เรื่องสั้นปัดฝุ่น - e-book ฟรี
รวมเรื่องสั้น แจกฟรี
ดาวน์โหลดอ่านเรื่องอื่นๆ ได้ตาม link ค่ะ
https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=34943

หรือเสิร์ชคำว่า "เรื่องสั้น ปัดฝุ่น"
Tags: รวมเรื่องสั้น

ตอน: เพื่อนบ้าน

ตัวอย่างบางเรื่องของ เรื่องสั้นรวมเล่ม (ฉบับร่าง)

ดาวน์โหลดฉบับเต็ม อ่านฟรี ได้ที่ mebmarket - https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=34943

(หรือ serch คำว่า เรื่องสั้นปัดฝุ่น)

--------------------------------------------

เพื่อนบ้าน

ลินดาเพิ่งย้ายจากคอนโดมิเนียมที่เคยพักอยู่กับตอง มาอยู่ที่คอนโด.แถบถนนนวมินทร์ เธอไม่มีสมบัติอะไรมากนัก ของใช้จากที่พักเดิมส่วนใหญ่เป็นของอนุรักษ์ เมื่อเธอกับเขาตัดสินใจแยกทางกันของที่ขนย้ายมา ส่วนใหญ่จึงมีแต่กระเป๋าเสื้อผ้า หนังสือ กับของใช้ในครัวเรือนและของจำเป็นบางอย่างเท่านั้น
“เฮ้อ..หมดซะที ว่าไม่มีอะไรมากก็เหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกัน”
ชายหนุ่มคนพูดทำท่าปัดไม้ปัดมือ แล้วเดินมาตรงหน้าห้อง
“จะกลับแล้วหรือ กินน้ำนั่งพักให้หายเหนื่อยแล้วค่อยกลับก็ได้”
ลินดาถามเมื่อเห็นชายหนุ่มทำท่าเหมือนจะใส่รองเท้าเตรียมตัวกลับ
“ไม่เป็นไร ผมต้องไปที่อื่นต่ออีก”
“ไม่ต้องเกรงใจ เดี๋ยวดาจะลงไปซื้อน้ำเย็นๆ มาให้ รอแป๊บนะ”
“ไม่ต้องหรอกดา..ผมต้องไปแล้วจริงๆ คุณอยู่จัดของเถอะ”
“พรุ่งนี้หยุดอีกวัน ค่อยจัดก็ได้”
“ลินดา”
อนุรักษ์เรียกเสียงหนัก ลินดาชะงัก แววกระตือรือร้นจางลง ความน้อยใจขมขื่นผ่านเข้ามาแทนที่
“อ้อ..ฉันลืมไป คุณคงจะนัดกับ..”
หญิงสาวทิ้งคำพูดท้ายประโยคไว้เพียงแค่นั้น เธอไม่อยากเอ่ยชื่อสิตาผู้หญิงหน้าด้านที่มายื้อแย่งตองไปจากเธอ
“งั้นก็รีบไปเถอะ เดี๋ยวแม่นั่นจะลงแดงตายซะก่อนเพราะหิวผู้ชายจนตัวสั่น”
“ปากระรานแบบนี้ผมไปดีกว่า”
“คุณก็จะไปอยู่แล้วนี่ ไปซี๊..ไป”

น้ำตาเหมือนจะหยด หญิงสาวพยายามกลั้นไว้เต็มที่ ประตูห้องเปิดกว้างอยู่ ตองหน้าบึ้งตึงเดินผ่านออกไปเงียบๆ มีสายตาของชายชราอายุประมาณแปดสิบ ตัดผมสั้นเกรียน ยืนไพ่หลังตาขุ่นฝ้าด้วยวัยจ้องมองผ่านประตูเหล็กกรุมุ้งลวดมาจากห้องตรงข้าม ตองเม้มปาก แล้วปิดประตูตามเสียงค่อนข้างดังด้วยความไม่พอใจกับความอยากรู้อยากเห็นของคุณตาเพื่อนบ้าน

ปิดประตูแล้วลินดาได้แต่ยืนคว้างอยู่กลางห้องท่ามกลางข้าวของกองระเกะระกะ หญิงสาวถอนหายใจดังๆ เดินลากขามาทิ้งตัวลงนั่งที่เตียง ตาเหม่อมองไปที่ฝาผนังสีฟ้าอ่อนหากสายตาไม่จับจุด มันกลับเหม่อลอยเห็นแต่ภาพความรักหวานชื่นระหว่างเธอกับตอง เมื่อถึงจุดวิกฤตเธอพยายามรั้งเขาไว้ทุกทาง..แต่สุดท้ายเขาก็จากเธอไปอยู่ดี ถึงตอนนี้เธอจะทำอะไรได้..ในเมื่อทุกอย่างกลายเป็นอดีตไปแล้ว
‘ปีนี้ดาเบญจเพส ตองพาดาไปทำบุญบ่อยๆ นะ’
‘เอาสิ..ไปวัดต่างจังหวัดมั้ยล่ะ ไปตามวัดกันดารที่ขาดแคลนปัจจัยหลายๆ อย่างดีกว่า’

หลังทำบุญไม่ถึงครึ่งปี ตองกับเธอก็มีเหตุให้ต้องแตกหักเลิกร้างจากกัน ทุกอย่างเป็นเพราะนังผู้หญิงคนนั้นคนเดียว เธอน่าจะนึกเฉลียวใจตั้งแต่ตอนปีใหม่แล้ว ในงานเลี้ยงของบริษัทที่ตองทำอยู่ ผู้หญิงคนนั้นเดินเคียงคู่ไปกับตอง คอยทักทายต้อนรับแขกและลูกค้าผู้มีเกียรติ เพื่อนร่วมงานแบบไหนกันตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ เธอเป็นคนรักของตองแท้ๆ กลับได้แต่นั่งร่วมโต๊ะกับแขกอื่นๆ คอยชะเง้อคอมองคนทั้งคู่อยู่ห่างๆ

ยิ่งนึกความปวดร้าวยิ่งทบทวี ลินดาฟุบตัวลงกับที่นอนสะอึกสะอื้นร้องไห้อยู่นาน ร้องไห้จนปวดหัวและกระบอกตาไปหมด เธอลุกขึ้นยืนโผเผตั้งใจจะไปหยิบยาในกระเป๋าที่วางอยู่ตรงโต๊ะเครื่องแป้งขนาดย่อม มองเห็นผู้หญิงผมยาวยุ่งเหยิงเสื้อผ้ายับยู่ยี่ หน้าตาซีดเซียวตาบวมช้ำมองตอบมาจากในกระจก แล้วใบหน้าของตองก็ปรากฏขึ้น ซ้อนทับด้วยหน้าตาจัดจ้านของสิตา เสียงหัวเราะระริกระรื่นเหมือนจะแว่วมาจากที่ไหนสักแห่ง
อีบ้า!
ลินดากรีดร้อง แต่เสียงหัวเราะนั้นก็ยังไม่ยอมหยุด มันสองคนกำลังสุขสม อีสิตากำลังหัวเราะเยาะเธอ ลินดาร้องไห้เสียงดังขึ้นสลับกับเสียงหัวเราะหยันให้กับทุกสิ่งในชีวิต!

----------------------
ลินดาขยับตัว รู้สึกปวดหัวแทบระเบิด ปวดกระบอกตาที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ปวดเนื้อครั่นตัวไปหมดเหมือนจะเป็นไข้ เธอลุกขึ้นจากที่นอน เหลียวมองไปรอบกาย เห็นข้าวของยังกระจัดกระจายไม่ได้จัดเข้าที่ มองไปทางนอกหน้าต่างเห็นท้องฟ้ายามเย็นขมุกขมัว เธอหลับไปนานแค่ไหนกัน ลินดาถามตัวเอง หลังจากนั่งงงอยู่สักพักก็โผเผลุกขึ้นเดินไปเปิดไฟ เสียงไอโขลกๆ ข้างนอก ทำให้เธอนึกถึงคุณตาห้องตรงข้ามขึ้นมาได้ ลินดาลังเลนิดหนึ่งก่อนจะแง้มประตู เห็นคุณตาคนนั้นนั่งอยู่กับพื้นตรงหน้าประตูด้านใน ตาเขม้นมองมาที่เธอเขม็ง ลินดายืมจืดชืดให้แกแล้วรีบปิดประตูตาม รู้สึกไม่พอใจที่อีกฝ่ายคอยสอดส่องมองห้องเธออยู่ตลอดเวลา

ความขุ่นมัวในอารมณ์ทำให้เธอไม่คิดจะผูกมิตรกับใครทั้งสิ้น เธอทำกิจวัตรประจำวันไปตามปกติ แต่ไม่คิดจะออกจากห้องไปไหน หิวข้าวแต่ไม่อยากลงไปเผชิญหน้าผู้คน เธอได้แต่ฆ่าเวลาด้วยการจัดของให้เข้าที่ ก่อนเผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย ตื่นขึ้นมาเห็นว่ายังมีของบางอย่างไม่ได้จัด เธอก็พยายามทำให้เสร็จ
“เฮ้อ..ของก็มีไม่มากทำไม่จัดไม่รู้จักเสร็จสักที”
ลินดาบ่นพึมพำ หลังจากจัดของเสร็จเธอก็เริ่มร้องไห้อีก เธอเก็บตัวอยู่อย่างนั้น สลับกับการคอยแง้มประตูมองตรงทางเดินเป็นระยะๆ รู้สึกแปลกใจปนไม่พอใจที่เห็นห้องตรงข้ามเปิดประตูอยู่เสมอ คุณตายังคงนั่งอยู่ที่เดิมคอยมองมาเรื่อยๆ ครั้งนี้เธออดไม่ได้ก็ถามไป
“คุณตาคอยใครอยู่หรือคะ”

คุณตาไม่ตอบ แต่ค่อยๆ ลุกขึ้นเดินกะย่องกะแย่งเข้าไปข้างใน เธอมองไม่เห็นคุณตาอีก สักเดี๋ยวเธอก็ได้กลิ่นธูปลอยวน หญิงสาวใจวูบรู้สึกขนลุกไปหมด เธอรีบปิดประตูเข้าห้องเก็บตัวเงียบ จากนั้นเธอก็ได้กลิ่นธูปอยู่เรื่อยๆ กลัวก็กลัว แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรได้ ได้แต่พยายามปิดกั้นความคิดกังวลทุกอย่าง แล้วค่อยๆ ทยอยจัดของไปเรื่อยๆ จนเห็นว่าทุกอย่างเข้าที่แล้ว เธอก็หลับไปด้วยความเพลียอีกครั้ง

เวลาเหมือนจะผ่านไปอย่างเชื่องช้า ลินดาทำกิจวัตรอย่างเดียวกันเกือบทุกวัน จัดของแล้วจัดของอีก เสร็จแล้วก็ร้องไห้ รวมถึงแอบมองคุณตาห้องตรงข้าม ทุกครั้งที่เธอแง้มประตู มักจะได้กลิ่นธูปอบอวลอยู่เสมอ

วันนี้ทุกอย่างดูแปลกไป มีเสียงคนพูดแว่วๆ อยู่ตรงหน้าห้อง ลินดาลุกจากเตียงเดินไปเปิดประตูแอบมอง เห็นผู้หญิงคนหนึ่งในชุดสูททำงานยืนอยู่ตรงหน้าห้อง มีกระเป๋าเสื้อผ้าขนาดย่อมสองใบ คุณตาแต่งตัวเสื้อกางเกงเรียบร้อยอย่างเตรียมจะออกนอกบ้าน

“ไปหรือยังล่ะลูก ตาอยากกลับบ้านเต็มที” เสียงสั่นเครือเตือน
“คุณตาตื่นเต้นล่ะสิ จะได้เจอหลานตัวเล็ก พี่ธรขับรถพาคุณยายกับหลานไปส่งที่บ้านแล้วค่ะ เรากำลังจะตามไป ไม่เกินสองชั่วโมงก็ถึงบ้าน”

ป้าสร้อยแม่บ้านทำความสะอาดเดินผ่านมา ได้ยินเข้าดีก็ร้องทัก
“วันนี้คุณตาจะได้กลับบ้านแล้ว เหงาซะหลายวัน”
“มันจำเป็นน่ะป้าสร้อย คุณยายต้องไปเฝ้าพี่เปรมคลอดลูกที่โรงพยาบาล คุณตาขาไม่ดีจะให้อยู่บ้านที่ชลบุรีคนเดียวก็กลัวจะเกิดอันตราย จิตต์เลยต้องให้มาอยู่ที่นี่ชั่วคราว อย่างน้อยจะได้ดูแลกันได้”
“สงสารแกน่ะค่ะคุณ แกคงเหงาเปิดประตูคอยว่าเมื่อไหร่คุณจะกลับ บอกหูไม่ค่อยดีกลัวมาเคาะประตูแล้วไม่ได้ยิน ป้าเลยบอกให้แกล็อคแม่กุญแจข้างในไว้”
“โธ่ คุณตา หนูบอกแล้วว่าหนูมีกุญแจห้อง เปิดประตูอย่างนี้ทั้งวันมันอันตรายนะคะ ถ้ามีโจรขโมยเข้ามาแล้วจะทำยังไง”
“ขโมยไม่มีหรอกค่ะคุณ”
แม่บ้านทำเสียงลดลง รุ่งจิตต์รีบยกมือห้าม
“ป้าไม่ต้องพูด หนูกลับมาดึกๆ ก็หวาดๆ ยังไงไม่รู้ คุณตาไม่ยอมนอนเล่าให้ฟังว่าเห็น แล้วก็ได้ยินเสียงร้องไห้ ถ้าเป็นแบบนี้ทุกวันหนูขอย้ายห้องดีกว่า”
“ห้องโน้นก็บอกว่าดึกๆ ได้ยินเสียงร้องไห้เหมือนกัน จะว่าไปก็น่าสงสารนะคุณ เพิ่งย้ายมาอยู่วันแรกก็กินยาตาย ได้ยินแฟนเก่าที่เป็นคนเจอศพเล่าให้เจ้าหน้าที่ปอเต็กตึ๋งฟังว่าเขากับผู้ตายเพิ่งเลิกกัน ตอนกลางวันช่วยย้ายของมา แล้วนึกยังไงไม่รู้แต่รู้สึกเป็นห่วงตอนค่ำก็ย้อนมาอีก ปรากฏว่าตายเสียแล้ว”
“พรุ่งนี้ก็จะเผาแล้วนี่”
“ใช่ ป้าว่าจะไปร่วมงานสักหน่อย”
“คงยังไม่รู้ตัวว่าตาย ตาจุดธูปไหว้พระให้เขาไปสู่สุคติทุกวัน”
เสียงคุณตาแทรกขึ้นมา ตาฝ้าฟางจ้องเขม็งมาตรงช่องประตูที่ลินดายืนแอบอยู่ เสียงสั่นเครือของแกพูดลอยๆ ขึ้นอีกว่า
“แม่หนูเอ๊ย ไปดีเถิดแม่คุณ อย่าห่วงอะไรเลย ไปสู่สุคติเถอะ”

เพื่อนบ้านของลินดาจะพูดว่าอะไรอีก ลินดาไม่ได้รับรู้อีกต่อไป..โลกของเธอเหมือนมืดมิดและเบาหวิว ตัวของเธอลอยอยู่เหนือพื้นภายในห้องแคบ รกไปด้วยกระเป๋าและกล่องข้าวของที่ยังไม่ได้ถูกรื้อออกและจัดให้เข้าที่ เนื่องจากเจ้าของได้มาตายลงเสียก่อน

นับจากวินาทีนั้น ลินจงได้รับรู้แล้วทุกสิ่ง..เธอจดจำได้แม้แต่ความทุรนทุรายของฤทธิ์ยานอนหลับที่เธอกลืนมันเข้าไปพร้อมกันหลายเม็ด

ลินดาเดินลอยๆ กลับมานั่งบนเตียงสงบนิ่งอยู่นาน สุดท้ายเธอก็ลุกขึ้นไปจัดของที่ทำเท่าไหร่ก็ไม่เสร็จ จากนั้นก็นั่งลงตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ไม่มีเงาสะท้อนกลับมาให้เห็น เธอส่งเสียงกรีดร้องไห้สะอึกสะอื้นคร่ำครวญ..อีกครั้ง

--------------------------



วงแหวนอักษรา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 3 ก.ค. 2557, 14:33:06 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 28 พ.ย. 2559, 10:36:24 น.

จำนวนการเข้าชม : 856





pkka 3 ก.ค. 2557, 14:55:59 น.
อุ๊ย


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account