รักแท้...เคียงใจ
รักแท้...เคียงใจ

โดย ต้นเรื่อง(ภูเพชร)

อารัมภบท

ณหทัย ‘ฉันจะเชื่อเขาได้ไหม ผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างเขา จะมาสนใจใยดีอะไรกับฉัน ผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่ไม่มีค่าพอให้ใครต้องจดจำ ขนาดแฟนหนุ่มที่คิดว่าดี คบกันมา กว่า 4 ปี ยังใช้เวลาแค่สิบนาที มาบอกเลิกได้อย่างไม่สะทกสะท้านอะไรเลย’

นราภพ ‘อย่าถามผมได้ไหม ว่ารักคุณเพราะอะไร ผมรู้แค่ว่าอยากมีคุณอยู่ใกล้ ๆ อยากมีคุณอยู่เคียงข้างใจ ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกเหล่านี้มันเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีผมก็สามารถบอกกับคุณได้อย่างมั่นใจ ว่าผู้ชายอย่างผมคนนี้ จะรักคุณคนเดียวตลอดไป’

มาพิสูจน์ รักแท้ ที่ไม่จำกัดนิยาม ของ ผู้ชายที่ชีวิตนี้มีเพียง หนึ่งใจ

-------------------------------------------------------------

ข้อความเล็ก ๆ ของคนต้นเรื่อง/ภูเพชร/ปีบเพชร

ก่อนอื่นต้องขออภัยท่านผู้อ่านทุกท่านเป็นอย่างสูงเลยนะคะ ที่หายไปนานแสนนานมาก
ตอนนี้พร้อมแล้วสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ให้จบ ไม่พูดพร่ำทำเพลงจ้า ไปอ่านตอนที่หนึ่งกันเลยเนอะ
อ่านแล้วรู้สึกอย่างไร ติชมวิพากษ์วิจารณ์กันได้นะคะ หรือจะต่อว่าต้นเรื่อง(ภูเพชร)ที่หายไปก็จัดมาได้เลยจ้า จังหวะนี้ยอมทู้กอย่าง :)

--------------------------------------------------

นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเป็นสำคัญ ทั้งพล็อตเรื่อง ชื่อตัวละครและคาแร็คเตอร์ตัวละครล้วนแล้วแต่ดำเนินไปตามเนื้อเรื่อง มิได้มีเจตนาจะกล่าวอ้างถึงบุคคลหนึ่งบุคคลใด และเนื่องจากเป็นนิยายเรื่องแรกในชีวิต หากมีจุดบกพร่อมประการใด ต้นเรื่องใคร่ขอคำชี้แนะจากทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ :)

Tags: หวานซึ้ง อบอุ่นใจ

ตอน: ตอนที่ 4 เข้าเรื่อง

ตอนที่ 4 เข้าเรื่อง โดย ต้นเรื่อง

“ขอบคุณพี่พลนะคะที่มาส่ง”

“ถูกใจไหมครับดินเนอร์ของเราสองคน”

หญิงสาวพยักหน้า แก้มแดงระเรื่อ ดินเนอร์ที่พึ่งจบไปเป็นอะไรที่สุดแสนวิเศษมากในความรู้สึกของเธอ ราวกับเธอได้นั่งทานอาหารอยู่ที่ประเทศต้นแบบเจ้าของสถาปัตยกรรม ราวกับว่าตนได้กลายเป็นเจ้าหญิงที่ได้รับประทานอาหารร่วมกับเจ้าชายและมีเหล่าข้าราชบริพารมาคอยดูแลรับใช้ก็ไม่ปาน

“ให้พี่เดินเข้าไปส่งในบ้านนะ พี่อยากสวัสดีคุณพ่อน้องตรีด้วย”

ณหทัยเบิกตากว้าง ก่อนจะโผเข้ากอดแฟนหนุ่ม ด้วยความรู้สึกยินดีเสียยิ่งกว่าได้ไปดินเนอร์เมื่อครู่นี้เสียอีก ตั้งแต่เป็นแฟนกันมาจนจะเข้าปีทีห้าอยู่แล้ว แฟนหนุ่มของเธอยังไม่เคยเข้าไปสวัสดีพ่อเธอเลย นี่เป็นเหตุผลที่พ่อเธอไม่ปลื้มเขามาจนถึงทุกวันนี้ ไม่นับรวมเรื่องอายุที่คุณพ่อว่าเขาแก่กว่าเธอเกินไปนั่นอีก แต่แค่นี้เธอก็ดีใจจนพูดไม่ออกแล้ว ถือเป็นนิมิตหมายอันดีต่อความสัมพันธ์ของเธอกับแฟนหนุ่ม วันนี้เธอมีความสุขที่สุดจริง ๆ

วัชพลเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เมื่อจู่ ๆ แฟนสาวที่หวงตัวสุดฤทธิ์ก็โผเข้ากอด มือขาวถือโอกาสกระชับร่างบางแน่น รอยยิ้มถูกอกถูกใจกระจายทั่วใบหน้า ถ้ารู้ว่าจะง่ายขนาดนี้ เขาใช้วิธีนี้ไปนานแล้ว

“กอดเค้าแล้ว อย่าลืมรับผิดชอบเค้าด้วยนะ” วัชพลส่งเสียงแซว

ณหทัยผละออกด้วยความเขินอาย ร่างบางรีบเดินนำชายหนุ่มเข้าไปในรั้วบ้าน

อีกมุมหนึ่งนราภพยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกแสบ ๆ คัน ๆ ระคนไม่ชอบใจ ดวงตาคมกล้าเต็มไปด้วยไฟที่พร้อมจะมอดไหม้ทุกสิ่งอย่างในชั่วพริบตา ‘ทำไมนะ ทำไมไม่เป็นเขาที่เจอเธอก่อน’ มือแกร่งอัดไปที่ต้นไม้อย่างต้องการระบายอารมณ์

ผมว่าต้นไม้มันไม่เกี่ยวนะครับนาย”
เพชรเดินออกมาจากมุมมืด ตามมาด้วยภัคค์ในลุคชาวสวนจำปีที่เดินตามหลังออกมา

“หรือจะเป็นหน้าพวกนายสองคนที่เหมาะ”

“หืมมม ไม่ดีมั้งครับ” สองหนุ่มส่ายหน้าดิก

นราภพระบายอารมณ์จนเป็นที่พอใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงตามหนุ่มสาวคู่รักไป

สองคู่หูหันมามองหน้ากัน

“ผมว่าเจ้านายช้าไป ใกล้ก็ใกล้กว่ายังทำคะแนนไม่ได้ แย่อ่ะ เนอะ” ภัคค์หันไปพยักพเยิดกับเพชร เพชรก็เออออห่อหมกด้วยคน สองหนุ่มลงความเห็นอย่างพร้อมเพียงว่าเจ้านายของตนนั้นเป็นสุภาพบุรุษเกินไป เอาแต่แอบมองมันจะไปได้เรื่องอะไรกัน

-----------------------------

ความสัมพันธ์ของณหทัยกับแฟนหนุ่มดีวันดีคืน หลังจากวัชพลมาแสดงความเคารพคุณในครั้งนั้น คุณดนัยก็อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ภาพที่เคยติดลบกลับค่อย ๆ กลายเป็นบวกในสายตาผู้สูงวัยกว่า วัชพลเข้านอกออกในบ้านสวนจำปีเป็นว่าเล่น ไปมาหาสู่กับณหทัยทุกวัน กลายเป็นหนามตำใจของหนุ่มอีกคนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน นราภพได้แต่เฝ้ามองทั้งคู่ประหนึ่งมดแดงที่แฝงอยู่กับพวงมะม่วง

“เฮ้อ…ทำใจซะเน้อภพเน้อ เอ็งยังหนุ่มยังแน่น อาจจะหาได้ดีกว่าลูกสาวลุงก็ได้”

คุณดนัยที่เฝ้ามองท่าทีซังกะตายของหนุ่มรุ่นลูกมานาน เอ่ยเตือนในวันหนึ่ง ไม่ใช่ว่าเจ้าภพมันไม่ดี ตนเองก็อยากได้เจ้าหนุ่มนี่เป็นลูกเขย แต่จะให้ไปพรากคู่รักนั่นได้ยังไง เจ้าหนุ่มผู้จัดการนั่นมันก็พอใช้ได้ หน้าที่การงานดี การศึกษาดี เป็นหนุ่มอนาคตไกล และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือลูกสาวตนรักใครชอบพออยู่กับวัชพล ไม่ใช่นราภพ

“ถ้าทำได้ง่ายขนาดนั้นก็คงจะดีนะครับ”

นราภพกล่าวเสียงเศร้า ‘หาอ่ะหาได้ แต่ถูกใจคนนี้ไปแล้วทำไงได้ เปลี่ยนใจยากเสียด้วยสิ’ นัยต์ตาที่มองไปยังหนุ่มสาวคู่รักฉายแววหม่นหมอง ดนัยตบบ่าหนุ่มรุ่นลูกอย่างให้กำลังใจ

“ไหวไหมล่ะ เห็นภาพบาดตาบาดใจทุกวันแบบนี้ อยากไปพักผ่อนที่ไหนซักอาทิตย์ไหม ลุงจะออกเงินให้”

นราภพหันกลับมามองผู้งวัยกว่า พลางพยักหน้าอย่างจำยอม คุณดนัยเสนอแนวทางที่เข้าทีดี หลบไปสักพักก็ดีเหมือนกัน อยากจะรู้ว่าใจมันจะยังแสบ ๆ คัน ๆ เหมือนอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้รึเปล่า

รุ่งเช้าณหทัยจึงได้เห็นนราภพเดินลงบ้านมาพร้อมกับเป้ใบหนึ่ง เธอก็อดถามไถ่ไม่ได้

“นั่นคุณภพจะไปไหนคะ?”

“หลบไปพักรักษาใจสักพักครับ เดี๋ยวกลับมาใหม่” นราภพตอบตามความเป็นจริง หญิงสาวยิ้มขำ เธอไม่เห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะมีฟงมีแฟนอะไรกับใครเขาเลย แล้วจะอกหักได้อย่างไร

“เอ…ใครกันนา? ช่างทำร้ายจิตใจคุณภพได้ จัดว่าเป็นคนที่ใจร้ายจริง ๆ เลยนะคะ ทำร้ายจิตใจพี่ชายที่แสนดีของตรีได้ซะนี่”

“ใช่ครับ ใจร้าย ใจร้ายมาก”

ดวงตาสีน้ำตาลคมกล้าส่งตรงไปยังคนถามนิ่งและนาน คล้ายกับจะสื่อให้เธอรู้ว่าผู้หญิงใจร้ายคนนั้นยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี่เอง ณหทัยยิ้มเจื่อนลง เริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับสายตาที่นราภพส่งมา ทำไมนัยน์ตาคู่นั้นช่างเศร้า เว้าวอน ราวกับว่าตนไปทำอะไรให้เจ็บช้ำใจเสียอย่างนั้น

“ผมขอตัวก่อนละกันนะครับ” ‘ขืนอยู่ต่ออีกนิดผมคงเผลอคว้าตัวเธอมาเขย่าให้หัวสั่นหัวคลอน’

“เดินทางปลอดภัยนะคะ”

ณหทัยเปล่งเสียงตามหลังไป เธอไม่รู้จะเอื้อนเอ่ยอะไรที่ดีไปกว่านั้นแล้ว ได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างของคนตัวโตไปจนลับสายตา ‘เขาต้องการจะสื่ออะไรกันนะ’

----------------------------------------------------------

ภายในผับดังมีชื่อแห่งหนึ่ง เสียงดนตรีที่ดังอึกทึกคึกโครมปลุกความสดใสร่าเริงของเหล่าผีเสื้อราตรีให้ออกมาวาดลวดลายแดนซ์กันกระจายอย่างสนุกสุดมันส์ ควันบุหรี่ลอยคละคลุ้งผสมไปกับกลิ่นแอลกอฮอล์นานาชนิด นักเที่ยวมากหน้าหลายตาส่งเสียงตะโกนแข่งกับเสียงดนตรีเพื่อทำการสนทนากันอย่างออกรส บาร์เทนเดอร์หนุ่มควงขวดเครื่องดื่มหลากสีสันแจกจ่ายความมึนเมาให้กับสิงห์นักดื่มทั้งชายและหญิงอย่างขะมักเขม้น

มุมหนึ่งของสถานบันเทิงชื่อดัง วัชพลกำลังเคล้าคลอเคลียอยู่กับสาวงามนางหนึ่ง มือซ้ายถือแก้วรูปทรงสวยที่ด้านในบรรจุน้ำสีอำพัน ส่วนมือขวาคีบบุหรี่ยี่ห้อดัง ท่าทางมีความสุขเหนือคำบรรยาย

“อุ้ย!...คุณพลไปอดอยากปากแห้งมาจากไหนคะเนี่ย ถึงได้มาตะกรุมตะกรามใส่น้ำหวานขนาดนี้”

วัชพลไม่นำพาต่อเสียงซักไซ้ไล่เรียง ริมฝีปากยังคงซุกไซร้ไปตามลำคอขาวผ่องเรื่อยลงมายังร่องอกอวบที่ล้นทะลักออกมาจากเกาะอก สาวน้อยนุ่งน้อยห่มน้อยนามว่าน้ำหวาน แสดงท่าทีผลักไส แต่ริมฝีปากกลับแย้มยิ้มหัวร่อต่อกระซิกกับความตะกละของคนตรงหน้าอย่างชอบอกชอบใจ แต่คงจะแสดงออกมากเกินไป จนฝ่ายชายชักเกิดความรำคาญ

“อย่ามาทำสะดีดสะดิ้งน่าน้ำหวาน ของมันเคย ๆ กันอยู่”

“แหม คุณพลก็ ทำเป็นไม่รู้ใจน้ำหวานไปได้”

สองคนประสานสายตากันอย่างร้อนแรง วัชพลผละออกจากดาวยั่วตรงหน้าชั่วครู่ วางทิ้งทั้งเหล้าทั้งบุหรี่ ก่อนจะเริ่มต้นคลุกวงในอย่างตั้งอกตั้งใจ ไม่ใส่ใจว่าคนจะมากน้อยเพียงใด ด้วยมั่นใจว่ามุมที่ตนเลือกนั้นค่อนข้างลับตาคน วัชพลจริงจังซะจนน้ำหวานตกใจ จะมีความสุขทั้งที ขอให้เธอได้เลือกสักนิด

“ว๊าย! คุณพลไม่ได้นะ จะมาเมคเลิฟกับน้ำหวานตรงนี้ไม่ได้นะเสียยี่ห้อน้ำหวานหมด”

วัชพลชักสีหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ นึกในใจว่าจะมาเรื่องมากอะไรตอนนี้ แต่จนแล้วจนรอดชายหนุ่มก็ยอมตามใจคู่ขา สองร่างโอบกอดนัวเนียกันไปตามทางเดิน จุดมุ่งหมายคือห้องพักชั้นบนที่สถานบันเทิงแห่งนี้มีไว้คอยบริการ แต่ไปได้ไม่ถึงไหน ทั้งคู่ก็ต้องชะงัก เมื่อปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ของชายฉกรรจ์สามคน

“เสี่ยให้มาเชิญไปพบ”

หนึ่งในสามแถลงไขให้วัชพลเข้าใจ แต่อีกฝ่ายหาได้ใส่ใจไม่

“ฝากบอกเสี่ยละกัน วันนี้ฉันยังไม่ว่าง ไว้…”

ยังไม่ทันพูดจบ วัตถุสีดำสนิทก็จ่อมาที่หน้าอก ให้วัชพลได้หวาดเสียวเล่น ๆ สองคู่ขาหน้าซีดทันตาเห็น

“ไม่มีแต่ เสี่ยรออยู่ข้างบน”

“คุณพลไปพบเสี่ยเถอะนะคะ น้ำหวานขอตัวก่อน”

อารมณ์รักกระเจิดกระเจิง น้ำหวานบอกลาขาประจำที่ตนเองติดใจในรสชาติของกามารมณ์อย่างปัจจุบันทันด่วน ถ้าถึงขนาดเอาปืนจ่อกันแบบนี้ เธอคงอยู่ให้โง่หรอก ขืนอยู่ต่ออาจจะได้กินลูกปืนแทนเซ็กส์ที่อยากได้กันพอดี

“เดี๋ยว น้ำหวาน เดี๋ยว…โธ่เว้ย!”

เรือนร่างยั่วยวนเผ่นออกนอกประตูไปอย่างรวดเร็ว วัชพลปัดปืนที่จ่อหน้าอกตนทิ้งอย่างไม่สบอารมณ์ ตอนนี้ตนหงุดหงิดงุ่นง่านไปหมด กำลังจะเห็นสวรรค์อยู่รำไร ไอ้เสี่ยบ้านี่เสือกอยากจะคุยด้วยอีก

“ไม่ต้องมาจับ เดินเองได้!”

วัชพลตะโกนสู้เสียงดนตรี แต่ชายร่างยักษ์ก็หาสนใจไม่ ร่างสันทัดที่ดูเล็กลงไปถนัดตาเมื่อขนาบข้างด้วยร่างใหญ่ยักษ์ ถูกหิ้วปีกลากไปตามทางเดินอย่างหมดทางขัดขืน

---------------------------------

“เข้าไป”

แรงเหวี่ยงของชายร่างยักษ์ส่งผลให้วัชพลถลาลงไปกองกับพื้นกลางห้องแทบเท้าคนที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าขาวผ่องของวัชพลที่จดจ้องอยู่กับรองเท้าสีดำมันปลาบเมื่อแรกที่ถูกพาเข้ามา ค่อย ๆ แหงนสูงขึ้น ไล่ระดับไปเรื่อยจากรองเท้ามันเงาสู่กางเกงสแลคเนื้อดีสีดำสนิท กับท่อนขาที่ไขว้กันอยู่ในท่านั่งไขว่ห้าง เสื้อเชิ้ตแขนยาวแบรนด์ดังสีโอรสกับท่อนแขนที่ขัดกันในท่ากอดอก สายตาหวาดระแวงเคลื่อนมาหยุดที่ใบหน้าคมสันของเจ้าของห้อง ที่จ้องอีกฝ่ายอยู่ก่อนแล้ว ราวกับเด็กได้ของเล่นถูกใจ

“สวัสดี ๆ คุณวัชพล ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเครืออัศวเดชา กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ผลประกอบการพุ่งทะยานแบบที่เอาอะไรมาฉุดก็ฉุดไม่อยู่”

บุรุษที่กล่าวคำทักทายขึ้นมาก่อนคือเสี่ยกันต์ธร หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบกว่า เจ้าพ่อสถานบันเทิงสุดหรูระดับห้าดาวหลายต่อหลายแห่ง เสี่ยกันต์ธรจัดว่าเป็นเสี่ยที่ดูดีที่สุดคนหนึ่งก็ว่าได้ ด้วยรูปร่างสมาร์ทกำลังพอดีไม่อ้วนไม่ผอม ที่สำคัญคือความโสด ที่ทำให้สาว ๆ หลายคนยอมตกลงไปในหลุมพรางที่หนุ่มใหญ่แบดด์บอยคนนี้ขุดล่อลวงไว้

วัชพลขยับตัวลุกขึ้นยืน มือขาวปัดไปตามเสื้อผ้าหน้าผม

“เสี่ยน่าจะต้อนรับผมให้ดีกว่านี้”

คิ้วหนาได้รูปของเจ้าของห้องเลิกขึ้นเล็กน้อยเชิงประหลาดใจ ก่อนที่เสียงหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจแกมเย้ยหยันจะตามมา ไอ้หมอนี่มันกล้าดี ร่างสูงใหญ่เดินวนรอบวัชพลอย่างพินิจพิจารณา

“บอกผมหน่อย คุณบอกผมหน่อย ว่าผมต้องอ่อนน้อมถ่อมตนให้กับลูกหนี้ที่ติดหนี้ผมเกือบสิบล้านแล้วยังทำเพิกเฉยด้วยใช่ไหม หะ ?!”

สิ้นเสียงถามกรรโชกร่างของวัชพลก็ลอยหวือเข้าหาเสี่ยกันต์ธรตามแรงกระชากที่คอเสื้อ

“ระลึกไว้ คุณเป็นใคร ผมเป็นใคร อย่ามาใช้น้ำเสียงแบบนี้กับผม จำไว้!”

คอเสื้อถูกปล่อยวัชพลเซผงะออกมาเล็กน้อย มือขาว ๆ ยกขึ้นปาดเหงื่อที่ผุดพรายเต็มหน้า ตกใจกับอารมณ์อันแปรปรวนของเสี่ยใหญ่ พึ่งหัวเราะหยก ๆ ไม่ถึงนาทีเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดได้ดุดันน่ากลัว ลมหายใจค่อย ๆ ผ่อนออกมาเบา ๆ อย่างโล่งอกเมื่อร่างกายไม่ได้ถูกคุกคาม หลังจากตั้งสติได้ผู้จัดการหนุ่มก็เริ่มเอ่ยปากเจรจาพาที

“ผมขอโทษครับเสี่ย เสี่ยใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ ผมกำลังดำเนินการให้อยู่ ไม่เกินเดือนหน้าครับ ผมมีเงินมาใช้เสี่ยแน่นอน”

กันต์ธรโบกมือ บ่ายหน้า กิริยาแสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น ในเมื่อวัชพลมาเล่นเสียเองในบ่อน ตนไม่ได้ใช้เล่ห์กลอะไรสักนิด เล่นไม่ระวัง เล่นไม่รู้จักประมาณเอง แล้วจะโทษใคร พอเสียขึ้นมาตนก็อุตส่าห์ออกเครดิตให้ เพราะเห็นว่าเป็นลูกค้าขาประจำที่มาเล่นจนคุ้นหน้าคุ้นตากันดี ถึงตอนนี้ตนเองก็ให้เวลามานานพอแล้ว สมควรแก่เวลาที่จะเรียกคืนทั้งต้นทั้งดอกสักที

“ไม่ล่ะ ๆ จะเดือนนี้เดือนหน้าผมไม่สนทั้งนั้น ผมปราณีคุณมามากแล้ว คุณฟังผมให้ดีนะ อีกสามวันหนี้สินทั้งหมดมาเคลียร์กัน”

“แต่เสี่ยครับ…”

“ไม่มีแต่...ถ้าสามวันไม่มีเงินมาให้ผมสิบล้าน คุณเอาเงินที่คุณมีเหลืออยู่ไปซื้อโลงเตรียมไว้ได้เลย!”

วัชพลกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืด ๆ สามวัน! จะไปหาเงินมาจากไหนตั้งสิบล้าน ที่บริษัทเองก็ไม่มีช่องโหว่ให้กอบโกยเหมือนเมื่อช่วงก่อน ขนาดว่าไม่เคยเห็นหน้าท่านประธานเลยสักครั้ง แต่เลขาคนสนิทก็ยังคุมแจ กระดิกไปไหนไม่ได้เลย คิดแล้วให้เจ็บใจตัวเองนักที่เล่นโง่เล่นบ้าจนพาลฉิบหายไปถึงขนาดนี้

กันต์ธรมองท่าทางราวกับจะตายของวัชพลอย่างสมเพช พวกผีพนันเป็นแบบนี้เสมอ เห็นมานักต่อนัก ตอนเล่นไม่คิด พอติดหนี้ก็จะเป็นจะตาย แล้วมันก็ไม่ใช่หน้าที่ที่ตนจะต้องมานั่งสงสารคนนั้นคนนี้เสียด้วย

เจ้าหนี้จากไปแล้ว เหลือเพียงแต่ลูกหนี้ที่หมดเรี่ยวแรงจะยืน ร่างของวัชพลทรุดลงกับพื้นห้อง สองมือกุมศีรษะอย่างสับสน ปลายนิ้วดึงทึ้งเส้นผมอย่างคนกำลังพยายามใช้ความคิดอย่างหนักหน่วง และแล้วดวงตาที่ฉายแววเจ้าเล่ห์ก็สว่างวาบขึ้นมา ริมฝีปากซีดเซียวเมื่อครู่จุดรอยยิ้มมาดร้ายให้แต่งแต้มที่มุมปาก วัชพลหุนหันออกไปอย่างรวดเร็ว

-----------------------------------

“ใครกันน้า...ทำให้หลานย่าเหม่อลอยได้ถึงเพียงนี้”

เสียงคุณหญิงนภาจากด้านหลัง ช่วยดึงสติของหลานชายที่หลุดลอยไปในภวังค์ให้กลับมาสู่ปัจจุบัน นราภพวางถ้วยกาแฟที่ถือค้างไว้นานจนเย็นชืดลงกับโต๊ะหิน พลางส่งยิ้มน้อย ๆ ให้กับผู้เป็นย่า หนึ่งวันที่นี่อาจจะน้อยไปเพราะไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลย ตรงกันข้ามเมื่อความเป็นห่วงกลับยิ่งทวีคูณ อยากเห็นหน้า อยากได้ยินเสียง สักนิดก็ยังดี เขาคงจะเพี้ยนไปแล้วที่เป็นเอามากขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีแฟน มีจนเลิกมี แล้วก็หยุดเพราะเบื่อ อยู่ตัวคนเดียวกับงานการยังสนุกเสียกว่า แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่

คุณนภามองหลานชายอยู่สักพัก ก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะ เธออดขำไม่ได้ อาการแบบนี้ชาวบ้านเขาเรียกว่า ‘คลั่งรัก’ หลานชายเธอคงไม่รู้ตัวกระมังว่าอาการตอนนี้ของเขาเหมือนพวกเด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดสิบแปดที่พึ่งเคยมีความรักครั้งแรกแล้วเกิดอาการคลั่งไคล้อย่างไรอย่างนั้น

นราภพมองคุณย่าตัวเองอย่างงง ๆ “คุณย่าขำอะไรครับ”

“ยังจะมาถาม ขำเจ้านะสิ ตลกจะตายไป ยังหนุ่มยังแน่นแท้ ๆ แต่มานั่งถอนหายใจเป็นว่าเล่น มันเป็นยังไงจ๊ะ สาวเขาไม่รับรักใช่มั้ย” ผู้เป็นย่าพูดไปยิ้มไปอย่างอารมณ์ดี นานทีปีหนจะได้เห็นหลานชายผู้เพอร์เฟคออกอาการกับเขาแบบนี้ มันเข้าทีดีเหมือนกันนะ

“ไม่ใช่แค่ไม่รับรัก แต่เขามีเจ้าของเป็นตัวเป็นตนเลยล่ะครับ เฮ้อ…”

ผู้เป็นหลานกล่าวแก้เสียงอ่อยตามด้วยเสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ผู้เป็นย่าซัดเผียะไปที่ต้นแขนแน่นหนั่นด้วยมัดกล้ามนั่นอย่างหมันไส้เต็มกำลัง

“ให้มันน้อย ๆ พ่อคุณ แค่นี้ทำซังกะตาย ตกลงรักเค้าไหม ตอบย่ามา เห็นวางแผนไปเฝ้าอยู่เป็นนาน ลูกนงลูกน้องรวนกันไปหมด”

“โธ่คุณย่าครับ นั่นผมไปเพราะมันเกี่ยวกับงานต่างหาก” นราภพแก้ตัวไปข้าง ๆ คู ๆ ไม่อยากให้คุณย่าจับได้ไวนัก แต่แล้วก็ต้องลูบแขนป้อย ๆ เมื่อผู้เป็นย่าซัดลงมาอีกทีที่ต้นแขน

“ยังจะมาแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ เห็นย่าเป็นเด็กสองขวบหรือไง เรื่องแค่นั้น คนของเราตั้งเยอะแยะใช้ไปทำก็ได้ ไม่เห็นจะต้องเอาตัวเข้าแลกขนาดนั้น”

“ไม่ได้ครับ ผมเป็นคนทุ่มเท” กล่าวจบนราภพก็ต้องขยับหลบฝ่ามือพิฆาตที่เงื้อมาแต่ไกล คุณนภาหมันเขี้ยวเสียเต็มประดา

“ตีให้ตายเชียวหลานคนนี้ ชอบทำอะไรเสี่ยง ๆ อยู่เรื่อย แล้วตกลงว่าไงบอกย่าได้ยังว่ารักเขารึเปล่า”

“ก็ถ้าไอ้อาการ อยากเห็นหน้า อยากพูดด้วย อยากกอด อยากจูบ ไม่ชอบเวลาเธอไปยิ้มให้ผู้ชายคนอื่น ไม่ชอบเวลามีคนเข้ามาก้อร่อก้อติกเธอมันเป็นอาการของความรัก ก็คงใช่กระมังครับ” พอกลับมาพูดเรื่องนี้ นราภพตอบผู้เป็นย่าเสียงเนือย คุณนภาตาโต ไม่ใช่เล่น ๆ เลยนะเนี่ย อาการเข้าขั้นเลยหลานชายเธอ

“ก็รู้นี่...แล้วบอกเขาหรือยัง”

“เขาไม่เห็นผมในสายตาเลย จะให้ผมบอกยังไง”

“แต่เขาอยู่ในสายตาเราใช่ไหม”

“ครับ”

“งั้นก็ง่ายนิดเดียว” เครื่องหมายคำถามขึ้นเต็มหน้าหลานชาย คุณนภาจึงอธิบายต่อ

“ความรักมันมีหลายรูปแบบ รักแล้วไม่จำเป็นต้องครอบครองก็ได้จริงไหม แค่เห็นเขาอยู่ดีมีสุขเราก็สุขใจได้เหมือนกัน”

“แต่ผมไม่ชอบแบบนี้เลย” ผู้เป็นหลานหน้ามุ่ย

“ก็ง่ายอีกเหมือนกัน”

นราภพไม่เข้าใจว่าย่าพยายามจะสื่ออะไร ผู้เป็นย่ารีบขยายความ

“ง่ายสิ อยากได้ก็ฉุดเขามาไง บังคับจิตใจให้เขารัก ภพสามารถทำได้อยู่แล้ว พร้อมทั้งเงิน ทั้งคน และอำนาจ ย่าเองก็ไม่ขัดถ้าหลานจะทำแบบนั้น แต่จะรับได้ไหมกับความรักที่ได้มาด้วยการบังคับ ชีวิตจริงไม่ใช่นิยายนะ ผู้หญิงไม่ได้ชอบผู้ชายหล่อรวยเลวไปซะทุกคน เวลาอาจจะช่วยได้สำหรับบางคู่ แต่อีกหลายคู่ต้องทนอยู่กันแบบทรมาน เหมือนตายทั้งเป็นเพราะความไม่เข้าใจกัน ลงท้ายก็อยู่ด้วยกันไม่ได้”

“โธ่...คุณย่าเล่นดักทางหมดแบบนี้”

“ย่ากำลังพูดเรื่องจริงของชีวิตคู่อยู่ต่างหาก”

นราภพเดินมาสวมกอดผู้เป็นย่าอย่างรักใคร่เทิดทูน ทุกคำสอนของท่านคือเครื่องเตือนสติสอนใจชั้นเลิศ คุณย่าของเขาท่านไม่ใช่คนสวยจัด แต่ท่านคิดดีทำดีและปฏิบัติตนให้เห็นเป็นแบบอย่างแก่ผู้ใกล้ชิดเสมอ ผู้หญิงในอุดมคติของนายนราภพจึงไม่จำเป็นต้องสวย ขอแค่จิตใจดีได้อย่างคุณย่าเขาก็พอใจ หัวใจอันหนักแน่นของนราภพกระหวัดไปถึงหน้าใครบางคนที่ตนเองมีโอกาสได้ใกล้ชิดสนิทสนมมาหลายเดือน ณหทัยใช่ทุกข้อสำหรับเขา ผิดที่ว่าเขานั้นอาจจะไม่ใช่สำหรับเธอ ชายหนุ่มลอบถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยปากอย่างหนักแน่นต่อหน้าหญิงชราที่ตนเคารพรัก

“คุณย่าวางใจเถอะครับ หลานชายคุณย่าคนนี้จะไม่ใช้อำนาจที่มีในทางที่ผิด ผมจะเลือกข้อแรกที่เราคุยกัน ความรักไม่จำเป็นต้องครอบครองเป็นเจ้าของ ผมจะอยู่ข้าง ๆ เธออย่างผู้ที่ปรารถนาดีต่อกันพึงกระทำ โอเคไหมครับ”

ผู้สูงวัยพยักหน้าอย่างพึงพอใจ พลางลูบศีรษะหลานชายอย่างอ่อนโยน ถึงคราวนี้จะรับคำง่ายไปสักหน่อยก็ตาม เธอก็ยังเบาใจ เพราะหลานชายเธอคำไหนคำนั้นเสมอ แม้นราภพจะไม่ใช่คนเกเรเกเสอะไร แต่ก็เป็นประเภทเชื่อมั่นในตนเองสูง บางครั้งการขาดสติก็สามารถทำให้คนเราทำสิ่งที่ผิดพลาดได้เหมือนกัน ซึ่งเธอไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น

“แต่...ถ้าไอ้หมอนั่นมันเลือกเดินทางผิด ผมในฐานะผู้หวังดีก็มีสิทธิ์ทำให้เธอตาสว่างได้ใช่มั้ยครับ”

‘นั่นประไร’ คุณนภาอุทานในใจ ผิดจากที่คิดไว้เสียที่ไหน แต่ยังดี อย่างน้อยเธอก็มั่นใจว่าหลานชายเธอจะไม่มุทะลุแย่งชิงหักหาญเพื่อให้ได้มา

นราภพยิ้มอย่างหมายมาด หมดเวลาพักผ่อนแล้วหัวใจ เขาต้องรีบกลับไปดูแลเธออย่างคนที่มีความปรารถนาดีให้แก่กัน ขืนชักช้าอาจจะพลาดอะไรไป คนอื่นจะอย่างไรไม่รู้ สำหรับเขา ‘ดอกไม้ไม่ควรอยู่ในมือมาร’

--------------------------------------

กันต์ธรนั่งหมุนปากกาในมือเล่นอย่างรอเวลา วันนี้ครบกำหนดสามวันที่เขาให้ไว้กับวัชพล เขาจะรอถึงเที่ยงคืนถ้ามีเงินมาให้เขามันรอดแต่ถ้าไม่มีหรือไม่มา คนของตนที่ตามประกบมันอยู่จะลงมือทันทีเพียงตนส่งสัญญาณบอกเท่านั้นเอง ใจจริงเขาก็ไม่อยากโหดเหี้ยมอะไรแต่เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย มันต้องแสดงให้เห็นกันบ้างว่าคนอย่างเสี่ยกันต์ธรคำไหนคำนั้น

“เสี่ยครับ วัชพลมาถึงแล้วครับ”

นึกถึงก็มาพอดี กันต์ธรหมุนเก้าอี้หันมาทางประตูห้องก่อนจะส่งเสียงให้คนของตนพาลูกหนี้เข้ามา วัชพลก้าวตามมาในห้องอย่างมาดมั่น เช็คเงินสดจำนวนสิบล้านถูกยื่นให้เสี่ยใหญ่ในทันที

กันต์ธรหรี่ตารับเช็คมาพิจารณา เท่าที่รู้มาไอ้หมอนี่ไม่มีสมบัติให้ผลาญแล้วมีก็แต่เงินเดือนจากเครืออัศวเดชากับเงินใต้โต๊ะที่มันได้นิด ๆ หน่อย ๆ มันไม่น่าจะหาเงินได้ไวเพียงนี้ หรือมันคิดจะย้อมแมวเอาเช็คเด้งมาให้

“รับรองไม่มีเด้ง” ราวกับนั่งอยู่ในใจวัชพลกล่าวดักคอเสี่ยใหญ่ เมื่อเห็นอีกฝ่ายขยับจะถาม กันต์ธรระเบิดเสียงหัวเราะอย่างชอบใจ อดคิดไม่ได้ว่าไอ้นี่มันร้ายใช่เล่น มือหนาเอื้อมไปตบบ่าลูกหนี้เบา ๆ

“ดี ไอ้น้อง ให้มันได้อย่างนี้ เป็นหนี้ก็ต้องรู้จักใช้ แบบนี้ค่อยคุยกันง่ายหน่อย คาสิโนพี่ยินดีต้อนรับเสมอ”

“ขอบคุณครับเสี่ย”

เบื้องหน้าวัชพลกล่าวขอบคุณอย่างเสียมิได้ แต่สิ่งที่อยู่ภายในใจมีแต่ความอาฆาตพยาบาท ‘ไม่ต้องห่วงไอ้เสี่ย กูหาโอกาสไปเอาเงินกูคืนแน่นอน’ ฝ่ามือขาวกำแน่นจนแทบไม่มีสีเลือด ผิวที่ขาวอยู่แล้วยิ่งขาวเข้าไปอีกจนกลายเป็นซีด ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจกับที่มาของเงินก้อนนี้

“ถ้าไม่มีไรแล้ว ผมขอตัวนะครับ”

กันต์ธรพยักหน้า เขาได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ผู้จัดการนี่ไม่มีประโยชน์อีกต่อไป แต่เพื่อป้องกันตัวเองจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ เสี่ยใหญ่จึงสั่งให้ลูกน้องตามประกบวัชพลต่อไปก่อน เช็คไม่เด้งค่อยปล่อยตัว

ทางด้านวัชพลเมื่อมาถึงบ้านพักก็ขว้างปาข้าวของเป็นการระบายอารมณ์ที่เชี่ยวกรากรุนแรง เสี่ยนั่นมันจะรู้ไหมว่าเขาต้องตอบรับข้อเสนอเป็นผัวน้อยคอยบำรุงบำเรอกามารมณ์ให้ยายนิดาเศรษฐีหม้ายวัยห้าสิบเศษตามที่ยายนั่นต้องการ เพื่อให้ได้เงินก้อนนี้มา ถ้าแค่นอนด้วยเฉย ๆ ก็คงจะไม่เจ็บแค้นอะไรแต่ยายนิดานั่นเป็นโรคจิตวิตถารชอบทรมานคู่นอนก่อนสมสู่ด้วย แผ่นหลังและหน้าอกเขาเต็มไปด้วยบาดแผลทั้งรอยแส้และรอยพุพองอันเกิดจากน้ำตาเทียน ที่แทบจะอกแตกตายเสียให้ได้คือพันธะนี้ไม่มีทางจบลงง่าย ๆ อย่างที่ต้องการแน่นอน เขาต้องคอยบำรุงบำเรอและรองรับความซาดิสต์จากนาง จนกว่านางจะพอใจหรือเจอคนใหม่ที่ถูกใจกว่าตนนั่นเองเขาถึงจะเป็นไท

------------------------------------
แล้วพบกันใหม่ตอนที่ 5 นะคะ

#ยัยตัวนุ่มนิ่ม - ขอบคุณมากนะคะสำหรับการติดตามตั้งแต่ 7 ปีที่แล้วมาจนถึงตอนนี้ทุกตอนเลย :)

อ่านแล้วรู้สึกยังไง ติชมกันได้นะคะ :)



ปีบเพชร
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 29 ก.ย. 2557, 23:48:48 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 29 ก.ย. 2557, 23:48:48 น.

จำนวนการเข้าชม : 1428





<< ตอนที่ 3 นายวัชพล   ตอนที่ 5 เป็นเรื่อง >>
ยัยตัวนุ่มนิ่ม 1 ต.ค. 2557, 19:43:29 น.
มาให้กำลังใจจ้า รอตอนต่อไป ^_^


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account