เพลิงรักอาญา

Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: บทที่ ๔ รักร้าว

บทที่ ๔ รักร้าว

ปานวาดแต่งสวยออกมาจากห้องนอน เดินอ้อมมาข้างหลังของอภิวัฒน์แล้วโอบไหล่ชายหนุ่ม กดจมูกลงบนแก้มสากอย่างเอาใจ

“ที่รักขา วันนี้ปานนัดกับเพื่อนจะไปช้อปปิ้งกัน ขอเงินปานหน่อยสิคะ” มือบางแบขอเงินจากสามี และชักสีหน้าเมื่อถูกชายหนุ่มจับมือเธอลง

“อะไรกันปาน ผมให้คุณไปเมื่อวานห้าพันหมดแล้วหรอ” ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันหน้ามาพูดคุยด้วยสีหน้าจริงจัง

“โธ่เงินแค่ห้าพัน ใช้วันเดียวก็หมดแล้วค่ะคุณวัฒน์ วันนี้ปานขอหมึ่นนึงนะคะ” ใบหน้าเรียวสวยซบลงบนอกกว้างอย่าฉอเลาะ

“ผมไม่มีหรอก” อภิวัฒน์บอกหน้าตาเฉย

“อะไรกันคะ เงินแค่หมื่นเดียวเอง” หญิงสาวตะคอกเสียงสูง ออกอาการกระฟัดกระเฟียด เมื่อไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่อภิวัฒน์ยังพยายามอธิบายให้เธอเข้าใจ

“ปาน คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้ทำงานแล้วคุณจะให้ผมเอาเงินมาไหนนักหนา”

“ไม่รู้ล่ะค่ะ ถ้าคุณไม่มีเงินให้ปานวันนี้ เราก็อย่ามาพูดกันอีกเลย” ไม้ตายที่ปานวาดใช้เป็นประจำและมักจะได้ผลเสมอเช่นกัน แต่ครั้งนี้อภิวัฒน์ไม่สามารถจะทำตามใจเธอได้อีก เพราะเงินที่เพิ่งยืมมาจากดนัยก้อนสุดท้ายเขาเพิ่งยกให้เธอไปเมื่อวานนี้เอง

“ปาน เราต้องพูดกันเรื่องนี้” มือใหญ่จับไหล่บางทั้งสองข้าง แล้วเลื่อนอีกมือหนึ่งจับที่ปลายคางเรียวให้เงยหน้าสบตากับเขา

“เรื่องอะไรคะ” ปานวาดทำเสียงกระเง้ากระงอดออดอ้อนจนดูน่ารัก ซึ่งเป็นกริยาท่าทางทำให้เขาหลงรักเธอจนโงหัวไม่ขึ้น อภิวัฒน์จึงค่อยๆพูดจาอ่อนหวานหว่านล้อม พยายามจะอธิบายให้หญิงสาวเห็นใจ

“ปานจะใช้เงินมากมายแบบเมื่อก่อนไม่ได้หรอกนะ ตอนนี้สถานการณ์ของผมกำลังแย่คุณก็รู้”

“แล้วคุณมาบอกปานทำไมคะ” ปานวาดเริ่มมีสีหน้าเปลี่ยนไป มองชายหนุ่มด้วยสายตาแปลกๆ

“เรายังต้องใช้ชีวิตร่วมกันอีกนานนะปาน เราต้องช่วยกันประหยัด ช่วยกันสร้างครอบครัวสิ”

“แล้วยังไงคะ”

อภิวัฒน์ยิ้มและเปลี่ยนเป็นเอวบางไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง

“ตอนนี้ผมไม่มีเงิน รถผมก็เอาเข้าไฟแนนซ์ไปแล้ว ปานฟังผมนะ เราจะมีเงินใช้ต่อไปอีก ถ้าปานยอมเอารถที่ผมซื้อให้ไป...”

“ไม่มีทางค่ะ ปานไม่ยอม นั่นมันรถของปานนะคะ” หญิงสาวตอกกลับจนอภิวัฒน์หน้าซีด ได้ยินแค่ประโยคแรกปานวาดก็เกือบจะทนฟังไม่ได้ เธอคิดว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นบ่อเงินบ่อทองให้เธอกอบโกย อยู่กินสบายมีเงินใช้ไปทั้งชาติ ไม่เคยคิดว่าจะต้องได้ยินประโยคไร้สาระพวกนี้

“แต่นั่นมันเงินผมซื้อให้คุณนะ” ปานวาดสะบัดตัวออกจากอ้อมกอดของเขาทันที

“ไม่ค่ะ ปานไม่ยอมทำแบบนั้นเด็ดขาด ถ้าคุณมาอยู่กับปานแล้วเหลือแต่ตัวแบบนี้ ก็กลับไปหาเมียคุณที่บ้านเถอะค่ะ ปานเลี้ยงคุณไม่ไหวหรอก”

“ปานวาด ทำไมคุณพูดแบบนี้ล่ะ ผมทิ้งทุกอย่างมาหาคุณ ก็เพราะว่าผมรักคุณนะ”
“รักอย่างนั้นหรอคะ ถ้ารักแล้วต้องมากัดก้อนเกลือกิน ปานว่าเราแยกกันอยู่เหมือนเดิมจะดีกว่าค่ะ”

ปานวาดบอกปัดความรักและปรารถนาดีของเขาโดยไม่แยแส เธอหวังเพียงแค่จะได้เงินใช้จากเขาไปวันๆโดยไม่ต้องเหนื่อยกาย ยอมแลกร่างกายกับความสุขบนเตียงเล็กๆน้อยๆของเขาเท่านั้น ไม่ได้หวังจะสร้างครอบครัวเป็นหลักเป็นฐานอย่างที่เขาเข้าใจ และที่เธอแสดงตัวว่าเป็นเมียน้อยของเขากับทอไหมก็เพียงต้องการประชดฝ่ายชายที่ละเลยการเอาใจใส่เรื่องที่ไม่ยอมอำนวยความสะดวกสบายเรื่องเงินให้กับเธอก็เท่านั้น

“คุณรักเงินมากกว่าผมอย่างนั้นหรอปาน” อภิวัฒน์เจ็บปวดกับคำพูดของหญิงสาว เพิ่งตาสว่างรู้ว่าตัวเองโง่เขลาที่มองผู้หญิงคนนี้ไม่ทะลุก็ตอนนี้เอง

ปานวาดมองหน้าเขาอย่างเหยียดๆ “ก็แล้วแต่คุณจะคิดสิคะ”

“ปานวาด คุณคิดจะเฉดหัวผมทิ้งอย่างนั้นเหรอ” มือหนารั้งร่างบางเขย่าไปมาจะเอาเรื่องให้ได้

“โอ๊ย...เจ็บนะคะ ปล่อยปานนะคุณวัฒน์ ” ปานวาดดิ้นจนหลุดแล้วรีบเดินหนีเข้าห้อง กลับออกมาอีกครั้งพร้อมกับกระเป๋าและกุญแจรถ

“ปาน คุณจะไปไหน” อภิวัฒน์คว้าข้อมือบางเอาไว้ก่อนจะออกจากห้อง

“ปล่อยปานค่ะ ปานไม่อยู่แล้ว ถ้าขืนคุณยังเป็นแบบนี้ เอาไว้ใจเย็นเมื่อไหร่ เราค่อยมาคุยกันนะคะ” พูดจบเธอก็สะบัดข้อมือออก และปิดประตูใส่หน้าอภิวัฒน์เต็มแรง

เอี๊ยด!

ทอไหมเบรกรถกะทันหันขณะที่มีใครบางคนเดินมาขวางทางรถเธอเอาไว้ เจ้าของรถคันหรูก้าวลงมาและตะโกนถามอย่างเอาเรื่อง

“มาทำไม”

“ฉันมีเรื่องสามีของเรามาบอกค่ะ” ปานวาดเดินเยื้องกายเข้ามาใกล้อย่างน่าหมั่นไส้ แต่ทอไหมก็ยังยืนประจันหน้าอยู่กลางถนนโดยไม่สนใจที่จะเคลื่อนรถหลบรถที่สวนไปมาเช่นกัน

“เรื่องอะไร”

“คุณวัฒน์เขาให้ฉันมาคุยกับคุณ เรื่องหย่า”

“ฉันไม่คุย ถ้าเขาอยากคุยเรื่องนี้ทำไมไม่ให้เขามาคุยเอง” พูดจบทอไหมก็เตรียมจะกลับขึ้นรถ ก่อนจะถูกดักข้างหน้า

“คุยกันให้จบก่อนสิคะ นี่คุณยังไม่รู้ตัวอีกหรือคะ ว่าแม้แต่หน้าคุณน่ะ คุณวัฒน์เขาก็ไม่อยากเห็น”

“โกหก”

“ฉันพูดเรื่องจริง ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่ต้องมาเองหรอก ฟังฉันให้ดีนะคะคุณทอไหม พี่วัฒน์เขารักฉัน แล้วเขาก็อยากจะเป็นอิสระจากคุณเร็วๆ ถ้าคุณอยากให้พี่วัฒน์เซ็นต์ใบหย่าให้ล่ะก็ เงินสามล้านเข้าบัญชีเมื่อไหร่ เขาจะยอมเซ็นต์ใบหย่าให้คุณทันที”

“หน้าเงิน!” ทอไหมพูดทั้งที่สายตาจับจ้องอยู่ที่ปานวาด เธอเชื่อว่าความคิดแบบนี้ไม่น่าจะเป็นความคิดของสามีตัวเอง

“แกว่าใคร” อีกฝ่ายจ้องกลับจาแทบถลน กำมือเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธ

“ใครอยากจะรับก็รับ ถ้าเขาอยากเป็นอิสระจากฉันจริงๆ ทำไมฉันต้องจ่ายเงินด้วยล่ะ ฉันว่าเธอนั่นแหละที่เป็นคนจัดแจงเรื่องนี้เสียเอง”

“แกว่าฉันงั้นหรอ นังไหมเน่า”

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” นิ้วเรียวยกขึ้นชี้หน้าปานวาดทันควัน เมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะเข้ามาทำร้ายเธอ “ฉันยังไม่ได้เอ่ยชื่อเธอซะหน่อย ร้อนตัวทำไม เอ๊ะ หรือว่าช่วงนี้เงินขาดมือ ถึงได้อยู่ไม่เป็นสุข คิดแผนตื้นๆแบบนี้มาหลอกฉัน มันไม่สำเร็จหรอกนะ อยากได้สามีฉันนักไม่ใช่เหรอ ได้เขาไปแล้วเธอก็น่าจะพอใจแล้วนี่”

“แก...”

“อยากได้เงินใช้ก็ไปหาเองสิ แต่ก็นะ ไหนๆเธอก็อุตส่าห์เสียค่ารถมาถึงนี่แล้ว ฉันจะคิดเสียว่าทำบุญทำทานให้ก็ล่ะกัน” ทอไหมหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาแล้วหยิบแบงค์พันยื่นให้กับปานวาดซึ่งกำลังข่มอารมณ์ที่เดือดพล่านขนถึงขีดสุด

“ฉันยกสามีให้เธอแล้วยังแถมเงินให้อีกด้วยนะ รับไปสิ” เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมรับ ทอไหมจึงโยนเงินใส่หน้าคนตรงหน้าด้วยความสะใจ ก่อนจะเดินกลับมาขึ้นรถ พอร่างบางหันหลัง ปานวาดก็ปรี่เข้าหาจิกคว้าผมยาวของทอไหมแล้วลากออกมาจากรถ มือเรียวกระหน่ำแรงฟาดลงใบหน้าสวยไปหลายรอบกว่าคู่ต่อสู้จะตั้งตัวได้ก็ได้ความสะใจไปหลายที

ทอไหมผลักปานวาดออกจนกระเด็น ก่อนจะพลิกตัวขึ้นคร่อมและโต้ตอบกลับอย่าสาสมไม่แพ้กัน เด็กรับใช้ในบ้านผ่านมาเห็น ก็ร้องเรียกกันออกมาช่วยแต่ วิ่งยังไม่ถึงตัวทั้งคู่ปานวาดก็ฮึดสุดแรงผลักทอไหมออกและรีบลุกขึ้นก่อนจะยื้อกันไปมา จนทอไหมเริ่มอ่อนแรงสู้ไม่ไหวถูกผลักออกไปกลางถนน

“กรี๊ดด...คุณไหมระวังค่ะ” เสียงเด็กในบ้านกรีดร้องเตือนเจ้านายสาว แต่ก็สายไปเสียแล้วร่างของทอไหมถูกรถยนต์ที่วิ่งผ่านมาพุ่งชนด้วยความเร็วจนกระเด็นตกไปจากหน้ารถคันนั้นต่อหน้าต่อตา


ปานวาดรีบขับรถถกลับมาหาอภิวัฒน์ หญิงสาวเอาแต่เก็บตัวเงียบยอยู่ในห้องนอนไม่ยอมออกมานานหลายชั่วโมง จนกระทั่งอภิวัฒน์เปิดประตูเข้าไปดู

“ปานเป็นอะไร” เขาถามภรรยาสาวที่นั่งตัวสั่นงันงกเพราะตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นอกบ้าน ปานวาดกลัวว่าจะคนโทรแจ้งความเรื่องที่เธอไปทำร้ายทอไหมถึงที่บ้าน

“คุณวัฒน์ เมียคุณจะตายไหมคะ” หญิงสาวละล่ำละลักถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ปานพูดเรื่องอะไร ไปรู้อะไรมา ไหมเป็นอะไร” อภิวัฒน์รวบไหล่บางเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง คั้นเอาความอย่างสงสัย

“เมียคุณโดนรถชน ปานเป็นคนผลักเธอเองแต่ปานไม่ได้คิดจะฆ่าเธอนะคะ” ปานวาดรีบสารภาพทุกอย่างออกมาจนหมด

“ทำไมปานทำแบบนี้ ทำไมใจร้ายแบบนี้” อภิวัฒน์ตะโกนต่อว่าใส่หน้าหญิงสาวเมื่อรู้ว่าแม่ของลูกเขาได้รับบาดเจ็บและคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะต้องรุนแรงไม่น้อย ไม่เช่นนั้นปานวาดคงไม่อยู่ในอาการตื่นตระหนกเช่นนี้ มือหนาดึงออกจากไหล่บางและถอยฉากออกมา

“ปานขอโทษ ก็ปานไม่ได้ตั้งใจคุณอย่าว่าปานได้ไหม” ปานยกมือขึ้นปิดหูและตะคอกกลับเสียงแหลม เธอกำลังต้องการให้เขาปลอบ แต่เขากลับต่อว่าเธอซ้ำให้หวั่นใจ

“ผมคงอยู่กับคนใจร้ายแบบคุณอีกไม่ได้ ปานวาด” ชายหนุ่มทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะรีบจ้ำอ้าวออกไปจากห้องโดยไม่คิดสนใจผู้หญิงใจร้ายแบบปานวาดอีก


รเมศยอมทิ้งงานแล้วเดินทางกลับมาจากเชียงใหม่ทันที เขายอมทิ้งงานทุกอย่าง เลื่อนนัดออกไปอย่างไม่มีกำหนดหลังจากทราบข่าวของน้องสาวสุดที่รัก ชายผุดลุกขึ้นเดินตรงเข้าไปหาเพื่อนรักทันทีที่ประตูห้องฉุกเฉินเปิดออก

“ไอ้หมอน้องฉันเป็นยังไงบ้าง”

“ใจเย็นๆนะหมอก ตอนนี้น้องไหมเลือดคลั่งในสมอง เราต้องรีบผ่าตัดด่วน ไม่งั้นอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้”

“แกต้องช่วยน้องฉันให้ได้นะได้หมอ แกอย่าปล่อยให้ไหมเป็นอะไรเด็ดขาด” รเมศสั่งเสียและร้อนลนจนแทบจะคลั่ง ตั้งแต่มาถึงโรงพยาบาล ยิ่งรู้ว่าอาการน้องสาวโคม่าขนาดนี้เขาก็ยิ่งนั่งอยู่นิ่งไม่ได้

“ฉันจะช่วยน้องไหมอย่างสุดความสามารถ แต่ตอนนี้แกต้องสงบสติอารมณ์ก่อนนะ ทำใจดีๆ ฉันขอตัวก่อน” คุณหมอรังสิตเพื่อนสนิทของเขาตบไหล่เพื่อนเบาๆ แล้วกลับเข้าในห้องฉุกเฉิน รเมศเดินไปมาหน้าห้องอยู่หลายรอบ ก่อนจะระบายอารมณ์ด้วยการชกกำแพงหนึ่งครั้งอย่างแรง

“อย่าครับคุณรเมศ” อภิวัฒน์ร้องห้าม เมื่อเห็นรเมศทำร้ายตัวเอง เขารีบเดินทางมาดูอาการภรรยาหลังจากที่ทราบเรื่อง

“ไอ้วัฒน์!” รเมศหันมองน้องเขยอย่างเอาเรื่อง เขาตัดสินใจลงโทษและสรุปว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของอภิวัฒน์

“เป็นเพราะแก ยัยไหมถึงต้องแบบนี้ สะใจแกแล้วใช่ใหม” มือใหญ่กระชากคอเสื้ออีกฝ่ายจนเกือบขาดด้วยอารมณ์รุนแรง ดันร่างน้องเขยเข้ากับข้างฝา ก่อนจะตะบันหมัดใสหน้าอภิวัฒน์โดยที่อีกฝ่ายไม่มีการตอบโต้

“ว้ายย! อย่าค่ะคุณผู้ชาย” ป้าจิตรีบร้องห้าม และส่งคนขับรถเข้าไปรั้งเจ้านายเอาไว้

“ผมขอโทษ ผมผิดเอง” อภิวัฒน์เอ่ยเสียงเศร้าทั้งที่เลือดยังกลบปาก

“แกยังจะมีหน้ามาที่นี่อีกเหรอ ไปให้พ้น แล้วก็ไม่ต้องมายุ่งกับน้องฉันอีก ไป!” รเมศทำท่าจะเข้าหาอีกฝ่าย ป้าจิตจึงรีบดันอภิวัฒน์ให้ออกไป

“ไปก่อนเถอะค่ะคุณวัฒน์ ตอนนี้คุณหมอกกำลังโกรธจัด ป้าไม่อยากให้คุณเจ็บตัว เชื่อป้านะคะ” อภิวัฒน์เห็นด้วยกับป้าจิตเขาจึงยอมออกมา

รเมศไล่ทุกคนให้กลับไปรอที่บ้านและสั่งกำชับให้คอยดูแลหลานสาวเป็นอย่างดี ชายหนุ่มนั่งกุมขมับอยู่เพียงลำพังหน้าหน้าห้องฉุกเฉินในระหว่างที่รอดูอาการน้องสาว มือหนายกขึ้นลูบหน้าตัวเองไปมา แล้วนึกถึงเหตุการณ์ที่เด็กในบ้านบอกเล่าให้ฟังว่าทอไหมถูกผู้หญิงคนหนึ่งผลักออกไปกลางถนนจึงถูกรถชน รเมศจึงสันนิษฐานเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้ไม่ยาก

ร่างสูงลุกขึ้นยืนกระวนกระวานอย่างเจ็บแค้น ก่อนจะหยุดยืนนิ่งและทุบกำปั้นเข้ากับข้างฝากอีกครั้ง มือใหญ๋กำหมัดเข้าหากันแน่น ดวงตาคู่ใหญ่แข็งกร้าวไปด้วยความอาฆาตแค้นชิงชังจนดูดุดันและน่าหวาดกลัว

“เกวลิน !…เธอจะต้องได้รับบทเรียนที่เธอทำกับน้องฉัน ฉันจะเอาคืนให้เธอเจ็บไม่มีวันลืมเลยคอยดู”

***************
ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ค่ะ



ฌัชชา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 10 เม.ย. 2554, 01:14:51 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 10 เม.ย. 2554, 01:14:51 น.

จำนวนการเข้าชม : 1902





<< บทที่ ๓ สถานการณ์บีบบังคับ   บทที่ ๕ ผลงานชั้นเยี่ยม! >>
milbol 10 เม.ย. 2554, 14:58:56 น.
เป็นกำลังใจให้นะค่ะ จะรออ่านตอนตอไปค่ะ


lovemuay 10 เม.ย. 2554, 22:00:29 น.
สนุกมากเลยค่ะ
ขอบอกคำเดียว "นางเอกโคตรซวยเลยค่ะ" +55
อาถรรพ์เบญจเพศรึป่าวเนี่ย


witchytarot 13 เม.ย. 2554, 23:58:28 น.
รีบอัพนะคะ ลุ้นค่ะ สงสารนางเอกจัง


เจ้าหญิงสุเอะ 15 เม.ย. 2554, 02:26:00 น.
สนุกค่ะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account