อธิษฐานสลับรัก
ณิชารีย์ สาวอวบเกินพิกัด เธอทำงานอยู่ในบริษัทกาแฟลดน้ำหนักที่มีแต่สาวๆ หุ่นดี ผอมเพรียวด้วยกันทั้งนั้น
ขณะที่เธอกับเพื่อนซี้ เป็นจุดด้อยของบริษัท
วันหนึ่งเมื่อเพื่อนรัก ชวนกันไปที่ศาลเจ้าแม่มุ่ยเฮียง
คำอธิษฐานแบบส่งๆ ทำให้เกิดเรื่องวุ่นๆ ขึ้น เธอกลายเป็นสาวสวยหุ่นดี
พรแบบพิลึกๆ จะช่วยทำให้เธอได้พบกับเนื้อคู่ตัวจริงได้หรือไม่ มาลองลุ้นกัน
Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: บทที่ ๕ ฝันหรือจริง

บทที่ ๕ ฝันหรือจริง มาลงต่อแล้วนะคะ ขออภัยที่ล่าช้า เพราะว่า อาทิตย์นี้ชีวิตวุ่นวายนิดหน่อย เพิ่งจะได้พักเต็มๆ วันนี้ค่ะ

เผลอแพร๊บเดียว เดือนธันวาคมแล้ว จะหมดปี รีบลงนิยายดีก่า เดี๋ยววันนี้ว่า จะไปซื้ออุปกรณ์มาทำยาดมไปแจกที่สนามหลวงค่ะ วันที่ 25 ธันวาคมนี้ จะต้องไปออกหน่วยอีก วันหยุดคนน่าจะเยอะ

ขอให้อ่านนิยายให้สนุกนะก๊ะ อ่านแล้วทักทายกันได้นะคะ คนเขียจะได้มีกำลังใจ ค่อยๆ ลงกระดืบๆ ไปด้วยกันนิ

หญิงสาวหยิกตัวเองซ้ำอีกครั้งเพื่อทดสอบว่า นี่คือ ความฝันหรือเรื่องจริงกันแน่ ผลก็คือ หล่อนเจ็บ แต่พอมองเงาตัวเองในกระจกก็ยิ่งตกใจ ภาพที่เห็นอยู่ตอนนี้คือ ผู้หญิงที่มีใบหน้ารูปไข่ล้อมกรอบด้วยเรือนผมดกดำราวกับขนนกกาน้ำ จมูกที่โด่งกำลังพอดีปลายเชิดขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากอิ่มสีแดงก่ำราวกับเชอรี่สุก คิ้วโก่งตามธรรมชาติ แต่ส่วนที่สะดุดตากลับเป็นเรือนร่างบอบบาง ภายใต้ชุดนอนตัวโคร่งต่างหาก

...ผู้หญิงคนนี้ผอม... ไม่สิ เรียกว่า หุ่นดีสุดขีดถึงจะถูก...

ณิชารีย์ลองลูบมือไปตามส่วนโค้งส่วนเว้าและพบว่า แทบไม่มีไขมันส่วนเกินสักนิด หล่อนรวบเสื้อไว้ด้านหลัง หันข้างให้กระจกจึงพบว่า หน้าท้องแบนราบ หล่อนลองพับขากางเกงและพบว่า สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดนอนตัวโคร่ง คือ ขาเพรียวงาม เนื้อที่เคยห้อยย้อยและเต็มไปด้วยเซลลูไลท์บัดนี้เหลือเพียง ขาคู่งามขนาดกำลังดี ไร้ไขมันส่วนเกิน

หล่อนลูบไปที่ด้านข้างของเอวบ้างและพบว่า ก้อนเนื้อย้อยๆ ที่เคยมีตรงข้างเอวหายไป หน้าท้องแบนราบและมีกล้ามเนื้อ แต่หน้าอกหน้าใจอันเป็นของสำคัญของผู้หญิงยังคงไซส์เดิม ณิชารีย์ลองโพสต์จิกเท้าต่อหน้ากระจก สิ่งที่เห็นก็คือ ผู้หญิงคนหนึ่งที่งดงามราวกับนางฟ้า

นี่คือ ฝันซ้อนฝันแน่ๆ ใครจะบ้าคิดว่า เงาที่เห็นอยู่ในกระจกตอนนี้คือ ยายหนูนิด ที่เพื่อนๆ มักเรียกกันว่า ตุ่มต่อขาบ้าง พะโล้บ้าง หล่อนกำลังเพ้อ เพราะคำขอจากศาลเจ้า และก็เก็บเอามาเป็นเรื่องเป็นราว นับตั้งแต่ได้เจอกับชายในฝันสามคนซ้อน ตามด้วยฝันประหลาดถึงอาแป๊ะที่ศาลมุ่ยเฮียง

แต่ไหนๆ ก็ฝันแล้ว ถ้าอย่างนั้นทำไมหล่อนไม่มีความสุขกับมันสักครั้งล่ะ ในเมื่อชีวิตจริง หญิงสาวไม่มีทางที่จะมีรูปร่างหน้าตาแบบนี้ ผอมแบบนี้

ผู้หญิงคนนี้น้ำหนักน้อยกว่า หล่อนสักยี่สิบกิโลเห็นจะได้ เรียวแขนกลมกลึง ไร้ไขมันส่วนเกิน สะโพกไม่ห้อยย้อย แต่ตึงกระชับ หญิงสาวรีบตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าเพราะจำได้ว่า เก็บของสำคัญเอาไว้ หลังจากค้นหาอยู่ครู่หนึ่งก็พบ กล่องถูกซุกอยู่ชั้นบนสุด หล่อนดึงออกมาและเปิดฝา

เดรสสีแดงเพลิงที่ซื้อมาจากห้างสรรพสินค้าเมื่อหลายเดือนก่อน กับรองเท้าหุ้มส้นสีเข้ากัน ลำดวนเคยบ่น ตอนที่หล่อนทุ่มเงินหลายพันในการซื้อชุดนี้

“ซื้อมาแต่ใส่ไม่ได้ เปลืองเงินเปล่าๆ”
แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่า ณิชารีย์อยากได้ชุดนี้ไว้สร้างแรงบันดาลใจในการลดน้ำหนัก แต่จนแล้วจนรอดหล่อนก็ยังคงอ้วนเหมือนเช่นเดิม หญิงสาวรูปซิบด้านหลังลง และสอดตัวเข้าไปในชุด มองเงาสะท้อนตัวเองในกระจก เพื่อความสมบูรณ์แบบหล่อนจึงสวมรองเท้าเข้ากันด้วย หญิงสาวใช้กิ๊บรวบผมไปด้านหลัง ปล่อยลูกผมให้ระต้นคอ ทำให้หล่อนยามนี้ดูทั้งสวยและเซ็กซี่ในคราวเดียว เจ้าตัวโพสต์ท่าหน้ากระจกอีกครั้ง รู้สึกเหมือนตัวเอง เปรียบประหนึ่งนางงามจักรวาลที่เพิ่งได้รับตำแหน่ง เรือนร่างผอมเพรียวพออยู่ในชุดสีแดงเพลิงทำให้สวยและสง่า หากบรรดาผู้ชายในฝันของหล่อนเห็น คงต้องตกตะลึงเป็นแน่

“สวยอะไรเบอร์นี้ฮึ...ยายนิด นี่ล่ะ สิ่งที่ฉันต้องการ”

’แน่ใจนะอีหลู ว่า นี่คือ คำขอของลื้อ’

เสียงดังแว่วมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ ณิชารีย์ส่ายหน้า บอกตัวเองด้วยการย้ำในกระจกอีกครั้งว่า หล่อนสวย เผลอๆ จะสวยกว่าศรัญรัชต์ด้วยซ้ำ

“อาแป๊ะอย่ามายุ่งกับฝันของหนู นี่คือ สิ่งที่หนูต้องการ ต่อไปนี้ณิชารีย์จะไม่ใช่ ช้างน้ำอีกต่อไปแล้ว เธอสวยกว่าผู้หญิงทั้งโลก จำเอาไว้”


หญิงสาวไม่เคยถูกรถชนมาก่อน แต่เดาว่า ความรู้สึกของคนโดนคงคล้ายๆ กัน นาฬิกาปลุกตรงหัวเตียงถูกปิดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่แสงแดดที่ทะลุกระจกเข้ามาทำให้หล่อนต้องปรือตาขึ้น ความรู้สึกแรกก็คือ อึดอัดเหมือนคนหายใจไม่ออกหรือว่า เมื่อคืนนี้หล่อนถูกผีอำ ณิชารีย์ขยับกายอย่างยากลำบาก ทรวงอกเหมือนถูกรัดด้วยอะไรสักอย่างจนหายใจได้เพียงครึ่งเดียว

หล่อนควานมือเปะปะพยายามเพื่อพยุงตัวลุกขึ้นแต่กลับรู้สึกเหมือนขาทั้งสองข้างถูกพันธนาการเอาไว้ ทั้งเนื้อทั้งตัวถูกรัดด้วยรบางอย่าง หล่อนรู้สึกเหมือนแหนมที่ถูกห่อด้วยใบตองสิบชั้นหรือบางทีอาจูกมัดซ้ำด้วยหนังยางอีกร้อยเส้น ความอึดอัดทำให้พยายามงอตัวเพื่อลุกขั้นนั่งแต่แล้วกลับได้ยินเสียงดังแคว่ก ความรู้สึกเย็นวาบจากด้านหลังและต่อมาก็รู้สึกหายใจสะดวกขึ้น หล่อนก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องอ้าปากค้าง ภาพสะท้อนในกระจกบอกให้รู้ว่า เกิดอะไรขึ้น ณิชารีย์จึงร้องกรี๊ดออกมา

“ตายแล้วชุดฉัน”

หล่อนรีบกระโดดลงจากเตียงและรูดชุดสวยลงจากตัว แล้วก็รีบห่อตัวด้วยผ้าขนหนู สิ่งที่เป็นห่วงไม่ใช่ความโป๊ แต่เป็นความเสียหายของชุดสุดหวงต่างหาก เดรสสีแดงเพลิงราคาแพงระยับที่สู้อุตส่าห์กัดฟันซื้อจากห้างสรรพสินค้า บัดนี้มีรอยขาดยาวนับตั้งแต่ซิบด้านหลังลงไปจนสุดความยาว ณิชารีย์น้ำตาไหลพรากเมื่อคิดว่า เมื่อคืนนี้ตนทำอะไรลงไป

หญิงสาวคิดว่า ตนเองฝันแล้วก็ลุกไปเอาชุดสีแดงเพลิงขึ้นมาใส่ น่าแปลกเหลือเกินที่หล่อนสามารถสวมชุดที่เล็กกว่าตนเองถึงสองไซส์ได้ เพราะเหตุนี้เองถึงได้รู้สึกราวกับผีอำ

‘โธ่ ยายนิดเอ๊ยทำอะไรลงไป เฟอะฟะเป็นที่สุด สงสัยคงละเมอ’

อะไรไม่เจ็บใจเท่าการที่ต้องรู้ว่า ชุดนี้กับหล่อนเหมือนเดินกันคนละเส้นทางในโลกแห่งความจริงหล่อนไม่มีทางสวมมันได้ ยกเว้นเสียแต่ว่า ไปเกิดใหม่เท่านั้น แต่ถึงรู้ว่า แบบนั้น แต่หญิงสาวก็ยังเสียดายชุดแพงหูฉี่ใจแทบขาด

‘เอาวะ ใส่ได้ไม่ได้ แต่ก็ต้องเอาไปซ่อมไว้ก่อน หวังว่า วันนี้ป้าพวงคงไม่ได้ออกไปข้างนอกนะ’

ป้าพวงพักอยู่คอนโดเดียวกันกับหล่อน แถมยังเป็นช่างเสื้อ แม้รู้ว่า ค่าซ่อมเมื่อเทียบกับค่าชุดคิดดูแล้วคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม หญิงสาวก้มลงมองรองเท้าส้นสูงสีแดงเพลิง รอยยับตรงด้านหลังบ่งว่า เกิดอะไรขึ้น หล่อนคงเผลอลองทั้งชุดและก็รองเท้าส้นสูงไปพร้อมๆ กัน ทุกอย่างจึงพากันยับย่น ชุดคงปริด้วยไซส์มหึมาของณิชารีย์ หล่อนไม่ได้เมาแต่ทำตัวเหมือนคนเมา ช่างน่าสมเพชที่สุด
มีคนบ้าที่ไหน หยิบชุดขึ้นมาลองในความฝันบ้าง คงเป็นการละเมอครั้งยิ่งใหญ่ คิดแล้วก็ยิ่งรู้สึกหดหู่ใจ

หล่อนเคยคิดว่า ฝันเมื่อคืนนี้เป็นฝันดีเพราะได้พบกับหนุ่มในฝันทั้งสามคน แถมยังฝันอีกว่า ตนเองหุ่นดีผอมเพรียว แต่สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างก็เป็นได้แค่ความฝัน เพราะเช้านี้พอส่องกระจกก็พบกับณิชารีย์ผู้อวบอั๋นดังเดิม

ณิชารีย์สั่งตัวเองให้เลิกคิดเรื่องไร้สาระ หล่อนควรจะหันมามุมานะกับงานดีกว่าฝันลมๆ แล้งๆ หล่อนคว้าผ้าขนหนูอีกผืนเดินเข้าห้องน้ำ พร้อมวาดแผนการในใจว่า เช้านี้จะเติมอะไรลงท้องเพื่อเป็นการแก้เซ็งกับฝันไร้สาระดี...


หม่อมราชวงศ์อติกันต์ลอบมองหญิงสาวที่ก้มหน้าก้มตาตักต้มเลือดหมูเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย เนื่องจากวันนี้คลินิกปิด ชายหนุ่มจึงไม่ต้องตื่นเช้าเหมือนเคย เขาเลือกลงมากินอาหารที่หน้าคอนโด เนื่องจากมีผู้อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ทุกเช้าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าจึงพากันเอาอาหารมาขายอยู่ด้านหน้า

ทั้งโจ๊กหมูเจ้าดัง ต้มเลือดหมู ขนมปังปิ้ง หรือแม้แต่หมูปิ้งที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายล้วนแล้วแต่เป็นที่นิยมสำหรับประชาชนในละแวกนี้ ชายหนุ่มเลือกร้านต้มเลือดหมูเพราะรสชาติและความสะอาด เขาเคยมากินที่นี่หลายครั้งแล้ว ถัดไปไม่ไกลมีร้านขายปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหูเจ้าดังที่ชายหนุ่มมักจะซื้อกลับไปนั่งกินที่คอนโดอยู่เป็นประจำ แต่วันนี้ทุกอย่างต่างออกไปนั่นก็เพราะผู้หญิงคนหนึ่ง..

เขาไม่เคยเห็นใคร รับประทานอะไรแล้วชวนอร่อยเหมือนหญิงสาวมาก่อน ท่าทางยามโบกมือไล่ความร้อน ยามซดน้ำซุป หรือแม้แต่ตอนที่พวงแก้มนวลแดงก่ำจากความร้อนของอาหารตรงหน้า ดูแล้วช่างมีเสน่ห์ อติกันต์นั่งอยู่โต๊ะถัดไปแต่ไม่กล้าเข้าไปทัก หลังกินเสร็จหล่อนก็ซื้อน้ำเต้าหู้ใส่เครื่องกลับไปห้องด้วย

ระหว่างที่ยืนรอน้ำเต้าหู หญิงสาวก็บิปาท่องโก๋ใส่ปากอย่างเอร็ดอร่อย หล่อนชวนแม่ค้าคุยไปเรื่อย ถามถึงสารทุกข์สุขดิบราวกับรู้จักคุ้นเคยกัน แม่ค้าจึงแถมน้ำเต้าหู้ไม่ใส่เครื่องให้อีกถุงหนึ่ง หล่อนแยกใส่ในถุงต่างหาก และเดินกลับคอนโด ชายหนุ่มเดินตามหล่อนไปอย่างไม่เร่งรีบ ใช้เวลาตอนนี้สำรวจร่างอวบตรงหน้า

ใครบอกว่า ผู้หญิงอ้วนน่าเกลียด อติกันต์ขอเถียงขาดใจ ตรงกันข้ามเขากลับมองว่า ณิชารีย์มีใบหน้าอวบอิ่มชวนมอง แก้มนวลสองข้างเปล่งปลั่งและแทบไม่มีสิวฝ้าให้รำคาญตา หล่อนคือ ตัวแทนของผู้หญิงสุขภาพดีเพราะนับตั้งแต่เจอกันชายหนุ่มยังไม่เคยเห็นหล่อนมีสีหน้าอิดโรยเลยแม้แต่น้อย ร่างที่อวบกว่าสาวอื่นๆ แต่กลับดูกระฉับกระเฉงทุกครั้งที่เคลื่อนไหว ที่สำคัญก็คือ หญิงสาวอารมณ์ดี เขามักจะเห็นหล่อนพูดจายิ้มแย้มทักทายกับคนทุกระดับ ตั้งแต่คนงาน แม่บ้าน หรือแม้แต่ยามที่เฝ้าอยู่ด้านล่างคอนโดอย่างเช่นวันนี้ หม่อมราชวงศ์อติกันต์มองหญิงสาวที่กำลังยื่นถุงน้ำเต้าหูให้กับยามที่เฝ้าด้านหน้า

“ลุงพร นี่จ้ะน้ำเต้าหู้แล้วก็ปาท่องโก๋”

ลุงพรคือ ยามเก่าแก่ที่เฝ้าอยู่ด้านล่างคอนโดมาหลายปีแล้ว นับตั้งแต่อติกันต์และณิชารีย์ย้ายเข้ามาอยู่ ที่แปลกก็คือ ทั้งหล่อนและเขาย้ายของเข้ามาในคอนโดวันเดียวกัน ชายหนุ่มเพิ่งจัดของเสร็จตอนที่เห็นเจ้าหล่อนกับสาวผิวคล้ำอีกคนหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังเข้ามา

ลุงพรมักจะอยู่เวรในตอนกลางวันเนื่องจากเจ้าของคอนโดเห็นว่า อายุมากแล้ว ส่วนกะดึกมักจะเป็นยามอีกคนซึ่งชื่อ บุญมี แต่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อ เป็นไมค์ ขณะที่ลุงพรขยันขันแข็งแต่ไมค์ชอบแอบหลับอยู่เป็นประจำ นอกจากนั้นเจ้าชู้ ทุกครั้งที่มีสาวสวยเดินผ่าน มักจะชอบแซวเล่นอยู่เป็นประจำ

“โอ๊ย คุณนิด ซื้อมาทำไมกันครับ ผมเกรงใจ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ นิดมีสองถุง แล้วก็แบ่งปาท่องโก๋ให้ลุงด้วย กินคู่กันอร่อยออก”

ยามอาวุโส ประนมมือไหว้ ยิ้มอย่างดีใจ

“ขอบคุณมากนะครับ งั้นผมไม่เกรงใจล่ะ กำลังหิวพอดี เมื่อคืนก็ต้องควบกะ” ลุงพรบ่น บ่อยครั้งที่ไมค์มักจะชอบโดดงาน ร้อนถึงลุงต้องทำแทน

“นี่ไมค์เบี้ยวอีกแล้วหรือคะ”

“ก็ตามเคยละครับ... ชอบโทรมาอ้าง ร้องห่มร้องไห้ว่า ญาติตาย ป่านนี้คงตายกันหมดบ้านแล้วมั้ง เพราะถูกไอ้ไมค์แช่ง คราวก่อนก็บอกผู้จัดการว่า ยายตาย แต่ผู้จัดการดันจำได้ว่า ยายมันตายไปตั้งแต่ปีที่แล้ว แถมมันยังลางานกะทันหันตั้งอาทิตย์ คราวนี้ผู้จัดการคาดโทษสถานหนัก มีหวังได้ตกงานแน่”
ณิชารีย์หลุดหัวเราะ คงเพราะโกหกบ่อยจนลืมจดไว้ว่า ปดเรื่องอะไรบ้าง
“วันนี้คุณนิดไม่ออกไปไหนหรือครับ”
“ไม่ค่ะ นิดเบื่อ อยากจะนอนพักสบายๆ บ่ายๆ ว่า จะไปว่ายน้ำที่สระชั้นหกสักหน่อย
“ดีครับ จะได้บริหารร่างกายจะได้แข็งแรง พักนี้คุณนิดงานหนักหรือครับ เห็นกลับดึกเชียว”
ลุงพรเลือกคำพูดที่ทำให้ณิชารีย์ไม่รู้สึกผิด นอกจากลำดวนแล้วก็คงมีลุงคนนี้ที่มักจะคอยปลอบใจหล่อนอยู่เสมอ
“ใช่ค่ะ ช่วงนี้เจ้านายอยากให้ทำยอด นิดกับเพื่อนก็เลยต้องขยันกันหน่อย เดี๋ยวปลายปีไม่ได้โบนัส”
อติกันต์เห็นทั้งสองกำลังยืนคุยกัน เขาจึงเตรียมจะเดินเลี่ยงไปแต่ยามอาวุโสเห็นพอดีจึงโบกมือร้องทัก ชายหนุ่มสะดุ้ง

“คุณโปรด สวัสดีครับ”

หญิงสาวหันตามมา อติกันต์ประหม่า เขาหลุบตาลงคงเพราะวันนี้ไม่ได้ใส่แว่นตากรอบดำอันเดิม แม้จะรู้ว่า แว่นนี้ไม่ค่อยรับกับใบหน้าเท่าไหร่ แต่ชายหนุ่มก็ชอบใส่เนื่องจากไม่ต้องการให้คนสะดุดตากับความหล่อเหลาของตนนั่นเอง แต่วันนี้วันหยุดเขาจึงใส่คอนแทคเลนส์แทน ทันตแพทย์หนุ่มสวมเสื้อยืดสีฟ้ากับกางเกงลำลองขาสั้น

“โปรด” ณิชารีย์ทวนคำ ขมวดคิ้วมอง อติกันต์มองกิริยาของคนตรงหน้าแล้วก็อมยิ้ม อย่างน้อยวันนี้หล่อนก็ไม่ได้มองเลยผ่านเขาไปแบบเมื่อวันก่อน
“ใช่ครับ นี่คุณนิดกับคุณโปรดยังไม่เคยรู้จักหรือครับ คุณโปรดท่านเป็นถึงหม่อม....”
อติกันต์รีบหันไปถลึงตาใส่ลุงพร เขาไม่ค่อยชอบให้ใครรู้ว่า ตนเองมีฐานะอะไร ใจจริงส่วนลึกชายหนุ่มอยากจะเป็นหมอฟันธรรมดาเสียมากกว่า

“ลุงครับ อย่าโม้เยอะสิครับ เดี๋ยวคุณนิดไม่กล้าคุยกับผมปะไร”

“อ้อครับ ผมขอโทษลืมตัวทุกที คือว่า คุณโปรดพักอยู่ชั้นเดียวกับคุณนิด แถมห้องติดกันด้วย”

หญิงสาวอ้าปากค้างมองเขาด้วยสายตาระคนประหลาดใจมากกว่าเดิม ท่าทางหล่อนเหมือนจำเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ คงเพราะวันนี้ไม่มีแว่น

“คุณอยู่ห้องข้างๆ ฉันหรือคะ”

“ใช่ครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณณิชารีย์”
หญิงสาวยื่นมือมาตรงหน้าอย่างงง หล่อนมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ประหลาดใจเช่นเดิม
“ฉันไม่ยักรู้ว่า คุณอยู่ห้องข้างๆ”
เขายื่นมือไป หญิงสาวจึงยื่นมือออกมาสัมผัสกันเบาๆ อติกันต์อมยิ้ม เขาแอบเห็นแก้มสองข้างของหล่อนแดงระเรื่อด้วยความเขิน
“ผมไม่ค่อยได้ออกมาสังสรรค์กับใครครับ แต่ปกติเราจะออกไปทำงานเวลาเดียวกัน”
“จริงหรือคะ ทำไมฉันจำคุณไม่ได้เลย”
“คงเพราะคุณไม่ได้ทันสังเกต เราสองคนขึ้นรถไฟฟ้าทางเดียวกัน หวังว่า ต่อไปเราคงจะได้คุยกันมากขึ้นนะครับ”


หญิงสาวใช้มือกดหน้าอกที่เหมือนจะกระเด้งกระดอนออกมา ใครบ้างจะไม่เป็นแบบนี้เมื่อได้พบกับหนุ่มหล่อในระยะประชิด เขาพักอยู่ห้องติดกับหล่อนนี่เอง แต่ที่แปลกก็คือ ณิชารีย์แทบจะไม่เคยสังเกตเขาด้วยซ้ำ

…ผู้ชายคนนี้ยิ้มสวย...
ฟันของเขาขาวเรียงตัวเป็นระเบียบ ตัดกับริมฝีปากแดงจัดขนาดผู้หญิงยังอาย แพขนตางอนยาวจนน่าอิจฉา ผู้ชายอะไรหน้าหวานราวกับผู้หญิง เรดาร์ดักจับเพศที่สามของหล่อนร้องเตือนด่วนจี๋ว่า หนุ่มหล่อ เพอร์เฟกต์แบบนี้ไม่มีในโลก ยิ่งพูดจาหวานเพราะเสนาะหูตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน ไม่แคล้วต้องเป็นเกย์แหงๆ

นึกๆ ดูแล้วหล่อนกับเขาอาจจะเดินสวนกันหลายครั้ง หรือไม่ก็อาจจะขึ้นลิฟต์มาพร้อมกันแต่ไม่ได้ดู เมื่อนึกถึงแว่นสีดำอันโตก็ทำให้นึกได้ว่า เมื่อเช้านี้หล่อนก็ลงลิฟต์ไปกับเขานั่นเอง ชายหนุ่มคงได้ยินบทสนทนาทั้งหมด ช่างน่าอายเหลือเกิน
หญิงสาวไม่เคยคิดว่า การเผลอสบตาใครสักคนจะทำให้หัวใจเต้นแรงและรัวได้ถึงเพียงนี้ จมูกของเขาโด่งมาก แต่ส่วนที่ทำให้ยิ่งประหม่ากลับเป็นนัยน์ตาที่ดูเหมือนจะรู้ทันไปเสียทุกเรื่อง รวมถึงคำพูดชวนใจละลายเมื่อครู่

“เราสองคนขึ้นรถไฟฟ้าทางเดียวกัน ต่อไปเราคงจะได้คุยกันมากขึ้น”

หญิงสาวอยากคิดเข้าข้างตัวเองว่า เขาแอบสังเกตหล่อน แต่แล้วประสบการณ์ก็เตือนว่า หล่อนกำลังเพ้อ

“บ้าน่ายายนิด ผู้ชายที่ไหนจะบ้ามองคนอ้วน ทุกคนเขาชอบคนผอมด้วยกันทั้งนั้น เผลอๆ คุณโปรดนั่นอาจจะไม่แมนด้วยซ้ำ”

หัวใจณิชารีย์เหมือนลูกโป่งที่ถูกเจาะลมออกจนบี้แบน หล่อนคอตกเดินเข้าห้อง เมื่อเห็นรองเท้าส้นสูงสีแดงเพลิงวางอยู่ก็อดคิดถึงความฝันเมื่อคืนไม่ได้ ป้าพวงรับปากจะซ่อมชุดให้หล่อนในวันนี้ หญิงสาวจึงจ่ายค่าซ่อมบางส่วนไปก่อน เนื่องจากต้องซื้อซิปใหม่อีกทั้งยังต้องการผ้าอีกจำนวนหนึ่งมาซ้อนทับทางด้านหลังเพื่อแก้ชุดที่ปริ

หล่อนฝัน....และเป็นฝันประหลาด ทุกอย่างซ้อนทับกับเรื่องจริง ความคิดที่เต็มไปด้วยเหตุและผลตอกย้ำว่า หล่อนละเมอหยิบชุดขึ้นมาใส่แต่หลายอย่างก็ยังค้านและทำให้ณิชารีย์หาเหตุผลให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้

หล่อนเทน้ำเต้าหู้จากถุงใส่แก้ว บิปาท่องโก๋ใส่ลงไป มือหยิบรีโมทขึ้นมาเปิดดูช่องรายการโปรด ยามว่างอย่างนี้หญิงสาวชอบดูซีรีย์ต่างประเทศเป็นที่สุด หล่อนมักชอบดูเรื่องสืบสวนสอบสวน น้ำเต้าหู้หมดลงในไม่กี่นาที พอหนังท้องตึง นัยน์ตาก็เริ่มปรือ หญิงสาวเอนกายพิงพนัก ดึงหมอนอิงรูปโปเกมอนที่กำลังฮิตขึ้นมากอด ตามองไปที่จอ แต่แล้วกลับรู้สึกเหมือนลมเย็นโชยมาปะทะตัว เสียงหัวเราะของใครคนหนึ่งที่คุ้นหู รวมถึงกลิ่นหอมแปลกๆ ทำให้ณิชารีย์สะดุ้ง

หญิงสาวมองไปรอบๆ และพบว่า กลิ่นนั้นยังไม่จางหายไป หล่อนทำจมูกฟุดฟิดมองไปรอบๆ จู่ๆ เสียงหัวเราะก็ดังขึ้น
“นั่นใคร”

ไม่มีเสียงตอบ ภายในห้องมีณิชารีย์เพียงคนเดียว ความรู้สึกเหมือนกับว่า มีใครอีกคนอยู่ในห้องนี้กับหล่อนด้วย บรรยากาศเย็นยะเยือกแปลกๆ
“ไม่มีอะไรหรอกน่า ปอดแหกไปได้ ยายนิด ถ้าจะบ้าแล้ว คิดถึงอาแป๊ะทำไม”

เสียงหัวเราะแว่วมาราวกับจะรับคำ ณิชารีย์สั่นศีรษะ หล่อนกดปุ่มเปลี่ยนช่องไปยังรายการอาหารจากต่างประเทศ ซึ่งหญิงสาวดูเป็นประจำ ผู้เข้าร่วมแข่งขันกำลังทำคัพเค้กหน้าตาน่ากิน หญิงสาวกดปุ่มเพิ่มเสียงและจ้องไปที่หน้าจอเขม็ง พลางวางแผนในใจว่า วันจันทร์นี้หลังเลิกงานจะชวนลำดวนไปชิมเค้กเจ้านี้ที่มาเปิดสาขาในประเทศไทย

ม่านตรงหน้าต่างพะเยิบพะยาบ ทั้งที่ไม่ได้เปิดหน้าต่าง ลมเย็นพร้อมกลิ่นหอมเอียนๆ รวยรินไปทั่วห้อง เช่นเดียวกับด้านหลังโซฟาที่มีร่างโปร่งของใครคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม ตาจ้องเขม็งไปที่สาวร่างอวบพร้อมกับวาดแผนการในใจ



tangtangmeow
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 1 ธ.ค. 2559, 09:10:17 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 1 ธ.ค. 2559, 09:10:17 น.

จำนวนการเข้าชม : 1010





<< บทที่ ๔ พรที่ไม่ได้ขอ   บทที่ ๖ ผู้หญิงชุดแดง >>
แว่นใส 1 ธ.ค. 2559, 17:27:34 น.
จะผอม หรืออ้วนดีนะ


Zephyr 3 ธ.ค. 2559, 12:32:25 น.
มีเวลาเปิดปิดโหมดด้วยนะ หึหึ
โปรด อติกัต์ ชื่อคุ้นจัง
เคยปรากฎตัวในเรื่องอื่นไหมนะคะ


tangtangmeow 23 ธ.ค. 2559, 21:13:21 น.
ยังไม่เคยค่ะ แต่พระเอกมังกรพรางรักชื่อ อติภัทรค่ะ ชื่อคล้ายๆ กัน


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account