ละลายใจรัก
สายลมในฤดูใบไม้ผลิ จะละลายน้ำแข็งในหัวใจของเธอได้หรือไม่...ริสาเดินทางมาเกาหลีเพื่อหนีปัญหาทางบ้าน และเธอก็ได้พบกับจงจิน...ชายหนุ่มนัยน์ตาสวยเจ้าของร้านไอศกรีมบนถนนคารูโซ กิล ปารีส อิน โซล...
Tags: คารูโซ กิล, ร้านไอศกรีม, ละลายใจรัก

ตอน: เริ่มงาน

2. เริ่มงาน
หลังจากนั่งสังเกตการณ์และช่วยล้างถ้วยไอศกรีมอยู่จนร้านปิดแล้ว ริสาก็นั่งรถไฟใต้ดินไปทงแดมุน เพื่อซื้อชุดใหม่

ห้างแถวนี้เปิดกันถึงตีสี่ ทำให้มีเวลาเดินเลือกได้สบาย แถมราคาก็ถูกเข้ากันดีกับงบประมาณที่เจ้านายให้มา แม้ว่าเสื้อผ้าจะไม่สวยเท่าร้านในเมียงดง และไม่มีทางสู้กับย่านอับกูจอง หรือร้านแบรนด์เนมที่โรดิโอ สตรีทได้เลยก็ตาม

หลังจากเดินซื้อขนม ลองเครื่องสำอางเล่นจนพอใจแล้ว ริสาก็แวะเวียนเข้าไปในห้าง ใช้เวลาไม่นานนัก เพราะเลือกแบบชุดไว้ในใจแล้ว

เธอกลับหอพักอย่างอารมณ์ดี ที่ได้ใช้เงินของคนอื่นช้อปปิ้ง ถึงจะไม่จุใจ แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกในเกาหลีที่ริสาได้จับจ่ายใช้สอยตามสบาย ด้วยข้ออ้างว่านี่คือชุดทำงาน

เป็นชุดที่สวยไม่น้อยในสายตาของเจ้าหล่อน ถ้าจะถามหาข้อพิสูจน์ ก็ดูจากสีหน้าตื่นตะลึงของจงจิน ตอนเธอผลักประตูร้านเข้าไปก็ได้

ริสานึกแล้วเชียว ว่าเจ้านายต้องชอบชุดนี้!

เสื้อยืดคอกลมตัวเล็กรัดรูปพิมพ์ลายไอศกรีมโคนสีหวาน สวมทับด้วยเสื้อหนาวถักสีขาวตัวยาวคลุมสะโพก พอดีกันกับความยาวของกระโปรงจีบรอบตัวสีขาวเข้ากัน ริสาใส่เลกกิ้งเพราะอากาศยังค่อนข้างเย็น แต่เลือกเป็นสีเนื้อ ไม่ใช่สีดำ มองเผินๆ เลยเหมือนกับว่า เรียวขาสวยนั้นเปลือยเปล่าลงมาจนถึงบู๊ตหนังสีขาวหุ้มข้อส้นสูงแหลม

ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้านายชอบชุดนี้ที่ตรงไหน อาจเป็นเพราะที่คาดผมหูกระต่ายบันนี่ “ออพชั่น” เสริมที่ริสาซื้อมาเป็นอันดับสุดท้าย ใส่ทับพวงผมยาวเป็นหลอดสลวย เพราะเห็นว่ากระต่ายเข้ากันดีกับบรรยากาศรับฤดูใบไม้ผลิ และถ้าไม่มีอะไรที่ออกแนวคอสเพลย์บ้าง ชุดนี้อาจไม่สะดุดตาคนที่ผ่านไปมาเท่าที่ควรก็ได้

“สวยมั้ยคะ” ริสาหมุนตัวหนึ่งรอบ ระหว่างที่เจ้าของร้านยืนถือช้อนค้างอยู่หลังเคาน์เตอร์ อาการง่วงงุนที่ต้องตื่นมาปั่นไอศกรีมแต่เช้าหายไปหมดสิ้น

สีแดงเรื่อขึ้นมาบนผิวแก้มนวลจัดของเขา นัยน์ตากลมสวยหลุบต่ำ พูดตะกุกตะกักออกมาว่า “ก็...ก็ดี...”

คุณเจ้านายนี่เขินได้น่ารักจริงเลย แต่ว่า...

“แค่ดีเท่านั้นเหรอ” เธอขมวดคิ้ว ก้าวเดินมาให้ดูใกล้ๆ ด้วยมาดนางแบบ หูกระต่ายยาวๆ กระดิกดุ๊กดิ๊กใส่หน้าเขา

“เอ้อ...สะ...สวยๆ” เขาหลับตาปี๋ ตอบตามใจแล้วหล่อนจะได้ถอยไป จงจินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมใจเต้นแรงกับภาพตรงหน้า และเขาก็ยังไม่อยากได้คำตอบในตอนนี้ด้วย!

“เดี๋ยวสายหน่อย ฉันค่อยออกไปแจกไอศกรีม เช้าอย่างนี้ยังไม่ค่อยมีคน” คุณเธอวางแผนเสร็จสรรพ ก่อนจะหันมาถามเขาว่า “มีอะไรทานไหมคะ”

“แซนด์วิชดีไหม รอเดี๋ยวนะ” เขาเข้าไปเปิดตู้เย็น ค้นกุกกักอยู่สักครู่ ก็ทำแซนด์วิชแฮมให้เธอได้อย่างรวดเร็ว แล้ววางให้พร้อมกับน้ำลูกแพร์กระป๋องที่ซื้อติดตู้เย็นไว้

“ขอบคุณค่ะ” ริสาโค้งให้อย่างมีมารยาทก่อนจะยิ้มตาหยี “ทานละนะคะ”

ร่างสันทัดส่ายศีรษะไปมา ก่อนจะเลี่ยงเข้าหลังร้าน หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นกด

รอสักอึดใจ ปลายสายก็ทักทายมาว่า “ยอโบเซโย”

“ยอโบเซโย...พี่ครับ” จงจินพูดเสียงเบา ไม่ให้คนข้างนอกได้ยิน

“น้องชายของฉัน...เป็นไงบ้าง ร้านไปได้สวยเลยใช่ไหม” เสียงของฮานึนร่าเริง บอกให้รู้ว่าเธอมีความสุขดีที่ประเทศไทย แตกต่างจากน้ำเสียงเพลียจิตของจงจินที่ย้อนถามไปว่า

“พี่ส่งใครมาให้ผม...”

ฮานึนหัวเราะคิก “น่ารักใช่ไหม...ริสา...เขาจะเป็นผู้ช่วยที่ดีของเธอได้แน่ๆ”

“ช่วยให้ยุ่งน่ะสิ” จงจินถอนใจเฮือก

“เขานิสัยดีนะ” ฮานึนเกลี้ยกล่อม “เป็นเด็กที่มุ่งมั่น ตั้งใจทำงาน สอนพี่เขยเธอพูดไทยได้เยอะแล้ว”

“คนเดียวกันหรือเปล่าพี่...”

“ริสาทำอะไร เธอถึงไม่อยากรับเขาไว้”

“ข้อหนึ่ง เขาแปลก...เกินไป”

“แหม...” ฮานึนอุทาน “เธอนี่ เขาเป็นต่างชาติก็เลยไม่คุ้นละมั้ง”

“พี่...” จงจินกระซิบ แอบแหวกม่านมองคนที่นั่งเคี้ยวแซนด์วิชตุ้ยๆ อยู่ “เขานุ่งกระโปรสั้น...มาก...แค่คืบเดียวได้...แล้วใส่หูกระต่ายยาวๆ บนหัว”

“เหรอ” ฮานึนหัวเราะ “น่ารักจัง แล้วทำไม เธอไม่ชอบกระต่าย ก็บอกเขาเปลี่ยนเป็นหูแมวดีไหม”

ฟันคมกัดริมฝีปากหยักสวย กลั้นเสียงร้องเอ็ดตะโรให้กลับลงไปในลำคอ ก่อนที่เขาจะพูดต่อไปว่า “ผมซีเรียสนะพี่ นี่เขาขอทำงานรับแต่ทิป บอกว่าไม่มีเงินใช้เพราะว่าจ่ายค่าเรียน กับค่าหอไปหมดแล้ว”

“น่าสงสารจริง...” ฮานึนทอดเสียง “เขาเก็บเงินเองเสียด้วย จากค่าสอนพิเศษ สอนเกาหลีเบื้องต้นให้เด็กไทย แล้วก็สอนภาษาไทยให้ชาวเกาหลี รับแปลหนังสืออะไรทำนองนี้ เขาพออ่านออกเขียนได้ แต่ก็อยากเรียนให้มากขึ้น เพื่อจะต่อปริญญาโท”

“ผมเข้าใจ...แต่ร้านเพิ่งเปิด รายได้ัยังไม่ดีนัก ผมอยากได้คนที่ทำงานหนักไหว ไม่ใช่ตุ๊กตาน่ารัก แล้วก็ข้อสอง อยากให้อยู่นานๆ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาฝึกใหม่ นี่ท่าทาง พอเก็บเงินได้ก็คงไป จะอยู่พ้นฤดูใบไม้ผลินี้ไหม ก็ยังไม่แน่ใจเลย”

“ริสาอดทนกว่าที่เธอคิด” ฮานึนยืนยัน “แล้วเขาก็อยู่นาน ในฐานะหุ้นส่วน พี่ขอฝากเขาเข้าทำงาน และยืนยันให้เธอรับไว้”

“ทำไมพี่คิดว่าเขาจะอยู่นานล่ะครับ”

“เขาไปเกาหลีเพื่อตามหาแม่...จากเบาะแสที่มี พี่ว่าคงต้องใช้เวลานาน...”







ภานินี
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 23 ก.ค. 2554, 01:10:23 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 24 ก.ค. 2554, 02:13:02 น.

จำนวนการเข้าชม : 1279





<< แรกพบ   เชอร์เบทซากุระ >>
แสนดี 23 ก.ค. 2554, 18:55:43 น.
โอ๊ะ ตามหาแม่ซะด้วย นางเอกเรา อิอิ


KKMM 24 ก.ค. 2554, 00:42:09 น.
น่ารักนะเนี่ย..


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account