จุดชนวนรัก อุบัติเหตุเลิฟ
บางครั้งเราทุกคนก็ต้องยอมรับความจริงในเรื่องของหัวใจ ว่ามันอาจไม่เป็นอย่างที่เราต้องการเสมอไป ฉันเคยคิดว่ารัก ‘พี่เกล’ แต่ฉันกลับได้รู้จักความรักจริงๆ ในวันที่สายไปกับคนที่ได้ตายจากไปแล้ว ฉันไม่มีโอกาสแม้แต่จะบอกความในใจให้เขารู้ด้วยซ้ำ และวันนี้ฉันมีโอกาสจะไปหาเขาแม้ว่าหัวใจของเขาจะนิ่งสงบไปแล้วก็ตามแต่ฉันก็ร้อนใจเหลือเกินที่จะไป ไม่อยากจะช้าสักวินาทีเดียว
Tags: วัยรุ่น

ตอน: บทที่ 6

บทที่ 6
ปรี้ม!!!!!!
ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะตกใจเสียงบีบแตรรถที่ดังสนั่น แล้วนี่มันที่ไหนกันเนี่ย ฉันกวาดสายตาไปทั่วห้องสุดหรูหราอลังการงานสร้างแห่งนี้ ทำไมฉันไม่คุ้นตาสักนิดว่าฉันเคยมีห้องสวยขนาดนี้อยู่ เอ๊ะ! หรือว่านี่คือความฝัน เพื่อทดสอบว่าเรื่องจริงหรือความฝันฉันก็เลยตบหน้าตัวเองแรงๆ ถึงสองชาด
เอร๊ย! เจ็บอะ ทำไมมันถึงได้เจ็บสมจริงขนาดนี้ เหมือนไม่ได้อยู่ในความฝัน โดยเฉพาะไอ้เสียงบรีบแตรรถแล้วก็เสียงดังเอะอะเหมือนกับคนกำลังจะมีเรื่องกันที่ดังอยู่ข้างนอกหน้าต่างนั้น อีแบบนี้คงไม่ได้ฝันแล้วแหละ ฉันลุกขึ้นจากเตียงหนานุ่มแบบชนิดที่ว่านอนได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ แล้วเดินไปยังหน้าต่างบานหนึ่งของห้องก่อนที่จะเปิดมันแล้วชะโงกหน้าออกไปดูข้างนอกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วก็ถึงกับตกใจเพราะภาพที่เห็นคือชายคนหนึ่งกำลังต่อสู้กับกลุ่มชายฉกรรจ์ที่มีไม่ต่ำกว่าสิบคน แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะเหลือไม่ถึงสิบแล้วล่ะเพราะโดนต่อยล่วงไปนอนกองกับพื้นที่ละคนทีละคน จนอีกฝั่งเห็นถ้าจะสู้มือเปล่าไม่ไหวเลยใช้เครื่องทุ่นแรงอย่างไม้หน้าสามช่วย มันง้างไม้ก่อนที่จะฟาดลงบนศีรษะของชายคนนั้นอย่างแรง
"ระวัง! "
ฉันร้องออกไปด้วยความตกใจทั้งๆ ที่รู้ว่ายังไงเขาก็ไม่มีทางได้ยิน ทันทีที่เห็นชายคนนั้นโดนตีจนเขาถึงกับเซไป ฉันจึงรีบเดินออกจากห้องเพื่อจะลงไปยังชั้นล่าง พอมาถึงก็พบว่าแท้ที่จริงแล้วชายคนนั้นก็คือเซท แต่ตอนนี้เขากำลังกระทืบพวกนักเลงพวกนั้นนอนจมกับพื้นอ้าปากพะงาบๆ แทน ไม่น่าเชื่อว่าคนเดียวจะล้มพวกนั้นได้ทั้งหมดทั้งๆ ที่ตัวเองเพิ่งถูกฟาดด้วยไม้หน้าสาม เห็นหน้าหล่อใสสไตล์เกาหลีไม่คิดว่าจะถึกขนาดนี้
"กลับไปบอกเจ้านายแกด้วย ถ้าไม่อยากให้พ่อของมันเดือดร้อนก็อย่ามายุ่งกับฉันอีก"
เซทกระชากคอเสื้อของชายคนหนึ่งให้ลุกขึ้นจากพื้นก่อนที่จะเหวี่ยงชายคนนั้นลงไปนอนกลิ้งกินหญ้าที่พื้นอีกรอบ แค่นั้นแหละไอ้พวกที่กำลังนอนม้วนตัวกลิ้งไปมา ต่างก็ลุกฮือหางจุกตูดกลับขึ้นรถกันแทบไม่ทัน
"นี่มันเรื่องอะไรกัน!"
ฉันเดินเข้าไปถามเซทใกล้ๆ แต่พอเขาหันกลับมา เฮือก!! ทะ ทำไมใบหน้าเขาถึงมีแต่
"เลือด! นายเป็นอะไรมากมั้ย"
"ก็เห็นๆ อยู่ว่าเป็นคนเดียวจะมากได้ยังไง"
พูดจบเขาก็เหมือนจะเสียหลักล้มลงไป ฉันจึงรีบเข้าไปประคองด้วยการใช้มือดันเขาไว้ไม่ให้ล้มแต่ก็ดูเหมือนตอนนี้เขาจะไม่ยอมช่วยเหลือตัวเองเอาซะเลย ตรงกันข้ามเขากับทิ้งตัวแล้วใช้คางเกยไว้กับบ่าของฉัน ตกลงว่านายยืนไม่ไหวหรือว่าแกล้งกันแน่ยะ
"นี่นายจะมาอยู่ในสภาวะทิ้งตัวแบบนี้ไม่ได้นะฉันจะยืนไม่ตรงแล้วเนี่ย ขาฉันก็ไม่ดี"
"ก็ฉันยืนไม่ไหวนี่ ขอยืมไหล่ซบหน่อยไม่ได้เหรอ"
"ถ้านายตัวเล็กเหมือนเด็กสิบขวบฉันก็พอไหวอยู่หรอก"
"แต่ที่ฉันเจ็บแบบนี้ก็เพราะเธอนะ"
"เพราะฉัน!" ไม่จริงมั้งนายอย่ามาตลกคนอย่างนายเนี่ยนะจะยอมเจ็บตัวเพื่อฉัน ไม่มีเหตุผลสักนิด
"ก็วันนี้เธอไปมีเรื่องกับใครมาล่ะ"
พูดถึงมีเรื่องก็เยอะเลยล่ะ
"อย่าบอกนะว่าพวกเมื่อกี้ที่รุมทำร้ายนายเป็นพวกของไอ้เต็ม!"
"อืม"
"แต่เมื่อกี้ฉันไม่เห็นเต็มเลยนะ"
"ไอ้เต็มของเธอโดนฉันอัดจนคอพับถูก รปภ.ห้ามเข้าโรงพยาบาลไปแล้ว"
"หา!"
"มันคงแค้นก็เลยส่งลูกน้องตามมาคิดบัญชีกับฉันถึงบ้าน เจ็บใจนักที่ไม่ทันระวังตัวไม่คิดว่าไอ้พวกกระจอกมันจะรู้ที่อยู่ฉัน"
นั้นสิขนาดอีตาเซททำตัวลึกลับยิ่งกว่าสายลับ FBI พวกนั้นยังตามมาเจอได้อีกเหรอเนี่ย ตอนที่เต็มมีเรื่องกับพี่เกลแม้ว่าจะผ่านมาตั้งหลายปีมันยังคิดแก้แค้นไม่เลิก แล้วนี่อีตาเซทเล่นงานเอาถึงกับเข้าโรงพยาบาลแถมอัดลูกน้องมันกลับไปซะน่วมแบบนี้มันยิ่งแค้นฝังหุ่นไม่เลิกลาแน่
"นายรู้มั้ยว่าพ่อของไอ้คนที่นายอัดน่ะเป็นใคร"
"มันจะเป็นใครก็ช่าง แต่ที่แน่ๆ ฉันจะไม่ยอมให้มันทำร้ายเธอ"
ว้าว! นอกจากไอ้หน้าหล่อๆ ของนาย ฉันก็ไม่เคยเห็นว่านายจะมีมุมดีๆ แอบซ้อนอยู่เหมือนกันนะเนี่ย ตอนขับรถชนฉันยังไม่ยอมพาฉันไปโรงพยาบาลเพียงแค่กลัวว่าเลือดจะเปื้อนรถราคาแพง แถมยังลากฉันไปดูเพื่อนตัวเองทำอนาจารแก้ผ้าโชว์ตอนไปเอาบัตรคอนเสิร์ต แล้วเมื่อวานนี้อีกยังปากเหมือนหมาอยู่เลยหาว่าฉันเกะกะไปนอนดมร้องเท้านาย แล้วจู่ๆ วันนี้นายก็โผล่มาช่วยจิ้นน้อยของฉันให้รอดพ้นจากมัจจุราชอย่างพวกไอ้เต็ม นี่มันซุปเปอร์ฮีโร่แล้วตอนนี้ก็ยังจะมาเจ็บตัวเพราะฉันอีกโดยที่ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น แบบนี้มันหลังเท้าเปลี่ยนเป็นหน้ามือชัดๆ ทำใจไม่ทันอย่างแรง
"ทำไมอยู่ๆ นายถึง…"
" …ดีกับเธอน่ะเหรอ ทำไมฉันดูเป็นคนใจจืดใจดำขนาดนั้นเชียวเหรอ"
ใช่! นายดูเป็นคนแบบนั้นแหละ ไม่เห็นหัวใคร ไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบข้าง แถมแววตาก็ไร้ความปรารถนา และที่สำคัญปากเสีย!
"ก็นาย.."
" …อย่าว่าแต่เธอเลย ตัวฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเข้าไปช่วยยัยเป๋อย่างเธอไว้ทำไม" เซทยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะยื่นหน้ามากระซิบที่ข้างหูของฉันว่า "อาจเป็นไซส์หน้าอกของเธอก็ได้ฉันถึงยอมช่วย"
อ๊ายยยยยยยยย >///< ฉันถึงกับหน้าแดงพรืดทันทีที่นึกขึ้นได้ว่าสภาพเสื้อนักศึกษาของฉันตอนนี้มันขาดวิ้นจากแรงกระชากเมื่อกลางวัน ฉันจึงรีบเอามือมาปิดเสื้อตัวเองแล้วก็ต้อง กรี๊ดดดดดดดด เมื่อชุดชั้นในลายลูกเชอร์รี่สีแดงสดอวบอิ่ม มันออกมาโชว์ตัวเด่นหลาให้ฉันต้องอับอายขายขี้หน้าจริงๆ ด้วย
"O///O"
"อืม!...ว่าแต่ไอ้ลูกเชอร์รี่นี่มันก็น่ากินเหมือนกันนะ"
กรี๊ดดดด >///<
"นายมันลามก"
ฉันผลักเขาออกจากตัวจนเขาเสียหลักเซล้มลงไป สงสารก็สงสารอยู่หรอกนะไม่อยากทำร้ายคนหน้าตาดีแถมวินาทีนี้กลายเป็นผู้มีพระคุณคนที่สี่ไปแล้ว คนแรกคือหลวงตา คนที่สองคุณป้า คนที่สามคือพี่เกล
"เบาๆ หน่อยสิคนกำลังเจ็บอยู่นะ"
"ก็ใครใช้ให้นายมาโรคจิตกับฉันก่อนล่ะ"
"อ้าว! ฉันก็แค่เห็นว่าลายชุดชั้นในรูปลูกเชอร์รี่มันน่ากินแล้วผิดตรงไหน ถ้าบอกว่านมเธอขาวอวบอิ่มน่ากินสิแล้วค่อยมาด่าว่าฉันลามก"
"→ * ←"
ฮึย! แล้วมันต่างกันตรงไหนยะ
"แล้วนี่ไม่คิดจะช่วยพยุงฉันลุกขึ้นเลยใช่มั้ย ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ โอ๊ย! ดูสิเลือดไหลท่วมหน้าหล่อๆ ของฉันหมดแล้ว"
ชิ!ช่างกล้าพูด แต่เขาก็หล่อจริงๆ นั้นแหละ ขนาดใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด ก็ยังไม่สามารถบดบังความดูดีของเขาได้เลย ยิ่งได้อยู่ใกล้ๆ ยิ่งเห็นว่าทุกส่วนบนใบหน้าของเขามันเหมือนประติมากรรมชิ้นเอกที่สรรสร้างขึ้นมาอย่างลงตัว โดยเฉพาะดวงตาคมสวยคู่นั้นที่มองยังไงก็ไม่มีเบื่อตรงกันข้ามยิ่งมองกับยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังโดนมนต์สะกด ไม่รู้ว่าเป็นมนุษย์เดินดินอย่างฉันหรือหลุดลงมาจากบนสวรรค์กันแน่ ?
"นี่ยัยเป๋! จะยืนมองจนฉันเลือดไหลหมดตัวเลยมั้ย"
เสียงเรียกของเขาดึงสติฉันให้กลับคืนมา นี่ฉันคงหน้ามืดตามัวขนาดเห็นผู้ชายที่หน้าโชคเลือดดูดีขนาดนี้ได้ยังไง ฉันไม่ได้โรคจิตแทนเขาใช่มั้ยเนี่ย
"ก็ได้ๆ บ่นอยู่นั้นแหละ แต่นายห้ามมอง…"
" …ลูกเชอร์รี่น่ะเหรอ"
" >_< "
อ๊ายยยย ไอ้บ้าปากแบบนี้ลุกเองเลยไป
ฉันสะบัดหน้าด้วยความโมโหก่อนจะเดินหนี โดยมีเสียงเขาตะโกนไล่หลังตามมาติดๆ
"อ้าว! แล้วนั่นคิดจะทิ้งกันดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอ เฮ้! "
แต่ฉันก็แกล้งทำเป็นไม่สนใจเสียงนั่น จนเขาต้องวิ่งเขามาดักหน้าฉันไว้
"ไม่คิดจะดูดำดูดีฉันเลยเหรอ ดูสิเนี่ยเลือดฉันไหลใหญ่แล้ว"
"มาบอกฉันทำไม ไม่ใช่หมอสักหน่อย ไปโรงพยาบาลให้คุณหมอเย็บแผลโน้น"
"ไม่เอาไม่ไป"
"ปฏิเสธเสียงแข็งแสดงว่ากลัวหมอสิท่า"
"ฉันเนี่ยนะกลัว"
"ถ้าไม่กลัวก็ไปหาหมอสิ"
"ไม่เอาอ่ะ ฉันอยากให้เธอทำให้มากกว่า"
"ฉันเนี่ยนะ! ไม่มีทาง อุปกรณ์ก็ไม่มีและที่สำคัญฉันเย็บแผลไม่เป็นด้วย"
"ฉันมีเครื่องมือการปฐมพยาบาลเบื่องต้น ไปจนถึงผ่าตัดเลยล่ะ"
คนประเภทไหนกันถึงมีเครื่องมือแบบนั้นไว้ในบ้าน
ว่าจบเขาก็เดินหายไปยังห้องๆ หนึ่งหลังจากนั้นก็ก็หยิบเอากล่องยาออกมาวางแผละอยู่ตรงหน้าฉัน
"ฉันยังไม่ได้รับปากนายสักคำเลยนะว่าจะทำให้"
"โห! คนอะไรใจดำเนอะ ดูสิ คนเขาอุตส่าห์เจ็บตัวเพื่อช่วยไว้แท้ๆ น้ำใจสักนิดคิดจะตอบแทนก็ไม่มี"
ย่ะ! พูดแบบเนี่ยแถวบ้านฉันเขาเรียกว่าทวงบุญคุณ
ฉันยืนมองหน้าเซทแล้วก็ต้องยอมแพ้ เห็นทีเขาคงจะไม่ไปหาหมอจริงๆ ฉันก็เลยไม่มีทางเลือกนอกจากจะเป็นคนทำแผลให้เขาเอง
ฉันหยิบเอาสำลีจุ่มแอลกอฮอล์แล้วจี้ไปยังปากแผลบริเวณหัวคิ้ว
"โอ๊ย! เบาๆ สิ แอลกอฮอล์นะไม่ใช่น้ำเปล่าจะได้ไม่แสบ"
เซททำท่าโวยวายเหมือนเด็กเกเรไม่มีผิด
"ไง กะอีแค่แสบนิดแสบหน่อยจะเป็นไรไป นี่แค่เจอน้ำยาล้างแผลนะยังร้องลั่นขนาดนี้ถ้าไปเจอเข็มคุณหมอมีหวังโรงพยาบาลร้าวแน่"
"เธอก็พูดไป ฉันผู้ชายอกสามศอกนะ ขนาดพวกนั้นมาเป็นสิบฉันยังอัดร่วงเกือบหมดนี่ถ้ามันไม่โกงเล่นใช้ตัวช่วยละก็ ไม่มีวันที่เธอจะได้เห็นเลือดฉันหรอก"
"คร้า พ่อคนเก่งแต่ตอนนี้ช่วยอยู่นิ่งๆ หน่อยเถอะนายขยับไปขยับมาจนฉันเช็ดแผลไม่ถูกแล้วเนี่ย เดี๋ยวก็จิ้มลูกตาบอดหรอก"
"ก็มันแสบ"
"แสบก็นิ่งๆ สิ เดี๋ยวฉันเป่าให้จะได้แสบน้อยลง"
นี่เป็นเคล็ดลับวิชาสุดยอดเลยนะเวลาแสบจากน้ำยาล้างแผล ถ้าเราเป่าเราจะรู้สึกแสบน้อยลงตอนเด็กๆ ฉันซนมากแล้วก็เป็นแผลบ่อยๆ พี่เกลก็ต้องคอยทำแผลให้แล้วฉันก็เกลียดน้ำยาล้างแผลทุกยี่ห้อเป็นที่สุด พี่เกลก็ต้องใช้วิธีนี้ฉันถึงจะยอมให้เขาล้างแผลให้เพราะมันรู้สึกแสบน้อยลงไปจริงๆ แถมตอนที่เขาเป่าแผลแล้วพูดว่าโอมเพี้ยงจงหายๆ ฉันยิ่งไม่แสบเลยมันเหมือนมีมนต์สะกดให้ความแสบอันตรธานหายวับไปกับตา
"จะได้ผลเหรอ?"
"อยู่เฉยๆ เถอะน่า เดี๋ยวฉันร่ายมนต์ก่อน โอมเพี้ยง! จงหายๆ"
ฟูด!
ฉันล้างแผลอีกครั้งก่อนที่จะยื้นหน้าเข้าไปเป่าใกล้ๆ บริเวณปากแผล แล้วก็ได้ผลจริงๆ เขาไม่ร้องโวยวายแล้วก็ไม่ดิ้นไปดิ้นมา
"บอกแล้วว่าได้ผล ไม่แสบจริงๆ ใช่ม๊า"
"เปล่า"
"อ้าว! แล้วนายเงียบทำไม" หรือว่าฉันปากเหม็น ม่ายนะฉันแปรงฟันสามเวลานานเกินห้านาทีไปหาหมอฟันเพื่อขูดหินปูนทุกๆ สามเดือนเพื่อกันน้ำลายบูดอันเป็นสาเหตุทำให้เกิดกลิ่นปากได้ แม้ว่าเราจะแปรงฟันเป็นอย่างดี แล้วทำไมเขาถึง…
"ที่เงียบก็เพราะ เธอเอาหน้าอกมาใกล้ฉันมากเกินไปต่างหาก"
" >///< นายว่าอะไรนะ"
"ล้อเล่นๆ ไม่แสบจริงๆ ด้วย เป่าใหม่สินะๆ"
"{{{(>_<)}}}"
หน็อย! ล้อเล่นเหรอ อย่างนี้มันต้องโดน…
แต่พอฉันตั้งถ้าจะเอาน้ำยาล้างแผลราดใส่เขา ไอ้ใบหน้าทะเล้นก็เปลี่ยนไปทันที ดีเลยถ้าขืนนายยังลามกไม่เลิกฉันจะราดไปทั้งขวดนี่แหละ
"ใจเย็นๆ สิ ไม่เห็นต้องทำหน้าปล่อยรังสีอมหิตเลย ก็บอกว่าล้อเล่นไง เนี่ยหายแสบจริงๆ ด้วย"
แต่หน้านายมันไม่ใช่อย่างที่พูดเลยนะ!
"ไม่ลงไม่ล้างมันแล้วใส่ยาเลยดีกว่า"
ฉันหันไปหยิบยาเบตาดีนก่อนจะใช้สำลีชุบแล้วทาที่บริเวณแผลอีกครั้ง หลังจากนั้นก็ถึงขั้นตอนสุดท้ายปิด ผ้าพันแผลเป็นอันเสร็จสักที
แต่พอคิดไปคิดมาถ้าวันนี้ไม่ได้เขาช่วยไว้ ป่านนี้ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะมีสภาพยังไงบางทีฉันอาจจะกลายเป็นคนเจ็บตัวซะเอง คิดแล้วต่อมสำนึกบุญคุณฉันก็เริ่มทำงานซะงั้น
"ยังไงก็ต้องขอบคุณนายมากเลยนะที่ช่วยฉันไว้แถมต้องมาเจ็บตัวแบบนี้เพราะฉันอีก ถึงที่ผ่านมานายจะไม่ค่อยดูดีเท่าไหร่แต่วันนี้นายก็ทำให้ฉันเห็นแล้วว่าข้างในนายก็ดีไม่แพ้หน้าตา"
"เธอเคยเห็นข้างในฉันแล้วเหรอ" เซทพูดพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนฉันต้องกระเถิบถ้อยหนี
"ฉันหมายถึงจิตใจย่ะ"
"จะไปรู้เหรอก็เธอบอกว่าข้างใน"
"ฉันไม่พูดกับนายแล้ว ว่าแต่ตอนนี้มันกี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ย"
"ทุ่มครึ่งแล้วมั้ง"
"หา!"
"ทำท่าตกใจอย่างกับเที่ยงคืนไปได้"
"ฉันต้องกลับแล้ว"
"สภาพอย่างนี้น่ะเหรอ" จริงด้วยสิฉันจะมีหน้าโผล่ออกไปสู่สายตาประชาคมชาวโลกอาเซียนด้วยทรงผมหนูแทะกับเสื้อผ้าขาดวิ้นแบบนี้ได้ยังไง มีหวังออกไปชาวบ้านต้องหาว่าฉันเป็นบ้าแน่ๆ
"แล้วฉันจะทำยังไงดีล่ะ ฉันมีธุระด่วนต้องรีบไป"
"ฉันโทรให้คนเอาเสื้อผ้ามาให้เธอแล้ว อีกไม่นานก็คงมาถึง"
"แต่ฉันร้อนใจนี่"
"แล้วทำไมไม่โทรไปก่อนล่ะ" นั่นสินะทำไมเรื่องแค่นี้ฉันกลับคิดไม่ถึง ว่าแต่มือถือฉันล่ะ แต่พอหยิบมันขึ้นมาดูก็น้ำตาแทบร่วง
แบตฯ หมด แง
"คือแบบว่า นายพอจะมีที่ชาร์จแบตให้ฉันยืมบ้างมั้ย"
"ฉันไม่ได้ใช้ยี่ห้อโนกิ๊ก ของฉันแอ็พเนียนใช้ด้วยกันไม่ได้หรอก"
แล้วจะทำยังไงดีอ่า วันนี้ฉันตั้งใจจะไปคุยกับคุณป้าแต่ดันมาเกิดเหตุร้ายๆ ซะก่อน หวังว่าคุณป้าคงจะไม่ตัดสินใจทำอะไรลงไปอย่างที่พูดกับพี่เกลหรอกนะ ถ้าเป็นแบบนั้นฉันต้องไม่มีวันให้อภัยตัวเองแน่
"︶︹︶"
"ฉันให้ยืมมือถือเอามั้ย" สวรรค์โปรด นั่นแหละที่ฉันต้องการ เขาส่งมือถือรุ่นแอ็พเนียนให้ ฉันรับมันไว้ด้วยความปลาบปลื้มเป็นที่สุด ฉันชักจะประทับใจในความมีน้ำใจของนายแล้วสิ
" ^_^"
"ดูทำหน้าเข้าสิ ทีฉันยอมเจ็บตัวเพื่อช่วยเธอไม่เห็นทำหน้าซึ้งขนาดนี้เลย"
นั่นสิ ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ถ้าไม่เจอเรื่องร้ายแรงสุดๆ ฉันไม่มีทางน้ำตาไหลง่ายๆ และต่อให้มีเรื่องดีขนาดไหนฉันก็รู้สึกเฉยๆ แต่ถ้าเมื่อไหร่มีเรื่องพี่เกลเข้ามาเกี่ยวข้องไม่ว่าเรื่องดีหรือร้ายเอาสองร้อยคูณเข้าไปได้เลย นั้นล่ะสิ่งที่ฉันจะรู้สึก
" >_O ขอบคุณนะ รับรองว่าฉันจะคุยไม่นาน"
"คุยไปเถอะเอาให้สบายใจ จะคุยทั้งคืนยันเช้าก็ได้ไม่ว่าหรอกเพราะฉัน…"
" …รวยเว่อร์อะ"
"เธอนี่มัน *>_<* " เขาหันมาทำหน้าดุใส่ที่ฉันพูดกวนประสาท ก็นายมันรวยจริงๆ นี่รถก็ราคาแพงชิบแถมมีตั้งหลายคัน แต่ที่หน้าแปลกทำไมบ้านช่องใหญ่โตแต่ไม่เห็นมีใครอยู่นอกจากเขาหรือว่าจะเป็นพวกรักสันโดษ พ่อแม่พี่น้องลุงป้าน้าอาหายไปไหนกันหมด แม้แต่คนใช้ก็ไม่มีอยู่ได้ยังไงคนเดียว แต่เรื่องนี้เอาไว้หาคำตอบทีหลังเพราะตอนนี้ฉันมีเรื่องที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยซะก่อน ฉันเดินหลบมุมไปหาที่คุยโทรศัพท์ก่อนที่จะกดหมายเลขปลายทาง เพียงไม่นานปลายทางก็รับสายอย่างรวดเร็ว เหมือนกับว่าเธอก็กำลังรออยู่เหมือนกัน



lovezombie
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 26 ม.ค. 2557, 12:18:05 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 26 ม.ค. 2557, 12:18:05 น.

จำนวนการเข้าชม : 977





<< บทที่ 5   บทที่ 7 >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account