ค. 2554, 17:14:30 น.
ดีจาย~~~~~ ที่สุด พรุ่งนี้กำลังจะไปสอบพอดี !


หมู้หมู 20 ก.ค. 2554, 00:55:28 น.
^^ มาตอนไหน ไม่รู้ตัว ^^


หมู้หมู 20 ก.ค. 2554, 01:07:52 น.
กรี๊ดดดดดดดด กรี๊ดดดดดดดดดด กรี๊ดดดดดดดด โอ้ย.. เขินอ่าาาา ^^


incanto 3 ส.ค. 2554, 09:58:39 น.
ฮ่าๆๆ เขินแทน


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account