สิเน่หา...ยอดดวงใจ
260 ปี มันช่างนานแสนนานเหลือเกินกับการต้องรอคอยพบเจอะเจอหญิงสาวอันเป็นนิมิตรหมายในห้วงอันคลั่งแค้นแสนสะสมมานานเป็นร้อยๆ ปีคริสต์ศักราช

แนะนำตัวละคร

ดานิล วาดิติน อเล็กซานดรูว์ บุรุษมหาเศรษฐีเก่าแก่ลึกลับตระกูลหนึ่งของรัสเซีย ทรัพย์สินที่มีไว้ครอบครองมีค่ามากกว่าเมืองหนึ่งๆ ของรัสเซียเลยทีเดียว

ในอดีตชื่อ Anna Mikhailov

ปัจจุบันชื่อ อันนา วรเวช สาวน้อยวัยยี่สิบสองปี ที่ต้องมาจมปลักทนทุกข์ เมื่อกำลังเดินทางมายังเมืองมอสโกแห่งรัสเซียแล่นสู่คฤหาสน์วาติดิน ใน ฐานะ ภรรยาของดานิล วาดิตินวัยหกสิบปี อันนาเข้าใจว่า ดานิลคือชายชรา ก้าวแรกที่เข้ามาได้พบเขา อันนาก็ต้องตกใจ ไหนจากบ้านของเธอบอกว่า ดานิล วาดิติน อายุหกสิบปีแล้ว คนที่เธอเห็นตรงหน้ากลับเป็นชายหนุ่มเรือนร่างกำยำหล่อเหลาไร้ที่ติ แต่ดวงตาคู่คมกริบที่จ้องมองเธอนั้นกลับน่ากลัวเหลือเกิน คำแรกที่ดานิลเอ่ยกับอันนา คือ คำสั่ง เป็นคำสั่งที่อันนาแทบมึนงุนงง ไม่เข้าใจเสียจริงๆ เขาต้องการให้เธอค้นหาหัวใจของเขาที่หายไป...

Tags: รักโรแมนติกพาฝัน,ซึ้งกินใจ,สิเน่หา...ยอดดวงใจ

ตอน: บทที่ 10 หัวใจที่หลุดมือ...


บทที่ 10 หัวใจที่หลุดมือ

ดานิลไม่ได้กลับมายังคฤหาสน์ถึงสามสัปดาห์เต็มๆ เพื่อกำจัดตระกูลสเปโร่ให้สิ้นซาก ทางช่องสถานีโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์เครือยักษ์ของประเทศ พากันประโครมข่าวเรื่องการล้มละลายตระกูลมีชื่อเสียง เริ่มด้วย ท่านมาร์ติน สเปโร่ หลุดออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ ในข้อหาแอบอนุมัติสินค้าต่างแดนที่ไม่มีมาตรฐานตามกฎหมายระบุเอาไว้

“ไอ้ดานิล...ไอ้มารร้าย!” ด้านผู้เป็นลูกชาย อย่างหนุ่มมาร์ตินนี่ถึงกับสบถด่าทอ เมื่อเขาและพ่อ ต้องสิ้นเนื้อประดาตัว ภายในไม่ถึงเดือน ส่วนคุณแม่มาเรีย ได้ถูกย้ายกลับไปอยู่บ้านเกิดอันโสโครก เมืองบ้านนอกไร้ความทันสมัย มาร์ตินนี่จึงต้องพยายามหาซ่อนตัว เขานอนกลางถนนอันหนาวเหน็บ กลายคนเป็นจรจัด เพื่อหลบหนีการถูกตามล่า จากวอนก้า คนของท่านดานิล วาดิติน อเล็กซานดรูว์

“ไอ้ระยำ ความแค้นนี้ กูจะมาเอาคืนแน่ๆ” มาร์ตินนี่ กำหมัดแน่นด้วยแรงแค้นเคืองสุดชีวิต เขาไม่คิดว่าการบุกรุกคฤหาสน์วาดิติน จะทำให้ครอบครัวสิ้นชีวาขนาดนี้ เหตุใด ท่านดานิล ผู้ยิ่งใหญ่ถึงเล่นงานเขาให้ตายทั้งเป็นเยี่ยงนี้

“เพราะ ผู้หญิงเอเชียคนนั้นหรือ?” มาร์ตินนี่เริ่มทบทวน กับกระทำของตนเองอีกครั้ง

“หรือว่า...พวกมันจะรู้เรื่อง...ในสิ่งที่คุณพ่อต้องการ!” เขาพยายามหลบหนี จนเกือบลืม เรื่องความลับของตระกูลวาดิติน เท้าแกร่งของมาร์ตินนี่รีบก้าวออกจากซอกซอยแหล่งซ่อนตัว เพื่อดิ่งไปยังสุสานของตระกูลวาดิติน เป็นเป้าหมายแรกที่มาร์ตินนี่จะเข้าไป คือ การค้นหาความลับอมตะอันลือเล่านี้



ด้านหนุ่มดานิล หลังจากจัดการกับศัตรูตัวร้ายในอดีตได้เรียบร้อยแล้ว จึงเดินทางกลับมายังคฤหาสน์วาดิติน สิ่งแรกที่เขาอยากพบ...คือ การได้เห็นใบหน้าอันนวลสวยของหญิงอันเป็นที่รัก ทั้งอดีตและปัจจุบัน คนที่เขาเลือก...เลือกที่จะรักไปจนชั่วนิรันดร์

“ชู่ว์...เรเวน อย่าส่งเสียงดังนะ” ดานิลพยายามส่งสัญญาณให้เจ้าแมวลายเสืออยู่นิ่งๆ ทว่ามันกลับดีใจที่ได้เห็นเจ้านาย จึงส่งเสียงร้องไม่หยุด ทำให้หญิงสาวที่เผลอหลับ มีอาการงัวเงียตื่นขึ้นมา อันนาใช้ชีวิตในห้องสมุดคฤหาสน์ทุกๆ วัน และผู้ช่วยของเธอ อย่างเจ้าแมวเรเวนก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรได้เลย ตั้งแต่ภาพอดีตในวันที่อันนา มิคาโรฟวา หนีกลับไปยังดินแดนรอฟเวย์ พร้อมชายหนุ่มหัวหน้าเผ่าริคออน

“มิสเตอร์ดานิล!” อันนาร้องตกใจมาก เพราะว่าบุรุษร่างยักษ์รูปงาม จู่ๆ ก็โผล่มาให้เธอได้ยลโฉม ตลอดสามสัปดาห์เขาแทบไม่กลับมานอนที่คฤหาสน์แห่งนี้ด้วยซ้ำ

“แดเนียล ต่อไปเจ้าจะต้องเรียกชื่อนี้นะ ไม่ใช่มิสเตอร์ดานิล” เพราะการเรียกขานชื่อเขา จากหญิงสาวแห่งหัวใจ ทำให้ดานิลมีอาการแสรงหูนัก เขาไม่ชอบใจที่เธอเรียกชื่อตนซะเหินห่างไปไกลมาก ทั้งๆ ที่เธอ คือ ภรรยาของเขา อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

“เอ๊ะ? ว่าอะไรนะ” อันนาร้องอุทาน เนื่องจากวันนี้เขามาเยือนอย่างแปลกประหลาดใจมาก

“ข้าบอกไปแล้ว เจ้าความจำสั้นหรือไง หือ!” ทว่าฝ่ายหญิง เกิดทำให้เขามีอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมาดื้อๆ อันนาพยายามขยับตัวออกห่างๆ การได้อยู่ชิดใกล้กับชายหนุ่มปีศาจ คือ สิ่งอันตรายที่มันจะเป็นภัยมาถึงตัวของเธอ

“จะไปไหนล่ะ สาวน้อย...”

“ปะ...ปล่อยค่ะ” แม้เขาจะหายหน้า หายตาไปถึงสามสัปดาห์เต็มๆ และตอนนี้ดันทำตัวเหมือนกับคนอดอยากขาดสารอาหารอย่างมาก หัวใจของหญิงสาวเต้น

ระส่ำ ขวัญเสียเล็กน้อย เมื่อฝ่ายชายมักชอบใช้วิธีเดิมๆ กับตน ร่างบางถูกดึงเข้ามาสวมกอด โดยร่างแกร่งที่ใหญ่กว่าหลายเท่า

“หึๆ” ดานิล หัวเราะในลำคอด้วยความชอบใจ ยอมรับว่าโหยหาเธอเหลือเกิน อยากจุมพิตริมฝีปากบางให้หนำใจนัก ด้วยแรงคิดถึง...

อันนาแทบกัดริมฝีปากของตนเองแน่น ใบหน้าเริ่มวิตกกังวล ยิ่งร่างกายขัดขืนไม่ค่อยจะสำเร็จ หรือเพราะว่าตอนนี้เธอกำลังสมยอม ด้วยการปล่อยให้เขากระทำกันแน่! ตลอดเกือบจะครบหนึ่งเดือนที่ดานิลไม่ยอมเหยียบเข้าคฤหาสน์วาดิติน ทำให้เธอคิดฟุ้งซ่าน...และเจ็บปวดที่หัวใจอย่างแปลกๆ

“ข้าคิดถึง...” มือหนาบีบคางมนเบาๆ และบังคับให้เงยขึ้นมาสบดวงตาคู่แกร่งของดานิล ทว่าอันนากลับหลับตาพริ้มหนี แม้หัวใจจะเต้นไม่เป็นจังหวะก็ตาม

“เจ้าไม่คิดถึงข้า บ้างหรือ...” จู่ๆ ดานิลก็เอ่ยถามต่อ ทั้งๆ เกือบจูบริมฝีปากบางหวานนั้นแล้ว ฝ่ายหญิงแค่ส่ายหน้าตอบ...

“หึๆ” ดานิลไม่ได้ทำตัวรู้สึกหงุดหงิดแต่อย่างใด กับคำตอบของฝ่ายหญิง เพราะสิ่งที่เธอ พยายามทำตัวนิ่งและไม่ขัดขืนเขาต่างหาก คือ คำตอบที่แท้จริงๆ

อันนาเหมือนจะรู้คำตอบของตนว่ามันไร้ผลแน่ๆ เธอยอมรับว่า...เมื่อมิสเตอร์ดานิล ไม่ได้เข้ามาหาเธออีกเลยนานหลายสัปดาห์ ทำให้จิตใจของเธอว้าวุ่น ราวกับตุ๊กตาที่ถูกทอดทิ้งไว้ในกลางคฤหาสน์ร้าง...จมูกโด่งเป็นสันรูปงามจากชายหนุ่ม เข้าสูดดมพ่วงแก้มนวลของอันนา อย่างโหยหาปานจะกลืนกิน ร่างเล็กเริ่มเอามือชันดันร่างแกร่งออก เพราะกลัวหัวใจตนเองจะพาเกินเลยไปไกล และยอมตกเป็นทาสเสน่หาของเขา เพียงทั้งคู่สบตากันและกัน ม่านดวงตาก็ส่งกระแสแสงสีขาวขุ่นจรัสแทรกกระทบจ้า โลกที่ยืนอยู่ กำลังเกิดคลื่นหมุนเป็นวนไปรอบๆ แทบนับไม่ได้

‘แฮ่ก’ อันนาสูดลมหายใจอย่างลึกๆ เต็มปอด เหมือนร่างถูกโยนมายังสถานที่แห่งหนึ่ง แล้วมันก็เป็นดั่งที่คิดเสียด้วยสิ เธอสะดุ้งโหยงด้วยเสียงฝีเท้านับเกือบร้อยชีวิต กำลังตั้งค่ายกลเหมือนออกไล่ล่าอะไรสักอย่าง อาวุธที่มีในมือเหล่าทหารผู้พิทักษ์ ถูกยกมาทำความสะอาด ก่อนจะใช้งานจริงๆ

‘อันนา...’ มาร์ตินนี่ทัก พร้อมเอามือแตะบ่าไหล่หญิงสาว นางรีบปัดออกอย่างรวดเร็ว และหันมาจ้องผู้ขานเรียกชื่อตนเอง

‘ช่วยอดทนหน่อยนะ อีกไม่กี่เพลาหัวใจของเจ้าจะได้ปลดปล่อยเป็นอิสระแล้ว’ มาร์ตินนี่บอกด้วยสีหน้าเห็นใจหญิงสาว เรื่องราวบางอย่างที่มาร์ตินนี่เอ่ยบอกทางดินแดนรอฟเวย์ หลังที่กลับมาพร้อมเขา

‘แม่หญิงหัวหน้าพิทักษ์โดนคำสาปขอรับ ท่านคณะแห่งดินแดน’

อันนา มิคาโรฟวา ยืนท่ามกลางสภาไต่สวนแห่งดินแดน เพราะเธอทำผิดกฎแห่งผู้พิทักษ์ มาร์ตินนี่จึงยืนมือช่วยเป็นพยานสำคัญ และแล้วการไต่สวนจึงจบลงอย่างไม่มีข้อกังขา ยกเว้นว่าข้อสรุปมติอันซึ่งเป็นเอกฉันท์ คือ ออกสั่งให้หัวหน้าหญิงพิทักษ์รอฟเวย์คนปัจจุบัน ตั้งกองกำลังพลทหาร ออกไปตามล่าและ ‘ฆ่าปีศาจร้าย’ ซึ่งมีนามว่า ‘ดานิล’ ผู้เป็นภัยอันตรายแห่งดินแดนรอฟเวย์

หัวใจของอันนา มิคาโรฟวาเต้นผิดจังหวะไปหมด ร่างกายรู้สึกหนาวยะเยือกเหมือนเป็นไข้จับสั่น ด้วยมติจากดินทางลงมานั้น ทำให้น้ำตาคลอ...

‘ข้าจะบอกอะไรเจ้าเอาไว้นะ อันนา พวกปีศาจเลือดของมันไม่ใช่สีแดงสด เมื่อเจ้าลงมือฆ่า...เจ้าจะประจักความจริงข้อนี้’ มาร์ตินนี่แห่งริคออน พยายามกรอกข้อมูลเรื่องราวความเป็นปีศาจ ใส่หัวสมองแม่หญิงผู้พิทักษ์แดนรอฟเวย์



เสียงควบม้าดังกึกก้องด้วยความหนาวเย็นยะเยือก ดานิลรู้ว่าเป็นผู้ใด ตัวของเขาสั่น ด้วยแรงจิตสังหาร ร่างใหญ่ลอยลงมาจากต้นไม้อันสูงลิบ กระทบพุ่งใส่ร่างบางจนตกม้า พื้นหิมะสีขาวรับร่างทั้งคู่เอาไว้ อย่างตัวชาวาบ

“ดานิล!” เธอแหวกร้องขึ้น ตกตื่นตะลึง เพราะไม่รู้เขาโผล่ออกมาจากทางไหน

“ใช่ข้าเอง เจ้าหายไปไหนมาหรือ ข้ารอเจ้าอยู่กระท่อมทุกวันทุกคืน” น้ำเสียงทุ้มของเขาดูเศร้าเสียใจและเจ็บปวด อันนา มิคาโรฟวา ถึงหลั่งน้ำตาโดยไม่สั่งการ เธอหนีออกมาจ่ายค่ายพิทักษ์ เธอไม่ยอมรับการตัดสินของแผ่นดิน

ดานิลได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของสาวอันเป็นรัก ก็เกือบใจจะขาด เขาช้อนร่างบางอุ้มใส่อ้อมวงแขน ค่อยก้าวเดินช้าๆ ปล่อยให้เธอร้องไห้จนหนำหัวใจ และแล้วอันนา มิคาโรฟวา รู้ตัวอีกทีก็อยู่ในกระท่อมรังรักเป็นทีเรียบร้อย ดานิลไม่ปล่อยหลุดมือไปง่ายๆ หรอก เขาจะสั่งสอนเธอ ให้หลงเขาจนถอนตัวไม่ขึ้น หญิงสาวหลับตาพริ้มราวกับบนลงทัณฑ์ของชายอันเป็นที่รัก ร่างกายแกร่งโถมทับเริ่มบทปรารถนาโดยไม่สนใจว่า เธอจะพร้อมสำหรับเขาหรือไม่ แรกเริ่มถูกจุมพิตริมฝีปากบางอันสั่นสะอื้นราวดูดวิญญาณ เรี่ยวแรงของอันนา มิคาโรฟวา ไร้การต่อต้าน

“ข้ารักเจ้า อย่าทิ้งข้าไปไหนอีกเลยนะ อันนา...” เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหูของเธอ เรียกกระแสเลือดในร่ายกายเธอจนอ่อนเปลี้ย เธอกำลังตกเป็นทาสสิเน่หาของดานิล

“อืม...” เสียงเล็กครางตอบรับ ดานิลแทบยิ้มกระหยิ่ม เขาปลดเสื้อหนาของตนออกจากกายทอนบน เนื้อกายเป็นหมัดๆ สัดส่วนสมบูรณ์แห่งความเป็นชาย เรียกอารมณ์เตลิดเปิดเปิงของหญิงสาว ดวงตาที่แดงก่ำเพราะร้องไก้ตอนนี้ มันร้อนผ่าว เพียงแค่เนินอกแกร่งของบุรุษแห่งดวงใจ มือเล็กยื่นเข้าสัมผัส เธอไม่อยากให้มันหายไป ไม่สิ เธอไม่อยากให้กลายร่างเป็นปีศาจต่างหาก

“ชอบร่างกายนี้ของข้าหรือ อันนา” เสียงทุ้มถาม อย่างอดกั้น อันนาถึงกับสะดุ้ง มันคำถาม ที่เธอเพิ่งคิดอยู่ในหัวสมอง ราวกับถูกอ่านใจ ร่างบางขยับออกห่างๆ เมื่อรู้สึกภัยกลัวแทรกเข้าจิตใจ

“อย่ากลัวข้าเลยที่รัก” ดานิลถลาเข้าโอบกอดร่างบาง พยายามให้หัวเสียงหัวใจที่เต้นตึกตัก อันนา ถึงกับหน้าซีดเผือก...เพราะหัวใจชายหนุ่มอยู่แค่เอื้อม...รอก่อนมันยังไม่ใช่เวลานี้ เธอเตือนสติตัวเอง

มือเล็กค่อยๆ ปลดอาภรณ์เสื้อผ้าตนเอง การเชื้อเชิญความรัญจวนจึงเกิดขึ้น ดานิลคำรามเสียงเบาๆ ในลำคอ เมื่อรู้ว่าร่างบางกำลังทำอะไร ในที่จะทั้งคู่ก็ปราศจากอาภรณ์ใดๆ มีเพียงร่างเนื้อห่อเนื้อ ความร้อนราคะในกายกัดกินความหนาวเย็นรอบกระท่อมได้เป็นอย่างดี ร่างบางถูกระนาบนอนเรียบไปกับที่นอน โดยมีดานิลมองอย่างหลงใหล

“ข้ารักเจ้า...” เสียงหวานพึมพำ เรียกรอยยิ้มบนใบหน้าของดานิลได้อีกครั้ง ปทุมถันงดงาม ขยับเขยื้อนช้าๆ เพิ่มความระอุในดวงตาคู่คม ริมฝีปากหนาไม่ชักช้าใดรวบมาดูดเม้ม บดบี้คลึงเคล้าอย่างกระหื่นกระหาย

“อ่ะ...ดานิล” อันนาถึงร้องครางครวญด้วยความทรมาน มันสร้างความกระเส่าจนสุดเฮือกเข้าถึงหัวใจ ร่างบางถึงกระพือขยับเข้ามาแนบชิดร่างใหญ่ ดานิลหัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะ เมื่อเธอตกเป็นทาสราคะของเขา

“พะ...พอแล้ว ดานิล” เสียงหวานถึงแหบ เพราะทดแรงปรารถนาที่เขาสร้างไม่ไหว ช่องทางรักของปล่อยน้ำหวานหยาดเยิ้ม เมื่อลิ้นร้อนของเขาตวัดทำงานอย่างหนักหน่วง ความอายปิดไม่ได้ ร่างของเธอมันอ้ารอคอยให้บุรุษกำยำลงมาจัดการแรงพิศวาสนี้ ดานิลรู้ตัวเพราะเขาเองก็จะแตกเป็นเสี่ยงๆ ความที่ทะนุถนอมเธอมันหมดไปนานแล้ว มือหน้าจับลำกายแกร่งหยอกล้อเนื้อเนินสตรีอย่างต่อเนื่อง สร้างวิมานโลกีจนหมดภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างสิ้นเชิง

เสียงหวานหวีดเบาๆ เมื่อลำแกร่งปรารถนาแทรกเข้าเรือนกายของเธอได้สำเร็จ ความเป็นหนึ่งเดียวทำให้น้ำตาไหลอาบแก้ม แม้จะรักเขาเพียงใด สุดท้ายก็ต้องทำลาย ร่างสองร่างในกระท่อมโอบรักเชื่อมสัมพันธ์อย่างลืมเดือน ลืมตะวัน จนไฟสิเน่หาหมอกดับ เสียงจุบขมับหญิงสาว ทำให้เธอตื่นจากวิมานปีศาจ เธอปล่อยให้กลืนกินไปทั้งตัวและหัวใจ

“ขอบคุณที่เจ้าไม่ทิ้งข้าไป” ดานิลบอกอย่างคนมีความสุข เมื่อตื่นขึ้น เขานึกว่าจะไม่ได้เห็นร่างบางนอนอยู่เคียงข้าง เสียดาย

“นอนต่อเถอะ เดี๋ยวข้าจะทำอาหารให้ทานนะ” ดานิลเอ่ยบอก เหมือนชายหนุ่มผู้ตกหลุมรักภรรยาตัวเองจนถอนไม่ขึ้น แท้จริงแล้วฝ่ายใดกันแน่ที่พ่ายแพ้ เขารวบร่างบางมากอดอีกครั้ง อันนาถึงกับหน้าแดงระเรื่อ เพิ่งรู้ตัวอีกหน ว่ากำลังเปลือยกายในผ้าห่มขนสัตว์หนา

“เพิ่งจะมาทำตัวอายอะไรตอนนี้ เมื่อคืนเจ้ายั่วข้าจนข้าแทบหมดแรงเลยนะ” ดานิลบอกและขบขันเบาๆ เขาอยากหยุดเวลาเอาไว้แบบนี้ชะมัดเลย อันนาหน้างำ ก่อนจะทุบอกแกร่ง เพราะคำพูดของเขา

“นี่เจ้าจะทุบข้าให้ตายเลยหรือ” เป็นคำถามที่อันนาแทบสะอึก มือบางที่ทุบร่างแกร่งหยุดชักงักทันที ก่อนพลิกตัวไปอีกทางหลบหน้าเขา ดานิลจนโล่งอก ก่อนจะลุกไปแต่งตัว แล้วทำอาหารมื้อแห่งความสุขให้เธอได้ลิ้มลอง

หลังจากเสพความรักกับชายหนุ่มอันเป็นที่จนหมดสิ้น อันนา มิคาโรฟวา จึงเลือกสถานที่เก็บกวาดบุตรแห่งปีศาจ...ณ หน้าผาผืนทะเลดำ เป็นที่สุดท้าย ที่เธอจะได้พบเขา

‘พาข้ามาที่นี่ทำไม’ ดานิลถาม หลังจากที่พวกเขาได้อาศัยอยู่ร่วมกันเกือบหนึ่งปี หัวใจของดานิลหลงใหลอันนา มิคาโรฟวา จนเชื่อสนิท ว่าเธอไม่ได้ทรยศเขาอีกต่อไป ทว่าวันที่โชคชะตาตัดสินก็มาเยือน

‘ตามตำนาน ได้เล่าว่าที่นี่ มีภูตพราย ผู้ไม่กลัวความหนาวเหน็บอาศัยอยู่’ อันนาเล่านิทานนิทานปรัมปรา สมัยเด็กๆ ให้ชายหนุ่มได้รับรู้ ดานิล ถึงกับตาโต...เขารู้เรื่องราวของนิทานปรัมปรานี้เป็นอย่างดี

‘ก็แค่นิทานปรัมปรา’ ดานิลกัดฟันกรอบ ตลอดเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา มันคือ ละครชีวิตอันอัปยศอย่างั้นเหรอ

‘ใช่ค่ะ ที่รัก’ อันนาตอบด้วยสีหน้าเย็นช้า ราวกับคนละคนกับภรรยาของดานิล เธอเป็นอะไรไป ทุกอย่างดำเนินไปอย่างมีความสุขแล้วนะ มีเหตุใดทำให้เธอปิดกั้นหัวใจ

‘มันเกี่ยวอะไรกับการที่เจ้า พาข้ามานี่ล่ะ หือ!’ ดานิลเดินเข้าสวมกอดจากด้านหลัง เขาอยากได้ไอรัก...ไอความอบอุ่นจากตัวเธอ

‘พะ...เพราะ ข้าอยากรู้ ว่าเจ้ามีเลือดสีเดียวกับภูตหรือเปล่า’ อันนาว่าจบ และพลิกตัวใช้กริชอาบอาคมแรงหล้า แทงทะลุเข้าหัวใจของดานิล ก่อนจะพึมพำ บทสวดอะไรสักอย่าง ดวงตาของชายหนุ่มเบิกเหลือกโต...จนเห็นเส้นเลือดในเบ้าตา ก่อนร่างใหญ่จะค่อยๆ ร่วงล้มลงกระแทกผืนน้ำแข็งยักษ์...และเจิดน่องไปด้วยเลือดสี...

เสียงโหยหวนคำรามลั่นท้องนภา เมื่อแผ่นอกแกร่งถูกกริชอันคมแหลม แทงกรีดลากเป็นทางยาวลึกจนหมดลมหายใจ เลือดแดงฉานไหลหยดย้อยอาบเต็มมือเล็ก พร้อมกับก้อนเนื้อหัวใจของดานิล บุรุษผู้ถูกกล่วหาว่าเป็นปีศาจแห่งดินแดนรอฟเวย์

ดวงตาคมกริบซีดขาวเพ่งมองใบหน้าหญิงแสนรักอย่างหมดดวงใจ เสียงสะอื้นร่ำไห้แข่งกับความหนาวเหน็บยะเยือกจัดติดลบหลายองศา บนหน้าผากน้ำแข็งทะเลดำ

‘ลาก่อน ที่รักของข้า’ เธอปล่อยน้ำตาไหลพรั่งพรูแทบจะเป็นสายเลือด เพราะต้องการหยุดเจ้าปีศาจร้าย ด้วยน้ำมือของตนเอง ดีกว่าปล่อยให้ถูกน้ำมือของผู้อื่นฆ่า! เพียงแค่เขามีสายเลือดเศษเสี้ยวบรรดาภูตพราย นางถึงขั้นปลิดชีวิตเขา...ด้วยวิธีนี้เชียว

ดานิลถูกกริชคมกริบเทิ้มแทง และควักเอาก้อนเนื้อหัวใจออกมา ด้วยน้ำมือของนางเอง...ดวงตาคู่แกร่งของดานิล เหลือกกว้างโต แม้จะดีดดิ้นด้วยทรมาน ทว่าไม่นานลมหายใจก็ค่อยๆ ระรวยริน...จนใกล้สิ้นชีวา เสียงทุ้มหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างโอ้อวด...เสมือนกับว่ามันเป็นเรื่องจริง...และเกมแห่งหัวใจครั้งนี้ตนก็เป็นฝ่ายครองชัยชนะ

‘ข้าบอกเจ้าแล้ว อันนา...มันไม่มีวันสิ้นลมหายใจ แม้หัวใจของมันจะถูกควักออกมา...มันเป็นปีศาจ...เจ้าเห็นมันหรือยัง’ เลือดสีแดงฉานที่ไหลอาบท้วมมือของนาง ปนกับหยาดน้ำตาที่ไหลพรั่งพรูไม่ขาดสาย...ดานิลตาเหลือกโพร่งอาบไปด้วยเลือดแดงฉาน น้ำตาแห่งเลือดไหลรินจนสิ้นชีพต่อตาของนาง และถูกกระทำด้วยน้ำมือของนางเอง!

‘มาร์ตินนี่ เจ้าโกหกข้า!’ หญิงสาวแห่งตระกูลสูงศักดิ์ กรีดร้องลั่นผืนปฐพีหิมะคริสตัล หน้าผาทะเลดำ พร้อมแข่งกับเสียงฟ้าร้องคำรามลั่น....ตามมาด้วยพายุโหมกระหนำพัดอย่างรุนแรง ราวกับรู้ว่าดานิลกำลังหมดลมหายใจ อันนาไม่ยอม...ให้ดานิลจากไปง่ายๆ เด็ดขาด พระเจ้าได้โปรดช่วยชีวิตชายหนุ่มที่ของข้ารักด้วยเถอะ ดวงตาเล็กเบิกโต เมื่อเห็นร่างของดานิล ค่อยๆ จมหายไปในก้อนน้ำแข้งยักษ์

‘ไม่นะ ม่ายย’ และก้อนหัวใจของดานิล ก็ถูกกระชากหลุดมือของนาง แสงเรือนใสๆ แล่นเข้ามาครอบหัวใจของดานิล และเปลี่ยนรูปทรงไปอยู่ในแก้วงรีสีดำ แล้วค่อยๆ เรือนหายไปตามร่างของดานิล

‘อะไรกัน ฟ้าพิโรษหรือว่า มันคือเวทมนตร์ของไอ้ปีศาจ’ มาร์ตินนี่เอามือชี้ร่างของดานิลที่ไปจางหายไปต่อหน้าต่อตา

‘ดานิลไม่ใช่ปีศาจ!’ อันนาตะคอกโต้งตอบ ไม่ได้ว่าสิ่งที่เธอเห็น เมื่อครู่ มัน คืออะไร หรืออำนาจของภูตพราย นางขออย่างเดียว ขอให้ดานิลกลับมาหานาง

‘มันตายแล้ว ฮ่าๆ มันตายแล้ว อันนา’ จู่ๆ มาร์ตินนี่ก็หัวเราะลั่น อย่างผู้มีชัย มืออันนาที่เปื้อนเลือดของชายหนุ่มอันเป็นที่รัก ถูกเอามาทาบไว้กับหัวใจของเธอ เสียงสะอื้นไห้ของเธอดังราวกับคนตายทั้งเป็น

มาร์ตินนี่หันมาหยิบกริชของนาง ที่ใช้สังหารดานิล...ก่อนจะแทงนางจนทะลุจากด้านหลัง...มาถึงหัวใจ

‘หมดเสี้ยมนาม...ฮ่าๆ’ มาร์ตินนี่หลงอำนาจความเป็นใหญ่ เขาวางแผนและเหตุการณ์ทั้งหมด เพื่อกำจัดผู้พิทักษ์แห่งรอฟเวย์ และตนเองจะได้อยู่เหนือกองกำลังทั้งปวง เผ่าริออน ไม่คิดจะอยู่ใต้ดินแดนรอฟเวย์ต่อไปหรอก เมื่อผู้พิทักษ์สิ้น ดินแดนแห่งนี้ก็หมดแขนขาปราการปกป้องภัยอันตราย...เผ่าของเขา กำลังบุกยึดดินแดนนี้...และชื่อดินแดนรอฟเวย์จงสลายสิ้นไปชั่วกาล...



ดานิล ตื่นตะลึงกับความฝันนิมิตอันใหม่ ในที่สุดเขาก็ได้รู้ข้อมูลที่แท้จริง และอันนาไม่ได้ เป็นคนเอาหัวใจของเขาไป ทุกอย่างมันแค่หายไปต่อหน้าเธอเท่านั้น ในที่สุดความตายก็มาเยือนเธอด้วย ดานิลกำหมัดแน่น เขาอยากจะฆ่า มาร์ตินนี่นัก เพราะมันฆ่าทุกคนที่ขวางทางอำนาจของมัน แม้ดินแดนรอฟเวย์จะสิ้นสลาย ไม่มีกล่าวถึงในประเทศจนทุกวันนี้

เมื่อเธอไม่รู้ ว่าหัวใจของเขาอยู่ที่ใดกัน เพราะด้วยพลังมนตราแห่งภูตพราย เป็นผู้จ้องจำหัวใจของเขาเอาไว้ และสิ่งใดล่ะ จะสามารถนำทางให้เขาไปพบหัวใจตนเองได้ เขาทนอยู่ในความอมตะ มานานมากแล้ว ใครๆ ก็ต้องการมัน แต่สำหรับเขาคือ ไม่อยากได้ โปรดเอาความนิรันดร์นี้ออกไปจากตัวเขาเถอะ



อันนา วรเวช ปรือดวงตาตื่นขึ้นมาด้วยความที่เนื้อตัวหนักอึ้ง ก่อนจะตะลึง เมื่อร่างกายของเธอ มีเสื้อผ้าคลายออก เกือบเปล่าเปลือย พอเหลือบไปมาองเห็นร่างชายหนุ่มโดยที่ท่อนบนถอดเสื้อออก เผยให้เห็นรอยสักโบราณ สีแดงเลือด แล้ว จู่ๆ มันก็ค่อยๆ จางหายไปดื้อๆ

ดานิล หยิบเสื้อเชิ้ตตนเองมาสวมใส่ เพื่อหักห้ามความดิบเถื่อนในร่างกาย ก่อนจะเดินก้าวเท้าหนีออกจากห้องสมุดไป โดยไม่บอกกล่าวคำใดๆ อันนาถึงกับตัวแข็งทื่อ เมื่อสรุปว่า...เขาทำอะไรกับเรือนร่างกายของเธอบ้าง กี่ครั้งแล้วที่เธอเสียตัวให้กับเขา เป็นระบายตัณหาราคะให้เขาจนหนำใจ...น้ำตาของผู้หญิงที่ไร้บ้านจากแดนเอเชีย และถูกลากพายังดินแดนอะไรไม่รู้จักสักนิด กำลังส่งสะอื้นไห้แทบขาดใจ

“นายหญิงคะ” เมดทาติน่า แตะตัวเรียกหญิงสาววัยลูกที่เนื้อตัวเสื้ออาภรณ์ยับยู่ยี่และหลุดรุย นางเข้ามาหลังจากเสียงเปิดประตูในห้องสมุดดัง เพียงแค่เห็นสภาพเจ้านายหนุ่ม นางก็เข้ามาดูมาดูหญิงสาวเอเชียทันที อันนาโผล่กอดร่างคุณยายเอาไว้แน่น

“ฮือๆ คุณยาย อันอยากกับบ้าน! ช่วยพาอัน...กลับบ้านได้ไหม” น่าสงสารเหลือเกิน เมดทาติน่าเอ่ยตัดเพ้อในใจ เหตุท่านดานิลจึงใช้อารมณ์ทางกายเป็นที่ตั้งกันนะ ชายหนุ่มจะรู้บ้างไหม ว่าทำให้หัวใจของหญิงสาวตัวเล็กๆ อย่างอันนา วรเวชเจ็บปวดมากแค่ไหน



เสียงสะอื้นไห้ที่ก้องแทรกเข้ามากระทบโซนประสาทของดานิล ‘อันอยากกับบ้าน!’

“คิดจะทรยศข้าอีกแล้วเหรออันนา เจ้าอย่าหวังเลยว่าจะได้ไปจากข้า!” ดานิลลั่นคำรามเสียงดัง ก่อนจะมือหนาข้างซ้ายทุบกำแพงทางเดิน เพิ่มระงับความโกรธเกรี้ยวแห่งจิตใจ

โปรดติดตามตอนต่อไป

บทที่ 11 ความรักที่บังตา...



Aricha
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 13 ก.ย. 2557, 21:41:11 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 13 ก.ย. 2557, 21:41:11 น.

จำนวนการเข้าชม : 1152





<< บทที่ 9 สิเน่หารัญจวน...   บทที่ 11 ความรักที่บังตา... >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account