หลังม่านเมฆ

Tags: สืบสวน โรแมนติก

ตอน: ---- (4) ----

หลายวันผ่านไปปณาลีไม่พบเจอกวินภพอีกเลย ดีแล้วที่เป็นเช่นนี้ เพราะยังโกรธ ไม่เข้าใจ และเสียใจในการกระทำของเขา กอปรกับสถานการณ์ระหว่างกวีวัธน์และปวิตราก็เลวร้ายลงเรื่อยๆ พี่เขยของเธอเริ่มดื่มเหล้าเมามาย จริยาบอกว่าเป็นเพราะกวีวัธน์ไม่มีโอกาสปรับความเข้าใจกับปวิตราเลย บางครั้งเมื่อชายหนุ่มเมา เขามักรำพันออกมาในเชิงไม่เข้าใจภรรยา เขาไม่รู้สาเหตุที่ปวิตราตีจากเขา

ปวิตราแวะมาหาฝาแฝดแทบนับครั้งได้ และทุกครั้งมักมากับพีรัช ปณาลีจำได้ว่าครั้งล่าสุดเธอมองพีรัชตาขวางจนภามต้องเอ่ยเตือน แม้ลึกๆ บิดาของเธอจะไม่พอใจพีรัชเหมือนกับเธอก็ตาม

เมื่อมีเวลาคิด ปณาลีมักพาลโกรธกวินภพทุกครั้ง เขาบอกว่าพีรัชคือตัวการ คือตัวทำให้ความสัมพันธ์ของปวิตราและกวีวัธน์เลวร้ายลง ปณาลีปฏิเสธสิ่งนั้นมาตลอด เธอไม่เชื่อ มันไม่มีเหตุผลใดๆ ที่คุณอาที่รักและเอ็นดูหลานมากอย่างพีรัชจะอยากเห็นชีวิตคู่ที่ล้มเหลวของหลาน แต่เมื่อพีรัชกลายเป็นเงาตามตัวของปวิตราในยามที่หญิงสาวมีปัญหาครอบครัว และไม่มีทีท่าจะไกล่เกลี่ยให้สถานการณ์ดีขึ้น คำพูดและความเชื่อของกวินภพก็วิ่งวนเข้ามาในหัวของเธอทุกครั้ง นั่นยิ่งเจ็บใจ เจ็บใจที่ดูเหมือนเขาจะคิดถูก เจ็บใจในหลายๆ สิ่งที่เขาทำกับเธอ

สุดท้ายแล้วปณาลีก็ยังไม่สามารถสืบรู้ว่าเหตุผลใดที่ทำให้ปวิตราและกวีวัธน์ต้องห่างเหินกัน หญิงสาวต้องทำหน้าที่เสมือนแม่คนที่สองของอิชย์กับอัณณ์ ซึ่งเป็นภาระที่หนักหนาเอาการ ยังโชคดีที่ปรียาคอยช่วยเหลือ ยิ่งไปกว่านั้นจริยาขอร้องไม่ให้ฝาแฝดไปค้างที่บ้าน เพราะไม่อยากให้เด็กๆ ต้องเห็นกวีวัธน์ในสภาพไม่น่าดู ยามเมามายไม่ได้สติ

“เด็กๆ หลับแล้วเหรอลูก?” ปวิตราเดินทอดน่องลงมาจากชั้นบนและพบปรียากำลังไล่ปิดหน้าต่างบ้าน

“ค่ะ โชคดีวันนี้หลับง่าย สงสัยเล่นมาจากโรงเรียนเหนื่อยเต็มทน”

“สงสัยจะเป็นอย่างนั้น น้ำไปกินข้าวสิลูก ดึกแล้ว ประเดี๋ยวแม่ไปนั่งดูทีวีรอ”

“แล้วแม่ไม่ปิดประตูบ้านเหรอคะ?” สองทุ่มกว่าแล้ว ปกติหากไม่มีใครอยู่นอกบ้าน ปรียามักจะปิดบ้านเสมอ ด้วยไม่รู้ว่าอาจมีเหตุร้ายไม่คาดฝัน

“อ๋อ พ่อยังนั่งคุยกับวินอยู่ข้างนอกจ้ะ เปิดทิ้งไว้อย่างนั้นแหละ” ปณาลีขมวดคิ้ว กวินภพมาอย่างนั้นหรือ ความโกรธยังไม่จางหายแม้จะผ่านไปหลายวันพอสมควร หนำซ้ำยังไม่มีทีท่าว่าเธอจะหายโกรธเขาได้ง่ายๆ ด้วย กวินภพดูถูกน้ำใจเธอเกินไป
เมื่อยังไม่หายโกรธจึงไม่อยากเห็นหน้า ปณาลีจึงเดินเข้าครัวเพื่อรับประทานอาหารเย็น ที่ช่วงหลังมานี้เป็นอาหารดึกเสียบ่อยครั้ง เพราะกว่าเธอจะจัดการให้เด็กเข้านอน บางครั้งเผลอเตรียมเสื้อผ้าและกระเป๋าหนังสือสำหรับวันรุ่งขึ้นไว้ให้ด้วย นั่นทำให้เสียเวลาไปมากโข

“น้ำ พี่วินเขารอคุยกับเราอยู่หน้าบ้านน่ะลูก” เสียงของภามที่ดังขึ้นทำให้ปณาลีที่กำลังล้างจานหลังจากรับประทานอาหารเสร็จถึงกับชะงักค้าง

“ดึกแล้ว น้ำจะอาบน้ำเข้านอน เตรียมตัวไปทำงานพรุ่งนี้ค่ะ”

“น้ำ!” เสียงเรียกเข้มๆ ของภามทำให้คนเป็นลูกถอนหายใจเบาๆ คงต้องออกไปสินะ ถ้าบิดาเรียกเธอด้วยเสียงเช่นนี้

“ค่ะ เดี๋ยวน้ำออกไป”

และหลังจากนั้นสิบนาที ปณาลีก็เดินหน้าตาบึ้งตึงออกมาหน้าบ้าน คนที่เธอโกรธ คนที่เธอไม่อยากเจอกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้แบบม้ายาว โดยวางแขนทั้งสองพาดไปตามพนัก ขาเหยียดตรงตามสบาย เขามองตั้งแต่เธอก้าวพ้นประตูออกมา เธอรู้จากหางตาว่าอย่างนั้น แต่เธอไม่ได้มองไปที่เขา หญิงสาวเลือกทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้เดี่ยวที่ตั้งถัดจากม้ายาวที่เขานั่ง ไม่มีการทักทาย ทำเพียงรอ...ว่าเขาจะเอ่ยสิ่งใดออกมา ในเมื่อเขาเป็นคนแจ้งความจำนงว่าอยากพบเธอ

“ยังโกรธ?” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น และปณาลีก็ตวัดสายตามองเขาตาเขียว ดูเหมือนเขาไม่ได้รู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น ยิ่งเห็นอย่างนั้นยิ่งโมโห ถ้ามาเพื่อกวนโทสะกันอย่างนี้ อย่าคุยกันเลยจะดีกว่า เมื่อคิดอย่างนั้นปณาลีจึงยืนขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะก้าวผ่านเขาเพื่อเข้าไปด้านในบ้าน แต่คนที่จ้องมองเธออยู่ทุกวินาทีมีหรือจะพลาด เขาตวัดแขนทีเดียวปณาลีก็กลับลงมานั่งเหมือนเดิม คราวนี้เป็นการนั่งเก้าอี้ตัวเดียวกับเขาเสียด้วย

“นี่ พี่วิน!”

“เอ้า! ก็พูดได้นี่ ทำไมไม่พูด ไม่พอใจ โกรธ ก็พูดออกมา ไม่ใช่ค้อนเอาๆ ให้พี่เดาเอาเอง” เกินจะทนไหวอีกต่อไป ปณาลีระดมทุบไปที่ตัวของชายหนุ่ม ตรงไหนก็ได้ที่เธอจะทุบได้ กวินภพปัดป้องพอเป็นพิธี แรงเธอไม่ได้เยอะนักหรอก แต่เวลาโกรธแบบนี้เธอใส่ไม่ยั้งเหมือนกัน

“พอใจมั้ย?” เมื่อคนทุบหยุดนั่งหอบหายใจถี่ คนโดนทุบก็ถามกลับ เธอไม่ตอบ แต่อาการจ้องเขาตาเขียวเช่นนั้นคงพอจะบอกว่าได้ว่าหลังจากลงไม้ลงมือกับเขาไปแล้ว มันไม่ได้ช่วยอะไร ดูเหมือนเขาต้องเจ็บตัวฟรี

“นั่งคุยกับพ่อเราอยู่พักใหญ่แล้ว ดูเหมือนท่านจะยังกังวลเรื่องพี่สาวเราอยู่มากนะ” ดูเอาเถิดจะขอโทษสักนิดยังไม่มี แถมเปลี่ยนเรื่องไปได้หน้าตาเฉย ปณาลีจึงเลือกจะเงียบ ในเมื่อเรื่องที่เขาพูดออกมาไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด

“ถ้าอยากฟังคำขอโทษ พี่จะไม่พูด...” เมื่อเปลี่ยนเรื่องแล้วไม่ได้ผล กวินภพจึงเลือกจะกลับมาเรื่องเดิม คราวนี้ปณาลีตวัดสายตากลับมามองเขา พร้อมทั้งกำมือทั้งสองข้างแน่น

“เพราะพี่ไม่มีอะไรจะขอโทษ ที่ทำไปทั้งหมดเพราะอยากจะทำ ไม่ได้ทำเพราะพลาด หรือไม่ตั้งใจ...โอ้ย!...” คราวนี้ปณาลีทุบลงมาเต็มแรงที่หน้าอก ทำเอาเขาจุกไปเหมือนกัน

“อีกครั้งเดียวจะโดน” คนชอบใช้กำลังโดนคาดโทษ คนที่กำลังจะโดน ซึ่งไม่รู้ว่าอะไรไม่อยู่รอ หญิงสาวยันกายลุกขึ้น

“จะไปนอน พรุ่งนี้ต้องตื่นมาจัดแจงให้เด็กๆ แต่เช้า” บอกกล่าวสั้นๆ ก่อนก้าวผ่านเขาไป คราวนี้กวินภพไม่ได้รั้งไว้เหมือนคราวที่แล้ว เขาเองลุกขึ้นยืนบ้างเช่นกัน

“ถ้าเหนื่อย อยากไปหาบรรยากาศดีๆ บ้านพี่ต้อนรับเสมอ”

“ไม่ไป!” ตอบกลับมาทั้งที่เขายังไม่ทันจบประโยคดีด้วยซ้ำ กวินภพได้แต่อมยิ้มอยู่ในความมืดคนเดียวยามที่เจ้าของบ้านเข้าไปในตัวบ้านแล้วและปิดประตูใส่หน้าแขกอย่างเขา ชัดเจนดีเหลือเกินลูกสาวบ้านนี้ ชีวิตของเขาดูมีสีสันพิลึกตั้งแต่ปณาลีกลับมาอยู่ใกล้ๆ

เพราะกวินภพแวะไปที่บ้านของตัวเองมาก่อน จึงรับรู้จากมารดาว่าตอนนี้ปวิตราย้ายออกไปอยู่บ้านพักเป็นที่เรียบร้อยแล้วตามที่ปณาลีเคยบอกเขา แต่เด็กๆ ทั้งสองคนต้องอยู่กับน้าสาวและตายายที่นี่ ปณาลีต้องทำหน้าที่คล้ายแม่ของเด็กทั้งสอง ซึ่งคงเหนื่อยเหลือเกินกับผู้หญิงตัวแค่นั้น และไม่เคยมีประสบการณ์แต่งงานมีครอบครัวแต่อย่างใด ไหนจะงานที่โรงเรียนอนุบาลอีกเล่า

ด้วยเหตุนี้เขาจึงหาเรื่องแวะมาพูดคุยกับภาม พร้อมทั้งหาเรื่องเจอหญิงสาวด้วย เป็นไปตามคาดว่าเธอยังไม่หายโกรธเขา ใจแข็งทีเดียวแม้ผ่านไปหลายวันแล้วก็ตามที แต่ทำไมเขาต้องขอโทษกัน ในเมื่อเขาตั้งใจ!
---------------------------------------------------------------------------

การเป็นคุณแม่จำเป็นผ่านไปอย่างทุลักทุเลในแต่ละวัน แต่ปณาลีคิดว่ามันดีขึ้นในช่วงหลังๆ มานี้ เมื่อเช้าเธอได้รับโทรศัพท์จากพี่สาว ปวิตราบอกว่ากวีวัธน์ไปพบถึงที่โรงพยาบาลและยังตามไปที่บ้านพักเพื่อปรับความเข้าใจ ถ้าไม่โลกสวยจนเกินไป น้ำเสียงของปวิตราดูอ่อนลงพอสมควร นาทีนี้เธอแอบคิดว่าพี่สาวจะยอมคิดใหม่อีกครั้ง

“มันควรจะเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกนี่คะ ดีแล้วค่ะที่พี่วัธน์ไปหา จะได้คุยกันให้เข้าใจ ถ้าไม่ใช่เรื่องร้ายแรง อภัยได้ก็อภัยเถิดค่ะ ถ้ายังรักกันแต่ต้องจากกัน มันเศร้านะคะ อีกอย่างก็น่าจะนึกถึงลูก”

ปณาลีแอบตักเตือนพี่สาวไปในที แสดงว่ากวีวัธน์ยังรักปวิตราอย่างมากมาย แม้ธรรมชาติของเขาเป็นคนไม่ง้อใคร แต่เขายอมไปหาปวิตราก่อน นับว่าเป็นเรื่องที่ดี บางทีทั้งคู่คงต้องการเวลาสินะ

“พอจะบอกน้ำได้ไหมคะว่ามันเรื่องอะไรกัน” ปณาลีถามปวิตราไปอย่างนั้น เพราะเธอข้องใจจริงๆ เธอได้ยินเสียงปวิตราถอนหายใจแผ่วมาตามสาย

“มาคิดดูแล้วก็เรื่องไม่เป็นเรื่องหรอก พี่น้อยใจเขาไปเองเรื่องที่เขาดูจะใส่ใจเพื่อนร่วมหุ้นของเขาจนไม่มีเวลาให้พี่เลย พอพี่น้อยใจแล้วเขาไม่ง้อ และไปไหนมาไหนกับเพื่อนมากขึ้น พี่เลยโกรธ อีกอย่างนะ เพื่อนพี่วัธน์บางคนชอบมาหาพี่และพูดจาแปลกๆ เหมือนว่าพี่จะไม่ได้อะไรเลยจากกิจการของพี่วัธน์ มันยิ่งตอกย้ำพี่มากไปกว่าเดิมกับท่าทีไม่สนใจพี่ของเขาในช่วงหลังๆ นี้” ปณาลีถึงกับหูผึ่งกับกับประโยคนี้

“เพื่อนพี่วัธน์? ใครคะ? เขามาพูดเพื่ออะไร? แล้วพี่หนึ่งบอกพี่วัธน์หรือเปล่า?”

“ไม่จ้ะ ไม่ได้บอก ไม่อยากให้เขาผิดใจกับเพื่อน เขาคบกันมานาน”

“คบกันมานานแต่พยายามจะทำให้ครอบครัวเพื่อนแตกแยกแบบนี้มันไม่ยุติธรรมค่ะ และถ้าต้องเสียเพื่อนแบบนี้ไป น้ำว่าพี่วัธน์ก็ไม่ควรเสียดาย”

“จริงๆ จะว่าไม่บอกก็ไม่เชิง พี่เคยเกริ่นๆ ถึงเพื่อนเขาคนนี้แบบสมมติเหตุการณ์ แต่พี่วัธน์โกรธพี่เป็นฟืนเป็นไฟ พี่เลยไม่คิดจะเล่าเรื่องที่เพื่อนเขาทำ”

มาถึงตอนนี้คนเป็นน้องก็กุมหัว ครุมเคลือทั้งสามีภรรยาแบบนี้ คงเข้าใจกันยาก

“ขอพูดหน่อยนะคะ พี่หนึ่งเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของพี่วัธน์ พี่หนึ่งจะไม่ได้อะไรจากพี่วัธน์เลยได้ยังไง บางครั้งใครพูดอะไร พี่หนึ่งต้องชั่งน้ำหนักบ้างสิคะ อีกอย่างคือพี่วัธน์เขารักพี่หนึ่งรักลูกออกอย่างนั้น พี่หนึ่งไม่น่าระแวงจนต้องทะเลาะกันเลยนะคะ หรือถ้าข้องใจจริงๆ ควรจะพูดกันเสียก่อน ก่อนจะงอนกันไปมา จนเรื่องมันเลยเถิดมาถึงป่านนี้”

“จ้ะ ขอบคุณนะที่เข้าใจพี่ แต่ว่าพี่คงยังย้ายกลับไปอยู่บ้านไม่ได้ตอนนี้ พี่คงรอให้เคลียร์กับพี่วัธน์ให้เข้าใจเสียก่อน แล้วค่อยจัดการต่อไป ฝากเด็กๆ ต่ออีกสักพักนะ” คนเป็นน้องรับคำเบาๆ ในเมื่อฝากมาได้ตั้งนานแล้ว จะฝากต่ออีกสักหน่อยจะเป็นไรไป ใช่ว่าเธอรังเกียจที่ต้องดูแลหลาน เธอเต็มใจเพราะรักหลานเสียมากมายขนาดนี้ เพียงแต่จะดีกว่าไม่น้อยหากเด็กๆ จะได้รับการดูแลจากพ่อแม่ที่แท้จริง

ปณาลีค่อยๆ เก็บข้าวของลงกระเป๋าก่อนจะเดินออกไปยังลานเด็กเล่นหน้าห้องอนุบาลสาม อัณณ์กับอิชย์กำลังเล่นกันจนเหงื่อชุ่มอยู่ที่นั่น

“กลับบ้านได้แล้วครับเด็กๆ” หญิงสาวร้องบอกเด็กชาย และเข้าไปคว้ากระเป๋ามายืนรอ เมื่อพร้อมเธอก็จูงมือเด็กแฝดสองคนไว้คนละข้างก่อนออกมายังถนนด้านหน้าโรงเรียนที่เธอจอดรถไว้ตรงนั้น เพราะลานจอดรถเล็กด้านในเต็ม

ผู้ชายตัวโตที่ยืนพิงรถของเธออยู่ทำให้เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ สาวเท้าเดินต่อ โดยมีสายตาของเด็กชายมองตามด้วยความงุนงง เมื่อมาถึงจึงใช้เพียงการมอง แต่ไม่ทัก กวินภพทำเสียงในลำคออย่างหัวเสีย ก่อนหน้านี้ปณาลีมักจะไหว้ทำความเคารพเขาเสมอ เพราะเขานั้นแก่กว่าเธออยู่หลายปี แต่หลังจากเหตุการณ์ปะทะคารมช่วงหลัง เขาสังเกตว่าเธอมักมองเขาแบบท้าทายแทนการแสดงความเคารพเช่นครั้งก่อน ก็ดี! เขาไม่ได้อยากให้เธอเคารพ เขาอยากเป็นอย่างอื่นมากกว่า

“ไปกินไอติมกันเถอะ” บอกเด็กๆ แต่สายตากลับแอบมองน้าสาวของเด็กไปด้วย

“เย็นแล้ว เด็กๆ ต้องรีบกลับไปทำการบ้านค่ะ” ปฏิเสธอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด กวินภพยกมือขึ้นกอดอก ถอนหายใจพรู

“หายงอนได้แล้วแม่คุณเอ้ย!” ปณาลีมองเขาตาโต ขณะที่เด็กๆ พากันยิ้มกับสรรพนามที่คุณลุงใช้เรียกน้าสาว

“แม่คุณเอ้ย ฮ่าๆ” ยังไม่พอ ยังมีการเลียนแบบกันอีกต่างหาก

“พี่วิน น้ำไม่ได้งอน แต่น้ำโกรธ ไม่พอใจที่พี่วินทำแบบนั้น” แม่ของเธอจะต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ๆ กวินภพไม่ได้เป็นเหมือนที่ปรียาว่าไว้ เสือยิ้มยาก จริงจัง ไม่พูดเล่น เรื่องโกหกทั้งเพ

“พี่รู้ แต่พี่ไม่ขอโทษ เพราะพี่ไม่ได้พลาด พี่ตั้งใจ” คราวนี้ปณาลีหน้าร้อน เขาพูดมาสองครั้งแล้วว่าเขาตั้งใจจูบเธอ ไม่พูดเฉยๆ เท่านั้น แต่ยังจ้องตาไม่กะพริบอีกด้วย หญิงสาวปล่อยมือทั้งสองข้างที่จับจูงเด็กชายไว้

“เชิญค่ะ แต่ต้องพาเด็กๆ กลับมาส่งบ้านก่อนหกโมงครึ่งค่ะ”

“น้ำนั่นแหละไปด้วยกัน”

“ไม่ไป”

“ต้องไป! ไปขึ้นรถเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวพี่ขับให้” เขาชี้หน้าให้เธอต้องทำตาม ปณาลีเม้มปาก ส่งค้อนไปหนึ่งที ก่อนต้อนเด็กๆ ไปขึ้นรถและตัวเองเปิดประตูขึ้นไปนั่งคู่กับเขาที่ตอนหน้า

“ข่าวว่าวัธน์ไปขอคืนดีกับหนึ่ง” ปณาลีเหลือบตามองคนพูดเล็กน้อย เขารู้เร็วนี่นา

“ค่ะ ทราบมาว่าอย่างนั้น”

“แล้วอาของคุณเขาว่ายังไง?” คราวนี้ปณาลีชักฉุน

“มันไม่ได้เกี่ยวกับอาอู๋ มันเป็นเรื่องของพี่หนึ่งกับพี่วัธน์แค่สองคน”

“หึ! ไม่อยากจะว่าหรอกนะ แต่เพราะอาของคุณนั่นแหละที่เข้ามาเกี่ยวแต่แรก เรื่องมันถึงแย่ลงแบบนี้ ที่ถามนี่เพราะอยากให้หนึ่งกันตัวเองออกมาจากอาของคุณ คิดและตัดสินใจตามประสาผัวเมีย โดยไม่มีคนอื่นมาแทรกแซงความคิดก็เท่านั้นเอง ไม่ได้จะให้ตัดญาติกัน เข้าใจไหม?” กวินภพละมือข้างหนึ่งจากพวงมาลัยรถแล้วโยกศีรษะปณาลีเบาๆ หญิงสาวไม่กล้ามองหน้าเขาเลย บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ากิริยาของชายหนุ่มทำให้เธอรู้สึกเช่นไร แต่ดูเหมือนไม่ใช่แค่ความรู้สึกของพี่ชายข้างบ้านอีกต่อไป

“พี่หนึ่งโทรหาน้ำ บอกว่ามีเพื่อนของพี่วัธน์บางคนชอบไปหาพี่หนึ่งที่โรงพยาบาล และบอกว่าพี่หนึ่งจะไม่ได้อะไรจากพี่วัธน์ทำนองนั้น ทำให้พี่หนึ่งน้อยใจ แล้วก็มีปัญหากับพี่วัธน์ในที่สุด แต่พี่หนึ่งกลับไม่เคยบบอกพี่วัธน์เรื่องนี้ น้ำเองก็ไม่ทราบว่าเป็นเพื่อนคนไหน” กวินภพละสายตาจากท้องถนนเพื่อมองหน้าปณาลี เขารู้ว่าเธอไม่ได้โกหก แต่ปวิตรานั้นเล่าเขาไม่รู้ว่าเชื่อได้มากน้อยแค่ไหน ที่สำคัญเขารู้จักเพื่อนของกวีวัธน์เกือบทุกคน มองไม่ออกเลยสักนิดว่าจะมีใครทำเช่นนั้น และทำเพื่อจุดประสงค์ใด

อาการนิ่งเงียบของกวินภพทำให้ปณาลีหวั่นใจว่าเขาจะไม่เชื่อเธอ แต่เมื่อหันไปมองกลับพบว่าเขามองเธออยู่ ก่อนหันกลับไปให้ความสนใจกับถนนเบื้องหน้า แต่กระนั้นคิ้วหนากลับขมวดมุ่น สักพักชายหนุ่มก็ถอนหายใจยาว

“แปลกใจมากเลยที่ได้ยินแบบนี้ ถ้ามีโอกาสพี่จะลองสังเกตเพื่อนๆ ของวัธน์ดูแล้วกัน”

“ไม่คิดว่าน้ำโกหก?”

“ไม่คิดว่าน้ำโกหก แต่พี่ไม่รู้ว่าหนึ่งพูดจริงหรือเปล่า”

“น้ำคิดว่าจริงค่ะ พี่หนึ่งไม่ใช่คนพูดโกหก ถ้าไม่พูดคือไม่พูด ง้างปากยังไงก็ไม่บอก แต่ถ้าพูด ก็ไม่เคยโกหกค่ะ”
หลังจากถึงร้านไอศกรีม ทั้งสองไม่ได้พูดเรื่องนี้ต่ออีกเลย จนกระทั่งกวินภพขับรถมาจอดหน้าบ้านของเธอ ปณาลีจึงนึกขึ้นได้

“แล้วรถพี่วินละคะ อยู่หน้าโรงเรียนหรือเปล่า?”

“เปล่าหรอก ให้เพื่อนไปส่ง แล้วก็รอน้ำอยู่ที่หน้าโรงเรียนนั่นแหละ รถพี่อยู่ที่บ้านแม่” กวินภพลงจากรถก่อนส่งเด็กๆ เข้าบ้าน ส่วนตัวเขาเองนั้นจ้องหน้าปณาลีอยู่ครู่ใหญ่ จนคนโดนมองถึงกับเดินไม่ออก

“ถ้าหนึ่งเขากลับมา หรือมีความคืบหน้าอะไร น้ำโทรหาพี่ตามเบอร์ที่เคยให้นะ ไม่อยากให้สองคนนี้มีปัญหากันอีก สงสารน้อง สงสารหลาน” แต่จนแล้วจนรอดหญิงสาวกลับไม่เคยโทรหาเขาเลย
----------------------------------------------------------------------------

หลังจากพูดคุยกับปวิตราผ่านโทรศัพท์ในครั้งนั้น ปณาลีมีโอกาสเจอพี่สาวอีกสองถึงสามครั้ง ปวิตราเริ่มพูดคุยกับกวีวัธน์แล้วแต่ยังคงไม่ยอมย้ายกลับมาอยู่ด้วยกัน

“อาอู๋เขาบอกให้พี่คิดดีๆ ก่อน เขาโกรธพี่วัธน์มากเลย”

“มันเรื่องระหว่างพี่หนึ่งกับพี่วัธน์ อย่าเอาอาอู๋มาเป็นตัวแปรเลยค่ะ”

“หมวดชยพนเขาก็พูดเหมือนอาอู๋นะ มันเลยทำให้พี่ต้องคิดตาม” คราวนี้ปณาลีขมวดคิ้วมุ่น

“ใครอีกละคะ หมวดชยพนอะไรเนี่ย?”

“หมวดชยพนเป็นเพื่อนรุ่นน้องของอาอู๋ เขารู้จักสนิทสนมกับพี่วัธน์ด้วย”

“แล้วเป็นตำรวจ?” คนไม่ชอบตำรวจเริ่มออกอาการ

“เคยเป็นจ้ะ แต่ลาออกจากราชการมาสักพักแล้ว แต่คนยังติดปากเรียกหมวดน่ะ”

“โอเค ใครพูดอะไรพี่หนึ่งฟังหมดเลย ยกเว้นคนในบ้าน แล้วก็ลูกตัวเอง”

“น้ำ!” ปวิตราโกรธจริงๆ ปณาลีมักพูดตรงแบบนี้เสมอ บางครั้งการอยู่ห่างกันช่วงที่น้องสาวเรียนหนังสืออยู่ในกรุงเทพฯ ทำให้คนเป็นพี่สาวลืมไปว่าน้องสาวตัวเองมีนิสัยเช่นไร หนำซ้ำก่อนหน้านี้ปวิตรายังชอบใจด้วยที่ไม่ต้องคอยมีใครมาจับผิดและซักถาม จนเมื่อปณาลีกลับมา ทุกการกระทำของเธอโดนจดจ้อง สงสัย และหลายครั้งโดนตำหนิ

“น้ำอาจจุ้นจ้านเรื่องของพี่หนึ่งจนเกินไป แต่ในฐานะน้อง น้ำอยากให้พี่หนึ่งคิด พิจารณา ไตร่ตรองเรื่องต่างๆ ตามเหตุผล ไม่ใช่ฟังคนอื่นมากไปแบบนี้ คนพวกนั้นเขามีอะไรในใจ หรืออาจมีความขัดแย้งส่วนตัวกับพี่วัธน์ เราไม่รู้เลยนะคะ และไม่มีใครรู้จักพี่วัธน์เท่าพี่หนึ่ง ที่สำคัญไม่มีใครรู้จักพี่หนึ่งเท่าตัวพี่เองเหมือนกัน ใจพี่เชื่อยังไง รู้สึกยังไง เห็นยังไง ก็ตัดสินใจมาเถิดค่ะ”

ปวิตราเงียบและวางสายไปในที่สุดโดยไม่มีคำตอบใดๆ แต่ที่รู้แน่นอนคือพี่สาวโกรธเธอ หลังจากนั้นปวิตราจะนำคำพูดไปคิดไตร่ตรองหรือไม่เธอไม่อาจรู้ได้

วันนี้กวีวัธน์บอกเธอว่าเขาจะมารับลูกที่โรงเรียน พาไปรอที่ร้านอาหารของเขา ปวิตราบอกว่าจะเข้าไปที่นั่น เริ่มต้นเวลาแบบครอบครัวอีกครั้งโดยการรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน แม้ที่ผ่านมาพี่สาวเธอปฏิเสธสถานที่นั้นนักหนา

เมื่อมองดูเวลาแล้ว ปณาลีจึงเดินออกไปดูที่หน้าโรงเรียน ตั้งใจว่าเมื่อเห็นกวีวัธน์มาจึงค่อยกลับเข้ามาเรียกเด็กแฝดที่ตอนนี้คงกำลังวิ่งเล่นอยู่กับเพื่อนๆ

สองเท้าที่กำลังก้าวเดินเรื่อยๆ ชะงัก ก่อนที่ปณาลีจะสั่งตัวเองให้วิ่ง วิ่งอย่างเร็วที่สุดเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เธอเห็นอยู่นี้ไม่ใช่แค่ฝันร้าย จวนจะถึงอยู่แล้วตอนที่ร่างหนึ่งพุ่งเข้าขวางเธอไว้และรวบไว้แน่น หญิงสาวมองข้ามไหล่ของร่างที่รวบเธอไว้เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เธอเห็นเป็นความจริง

ร่างของกวีวัธน์นั่งจมกองเลือดอยู่ในรถที่เขามักใช้มารับลูกชายฝาแฝดเป็นประจำ มืออันสั่นเทายกขึ้นกอดร่างหนาตรงหน้าไว้แน่น น้ำตามากมายไหลออกมาจนปณาลีสะอื้นจนตัวโยน

“พี่วิน” เมื่อเรียกชื่อของคนที่กอดเธอไว้ ปณาลีจึงตระหนักว่าเขาเองก็ตัวสั่นไม่แพ้เธอ หญิงสาวค่อยๆ ดึงตัวออกห่างมองใบหน้าคมสันที่ตอนนี้เคร่งเครียด มองผ่านม่านน้ำตาของเธอเอง ดวงตาของกวินภพแดงก่ำ ใบหน้าเศร้าหมองสุดซึ้ง หญิงสาวกอดเขาไว้อีกครั้ง ครั้งนี้เหมือนต้องการปลอบใจเขามากกว่าตัวเอง

“พี่ไม่เป็นไร” เสียงพร่าเอ่ยออกมาในที่สุด เขารัดเธอแน่นอีกครั้งเหมือนต้องการกำลังใจก่อนดันตัวเธอออกห่าง

“ตำรวจกำลังเก็บและตรวจสอบหลักฐาน วัธน์ตายคาที่ พี่ช่วยเขาไม่ได้”

“ใครทำ?” เอ่ยถามออกมาอย่างเลื่อนลอย อยากรู้นัก ใครที่มันใจดำอำมหิตทำได้ลงคอ

“ไม่รู้ ทั้งหมดหกนัด มีนัดหนึ่งตัดขั้วหัวใจพอดี” ปณาลีปล่อยโฮ บรรยายความรู้สึกเวลานี้ออกมาไม่ได้เลย กวีวัธน์เป็นเหมือนพี่ชายที่เติบโตมาพร้อมๆ กัน เขาเป็นพี่เขย เป็นพ่อของหลาน ความผูกพันเหมือนคนในครอบครัว หญิงสาวรู้ดีว่าน้ำตาของเธอในตอนนี้ นอกจากความรู้สึกที่เธอมีต่อกวีวัธน์แล้ว ยังเป็นความเห็นใจ สงสารต่อผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า และครอบครัวของเขา คนเหล่านั้นจะรับความสูญเสียนี้ได้ไหม

เมื่อกวินภพปล่อยมือจากแขนทั้งสองข้างของเธอ ปณาลีถึงกลับทรุดกองกับพื้น ชายหนุ่มคุกเข่าลงมาตรงหน้า

“น้ำ ฟังพี่” แววตาของเขากลับมาเข้มแข็งอีกครั้งเหมือนอย่างที่เธอเคยเห็นมาตลอด

“กลับเข้าไปข้างใน พาอัณณ์กับอิชย์กลับบ้าน ออกทางด้านหลัง รถพี่จอดอยู่ที่นั่น นี่กุญแจ” เขายัดมันใส่มือเธอ

“อย่าให้เด็กรู้ก่อน น้ำพาเขาไปที่บ้านของน้ำ อธิบายให้น้าภามกับน้าปุ้มฟัง ฝากเด็กๆ ไว้ที่นั่น แล้วน้ำแวะไปบ้านพี่ บอกแม่กับป้าพี่ด้วย ทำได้ไหมคนเก่ง” หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ ทั้งที่ในอกยังเจ็บ

“เร็วนะ พี่ไม่อยากให้แม่ได้ยินจากคนอื่น พี่อยากให้รู้จากปากของคนในครอบครัว น้ำช่วยพี่หน่อย”

“ค่ะ...” รับคำเสียงสั่น ชายหนุ่มประคองใบหน้า เช็ดน้ำตาอย่างเบามือ

“เข้มแข็งนะ เวลานี้เราต้องเป็นหลักให้เด็ก และพ่อแม่ที่เรายังไม่รู้ว่าเขาจะเจ็บปวดแค่ไหน” หญิงสาวพยักหน้าอีกครั้ง พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล ใช่สิเธอต้องเข้มแข็ง ผู้ชายตรงหน้าเธอนี่ต่างหาก เขาสูญเสียน้องชายที่รัก เขายังสามารถยืนอยู่ได้ เธอต้องทำได้เช่นกัน และเธอต้องเป็นกำลังใจให้เขา

“ค่ะ น้ำจะไป พี่วินโทรหาน้ำนะคะ ถ้าต้องการให้น้ำช่วยเหลือ”

“ครับ” เขาดึงเธอเข้ามากอดแน่นอีกครั้ง ก่อนปณาลีจะรีบวิ่งกลับเข้าไปในโรงเรียน ตอนนี้ข้างหลังเธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ที่ต้องทำคือพาอัณณ์กับอิชย์ออกไปจากจุดนี้ให้เร็วที่สุด

ระหว่างทางขับรถกลับมาบ้าน เมื่อหันไปมองหน้าหลานสองคน ปณาลีแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ใครมันช่างใจดำทำกับกวีวัธน์ได้ เด็กน่ารักและไร้เดียงสาสองคนต้องขาดพ่อตั้งแต่อายุสี่ขวบ เธอจะบอกหลานอย่างไรเล่าว่าพวกเขาจะไม่มีวันได้เจอพ่ออีกแล้ว ไหนจะจริยากับจารีพร หัวอกคนเป็นแม่จะเจ็บปวดสักเพียงไหนหนอ

มือบางแอบปาดน้ำตาไม่ให้หลานเห็น เธอต้องเข้มแข็ง เธอต้องทำให้ได้ รถคันโตของกวินภพจอดลงที่หน้าบ้านของเธอ ก่อนหญิงสาวจะต้อนเด็กๆ เข้าบ้าน ภามมองหน้าลูกสาวอย่างแปลกใจ รถที่ขับว่าแปลกแล้ว แต่ใบหน้าบวมช้ำจากการร้องไห้ยิ่งทำให้เขาปราดเข้ามาอย่างรวดเร็ว

“น้ำ!”

“เด็กๆ ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วลงมาทำการบ้านให้เสร็จนะครับ” หญิงสาวกันไปบอกหลานๆ ก่อนเด็กๆ จะทำตามขมีขมัน เพราะช่วงที่เธอรับหน้าที่ดูแลหลานนั้น เธอพยายามฝึกฝนวินัยเหล่านี้เสมอๆ

“เกิดอะไรขึ้น?” ปณาลีสูดลมหายใจยาว

“พี่วัธน์โดนยิง เสียชีวิตคาที่ค่ะพ่อ พี่วินกำลังจัดการที่เกิดเหตุ น้ำต้องพาเด็กๆ เลี่ยงออกมาก่อน พ่อกับแม่ช่วยดูหลานให้หน่อยนะคะ น้ำต้องไปหาป้าจุ๋มกับป้าจ๋า” เธอเลือกจะพูดออกมาทีเดียวให้หมด

“อะไรนะ...เกิดขึ้นได้ยังไง?” ภามตั้งตัวไม่ติด ช็อค...คงเป็นอาการที่เกิดตอนนี้ ปณาลีส่ายหน้าช้าๆ

“ไม่ทราบค่ะ พี่วัธน์บอกว่าจะมารับลูก พอใกล้เวลา น้ำเลยเดินออกมาดูก่อน ปรากฏว่าพี่เขาเสียแล้ว ตอนที่น้ำออกมาพี่วินอยู่ที่นั่นแล้ว และมีตำรวจมาด้วย น้ำไม่รู้อะไรเลย พี่วินสั่งให้น้ำพาเด็กมา และมาแจ้งแม่กับป้าเขา น้ำก็มานี่แหละค่ะ พ่อ น้ำฝากเด็กนะคะ จะไปหาป้าจุ๋มกับป้าจ๋า” ภามพยักหน้าทั้งที่ดวงตาแดงเรื่อ กวีวัธน์เป็นคนดี เขาเห็นมาตั้งแต่เกิด เด็กชายที่เขาเคยอุ้ม เด็กชายที่เป็นเพื่อนของลูกสาว และชายหนุ่มผู้กลายมาเป็นลูกเขยและพ่อของหลาน
---------------------------------------------------------------------------

มาแล้วค่ะตอนล่าสุด แอบเศร้านิดหน่อย ขอบคุณกำลังใจนะคะ

@kaelek---เหมือนจะรักกันแล้วนะคะ อิอิ
@ribbin---ปัญหาที่แท้จริงยังไม่ออกมา แต่เรื่องบานปลายไปมากกว่าเดิม
@Jiab---แสดงว่าความตั้งใจของคนเขียนสำเร็จที่ทำให้คนอ่านเครียดได้ อิอิ
@konhin---ส่วนมากก็เรื่องผลประโยชน์ ความโลภเนอะ มนุษย์เรา
@Pat---ตอนนี้อึมครึมไปกว่าเดิม
@Zephyr---คู่พี่วินกะน้องน้ำกำลังจะอึมครึมตามมาค่ะ
@goldensun---คิดถึงนะคะ เจ้าของ comment ยาวๆ
---------------------------------------------------------------------------



น้ำแอปเปิ้ล
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 7 ธ.ค. 2557, 01:21:17 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 7 ธ.ค. 2557, 01:21:17 น.

จำนวนการเข้าชม : 1894





<< ---- (3) ----   ---- (5) ---- >>
ribbin 7 ธ.ค. 2557, 02:22:05 น.
ทำไมอ่านตอนนี้แล้วรู้สึกว่า วัธน์โดนล่อมาให้ถูกฆ่าอย่างไรก็ไม่รู้
คงต้องตามอ่านต่อไปค่ะ


konhin 7 ธ.ค. 2557, 03:30:29 น.
ใครทำหล่ะนิ มันเป็นไปได้ทั้งเรื่องชู้สาวหรือเรื่องผลประโยชน์เลย


Zephyr 7 ธ.ค. 2557, 11:34:16 น.
อ่านแล้วแบบ รู้สึกแย่กะหนึ่งกับอาอู๋มาตั้งแต่แรกๆที่สองคนนี้อยู่ด้วยกัน
ยิ่งอ่านๆไป ยิ่งพอกพูนตามจำนวนตอน
กว่าจะจบ เราจะเกลียดสองคนนี้ไปเลยรึป่าวนะ
ตอนนี้ พี่วิน น้ำ แฝด สองครอบครัวน่าสงสารมากๆ
ทำไมเลือกที่ยิงได้โหดร้ายปานนี้
หน้า รร อนุบาล เด็กทั้งนั้น
เฮ้อออออ ค้างอ่ะ มาต่อเร็วๆนะคะ
เหมือนโดนล่อมาลงหลุมกับดักไงไม่รุ
คิดอยู่เหมือนกันว่าวัธน์ต้องโดนทำไรสักอย่าง แต่ไม่คิดว่าจะถึงชีวิตเลยอ่ะ


กาซะลองพลัดถิ่น 7 ธ.ค. 2557, 16:21:36 น.
ตอนนี้อ่านแล้วน้ำตาซึมเลย ถ้าลูกออกมาเห็นพ่อโดนยิงตายคาที่ในรถ เด็ก ๆ จะรู้สึกยังไง
คนที่ลอบทำร้ายนี่ เหมือนต้องการทำให้ลูก ๆ ของวัธน์เห็น...
น้ำและวิน ต้องเหนื่อยแน่ ๆ.....


Jiab 7 ธ.ค. 2557, 17:46:15 น.
โอ๋ยยยย ขนาดต้องยิงกันเลยอ่ะ อึมครึมจริง ๆ ตอนนี้
เหมือนอ่านนิยายสืบสวนเลยค่ะ


Pat 7 ธ.ค. 2557, 22:06:34 น.
มึนตื๊บ ถึงกับฆ่ากันตายเลยหรือนี่ ด้วยเหตุใดหว่า


goldensun 8 ธ.ค. 2557, 19:51:21 น.
มีใส่ชื่อผิดหนึ่งจุดค่ะ ตรงที่น้ำเดินลงมาเจอแม่ แต่ระบุชื่อเป็นปวิตรา
พี่วินก็เหลือเกิน เหมือนมาแหย่ ไม่ได้มาง้อเลยนะนั่น ไม่ขอโทษ แต่ไม่บอกเหตุผล
น้ำแจงที่หนึ่งทำได้ตรงมาก แทงใจดำจนโกรธไปเลย วัธน์ตายอย่างนี้ หนึ่งจะเสียใจแค่ไหนกันนะ
ข้อมูลน้อยจัง ตัวแปรแทรกเข้ามาเยอะ ทำเอาสับสนไปหมด วัธน์ตายนี่ฝีมือใครกัน เพื่อนที่คิดหักหลัง หรืออาอู๋ ที่รักหลาน แค้นวัธน์อยู่ แต่ก็โหดเกินไปนะ ถ้าเป็นญาติ เพราะไม่สงสารลูกของหลานที่จะขาดพ่อเลย
แต่เหตุการณ์นี้ ก็เหมือนจะทำให้น้ำอ่อนให้วัธน์หน่อยแล้ว สงสารจนลืมโกรธ ความเสียใจในความสูญเสียร่วมกันอีก
ดีที่น้ำออกมาดูก่อนนะ ถ้าจูงหลานๆ ออกมาพบพ่อสภาพนี้ ช็อคทั้งกลุ่มแน่


bom2528 8 ธ.ค. 2557, 23:32:32 น.
สนุกค่ะ เดาว่าเพื่อนพี่วัธน์รึป่าว 5555


NNK 10 ธ.ค. 2557, 15:39:31 น.
มารอๆค่ะ


myfearless 10 ธ.ค. 2557, 21:19:37 น.
มาต่อเร็วๆนะค๊าา ลุ้นมากกก เศร้ามากด้วยค่ะ


agentaja 10 ธ.ค. 2557, 22:44:23 น.
เศร้า
รอๆ ค่ะ ใจร้ายจัง


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account