รักแท้...เคียงใจ
รักแท้...เคียงใจ

โดย ต้นเรื่อง(ภูเพชร)

อารัมภบท

ณหทัย ‘ฉันจะเชื่อเขาได้ไหม ผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างเขา จะมาสนใจใยดีอะไรกับฉัน ผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่ไม่มีค่าพอให้ใครต้องจดจำ ขนาดแฟนหนุ่มที่คิดว่าดี คบกันมา กว่า 4 ปี ยังใช้เวลาแค่สิบนาที มาบอกเลิกได้อย่างไม่สะทกสะท้านอะไรเลย’

นราภพ ‘อย่าถามผมได้ไหม ว่ารักคุณเพราะอะไร ผมรู้แค่ว่าอยากมีคุณอยู่ใกล้ ๆ อยากมีคุณอยู่เคียงข้างใจ ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกเหล่านี้มันเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีผมก็สามารถบอกกับคุณได้อย่างมั่นใจ ว่าผู้ชายอย่างผมคนนี้ จะรักคุณคนเดียวตลอดไป’

มาพิสูจน์ รักแท้ ที่ไม่จำกัดนิยาม ของ ผู้ชายที่ชีวิตนี้มีเพียง หนึ่งใจ

-------------------------------------------------------------

ข้อความเล็ก ๆ ของคนต้นเรื่อง/ภูเพชร/ปีบเพชร

ก่อนอื่นต้องขออภัยท่านผู้อ่านทุกท่านเป็นอย่างสูงเลยนะคะ ที่หายไปนานแสนนานมาก
ตอนนี้พร้อมแล้วสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ให้จบ ไม่พูดพร่ำทำเพลงจ้า ไปอ่านตอนที่หนึ่งกันเลยเนอะ
อ่านแล้วรู้สึกอย่างไร ติชมวิพากษ์วิจารณ์กันได้นะคะ หรือจะต่อว่าต้นเรื่อง(ภูเพชร)ที่หายไปก็จัดมาได้เลยจ้า จังหวะนี้ยอมทู้กอย่าง :)

--------------------------------------------------

นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเป็นสำคัญ ทั้งพล็อตเรื่อง ชื่อตัวละครและคาแร็คเตอร์ตัวละครล้วนแล้วแต่ดำเนินไปตามเนื้อเรื่อง มิได้มีเจตนาจะกล่าวอ้างถึงบุคคลหนึ่งบุคคลใด และเนื่องจากเป็นนิยายเรื่องแรกในชีวิต หากมีจุดบกพร่อมประการใด ต้นเรื่องใคร่ขอคำชี้แนะจากทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ :)

Tags: หวานซึ้ง อบอุ่นใจ

ตอน: ตอนที่ 2 เข้าถึงตัว

รักแท้...เคียงใจ ตอนที่ 2 เข้าถึงตัว โดย ต้นเรื่อง
“ยู้ฮู...แม่สาวสวนจำปีอยู่ไหมคะ”
เสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายจากทางหน้าบ้านที่แว่วมา ทำให้คนที่กำลังรดน้ำพรวนดินสวนไม้ดอกน้อย ๆ ของตนเองอยู่ ต้องละมือจากสิ่งที่ทำเป็นการชั่วคราว เพื่อไปต้อนรับแขกผู้มาเยือน

“ยายนิน!!!”
“ยายตรี”

ทันทีที่เห็นหน้าผู้มาเยือน ณหทัยวิ่งไปหาเพื่อนด้วยความดีใจ นินตราก็ส่งยิ้มสดใสรับเพื่อนสาวมาแต่ไกลเช่นกัน สองสาวร่างบอบบางกับร่างอวบอิ่มกอดกันกลมด้วยความคิดถึง เธอสองคนเรียนห้องเดียวกันมาตั้งแต่อนุบาล แถมสวนของคุณดนัยพ่อของณหทัยก็ยังอยู่ติดกับบ้านของพ่อค้าใหญ่อย่างคุณนิมิตพ่อของนินตราด้วย ทำให้สองสาวสนิทกันมากยิ่งขึ้นไปอีก และพึ่งจะมาห่างกันตอนเข้ามหาวิทยาลัย ที่ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปตามความฝัน

ณหทัยฝันอยากเป็นนักการตลาดสาว นำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา มาพัฒนาต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้กับจำปีในสวนของเธอ ส่วนนินตราก็ต้องไปเรียนต่างประเทศไปศึกษาต่อด้านภาษาและบริหารจัดการเพื่อต่อยอดธุรกิจของครอบครัวเช่นกัน ทำให้สองสาวไม่ได้เจอหน้าคาดตากันนานทีเดียว

แต่เพื่อนแท้ยังไงก็ยังเป็นเพื่อนแท้อยู่วันยังค่ำ ไม่ว่าจะห่างกันไปนานแค่ไหน ไม่ได้คุยกันนานเท่าไหร่ แต่เมื่อกลับมาพบกัน ความรู้สึกสนิทเสน่หายังคงเหนียวแน่นดังเดิม เหมือนอย่างณหทัยและนินตราที่รู้สึกสนิทใจต่อกันราวกับว่าไม่ได้แยกย้ายกันไปเรียนต่อเลยด้วยซ้ำ

“เป็นไงบ้างจ๊ะ สบายดีไหมแม่สาวสวนจำปี” นินตราดันตัวเพื่อนออกห่างนิดนึง ก่อนจะกวาดสายตาไปทั่วร่างบอบบางของเพื่อน “เธอยังเป็นยายปลิวลมเหมือนเดิมเลยนะ” สาวร่างอวบกล่าวขึ้นน้ำเสียงทะเล้น

“ใครจะสมบูรณ์อย่างเธอล่ะ อ้วนขึ้นใช่ไหม” ณหทัยทักกลับบ้างน้ำเสียงล้อเลียน นินตราอ่อนไหวกับคำ ๆ นี้เสมอ เธอรู้ แต่ก็อดเย้ากลับไปไม่ได้

“ตายละ ใครว่าอ้วน อย่าพูดคำนั้น ฉันรับไม่ได้ เค้าเรียกว่าอวบย่ะ หุ่นกำลังกินน่ะ โอเคไหม” นินตราพูดพร้อมกับแสดงท่าทางมั่นอกมั่นใจ ณหทัยหัวเราะร่วนอย่างกลั้นไม่อยู่ นินตราก็หัวเราะตาม สองสาวประสานเสียงหัวเราะกันอย่างสดใส

สาวเจ้าของบ้านพาเพื่อนมานั่งตรงแคร่ไม้ไผ่ใต้ถุนบ้าน แล้วเดินหายไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาพร้อมกับน้ำเย็น ๆ ในขันสีเงินขนาดเหมาะมือที่มีหยดน้ำหยดเล็กเกาะพราวรอบขัน มายื่นให้ผู้มาเยือนสาว

นินตรารับขันพร้อมรอยยิ้ม ยกขันน้ำขึ้นดื่มลิ้มรสน้ำเย็น ๆ จากขันไปหลายอึกอย่างกระหาย

“ฮ้า...ชื่นใจจริง ๆ น้ำเย็น ๆ กับกลิ่นมะลิหอมสดชื่น เมืองนอกเมืองนาหาไม่ได้นะจ๊ะแบบนี้”

ณหทัยยิ้มขำกับท่าทางของเพื่อน พลางรับขันน้ำจากเพื่อนมาวางไว้

“แล้วนี่...ตรีกลับจากมหาลัยเมื่อไหร่”

“กลับมาได้เดือนกว่า ๆ แล้วจ่ะ นินล่ะกลับมาเมื่อไหร่กัน เราไปหาที่บ้าน เห็นคุณลุงบอกว่าเธอไปดูงานที่ต่างประเทศกับพี่นนท์”

“กลับมาเมื่อคืนจ้า ใจอยากจะมาหาแม่สาวสวนจำปีตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ ถ้าไม่ติดว่ามันดึกไปหน่อยอ่ะนะ” ว่าจบ นินตราก็ขำกับความคิดของตัวเอง มีอย่างหรอ ถึงบ้านก็ตีหนึ่งเข้าไปละ ดันมีความคิดอยากจะมาหาเพื่อน ดีนะที่พี่ชายทักเอาไว้ ไม่งั้นอาจจะเจอฉุดกลางทาง ฐานออกมาเดินค่ำ ๆ มืด ๆ

“เธอนี่น้า ยังเปิ่นเหมือนเดิม” ณหทัยส่ายหน้ายิ้ม ๆ นินตรายิ้มแป้น พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นสวนสวย

“โอ้โห เมื่อมานั่งฉันไม่ได้สังเกต ดอกไม้ในสวนเธอออกดอกบานสะพรั่งทุกต้นเลย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มดอกกุหลาบ ดอกมะลิ กล้วยไม้ เฟื่องฟ้า ดาวเรือง บานไม่รู้โรย” นินตราขยับลุกจากแคร่ไปเดินวนอยู่ในสวนน้อย ๆ ของณหทัย รอยยิ้มสดใสแต่งแต้มบนใบหน้ากลมรีนั้นอีกครั้ง ตอนเธอไปต่างประเทศ เธอจำได้ว่าไม้ดอกในสวนพวกนี้เพื่อนเธอพึ่งจะเอามาลง บัดนี้ทุกต้นออกดอกสีสันสดใส มันดูงดงามและให้ความรู้สึกอ่อนหวาน อ่อนโยน ต้องขอบคุณเพื่อนเธอที่จัดวางทุกต้นได้อย่างเหมาะสม

สองสาวย้ายมานั่งคุยกันในสวนน้อย แล้วนินตราก็ผูกขาดการสนทนาแต่เพียงผู้เดียว เธอเล่าเรื่องที่ไปพบเจอในต่างประเทศให้เพื่อนสาวฟังอย่างออกรส ณหทัยเองก็ฟังไปและแต่งสวนไปอย่างเพลิดเพลิน บ้างก็เล่าเรื่องของตนที่ไปเจอมา รวมทั้งเรื่องของแฟนหนุ่มที่นินตราตั้งใจฟังอย่างตื่นเต้น

เสียงรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่ที่แล่นเข้ามาจอดในโรงจอดรถหน้าบ้าน ช่วยดึงความสนใจจากสองสาว

“สงสัยพ่อกลับมาแล้ว”

“งั้นไปสวัสดีคุณลุงกัน” นินตราเดินนำอย่างคนคุ้นเคยพื้นที่เป็นอย่างดี แต่ก็ต้องชะงักเท้ารอเพื่อน

“เอ๋ คุณลุงพาใครกลับมาด้วย สองคนเลย” สาวร่างอวบทักขึ้นน้ำเสียงแปลกใจ ณหทัยชะเง้อมองไปด้านนอก
“จริงด้วยสิเธอ”

“ตรีเอ้ย...ตรี” เสียงผู้เป็นพ่อดังแว่วมา

สองสาวเร่งฝีเท้าเดินออกมา แล้วก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าคุณดนัยมีผ้าพันแผลที่ต้นแขน สองสาวทำความเคารพผู้สูงวัย ก่อนที่ณหทัยจะเข้าไปกอดแขนพ่อข้างที่เจ็บ แล้วถามขึ้นน้ำเสียงร้อนรน

“เกิดอะไรขึ้นคะ...ใครทำพ่อ” กระแสเสียงที่แสดงออกถึงความห่วงใยล้นปรี่ออกมาจนคนรอบข้างรู้สึกได้ ผู้เป็นพ่อยกมือลูบหัวบุตรสาวด้วยความรักใคร่

“แผลแค่นี้ไม่เป็นไรหรอกลูก...เล็กน้อย” คุณดนัยยิ้มให้บุตรสาว ก่อนจะหันไปทักทายสาวน้อยร่างอวบ

“เป็นไงหลานลุง กลับมาแล้วหรอลูก”

“ค่ะคุณลุง” นินตราส่งยิ้มกระจ่าง
สองหนุ่มผู้มาใหม่มองภาพตรงหน้าอย่างเอ็นดู เพชรกวาดตามองรอบ ๆ อย่างเก็บรายละเอียดโดยรอบไปด้วยอยู่ในที
หลังจากตั้งสติได้ณหทัยก็ชำเลืองไปทางแขกของพ่อด้วยความสงสัย และก่อนที่จะลืมเลือนผู้ที่มาด้วย คุณดนัยจึงแนะนำบุคคลแปลกหน้าทั้งสองคนให้สองสาวได้รู้จัก พลางเดินนำทั้งหมดมานั่งที่เก้าอี้หวายที่จัดไว้รับแขกบริเวณใต้ถุนบ้าน

“นี่พ่อภพ...แล้วก็นี่พ่อเพชร สองคนนี้ช่วยพ่อเอาไว้ พอดีมีโจรจะจี้ชิงทรัพย์พ่อ สองคนนี้ผ่านมาเห็น พ่อก็เลยโชคดีไป เจ็บมานิดเดียว” คุณดนัยเลือกที่จะปิดบังความจริงบางส่วน แล้วหยิบยกสถานการณ์ที่ไม่ได้ครึ่งของความเป็นจริงที่เจอมาอธิบายให้สองสาวเข้าใจแทน

ได้ยินดังนั้นณหทัยและนินตราก็หันมาขอบคุณสองหนุ่มเป็นการใหญ่ สองหนุ่มยิ้มรับด้วยความเต็มใจ คุณดนัยเลยถือโอกาสนั้นแนะนำสองสาวให้ผู้มาใหม่ได้รู้จัก

“ส่วนนี่ก็ยายตรีลูกสาวผม กับยายนิน เพื่อนสนิทของยายตรีที่ผมรักเหมือนลูกเหมือนหลานคนหนึ่ง”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” ณหทัยและนินตราส่งยิ้มให้ชายหนุ่มทั้งสองคน เป็นการฝากเนื้อฝากตัว พร้อมทั้งกล่าวทักทายน้ำเสียงสดใส

“เช่นกันครับผม” สองหนุ่มทักทายตอบกลับพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ

“ตรีกับนินไปหาน้ำหาท่าให้พี่เค้าหน่อยไป” สองสาวปลีกตัวไปทันทีอย่างรู้หน้าที่ ไม่รอให้ผู้ใหญ่ต้องพูดซ้ำสอง เพียงครู่เดียวน้ำสะอาดเย็นเฉียบในขันเงินขนาดเหมาะมือก็ถูกส่งให้สองหนุ่ม

นราภพยกขันน้ำขึ้นจรดริมฝีปากอย่างไม่นึกรังเกียจ กลิ่นหอมจากมะลิผสมกับน้ำเย็น ๆ ในขัน ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก จากเดิมที่คิดว่าจะดื่มพอเป็นพิธี กลับดื่มเสียเกือบหมดขัน ณหทัยยิ้มน้อย ๆ กับอาการของชายหนุ่ม ส่วนนินตราก็กำลังขำกับท่าทางของเพชรเช่นกัน เพราะรายนั้นเมื่อส่งขันคืนให้ น้ำไม่มีเหลือสักหยดเดียว

นายหนุ่มและคนสนิท หันมามองหน้ากันอย่างเขิน ๆ เมื่อเผลอหลุดฟอร์มจังเบ้อเร่อ คุณดนัยส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาอีกคนด้วยความถูกใจ เพราะตนก็สังเกตเห็นอาการเหล่านั้นอยู่เช่นกัน

“หนูกับนินขอตัวก่อนนะจ๊ะพ่อ ขอตัวก่อนนะคะคุณภพ คุณเพชร” ณหทัยพานินตราปลีกตัวออกมา ปล่อยให้ผู้เป็นพ่อได้สนทนากับแขกหนุ่มทั้งสองคนตามลำพัง แล้วทั้งคู่ก็พากันเดินลัดเลาะไปตามร่องสวนเพื่อไปยังศาลากลางสวน พื้นที่ส่วนตัวของพวกเธอตั้งแต่วัยเด็ก

“ขอบคุณมากนะที่ช่วยชีวิตผมไว้ ไม่อย่างนั้นผมคงไม่มีโอกาสได้กลับมาหาลูกสาว” คล้อยหลังบุตรสาวและหลานสาว ผู้สูงวัยกว่าก็เอ่ยขอบคุณกับแขกหนุ่มอีกครั้งอย่างซาบซึ้งใจ เพราะหากไม่ได้เจ้าหนุ่มสองคนนี่ ป่านนี้ตนคงกลายเป็นผีเฝ้าถนนไปแล้วก็เป็นได้ คงไม่ได้มานั่งคุยอยู่แบบนี้ เหตุการณ์ที่บอกเล่ากับบุตรสาวไป ไม่ได้เศษเสี้ยวของสิ่งที่เจอมาแม้แต่น้อย

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมสองคนยินดี” เพชรถือโอกาสกล่าวแทนผู้เป็นนาย

“คิดแล้วก็ให้เจ็บใจ ใครกันมันกล้าทำกับผมแบบนี้” ดนัยตบเข่าดังฉาดอย่างเจ็บใจ เขาเป็นแค่พ่อค้าดอกไม้ธรรมดา ๆ ไม่เคยไประรานหรือทำความเดือดร้อนให้ใคร แต่ก็ยังมีคนมาตามทำร้ายเสียดาย

“ตอนอยู่บนรถ คุณลุงว่าไม่มีศัตรูที่ไหนใช่ไหมครับ แล้วใครกันที่กล้าทำอุกอาจขนาดนี้” นราภพถามขึ้นบ้าง พยายามพุ่งประเด็นไปหลาย ๆ เรื่อง เพื่อให้ดนัยหามูลเหตุ

“ผมก็คิดไม่ถึง นึกไม่ออกว่าผมเคยไปขัดแย้งกับใคร...เอาเถอะ ช่างมัน ต่อไปผมจะระวังตัวให้มากกว่านี้ แหม่ เป็นหนุ่ม ๆ หน่อยไม่ได้ พวกมันไม่มีทางได้ลิ้มรสเลือดของผมแน่นอน”
สองหนุ่มอดหัวเราะไม่ได้กับอารมณ์ขันของผู้สูงวัยกว่า แต่ก็เห็นจะจริงดังกล่าว เพราะคุณดนัยยังดูเป็นหนุ่มใหญ่ที่แข็งแรงอยู่มาก แม้จะมีริ้วรอยของการกรำงานหนักให้เห็นมากกว่าชายวัยเดียวกันก็ตามที

“เอ้อ...มัวแต่เป็นธุระกับเรื่องผม พ่อหนุ่มสองคนกำลังจะไปไหนกัน”

“ผมกำลังให้คุณเพชรช่วยหางานให้อยู่ครับ”

“อ้าว พอดีเลย งานไร่งานสวนทำได้ไหมล่ะพ่อ”

“ได้ครับ”
เมื่ออีกฝ่ายเปิดประเด็นมา นราภพก็สานต่อสิ่งที่ตั้งใจไว้ในทันที อีกทั้งยังเป็นผู้ผูกขาดการสนทนากับคุณดนัยแต่เพียงผู้เดียวด้วย เพชรได้แต่มองตาปริบ ๆ ‘เห้ เจ้านายผมไปเรียนเกษตรมาตั้งแต่เมื่อไหร่’

“ดีเลย ๆ อยู่กับผมนี่แหละ” ดนัยกล่าวชวนอย่างรู้สึกถูกชะตากับคนที่สนทนา

“เอ่อ...จะดีหรอครับ” เพชรทักขึ้นบ้างหลังจากเงียบฟังมาตลอด เนื่องจากไม่ค่อยเห็นด้วยที่จู่ ๆ ผู้เป็นนายจะมาอาศัยอยู่ที่นี่ เพราะความปลอดภัยของผู้บริหารหนุ่มเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่เขาจะต้องดูแล

“ดีสิครับ งานที่คุณเพชรทำก็มั่นคงดีแล้ว หรือคุณเพชรอยากจะออกไปวิจัยฝุ่น” น้ำเสียงทีเล่นทีจริงในตอนแรก แต่เข้มจัดในตอนท้ายทำเอาเพชรสะดุ้ง ‘ขัดนิดขัดหน่อยก็ไม่ได้ แหม่ มาเต็มเชียว’ เพชรทำหน้าแหยง ๆ ก่อนจะตอบเสียงอ้อมแอ้ม

“ดีก็ได้ครับ เอ้ย! ดีก็ดีครับ ผมเห็นด้วย”

“หน้าตาไปไม่พร้อมคำพูดเลยนะพ่อหนุ่ม” ดนัยอดแซวไม่ได้
เพชรยิ้มแห้ง ๆ ‘ก็ผมไม่เห็นด้วย แต่มันขัดมิได้นี่ครับ’ ในใจชักเริ่มเป็นห่วงคนบ้านนี้เสียแล้ว เพราะไม่รู้ว่าจะเจอเวทมนต์บทไหนของบุรุษหนุ่มหน้าหยกอย่างเจ้านายเขา

“ว่าแต่สองคนเป็นอะไรกันล่ะ ญาติกัน หรือเจ้านายลูกน้อง ผมว่าอย่างหลังกระมัง” คุณดนัยถามขึ้นอย่างนึกสงสัย

“เป็น...” เพชรทำท่าจะอธิบาย แต่ยังไม่ทันพูดจบ คนที่ปกติเงียบขรึมอยู่เป็นนิจก็อธิบายผูกเรื่องขึ้นมาให้เสร็จสรรพ ดนัยฟังอย่างตั้งใจ จนได้ข้อมูลว่าสองหนุ่มนี่เป็นเพียงอดีตเจ้านายและลูกน้องกัน โดยที่เพชรเป็นเจ้านายและภพเป็นอดีตลูกน้อง แต่ที่มาด้วยกันรอบนี้เนื่องจากพี่ชายของนราภพที่เป็นเพื่อนสนิทกับเพชรฝากฝังไว้ให้ช่วยเป็นธุระเรื่องงานของน้องให้หน่อย ซึ่งทั้งหมดก็เป็นไปตามที่ดนัยคาดคิดไว้ เพราะดูจากการแต่งตัวแล้วเจ้าเพชรก็ดูดีเหมาะจะเป็นเจ้านายมากกว่าจริง ๆ

นราภพยิ้มอย่างพอใจเมื่อทำความเข้าใจกับผู้สูงวัยง่ายกว่าที่คิด ซึ่งมันง่ายต่อแผนการของตนมากเช่นกัน ในขณะที่เพชรรู้สึกตะขิดตะขวงใจเหลือเกิน วันนี้เจ้านายอารมณ์ดีผิดปกติจริง ๆ ทั้งยิ้มทั้งหัวเราะ สงสัยจะเจออะไรถูกใจ

‘เรื่องนี้ต้องอัพเดท!’ ผู้เป็นมือขวาคิดในใจอย่างหมายมาด

“เอาเป็นว่าให้เจ้าภพอยู่กับผมละกันนะครับ เดี๋ยวผมจะดูแลเรื่องที่หลับที่นอน ที่อยู่ที่กิน ตลอดจนเงินค่าแรงอะไรต่าง ๆ ให้เรียบร้อยเลย” คุณดนัยรวมรัดตัดตอน เพชรจึงต้องเล่นตามน้ำ เพื่อความสมจริง

“เห็นอย่างนี้ผมก็สบายใจล่ะครับ จะได้กลับไปบอกเพื่อนผมถูก”
จบประโยค บทบาทของเพชรก็จบลง เมื่อนราภพทักขึ้นว่าเพชรมีประชุม ทำให้เพชรต้องเร่งรีบขอตัวกลับทั้งที่ยังงุนงงว่ามีประชุมตอนไหน แล้วใครจะมาประชุมด้วยในเวลาหกโมงเย็นเช่นนี้

---------------------------------------

เพนท์เฮาส์สุดหรูกลางกรุง
ภัคค์นั่งหัวเราะท้องคัดท้องแข็งเมื่อฟังเรื่องราวที่เพื่อนอัพเดทให้ฟัง ใครจะไปเชื่อ เจ้านายเขาฟอร์มจัดขนาดไหน ทำไมเขาจะไม่รู้ แต่สิ่งที่เพชรเล่าให้ฟังนี่เรียกได้ว่าเหลือเชื่อเลยต่างหาก

“เออ หัวเราะเข้าไป เจอบ้างแล้วจะนั่งเป็นไก่เหงา”

“ทำไมต้องไก่วะ เป็ดได้ปะ ฮ่า ๆ ๆ ” ว่าจบภัคค์ก็ส่งเสียงหัวเราะอีกระลอก
เพชรมองเพื่อนอย่างหมันไส้เต็มกำลัง แต่ทำไรไม่ได้ “โอเค ๆ วันนี้ยอม ว่าแต่ในบริษัทเป็นไงบ้างวะ”
ภัคค์ยักไหล่ ไม่ยี่หระ “สบายมาก เรื่องแค่นี้ภัคค์เอาอยู่ ว่าแต่ทางนายเถอะ ปล่อยเจ้านายไว้แบบนั้นไม่เสี่ยงไปหรอ” ภัคค์เข้าสู่โหมดจริงจังในตอนท้าย

ทั้งเขาและเพชรได้รับมอบหมายให้ดูแลความปลอดภัยของเจ้านายหนุ่มมาตั้งแต่จำความได้ มีเจ้านายอยู่ที่ไหนต้องมีพวกเขาอยู่ที่นั่น คราวนี้เห็นทีเจ้านายจะเล่นอะไรแผลง ๆ เกินไปเสียแล้ว

“ถึงคุณภพจะเก่งแค่ไหน แต่เราก็ไม่ควรประมาท” เพชรพยักหน้า สบตากับเพื่อนอย่างเห็นด้วยเช่นกัน เขาทั้งสองยังไม่แน่ใจเจตนาของเจ้านายนักในตอนนี้ แต่ในเมื่อคุ้มกันโดยตรงไม่ได้ มันก็ต้องลดเลี้ยวเคี้ยวคดกันไป

---------------------------------------

สายลมพัดโชยอ่อน หอบเอากลิ่นกรุ่นหอมจรุงของดอกจำปีน้อยใหญ่ตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ สวนจำปีในยามค่ำคืน ช่างเงียบสงบเหลือเกินในความรู้สึกของผู้มาเยือน ไม้ดอกอีกหลากหลายชนิดที่ผู้ปลูกหามาประดับประดาตามประสาคนที่หลงใหลในพันธุ์ไม้ ล้วนแล้วแต่ชวนกันส่งกลิ่นหอมฟุ้งขจรขจาย นราภพสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด มือหนาที่ชอบล้วงกระเป๋าอยู่เป็นนิจ พาดวางไปบนราวระเบียงด้านหน้าอย่างกำลังปลดปล่อยอิริยาบถ

“คุณภพคะ” เสียงหวาน ๆ ที่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ปลุกนราภพตื่นจากภวังค์ ชายหนุ่มหันมาทางเสียงเรียก

“คุณพ่อให้นำเสื้อผ้ามาให้ค่ะ ท่านบอกให้ใส่ชุดนี้ไปก่อน พรุ่งนี้จะพาไปซื้อค่ะ”ณหทัยยื่นสิ่งของในมือให้กับสมาชิกใหม่ นราภพรับมาพร้อมรอยยิ้ม

“ขอบคุณครับณหทัย”ณหทัยชะงักไปนิดนึง เขาเรียกชื่อจริงของเธอ พึ่งเจอกันวันนี้ แล้วรู้ได้ยังไง

“รู้ชื่อจริงของตรีด้วยหรอคะ” ดวงตาวาวใส จ้องมองชายหนุ่มอย่างสงสัย เครื่องหมายคำถามเต็มหน้า “เอ...จะว่าไป คุณภพก็หน้าตาคุ้นอยู่เหมือนกันนะคะ เหมือนตรีเคยพบคุณที่ไหนแต่จำไม่ได้”

“คงไม่ใช่หรอกครับ ผมพึ่งจะมาจากต่างจังหวัดเองครับ ส่วนเรื่องชื่อนั่น คุณลุงบอกน่ะครับ” นราภพรีบแก้ตัวพัลวัน ทำเอาคนถามอมยิ้มขำกับท่าทางตกอกตกใจนั่น
นราภพยิ้มขึ้นบ้างหลังจากตั้งสติได้ ไม่น่าพลาดท่าเสียทีคนตัวเล็กเลย เผลอให้เธอแกล้งซะได้ ดวงตาคมกล้ามองตอบสาวเจ้าด้วยประกายตาระยิบระยับ ‘เขาถูกใจเธอ’
ณหทัยเริ่มร้อน ๆ หนาว ๆ กับสายตาวิบวับนั้นยังไงชอบกล จนต้องรีบแทรกบทสนทนาดึงชายหนุ่มกลับเข้าเรื่อง

“เอ่อ ต่อไปเรียกตรีก็ได้นะคะ เรียกชื่อจริงอาจจะยาวไป”
“ยินดีครับ” คนตัวโตยังไม่วายส่งสายตาล้อเลียน

“คุณภพมาทางนี้ดีกว่าค่ะ ตรีจะพาไปห้องพักของคุณภพ” เห็นท่าไม่ดี ณหทัยจึงรีบพาชายหนุ่มไปส่งห้อง
นราภพมองตามหลังคนที่รีบจ้ำนำหน้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนที่เท้ายาว ๆ จะก้าวตามร่างบางไป
สองร่างเดินตามกันไปจากชานบ้าน เข้าไปในส่วนของตัวบ้าน ผ่านโถงกลาง จนมาหยุดหน้าห้องพักห้องหนึ่ง ณหทัยเปิดประตูเข้าไป มือบางเอื้อมเปิดไฟให้สมาชิกใหม่ได้ชมห้องของตน นราภพกวาดสายตาไปยังโต๊ะ ตู้ เตียง ที่ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยและสะอาดหมดจดด้วยความพึงพอใจ แต่ก็ลองถามหยั่งเชิงดู

“ให้ผมพักบนเรือนนี้เลยมันจะเหมาะสมหรอครับ ผมเป็นแค่ลูกจ้าง”
สีหน้าเป็นกังวลของชายหนุ่มที่แสดงออกมาทำให้หญิงสาวต้องแก้ไขความเข้าใจผิด

“เหมาะสิคะ คุณภพอย่าคิดแบบนั้น คุณภพช่วยพ่อไว้นะคะ ต้องบอกว่าเป็นผู้มีพระคุณถึงจะถูก”
ทีแรกว่าจะแกล้งชวนคุย แต่น้ำเสียงไพเราะกับรอยยิ้มหวาน ๆ ที่ตอบกลับมา ทำเอาซีอีโอหนุ่มถึงกับตาพร่า ถึงขนาดไปต่อไม่ถูกเลยทีเดียว คำถามที่คิดจะป้อนให้เธอตอบเรื่อย ๆ สลายหายไปหมด

“สบายใจขึ้นมาแล้วใช่มั้ยคะ” รอยยิ้มพิมพ์ใจยังส่งมาไม่หยุดหย่อน ทำเอาคนที่เฉยชากับผู้หญิงมาโดยตลอด ชักจะใจสั่นมากขึ้นทุกที

“ครับ ผมว่าผมกำลังรู้สึกดี” เสียงที่เปล่งออกมาจากคนตัวโตแผ่วเบาราวกับคนละเมอ

“อะไรนะคะ” หญิงสาวต้องถามซ้ำ

“อ้อ ปะ เปล่าครับ ผมหมายถึงว่าผมโอเคดีครับ”

“ได้ยินอย่างนี้ตรีก็สบายใจค่ะ” ณหทัยโล่งใจ “คุณภพตามสบายเลยนะคะ ตรีขอตัวก่อน ถ้าขาดเหลืออะไรบอกตรีได้เลยนะ อย่าเกรงใจ”

“ครับผม”

เจ้าของบ้านสาวเดินออกไปแล้ว ปล่อยให้แขกหนุ่มที่พ่วงตำแหน่งลูกจ้างกิตติมศักดิ์ได้จัดการธุระส่วนตัวของตนเอง นราภพทิ้งตัวลงบนที่นอนทันทีที่เสียงประตูห้องปิดลง มือหนาทาบตรงตำแหน่งหัวใจ ตามมาด้วยเสียงถอนลมหายใจที่ดังขึ้นยาวเหยียด ทำไมเขารู้สึกว่าหัวใจไม่ปลอดภัย รู้สึกถึงการควบคุมอารมณ์ตนเองที่ทำได้ยากมากขึ้นทุกทีเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ

---------------------------------------

บ้านไม้สองชั้นในสวนจำปี ตอนนี้มีสมาชิกใหม่เข้ามาอาศัยเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนอย่างเป็นทางการ ทั้งสามคนนั่งสนทนากันอยู่ตรงชานบ้าน คุณดนัยบอกเล่าความเป็นมาของสวนแห่งนี้ให้คนหนุ่มฟังอย่างออกรส ระหว่างรอคนงานมาเก็บจำปีในสวน ขณะที่บุตรสาวกำลังเตรียมของว่างสำหรับเลี้ยงคนงานพร้อมทั้งฟังบิดาเล่าถึงความหลังไปด้วยอย่างไม่รู้เบื่อ ไม่นานนักคนงานราวเจ็ดคนก็เดินทางมาถึง

เป็นกิจวัตรประจำวันอันสำคัญยิ่งของเธอและพ่อไปแล้ว เมื่อต้นจำปีมีอายุประมาณปีครึ่ง หรือสูงประมาณหนึ่งถึงห้าเมตรนั้นจะเริ่มออกดอก คุณดนัยจะเก็บดอกไปขายก็ต่อเมื่อดอกจำปีบาน แต่การบานของดอกจำปีจะเกิดขึ้นไม่พร้อมกัน จึงต้องมีการเก็บดอกจำปีวันละสองรอบ คือ ช่วงพลบค่ำแบบนี้ และอีกครั้งในตอนเช้ามีด ซึ่งคุณพ่อของเธอจะเป็นผู้ดูแลการเก็บทั้งหมด
ส่วนเธอมักจะเตรียมอาหารว่างรอไว้เสมอ หลังจากเก็บดอกไม้กันเสร็จ คนงานก็จะทยอยกันมาทานของว่างฝีมือเธอ เป็นการแสดงออกถึงความมีน้ำจิตน้ำใจที่เธอสามารถช่วยเหลือได้ ซึ่งเธอก็ยินดีและเต็มใจที่จะทำมันเสียด้วย

ณหทัยมองไปเบื้องหน้ายิ้ม ๆ เห็นนราภพกำลังเรียนรู้งานกับพ่อเธอ ส่วนคนงานกำลังกระจายกันไปเก็บดอกจำปี คนงานที่มีแต่ผู้ชายสร้างความสงสัยในใจหญิงสาวเล็กน้อย เนื่องจากทุกครั้งจะมีพี่คนงานผู้หญิงปะปนมาด้วยเสมอ แต่รอบนี้ไม่มี สงสัยผู้เป็นพ่อจะประสานงานกับเจ้าใหม่

หลังจากอธิบายวิธีการเก็บให้นราภพเสร็จ คุณดนัยก็มายืนมองชายหนุ่มที่ตั้งใจเก็บอย่างขมีขมันด้วยความพึงพอใจ จนบุตรสาวยังทัก

“ยิ้มอะไรคะพ่อ”

“ถูกใจเจ้าภพมันน่ะสิ พ่อรู้สึกถูกชะตายังไงบอกไม่ถูก ไม่เหมือนใครบางคนที่คนแถวนี้ชอบอยู่ ไม่ถูกชะตาตั้งแต่ได้ยินชื่อมัน เหอะ” ท้ายเสียงผู้เป็นพ่อแอบเหน็บบุตรสาว

“แหน้ ไหงลามไปพี่พลของตรีได้ล่ะคะ”

“น้อย ๆ หน่อยลูกคนนี้ ยังไม่ทันตบไม่ทันแต่งมาเรียกผู้ชายต่อหน้าพ่อแบบนี้ได้ไง เดี๋ยวพ่อก็หวดด้วยไม้เรียว” นายดนัยผู้เข้มงวดเอ่ยท่าทางขึงขัง ไม่ชอบใจเลยจริง ๆ ที่บุตรสาวไปเห็นดีเห็นงามกับไอ้หนุ่มผู้จัดการนั่น นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งมันยังไม่เห็นหัว ถ้ายกลูกสาวให้มันไปแล้วมันไม่ยิงทิ้งเลยเรอะ ในใจผู้เป็นพ่อหนักอึ้งกับความสัมพันธ์ชองลูกสาว
ณหทัยกอดเอวผู้เป็นบิดาเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อเริ่มอารมณ์เสีย พลางส่งเสียงออดอ้อนอย่างเอาใจ

“โอ๋ โอเคค่ะ ต่อไปหนูจะไม่พูดแบบนี้ให้พ่อได้ยินอีก อย่าอารมณ์เสียเลยนะคะ เดี๋ยวหน้าแก่เร็วน้า”
ดนัยเขกศีรษะลูกสาวไปทีอย่างหมันไส้ “โอ้ยหนูเจ็บนะพ่อ” บุตรสาวแกล้งว่า

“เออ เจ็บซะบ้างก็ดีจะได้จำ”

“พ่ออ้ะ” ณหทัยลูบหัวตัวเองป้อย ๆ แต่ใบหน้ากลับเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้ม
ระหว่างที่สองพ่อลูกกำลังสนทนากัน นราภพที่เก็บดอกไม้มาจนถึงมุมค่อนข้างลับตาคนได้ส่งเสียงกระแอมขึ้นหนึ่งครั้ง ไม่นานนักร่างสูงพอฟัดพอเหวี่ยงกัน ต่างกันตรงที่อีกฝ่ายอยู่ในชุดคนงานเก็บดอกไม้ก็ปรากฏตัวขึ้น

ภัคค์แกะผ้าโพกหัวออก ส่งยิ้มให้เจ้านายเล็กน้อยเป็นการทักทาย นราภพถอนหายใจอย่างเซ็ง ๆ ตามอย่างกับเขาเป็นเด็กสองขวบแบบนี้ไม่ให้เซ็งได้ไง

“มาทำไรกันเยอะแยะ” ผู้เป็นนายทักขึ้น ภัคค์ลอบยิ้มกับเหล่าคนงานเมื่อเห็นสีหน้านราภพ

“รับจ็อบเก็บดอกไม้ครับ พอดีเงินเดือนไม่พอกิน” ว่าจบ มือซ้ายคนสนิทก็ยักคิ้วหลิ่วตาให้ นราภพอยากเตะคนเป็นที่สุด “นั่นสินะ พวกนายอยู่ในชุดนี้ก็เหมาะดี สนใจเปลี่ยนงานไหมล่ะ ชุดนี้ก็ดูเข้าที ไปไหนสาวคงกรี๊ดตรึม ดีกว่าใส่สูทผูกไทด์เป็นไหน ๆ”

ภัคค์และอีกหกคนตาเหลือก ส่ายหน้าดิก แค่คิดตามความสยองก็เข้ามาแทนที่แล้ว นี่ไม่รู้กลับไปต้องทายากี่ขวด กว่าจะเก็บหมดสวนสงสัยหลังคงเดาะ ขาคงเปลี้ย ให้ไปจับปืนยิงคนยังง่ายซะกว่าต้องมาทำไรแบบนี้ ภัคค์มองเจ้านายอย่างเว้าวอน ว่าอย่าได้ทำเช่นนั้น นราภพเห็นแล้วก็ขำในใจ แต่ละคนหน้าเหมือนกินเต้าหู้ยี้มาซักสิบก้อนได้

“พวกนายเตรียมใจไว้เลย ต้องเป็นบอดี้การ์ดในคราบคนงานเก็บดอกไม้นี่อีกพักใหญ่เลยล่ะ เพราะฉันยังไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ” ภัคค์อ้าปากค้าง ภารกิจนี้ช่างหนักหนานัก

นราภพหยิบภาชนะที่มีดอกไม้เต็มไปถือไว้ แล้วส่งของตนเองที่มีดอกไม้เพียงครึ่งให้ภัคค์ไป

“ฝากจัดการต่อด้วยนะ ส่วนอันนี้ ขอ!” อึ้งไปคำรบสอง นราภพยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะเดินจากไป ภัคค์มองภาชนะที่ใส่ดอกไม้ในมือแล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืด ๆ เงยหน้าขึ้นมองบรรดาลูกน้อง กะจะหาใครรับช่วงต่อ ทุกคนก๋เอาแต่หลบตา ก้มหน้างุด ถ้าดอกไม้งอกที่รากมันคงพากันมุดเข้าไปเก็บ

“เออ รับเองก็ได้วะตะกร้าเนี้ย”

เสียงถอนหายใจพรืดดังขึ้นทีเดียวพร้อมกัน ทำเอาภัคค์กัดกรามกรอด ฮึ่ม อย่าให้ถึงที จะแกล้งเสียให้เข็ดไอ้พวกนี้ ส่วนที่เหลือโล่งใจไปตาม ๆ กันที่ตะกร้านั้นไม่ตกถึงตน

การเก็บดอกจำปีรอบค่ำในวันนี้สิ้นสุดลงเกือบห้าทุ่ม จำปีในตะกร้ามีลูกค้ามารับไปแล้ว ส่วนคนงานและนายจ้างต่างรับประทานข้าวต้มรอบดึกร่วมกันอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ใต้ถุนเรือน จะด้วยถูกใจในรสมือหรือหิวก็มิอาจคาดเดาได้เมื่อทั้งภัคค์และสมุนต่างพากันวนเวียนเติมข้าวต้มกันคนละรอบสองรอบ โดยเฉพาะภัคค์ที่ไม่วนเปล่า ยังส่งเสียงชวนณหทัยคุยอยู่ตลอดจนนราภพชักรู้สึกขวางหูขวางตายังไงพิกล

“ฮะ แอมม” เสียงกระแอมไม่เบานักดังขึ้นจากคนที่รู้สึกขัดหูขัดตา

“ติดคอเหรอภพ” คุณดนัยหยิบน้ำส่งให้ นราภพรับมาดื่มอย่างแกน ๆ เพราะไม่ได้ติดคอเลยแม้แต่นิดเดียว ภัคค์เผลอส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่ พลางส่งสายตาเป็นนัยตอบผู้เป็นนาย ‘เป็นไงเจอผมเอาคืน แด่ตะกร้าดอกไม้ใบนั้น’ ภพขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ในใจอยากจะลุกขึ้นไปเตะ แต่ก็ทำไรไม่ได้

“พี่ภัคค์ร่าเริงจังเลยนะคะ ใครอยู่ใกล้ต้องมีความสุขแน่นอน” ภัคค์หันมายิ้มแฉ่งให้คนตัวเล็ก ทำเอาอีกคนตาร้อนผ่าว ‘พี่เหรอ’ นราภพทวนในใจอย่างนึกหมันไส้เสียเต็มประดา เจอภัคค์วันเดียวเรียกพี่ ทีกับเราเรียกคุณเสียห่างเหิน หมันไส้คนเว้ย

หากดวงตาเปลี่ยนเป็นกองไฟได้ ภัคค์คงโดนไฟครอกตาย รู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นแกล้งตน แต่ชายหนุ่มกลับข่มอารมณ์ไม่ได้ ต้องแสดงเผลอออกทางสายตา ภัคค์เมื่อเห็นท่าไม่ดี รู้ตัวว่าชักเผลอหยอกเจ้านายแรง ๆ เข้าไปแล้ว ภัคค์จึงรีบขอตัวเจ้าของบ้านกลับเพราะไม่อยากเสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

**************************
แล้วพบกีนตอนที่ 3 จ้า
อ่านแล้วเป้นยังไงบ้างเม้นบอกกันได้นะคะ :)



ปีบเพชร
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 6 ก.ย. 2557, 18:23:34 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 6 ก.ย. 2557, 18:23:34 น.

จำนวนการเข้าชม : 1437





<< ตอนที่ 1 ต้นเรื่อง   ตอนที่ 3 นายวัชพล >>
ยัยตัวนุ่มนิ่ม 7 ก.ย. 2557, 09:21:02 น.
รอตอนที่ 3 และตอนต่อๆไปค่ะ แต่ขออย่างเดียวอย่าให้รอนานถึง 7 ปี งานนี้มีเลิกติดตามนะจ๊ะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account