เก็บรักไว้ที่ปลายฟ้า Together [นวนิยายชุดต้นรักเสน่หา สนพ.อรุณ]
หากเขาคือคุณหมอปากร้าย เธอก็คือดาวยั่ว(โมโห)ตัวแม่
เมื่อเสือซ่อนเล็บต้องมาปะทะกับนางแมวยั่วสวาทมือใหม่
งานนี้เขาคงต้องไว้ลายให้แม่คุณได้รู้สำนึกเสียบ้าง!

+++++++++++++++++++++

กวินทร์ หมอหนุ่มหน้าตี๋ต้องหนีการจับคลุมถุงชนของมารดาไปเป็นหมออยู่บนดอยอันไกลโพ้น แต่แล้วชีวิตอันสงบสุขของเขากลับพังทลายเพราะผู้หญิงที่ชื่อ ขวัญชมัย หลานสาวเจ้าของรีสอร์ตแห่งเดียวบนนั้น

เธอทั้งร้าย ยั่วยวน ปั่นป่วนหัวใจ ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งอยากบีบคอ แต่กลับต้องมาร่วมมือกันให้ความรู้ทางด้านสาธารณสุขกับชาวบ้านตามความประสงค์ของใครบางคน

อลวนละคราวนี้ เพราะนับวันแม่ตัวดียิ่งหนักข้อ ใช้ความเซ็กซี่เป็นอาวุธ หมายจะตีหมอหน้าใสใจซื่ออย่างเขาให้แตกพ่าย

โถ...จะถูกจับกินตับอยู่รอมร่อแล้วยังไม่รู้ตัวอีกนะแม่คุณ!


>////////<



Tags: เก็บรักไว้ที่ปลายฟ้า Together ซีรีส์ ต้นรักเสน่หา อรุณ ดวงมาลย์ กวินทร์ ขวัญชมัย ม่อนเจ้าคำ โรแมนติก จิกหมอน

ตอน: ตอนที่ ๑๗

อากาศยามบ่ายแก่ๆบนม่อนเจ้าคำในวันนี้อุ่นขึ้นจากเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด ขวัญชมัยดูข่าวจากโทรทัศน์จึงรู้ว่าทางใต้ของจีนมีพายุเข้าหนัก ส่งผลให้ทางตอนเหนือของเวียดนาม ลาว พม่า และไทยมีอุณหภูมิเย็นขึ้นอย่างเฉียบพลัน แต่หลังจากเมื่อคืนผ่านพ้นไป พายุดังกล่าวก็สงบลงแล้ว อากาศจึงกลับมาเป็นปกติอย่างที่ควรจะเป็นในช่วงเดือนพฤศจิกายน คือเย็นพอให้ชื่นใจ อาจหนาวหน่อยตอนช่วงก่อนรุ่งสางและกลางคืน แต่ถ้าเป็นกลางวันอากาศจะสบาย ชาวบ้านไม่ถึงขนาดต้องใส่เสื้อผ้าหลายชั้นดังเช่นเมื่อวาน

คนที่เพิ่งจะสร่างไข้เดินสะโหลสะเหลออกมารับไอแดดอ่อนๆ หลังจากขลุกตัวอยู่แต่บนเตียงมาเกือบจะน็อกรอบยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่แล้วก็ผิดสังเกตเมื่อไม่เห็นใครเลยสักคน กระทั่งได้ยินเสียงของบุญเรือนดังแว่วมาจากด้านหลังซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านพักแขก ร่างอรชรจึงหมุนตัวกลับแล้วเดินไปหา

ทว่าผู้จัดการรีสอร์ตไม่ได้อยู่เพียงลำพัง ยายของหล่อนก็อยู่ด้วย ท่านกำลังเดินนำขบวนเชื้อเชิญให้ชายแปลกหน้าสองคนชมสถานที่บริเวณนั้นอย่างอารมณ์ดี ฟังจากเสียงหัวเราะที่ดังแทรกให้ได้ยินเป็นระยะขณะพูดคุยกัน

“อ้าว...น้องขวัญ เดินเหินไหวแล้วเหรอ” บุญเรือนหันมาเห็นจึงปรี่เข้ามาถามไถ่

“ไหวแล้วจ้ะ นี่แขกกรุ๊ปใหม่เหรอพี่เรือน”

“ก็ไม่เชิงหรอก ยายสายเชิญพวกเขามาดูสถานที่น่ะ” สาวเมืองสิงห์ตอบไม่เต็มเสียงนัก ทำให้ขวัญชมัยเริ่มสงสัย

“ดูสถานที่? ดูทำไม”

“ก็...เอ่อ...”

“เรือนเอ๊ย มาช่วยรับช่วงต่อที เหลือแค่เดินดูรอบๆแถวนี้เท่านั้นแหละ” แก้วสายตะโกนเรียก บุญเรือนจึงต้องผละจากขวัญชมัยไปทำหน้าที่ตามได้รับคำสั่ง จากนั้นหญิงชราก็บอกกับผู้มาเยือนทิ้งท้ายว่า “ตามสบายนะจ๊ะ เสร็จแล้วเดี๋ยวตามยายไปที่เรือนใหญ่ กินน้ำเก๊กฮวยกันก่อนแล้วค่อยกลับนะพ่อ”

แก้วสายเดินตรงมาหาหลานสาวอย่างไม่รีบร้อน ครั้นเมื่อเห็นหัวคิ้วของขวัญชมัยขมวดมุ่นก็กดยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ ก่อนจะแสร้งถามไปเรื่องอื่น

“หน้าตาดูดีขึ้นนะ ท่าทางจะหายแล้วสิ”

“หายแล้วจ้ะ ผู้ชายสองคนนั้นมาดูสถานที่เพราะจะพาคนมาพักเหรอจ๊ะ” ขวัญชมัยถามเข้าประเด็น แก้วสายจึงมองตามสายตาของหลานสาวไปที่คนกลุ่มนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาตอบ

“เปล่า นั่นคนของหลวง ยายเรียกให้เขามาดูที่ทางไว้ ก็เรื่องที่ยายบอกเจ้าไปเมื่อวันก่อนไงล่ะ ว่าจะยกสมบัติทั้งหมดให้เป็นสาธารณประโยชน์ เลยอยากจัดการซะให้สิ้นเรื่อง เผื่อยายเป็นอะไรปุบปับจะได้มีคนมาดูแลที่นี่ต่อทันที”

ขวัญชมัยคิดไม่ถึงว่ายายจะพูดจริง หญิงสาวอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูกไปหลายวินาที ก่อนอารมณ์คุกรุ่นขึ้น

“ยายทำแบบนี้ไม่ได้นะ ขวัญไม่ยอม!”

“ไม่ยอมแล้วจะยังไง เจ้ากลับกรุงเทพฯไปซะเถอะ อยู่ที่นั่นเจ้ามีหน้ามีตา มีเพื่อนฝูง มีเงินทองจากเงินเดือนสูงลิ่ว คงจะสุขสบายไปตลอดชีวิต ทางนี้เรือนมันก็จะกลับไปช่วยคำแสนทำไร่ชา ส่วนยายก็คงไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว เลยตั้งใจว่าจะบวชชี หันหน้าเข้าสู่ทางธรรมเต็มตัว ในเมื่อทุกคนมีที่ไป ยายก็หมดห่วง”

“ขวัญรู้ว่ายายไม่ได้ต้องการทำแบบนี้ ยายกำลังจะบีบบังคับให้ขวัญยอมเป็นผู้ช่วยนายหมอตี๋ใช่ไหม!”

“นั่นคือสิ่งที่ยายเคยตั้งใจไว้ แต่โอกาสของเจ้าหมดลงแล้ว อย่าไปเสียดมเสียดายกับทรัพย์สมบัตินอกกายเล้ย ตายแล้วก็เอาไปไม่ได้” แก้วสายบอกพลางโบกไม้โบกมืออย่างปลงๆ แล้วจึงใช้ไม้เท้าประคองร่างหมายจะเดินกลับเข้าบ้าน ทว่าเพียงก้าวไปได้สามก้าว...

“เดี๋ยวก่อนจ้ะยาย!”

แก้วสายหยุดเดินกึก รอฟังว่าขวัญชมัยจะพูดอะไรต่อ

“โอเค ขวัญยอมก็ได้ ขวัญจะไปเป็นผู้ช่วยนายหมอตี๋หนึ่งเดือน เท่านี้ใช่ไหมที่ยายต้องการ!”

หญิงชราผุดยิ้มกว้างด้วยความสมใจ แล้วหันกลับมามองหลานสาวด้วยดวงตาพราวระยับ

“เจ้าแน่ใจนะที่รับปากมานี่”

“แค่เดือนเดียวมันจะหนักหนาอะไรกันเชียว ถ้าอยากให้ทำนัก ขวัญยอมก็ได้ แล้วยายห้ามมาบังคับอะไรขวัญอีกนะ ส่วนสองคนนั้นก็เชิญกลับไปได้เลย ขวัญไม่ยอมยกรีสอร์ตนี้ให้คนอื่นเด็ดขาด!” พูดจบคนที่เพิ่งจะหายป่วยก็เดินกระแทกเท้ากลับเข้าห้องของตัวเองไปทันที

บุญเรือนซึ่งลอบสังเกตการณ์อยู่ไกลๆรีบวิ่งปรู๊ดกลับมาหาแก้วสาย พลางถามด้วยหน้าตาอยากรู้อยากเห็นเต็มที่

“สำเร็จแล้วใช่ไหมจ๊ะยาย ฉันได้ยินแว่วๆ”

“เออ...กว่าเจ้าขวัญจะยอมได้ก็เล่นเอาฉันเหนื่อย เดี๋ยวเจ้าไปบอกสองคนนั้นให้กลับได้เลย เอ้านี่...ค่าจ้าง ไปจ่ายกันไกลๆหน่อย อย่าให้หลานฉันเห็นเข้าล่ะ”

“ได้จ้ะยาย” บุญเรือนรับเงินแล้วรีบเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ จากนั้นรอจนกระทั่งหญิงชรากลับเข้าบ้านไปแล้วจึงกวักมือเรียกหน้าม้าที่ว่าจ้างมาจากในเมืองให้เดินตามไปรับค่าตัวกันอย่างพร้อมเพรียง



กวินทร์เงยหน้าขึ้นจากจดหมายที่กำลังอ่านเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินขึ้นอนามัยมา

ตั้งแต่เขารู้ข่าวจากบุญเรือนเมื่อวันก่อนก็พานทำให้เครียดไม่น้อย เพราะหลานสาวสุดที่รักของแก้วสายยอมตกลงเป็นผู้ช่วยของเขาแล้ว โดยจะเริ่มงานวันนี้เป็นวันแรกหลังจากหายป่วยเป็นปกติร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเขารู้ดีว่าหล่อนไม่ได้เต็มใจมาเลยสักนิด

ชายหนุ่มจ้องไปที่ประตู นึกภาพว่าจะต้องเห็นใบหน้าบูดบึ้งของขวัญชมัยนำทัพมาก่อน ทว่าเสียงฝีเท้ากลับเงียบลง แล้วทุกอย่างก็ดูราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เจ้าของร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่โต๊ะทำงาน เดินอย่างเงียบกริบเพื่อออกไปดูให้แน่ใจว่าเมื่อกี้เขาไม่ได้หูฝาดไป แล้วก็พบหญิงสาวจริงๆ หล่อนกำลังยืนขมวดคิ้วมุ่นด้วยอาการเก้ๆกังๆ แล้วทำท่าจะหันหลังเดินลงบันได เขาจึงต้องเรียกไว้

“จะไปไหน”

ขวัญชมัยสะดุ้งโหยงสุดตัว หันขวับมามองหมอหนุ่มหน้าตาตื่น ก่อนจะรีบเก็บอาการด้วยความรวดเร็ว

“เอ่อ...ฉัน...ลืมของไว้ที่บ้าน” หญิงสาวแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ทว่ากวินทร์ไม่เชื่อสักนิด เขามองหล่อนอย่างรู้ทัน ทำเอาแม่คุณถึงกับหน้าม้าน

“ต้องกลับไปเอาใช่ไหม”

“ไม่ต้องก็ได้” คนถูกจับไต๋ได้ตอบอ้อมแอ้ม

กวินทร์พยักหน้ารับเนือยๆ จากนั้นจึงหลุบตาลงมองเถาปิ่นโตที่หล่อนถืออยู่

“นั่นของผมหรือเปล่า”

“เออใช่ พี่เรือนฝากมา” ขวัญชมัยบอกพลางยื่นปิ่นโตอาหารเช้าส่งให้เขาอย่างประดักประเดิด

“งั้นขอผมกินข้าวแป๊บนึง แล้วเราค่อยเริ่มงานกัน” ว่าแล้วเขาก็ทำท่าจะเดินเข้าด้านในไปก่อน แต่หญิงสาวรีบกระชากชายเสื้อของเขาไว้ด้วยความลืมตัว

“เดี๋ยวสิหมอ ก่อนจะเริ่มงาน เราต้องคุยกันให้เคลียร์ก่อน”

กวินทร์เหลียวกลับมามองมือของหล่อนแล้วหน้าตึงขึ้น เพราะไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนห้าวหาญทำกับเขาเช่นนี้

“ปล่อยมือ แล้วจะเคลียร์อะไรก็ว่ามา” เขาบอกด้วยน้ำเสียงรำคาญ

ท่าทีไว้ตัวจนเกินเหตุนี้เองที่ทำให้ขวัญชมัยต้องแอบเบ้ปาก พลางนึกค่อนขอด ชิ...แตะนิดแตะหน่อยก็ไม่ได้ ฉันไม่ใช่เชื้อโรคนะ ถึงต้องทำท่ารังเกียจขนาดนี้!

แม้จะไม่พอใจอยู่บ้าง แต่หญิงสาวก็ต้องรีบพูดเข้าประเด็นโดยพลัน

“หมอก็รู้ใช่ไหมว่าฉันมาที่นี่เพราะคำสั่งยาย ไม่ได้เต็มใจ และฉันก็เรียนจบเกียรตินิยมอันดับหนึ่งมาจากคณะนิเทศศาสตร์ ไม่ใช่แพทย์หรือพยาบาล ฉันรักษาใครไม่เป็น อย่าว่าแต่คนเลย หมาแมวสักตัวก็ยังไม่เคย เพราะฉะนั้นเวลาจะใช้ฉันทำอะไร กรุณาตระหนักถึงข้อนี้ด้วย”

เมื่อฟังจบ กวินทร์ก็กดยิ้มหยันทั้งมุมปากและแววตา แสดงให้อีกฝ่ายเห็นอย่างชัดเจน

“ผมคงไม่เสียสติขนาดจะฝากชีวิตของชาวบ้านไว้ในมือคุณหรอก งานที่ผมจะให้ทำน่ะ เด็กประถมยังทำได้ ถ้าบัณฑิตเกียรตินิยมอย่างคุณทำไม่ได้ก็คงต้องเอาปี๊บมาคลุมหัว เคลียร์ไหมครับคุณผู้ช่วยคนใหม่” กวินทร์จงใจยียวนหญิงสาวทิ้งท้าย แล้วเดินกลับเข้าด้านในไปทันที

ขวัญชมัยแทบร้องกรี๊ดเมื่อถูกหมอหนุ่มหลอกด่าอีกครั้ง นี่น่ะหรือคนดีของยายหล่อน เกือบปักใจเชื่ออยู่แล้วเชียวว่าเขาพอมีความเป็นสุภาพบุรุษและอ่อนโยนอยู่บ้าง จากที่ช่วยชีวิตหล่อนตอนน้ำตกและให้หล่อนขี่หลังพากลับมาส่งจนถึงรีสอร์ต

ฉับพลันหญิงสาวก็หวนนึกถึงความรู้สึกอันแสนสบายในยามที่ใครบางคนเป่าผมให้อย่างเบามือ จนหล่อนเคลิ้มหลับไปโดยไม่รู้ตัวเมื่อวันก่อน
สัมผัสนั้นช่างนุ่มนวล อ่อนโยน ละมุนละไม

ต้องไม่ใช่เขา! หมอตี๋ปากปีจออย่างนายกวินทร์ไม่มีวันทำอย่างนั้นเด็ดขาด ยังไงหล่อนก็ไม่มีวันเชื่อ!

ขวัญชมัยสะบัดศีรษะแรงๆแล้วตั้งท่าจะกระโจนลงบันไดกลับบ้านเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่ต้องชะงักเท้ากึกเมื่อจู่ๆใบหน้าขาวนวลกวนประสาท พร้อมรอยยิ้มเยาะบนริมฝีปากสีชมพูระเรื่อราวกับผู้หญิงของกวินทร์ผุดวาบขึ้นในหัว

ถ้าหล่อนกลับตอนนี้ เขาคงจะหัวเราะเยาะจนฟันโยก หาว่าหล่อนเหยียบขี้ไก่ไม่ฟ่อ และยายของหล่อนก็คงจะคิดไม่ต่างกัน!

หญิงสาวพยายามสะกัดกลั้นอารมณ์อันพลุ่งพล่าน สูดลมหายใจเข้าปอดลึก แล้วระบายออกมาเป็นทางยาว พลางบ่นงึมงำ

“พุธ...โธ...พุธ...โธ เย็นเข้าไว้ยายขวัญ เราจะต้องทำให้หมอนั่นเห็นว่าเราไม่ใช่พวกโหลยโท่ย ไร้น้ำยา ที่จะมาดูถูกกันง่ายๆ ฮึ่ม!”

หลังจากทำสติสตังให้สงบและปลุกขวัญกำลังใจเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวก็เชิดหน้าขึ้นแล้วเดินกรีดกรายเข้าด้านในอนามัยไปด้วยท่วงท่าสง่างามราวนางพญาหงส์


****************************************


มาแล้วค่ะ ตัดไม่ลงตัว มาเท่านี้ก่อนนะคะ วันนี้มีภารกิจมากมาย ขอรีบไปจัดการก่อนเน้อ พบกันใหม่ตอนหน้าค่า จุ๊บๆๆๆ



ดวงมาลย์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 24 ก.พ. 2557, 07:50:27 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 24 ก.พ. 2557, 07:50:27 น.

จำนวนการเข้าชม : 1225





<< ตอนที่ ๑๖   ตอนที่ ๑๘ >>
yimyum 24 ก.พ. 2557, 07:59:04 น.
แง้วๆๆลงเช้าจัง


อสิตา 24 ก.พ. 2557, 08:12:28 น.
แวะมาจิ้มไลค์และจิ้มพุง
นน.เราลด 1 กิโลแล้วนะ


นักอ่านเหนียวหนึบ 24 ก.พ. 2557, 16:59:53 น.
อะโหหหหห
คุณยาย ทุ่มทุนสร้างมั่กๆๆๆ
แล้วเรื่องที่ปิดหนูขวัญไว้ละ มันต้องเสียสิทธิ์อะไรไปอีกป่าว จะทำไงต่อ???


บุลินทร 24 ก.พ. 2557, 17:12:46 น.
มากดไลค์ๆ ม่อนเจ้าคำน่าอยู่จังเลย


yimyum 24 ก.พ. 2557, 18:31:44 น.
ชอบหมอวินทร์ที่สู้ดดดดดดดดดดเลย><


Kazalong 24 ก.พ. 2557, 20:02:30 น.
เย้ๆๆมาแล้ว มาให้หายคิดถึงแล้วหมอวินทร์


กาซะลองพลัดถิ่น 25 ก.พ. 2557, 04:03:09 น.
อืมมม นะ ไม่เต็มใจทำก็ไม่ต้องทำดีม่ะ ...เริ่มรำคาญนางแทนหมอวินทร์แล้วอ่ะ


Zephyr 27 ก.พ. 2557, 01:13:32 น.
ฮ่าๆๆๆๆ อนามัยกำลังจะเป็นสมรภูมิ ลับฝีปากละ


ดังปัณณ์ 27 ก.พ. 2557, 18:12:51 น.
โถๆๆๆ วินนี่ ปากเจ้านี่ช่างร้ายนัก หนูขวัญก็เหมือนกานนนนนนนนนนนน ระวังจะโดนรับน้องนะจ๊ะ หุๆ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account