คู่หมั้นคืนเหงาใจ
ตำนานหนุ่มหล่อเลิศล้ำแห่งค่ำคืนเหงาใจ

ความรักเหงา ๆ รานร้าวและเร้าใจ ต่างคนต่างมีกิเลสตัณหา ต้องชดใช้บุญกรรมแห่งความรัก ติดตามข้ามภพชาติศาสนา หนึ่งหญิงสองชายผูกพัน
อ่านเรื่องนี้จบ แล้วคุณจะสงสารใคร? ระหว่าง...

นักดนตรีหนุ่มรูปหล่อ พ่อรวย ราวกับในตำนาน เทพบุตรจุติลงมาเกิดอย่าง ยุติ ผู้ตกอยู่ในวังวนแห่งความเปลี่ยวเหงา ทุกค่ำคืนผ่านไปจิตใจโหยหา แค่เพียงเป็นคนที่เขาเผลอใจรัก แต่เขาไม่ได้เลือก กลายเป็นเหมือนส่วนเกิน มิใช่ส่วนสำคัญ

หรือ... อภิมหาเศรษฐีหนุ่ม ใบหน้าสวยงามเลิศล้ำอย่าง ไทธรรพ์ ผู้เป็นที่รักยิ่งดั่งชีวิตจิตใจของสาวสวย ถึงแม้เขาจะเจ้าชู้ไปบ้าง แต่ทั้งชีวิตจิตใจทุ่มเทในรักจริงจัง แต่ความหวังกลับหักพังสลาย สุดท้ายต้องอยู่เดียวดายข้างกายไร้คู่ครอง

หรือ... สาวสวยแชมป์มวยไทยหญิง เพชรน้ำหนึ่ง ถึงจะมีเพียบพร้อมทุกสิ่ง แต่ต้องเกิดมาใช้เวรใช้กรรม ที่เคยกระทำไว้ในชาติก่อน แม้จะสามารถยืนหยัดขึ้นมายิ่งใหญ่ และจิตใจเข้มแข็ง ทนทานต่อความทุกข์กายทุกข์ใจได้ แต่ลึกลงไปข้างในนั้น ไร้ซึ่งความสุขแท้จริง
Tags: ไตรติมา, คู่หมั้นคืนเหงาใจ, ดราม่า, ซึ้ง, โรแมนติก,

ตอน: ตอน 11 [1]


..........ยุติเดินนำหน้าไปยังห้องพยาบาล เพชรน้ำหนึ่งจึงลุกเดินตามเขา ออกมาจากกลุ่มแฟนเพลง

ในห้องพยาบาลนั้น มีเตียงนอนขนาดเล็กมีผ้าปูที่นอนสีขาว และเธอลงนอนอย่างไม่เรื่องมาก ในขณะที่กำลังง่วงนอนเต็มที่เพราะฤทธิ์ยาและงีบหลับไปอย่างรวดเร็ว

“ตื่นเถอะหนึ่งจะตีสองแล้ว อาการเป็นอย่างไรบ้าง ยังเพลียอยู่หรือเปล่า ลุกไหวไหมเดี๋ยวพี่ประคอง” ยุติเข้ามาปลุกเธอ

เพชรน้ำหนึ่งจึงลืมตาตื่นขึ้น เห็นสาวสวยคนหนึ่งยืนอยู่เบื้องหลังยุติ

“ไม่ต้องหรอก หนึ่งลุกเองไหว”

“คนนี้ชื่อกลอยใจ... รู้จักกันไว้สิ ส่วนนี่เพื่อนพี่ เป็นคนข้างบ้านกันเองชื่อเพชรน้ำหนึ่ง” ยุติแนะนำชื่อเสียงเรียงนามให้รู้จักกัน

“เป็นคนข้างบ้านเหรอคะ หน้าตาน่ารักจังยังกะคนญี่ปุ่นเลย” กลอยใจเอ่ยทักทายยิ้มแย้ม เธอเป็นผู้หญิงสวย รูปร่างสูงกว่าเพชรน้ำหนึ่ง ผมยาวตรงประบ่า แต่งหน้าเข้ม แต่กริยามารยาทดูอ่อนหวาน ไม่ใช่ประเภทสาวเปรี้ยว

“ขอบคุณค่ะที่ชม คุณกลอยใจก็สวย... แถมหุ่นดีเหมือนนางแบบ”

“พูดดีเป็นกับเขาด้วยนะหนึ่ง” เขากล่าวกับเธอและยิ้มให้ด้วยรู้สึกดีที่เธอมีท่าทีเป็นมิตรกับกลอยใจ



..........หลังจากยุติส่งกลอยใจถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาต้องเอาเรื่องกับเพชรน้ำหนึ่ง

“นี่หนึ่งที่พี่พาไปที่ผับเพราะอยากให้หนึ่งสนุก และได้รู้จักเพื่อนใหม่ด้วย พวกเขาอัธยาศัยดีกันทุกคน พี่อยากให้หนึ่งหัดมีมนุษย์สัมพันธ์กับชาวบ้านเขามั่งเข้าใจไหม” ยุติพูดดุว่าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “พวกสาวแฟนเพลงของพี่เขามาฟ้องว่าหนึ่งทำท่ารำคาญพวกเขา ทำไมต้องไปแสดงกริยาไม่สุภาพอย่างนั้นไม่น่ารักเลยนะหนึ่ง”

“หนึ่งไม่อยากรู้จักเพื่อนใหม่ ไม่ชอบให้ใครมาถามโน่นถามนี่... โดยเฉพาะเขาบอกว่าอิจฉาหนึ่งที่สนิทกับพี่ยุติมาก หนึ่งไม่ชอบให้ใครมาอิจฉาเพราะหนึ่งไม่ได้อยากใกล้ชิดสนิทสนมกับพี่ยุติสักหน่อย”

“เห็นพี่มีแฟนเยอะ คงหึงล่ะสิ”

“จะหึงทำไม หนึ่งไม่ใช่แฟนพี่ยุตินะ อย่ามาทึกทักเอาเอง”

“แหม... ไม่ยอมรับสารภาพเลยนะ บางทีอาจจะหึงโดยไม่รู้ใจตัวเองก็เป็นได้”

“ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้” เธอทำเสียงเข้ม ออกคำสั่ง

“คำไหน?” เขาถาม ทำหน้ายียวนกวนประสาทสาวสวย

“คำว่า... หึง... เพราะมันไม่ใช่ ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้” เธอบอกพร้อมทำตาดุ

“โอเคไม่หึงก็ไม่หึง ถอนคำพูด”

“ดีแล้ว ความจริงวันนี้สนุกนะได้มาเห็นบรรยากาศที่แวดล้อมตัวพี่ยุติ เต็มไปด้วยคนรักคนคลั่งไคล้ไม่ผิดอะไรกับนักร้องยอดนิยม” เธอเปลี่ยนอารมณ์ และกระแสเสียงที่พูด

ทำให้คนฟังอย่างเขามีจิตใจแช่มชื่นขึ้น

“มีแต่คนชมว่าพี่ยุติหล่อ พี่ยุติผมสวยตอนที่กำลังตีกลอง... ผมพลิ้วสลวย แต่หนึ่งเห็นอะไรมากกว่านั้น พี่ยุติมีความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก สนุกกับจังหวะกลอง ดนตรีนั้นมีมนต์เสน่ห์เร้าใจให้ความสุขเคลิบเคลิ้ม หนึ่งพอจะเข้าใจว่าทำไมคนบางคนถึงชอบเล่นดนตรี และทำไมหลายคนถึงรักคลั่งไคล้เป็นแฟนเพลงของนักร้องนักดนตรี เพราะความประทับใจได้รับความสุขจากเสียงเพลง”

“ถ้าหนึ่งประทับใจพี่ก็มีความสุข แล้ว... อยากได้ยินคำนั้น” เขาค่อยพูดจาเอื้อนเอ่ย

“คำนั้น? คำไหนที่อยากได้ยิน”

“อยากได้ยินคำว่า ...รัก” คำตอบคำเดียวสั้น ๆ จากปากคำของชายหนุ่มนั้นเอ่ยออกมาทำให้ในใจของเพชรน้ำหนึ่งหายวาบ ความรู้สึกเสียดายอาลัยอาวรณ์แล่นขึ้นมาวูบหนึ่ง ได้แต่นึกอยู่เพียงในใจไม่กล้าพูดออกไป ไม่กล้าแม้แต่จะมองสบตาด้วย

‘น่าเสียดายที่มันจะไม่มีวันนั้น ไม่รู้ทำไมในใจถึงไม่อยากรัก แต่เหมือนเขากำลังหวังในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ นี่เป็นความสงสารเห็นใจหรือความรู้สึกอะไรกับตัวเขา เราไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน’

“พี่อยากให้มีวันนั้นวันที่บอกกัน” ยุติพูดน้ำเสียงสุขุมเยือกเย็นเป็นคนที่รอคอยบางสิ่งบางอย่างที่หวังได้ แม้เนิ่นนานแสนนานเพียงใด มั่นใจในตัวเองเช่นนั้น

เพชรน้ำหนึ่งไม่กล้าประสานสายตากับเขา เอาแต่ก้มหน้า



..........ตอนเย็นคุณเพ็ญพิศให้ร้อนใจ ไถ่ถามถึงเรื่องเมื่อวานที่ลูกชายโทรมาบอก

“เมื่อวานหนูหนึ่งเป็นลม ยุติโทรมาบอกว่าพาหนูหนึ่งไปโรงพยาบาล แล้วหนูหนึ่งท้องเหรอถึงต้องไปตรวจ”

“โธ่... หนึ่งแค่เป็นลมเท่านั้น คุณหมอบอกว่าพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่พี่ยุติอยากรู้อะไรไม่เข้าเรื่อง ขอให้คุณหมอตรวจการตั้งครรภ์ คุณหมอเลยต้องตรวจ แล้วผลออกมาแล้ว”

“ตกลงหนูหนึ่ง ท้องหรือไม่ท้อง” คุณเพ็ญพิศถามอย่างลุ้น ซึ่งใจไม่อยากได้ยินว่าท้อง เพราะนั่นถือเป็นข่าวร้ายเลยทีเดียว

“หนึ่งไม่มีทางท้องแน่นอนพันล้านเปอร์เซ็นต์ แล้วผลตรวจออกมาไม่ท้องค่ะ”

“เฮ้อ... ค่อยโล่งอก แหม... แต่สมัยนี้หนุ่มสาวเขาไม่ถือสากันแล้ว รักกันชอบกันจะอยู่ก่อนแต่งหรือมีอะไรกันมันไม่แปลกหรอกใช่ไหมหนูหนึ่ง ว่าแต่หนูหนึ่งไม่ต้องอายไม่ต้องกลัว มีความลับอะไรอยากบอกน้าบอกได้นะจ๊ะ น้ายินดีรับปรึกษาปัญหาหัวใจ” คุณเพ็ญพิศพูดเลียบเคียง อยากรู้ความนัยลึกซึ้งมากกว่านั้น

“หนึ่งไม่มีความลับอะไรกับน้าเพ็ญพิศค่ะ ทุกเรื่องที่บอกไปเป็นเรื่องจริงทั้งหมด”

“เรื่องคนรักของหนูหนึ่งที่ทำให้เสียใจจนไม่อยากเล่าเพราะว่าเจ็บปวดเกินจะพูด น้าเลยยังไม่รู้อะไรเลย เอ่อ... คือว่าหนูหนึ่งมี... มีอะไรกับคนรักแล้วหรือยังจ๊ะ อย่าหาว่าน้ายุ่งเรื่องส่วนตัวของหนูหนึ่งเลยนะ ถ้าบอกไม่ได้ไม่เป็นไรจ้า น้าจะไม่ถามเซ้าซี้กวนใจหนูหนึ่งอีก”

“เปล่าค่ะ ความจริงเขาเป็นคนจิตใจดีมีความรับผิดชอบเป็นสุภาพบุรุษที่สุด หนึ่งตั้งความหวังไว้สูงมากและรักแต่เขาคนเดียว อยากแต่งงานกับเขา แต่เขาไม่ยอมแต่งงานด้วย เขาอยากเป็นโสด อยากใช้ชีวิตอิสระ อยากเดินทางไปท่องเที่ยวรอบโลก หนึ่งเป็นคนที่รักเขาข้างเดียวแล้วสุดท้ายถูกทอดทิ้งค่ะ” เธอเล่าแล้วน้ำตาไหลร่วงหยดเผาะ...

“โถ... น่าสงสาร ไม่ร้องนะหนูหนึ่ง ไม่ต้องร้องไห้ ได้รักกับคนดีถึงแม้จะไม่ได้ลงเอยอย่างที่หวังก็ไม่เป็นไร ถือว่าเรามีโอกาสได้รักกับคนดีนะหนูหนึ่ง”



..........ตอนตีสองหลังกลับจากเล่นดนตรีที่ผับแล้วยุติมาชะเง้อหน้าประตูตึกใหญ่ เพชรน้ำหนึ่งจึงออกไปเปิดรับเข้ามานั่งเล่นคุยกันเหมือนเคย

“ดีใจที่ได้เจอหน้าหนึ่ง อยากเจอทุกวันเลย วันไหนไม่ได้เห็นหน้าคงทนไม่ได้เพราะคิดถึ้ง ...คิดถึง” ยุติกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริงเบิกบานตามปกตินิสัยเขา

“พี่ยุติคิดจะจีบหนึ่งเหรอ?” จู่ ๆ เพชรน้ำหนึ่งชิงถามแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

“แหม... ทำไมถามอย่างนั้นล่ะ”

“หนึ่งไม่ได้คิดไปในทางชู้สาวกับพี่ยุตินะสิ”

“หนึ่งไม่ได้คิดอะไรกับพี่ เอ... จริงหรือ? แต่พี่ว่าหนึ่งคง... มีวอกแวกหวั่นไหวบ้างล่ะนะ”

“ไม่รู้” เพชรน้ำหนึ่งทำเสียงไม่รู้ไม่ชี้ไม่รับสารภาพ เพราะบางส่วนมันเป็นความจริงตามนั้น

“อั้นแน่” ยุติทำหน้าเป็นหยอกล้อด้วยสายตาขี้เล่นของเขา

เธอเลี่ยงหลบสายตาในทันที ไม่ต่างจากผู้ร้ายปากแข็งหากไม่จนมุมย่อมไม่รับสารภาพ

“หนึ่งอยากรู้พี่คิดยังไงกับหนึ่ง เห็นข้อความในมือถือของพี่ยุติมีสาวนัดกินข้าวพาดูหนังแล้วให้ไปส่งบ้านอยู่ตลอด พี่ยุติชอบไปเดทกับสาวโน้นสาวนี้สาวนั้น หนึ่งล่ะงง... ไม่รู้คนไหนเป็นคนไหน แต่หนึ่งในจำนวนนั้นต้องไม่ใช่หนึ่ง”

“โถ... อิจฉาเขาล่ะสิเพราะพี่ยังไม่เคยพาหนึ่งไปกินข้าวดูหนังอย่างคนอื่นเขาเลย อย่างนั้นไปกันเลยไหม พี่เลี้ยงทุกอย่างตลอดทุกรายการ หนึ่งไม่ต้องจ่ายเลยสักบาทเดียว”

“ไม่ไปค่ะ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาและหนึ่งไม่ได้อิจฉาใครด้วย”

“จะบอกให้พี่ไม่คิดจีบหนึ่งเลย เป็นความจริง” เขาบอกและทำหน้าจริงจังขึ้นมา “เพราะพี่มีแฟนแล้ว”

“นั่นสิหนึ่งว่าน่าจะอย่างนั้นนะ เพราะคนที่มีแฟนแล้ว ยังริไปจีบสาวอื่นอีกเขาเรียกว่าผู้ชายเจ้าชู้ หนึ่งไม่ชอบ และถ้าแฟนพี่ยุติรู้เข้าต้องไม่ชอบเหมือนกัน”

“พี่รู้แล้ว ผู้หญิงเขาไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้กันที่พี่เทียวไปเทียวมาหาหนึ่ง ก็เพราะ...”

“เพราะอะไร?” เพชรน้ำหนึ่งทำเสียงเข้ม เมื่อเขามีลีลาในการพูดให้คนฟังติดตาม

“พี่เป็นคนชอบพูดชอบคุย อยากคุยกับหนึ่ง เห็นเหมือนเพื่อนเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง”

“อืม... ฟังดูดีเหมือนพี่ชายที่แสนดี ไม่จีบหนึ่งแน่ใช่ไหม” เธอถามย้ำ

เขาพยักหน้ารับและทำสีหน้าเฉยมาก

“พี่ยุติไม่ได้คิดจีบหนึ่งนะดีแล้ว ถ้าอย่างนั้นคงไม่คิดอยากจะมีอะไรกับหนึ่ง?” นั่นเหมือนคำถามไปในตัว

แต่คราวนี้เขานิ่ง... ตาเบิกโตไม่มีคำตอบ

“รึพี่ยุติคิด?” เธอถามคาดเดาและเอามือตบลงบนโต๊ะกระจกใสตรงหน้า “เปรี๊ยะ!” “วอนเสียชีวิตนะพี่ยุตินี่”

“โธ่... หนึ่งดุจัง พี่ยังไม่ทันตั้งตัวไม่นึกว่าหนึ่งจะถามอะไรตรงอย่างนี้ ปกติผู้หญิงเขาไม่กล้าถามกันหรอก”

“คิดลามกกับหนึ่งหรือไม่คิด ตอบ...” เธอคาดคั้นด้วยเสียงห้วนมาก

“ไม่ได้คิดสักนิดเลยจ้า”

“แล้ว... ทำไมชอบแอบมองหนึ่งอยู่เรื่อย”

“เพราะ... หนึ่งสวย หน้าตาน่ามองเหมือนดารา พี่เป็นเหมือนพวกแฟนคลับแบบว่าหลงใหล เป็นปลื้มดารา ได้แต่มอง ไม่อาจจับจองเป็นเจ้าของได้” เขาทำเสียงเล็กลงเหมือนอย่างเดียวกับสีหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเจียมบอดี้

“หนึ่งไม่ใช่ดารา แต่เป็นแชมป์มวยไทยหญิง” ว่าพร้อมกับยกหมัด แกล้งชกลมไปใกล้ชิดแต่ไม่ให้โดน แค่เพียงเฉียดเฉี่ยวใบหน้าเขา

เขารีบหลบก้มลง ใช้ฝ่ามือใหญ่รวบกุมมือของเธอไว้แล้วประคองวางลงบนโต๊ะนั้น พร้อมทั้งช้อนสายตามองขึ้นมา ส่งรอยยิ้มแสนหวานอันจะค่อยละลายใจที่คล้ายแท่งเทียนถูกเปลวไฟรักลนฉันนั้น

“แหม... น่ากลัวจัง” เขาพูดเล่น ไม่ได้แสดงท่าทางว่ากลัวจริงจัง ยังคงไม่ปล่อยการกุมมือสาวสวย...

“แฟนคลับที่เป็นแฟนมวยหนึ่งเคยมี แต่ประเภทพี่ยุตินี่หนึ่งยังไม่เคยเจอ”

“เป็นแฟนคลับก็แบบ... แค่ได้จับมือนิดเดียวก็ปลื้มแล้ว”

“นี่พี่ยุติ!” เธอรีบดึงมือออก เพิ่งรู้สึกตัวว่าโดนแต๊ะอั๋งหาเศษหาเลยไปแล้ว และเขาแถมหอมมือตัวเองราวกับมีกลิ่นของเธอติดอยู่ในอุ้งมือของเขา

“มือหนึ่งหอมจัง”

“จริงเหรอ ไม่เห็นได้กลิ่น” เธอสงสัยที่เขาบอก จึงยกมือตัวเองขึ้นมาดม “ไม่ได้กลิ่นอะไรเลย หอมยังไง?”

“หอม... นี่ไง” ว่าแล้วยุติจึงจับมือเพชรน้ำหนึ่งหอมไปสองสามฟอด

โดนหอมมือไปอีกคราวนี้ถึงเข้าใจ... ยิ่งเขามองจ้องใกล้ชิด รัศมีความหล่อแผ่ซ่านมาเข้าตา เธอยิ่งสะบัดร้อนสะบัดหนาวเกิดอาการวูบวาบซาบซ่านตั้งแต่มือไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย

“ไม่เอา... พี่ยุติอย่าทำอย่างนี้” เธอพยายามยื้อดึงมือตัวเองออกจากมือของเขา “ปล่อยหนึ่ง” เมื่อหลุดจากมือเขาออกมาได้จึงไม่พูดไม่จา รีบวิ่งหนีขึ้นชั้นบนเข้าไปในห้องนอนของตนเอง

“ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้” เพชรน้ำหนึ่งรำพึงอยู่คนเดียวด้วยความว้าวุ่นสับสน ในใจเต้นถี่รัว! มือไม้รู้สึกชาไปหมด เล่นเอานอนไม่หลับยันเช้า...




ไตรติมา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 21 ธ.ค. 2559, 21:22:05 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 21 ธ.ค. 2559, 21:22:05 น.

จำนวนการเข้าชม : 489





<< ตอน 10 [2]   ตอน 11 [2] >>
ไตรติมา 21 ธ.ค. 2559, 21:26:40 น.
อีบุ๊กรวมเล่มเดียวจบเป็นเรื่องยาวค่ะ ช่วยอุดหนุนดาวน์โหลดนะคะ
https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=50709

ติดตามอัพเดท-กดไลค์เพจ >>
https://www.facebook.com/oranamarinlove

โหลดฟรีอีบุ๊กตอนพิเศษ >> https://www.mebmarket.com/ebook-51222-คู่หมั้นคืนเหงาใจ-ฉบับพิเศษ
ฝากติดตามกันด้วยนะคะ .


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account