สัญญารักดวงใจฟาโรห์
ทักทาย



กลับมาพบกันในแบบรีไรท์นะคะ โดยรวมเนื้อหาก็ยังคงเหมือนเดิม มีเพียงการแก้ไขคำผิดและบางส่วนบางตอนให้สมบูรณ์ขึ้น และก็เพื่อให้ผู้อ่านที่เคยติดตามกันได้รับรู้เรื่องราวความรักของนิยายเรื่องนี้กันอีกสักครั้ง ส่วนผู้อ่านที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ก็หวังว่าจะชื่นชอบและได้ความประทับใจกลับไปกันบ้างไม่มากก็น้อย


ขอบคุณนิยายเรื่องแรกของตัวเอง ที่ทำให้ผู้เขียนมีความสุขในวันนี้ และขอบคุณผู้อ่านทุกคนที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ค่ะ



เข้ามาแสดงความคิดเห็น หรือพูดคุยกันบ้างนะคะ ถ้าไม่เห็นจะคิดว่าไม่มีคนตามอ่าน ก็จะหยุดลงค่ะ



ปล. คราวนี้จะลงไม่จบนะค๊า



21/2/2559




ศศิธาราริน




*** ฝากเพจ ศศิธาราริน ไว้ด้วยค่า ***
Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: 2 ผู้ชายที่ดีเหมือนพ่อ ผู้หญิงที่โชคดีเหมือนแม่



หญิงสาวในชุดนอนสีชมพูอ่อนชายกระโปรงประดับประดาด้วยลูกไม้เป็นระบาย นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งที่มีเครื่องประทินความงามวางเรียงรายเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เต็มไปหมด กำลังบรรจงหวีผมอ่อนนุ่มสลวยที่ยาวสยายถึงเอวบางด้วยความพิถีพิถัน
ภายในห้องถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่สั่งตรงมาจากหลายที่ในแบบที่เรเนสต้องการ บ้างเธอก็ออกแบบเอง บ้างก็มาจากฝีมือประดิษฐ์ของช่างชื่อดังจากทั่วทุกมุมโลก

แชลเดอเรียหรูประดับอัญมณีหลากสีห้อยระโยงระยางอยู่กลางห้อง ส่งแสงให้บรรยากาศแลดูอบอุ่น เตียงนอนสีขาวขนาดใหญ่ถูกตั้งอยู่จนเกือบชิดติดระเบียงด้านนอก ฐานเตียงมีลวดลายดอกไม้ล้อมรอบ เสา 4 ต้นถูกวางอยู่ทุกด้านรอบเตียง พร้อมกับผ้าบางสีขาวเป็นระบายทั้งผืนคลุมอยู่บนรอบเสาทั้งหมด ให้ความรู้สึกแด่ผู้นอนเสมือนกับว่าเป็นเจ้าหญิงของเมืองใดสักเมืองหนึ่งนั่นแหละ

หลังจากที่เฮเซลงัดกลยุทธ์ขั้นเด็ดขาด ที่สามารถทำให้เจ้าหญิงเงือกยอมขึ้นมาจากสระน้ำได้อย่างง่ายดาย ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติมาก เพราะเรเนสชอบอยู่กับน้ำที่สุด เรียกได้ว่าทุกอย่างที่เกี่ยวกับน้ำเธอชอบหมด

“ทำไมถึงวาดรูปนี้ล่ะ ?”

เฮเซลถามเรเนสถึงภาพบนฝาผนังห้องนอนที่เปลี่ยนไป

“หืม ทำไมล่ะ ไม่สวยเหรอไง ?”

เรเนสเหลือบตาหวานๆ ขึ้นมามองแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อไป ซึ่งหนังสือที่อยากจะอ่านนักหนา นั่นก็คือหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชนชาติต่างๆ และวิธีการรบของพระมหากษัตริย์

เฮเซลได้แต่คิดในใจว่าคงจะได้มีเพื่อนเป็นนักรบสาวสวยก็คราวนี้แหละ

“สวยจ้า แล้วก็สวยมากด้วย แต่แปลกใจว่าทำไมเรเนสถึงวาดพระจันทร์คู่กับพระอาทิตย์ล่ะ ในเมื่อเรเนสไม่ชอบพระอาทิตย์นี่นา ?”

เฮเซลไล่สายตามองภาพที่ปรากฏอีกครั้งอย่างพิจารณารายละเอียด

ภาพตรงหน้าให้ความรู้สึกถึงความแตกต่าง แต่สุดท้ายก็กลับมาลงตัวกลมกลืนกันในที่สุด บนผนังทั้งด้านข้างและด้านบน ถูกแต่งแต้มขึ้นมาใหม่ทั้งหมด แต่โดยรวมแล้วจุดเด่นของภาพก็คงจะเป็นตรงผนังห้อง ในมุมสำหรับนั่งเล่นและอ่านหนังสือ

มุมบนด้านซ้ายมีพระอาทิตย์สีเหลืองทองอร่ามลอยอยู่เหนือสิ่งก่อสร้างที่แลดูแล้วลักษณะคล้ายพระราชวัง พื้นแผ่นดินถูกทาละลานตาไปด้วยสีส้มอ่อนๆ สลับเหลืองและทอง ไล่เฉดสีเน้นให้ออกลักษณะหยาบๆ มองดูคล้ายผืนทรายที่มีความงดงาม

ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวสีเหลืองนวลผุดผ่องลอยอยู่มุมบนด้านขวา ในแนวที่ตรงกันกับอีกด้าน แบบที่เรียกว่าเป๊ะ หรือเข้าใจง่ายๆ ว่าตรงกันข้ามกันที่สุดระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ ในด้านล่างของพระจันทร์ไล่ลงมามีรูปบ้าน เมื่อมองลงไปบริเวณพื้นก็จะเห็นเป็นสีขาวราบเรียบไปตลอด เป็นลักษณะของพื้นปูนซีเมนต์

คฤหาสน์ .. ใช่เลย นี่มันคฤหาสน์เฟอร์ร๊อกแน่ๆ

ภาพทั้ง 2 ด้าน ให้ความรู้สึกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ด้านหนึ่งแลดูแข็งแกร่ง อบอุ่น อีกด้านหนึ่งอ่อนหวาน อ่อนโยน แต่ที่ยังมีความรู้สึกลงตัว ก็คงจะเป็นเพราะตรงกลางของภาพทั้ง 2 ด้าน ปรากฏภาพแม่น้ำสีเขียวอมน้ำเงินเป็นแนวยาวไหลพาดผ่านตั้งแต่ด้านล่างจนถึงด้านบน ราวกับว่าแม่น้ำแห่งนี้ เป็นสิ่งเชื่อมโยงทั้ง 2 ฝั่งเอาไว้ไม่ให้แยกออกจากกัน อาจจะมองว่าไม่ได้อยู่รวมกัน แต่ก็ให้ความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

เฮเซลชื่นชมความงดงามของรูปภาพตรงหน้า รู้สึกว่าสวยงามมากจริงๆ และที่สำคัญจะต้องเป็นฝีมือของเรเนสเพื่อนรักแน่ๆ เพราะเรเนสเป็นจิตรกรชื่อดังของอังกฤษคนนึงทีเดียว และเธอมักจะเปลี่ยนแปลงรูปภาพบนผนังห้องอยู่บ่อยๆ โดยให้เหตุผลว่า

“ความรู้สึก”

เรเนสเอ่ยตอบเสียงเรียบ

“ความรู้สึกอีกแล้ว เอาล่ะ แล้วคราวนี้เรเนสรู้สึกอะไรเหรอ ?”

เฮเซลถามต่อ และรอคอยคำตอบด้วยความอยากรู้

เรเนสละสายตาขึ้นมาจากหนังสือที่กำลังอ่านอยู่ และเงียบไปครู่หนึ่ง

“ก็รู้สึกว่า ไม่ว่ายังไงก็ต้องอยู่คู่กัน ถ้าหากถูกสร้างมาแล้วให้คู่กัน เมื่อมีพระจันทร์ก็จำเป็นต้องมีพระอาทิตย์ ถึงแม้ใครจะมองว่าไม่สามารถพบเจอกันได้ แต่ทุกคนก็ต้องยอมรับกันทั้งนั้นว่าพระจันทร์ย่อมคู่กับพระอาทิตย์มาเสมอ”

เรเนสมองหน้าเฮเซลอย่างขำขัน ที่ตอนนี้เพื่อนรักกำลังนั่งฟังสิ่งที่เธอตอบออกไปโดยนั่งอ้าปากค้างอยู่

“อ้อ แล้วก็อีกเรื่อง เรเนสไม่ได้ไม่ชอบพระอาทิตย์สักหน่อย”

เฮเซลหุบปากลงและพยักหน้าหงึกๆ เป็นการรับรู้

“ก็โอเค เข้าใจ อะไรที่เกิดมาคู่กันก็ต้องคู่กันเสมอแหละเนอะ เฮเซลก็แค่แปลกใจที่อยู่ดีๆ แวมไพร์ผู้เกลียดกลัวแสงแดด จะมาเกิดหลงรักเจ้าชายพระอาทิตย์ขึ้นมา”

เฮเซลหัวเราะกับความคิดของตัวเอง แต่ก็แค่รู้สึกแปลกๆ เพราะปกติแล้ว แสงอาทิตย์กับเรเนสเนี่ย ดูแล้วไม่เคยจะเข้ากันได้เลย

“นี่ถามจริงๆ นะเรเนส ตกลงว่าเรเนสเป็นเงือก หรือเป็นแวมไพร์กันแน่ ?”

เฮเซลถามและฉีกยิ้มกว้างอย่างสดใส เมื่อเห็นใบหน้าหวานเริ่มงอง้ำขึ้นมาอีกแล้วในตอนนี้

“ถามแบบนี้อีกละ”

เรเนสบ่นอุบอิบอย่างแง่งอน

“ก็มันจริงๆ นี่นา กลางคืน เรเนสดูมีพลัง มีอำนาจยังไงไม่รู้ ส่วนกลางวัน เรเนสเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง จะดีหน่อยก็เวลามีน้ำนั่นแหละ ถึงจะดูสดใสมีชีวิตชีวา เฮเซลก็เลยไม่แน่ใจว่า”

เฮเซลเย้าแหย่และมองหน้าเพื่อนรักด้วยท่าทางจริงจัง

“ใช่ เรเนสก็พยายามจะปิดอยู่แล้วนะ แต่เฮเซลก็มารู้จนได้”

เรเนสเอ่ยบอกเสียงเรียบ

“และคนที่ล่วงรู้ความลับของเรเนส คนนั้นจะต้อง”

เรเนสพูดค้างไว้ ใบหน้านวลนิ่งสนิท และค่อยๆ เดินเข้าไปหาเฮเซลอย่างช้าๆ

“กรี๊ดดด อย่านะ !”

และจากนั้นในห้องนอนก็เกิดสงครามย่อยๆ ขึ้น เมื่อหญิงสาวที่เป็นเพื่อนรักทั้ง 2 คน ต่างพากันวิ่งเล่นไล่จับกันอยู่อย่างสนุกสนาน






ภายในห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์เฟอร์ร๊อกถูกตกแต่งในแนวเรียบง่าย ให้ความรู้สึกถึงบรรยากาศแบบสบายๆ แต่ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องอำนวยความสะดวกและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ล้วนหรูหรา มีราคา และตระการตา รอบทิศทางของห้องเป็นกระจกไร้กำแพง ไร้ซึ่งสิ่งใดขวางกั้น เพื่อต้องการให้สามารถชื่นชมวิวทิวทัศน์อันแสนงดงามจากด้านนอกของคฤหาสน์ได้อย่างทั่วทุกทิศ

“คุณพ่อคุณแม่ขา กำลังคุยอะไรกันอยู่เหรอคะ”

เสียงหวานเอ่ยเรียกและก้าวเดินเข้ามาภายใน

“ก็เรื่องเดิมๆ นั่นแหละลูก”

มิสเตอร์เอลตันตอบ พร้อมกับเขยิบตัวออกไปนั่งติดริมโซฟา เพื่อให้ลูกสาวสุดที่รักได้นั่งตรงกลางระหว่างตนเองและคุณไอริศาด้วยความรู้ใจ

“แล้วเรื่องเดิมๆ คือเรื่องอะไรคะ มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า บอกเรเนสได้มั๊ยคะ”

ร่างบอบบางแทรกตัวนั่งลงด้วยความเคยชิน และหันไปถามผู้เป็นบิดา ในขณะที่กำลังกอดมารดาอยู่ด้วยท่าทางออดอ้อน

“ไม่มีปัญหาอะไรหรอกลูก ก็แค่เรื่องบรรดาหนุ่มๆ ทั้งหลายที่ต้องการความรักของลูกสาวพ่อกับแม่ โดยที่พยายามให้พ่อเป็นคิวปิดแผลงศรรักให้ยังไงล่ะ”

มิสเตอร์เอลตันมองหน้าลูกสาวคนสวยแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ

“แต่ลูกไม่ต้องสนใจหรอกนะ เพราะพ่อกับแม่ไม่ได้บังคับอะไรลูกทั้งนั้น แค่ลูกมีความสุข พ่อกับแม่ก็มีความสุขที่สุดแล้ว ดีซะอีก ถ้าลูกไม่ได้แต่งงานกับใคร ลูกจะได้อยู่กับพ่อและแม่แบบนี้ตลอดไป”

มิสเตอร์เอลตันพูดจบก็หันไปยิ้มให้กับลูกสาวพร้อมกับมองไปที่ภรรยา เป็นการบ่งบอกถึงความรักและสายสัมพันธ์อันดีของคนในครอบครัวนี้

“เอ๊ะ แล้วนี่แขนลูกไปโดนอะไรมาจ๊ะ ยาวเชียว แดงมากด้วย”

ผู้เป็นมารดาถามลูกสาวสุดที่รักด้วยความเป็นห่วง พร้อมกับพลิกแขนเรียวเล็กไปมา ดูตรงนั้นตรงนี้จนทั่ว

“ก็ปรกตินั่นแหละค่ะคุณแม่ รู้สึกเจ็บ พอดูก็มีรอยขึ้นมาแล้ว”

เรเนสตอบด้วยท่าทางเฉยๆ เหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ก็เพราะเรื่องแปลกเรื่องนี้เกิดขึ้นกับเธอตั้งแต่เกิด จนตอนนี้ก็ยังไม่รู้สาเหตุ และก็ไม่ได้สนใจ หรือใส่ใจอะไรสักเท่าไหร่หรอก เพราะเมื่อรู้สึกเจ็บ อีกไม่นานก็จะหายไปเอง แต่ที่เริ่มจะกังวลอยู่บ้างก็คือตั้งแต่เธออายุครบ 11 ปีเต็ม เมื่อรู้สึกเจ็บจากอาการประหลาดเหล่านี้ ยังมีร่องรอยต่างๆ ให้เห็นด้วยน่ะสิ

“เจ็บมากมั๊ยลูก แม่เป็นห่วงลูกจริงๆ เลย เมื่อไรจะหายจากอาการแบบนี้กันนะ”

คุณแม่ถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงกังวล พลางลูบศีรษะเล็กเบาๆ อย่างอ่อนโยน

“ตอนนี้ไม่เจ็บแล้วค่ะคุณแม่ แต่ตอนแรกเหมือนโดนมีดกรีดเลยค่ะ”

เรเนสรีบหยุดชะงักคำพูดของตัวเองเมื่อนึกขึ้นได้ หันไปมองทางคุณแม่ที่เริ่มมีสีหน้าไม่ค่อยดีเมื่อได้ยินคำตอบของเธอ

“ขอโทษค่ะคุณแม่ เรเนสไม่ได้ตั้งใจให้คุณแม่ต้องเป็นห่วง คุณแม่อย่าทำหน้าแบบนี้สิคะ เรเนสไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ มันเป็นแล้วมันก็หาย นะค๊าคุณแม่”

เรเนสพูดออดอ้อนพร้อมกับหอมแก้มคุณแม่ไปฟอดใหญ่

คุณไอริศาและมิสเตอร์เอลตันถึงกับยิ้มออกมากับความช่างประจบของลูกสาว

“แล้วเรเนสก็ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่นะคะ ที่ไม่บังคับให้เรเนสต้องรักใคร”

เธอหันมาซุกหน้าลงกับบ่ากว้างของคุณพ่อบ้าง

“คุณพ่อเล่าเรื่องความรักของคุณพ่อกับคุณแม่ให้เรเนสฟังอีกได้มั๊ยคะ ?”

“พ่อเล่าเรื่องนี้ไปเป็นร้อยกว่ารอบแล้ว ยังไม่เบื่ออีกเหรอลูก”

“ไม่มีวันเบื่อหรอกค่ะ ความรักของคุณพ่อกับคุณแม่โรแมนติกจะตาย นะคะ เล่าให้เรเนสฟังอีกนะคะ”

“ก็ได้ๆ ไม่ต้องอ้อนพ่อแล้วลูก”

มิสเตอร์เอลตันลูบศีรษะลูกสาวด้วยความรักใคร่ ก่อนจะทอดสายตาออกไปภายนอก พร้อมกับนึกถึงความหลังเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นเรื่องราวความรักของตัวเอง

“ตระกูลของพ่อก็อย่างที่ลูกรู้ เป็นตระกูลเก่าแก่สืบทอดกันมายาวนาน มีทั้งเงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศและคุณงามความดี ตลอดชีวิตของพ่อตั้งแต่เล็กจนโตก็ถูกสอนให้ดำเนินอยู่ในกรอบระเบียบ เพื่อที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำที่ดีและบริหารธุรกิจของครอบครัวต่อไป

พ่อมีพร้อมทุกอย่าง แต่ไม่มีความสุข เหมือนมีบางสิ่งบางอย่างที่ยังขาดหายไป พ่อต้องเข้าสังคม ไปงานเลี้ยง ถูกจับคู่ให้ดูตัวกับผู้หญิงมากมาย แต่พ่อก็ไม่เคยถูกใจหรือรักใคร่ชอบพอใครเลยสักคน จนวันหนึ่งที่พ่อต้องไปดูงานของบริษัทสาขาในประเทศไทย และวินาทีแรกที่พ่อได้เห็นแม่ของลูก พ่อก็รู้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้นี่แหละที่พ่อจะแต่งงานด้วย”

คุณพ่อพูดด้วยรอยยิ้มระบายจนเต็มใบหน้าหล่อเหลา

“โรแมนติกมากๆ เลยค่ะคุณพ่อ เรเนสฟังทีไรก็ตื่นเต้นทุกทีเลยค่ะ ดูสิคะ คุณแม่จะร้องไห้อีกแล้ว”

เธอพูดแล้วก็หันไปหยอกเย้าคุณแม่ที่นั่งน้ำตาคลออยู่

“แม่เป็นเพียงผู้หญิงหน้าตาธรรมดา เป็นเด็กกำพร้า ไม่มีอะไรที่จะคู่ควรกับคุณพ่อของลูกได้เลย แต่คุณพ่อของลูกก็เลือกแม่ โดยไม่สนใจเรื่องนั้นเลยสักนิด แม่ตัดสินใจจากบ้านเกิดที่เมืองไทยและมาเริ่มต้นชีวิตครอบครัวกับคุณพ่อที่นี่ ที่ๆ แม่ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยคิดว่าจะได้มาอยู่ และพ่อของลูกก็ไม่เคยทำให้แม่ต้องผิดหวังหรือเสียใจ แม่เลือกคนไม่ผิดจ้ะ”

คุณไอริศาพูดขึ้นมาด้วยความรู้สึกตื้นตัน เมื่อหวนนึกถึงเรื่องราวความรักของตัวเอง

“ค่ะ ถ้าหากเรเนสไม่เจอผู้ชายแบบคุณพ่อ เรเนสก็จะไม่รักใครหรอกค่ะ”

มิสเตอร์เอลตันเลิกคิ้วเข้มขึ้นข้างหนึ่ง สงสัยในคำพูดของลูกสาว ที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นหันมากอดตนแทนมารดาแล้ว

“แล้วผู้ชายแบบพ่อต้องเป็นยังไงล่ะ ?”

เรเนสเงยหน้าขึ้น หันไปมองมารดา ก่อนจะหันกลับมาซุกหน้าลงบนบ่าของบิดาอีกครั้ง

“ก็ผู้ชายที่มีเพียบพร้อมทุกอย่าง เท่าที่คนๆ หนึ่งจะสามารถมีได้ ทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ แต่เลือกที่จะมอบหัวใจรักให้กับผู้หญิงเพียงคนเดียว ทั้งที่สามารถมีใครได้อีกมากมายหลายคนจากคุณสมบัติเหล่านั้นที่ตัวเองมี แต่ผู้ชายคนนั้น ก็ไม่ทำให้ผู้หญิงที่เค้ารักต้องเสียใจ”

“ฮ่ๆๆ นี่พ่อเป็นคนดีขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย”

คุณพ่อหัวเราะอย่างชอบใจกับคำตอบของเธอ

“ใช่ค่ะ คุณพ่อเป็นคนดีมาก แต่เรเนสคงไม่ใช่ผู้หญิงที่จะโชคดีแบบคุณแม่”

ใบหน้าหวานเศร้าลงน้อยๆ เพราะตัวเธอยังไม่เคยรู้สึกรักใครเลยสักคน และก็คิดว่าคงไม่มีใครหรอกที่จะรักเธอได้อย่างมากมายจนหมดหัวใจเหมือนกัน

“ไม่จริงหรอกลูก พ่อเชื่อว่าสักวัน ลูกจะต้องได้เจอกับผู้ชายที่เกิดมาเพื่อรักลูกเพียงคนเดียว”

คุณพ่อลูบศีรษะเล็กเบาๆ ด้วยความรักใคร่

“เรเนสอยากเจอผู้ชายที่รักเรเนสเพราะตัวของเรเนส ไม่ได้รักที่เป็นเรเนสเม ริน เฟอร์ร๊อก ค่ะ”

เรเนสพูดเสียงเรียบ แต่แสดงออกถึงความจริงจังและหนักแน่น

“ถ้าอย่างนั้นจะทำยังไงล่ะลูก ในเมื่อตอนนี้ลูกเป็นลูกสาวของพ่อกับแม่”

คุณพ่อเอ่ยถามกลับด้วยความเอ็นดู

“ก็บางที เรเนสอาจจะต้องปลอมตัว หรือไม่ก็อาจจะต้องยอมทิ้งทรัพย์สมบัติ ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วก็ภาวนาให้เจ้าชายหนุ่มรูปงามสักคนมาหลงรักเรเนสที่เป็นคนธรรมดาอย่างไงล่ะคะ”

ร่างบางนั่งกอดอกและยืดตัวขึ้นอย่างภาคภูมิใจกับความคิดของตัวเอง

“ฮ่าๆๆ เอาเถอะๆ ลูกจะเป็นเรเนสคนธรรมดาหรือว่าเรเนสลูกสาวของพ่อกับแม่ ก็ขอให้ลูกรู้เอาไว้ละกัน ไม่ว่าลูกจะอยู่ที่ไหน ในฐานะอะไร ลูกก็ยังเป็นลูกของพ่อกับแม่เสมอ”

มิสเตอร์เอลตันและคุณไอริศาหัวเราะกันออกมาอย่างสดใสกับความช่างคิดของลูกสาวสุดที่รัก

“ค่ะ เรเนสจะจำไว้ค่ะ เรเนสรักคุณพ่อ รักคุณแม่นะคะ”

เรเนสพูดจบก็ทอดสายตามองออกไปยังบริเวณด้านนอก ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายแวววาวขึ้นมา ราวกับว่าต้องการให้ใครสักคนที่กำลังรอคอยปรากฎตัวขึ้นมาสักที


& PHARAOH &






ศศิธาราริน
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 27 ก.พ. 2559, 21:59:52 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 27 ก.พ. 2559, 21:59:52 น.

จำนวนการเข้าชม : 734





<< 1 พบกันในความฝัน   
ศศิธาราริน 27 ก.พ. 2559, 22:46:59 น.
K.แว่นใส # ใช่ค่า เอามาลงใหม่

K.Zephyr # ขอบคุณนะคะ


แว่นใส 28 ก.พ. 2559, 00:51:16 น.
พ่อแม่น่ารักนะ


Zephyr 28 ก.พ. 2559, 11:36:57 น.
นางขี้อ้อนนะเนี่ย


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account