คู่หมั้นคืนเหงาใจ
ตำนานหนุ่มหล่อเลิศล้ำแห่งค่ำคืนเหงาใจ

ความรักเหงา ๆ รานร้าวและเร้าใจ ต่างคนต่างมีกิเลสตัณหา ต้องชดใช้บุญกรรมแห่งความรัก ติดตามข้ามภพชาติศาสนา หนึ่งหญิงสองชายผูกพัน
อ่านเรื่องนี้จบ แล้วคุณจะสงสารใคร? ระหว่าง...

นักดนตรีหนุ่มรูปหล่อ พ่อรวย ราวกับในตำนาน เทพบุตรจุติลงมาเกิดอย่าง ยุติ ผู้ตกอยู่ในวังวนแห่งความเปลี่ยวเหงา ทุกค่ำคืนผ่านไปจิตใจโหยหา แค่เพียงเป็นคนที่เขาเผลอใจรัก แต่เขาไม่ได้เลือก กลายเป็นเหมือนส่วนเกิน มิใช่ส่วนสำคัญ

หรือ... อภิมหาเศรษฐีหนุ่ม ใบหน้าสวยงามเลิศล้ำอย่าง ไทธรรพ์ ผู้เป็นที่รักยิ่งดั่งชีวิตจิตใจของสาวสวย ถึงแม้เขาจะเจ้าชู้ไปบ้าง แต่ทั้งชีวิตจิตใจทุ่มเทในรักจริงจัง แต่ความหวังกลับหักพังสลาย สุดท้ายต้องอยู่เดียวดายข้างกายไร้คู่ครอง

หรือ... สาวสวยแชมป์มวยไทยหญิง เพชรน้ำหนึ่ง ถึงจะมีเพียบพร้อมทุกสิ่ง แต่ต้องเกิดมาใช้เวรใช้กรรม ที่เคยกระทำไว้ในชาติก่อน แม้จะสามารถยืนหยัดขึ้นมายิ่งใหญ่ และจิตใจเข้มแข็ง ทนทานต่อความทุกข์กายทุกข์ใจได้ แต่ลึกลงไปข้างในนั้น ไร้ซึ่งความสุขแท้จริง
Tags: ไตรติมา, คู่หมั้นคืนเหงาใจ, ดราม่า, ซึ้ง, โรแมนติก,

ตอน: ตอน 23[1]




..........ใช่เพียงไทธรรพ์เท่านั้นที่ทั้งรักและห่วงหวงเพชรน้ำหนึ่ง ตัวเพชรน้ำหนึ่งเองนั้นรักและห่วงหวงไทธรรพ์มากด้วยเช่นกัน

“พี่รักหนึ่งคนเดียวขอให้หนึ่งวางใจพี่ได้ หนึ่งไม่น่าไปพูดอย่างนั้นกับพวกเพื่อนพี่”

“พูดยังไงเหรอ” เธอทำเป็นไก๋ไม่รู้เรื่อง

“ที่ไปพูดว่าอย่ามายุ่งกับพี่ เพราะเราสองคนไม่ใช่พี่น้องแท้จริงความจริงเราสองคนเป็น... ผัวเมียกัน”

“อ้าว... ทำไมล่ะ เราไม่เหมือนผัวเมียกันเหรอไง”

“เหมือน... แต่พี่อายเขา”

“จะบอกให้นะพี่ไทธรรพ์ หนึ่งพูดกับเพื่อนผู้หญิงของพี่ไทธรรพ์มากยิ่งกว่าที่พวกเขามาฟ้องอีกเช่น...”

“ถ้ายังไม่อยากอายุสั้น อย่าฝันว่าจะได้เป็นแฟนพี่ไทธรรพ์ เพราะเขามีตัวจริงอยู่แล้วคือเพชรน้ำหนึ่งคนนี้เท่านั้น”

“และบางคนหนึ่งว่าแรงไปเลยว่า...”

“ถ้าไม่อยากเสียชีวิตก่อนวัยอันควร อย่ามายุ่งกับพี่ไทธรรพ์ เพราะว่าเขาเป็นผัวฉัน ...จำไว้ด้วย”

“นั่นแหละที่หนึ่งพูดกับผู้หญิงที่มาแอบชอบพี่ไทธรรพ์ หรือสาวคนไหนที่ฝันอยากเป็นคุณนายทาคาดะ ถึงหนึ่งจะอยู่ในฐานะเป็นน้องสาวบุญธรรมของพี่ไทธรรพ์ แต่หนึ่งไม่ยอมรับพี่สะใภ้หรอก ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหนทั้งนั้น”

“เหลวไหลน่าหนึ่ง ถึงเขามาแอบชอบพี่ว่าไม่เห็นเป็นไร มันอยู่ที่คนกลางอย่างพี่ พี่เลือกหนึ่งรักหนึ่งคนเดียว หนึ่งจะไปแสดงความหึงหวงออกนอกหน้าทำไม มันดูไม่ค่อยงามนะพี่ว่า”

“งั้นต่อไปหนึ่งจะเพลาลงหน่อย ใช้คำพูดให้มันสุภาพกว่านี้อีกนิด”



..........ในเวลาต่อมา เป็นไปตามคาดหมายเมื่อเพชรน้ำหนึ่งได้เป็นแชมป์มวยไทยหญิงสมัครเล่นระดับมหาวิทยาลัย นำความภาคภูมิใจมาสู่ตระกูลทาคาดะ

คุณยูตะถึงกับเป็นปลื้มลูกสาวบุญธรรม และชอบคุยอวดใครต่อใครตลอด

ทั้งคุณอายูมิที่เคยไม่ชอบเพชรน้ำหนึ่ง กลับเปลี่ยนเป็นเอ็นดูชอบใจ มาช่วยเชียร์มวยด้วยทุกนัด

ส่วนไทธรรพ์เจ้าของค่ายมวย รายนั้นไม่ต้องพูดถึง นอกจากจะปลื้มแล้วยังรับทรัพย์ไม่หวาดไม่ไหว ทั้งรางวัลจากการแข่งขัน สินน้ำใจไหลเข้ามาอย่างมากมาย ทั้งสปอนเซอร์เข้ามาสนับสนุน แถมด้วยมีโฆษณาจ้างเพชรน้ำหนึ่งให้ไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งส่วนมากเป็นพวกอุปกรณ์กีฬา

“ขับเบนซ์สปอร์ตมานานแล้ว ฐานะอย่างเราไปถอยเฟอร์รารี่มาขับรับส่งหนึ่งดูจะสมศักดิ์ศรีดีไม่น้อย”

เพราะคิดเช่นนั้นจึงไปซื้อรถหรูรุ่นใหม่ป้ายแดง ราคาแพงลิบลิ่วระดับตัวเลขแปดหลัก หวังขับมาโชว์ที่มหาวิทยาลัยเป็นการทำเซอร์ไพรส์เพชรน้ำหนึ่ง

แต่เพราะขับรถใจเย็นเรื่อยเปื่อย เลยโดนแซงไปเสียก่อนโดยรถบีเอ็มรุ่นใหม่ป้ายแดง

“เฮ้! หนึ่ง... วันนี้ไม่มีรถของที่บ้านมารอรับเหรอ” เพื่อนชายร่วมมหาวิทยาลัยเอ่ยทัก เมื่อได้ขับรถโฉบมาใกล้

“อื้ม... รถที่บ้านเขาเอาเข้าอู่เช็คสภาพ เดี๋ยวหนึ่งว่าจะเดินไปขึ้นรถไฟฟ้า”

“ไม่ต้องเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าหรอก นี่... ขึ้นรถบีเอ็มสุดหรูของผมดีกว่า เพิ่งถอยมาใหม่สดซิง มีสาวหลายคน เขาอยากประเดิมนั่งรถผมกันทั้งนั้น แต่ผมไม่สนเพราะผมเลือกคนเด่นดังอย่างหนึ่ง... แชมป์มวยไทยหญิง กรุณามานั่งเป็นเกียรติ์ประเดิมรถใหม่ป้ายแดงของผมนะครับ ...เชิญครับ” ชายหนุ่มลูกผู้มีอันจะกินเอ่ยเชื้อเชิญ พร้อมกับเดินมาเปิดประตูรถให้

“เดี๋ยวก่อนเซ่!” ไทธรรพ์ตะโกนลั่น หลังจากขับเฟอร์รารี่ตามหลังมาแล้วลงจากรถ เดินตรงมาหา...

“ใคร? หมอนี่” เขาทำหน้าขึงขังเคร่งเครียดเป็นเสือยิ้มยาก ใช้หางตามองชายหนุ่มแปลกหน้า

“เขาชื่อ เคน เป็นเพื่อนคณะเดียวกัน นี่... พี่ไทธรรพ์ พี่ชายหนึ่งเอง” เธอตอบไทธรรพ์ พร้อมแนะนำทั้งสองหนุ่มให้รู้จักกัน

“กะอีแค่รถบีเอ็มป้ายแดง คิดว่าหรูแล้ว? ราคาสักกี่ล้าน? ขืนไปนั่งรถนั่นมันจะไปสมศักดิ์ศรีอะไร อย่างหนึ่งต้องนั่งรถหรูกว่านั้น รถพี่นี่ล่ะสุดเลิศหรูควรคู่อภิมหาเศรษฐี เฟอร์รารีรุ่นล่าสุด คงไม่ต้องบอกราคากันนะ เพราะว่าเซเลบผู้ดีมีเงินทั้งหลายต่างรู้ว่าราคาแพงกว่าบีเอ็มหลายเท่า” ไทธรรพ์เอ่ยลอยลม ใช้หางตามองเพื่อนชายของน้องสาว

ไม่ต้องมีใครบอกก็รู้ว่าเป็นสายตาดูถูก

“มาอวดร่ำอวดรวยอะไรกับเพื่อนหนึ่ง เขาเป็นเพื่อนไม่ใช่แฟนหนึ่งซะหน่อย อย่ามองเขาด้วยสายตาแบบนั้นสิพี่ไทธรรพ์” เธอบอก และหันมาบอกกับเพื่อน

“ขอโทษแทนพี่ไทธรรพ์ด้วยนะเคน เขาชอบทำเป็นหวงน้องสาวทำนิสัยแบบนี้ประจำ หนึ่งขอตัวนะต้องไปรถของพี่ชายค่ะ”

...และแล้วหลังจากนั้นจึงไม่เคยมีผู้ชายคนไหนมีโอกาสได้จีบเพชรน้ำหนึ่ง เพราะได้ขึ้นชื่อว่ามีพี่ชายคอยกีดกันห่วงหวงอย่างมาก จนเป็นที่กล่าวขานกันทั่วมหาวิทยาลัยตลอดมา



..........ฝนโปรยละอองพร่างพรมยอดหญ้า หอมกลิ่นไอดินระเหยขึ้นมา ฝนพรำขับไล่ไอร้อนระอุจากผืนดินที่เคยร้อนอบอ้าว

แต่ฝนพรำได้ทำให้ใจลอยไป... ใฝ่ฝันถึงคนที่อยู่แสนไกล เพชรน้ำหนึ่งเดินออกมาดูสายฝน ยืนอยู่ริมระเบียงหน้าบ้านของตัวตึก สัมผัสถึงความชุ่มชื่นสบายใจขึ้นมาบ้าง แม้ในใจจะยังคงมีความหม่นหมองเหมือนท้องฟ้าที่ปกคลุมด้วยเมฆฝนยามนี้

เหม่อมองสายฝนอยู่พักหนึ่งจึงกลับเข้าบ้าน นั่งลงที่โต๊ะกาแฟซึ่งเป็นมุมหนึ่งของห้องรับแขก บนโต๊ะมีขนมเค้กช็อกโกแลตขนาดหนึ่งปอนด์ ตกแต่งด้วยครีมวานิลาและกาแฟทำเป็นตัวหนังสือภาษาญี่ปุ่นชื่อ ไทธรรพ์ และมีตัวเลขที่ทำจากน้ำตาลหมายเลข 25

“สุขสันต์วันเกิดนะคะพี่ไทธรรพ์ ขอให้มีความสุขเสมอ” เพชรน้ำหนึ่งกำลังนั่งอยู่ตามลำพัง หลับตาและพนมมือ

“ทำอะไรหนึ่ง โอ้โฮ! มีเค้กกับกาแฟด้วย น่ากินจังอย่างกับเค้กวันเกิดเลย วันเกิดใครเหรอ” ยุติเดินมาทักทาย

“วันเกิดพี่ไทธรรพ์ หนึ่งทำเค้กฉลองวันเกิดให้ ครบรอบปีที่ยี่สิบห้า ถึงแม้ปีนี้จะไม่มีพี่ไทธรรพ์อยู่ด้วย ไม่มีใครมาเป่าเทียนแท่งนี้ แต่หนึ่งก็จะจุดเทียน ดูมันค่อยละลาย” เพชรน้ำหนึ่งบอกกับยุติด้วยสีหน้าหม่นเศร้า

“งั้นเหรอ... ยังไงถ้าเสร็จพิธีแล้วพี่ขอกินเค้กนี้นะ” ยุติบอก และมองดูเทียนที่กำลังจะถูกจุด แต่ยังไม่ทันได้จุด

ในนาทีนั้นมีเสียงกดกริ่งดังขึ้นจากหน้าประตูรั้วบ้านอนัญชนา

“เอ๊ะ!! ใครมา... เดี๋ยวพี่ไปดูให้ดีกว่า” ว่าแล้ว เขารีบรุดออกไปดูที่หน้าบ้าน ทำตัวราวกับเป็นเจ้าของบ้านเสียเอง

“พี่ยุติเอาร่มไปด้วยฝนกำลังตก มีร่มห้อยอยู่ข้างมุมระเบียง” เธอบอกเสียงดังตามหลัง

เขาได้ยินที่เธอร้องบอกถึงได้หยิบร่มกางออกไป

เพชรน้ำหนึ่งจึงเดินออกมาดูบ้าง ประตูรั้วทางฝั่งกระท่อมตายายนั้นอยู่ห่างจากตัวตึกใหญ่ ทำให้มองไม่ถนัดว่าใครมา จนกระทั่งเขาเข้าพ้นผ่านประตูมา เห็นเป็นผู้ชายร่างสูงโปร่งส่วนสูงเกือบเท่ายุติแต่เตี้ยกว่าเพียงเล็กน้อย ในมือกำลังลากกระเป๋าเดินทางโดยยุติกางร่มให้เขา เมื่อเขาเดินเกือบถึงหน้ากระท่อมตายาย เพชรน้ำหนึ่งจึงเห็นได้ชัดเจน เขาคือ ไทธรรพ์!

“พี่ไทธรรพ์” เพชรน้ำหนึ่งตะโกนก้อง ความดีใจผุดขึ้นมาท่วมท้นล้นปรี่ เพราะเขาคือคนที่เธออยากพบเจอที่สุดในชีวิต

“หนึ่ง... สุดที่รักของพี่” ชายหนุ่มร้องเรียกชื่อคนรักพร้อมยิ้มร่า กางแขนออกรอรับเพื่อให้เธอเข้ามาสวมกอด

อารามดีใจเพชรน้ำหนึ่งจึงวิ่งลงบันไดตึกตรงเข้าไปหา แล้วโผเข้ากอดด้วยสองอ้อมแขนโอบรอบเรือนกายชายหนุ่มอย่างแนบแน่นเต็มรัก

แล้วเขาได้อุ้มยกร่างบางเบาของเธอขึ้น พาเหวี่ยงหมุนไปรอบตัวด้วยพละกำลังที่แข็งแรง แสดงว่าเขาดีใจไม่แพ้กัน ต่างไม่สนใจสายฝนพรำจะเปียกปอนอย่างไรช่างมัน

นั่นย่อมแน่นอนว่าพวกเขาสองคนไม่สนใจสายตาคนที่กำลังมองอยู่ด้วย ราวกับคนผู้นั้นไม่มีตัวตนอยู่เลย

ยุติปล่อยให้เขาสองคนได้กอดและแสดงความดีใจที่ได้พบกัน ส่วนเขาต้องการเพียง... วิ่งหนีไปให้ไกลที่สุด รู้สึกเจ็บ... สะเทือนใจ ไม่อยากอยู่ดูภาพบาดตา ไม่รู้ทำไมเมื่อวิ่งไปแล้วน้ำตาต้องไหลออกมาปะปนกับสายฝนที่เยือกเย็นประพรมลงเปียกทั้งร่าง

วิ่งไปจนได้เข้ามาอยู่ในเขตบ้านของตนจึงแหงนหน้าขึ้นรับกับน้ำฝนที่หยดลงมา... เพื่อชะล้างน้ำตา

...บ้านอมตนครา

“อ้าว... ทำไมตัวเปียกอย่างนั้นล่ะยุติ” คุณเพ็ญพิศเอ่ยถามบุตรชายคนโตเมื่อเห็นเดินเข้ามาในบ้าน

“ตอนค่ำผมจะออกไปทำงานนะแม่ ค่ำนี้ผมไม่กินข้าวบ้าน” เขาบอกด้วยสีหน้าเย็นชา และรีบเดินขึ้นไปห้องนอนตัวเองทันที

“เป็นอะไรไปนะลูกคนนี้” แม่บ่นอยู่คนเดียว มองตามด้วยความห่วงใย



..........ยุติเข้ามาในห้องนอนของตน แล้วอาบน้ำทันที ยืนนิ่งภายใต้ฝักบัวที่พรั่งพรูลงมาบนศีรษะ ราดรดอาบร่างตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใจอยากจะล้างภาพติดตาที่ได้เห็นเพชรน้ำหนึ่งโผเข้ากอดผู้ชายอื่น แต่ไม่รู้จะล้างออกให้ภาพนั้นจางหายไปได้อย่างไร

ออกมาจากห้องน้ำแล้วใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงนอน ...จากนั้นจึงลงนั่งท่าทางหมดอาลัยตายอยากอยู่บนเตียงนอนแล้วชันเข่า เอามือกอดเข่าอยู่ครู่หนึ่ง

“พี่ยุติเป็นไรไป เปียกฝนเดี๋ยวเป็นหวัดนะ แม่เป็นห่วงให้ผมขึ้นมาดู” ลิลิตบอก ทันทีที่โผล่หน้าเข้ามาในห้องนอนของพี่ชาย

“...เปล่านี่” ยุติตอบ น้ำเสียงราบเรียบ ไม่แม้แต่จะหันมองน้องชายสักนิด

“ซึมเหม่ออย่างนี้ ถ้าไม่เป็นไข้? เดาได้ว่าคงจะอกหักอย่างใดอย่างหนึ่ง” น้องชายคาดเดาและเข้ามานั่งเคียงข้าง “ถ้าอกหักปรึกษาผมได้นะ ผมพอให้คำแนะนำได้ อยากระบายอะไรบอกกันได้ผมรับฟัง”

“ขอบใจในความหวังดี แต่ฉันเป็นพี่แก เรื่องแค่นี้ฉันสบายมาก ฉันไม่ได้อกหัก เพราะฉันยังไม่ได้รักใคร”

“แน่ะปากแข็ง ไปแอบหลงรักใครเข้าล่ะถึงมีสภาพแบบนี้ แต่แหม... ทั้งรูปหล่อพ่อรวยขนาดพี่ยุตินี่ยังถูกหักอกได้ ผู้หญิงคนนั้นคงไม่ธรรมดาใช่มะ?”

ผู้เป็นพี่ชายไม่ยอมตอบคำถามของน้องชาย เปลี่ยนเป็นดุว่าแทน ...ระบายความหงุดหงิดผิดหวัง

“ปากมาก น่ารำคาญ ฉันจะแต่งตัวไปทำงาน แกออกไปได้แล้ว”

“ไม่อยากเล่าให้ฟัง ...ตามใจ เอ้า... เอายาแก้ไข้พกติดตัวไปด้วย เผื่อไข้ขึ้นกะทันหันจะได้กินทันก่อนจะเป็นหนัก” น้องชายหยิบกระปุกยาแก้ไข้ตั้งวางไว้ให้บนเตียงก่อนออกจากห้องไป





ไตรติมา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 17 ส.ค. 2560, 21:29:25 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 17 ส.ค. 2560, 21:29:25 น.

จำนวนการเข้าชม : 466





<< ตอน 22[2]   ตอน 23[2] >>


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account