ตะวัน (ร้าย) ฉายรัก (นามปากกา 'พิริตา' ) เปิดจองรูปแบบเล่มพร้อม E-Book
‘ปาลิกา’ หญิงสาวกำพร้าที่สูญเสียครอบครัวไป

ตั้งแต่ยังเยาว์วัย แต่โชคดีที่มีผู้อุปการะไว้ ซึ่งก็เป็นนายจ้างของครอบครัว

เธอนั่นเอง ปาลิกาเติบโตมาท่ามกลางความรัก เข้าใจอย่างล้นเหลือของ

ประมุขทั้งสองของบริษัท ‘เดอะซัน กรุ๊ป จิวเวลรี่’ และเพราะที่แห่งนี้เป็น

สถานที่ที่ทั้งพ่อแม่และยายของเธอได้ใช้ชีวิตอยู่จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

ที่นี่จึงมีความหมาย และมีความสำคัญสำหรับหญิงสาวมาก

ในชีวิตของปาลิกามีเพียงสองสิ่งเท่านั้นที่เธอรู้สึกว่าเป็นอุปสรรค ขวาก

หนามที่ยิ่งใหญ่ นั้นก็คือ ปมแห่งความหวาดกลัวที่เป็นเหตุให้เธอติดอยู่กับฝัน

ร้ายในวัยเด็ก และลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูล ‘รัตนาวาณิชย์’ ที่เติบโต

มาด้วยกัน เขามีอายุอ่อนกว่าเธอหนึ่งปี แต่ไม่เคยยอมรับว่าเธอเป็นพี่สาว

หนำซ้ำยังคอยแกล้งเธอมาตั้งแต่เด็ก และเธอก็เรียกเขาว่า ‘จอมวายร้ายเจ้า

เล่ห์,คนกวนประสาทฯ ‘ แต่ทว่าจอมวายร้ายคนนั้นกลับเป็นคนเดียวกันที่อยู่

เคียงข้างเธอยามมีภัย และพยายามช่วยเธอให้หลุดพ้นจากปมแห่งฝันร้าย

นั้น และเป็นคนเดียวกับที่ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย

แต่แล้ว...ก็กลับเป็นคนเดียวกัน ที่กันเธอออกจากเดอะซัน กรุ๊ปฯ และชีวิต

ของเขา เหมือนไม่เห็นค่า ความสำคัญของเธออีกต่อไป จนหญิงสาวทนอยู่

กับความรู้สึกเจ็บปวด สิ้นไร้ ด้อยค่าของตัวเองไม่ไหว ที่สุดจึงตัดสินใจเดิน

ออกมาจากชายคาเดอะซัน กรุ๊ปฯ ด้วยหัวใจที่บอบช้ำ.


‘ตะวันฉาย’ ลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูล ‘รัตนาวาณิชย์’ และผู้สืบทอด

กิจการของบริษัท ‘เดอะซัน กรุ๊ป จิวเวลรี่’ ต่อจากมารดา หลังกลับจากเรียน

ต่อต่างประเทศชายหนุ่มได้เข้ามาเรียนรู้งานในเดอะซัน กรุ๊ปฯ อย่างเต็มตัว

โดยมี ‘ปาลิกา’ (หรือที่เขาเรียกจนติดปากว่า ‘ยัยปลิก’) คอยกระตุ้นอยู่ตลอด

ทั้งที่โดยนิสัยแล้วตะวันฉายเป็นคนที่มีความตั้งใจ รับผิดชอบและจริงจังกับ

งาน โดยเฉพาะช่วงหลังที่เขาเข้ามาทำงานอย่างเต็มตัวแล้วนั่น แต่ใน

ทางกลับกันตะวันฉายจะกลายเป็นเด็กไม่ยอมโตทันทีที่อยู่กับปาลิกา เพราะ

ความรื่นรมย์อีกอย่างในชีวิตของเขาตั้งแต่เล็กจนโต คือการได้แกล้งปาลิกา

ทั้งวาจาและการกระทำ แต่เขาก็ได้สงวนลิขสิทธิ์ในการแกล้งไว้แค่ตัวเขา

เอง คนอื่นห้ามแกล้งโดยไม่ได้รับอนุญาตเสียอย่างนั้น

แต่ทว่าหากยามใดที่ปาลิกามีภัย อ่อนแอ ตะวันฉายจะถึงตัวเธอก่อนเสมอ

เขาห่วงทุกย่างก้าวในชีวิตของเธอ โดยเฉพาะปมแห่งความกลัวที่ทำให้เธอ

ฝันร้ายในตอนเด็ก ชายหนุ่มปรารถนาจะให้เธอเอาชนะความกลัวนั้นให้ได้

และการที่ตะวันฉายได้มีโอกาสอยู่เพียงลำพัง ไกลห่างกับปาลิกาขณะที่

เรียนอยู่ต่างประเทศนั้น ได้ทำให้เขารู้ใจตัวเองว่าคิดอย่างไรกับเธอ ชาย

หนุ่มไม่เคยสงสัยในความรู้สึกที่มีต่อหญิงสาวเลยสักนิด แต่เพราะเชื่อว่าเธอ

รักใครอีกคนที่เป็นญาติสนิทของเขา และผู้ชายคนนั้นก็เป็น ‘ผู้ชายในฝัน’

ของเธอมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เขาได้แต่กล้ำกลืนความรู้สึกเอาไว้ กว่าจะรู้ว่า
ปาลิกาก็รักเขาไม่ต่างกัน ก็ในวันที่เธอได้หนีเขาไปเสียแล้ว...


‘ก็ลื้อสองคนน่ะสิ มีด้ายแดงผูกติดกันมา

ตั้งแต่เกิด แต่ที่แปลกไปกว่านั้นคือด้ายแดงที่ผูกพวกลื้อไว้นั้นมันสั้นมาก ทำ

ให้ต้องมาใกล้กันตั้งแต่เด็ก ไม่เหมือนบางคู่ที่ด้ายจะยาวอาจใช้เวลานานกว่า

จะได้มาเจอกัน แต่นั่นแหล่ะด้ายแดงแห่งโชคชะตาของพวกลื้อจะไม่มีวันถูก

ตัดขาด แล้วมันก็จะอยู่ในระยะสั้นอย่างนี้ตลอดไป อย่างที่เคยเป็นมาจนกว่า

จะตายจากกัน และหากวันใดที่มันยืดยาวออกไปไม่ว่าด้วยสาเหตุอันใด ด้าย

นั้นก็จะดึงรั้งพวกลื้อให้ต้องกลับมาใกล้กันจนได้ หากพวกลื้อฝืนก็จะทำให้

เจ็บปวดทุรนทุราย เหมือนจะขาดใจเลยทีเดียว มันเป็นลิขิตของสวรรค์’

ตะวันฉายกับปาลิกาจะทำเช่นไรกับหัวใจของตัวเอง

ด้ายแดงแห่งโชคชะตา และสายใยแห่งความผูกพัน

จะสามารถนำพาหัวใจทั้งสองดวงให้กลับมาแนบชิดกัน

เหมือนในวันเก่าได้หรือไม่?..................................

โปรดติดตามใน ‘ตะวัน (ร้าย) ฉายรัก’ ได้เลยค่ะ


Tags: ตะวัน ร้าย ฉาย รัก ปลา อัญมณี จิวเวลรี่ หวานซึ้ง

ตอน: บทที่ 13

ปาลิกาโดนเศษแก้วบาดเป็นแผลลึกพอสมควร จนต้องไปให้หมอ

เย็บในคืนนั้น แต่เพราะหญิงสาวมีอาการไข้และดูเหมือนแผลจะ

อักเสบจากการติดเชื้อ วันรุ่งขึ้นคุณโฉมฉายจึงให้ตะวันฉายพากลับ

กรุงเทพฯ ก่อนพร้อมป้าแต๋ว และพาปาลิกาไปหาหมอประจำตระกูลที่

ไว้ใจ หญิงสาวได้รับการรักษาเป็นอย่างดี แต่เพราะความที่ไม่ชอบ

โรงพยาบาลเป็นนิสัยปาลิกาจึงขอกลับมาพักผ่อนอยู่ที่บ้านแม้อาการไข้

จะยังมีอยู่ก็ตาม

“นานๆ ได้ไปเที่ยวพร้อมกันสักที นายกับป้าแต๋วเลยอดสนุก

เพราะฉันเลย” หญิงสาวเปรยขึ้นเมื่อสร่างไข้ลงมากแล้ว ทำให้ตะวัน

ฉายที่นั่งอยู่ข้างเตียงและกำลังเอามือแตะหน้าผากคนไข้ถึงกับยิ้ม

“ไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอกน่า ปีหน้าเราไปกันใหม่ก็ได้ ไม่ก็เอา

วันหยุดยาวที่ใกล้จะถึงนี่ก็ได้ ใช่ไหมครับป้าแต๋ว” ชายหนุ่มหันไป

พยักพเยิดกับป้าแต๋วที่เตรียมจะเช็ดตัวให้คนไข้อยู่อีกด้าน

“ค่ะคุณซัน หนูปลาก็อย่าคิดมากเลยพึ่งสร่างไข้ มาป้าจะเช็ดตัว

ให้ อ้าว...คุณซันก็ออกไปก่อนสิคะ”

“โอ๊ะ...’โทษทีครับผมลืมไป คืนนี้ป้าแต๋วก็พักเถอะนะครับ ผมจะ

เฝ้ายัยปลิกเอง” เขาบอกก่อนเดินออกไปจากห้อง

กลางดึกที่ปาลิกาตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำ เธอเปิดไฟตรงหัวเตียง

ก่อนกวาดสายตาไปยังร่างสูงที่นอนหลับสนิทอยู่ข้างเตียง หญิงสาว

ค่อยๆ ย่องเข้าห้องน้ำไปพราะกลัวชายหนุ่มจะตื่น

พอกลับมาเพ่งมองร่างที่นอนตะแคงอยู่บนที่นอนปิกนิกที่เขาหอบ

หิ้วมาเฝ้าเธอ ผ้าห่มผืนบางกองอยู่ตรงปลายเท้าเหมือนว่าชายหนุ่มจะ

ไม่ได้แตะต้องมันเลยด้วยซ้ำตามประสาคนขี้ร้อน แม้จะเคยชินกับการ

นอนตากแอร์เย็นฉ่ำในห้องของตัวเอง แต่พอถึงคราวที่ต้องมามานอน

ห้องของเธอตะวันฉายก็ไม่มีบ่นสักนิด

ปาลิกาจึงเดินไปปรับพัดลมให้พัดแรงขึ้น ก่อนจะมาทรุดตัวลงนั่ง

ข้างๆ เอื้อมมือมาแตะตัวเขาอย่างเบามือเพื่อดูว่าเย็นขึ้นหรือยัง แต่ทว่า

ร่างยาวนั้นกลับพลิกหงาย และแขนของเขาก็รวบเอาร่างบางให้ล้มลง

นอนเคียงข้าง

“ว้าย! นายซัน” หญิงสาวร้องเบาๆ ด้วยความตกใจ

แต่เจ้าของแขนแข็งแรงที่โอบร่างของเธอไว้นั้นกลับไม่มีทีท่าว่าจะ

รู้สึกตัวสักนิด แถมยังกรนเสียงสนั่นเสียนี่ ปาลิกาฉุกคิดได้ว่าคืนที่ผ่าน

มาแม้เขาจะไม่ได้มานอนเฝ้าไข้เธออย่างจริงจังเพราะมีป้าแต๋วเฝ้าอยู่

แล้ว แต่หญิงสาวแอบเห็นเขาแวะเวียนมาดูเธอตอนดึกเกือบทั้งคืนและ

คงเหนื่อย จากที่ตั้งท่าจะปลุกชายหนุ่มปาลิกาก็เปลี่ยนใจ ที่สุดก็ไม่กล้า

แม้แต่จะกระดิกตัว กลัวคนที่หลับอยู่จะรู้สึกตัวเอาตอนนี้

ได้แต่มองเสี้ยวหน้าสวยราวผู้หญิงนั้นอยู่ในความเงียบงัน

ในขณะที่ร่างแนบชิดกันขนาดนี้ ปาลิกาอดหัวใจเต้นไม่ได้ แต่มันผสม

ปนเปไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่ซ่าน บ้าจริงทำไมต้องรู้สึกแบบนี้ด้วย

นะเรา หญิงสาวบ่นว่าตัวเองอยู่ในใจ แต่ทว่าความรู้สึกหวานไหวยังคง

อบอวลอยู่ในหัวใจจนกระทั่งผล็อยหลับไปอีกครั้งในอ้อมกอดของคนที่

เธอเคยเรียกว่า ‘จอมวายร้าย’ คนนั้น


ปาลิกายังอยู่ในสภาพกะเผลกไปอีกหลายวัน แต่ก็ยังไปทำงาน

ตามปกติ ไม่ว่าคุณโฉมฉายกับตะวันฉายจะสั่งให้หญิงสาวพักอย่างไร

แต่เธอก็ยังยืนกรานที่จะลงมาทำงานอยู่นั่นแล้ว สองแม่ลูกจึงคร้านที่จะ

ห้ามปราม จนกระทั่งถึงวันคล้ายเกิดของปาลิกาซึ่งตรงกับตะวันฉาย

พอดี เพียงแต่ห่างกันปีหนึ่งเท่านั้น เท้าของเธอหายดีเป็นปกติแล้ว

แต่ถึงกระนั้นเจ้าของวันเกิดทั้งคู่กลับมีความเห็นพ้องต้องกันว่าไม่

ต้องการจัดงานวันเกิดตามที่เจ้าแม่ปาร์ตี้อย่างคุณโฉมฉายเสนอมา แต่

ขอเป็นทำบุญตักบาตรในตอนเช้าและทานข้าวกันพร้อมหน้าทั้งสามคน

ก็พอ คุณโฉมฉายจึงยอมตามใจ


เมื่อวันคล้ายวันเกิดของทั้งสองมาถึง คุณโฉมฉายมาถึงบริษัทแต่

เช้าตรู่ แล้วจึงพาทั้งสองไปทำบุญตักบาตรที่วัดใกล้บริษัท กลับมาทาน

ข้าวด้วยกัน คุณโฉมฉายได้อวยพรพร้อมมอบของขวัญวันเกิดให้คนทั้งคู่

โดยของตะวันฉายเป็นนาฬิกาแบรนด์เนมที่ดูหรูหราและภูมิฐานสมกับ

วัยทำงานของชายหนุ่ม

ส่วนปาลิกาเป็นสร้อยข้อมือเส้นบางน่ารักประดับด้วยจี้ที่เป็นรูป

มงกุฎเล็กๆ ฝังเพชร ซึ่งปาลิกาถูกอกถูกใจเป็นอย่างมาก แล้วคุณโฉม

ฉายก็แยกไปตรวจงานที่โชว์รูมอีกแห่งตามปกติ ตะวันฉายกับปาลิกาจึง

พากันลงไปยังออฟฟิศของตัวเองบ้าง

“ฉันไม่ได้เตรียมของขวัญให้นายเลย” ปาลิกาเอ่ยขึ้นเมื่ออยู่ใน

ลิฟท์กันตามลำพัง

“ไม่ต้องเสียใจไปหรอก เพราะฉันก็ไม่ได้เตรียมอะไรไว้ให้เธอ

เหมือนกัน เอ่อ...แล้วตอนเย็นเธอว่างหรือเปล่าล่ะ” ชายหนุ่มถามขึ้นใน

ตอนท้าย ทำให้ปาลิกาหยุดคิดไปนิดหนึ่ง

“งานไม่เยอะ คงไม่ได้ทำโอที.หรอกมั้ง ทำไมเหรอ” แต่ก่อนที่เขา

จะทันตอบเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน

“สวัสดีค่ะพี่อ๋า” หญิงสาวกดรับแล้วกรอกเสียงหวานใสลงไป

“สุขสันต์วันเกิด แฮปปี้เบิร์ธเดย์นะน้องปลา” เสียงต้นสายที่

คุ้นเคยดังขึ้น

“ขอบคุณค่ะพี่อ๋า”

“น้องปลาว่างไหมตอนเย็น พี่ว่าจะชวนน้องปลาไปทานข้าวเนื่อง

ในวันเกิดน้องปลาไง”

“งั้นปลาก็ต้องเลี้ยงพี่อ๋าสิคะถึงจะถูก เพราะเป็นวันเกิดปลา”

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ แค่น้องปลายอมไปก็พอแล้ว”

“งั้นปลาไม่เกรงใจแล้วนะคะ พี่อ๋าเตรียมกระเป๋าฉีกได้เลย เพราะ

วันนี้ปลากินจุแน่ๆ ” เธอหยอกเย้า อานุภาพหัวเราะอารมณ์ดี

“สำหรับน้องปลาพี่ยินดีเสมอจ้ะ เลิกงานแล้วพี่จะไปรับนะจ๊ะ

ฝากแฮปปี้เบิร์ธเดย์เจ้าซันมันด้วยนะ ตอนเย็นเจอกันจ้ะ” ปาลิการับคำ

ก่อนวางสายด้วยรอยยิ้มพรายบนใบหน้า แล้วจึงหันมามองอีกคนที่ยืน

อยู่ไม่ไกล “นี่ซัน พี่อ๋าฝากแฮปปี้เบิร์ธเดย์นายด้วยแน่ะ” แต่คนฟังกลับ

ทำหน้าเบ้อย่างหมั่นไส้

“เฮอะ ปฏิเสธงานเลี้ยงหม่าม๊าเพื่อจะไปกินข้าวกับแฟนเนี่ยนะ”

ชายหนุ่มแค่นเสียงประชด

“ฉันเปล่านะ พี่อ๋าพึ่งโทร.มาต่างหากล่ะ แล้วอีกอย่าง...เรายัง

ไม่ได้เป็นแฟนกันซะหน่อย นายก็พูดบ้าๆ ” ว่าพลางตบหลังตะวันฉาย

ป้าบใหญ่ด้วยความขวยเขิน พอดีกับที่ประตูลิฟท์เปิดออกตรงชั้น 5

หญิงสาวจึงก้าวออกไป ทิ้งให้อีกคนยืนมองตามหลังจนกระทั่งประตู

ลิฟท์ปิดลงอีกครั้ง


ภายในร้านอาหารที่ตกแต่งไว้อย่างโรแมนติค หนุ่มสาวทั้งคู่นั่งอยู่

ท่ามกลางแสงเทียนที่ส่องแสงสว่างวาววาม กลิ่นหอมของดอกไม้กรุ่น

อยู่ในบรรยากาศ พร้อมเสียงเพลงบรรเลงเบาๆ เคล้าคลอ


“วันเกิดน้องปลาพี่ขอให้น้องปลามีความสุขมากๆ นะ” อานุภาพ

อวยพรแล้วจึงหยิบของขวัญกล่องเล็กๆ ที่เตรียมมาให้เธอ ปาลิกากล่าว

ขอบคุณขณะเอื้อมมือไปรับ

“เปิดดูซิจ๊ะ” หญิงสาวเปิดออกดูก็เห็นว่าเป็นสร้อยคอที่มีจี้รูป

หัวใจอยู่ด้วย

“สวยจังนะคะ พี่อ๋าไม่น่าลำบากเลย”

“ไม่ลำบากหรอกจ้ะ ทุกปีพี่ไม่ค่อยได้ให้ของขวัญน้องปลาเป็นชิ้น

เป็นอันเลย มา...พี่ใส่ให้นะ” แต่ขณะที่กำลังจะสวมสร้อยคอให้ปาลิกา

อยู่นั้น

“เฮีย!! ” เสียงที่คุ้นหูก็ดังประสานกันขึ้น ทำให้อนุภาพชะงัก ทั้งคู่

มองไปทางต้นเสียงก็เห็นสองหมวยนรกกำลังเดินตรงมาที่โต๊ะ ปาลิกา

ถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่ได้รู้สึกเสียดายบรรยากาศโรแมนติคของ

เธอกับอานุภาพแต่อย่างใด แค่ไม่อยากมีเรื่องมากกว่า

“ทำไมไม่เห็นชวนน้องนุ่งเลยเฮีย” หมวยใหญ่ปรี่เข้ามาถึงตัว

พี่ชายพร้อมต่อว่า

“อ๊ะ นี่สร้อยอะไรน่ะ สวยจัง” หมวยเล็กฉวยสร้อยคอไปจากมือ

พี่ชายอย่างรวดเร็ว

“หมวยเล็กเสียมารยาทน่า เฮียให้เป็นของขวัญวันเกิดน้องปลา

นะ” อานุภาพตำหนิเสียงเรียบ

“ได้ยังไง นี่ตั้งแพง เฮียนี่ยังไงนะทีน้องล่ะไม่เห็นให้อะไรขนาดนี้”

แต่หมวยเล็กกลับไม่สนใจท่าทีนั้น

“ถ้าอยากได้เดี๋ยวเฮียสั่งทำให้คนละเส้นเลยเอ้า! ” น้ำเสียงของคน

เป็นพี่ชายติดรำคาญขึ้นมานิดๆ

“แต่เราอยากได้เดี๋ยวนี้ เส้นนี้ด้วย” หมวยเล็กรีบซ่อนสร้อยเจ้า

ปัญหาในมือไว้ข้างหลัง เหมือนเด็กเกเรที่แย่งของเล่นคนอื่นแล้วกลัวเขา

แย่งกลับคืนกระนั้น ปาลิกานิ่งอึ้งทำหน้าปุเลี่ยน

“ใจคอเฮียจะไม่ชวนเรานั่งมั่งเลยหรือไง” หมวยใหญ่บ่นพี่ชาย หัน

รีหันขวางมองหาบริกรแล้วสั่งต่อโต๊ะและหาเก้าอี้มาเพิ่มให้ อานุภาพกุม

ขมับเหมือนคนที่ทำอะไรไม่ถูก แต่ยังไม่ทันนั่งสองหมวยก็ชะงักมองไป

ตรงประตูทางเข้าของร้านก่อนตะโกนเสียงดังลั่น

“เฮียซันๆ ทางนี้” เจ้าของร่างสูงโปร่งเดินยิ้มร่าเข้ามา “กำลังบอก

ให้เขาต่อโต๊ะอยู่เลย แล้วเจ๊หยินกับแฟนแล้วก็เฮียหยางล่ะ” หมวยเล็ก

ถาม

“กำลังมา ขี้เกียจรอเลยเข้ามาก่อน เดี๋ยวพวกนั้นก็ตามมาเอง

แหล่ะ” ตะวันฉายตอบ พอดีกับเสียงมือถือของหมวยใหญ่ดังขึ้น

“ดีด้าโทร.เข้ามาแล้ว สงสัยถึงแล้วมั้ง” หมวยใหญ่หันไปรับ

โทรศัพท์

“นี่มันอะไรกันนายซัน” ปาลิกาที่อดรนทนไม่ได้ลุกขึ้นไปหาตะวัน

ฉาย และถามเสียงลอดไรฟันให้พอได้ยินกันสองคน

“อ้าว ก็ฉลองวันเกิดไง วันเกิดเราทั้งสองคนฉันก็ต้องมาฉลองด้วย

ไง รวมทั้งญาติๆ เพื่อนๆ ด้วยหวังว่าเธอคงไม่ขัดข้องนะ โน่น...หยินมี่

กับคุณเทิด หยางมาแล้ว เฮ้ย! ทางนี้พวกเรา” ท้ายประโยคโบกมือส่ง

เสียงเรียกหยินมี่ เทิดพงศ์และหยางที่กำลังก้าวเข้ามา

“ไหนบอกไม่เลี้ยงไงยัยปลา ฉันเลยไม่ได้เตรียมตัว นี่ถ้าเธอไม่

ฝากนายซันไปบอกคงไม่ได้มานะเนี่ย” หยินมี่พูดขณะนั่งลง ตามมา

ด้วยเทิดพงศ์และหยาง อีกหนึ่งสิ่งมีชีวิตที่โผล่มาทีหลังเพื่อนคือวดีลดา

ที่ปราดเข้าไปนั่งกระแซะตะวันฉายไม่ห่าง “สงสัยชาติที่แล้วต้องเป็น

เห็บหมาแน่ๆ เห็นนายซันทีไรเป็นต้องกระโดดเกาะทุกทีเลยเธอว่าไหม”

หยินมี่กระซิบขำๆ ทำให้ปาลิกาที่ยังงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่

คาดคิดอดยิ้มกับคำพูดกัดวดีลดาของเพื่อนไม่ได้เหมือนกัน




กานพลู
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 22 ม.ค. 2559, 11:03:49 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 22 ม.ค. 2559, 11:03:49 น.

จำนวนการเข้าชม : 884





<< บทที่ 12   บทที่ 14 >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account