รักนี้มีให้SALEs! [Based on true story]
เรื่องราวจากประสบการณ์จริง100%
จากกระทู้แนะนำ ณ ห้องสีลมเว็บพันทิป "นู๋แอบหลงรักเจ้านาย"

เรื่องราวความรักของหนุ่มสาวหลากหลายตำแหน่งในการตลาด เซลส์แมน นักขาย พริตตี้

กมลชนกซึ่งจับพลัดจับผลูมาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการจะทำอย่างไรเมื่อแอบหลงรักผู้จัดการหัวหน้าเธอเอง

ท่ามกลางเหล่าพริตตี้ที่คอยสอดส่องความเป็นไป
ในขณะที่ก็ไม่แน่ใจว่าผู้จัดการคิดยังไงกันแน่???

ติดตามอ่านเรื่องเล่าสนุกสนาน ดุ เด็ด เผ็ด มันส์ เซี้ยว เปรี้ยว แสบ ซ่า ห่าม ทะโมน ของกมลชนกไปพร้อมๆกับกลเม็ดเด็ดพราย เทคนิคชั้นเลิศของเซลส์แมนกันเลยค่ะ

Tags: เซลส์แมน พริตตี้ สาวออฟฟิศ วัยรุ่น ธุรกิจ การตลาด

ตอน: -1-

-1-

นู๋ หลงรักเจ้านายตัวเอง ใครเคยมั่งคะ มาแชร์กันค่ะ
(จากกระทู้แนะนำ ณ ห้องสีลมเว็บพันทิป "นู๋แอบหลงรักเจ้านาย")

พี่เค้าเป็น ผจก.ฝ่ายขายค่ะ หนูเป็นผู้ช่วยเขา รู้จักกันมาตั้งแต่ทำงานที่เก่า 8 ปีแล้ว เค้าอายุมากกว่านู๋ 2 ปี


คือเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ทำงานกันคนละฝ่ายกัน นู๋อยู่ฝ่ายขาย พี่เค้าอยู่ฝ่ายบริการค่ะ ตอนนั้นตัวพี่เค้าก็เป็นพนักงานธรรมดาคนหนึ่งนะคะ ต้องทำงานประสานงานกัน คือดูแลลูกค้ากลุ่มเดียวกัน ก็รู้จักกันแค่คุยกันเรื่องงาน ดูพี่เค้าก็เฉยๆ ไม่มีอะไรพิเศษ ดูทึ่มๆด้วยซ้ำ ไม่ได้อยู่ในสายตาด้วยซ้ำ แถมนู๋ยังดูถูกเค้าอีก แล้วก็แกล้งวางยาเอกสารเค้าบ่อยๆ แต่งตัวก็ไม่ตรงสเป็คเลย แต่เพื่อนที่แผนกบอกว่าทำไมคุยกับอีตานี่ แล้วรู้สึกสบายใจดี ไม่มีพิษมีภัย


ในช่วงปีแรกก็คุยกันแค่เรื่องงานแล้วก็ตอนประชุมกัน ซึ่งตอนนั้นหัวหน้าแผนกนู๋ชอบโยนความผิดไปให้เค้าบ่อยๆ หรือไม่ก็โยนงานความรับผิดชอบไปให้เค้า นู๋ก็เช่นกันเอาบ้าง แต่เค้าก็เฉยๆค่ะ ทึ่มมากๆ ไม่เคยปฏิเสธ ดูแล้ว ไปไม่รอดแน่ทำงานที่นี่ สมน้ำหน้า (ตอนนั้นโรคจิตค่ะ ชอบเหยียบหัวชาวบ้าน )


แต่เพื่อนที่แผนกมันก็เจือกไปนั่งกินข้าวกลางวันร้านเดียวกันแล้วก็หลอกถามประวัติมาหมดเลย ไอ้เราก็นั่งอยู่ด้วยแต่ก็ต้องจำใจฟัง ตอนนั้นพี่เค้าบอกว่าจบปวส. แล้วก็บอกว่าอาศัยวัดอยู่กับหลวงพ่อ มากจากต่างจังหวัดทำงานครั้งแรก แล้วก็มีเมีย มีลูกแล้ว ไอ้เราก็รู้สึกไม่ค่อยดีกับพี่เค้าอยู่แล้วก็เลยเชื่อสนิท ลืมนึกไปว่าที่นี่รับแต่ป.ตรี ขึ้นไป


แต่จนแล้วจนรอดก็ผ่านมาได้ 2 ปี ตำแหน่งเค้าขึ้นเป็น Sup ค่ะ นู๋ยังอยู่ที่เดิม แถมลูกค้ายังชมเชยให้ฟังบ่อยๆ แถมยอดขายนู๋ก็ดีขึ้นด้วย เข้าเป้าแบบง่ายๆ ตอนนั้นงงค่ะ คือ นู๋ก็แอบอู้งานไปดูหนังบ่อยๆ แต่ยอดขึ้นได้ไงฟะ มารู้ทีหลังว่า ลูกค้ามาชมให้ฟังว่า พี่เค้ามาเยี่ยมที่ร้านแล้วแนะนำ จนลูกค้านำไปแก้ปัญหาและขายดีขึ้น ก็เลยซื้อมากขึ้น ตอนนั้นหมั่นไส้พี่เค้ามากเลยค่ะ ยอดขายมันต้องมาจากฝีมือฉันซิ ไม่ใช่มาจากอีตาทึ่มคนนี้ ไม่ได้ฉันต้องเก่งกว่า โมโหๆๆๆ


ก็เลยไปหาเรื่องพี่เค้าในที่ประชุม (นังมารร้ายจริงๆฉัน) ก็บอกเค้าในที่ประชุมว่าไม่ต้องมายุ่งกับลูกค้าฉัน เค้าไม่ชอบ (อันนี้ใส่ความเค้าต่อหน้าผู้ใหญ่) เค้าก็บอกว่าได้ครับ ขอโทษด้วย แล้วก็ทำตัวหงอๆ สมๆๆๆ ต่อหน้าผู้ใหญ่ด้วย


ทีนี้...ยอดขายทั้งPort ของนู๋ตกค่ะ ตกแบบเหลือแค่ 25% ปิดยอดไม่ได้แน่เดือนนี้ ตอนประชุมนู๋โดนเละเลย อายก็อาย ผู้ใหญ่เลยบอกให้อีตานี่มาช่วยดูลูกค้าให้หน่อย ที่จริงก็คือย้ายมาอยู่ฝ่ายขายมาเป็นหัวหน้านู๋ล่ะค่ะ เอาล่ะสิ ซวยละตู!


สรุปว่าเดือนนั้นนู๋ปิดยอดได้ค่ะ รอดไป แต่พี่เค้าโทรไปหาลูกค้าให้ 3 วัน 75 %ที่เหลือ

สุดยอดค่ะ ตั้งแต่นั้นมาก็รู้สึกไม่ติดลบกะพี่เค้าแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเฉยๆกะเค้าค่ะ ก็ได้รู้จักพี่เค้ามากขึ้น ที่จริงพี่เค้าเป็นคนแบบตลกมากๆค่ะ ขำทั้งวัน ก็ได้รู้เรื่องครอบครัวของเค้าค่ะ มีลูกสาวน่ารัก 1 คน มีภรรยาที่สวยมากๆ รู้ว่าเค้าไม่ได้อยู่วัด แล้วก็รู้ว่าพี่เค้าเป็นคนรับผิดชอบมากด้วย ทั้งครอบครัวและเรื่องงาน เคยไปทำงานต่างจังหวัดด้วยกัน


รู้เลยค่ะว่าทำไมลูกค้าถึงชอบที่จะคุยกับเค้ามาก ตอนนี้รู้สึกแล้วค่ะว่าอยู่ใกล้ๆพี่เค้าแล้วรู้สึกดี อบอุ่น ตื่นเต้นบอกไม่ถูกค่ะ แต่ก็ไม่คิดอะไรค่ะ แค่รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนเปิดเผยดี มีอะไรบอกหมด ไม่มีพิษมีภัย แล้วก็เจ้าชู้ด้วย ก็จริงๆนี่เค้าพี่เค้าบอกเองนี่ว่าเค้าเจ้าชู้ อยู่ในรถเวลาไปทำงานด้วยกันมีแต่ผู้หญิงโทรมา หมั่นไส้แล้วล่ะค่ะตอนนั้น อะไรฟะ มากะเราแต่คุยกับคนอื่นตลอดการเดินทาง



ผ่านมาเข้าปีที่ 3 ก็ทำงานกันปกติ ไม่มีท่าทีอะไร พี่เค้าก็ไม่มีท่าทีอะไร เหมือนเดิมเสมอต้นเสมอปลาย ดูแลแผนกเป็นอย่างดี ผลงานก็เป็นปกติ ตามเศรษฐกิจค่ะ นู๋ก็เปลี่ยนแฟนไปหลายคนละ



แล้วก็ถึงเวลาที่พี่เค้าต้องจากไป ลาออกค่ะ พี่เค้าได้งานใหม่ ใครถามก็บอกแค่บริษัทอะไร แต่ไม่บอกว่าไปทำอะไร ตำแหน่งอะไร เพื่อนๆที่แผนกรู้หมด ลูกค้าก็รู้หมด นู๋รู้เป็นคนสุดท้าย น้ำตาซึมค่ะ ไม่รู้เป็นอะไร ไม่เคยเป็นแบบนี้ ปกติใครจะออกก็ออกไป ไม่สนใจใครอยู่แล้ว เปลี่ยนหัวหน้าหลายคนแล้ว แต่กับพี่เค้ากลับน้ำตาซึมค่ะ งงตัวเองมาก แต่แอบไปน้ำตาซึมในห้องน้ำนะคะ ใจเต้นตึกๆ แต่แอบน้อยใจ(น้อยใจทำไมฟะ) ที่พี่เค้าไม่มาบอกเราเลย



พอวันสุดท้ายของการทำงาน พี่เค้าบอกไม่ต้องเลี้ยงส่งนะเปลืองเงิน แค่กินข้าวกลางวันด้วยกันพร้อมกันก็พอ แต่หนูงอนไม่ไปค่ะ แกล้งบอกไม่สบายเฉยเลย แต่ที่จริงก็แอบไปทำซึ้งร้องไห้อยู่บนดาดฟ้าค่ะ ตาแดงเลย เพื่อนเริ่มสังเกตเห็นว่าเราหงุดหงิดมาก โดนแซวว่า

"นี่ เมิงคิดอะไรกะพี่เค้าป่าววะ แล้วเมิงร้องไห้ทำไมวะ หรือว่ามีอะไรกันแล้ว!" ตกเย็นพี่เค้าก็เขียนใส่กระดาษบอกว่าอย่าเพิ่งกลับมีเรื่องจะบอก ในใจนึกว่าเค้าจะบอกอะไรเราฟะ หรือว่าบอกรักฟะ...บรื้ออออ ไม่เอาไม่เอา มีเมียมีลูกแล้วไม่เอา รอดีป่าววะ...รอ ไม่รอ...รอ ไม่รอ



สรุป รอค่ะ รอจนทุกคนกลับหมด โค-ตตตตระ ตื่นเต้นเลย แล้วพี่เค้าก็ ให้เอาฝ่ามือวางบนโต๊ะ งงค่ะ เล่นไรฟะ แล้วเค้าก็เอาปากกามาเขียนที่ฝ่ามือว่า "สัญญาว่าจะมารับนะ" อายก็อาย เขินก็เขิน แล้วมันหมายถึงไรฟะเนี่ย แล้วจะมารับตูไปไหน แต่ก็ไม่กล้าถามค่ะ แล้วพี่เค้าก็บ๊ายบาย อะไรฟะ! แค่เนี่ย...ให้ตูรอตั้งนาน



ผ่านมาก็ไม่รู้ว่ามันโรเมนติกหรือเปล่าค่ะ เพราะปกติไม่ค่อยเข้าใจเรื่องนี้ แถมยังเป็นคน แจ๋นๆ ซ่าๆ แถมสตอบอรี่นินทาชาวบ้านเป็นอาชีพ มั่นใจตัวเองเป็นที่สุด แถมเจ้าอารมณ์ขี้โมโห เอาแต่ใจ กินเหล้า เข้าผับ เฮฮาไปวันๆ



เด็กหญิงกมลชนก
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 9 ส.ค. 2554, 11:27:55 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 10 ส.ค. 2554, 09:46:28 น.

จำนวนการเข้าชม : 3906





   -2- >>
ใจใส 9 ส.ค. 2554, 11:32:12 น.
ตามมาจาก พันทิพค่ะ สนุกมากกกกก

อันนี้คือคุณ นู๋มาโพสเองรึปล่าวคะ


lovely 9 ส.ค. 2554, 12:03:33 น.
น่ารักดีค่ะ


เด็กหญิงกมลชนก 10 ส.ค. 2554, 09:44:18 น.
มาช่วยคุณนู๋โพสค่ะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account