ละลายใจรัก
สายลมในฤดูใบไม้ผลิ จะละลายน้ำแข็งในหัวใจของเธอได้หรือไม่...ริสาเดินทางมาเกาหลีเพื่อหนีปัญหาทางบ้าน และเธอก็ได้พบกับจงจิน...ชายหนุ่มนัยน์ตาสวยเจ้าของร้านไอศกรีมบนถนนคารูโซ กิล ปารีส อิน โซล...
Tags: คารูโซ กิล, ร้านไอศกรีม, ละลายใจรัก

ตอน: เชอร์เบทซากุระ

3.
พออิ่มท้อง ริสาก็เริ่มอยู่ไม่สุข ระหว่างรอจงจินคุยโทรศัพท์ เลยต้องหาเรื่องเล่นสนุกต่อ แล้วจะมีอะไรที่น่าสนใจไปกว่า...ตู้ไอศกรีม

ในตู้สีเงินแบบเรียบนั้นแบ่งเป็นไอศกรีมนม กับเชอร์เบทผลไม้และดอกไม้ เธออ่านรายชื่อ แล้วตัดสินใจว่าควรจะชิมดูสักหน่อย...เพื่อเลือกรสที่อร่อยที่สุด สำหรับแจก เรียกลูกค้าเข้าร้าน

ร่างบางสะดุ้งสุดตัว เมื่อมีเสียงกระแอมดังขึ้นข้างหลัง ตอนที่เธอกำลังเอื้อมช้อนไปตักไอศกรีมพอดี!

“ฉัน...” ริสาหันไปยิ้มด้วยสีหน้าใจดีสู้เสือ...หรือจะพูดให้ถูกก็ต้องบอกว่า สู้เจ้านายคนใหม่ที่ยืนกอดอกหน้าเคร่งอยู่ “เลือกไม่ถูกว่าจะตักรสไหนไปแจก ก็เลยว่าจะชิมสักนิดน่ะค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอก” ที่จริง จงจินไม่ได้โกรธ เขาดีใจเสมอเวลามีคนสนใจไอศกรีมของเขา แต่ถ้าไม่ปรามกันไว้บ้าง ริสาอาจจะเหลิงเกินไปก็ได้ “ถ้าอยากทานไอศกรีมก็ตักได้ตามสบาย”

สีหน้างุนงงของเธอทำให้เขาเกือบหัวเราะออกมา...นี่ริสาคิดว่าจะถูกดุใช่ไหม...

“ตกลงคุณเลือกรสไหนล่ะ” จงจินก้มลงมองถังไอศกรีมหลากสีสวยที่เรียงรายอยู่ในตู้ “ที่ขายดีมากๆ ก็มีรสนมวนิลาฝรั่งเศส ช็อกโกแลต ผมใช้ช็อกโกแลตเบลเยี่ยมอย่างดีเลยนะ คาเฟ่ลาเต้ก็หอมมากเหมือนกัน”

“ไอศกรีมรสผู้ชาย” ริสาย่นจมูก “อาจจะขายดี แต่ธรรมดาเกินไป พวกวนิลา ช็อกโกแลต สตรอเบอรี่ ร้านไหนๆ ก็มี”

เธอพูดถูก...จงจินหยิบช้อนเล็กมาตักเชอร์เบทจากถังที่วางอยู่ตรงมุมตู้ สีชมพูอ่อนสวยใสของเนื้อหวานเย็นทำให้นัยน์ตาเรียวจ้องมองอย่างสนใจ

เขาส่งช้อนให้เธอ “ชิมนี่สิ”

ปลายลิ้นเล็กแตะรับความหวานหอมที่ไม่เคยลิ้มลอง ผสมรสอมเปรี้ยวของมะนาว ในแบบที่ทำให้เชอร์เบทช้อนนี้สดชื่นราวกับสายลมแรกของฤดูใบไม้ผลิ

ศีรษะทุยผงกรับด้วยท่าทางตื่นเต้นจนหูกระต่ายกระดิกไปมา ทำให้เจ้านายต้องรีบซ่อนยิ้ม

“อร่อยจัง...เชอร์เบทอะไรคะ”

“โพทกท” นัยน์ตากลมสวยของเขาเป็นประกายระยับ ยินดีที่เธอชอบผลผลิตใหม่ล่าสุดจากการคิดค้นของเขา...

“โพทกท...ซากุระน่ะหรือ”

จงจินขมวดคิ้ว “คนเกาหลีเราเรียกว่าโพทกท” ถึงแม้ว่าชาวญี่ปุ่นจะนำดอกไม้แสนสวยชนิดนี้เข้ามาปลูกในเกาหลี แต่คนที่นี่ไม่ยอมเรียกซากุระตามชื่อเดิม

“ฉันไม่เคยรู้ว่าดอกซา...เอ๊ย โพทกทนี่กินได้ด้วย” ริสามองถังไอศกรีมอย่างสนใจ

“ได้สิ ทำอาหารได้ทั้งคาวและหวาน ดองเกลือทานกับข้าว ใส่ซุป หรือว่าทำเยลลี่ เค้ก คุกกี้ เป็นลูกกวาดก็มี”

“เอ...แต่ตอนนี้อากาศยังเย็นเกินกว่าที่โพทกทจะบานนี่คะ” ซากุระเป็นดอกไม้พิเศษ ที่จะบานเพียงปีละครั้งเมื่ออากาศเหมาะสม หนาวไป หล่อนก็ไม่เผยโฉม และพอฝนแรกมาถึง กลีบดอกก็จะร่วงหล่นไป

“ผมใช้แบบแช่อิ่มหวานๆ ที่จริง มีให้ทำได้ตลอดปี แต่อยากให้พิเศษ ก็เลยมีไอศกรีมและเชอร์เบทตามฤดูกาล รสนี้ เป็นรสของฤดูใบไม้ผลิ”

“ถ้าอย่างนั้น ก็แจกเชอร์เบทโพทกทนี่แหละค่ะ”
“ก็ได้...” จงจินพึมพำ ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องอนุญาต เพราะตอนนี้ กระต่ายจอมยุ่งเดินเข้าไปค้นอะไรกุกกักหลังเคาน์เตอร์แล้ว

“คุณเก็บชอล์กไว้ที่ไหนคะ”

“ลิ้นชักที่สอง ขวามือ”

ร้านกาแฟและร้านขนมในเกาหลีชอบมีกระดานดำเล็กๆ เขียนรายการอาหาร ริสาสังเกตเห็นว่าร้านนี้ก็มีเหมือนกัน แต่ว่าวางติดผนังเลยไม่ค่อยเป็นที่สังเกต

ร่างเล็กจัดการลากกระดานดำออกมา แต่พอจงจินเข้าไปช่วย เธอก็ถือโอกาสปล่อยมือ ให้เจ้านายเป็นคนยกออกไปตั้งขวางฟุตปาธไว้ อาจกินที่นิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้เกะกะเกินไป

เธอลบรายการเดิมออก ก่อนจะใช้ชอล์กสลับสีเขียนลงไปว่า “ชิมฟรี! เชอร์เบทรับฤดูใบไม้ผลิ” ตามด้วยรายการเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่ชวนเชิญให้เข้ามานั่งจิบ

“วันนี้เราคงทำอะไรไม่ได้มากนัก แต่ถ้าคุณว่างเมื่อไหร่ เราไปซื้ออุปกรณ์ทำช็อกโกแลตฟองดูว์ด้วยกัน แล้วจะได้เพิ่มเมนูขึ้นมานะคะ”

จงจินเริ่มสงสัย...ว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของร้าน...แต่ในเมื่อความคิดของเธอน่าสนใจ และไม่ต้องใช้งบประมาณมากนัก ก็ไม่เสียหายที่จะลองดู

เธอเข้าไปเปิดตู้ล็อคเกอร์ในห้องหลังร้าน แล้วกลับมาพร้อมกับถุงสองใบ ในนั้นมีถ้วยกระดาษขนาดเล็ก กับช้อนพลาสติก หญิงสาววางใบเสร็จลงก่อนจะรายงานว่า “แวะซื้อมาเมื่อคืนค่ะ เจ้านาย เพราะว่าที่ร้านไม่มีถ้วยเล็ก ขอโทษด้วยที่ไม่ได้ไปร้านขายส่ง แต่ว่าเราต้องรีบ ไว้คราวหน้าฉันจะไปร้านที่ถูกกว่านี้นะคะ”

เขายังไม่ทันตอบ เธอก็เริ่มต้นเรียงถ้วยกระดาษใส่ถาด “ฉันเลือกสีขาว จะได้เข้ากับไอศกรีมทุกสี ลองแจกสักห้าถ้วยก่อน ตักไปเยอะจะละลายเสียหมด”

มีเธอมาเล่าโน่นนี่เสียงใสแจ๋ว ก็ทำให้หายเหงาไปได้เหมือนกัน จงจินมองตามหญิงสาวด้วยสายตาที่เป็นมิตรขึ้นมาก ยิ่งเห็นเธอเรียกลูกค้าอย่างตั้งอกตั้งใจ เขาก็ยิ่งรู้สึกผิดที่ก่อนหน้านี้ทำเหมือนไม่ค่อยยินดีต้อนรับ

วิธีการของริสาได้ผล คนเข้าร้านมากกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด และเครื่องดื่มอุ่นๆ กับไอศกรีมก็ขายดีจนน่าแปลกใจ

มีอีกหลายอย่างที่เขาต้องเรียนรู้...ชายหนุ่มคิดระหว่างที่ทอดสายตามองร่างเล็ก ริสาขยันกว่าที่เขาคาด พอเห็นลูกค้าซาลง เธอก็จะรีบออกไปแจกเชอร์เบท ท่าทางร่าเริงและรอยยิ้มน่ารักทำให้ผู้คนหยุดคุยด้วย และพอได้ชิม “รสชาติของฤดูใบไม้ผลิ” ตามที่เธอโฆษณา พวกเขาก็ไม่ลังเลที่จะเข้ามานั่งพักในร้าน

ริสาเดินไปไกลจนถึงร้านอาหาร และแน่นอนว่า เธอสามารถชวนคนที่เพิ่งอิ่มบะหมี่เข้ามารับประทานไอศกรีมเป็นของหวานได้

คู่เดทยินดีจะยืดเวลานั่งคุยกันออกไป ในขณะที่เด็กเล็กนั้นชอบไอศกรีมแน่นอนอยู่แล้ว ส่วนผู้ใหญ่ ที่มาช้อปปิ้งกับลูกหลานก็อยากหาที่พักขานั่งได้นานๆ

ริสาตะโกนเชิญลูกค้าเข้าร้านราวกับไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เขาสังเกตเห็นริมฝีปากอิ่มเริ่มซีดลงเพราะอากาศเย็น จนอดไม่ได้ต้องออกไปดึงเธอเข้ามาข้างใน

ดวงตาเรียวตวัดมองมือใหญ่ที่กุมรอบข้อมือบาง จนเขาต้องปล่อยออกอย่างเก้อเขิน เสบอกไปว่าเธอควรจะจิบชาอุ่นๆ เสียบ้าง

แต่ริสาก็มีเวลาพักไม่มากนัก เพราะร้านวุ่นวายตลอดจนถึงเวลาปิด...

จงจินเดินไปเช็ดโต๊ะ แต่ตามองริสาที่กำลังล้างแก้วอยู่หลังเคาน์เตอร์ ปลายจมูกของเธอมีรอยมันเล็กน้อย และหูกระต่ายก็เริ่มจะพับตกลงมา ไม่แปลกหรอกที่เธอจะเหนื่อย ขนาดเขาทำงานจนคุ้น ยังอดล้าไม่ได้

ชายหนุ่มมองกล่องทิป ในนั้นไม่ถึงกับว่างเปล่า แต่ร้านแบบกึ่งบริการตัวเองอย่างนี้ ลูกค้ามักจะทิปให้ไม่มากนัก อย่างดีก็ใส่เหรียญที่ได้รับจากเงินทอนลงไปในกล่องหน้าแคชเชียร์

พอริสาเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังร้าน เขาเลยแอบใส่ธนบัตรย่อยลงไปอีกห้าพันวอน...

มากกว่านี้ ก็กลัวว่าเธอจะสงสัย

จงจินไม่อยากให้เธอรู้ว่า ผ่านมาแค่วันเดียว เขาก็ใจก่อนกับเธอเสียแล้ว!

แต่ด้วยงานที่ริสาทำ เธอควรได้ค่าแรงมากกว่านี้ แม้ไม่ใช่ในรูปตัวเงิน เพราะได้ตกลงกันไว้แล้วว่าจะรับแต่ทิปตลอดสัปดาห์แรก เขาก็ไม่อาจใจไม้ไส้ระกำกับคนที่ทุ่มเทเพื่อร้านขนาดนี้ได้

จงจินดูออก...เธอทำงานด้วยใจจริงๆ...

หญิงสาวกลับออกมาจากหลังร้านในชุดเสื้อยืด กางเกงยีนส์ มีเสื้อกันหนาวตัวเดิมคลุมทับ ผมรวบขมวดไว้หลวมๆ ในมือถือเป้สัมภาระ

“ไม่มีอะไรแล้ว ฉันกลับก่อนนะคะ”

“เดี๋ยว...” เขาส่งกล่องทิปให้เธอ และได้รับรางวัลเป็นรอยยิ้มกว้าง

“ได้ตั้งเยอะแน่ะ!” เสียงใสอุทานอย่างยินดีก่อนจะหันมาโค้งคำนับเขา “ขอบคุณค่ะ”

“ริสา...” เขาเรียกไว้ก่อนเธอจะเดินออกประตูไป

“คะ” ร่างเล็กหันกลับมา กวาดตามองรอบร้านเหมือนจะสำรวจว่าหลงลืมอะไรบ้าง

“ไป...กินบะหมี่กันก่อนไหม...ผมเลี้ยงต้อนรับที่คุณเข้ามาทำงานวันแรก” ใบหน้าคมคายก้มลงนิดหนึ่ง บอกตัวเองว่าที่ชวนก็เพราะอยากตอบแทน ไม่มีเหตุผลอื่น

“ขอบคุณค่ะ” ริสายิ้มจนตาหยี “กำลังหิวพอดีเลย”

ร้านที่เขาเลือกเป็นเพียงแผงเล็กๆ ในซอกตึกใกล้สถานีรถไฟฟ้า อากาศที่ยังเย็นโดยเฉพาะยามค่ำ ทำให้พ่อค้าต้องตั้งเต็นท์ใส มีเครื่องทำความอุ่นข้างใน ดูแปลกตาแต่ก็นั่งได้สบายพอใช้

ริสาเป็นผู้หญิงตัวเล็ก...แต่รับประทานจุ...จงจินบันทึกข้อมูลใหม่เข้าไว้ในสมองโดยอัตโนมัติ ไม่น่าเชื่อว่าอุด้งชามใหญ่หายวับไปได้ภายในพริบตา

เธอยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่มอึกใหญ่ ก่อนจะลูบท้องอย่างพออกพอใจแล้วหันมาโค้งให้เขา “คัมซาค่ะ”

“ไม่เป็นไร...” จงจินจ่ายเงินแล้วเปิดประตูเต็นท์ให้เธอก้าวออกไปก่อน “ผมไปส่งที่บ้านดีไหม”

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่สถานีนี่ก็พอแล้ว ขอบคุณอีกครั้ง”

“ริสา” เขาเดินตามมาเรียก

“ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ ฉันเคยกลับดึกกว่านี้อีก”

“เปล่า..ผมไม่ได้จะไปส่งคุณ” แววตาซื่อๆ ของเขาแสดงให้รู้ว่าไม่ได้เล่นมุกหรือกวนประสาท “แค่จะบอกว่าปกติผมปิดร้านวันจันทร์”

“แปลว่าพรุ่งนี้ฉันไม่ต้องไปทำงานหรือคะ”

“ไม่ใช่”

เธอหันกลับไปทั้งตัว เอียงคอมองเขาด้วยสีหน้าเป็นคำถาม

“มาที่ร้านตอนเช้า เราจะได้ไปซื้ออุปกรณ์ที่ยังขาด คุณว่าจะทำเวเฟอร์ แล้วก็วาฟเฟิลด้วยไม่ใช่หรือ ผมไม่มีเครื่องมือพวกนั้น แล้วก็ท้อปปิ้งอีก”

“คุณชอบไอเดียของฉันจริงๆ ด้วย!” อุด้งชามใหญ่คงทำให้เธอมีพลัง ริสาเลยเต้นไปมาได้อย่างนี้! “ดีใจจัง โอเคค่ะ พรุ่งนี้เจอกัน ฉันจะไปที่ร้านแปดโมงนะคะ”

จงจินก้มศีรษะรับ ก่อนที่คนตัวเล็กจะลงบันไดสถานีรถไฟฟ้าไป โดยไม่ได้หันกลับมา

เลยไม่เห็นว่า ร่างสูงยังยืนมองตามเธอไปจนลับตา โดยมีรอยยิ้มจางๆ ระบายอยู่บนริมฝีปาก...







ภานินี
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 26 ก.ค. 2554, 22:25:10 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 26 ก.ค. 2554, 22:25:10 น.

จำนวนการเข้าชม : 1294





<< เริ่มงาน   ภาพอดีต >>
แสนดี 26 ก.ค. 2554, 22:45:41 น.
กรี๊ดๆ มาแล้ว ชอบหูกระต่ายของนางเอกจัง เรียกลูกค้าวันเดียว เข้าตรึมเลย


namon 26 ก.ค. 2554, 22:47:33 น.
อยากชิมไอติมรสชาติของฤดูใบไม้ผลิบ้างอ่ะพี่นุ่นอิอิ ไม่เสียแรงที่พีไปอยู่ที่นั่นเป็นเดือนเนาะ รายละเอียดเยอะเชียว หนุอ่ะเอาแต่ถ่ายรูปไม่ได้ใส่ใจกับร้านน่ารักๆเล้ย แหะๆ:P


ภานินี 26 ก.ค. 2554, 22:51:52 น.
ถึงจะเป็นเม้นคนกันเอง ก็ยังดีใจเสมอนะคะ
หูกระต่ายเรียกลูกค้า ฟังยังกับเครื่องรางแน่ะ น้องแสน
น้องนะ ขอบคุณค่ะ ร้านนี้อยู่ที่หัวมุมซอยแยกจากถนนใหญ่ แต่ร้านจริงขายเสื้อค่ะไม่ได้ขายไอศกรีมหรอก


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account