วิวาห์ [ไร้] รัก


แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

"ครั้ง นี้ถือว่าฉันขอร้องคุณเถอะนะคะ ช่วยกลับมาให้ลูกได้เจอหน้าคุณบ้าง ให้เวลาแกบ้าง ทำเหมือนแกมีค่าในสายตาคุณบ้างจะได้ไหม ... ทำเพื่อแกสักครั้ง ทำให้แกได้มีความทรงจำดีๆกับพ่อของแกบ้าง”

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

"ครั้งนี้ถือว่าฉันขอร้องคุณเถอะนะคะ ช่วยกลับมาให้ลูกได้เจอหน้าคุณบ้าง ให้เวลาแกบ้าง ทำเหมือนแกมีค่าในสายตาคุณบ้างจะได้ไหม ฉันทรมานเหลือเกิน ทรมานจริงๆเวลาที่ลูกถามหาคุณ สงสารแกเถอะนะคะ ทำเพื่อแกสักครั้ง ทำให้แกได้มีความทรงจำดีๆกับพ่อของแกบ้าง”

“หึ เด็กที่เกิดจากผู้หญิงแพศยาอย่าเธอ ก็สมควรแล้วที่ฉันจะไม่สนใจ”

Tags: นิยาย,รัก,ดราม่า,เศร้า,แอบรัก

ตอน: ไร้รัก :: Chapter 1 :: 80%

ขออนุญาตชี้แจง

1. เรื่องฐานันดรศักดิ์
ลำดับขั้นฐานันดรศักดิ์หน้าชื่อ หม่อมเจ้า หรือ มจ. จะเป็นฐานันดรศักดิ์ลำดับท้ายสุดของเชื้อพระวงศ์ ที่ยงคงมีสิทธิ์ได้รับผลประโยชน์จากราชวงศ์ รวมทั้งเงินประจำตำแหน่ง และตามหลักยังคงต้องใช้คำราชาศัพท์ในการกล่าวพูดคุย
ส่วนที่ฐานันดรศักดิ์ขั้นหม่อมราชวงศ์ (มรว.) และหม่อมหลวง (มล.) จะเทียบเท่ากับสามัญชน ไม่ต้องใช้ราชาศัพท์ แต่ยังคงใช้คำนำหน้าชื่อเพื่อเป็นการให้เกียรติราชสกุล

ในเรื่องวิวาห์(ไร้)รัก สืบเนื่องจากพ่อของนางเอกมีฐานันดรศักดิ์ หม่อมเจ้า หากแต่ทรงแต่งงานกับแม่ของนางเอกที่เป็นเพียงสามัญชน ลำดับขั้นของลูกที่เกิดมาจะต้องเป็นดังนี้
- หากให้กำเนิดลูกชาย คำนำหน้าชื่อจะต้องลดจากผู้เป็นพ่อ 1 ขั้น นั่นก็คือ มรว. หรือหม่อมราชวงศ์
- หากให้กำเนิดลูกสาว คำนำหน้าชื่อจะต้องลดจากผู้เป็นพ่อ 2 ขั้น นั่นก็คือ มล. หรือหม่อมหลวง

เมื่อใดที่ลูกสาวแต่งงานกับคนที่มีฐานันดรศักดิ์สูงกว่า จะยังคงไว้ซึ่งยศหน้าชื่อ แต่เมื่อใดที่ลูกสาวแต่งงานกับผู้ชายที่มียศต่ำกว่า จะต้องลาออกจากฐานันดรศักดิ์เดิมก่อน จึงจะสามารถแต่งงานได้
และในกรณีของ มล.พราวสิตางศุ์ พรรณรายณ์ ฐานันดรศักดิ์ ก่อนที่จะแต่งงานกับพระเอก หากแต่เมื่อจะแต่งงานกับคนที่เป็นเพียงบุคลธรรมดาไม่ได้มีฐานันดรศักดิ์ นั่นจึงทำให้นางเอกต้องลาออกจากฐานันดรศักดิ์เดิม

2. กำหนดการจัดงานวันพ่อแห่งชาติ
เราได้ทำการแก้ไข เป็นวันที่ 4 ธันวาคม เรียบร้อยแล้ว .. ขอบคุณ คุณ Taengkwa NT เป็นอย่างมากที่แจ้งเตือน

#







งานเลี้ยงเหล่าบรรดาไฮโซเพื่อหาเงินสมทบทุบงานการกุศล ในช่วงค่ำของวันถัดมา ภายในงานส่วนใหญ่แล้วจะมีแต่ผู้หญิงการแต่งตัวของแต่ละคนเรียกว่าไม่มีใครยอมใครไม่ว่าจะเป็นชุดราตรี กระเป๋า รองเท้า หรือแม้กระทั่งเครื่องประดับ ที่รวมมูลค่าแล้วคงมากกว่ายอดบริจาคในคืนนี้แน่นอน



ธีธัชกำลังเดินเข้าภายในงานเพียงลำพัง หากแต่เพียงเดินผ่านประตูเข้างานได้ไม่นานสายตาของเหล่าบรรดาสาวๆ หลายคนก็จับจ้องมาที่เขาเป็นจุดเดียว ธีธัชพยายามสอดส่องสายตากหาร่างของเพื่อนสนิท ที่เป็นคนเชิญแกมบังคับให้มาในคืนนี้ ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วงานแบบนี้เขาไม่ค่อยชอบมาร่วมสักเท่าไหร่นัก เพราะส่วนใหญ่ผู้เป็นมารดามักจะมาก อีกทั้งภายในงานยังมีแต่ผู้หญิงสูงอายุ ที่มักพาลูกหลานมาแนะนำเพื่อหาคู่ครองให้ นอกจากนี้ทุกคนต่างก็ต้องการมาอวดสมบัติที่ตนมีที่ถูกจัดมาให้อยู่บนเรือนร่าง และอีกอย่างที่เขาไม่ชอบก็คือความเป็นส่วนตัวที่ภายในงานแทบไม่มีให้ หากคิดจะควงใครไปต่อสื่อมวลชนก็รอจับภาพอยู่รอบงาน เรียกได้ว่ากระดิกตัวเพียงนิดเดียวจำต้องเป็นข่าว



“เฮ้!....กว่าจะมาได้รออยู่ตั้งนาน” เพื่อนของธีธัชเดินเข้ามาหาตน พร้อมกับเอ่ยทักอย่างเป็นกันเอง



“นายก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยชอบมางานแบบนี้ นี่ก็ยังบังคับให้มาอยู่ได้” ธีธัชรับแก้วเหล้าจากบริกรก่อนจะหันไปพูดกับคนเป็นเพื่อนด้วยน้ำเสียงแกมหงุดหงิดเล็กน้อย



วิทย์ หรือวรวิทย์ วิจิตรธรรม ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลและผู้สืบทอดธุรกิจความงาม ชายหนุ่มรูปร่างสูงหุ่นล่ำสัน ผิวขาว ใบหน้าเกลี้ยงเกลา หากแต่ขัดกับความจริงที่ว่าเสือผู้หญิงไม่ต่างจากธีธัช



“เอาน่า....ถ้าไม่เด็ดจริงฉันไม่ชวนแกมาหรอกนะเว้ย”



“อะไรที่แกว่าเด็ด” ถึงขนาดคนอย่างวรวิทย์กล้าการันตีว่าเด็ด ก็คงจะไม่ใช่หยอกๆ เหมือนกัน



“ก็วันนี้ลูกสาวคนเดียวของคุณทรงพล เศรษฐีใหม่แถวเกาะทางใต้ ฉันได้ยินว่าพึ่งเรียนจบจากอังกฤษแถมสวยไม่เบา นี่ก็ยังไม่เห็นตัวจริงสักทีไม่รู้ว่ามาแล้วยัง”



เสียงชัตเตอร์ที่รัวรัวอยู่หน้าประตูทางเข้าที่เปิดกว้าง เรียกความสนใจจากสองหนุ่มได้เป็นอย่างดี



“นั่นไง พูดยังไม่ทันขาดคำ ไงเด็ดอย่างที่ฉันว่าไหมละ”



“เหมือนฉันจะเคยพบนะ” ความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาทำให้ธีธัชเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย วรวิทย์ที่กำลังจ้องมองสาวอยู่ต้องหันกลับมาจ้องธีธัชอย่างต้องการคำอธิบาย



“นี่อย่าบอกนะว่าแกกับเธอเคยอะไรๆ กันมาแล้ว” เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นปนสงสัยกับคำพูดของเพื่อนสนิท



“ไม่ใช่ ฉันหมายถึงผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างๆ” ไขความสงสัยเสร็จทั้งคู่ก็หันกลับไปยังเป้าหมาย



“ก็คุณทรพลที่ฉับบอกแกไง เห็นบอกว่าหวงลูกสาวเอาเรื่องเหมือนกัน”



“แกพอจะรู้ไหมว่าทำธุรกิจอะไร” ธีธัชยังไม่วายหยุดสงสัย



“ได้ยินว่าทำเกี่ยวกับโรงแรมบนเกาะส่วนตัว แล้วก็เปิดทัวร์ให้คนเข้าไปเที่ยว”



“ฉันว่าไม่น่าจะทำแค่นั้นนะ”



“เอาน่า....เรื่องอื่นช่างก่อนเถอะที่ฉันชวนแกมาวันนี้ต้องการให้มาดูลูก ไม่ใช่ให้ดูคนเป็นพ่อ” วรวิทย์เอ่ยถึงจุดประสงค์ของวันนี้ เขาอยากรู้นักว่าผู้หญิงคนนั้นจะสมคำร่ำลือมากเพียงใด หากแต่เมื่อพบตัวจริงก็ต้องยอมรับว่าคำพูดที่ได้ยินมาเป็นจริงทุกประการ



หญิงสาวผู้เป็นประเด็นการสนทนา กำลังเดินแยกออกมาจากกองสื่อมวลชนที่รุมล้อมและบิดาของเธอที่กำลังสนทนากับรัฐมนตรีท่านหนึ่งอยู่ ด้วยความที่หัวข้อสนทนาของบิดาหญิงสาวมักเป็นเรื่องของธุรกิจ จึงเป็นเรื่องน่าเบื่อที่จะอยู่ฟัง



เธอรู้ตัวเองดีว่าเป็นคนสวย เซ็กซี่ และมีเสน่ห์ เพราะไม่ว่าไปงานไหนมักได้รับคำชมเสมอ และงานนี้ก็เช่นเดียวกันดูได้จากสายตาของหนุ่มๆ ในงานที่มักมองมา ส่งสายตาอยากทำความรู้จักมาให้เธอเพียงแต่ยิ้มอ่อนๆ กลับไปให้เพราะจุดมุ่งหมายของเธอสำหรับงานนี้ไม่ใช่บุคคลเหล่านนั้น



ชายหนุ่มตัวสูงใบหน้าหล่อเหลาหากแต่ดุดัน อยู่ในชุดสูทสำดำผูกโบว์ไว้ที่ปกคอเสื้อ หญิงสาวหยุดยืนที่ไม่ห่างกับสองหนุ่มเท่าไหร่นัก ก่อนรับแก้วเครื่องดื่มจากบริกรที่เดินรายรอบทั้งงาน



“สวัสดีครับ ผมวิทย์ วรวิทย์ วิจิตรธรรม” ผู้เป็นเจ้าของงานเดินเข้าไปทักหญิงสาวก่อน



“สวัสดีค่ะ ฉันมินตรา เรียกมินก็ได้นะคะ เอ่อ .. แล้วไม่ทราบว่า ....” ตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ หากแต่สายตายังมองที่อีกคนที่อยู่ด้านหลังวรวิทย์



“อ่อ....นี่เพื่อนผมครับ ชื่อธีธัช” ชายหนุ่มเข้าใจที่หญิงสาวต้องการจะสื่อ



“สวัสดีครับ” ธีธัชเอ่ยทักทายพร้อมโค้งตัวเล็กน้อย



“ทำไมคุณมินมายืนอยู่คนเดียวละครับ” วรวิทย์ถามเพื่อหยั่งเชิงหญิงสาวเล็กน้อย



“พอดีมินมากับคุณพ่อ แต่ว่าท่านติดคุยธุระอยู่ มินเบื่อๆ ก็เลยขอตัวออกมา แล้วไม่ทราบว่าพวกคุณมากันสองคนหรือคะ”



เมื่อโดนคำถามของหญิงสาวชายหนุ่มทั้งสองถึงกับหันมองหน้ากัน



“นี่ไม่ใช่ว่าคุณมินคิดว่าพวกผมสองคนเป็นคู่เกย์กันหรอกนะครับ”



“ก็ทุกวันนี้แบบนี้เยอะออกนี่คะ ตอนมินเรียนอยู่ที่อังกฤษเห็นแมนๆเดินคู่กันเกือบทั้งหมดก็เป็นกันทั้งนั้น”



“ยกเว้นผมสองคนไว้ได้เลยครับ ผู้ชายแท้แน่นอน แล้วไม่ทราบว่า” ตื๊ด..ตื๊ด.. “ผมขอตัวสักครู่นะครับพอดีมีสายเข้า” วรวิทย์เบี่ยงตัวออกจากวงสนทนาเล็กน้อย “ครับ....ได้ครับ” พูดตอบปลายสายเพียงเท่านั้นก่อนจะกดวางสาย



“ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ พอดีคุณแม่ท่านเรียกตัว....ฝากคุณมินด้วยว่ะไอธี” พูดยิ้มๆ ก่อนจะหันมาตบไหล่เพื่อนรักเบาๆ แล้วจึงกระซิบข้างๆ หู “คิดถึงเมียที่บ้านด้วยละ” ก่อนจะเดินจากไป



วรวิทย์รู้ดีว่าหากปล่อยทั้งคู่ไว้ด้วยกันคงไม่พ้นไปต่อกันที่ไหนสักแห่ง ถึงแม้เขาจะมีความสนใจในตัวของมินตรา แต่ก็พออ่านสายตาของเธออกว่าเธอสนใจใคร เขาคบกับธีธัชมานานหลายปีจนรู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้ว ความเจ้าชู้เจ้าสำราญที่มีไม่ต่างกัน ถึงแม้เพื่อนยากของตนจะมีภรรยาแล้วแถมมีลูก แต่ยังคงไม่ทิ้งลาย ใช่ว่าเขาจะสนับสนุนให้เพื่อนทำแบบนี้ แต่การกระทำทุกอย่างล้วนมีเหตุผลของเสมอ



“ผมได้ยินว่าคุณมินพึ่งเรียนจบ ไม่ทราบว่าจบอะไรมาครับ?” เพื่อทำลายความเงียบระหว่างเขาทั้งสอง ชายหนุ่มจึงเอ่ยขึ้น



“เรียนด้านบริหารนะคะคิดว่าจบจะได้มาช่วยงานคุณพ่อได้ แล้วคุณธีละคะได้ยินว่ามีบริษัทใหญ่โตให้คอยบริหาร”



“ไม่ยักจะรู้ว่าคุณก็สนใจเรื่องของผมด้วย” ชายหนุ่มแกล้งย้อนถาม



“พอดีมินพึ่งได้อ่านจากนิตยสารตอนนั่งเครื่องกลับไทยนะคะ แม้ก็คุณธีทั้งหล่อทั้งดูดี จะไม่ให้เป็นที่สนใจได้ยังไงกันละค่ะ”



“อ่อครับ” คำพูดของมินตราถ้าฟังเผินๆ ก็เหมือนคำพูดธรรมดาทั่วไป หากแต่ชายผู้มากประสบการณ์ในเรื่องผู้หญิง คำพูดที่หญิงสาวส่งมาเปรียบเสมือนการส่งสัญญาณว่าต้องการรู้จักเขามากยิ่งขึ้น



“กลับมาไทยได้นานยังครับ”



“มินพึ่งกลับมาคะ พอเรียนจบก็โดนเรียกตัวกลับมาเลย ทีแรกแพลนไว้กับเพื่อนว่าจะไปเที่ยวกันก่อนแต่ก็ต้องยกเลิกไป” เธอพูดตามความเป็นจริงเรื่องที่ต้องกลับมาอย่างกะทันหัน “มินกำลังคิดอยู่เลยว่าจะชวนเพื่อนๆ มาเที่ยวเมืองไทย อยากเที่ยวตั้งแต่เหนือลงใต้แต่ติดปัญหาเรื่องที่พัก ไม่ทราบว่าคุณธีพอจะแนะนำบ้างหรือเปล่า”



“ด้วยความยินดีครับ เอาเป็นว่าถ้าพร้อมเมื่อไหร่บอกผมได้เสมอ”



มินตรายิ้มกว้างเมื่อเป็นไปตามที่เธอต้องการ แค่นี้เท่ากับว่าเหยื่อติดกับแล้วครึ่งหนึ่ง



“นี่คะนามบัตรของมิน” มินตราหยิบนามบัตรของตนยื่นให้



“เอ่อ....ครับ” เมื่อรับมาแล้วก็ค้นในกระเป๋าสูทเพื่อหานามบัตรของตนก่อนจะยื่นไปให้หญิงสาว



“ขอบคุณนะคะ”



“เต้นรำกันไหมครับ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเมื่อฟลอร์กลางงานเต็มไปด้วยคู่เต้นรำหลายคู่



“ได้ค่ะ แต่มินเต้นไม่ค่อยเก่ง อาจผิดบ้างคงไม่ว่ากันนะคะ”



“ผมเองก็ไม่ได้เก่งอะไร แต่มางานแบบนี้จะไม่เต้นสักเพลงก็ดูจะกระไรอยู่”



ทั้งคู่เริ่มออกลวดลายการเต้นตามจังหวะเพลง ใบหน้าและสายตาของมินตราจ้องมองที่ธีธัช ก่อนที่เขาจะยิ้มให้เธอ ความรู้สึกที่หญิงสาวได้รับตอนนี้ช่างเป็นสิ่งที่งดงาม ความอยากที่จะครอบครองยิ่งทวีคูณ แม่จะรู้ว่าเขามีภรรยาอยู่แล้ว แต่เธอก็ไม่สนใจเพราะเท่าที่รู้มาเหมือนทั้งคู่จะไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าไหร่ สื่อต่างๆ ที่นำเสนอข่าวว่าเขาเปลี่ยนคู่ควงไม่เว้นวัน บางครั้งก็มีพาดพิงถึงผู้หญิงที่เป็นภรรยา แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีการแก้ข่าวเลยแม่แต่น้อย ดูๆ ไปแล้วเหมือนทั้งคู่จะไม่สนใจความเป็นไปของกันและกัน นั่นยิ่งทำให้เธอจะสามารถทำตามสิ่งที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย



รอยยิ้มหวานที่แฝงไปด้วยความรู้สึกไม่บริสุทธิ์ถูส่งไปให้ชายหนุ่ม ก่อนที่เพลงเต้นรำจะจบลง ทั้งคู่เดินออกมายังจุดเดิม ก่อนที่ผู้เป็นพ่อของมินตราจะเดินเข้ามาทักทาย



“ไง..กลับมาแป๊ปเดียวก็มีหนุ่มควงซะแล้วนะ” ทรงพลเอ่ยกับลูกสาวตน



“สวัสดีครับ ผมธีธัช ธรรมนุกูลสกุลครับ” ธีธัชยกมือไหว้ก่อนจะเอ่ยแนะนำตัว



“สวัสดีพ่อหนุ่ม ฉันพอจะได้ยินชื่อเสียงมาอยู่บ้าง ไว้ถ้ามีโอกาสเราคงได้ร่วมธุรกิจกัน”



“เดี่ยวพ่อต้องกลับแล้วนะ พอดีมีธุระด่วนเข้ามา” ทรงพลหันไอพูดกับลูกสาวของตน



“อะไรกันคะคุณพ่อ ทำไมรีบกลับจัง มินยังสนุกอยู่เลย นานๆ ทีจะได้มางานสังคมบ้าง เอ่อ..งั้นวันนี้มินขอนอนที่คอนโดนะคะคุณพ่อ”



“แล้วลูกจะกลับยังไง รถก็ไม่ได้เอามา พ่อไม่ไว้ใจให้กลับแท็กซี่คนเดียวหรอกนะ” คนเป็นพ่อเอ่ยขัดขึ้นด้วยความเป็นห่วงในความปลอดภัยของลูกสาว



“คุณธีค่ะ” สายตาที่ส่งไปอ้อนวอน ทำให้ยากที่จะปฏิเสธได้



“เอ่อ....เดี่ยวผมไปส่งเธอเองก็ได้ครับ” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างลังเลอยู่ช่วงหนึ่ง



“งั้นฉันฝากด้วยแล้วกัน” พูดจบทรงพลก็เดินออกไปจากงาน


--------------------------------------
80%



ดินสอสีเทา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 8 ก.ย. 2559, 17:09:57 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 7 ต.ค. 2559, 19:21:34 น.

จำนวนการเข้าชม : 662





<< ไร้รัก :: Chapter 1 :: 40%   
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account