คู่หมั้นคืนเหงาใจ
ตำนานหนุ่มหล่อเลิศล้ำแห่งค่ำคืนเหงาใจ

ความรักเหงา ๆ รานร้าวและเร้าใจ ต่างคนต่างมีกิเลสตัณหา ต้องชดใช้บุญกรรมแห่งความรัก ติดตามข้ามภพชาติศาสนา หนึ่งหญิงสองชายผูกพัน
อ่านเรื่องนี้จบ แล้วคุณจะสงสารใคร? ระหว่าง...

นักดนตรีหนุ่มรูปหล่อ พ่อรวย ราวกับในตำนาน เทพบุตรจุติลงมาเกิดอย่าง ยุติ ผู้ตกอยู่ในวังวนแห่งความเปลี่ยวเหงา ทุกค่ำคืนผ่านไปจิตใจโหยหา แค่เพียงเป็นคนที่เขาเผลอใจรัก แต่เขาไม่ได้เลือก กลายเป็นเหมือนส่วนเกิน มิใช่ส่วนสำคัญ

หรือ... อภิมหาเศรษฐีหนุ่ม ใบหน้าสวยงามเลิศล้ำอย่าง ไทธรรพ์ ผู้เป็นที่รักยิ่งดั่งชีวิตจิตใจของสาวสวย ถึงแม้เขาจะเจ้าชู้ไปบ้าง แต่ทั้งชีวิตจิตใจทุ่มเทในรักจริงจัง แต่ความหวังกลับหักพังสลาย สุดท้ายต้องอยู่เดียวดายข้างกายไร้คู่ครอง

หรือ... สาวสวยแชมป์มวยไทยหญิง เพชรน้ำหนึ่ง ถึงจะมีเพียบพร้อมทุกสิ่ง แต่ต้องเกิดมาใช้เวรใช้กรรม ที่เคยกระทำไว้ในชาติก่อน แม้จะสามารถยืนหยัดขึ้นมายิ่งใหญ่ และจิตใจเข้มแข็ง ทนทานต่อความทุกข์กายทุกข์ใจได้ แต่ลึกลงไปข้างในนั้น ไร้ซึ่งความสุขแท้จริง
Tags: ไตรติมา, คู่หมั้นคืนเหงาใจ, ดราม่า, ซึ้ง, โรแมนติก,

ตอน: ตอน 11 [2]


..........ยุติตื่นนอนตอนห้าโมงเย็นเหมือนทุกวัน

“อ้าว... พี่ยุติตื่นนอนแล้ว เย็นนี้หนึ่งไม่ไปหาน้าเพ็ญพิศนะคะจะไปเดินเล่นในห้าง แล้วแวะซื้อของกินของใช้เข้าบ้านด้วย” เพชรน้ำหนึ่งบอกยุติเมื่อเธอเข้ามาหาคุณตาคุณยายในห้องนั่งเล่น

“พี่ไปด้วย”

“ร้องตามเป็นเด็กอีกละ พี่ยุติไม่ต้องไปหรอก ขากลับซื้อของเยอะไม่มีที่นั่ง แล้วพี่ยุติไม่ไปเล่นดนตรีหรือ”

“ไปสิ แต่ไปกับหนึ่งก่อนก็ได้ แล้วค่อยแวะไปเล่นดนตรี”

“ถ้าพี่ยุติอยากไปด้วย ก็ขับรถที่บ้านพี่ยุติตามไปดีกว่า ตอนเลิกเล่นดนตรีจะได้มีรถขับกลับบ้าน เพราะถ้าไปกับรถของหนึ่ง ขากลับจากเล่นดนตรี พี่ยุติคงต้องนั่งแท็กซี่กลับบ้านจริงไหม?”

“เออจริงด้วย งั้นพี่ไปเอารถที่บ้านพี่ดีกว่า ว่าแต่หนึ่งใส่ชุดที่พี่ซื้อให้ไปเดินห้างดีกว่านะ ถ้าจะใส่ชุดนี้ไปพี่ว่ามันไม่เรียบร้อย ไอ้เสื้อสายเดี่ยวกางเกงขาสั้นจู๋นี่... ไม่น่าใส่”

“ขอบคุณที่หวังดีค่ะพี่ยุติ แต่ชุดแบบนี้ใครใครเขาใส่กันเยอะแยะและมันใส่สบายดีด้วย ไม่ว่ายังไงหนึ่งจะใส่ชุดนี้ไปเดินห้าง” เธอดื้อดึงบอกไปไม่ยอมรับฟังคำทัดทานจากเขา

แล้วเพชรน้ำหนึ่งหันมาหาตากับยายของเธอและพูดด้วยโดยไม่สนใจเขาอีก เนื่องจากเธอกำลังรำคาญกับความช่างเป็นห่วงเป็นใยเกินไปของเขา

“หนึ่งจะซื้อของเข้าบ้าน กำลังจดรายการซื้อของ ตากับยายจะซื้ออะไรบ้างจ๊ะ”

“ยายฝากซื้อน้ำตาลทราย และ... ฯลฯ”



..........ยุติกลับมาหามารดาของเขาเพื่อขอยืมรถและฟ้องเรื่องสาวข้างบ้านคนโปรดของมารดา

“แม่... หนึ่งนี่ชอบแต่งตัวไม่เรียบร้อย ผมเตือนด้วยความหวังดีกลับดื้อไม่ยอมฟัง จะไปเดินห้างทั้งทีใส่เสื้อสายเดี่ยวกางเกงขาสั้นจู๋ ไม่รู้จะแต่งตัวยั่วผู้ชายไปถึงไหน”

“แม่ว่าลูกพูดเกินไป มันแฟชั่นสมัยนิยมสาวเขาชอบใส่กันล่ะมั้ง แม่เคยเห็นสาววัยรุ่นเขาใส่กันเยอะ”

“ถ้าเป็นผู้หญิงธรรมดาทั่วไปไม่สวยแต่งตัวอย่างนั้นคงไม่เป็นไรหรอก แต่หนึ่งเป็นสาวสวยมันยิ่งเตะตา แม่นะชอบเข้าข้างหนึ่งเพราะชอบคิดว่าเป็นแฟชั่น มันถึงเกิดคดีลวนลามล่วงละเมิดทางเพศกันไม่เว้นแต่ละวัน ผมไม่ชอบอย่างมาก แต่แม่กลับพลอยเห็นดีเห็นงามไปกับเขาด้วย” ยุติบ่นว่ายืดยาวอย่างนั้น พร้อมทั้งทำหน้าปั้นยากคิ้วขมวด แสดงให้เห็นว่าเขาไม่พอใจอย่างแท้จริง

“อ้าว... ลูกคนนี้หงุดหงิดพาลใส่แม่เข้าแล้ว จะหงุดหงิดเกินเหตุไปหรือเปล่านะเรานี่... เรื่องมันไม่น่าเป็นเรื่อง”

“กุญแจรถของแม่อยู่ไหน ผมขอยืมรถแม่หน่อยจะตามหนึ่งไปเดินห้างด้วย ผมเป็นห่วงหนึ่งท่าทางไม่น่าไว้ใจ เดี๋ยวเกิดมีอะไรขึ้นมาจะไม่ดี”

“คิดมากเกินไปลูกคนนี้ แต่เรื่องรถลูกเอารถกระบะของลูกไปใช้ดีกว่า ส่วนรถของแม่แม่ไม่ให้ยืม ไม่ให้เอาไปขับรับส่งสาวเด็ดขาด”

“โธ่แม่ทำหวงไปได้ ขอยืมรถแค่คืนเดียวน่าแม่ อ้อ... นึกออกแล้วกุญแจรถอยู่ในตู้ข้างหัวเตียงแม่ใช่ไหม? ...ไปละ” ยุติไม่ฟังแม่ของเขา แม้แม่จะไม่อนุญาต แต่เขาไม่สนใจ



..........ยุติรีบอาบน้ำแต่งตัวอย่างรีบเร่ง เพื่อตามเพชรน้ำหนึ่งให้ทัน

“พี่ยุติตามมาจริงด้วย พี่กรดูรถคันหลังสินั่นรถเบนซ์สีบรอนซ์ของน้าเพ็ญพิศคุณแม่พี่ยุติ น้าเพ็ญพิศออกจะหวงรถเคยบอกไม่ยอมให้ลูกชายยืมไปขับ พี่ยุติไปเอามาขับได้ยังไง หรือว่าน้าเพ็ญพิศอนุญาตแล้ว” เพชรน้ำหนึ่งคุยกับคนขับรถ

รถเบนซ์ขับตามรถบีเอ็มไปจนถึงห้าง นำรถเข้าไปจอดในลานจอดรถไม่ไกลกัน เพชรน้ำหนึ่งก้าวลงจากรถก่อนใครเพื่อน และเดินเข้าไปในห้างอย่างไม่รั้งรอใคร นำรูปเขียนสีน้ำไปให้ร้านกรอบรูปใส่กรอบให้

“อ้าว... หนึ่งหายไปไหนแล้วเดินไวจัง กรรู้ไหมหนึ่งรีบไปไหน”

“ไปที่ร้านกรอบรูปครับ เรารีบตามไปดีกว่าเดี๋ยวพลัดหลงกัน เพราะคุณหนึ่งจะไปที่อื่นด้วย”

ภาสกรรีบตรงไปที่ร้านกรอบรูป แต่ยังช้าไปนิด

“มีผู้หญิงคนที่หน้าตาสวยใส่สายเดี่ยวเอารูปมาใส่กรอบที่ร้านบ้างไหมครับ” ภาสกรถามคนในร้านกรอบรูป

“มีครับ ผมเพิ่งออกใบรับงาน อีกหนึ่งชั่วโมงค่อยมารับได้”

“แล้วเขาเดินไปทางไหนล่ะ”

“เห็นบอกว่าจะไปเดินดูเฟอร์นิเจอร์ ถ้ามีคนมาถาม บอกให้ตามไปด้วยครับ” ได้รับคำตอบจากคนในร้านกรอบรูป แล้วภาสกรกับยุติจึงรีบเดินไปตาม เห็นมีกลุ่มวัยรุ่นชายประมาณห้าคน กำลังล้อมรอบใครบางคนอยู่ เสียงพูดคุยซักถามกันให้อื้ออึง

“ขอเบอร์หน่อยสิ ไม่ได้เหรอไง”

“ชื่ออะไร ถามก็ไม่ยอมตอบ”

“หรือว่าสวยแล้วหยิ่ง ...มาคนเดียวไม่กลัวเหรอน้อง”

“แค่เบอร์โทรให้มาซะก็สิ้นเรื่อง”

“ถ้าไม่ให้เบอร์มาโดยดีอย่างนี้ปล่อยผ่านไปไม่ได้นะน้อง”

“สวยอย่างนี้ขอควงไปดูหนังรอบดึกหน่อยสิ” เสียงเด็กหนุ่มหลายคนกำลังพูดเย้าหยอกทีเล่นทีจริงกับสาวสวยที่อยู่ท่ามกลางวงล้อม

“อย่ามายุ่งกับฉันนะ” เสียงผู้หญิงตะโกนออกมา ทำให้ยุติและภาสกรรู้ว่า คนที่อยู่ในวงล้อมคือ เพชรน้ำหนึ่ง!

“ถ้าจะเกิดเรื่องแล้วล่ะ เอาไงดีพี่ยุติ พวกวัยรุ่นมีกันตั้งห้าคน เรามากันแค่สอง”

“รปภ. อยู่ใกล้แถวนี้มีไหม ไปเรียกมาเร็ว” ภาสกรวิ่งไปที่ใกล้กับประตูลิฟต์ ซึ่งมีรปภ.อยู่สองคน

“ถอยออกไปนะ” เธอตวาดและผลักอกเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ทำให้พวกเขาโมโห

“เฮ้ย จับผู้หญิงไว้” ว่าแล้วเธอถูกจับแขนคนละข้างจากเด็กหนุ่มสองคน เธอจึงสปริงตัวกระโดดถีบเด็กหนุ่มอีกคนที่อยู่ตรงหน้าเธอ เพื่อนของพวกวัยรุ่นคนนั้นต่างตกใจไปตามกันไม่ทันระวังตัว

“โอ๊ย!...” เสียงคนโดนถีบร้องเสียงหลง และด้วยความไว เธอใช้ศอกขวากระแทกขึ้น ไปโดนปลายคางคนที่จับแขนเธอ ทำให้ผงะหน้าหงาย มือเขาจึงหลุดจากการจับแขนเธอ ฉวยโอกาสทีเผลอศอกซ้ายของเธอ กระทุ้งโดนพุงของอีกคนที่จับแขนเธอ

“เฮ้ย! หยุดนะ ทำอะไรผู้หญิง” ยุติ ตะโกนออกไป

“ปรี๊ดดดดดด...” เสียงนกหวีดของ รปภ. ดังลั่นห้าง เขาวิ่งมาพร้อมกันทั้งสองคน

มีภาสกรวิ่งตามมาอย่างกระชั้นชิด

ทำให้พวกวัยรุ่นตกใจพากันวิ่งหนีไปสองคน อีกคนนั่งหย่องอยู่กับพื้น อีกสองคนที่เจ็บหนีไม่ทัน

“เฮ้ย ไม่ต้องหนี เราไม่ได้ทำผิด เราถูกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บ”

“คุณผู้หญิงเป็นไรบ้างครับ ปลอดภัยดีหรือเปล่าครับ” รปภ. คนหนึ่งถามขึ้น

“ฉันไม่เป็นไร”

“ยังไงก็คงต้องไปโรงพัก ผมเรียกตำรวจแล้ว” รปภ. อีกคนหนึ่งบอก

“พวกเอ็งกลับมาที่เกิดเหตุเดี๋ยวนี้ พวกเราไม่ใช่คนผิด ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ทำไมต้องหนีด้วย ต้องไปเป็นพยานที่โรงพัก กลับมาที่นี่ด่วน” เพื่อนของพวกวัยรุ่นโทรตามกัน ไม่นานสองคนที่หนีไปได้หวนกลับมาขณะตำรวจมารออยู่แล้ว



..........สถานีตำรวจ

“พวกผมไม่ได้ทำอะไรเลย ผู้หญิงคนนี้เดินผ่านมา แล้วจ้องมองพวกผม” เด็กหนุ่มให้การกับตำรวจที่ลงบันทึกประจำวัน

“พวกเรานั่งด้วยกันห้าคน บอกว่าผู้หญิงคนนี้สวยดีแค่นั้น”

“ใช่ เราเลยถามว่าชื่ออะไร เห็นมองพวกเรา นึกว่าสนใจพวกเรา”

“พวกเขาจ้องมองฉันก่อน เห็นนั่งกันอยู่ตั้งหลายคน จ้องมองแต่ฉันเป็นตาเดียว เป็นใครก็กลัว” เพชรน้ำหนึ่ง ว่าไป

“เราแค่อยากรู้จักเท่านั้น ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยนะ พี่ตำรวจ”

“พวกเขาลุกขึ้นมายืนล้อมรอบฉันไว้” เพชรน้ำหนึ่งบอก

“แค่อยากรู้จัก อยากได้เบอร์โทร”

“อยู่ ๆ เขาผลักเพื่อนผม ผมเลยจับแขนไว้ แต่ผู้หญิงนี่กระโดดถีบเพื่อนผม ดูสิพี่ตำรวจ... เพื่อนผมบาดเจ็บนะ ผู้หญิงนี่ไม่ได้โดนพวกเราทำอะไรเลย ผมเองยังโดนเสยเข้าที่ปลายคาง ...เจ็บไปเหมือนกัน คางจะแตกหรือเปล่าไม่รู้ พวกเราเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บนะพี่ตำรวจ” วัยรุ่นคนหนึ่งบอก

“ฉันทำเพื่อป้องกันตัว มายึดยื้อจับแขนฉันไว้ทำไม”

“แล้วทรัพย์สินของคุณผู้หญิงยังอยู่ครบหรือเปล่าครับ” ตำรวจหันมาถามเพชรน้ำหนึ่ง

“ยังอยู่ครบค่ะ พวกเขาไม่ได้ยุ่งกับกระเป๋าฉัน”

“แล้วคุณผู้หญิงได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ”

“ไม่มีค่ะ”

“ผมว่าอาจเป็นการเข้าใจผิดกันนะครับ”

“เป็นการเข้าใจผิดกันจริงครับพี่ตำรวจ พวกผมแค่อยากรู้จักตามธรรมดา เพราะเห็นเป็นสาวสวย เราไม่ได้ลวนลามผู้หญิง ไม่ได้ข่มขู่ด้วย พวกเราไม่ผิด”

“ถ้าอย่างนั้นคงไม่ต้องแจ้งความดำเนินคดี แล้วคุณผู้หญิงจะแจ้งความไหมครับ”

“ไม่แจ้งความแล้วล่ะค่ะ”

“แต่เพื่อนผมบาดเจ็บมาก เลือดไหลโกรกน่ากลัวนะครับ ต้องเรียกค่าเสียหาย ค่ารักษาพยาบาล เพราะผู้หญิงคนนี้เขาถีบด้วยส้นสูง เป็นแผลทะลุเลือดไหล” วัยรุ่นคนหนึ่งพูดแทนเพื่อน ส่วนเพื่อนที่บาดเจ็บ เปิดแผลที่ขาให้ดู

“โหย! แผลมีแต่เลือด” เพชรน้ำหนึ่งอุทาน ใจเสียเมื่อเห็นแผลน่ากลัว มีเลือดไหลซึมออกมาจากแผล

“พี่จะเป็นลม เห็นเลือด” ยุติหน้าเสียทันทีเช่นกัน

“เอาอย่างนี้ ฉันออกค่ารักษาพยาบาลให้เอง ช่วยพากันไปส่งโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย”





ไตรติมา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 23 ธ.ค. 2559, 16:15:55 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 23 ธ.ค. 2559, 16:15:55 น.

จำนวนการเข้าชม : 417





<< ตอน 11 [1]   ตอน 12 [1] >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account