คู่หมั้นคืนเหงาใจ
ตำนานหนุ่มหล่อเลิศล้ำแห่งค่ำคืนเหงาใจ

ความรักเหงา ๆ รานร้าวและเร้าใจ ต่างคนต่างมีกิเลสตัณหา ต้องชดใช้บุญกรรมแห่งความรัก ติดตามข้ามภพชาติศาสนา หนึ่งหญิงสองชายผูกพัน
อ่านเรื่องนี้จบ แล้วคุณจะสงสารใคร? ระหว่าง...

นักดนตรีหนุ่มรูปหล่อ พ่อรวย ราวกับในตำนาน เทพบุตรจุติลงมาเกิดอย่าง ยุติ ผู้ตกอยู่ในวังวนแห่งความเปลี่ยวเหงา ทุกค่ำคืนผ่านไปจิตใจโหยหา แค่เพียงเป็นคนที่เขาเผลอใจรัก แต่เขาไม่ได้เลือก กลายเป็นเหมือนส่วนเกิน มิใช่ส่วนสำคัญ

หรือ... อภิมหาเศรษฐีหนุ่ม ใบหน้าสวยงามเลิศล้ำอย่าง ไทธรรพ์ ผู้เป็นที่รักยิ่งดั่งชีวิตจิตใจของสาวสวย ถึงแม้เขาจะเจ้าชู้ไปบ้าง แต่ทั้งชีวิตจิตใจทุ่มเทในรักจริงจัง แต่ความหวังกลับหักพังสลาย สุดท้ายต้องอยู่เดียวดายข้างกายไร้คู่ครอง

หรือ... สาวสวยแชมป์มวยไทยหญิง เพชรน้ำหนึ่ง ถึงจะมีเพียบพร้อมทุกสิ่ง แต่ต้องเกิดมาใช้เวรใช้กรรม ที่เคยกระทำไว้ในชาติก่อน แม้จะสามารถยืนหยัดขึ้นมายิ่งใหญ่ และจิตใจเข้มแข็ง ทนทานต่อความทุกข์กายทุกข์ใจได้ แต่ลึกลงไปข้างในนั้น ไร้ซึ่งความสุขแท้จริง
Tags: ไตรติมา, คู่หมั้นคืนเหงาใจ, ดราม่า, ซึ้ง, โรแมนติก,

ตอน: ตอน 24[1]



..........ยุติเฉยเมยและมึนตึงกับเพชรน้ำหนึ่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นั่นย่อมทำให้อีกฝ่ายที่โดนมึนตึงอดคิดมากไม่ได้

“น้าเพ็ญพิศ พี่ยุติไม่อยู่เหรอคะ หมู่นี้ไม่ค่อยเห็น”

“อยู่นะหนูหนึ่ง แต่ว่าหมู่นี้เก็บตัวเงียบ แถมไม่ค่อยกินข้าวเย็น ตื่นนอนแล้วออกไปทำงานเลย”

“พี่ยุติทำเฉยชามึนตึงกับหนึ่ง เหมือนมีเรื่องโกรธอะไรไม่รู้ค่ะ หนึ่งอยากคุยปรับความเข้าใจ”

“นั่นสิน้าว่าหมู่นี้ยุติดูแปลก... เดี๋ยวจะลองโทรเรียกให้นะจ๊ะ” คุณเพ็ญพิศโทรหายุติ

...สักครู่ยุติจึงออกมาหาเพชรน้ำหนึ่งที่ห้องรับแขก

“พี่ยุติไม่พูดไม่คุยไม่ทักทายหนึ่งเลย ทำเหมือนโกรธกัน หนึ่งไม่รู้พี่ยุติโกรธหนึ่งเรื่องอะไร แต่หนึ่งอยากขอโทษ”

“พี่มีสิทธิ์อะไรไปโกรธหนึ่ง เรื่องของผัวเมียเขาเราไม่เกี่ยวพี่ไม่อยากอยู่เป็นส่วนเกิน ถ้าจะโกรธคงโกรธตัวเองมากกว่าที่เป็นคนเซ่อซ่า ไปคอยดูแลเทคแคร์เมียชาวบ้าน เมื่อเจ้าของเขามาแล้วเป็นอันหมดหน้าที่ลาโง่อย่างพี่แค่นั้น” ยุติกล่าวประชดทำน้ำเสียงเย็นชา ไม่แม้แต่จะชายตาแลเพชรน้ำหนึ่ง

ฟังดูพอให้รู้ได้ว่าอีกฝ่ายอยู่ในอารมณ์น้อยใจ

“พี่ยุติเคยไหมได้ฟังเพลงที่เขาร้องไม่ว่าเพลงอะไรก็ฟังเพราะ ได้กินอาหารที่เขาทำให้ไม่ว่าอะไรก็อร่อย มองหน้าทีไรได้เห็นแต่ความน่ารักน่าหลงใหลไม่เคยอยากมองใครอื่น ได้อยู่ใกล้ไม่ว่านานเท่าไรก็ไม่เพียงพอยิ่งอยากอยู่ใกล้ให้นานกว่านั้น อยากให้ทุกวันในชีวิตมีแต่เขา ถ้าไม่มีเขาตัวเรากลับไม่มีกะใจจะทำอะไร” เธอค่อยบอกเล่า พยายามอธิบายให้เขาเข้าใจความรู้สึกของเธอ

“พี่ยุติเคยรู้สึกอย่างนี้กับคนเพียงคนเดียวไหม หนึ่งว่าพี่ยุติคงไม่เคยรู้สึกอะไรอย่างหนึ่งเลยในชีวิตของพี่ยุติ”

คนยิ่งใจคอสลดหดหู่อยู่ ยิ่งได้ฟังเรื่องน่าหมั่นไส้ของสองหนุ่มสาวนั้นเลยยิ่งพาใจเขาให้เกิดมีความริษยาขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

“ใช่... พี่ไม่เคยรู้สึก เพราะความรู้สึกอย่างนั้นมันคือความลุ่มหลง มันไม่ใช่ความรัก”

“แต่ความรู้สึกมากมายนี้หนึ่งมีให้กับพี่ไทธรรพ์เพียงคนเดียวตลอดเวลาเนิ่นนานผ่านมา”

“พี่เห็นมาตลอดไม่ต้องมาบอกพี่หรอก พี่ได้รับรู้มานานมากแล้ว แต่ที่พี่ไม่รู้คือเมื่อไหร่หนึ่งจะมองเห็นพี่ เห็นความห่วงใยเอาใจใส่ดูแล ไม่ว่าเมื่อไหร่หนึ่งไม่เคยสนใจเหลียวแลพี่ แล้วมาหลอกพี่ทำไมว่าหนึ่งไม่มีใคร มาอยู่ใกล้ให้พี่มีความหวังมาบอกชอบพี่ทำไม อยากแกล้งพี่ให้เจ็บปวดใจงั้นหรือ ใจร้ายมากนะหนึ่ง”

“ทุกสิ่งที่บอกพี่ยุติไปไม่ใช่เรื่องหลอกลวง ทุกสิ่งเป็นเรื่องจริง เขาทิ้งหนึ่งไป หนึ่งไม่รู้เลยว่าเขาจะกลับมาหา อยากให้พี่ยุติเข้าใจหนึ่งที่บอกชอบพี่ยุติ นั่นไม่ใช่เป็นการให้ความหวัง แต่เป็นการบอกความจริงใจที่มีให้พี่ยุติ หนึ่งไม่ได้เป็นอย่างที่พี่ยุติว่าว่าหนึ่งไม่เคยเหลียวแลพี่ยุติ เพียงแต่หนึ่งรักพี่ไทธรรพ์มากกว่ารักพี่ยุติ เปรียบเทียบเหมือนที่พี่ยุติชอบผู้หญิงแฟนคลับแฟนเพลงแต่ว่าพี่ยุติมีคนที่รักมากกว่าใครคือกลอยใจใช่ไหมล่ะ พี่ยุติเองคงไม่ได้รักหนึ่งแค่อาจจะนึกชอบเท่านั้น เราสองคนต่างยังไม่ได้รักกันแล้วพี่ยุติจะเจ็บปวดใจได้ยังไง”

ยุตินึกถึงคำพูดของเพชรน้ำหนึ่งที่ว่าเราชอบกันแต่ยังไม่ถึงขั้นรัก ทำให้รู้สึกสับสนในตัวของตนขึ้นมา ชอบกับรัก? ความมากน้อยในอารมณ์พิศวาสผูกพันย่อมต่างกันอย่างชัดเจน

“ไม่รู้ ...รู้แต่เจ็บ”

แล้วเพชรน้ำหนึ่งจึงพูดให้ยุติรำลึกนึกย้อนไปสู่ช่วงวัยรุ่น

“ตอนที่หนึ่งอายุสิบหก ตอนนั้นพี่ยุติกับหนึ่งยังไม่ได้รักกัน เราสองคนยังไม่เคยรักกันใช่ไหมพี่ยุติ”

“ใช่... เพราะตอนนั้นหนึ่งเริ่มมีไทธรรพ์เข้ามาพัวพันในชีวิต”

“หนึ่งไม่เคยคิดแกล้งให้พี่ยุติเจ็บปวด เมื่อก่อนที่หนึ่งเคยบอกพี่ยุติว่าอย่าเสียเวลากับหนึ่ง เราสองคนไม่เหมาะจะเป็นแฟนกันเพราะหนึ่งไม่อยากให้พี่ยุติเจ็บปวด สาเหตุที่หนึ่งไม่อยากอยู่ใกล้พี่ยุติไม่ใช่รังเกียจ แต่ไม่อยากให้เรารักกัน มันคงจะเจ็บปวดมากถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรักอยู่ข้างเดียว หรือถ้าเรารักกันแล้วต้องพลัดพรากจากกันมันยิ่งแสนจะเจ็บปวด ช่วยเข้าใจหนึ่งเถิดนะไม่โกรธหนึ่งได้ไหมนะพี่ยุติ”

“จะให้ไม่โกรธคงไม่โกรธได้ แต่พี่เจ็บในหัวใจไม่อยากเห็นหนึ่งกอดเขา ในเมื่อหนึ่งชอบพี่แล้วพี่อยากให้ชอบมากยิ่งขึ้นไป เราต่างปันใจให้กันแม้เราต่างมีคนรักอยู่แล้วแต่เรายังมีใจให้กันนับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้น มันเป็นความรู้สึกที่ดี พี่อยากสานต่อเวลาของเราให้ยาวนานกว่านี้ พี่อยากให้เรารักกันจริงจัง”

“พี่ยุติเราสองคนไม่ควรคิดอย่างนั้น แล้วคนรักของเราล่ะจะให้เขาทำใจอย่างไร พี่ยุติจะทิ้งกลอยใจ หนึ่งจะต้องทิ้งพี่ไทธรรพ์เพื่อให้มีแต่เราสองคนรักกันอย่างนั้นเหรอ? มันไม่ใช่สิ่งถูกต้อง แต่ที่แน่นอนคือหนึ่งไม่เคยคิดทิ้งพี่ไทธรรพ์ เพราะหนึ่งเลือกรักพี่ไทธรรพ์คนเดียว” เพชรน้ำหนึ่งยืนยันใจรักของตน

แต่ไม่รู้ว่าทำไมในใจของยุติถึงริษยามากมายจนเกิดโมโหพลุ่งพล่าน... ไม่ยอมและไม่ยอม!

“ยังรักเขาทำไม เขาเคยทิ้งหนึ่งไปจะคืนดีกับเขาทำไมหนึ่งก็ทิ้งเขาบ้างสิ เปลี่ยนใจมารักพี่ไม่ได้รึไง” ยุติจับตัวเธอไว้ แล้วดึงร่างบอบบางรวบเข้ามากอดรัดแน่น

“ปล่อยหนึ่งเถอะ พี่ยุติพูดไม่รู้เรื่องแล้ว”

“ยุติหยุดนะ ไปทำกับหนูหนึ่งอย่างนั้นได้ยังไง ปล่อยหนูหนึ่งเดี๋ยวนี้” เสียงคุณเพ็ญพิศตวาดบุตรชายคนโต

เมื่อนั้นเขาจึงต้องปล่อย...

เพชรน้ำหนึ่งเลยวิ่งหนีกลับบ้านไปในทันที

ความจริงคุณเพ็ญพิศกับไทธรรพ์แอบยืนมองอยู่นานแล้วและได้ยินทั้งสองพูดกันโดยตลอด

แต่ยุติไม่สนใจใครทั้งสิ้น แค่มองตาไทธรรพ์เพียงแวบเดียวแล้วเดินผ่านจากไป ไม่มีการทักทายอย่างมิตร!



..........ไทธรรพ์เป็นพี่ชายของเพชรน้ำหนึ่ง แต่เขาชอบแสดงตัวทำให้ทุกคนรู้... อีกฐานะของเขาคือคนรักของเธอ

ส่วนยุติเมื่อเห็นไทธรรพ์กับเพชรน้ำหนึ่งมาที่บ้าน เขามักเลี่ยงหลบเก็บตัว ไม่เดินผ่านห้องครัว

“สระน้ำด้านหลังตึกนี่... น่าว่ายน้ำเล่นจังนะครับ” ไทธรรพ์กำลังคุยกับคุณเพ็ญพิศ

“ไทธรรพ์อยากว่ายน้ำเหรอจ๊ะ”

“ครับ สระที่นี่ดูสะอาดสะอ้านคงได้รับการดูแลอย่างดี แต่ดูเหมือนไม่ค่อยมีใครลงไปว่ายเล่นกันเลยนะครับ”

“จ้า ยุติกับลิตตั้งแต่โตมานี่ไม่ค่อยชอบเล่นน้ำแล้ว ส่วนน้ากับคุณประยุทธ์ไม่ค่อยเล่นน้ำเหมือนกัน เมื่อก่อนยุติเคยมีเพื่อนผู้หญิงมาบ้าน แต่น้าสั่งห้ามพาสาวแฟนคลับมาบ้านเลยไม่มีใครมาเล่นน้ำในสระนี้ แต่น้าให้คนดูแลทำความสะอาดตลอด ถ้าไทธรรพ์อยากจะลงว่ายน้ำเล่นก็ได้จ้าน้าอนุญาต”

“น้าเพ็ญพิศใจดีจังครับ ขอบคุณมากครับ” ไทธรรพ์กล่าวขอบคุณผู้ใหญ่ แต่ไม่ได้ให้ความเกรงใจ ถือวิสาสะที่สนิทคุ้นเคยกับเพชรน้ำหนึ่งเข้าไปโอบกอดเอวเล็กบางของเธอ “หนึ่งไปเอาชุดว่ายน้ำให้พี่หน่อย แล้วเอาชุดว่ายน้ำของหนึ่งมาด้วย”

“อ้าว... ทำไมต้องเอาชุดว่ายน้ำของหนึ่งมาด้วยล่ะ หนึ่งไม่เคยว่ายน้ำที่สระของบ้านน้าเพ็ญพิศ ...อายเขา ใส่ชุดว่ายน้ำมันโป๊”

“ไม่เอานะจะให้พี่ลงว่ายน้ำเล่นคนเดียวพี่ไม่ยอม หนึ่งต้องลงเล่นน้ำเป็นเพื่อนพี่ด้วย พี่สั่งหนึ่งต้องทำตาม ไม่อย่างนั้น... นี่แน่ะ” ไทธรรพ์ข่มขู่ปนด้วยความขี้เล่นของเขา ไล่จี๋เอวเพชรน้ำหนึ่ง

ต่อหน้าต่อตาคุณเพ็ญพิศ ซึ่งทำได้แค่มอง...

“โอ๊ย!! ฮะ ฮะ ฮะ... จั๊กจี้ ไม่เอาอย่าเล่นอย่างนี้หนึ่งไม่เล่นด้วย ยอมแล้วเดี๋ยวจะไปเอามาให้ค่ะ”



..........เพชรน้ำหนึ่งไม่เคยลงว่ายน้ำในสระหลังคฤหาสน์ จึงไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นมาก่อนว่าสระน้ำแห่งนี้ติดกับห้องใต้ดิน มีผนังของห้องด้านหนึ่งเป็นกระจกหนากันน้ำอย่างดี

และอาณาบริเวณลึกลับแห่งนี้มีผู้ครอบครองเป็นเจ้าของคือ... ยุติ!

“นี่แน่ะ นี่แน่ะ!” ไทธรรพ์วักน้ำสาดใส่เพชรน้ำหนึ่ง แกล้งเล่นสนุกสนาน

“อย่า... เดี๋ยวน้ำเปียกหัวหนึ่งหมด”

“ลงน้ำแล้วต้องเปียกสิจะเหลือไว้ทำไม เดี๋ยวจับกดน้ำเลย” ไม่ใช่แค่พูดเปล่า โถมตัวเข้ามาใกล้

ทำให้เธอต้องรีบแหวกว่ายหนี ได้เล่นไล่จับกันในสระน้ำ

“ว้าย! อย่านะพี่ไทธรรพ์” เธอร้องวี้ดว้ายว่ายหนีไม่พ้นโดนดึงจมน้ำ แต่เธอสะบัดหนีหลุดขึ้นมาพ้นน้ำได้

“ฮะ ฮะ ฮะ... เปียกหมดทั้งหัวแล้ว จมน้ำไปทั้งตัว” ไทธรรพ์หัวเราะชอบใจ แล้วตัวเองยังดำน้ำเล่นลงไปอีกครั้ง ขณะยังลืมตาอยู่ถึงได้เห็นยุติผ่านผนังกระจกหนา

แล้วยังมีห้องกระจกด้านในซ้อนอยู่อีก ดูเหมือนจะเป็นห้องซ้อมดนตรีมีกีตาร์วางอยู่พร้อมกลองชุดใหญ่ ซึ่งบัดนี้ยุติกำลังกระหน่ำตีกลองอยู่

ไทธรรพ์กลั้นหายใจเพ่งมอง...

ดูเหมือนคนถูกมองจะรู้สึกตัวได้มองเห็นกันพอดีชั่วแวบเดียว

ไทธรรพ์รีบหนีพุ่งตัวขึ้นผิวน้ำ ...ผุดความคิดอยากแกล้งคนขึ้นมา เลยอยากทำอะไรให้ยุติเห็นกับตา

‘ถ้ายุติแอบชอบเพชรน้ำหนึ่งเขาจะต้องเจ็บใจ ลองใจเขาดูหน่อยคงสนุกดี อิ... อิ...’

“หลับตาสิกลั้นหายใจด้วย ทำตามคำสั่งพี่”

“จะทำอะไรอีกพี่ไทธรรพ์”

“เถอะน่า ทำตามเดี๋ยวนี้” เป็นคำสั่งบังคับที่ต้องทำตาม

เพชรน้ำหนึ่งหลับตาพริ้มและกลั้นหายใจอย่างไม่ทันตั้งตัว ฉับพลันโดนดึงให้จมลงดำดิ่งสู่เบื้องล่าง และริมฝีปากถูกประกบจูบ โดนทำให้ตกใจไปบ้าง แต่เพชรน้ำหนึ่งเคยคุ้นกับรสสัมผัสนี้มาแสนนาน อ้อมกอดของเธอโอบร่างของเขาไว้ จูบสนองรับอย่างนุ่มนวล ชอบในรสจูบอันดื่มด่ำฉ่ำหวาน รัญจวนใจชวนให้หลงใหลอยู่ไม่รู้เสื่อมคลาย ได้รับความสุขซาบซ่านเข้าไปถึงทรวงใน

แล้วเขาค่อยปลุกความเร่าร้อนด้วยปลายลิ้นโลมเลียเคลียเคล้าสัมผัสกัน เป็นภาพคู่รักกอดรัดฟัดเหวี่ยง หยอกเย้าอย่างเมามันภายใต้น้ำ ยิ่งดำดิ่งลึกลงไปถึงก้นสระ แล้วต้องรีบถีบตัวขึ้นเบื้องบนก่อนจะขาดอากาศสำลักน้ำ

โดยที่เพชรน้ำหนึ่งไม่รู้ตัวเลยว่าถูกสายตาของใคร จับจ้องมองดูอยู่อย่างเจ็บปวด หากเธอลืมตาสักนิดที่ใต้น้ำนั้นอาจได้เจอสายตาเขาผู้เฝ้าจ้องมองจากห้องกระจก!



..........ยุติมาเล่นดนตรีที่ผับอันเป็นวิถีชีวิตประจำวันของนักดนตรีอย่างเขา ...แต่!

“พี่ยุติเป็นไรไปนะ ดูยังกะคนไม่มีอารมณ์”

“เออ... จริงด้วย ทุกทีก่อนตีกลองต้องหันมายิ้มให้พวกเรา แต่คราวนี้ท่าทางซังกะตายชอบกล”

“หรือว่าคืนนี้อารมณ์แปรปรวน แบบว่าเป็นวันนั้นของเดือน รอบเดือนมาไม่ปกติ”

“เธอนี่พูดไปเรื่อย ฮะ ฮะ ฮะ... ” ว่าอย่างนั้น สาวแฟนเพลงตั้งป้อมนินทาลับหลังกันอย่างสนุกปาก

“แล้วพี่ยุติไม่มาคุยกับพวกเราเหมือนทุกครั้งเหรอ หายไปไหนแล้ว”

“แปลกจริงนั่นแหละ พี่ยุติกลับบ้านไปแล้วบอกไม่สบาย เป็นไรไม่รู้ตัวไม่ร้อนซักหน่อย” นักร้องนำของวงบอกกับแฟนเพลง



..........เวลาตีสาม ในห้องนอนที่แอร์เย็นฉ่ำและเตียงนุ่มน่านอนที่สุดนั้นยุติพยายามข่มตา อยากหลับแต่กลับไม่ง่วงเลยสักนิด เพราะนี่ยังไม่ใช่เวลานอนตามปกติ และเพราะไม่รู้จะทำอะไรดีไปกว่านี้จึงมานอนพลิกซ้ายพลิกขวา อยู่ในอาการกระสับกระส่ายร้อนรนในใจกลัดกลุ้มอย่างไร้เหตุผล และเจ็บ... โดยไม่รู้ว่าเจ็บตรงส่วนไหนของร่างกาย

“ทำไมต้องมาโชว์ให้ดูกัน ไม่อยากดู... โว้ย! จะรักกันไปถึงไหน” ยุติโวยวายอิจฉาริษยาอยู่ในใจลำพังคนเดียว

ภาพจูบอันดูดดื่มของไทธรรพ์ที่จูบเพชรน้ำหนึ่งยังติดตา สลัดไม่ออกไปจากมโนภาพ ทั้งที่มันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนเย็นวานผ่านมาหลายชั่วโมงเขายังสงบใจไม่ลงยามอยู่อย่างเงียบเหงาคนเดียว

ทำให้ย้อนรำลึกนึกถึงความหลังครั้งเก่าที่หลายคนต่างจดจำกันได้ ไม่มีใครลืมเรื่องความรักครั้งแรกของเพชรน้ำหนึ่ง วันเก่าก่อนในวันนั้นยุติยังไม่มีความรู้สึกรักกันฉันท์ชู้สาวอะไรมากมายนัก

แต่วันนี้ต่างจากวันก่อนนั้น ความเจ็บยอกปลาบแปลบฝังในเกิดจากการมีไทธรรพ์โผล่เข้ามาแทรก และทำให้ต้องแยกห่างจากเพชรน้ำหนึ่ง เพราะอย่างนั้นยุติจึงได้ภาวนาอยู่ในใจ

‘ขอให้หนามยอกใจอย่างไทธรรพ์ หลุดหายออกไปจากวิถีชีวิตของเพชรน้ำหนึ่ง’




ไตรติมา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 23 ส.ค. 2560, 15:37:27 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 26 ส.ค. 2560, 10:34:11 น.

จำนวนการเข้าชม : 416





<< ตอน 23[2]   ตอน 24[2] >>


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account