คู่หมั้นคืนเหงาใจ
ตำนานหนุ่มหล่อเลิศล้ำแห่งค่ำคืนเหงาใจ

ความรักเหงา ๆ รานร้าวและเร้าใจ ต่างคนต่างมีกิเลสตัณหา ต้องชดใช้บุญกรรมแห่งความรัก ติดตามข้ามภพชาติศาสนา หนึ่งหญิงสองชายผูกพัน
อ่านเรื่องนี้จบ แล้วคุณจะสงสารใคร? ระหว่าง...

นักดนตรีหนุ่มรูปหล่อ พ่อรวย ราวกับในตำนาน เทพบุตรจุติลงมาเกิดอย่าง ยุติ ผู้ตกอยู่ในวังวนแห่งความเปลี่ยวเหงา ทุกค่ำคืนผ่านไปจิตใจโหยหา แค่เพียงเป็นคนที่เขาเผลอใจรัก แต่เขาไม่ได้เลือก กลายเป็นเหมือนส่วนเกิน มิใช่ส่วนสำคัญ

หรือ... อภิมหาเศรษฐีหนุ่ม ใบหน้าสวยงามเลิศล้ำอย่าง ไทธรรพ์ ผู้เป็นที่รักยิ่งดั่งชีวิตจิตใจของสาวสวย ถึงแม้เขาจะเจ้าชู้ไปบ้าง แต่ทั้งชีวิตจิตใจทุ่มเทในรักจริงจัง แต่ความหวังกลับหักพังสลาย สุดท้ายต้องอยู่เดียวดายข้างกายไร้คู่ครอง

หรือ... สาวสวยแชมป์มวยไทยหญิง เพชรน้ำหนึ่ง ถึงจะมีเพียบพร้อมทุกสิ่ง แต่ต้องเกิดมาใช้เวรใช้กรรม ที่เคยกระทำไว้ในชาติก่อน แม้จะสามารถยืนหยัดขึ้นมายิ่งใหญ่ และจิตใจเข้มแข็ง ทนทานต่อความทุกข์กายทุกข์ใจได้ แต่ลึกลงไปข้างในนั้น ไร้ซึ่งความสุขแท้จริง
Tags: ไตรติมา, คู่หมั้นคืนเหงาใจ, ดราม่า, ซึ้ง, โรแมนติก,

ตอน: ตอน 28[2]




..........บทกวีของเพชรน้ำหนึ่งคืบหน้าไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป บางครั้งเธอนั่งเล่นฟังเพลงบ้าง อ่านข้อมูลข่าวสารหลากหลายทางอินเตอร์เน็ตบ้าง โดยไม่ได้ออกไปเที่ยวนอกห้องเลย

ไม่มีเขา ไม่มีใคร

บทกลอนจาก... เพชรน้ำหนึ่ง

ไม่มีเขา ไม่อยากรักใคร

ไม่มีใคร ฉันไม่เหงาไม่เศร้าใจ

แต่ไม่มีเขา ฉันเหงา เศร้าใจ

ใครใครอยู่กันเต็มโลกใบนี้

กลับดูเหมือนโลกนี้ไม่มีใคร

โลกของฉันมีแต่เพียงเขา

เขาเพียงคนเดียวแทนใครได้หลายคน

ขาดเขาสักคน ใครแทนเขาไม่ได้

รักแต่เขา ใจอยู่กับเขา

แต่เขาอยู่ไหน ใจอยู่กับใคร

ทำไมทิ้งฉันให้เหงาอยู่คนเดียว

“เมื่อยชะมัด พักดีกว่าเรา” เพชรน้ำหนึ่งบอกตัวเอง ล้าสายตาเมื่อคร่ำเคร่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน เมื่อนั้นจึงมองเรื่อยเปื่อยไปนอกหน้าต่างเพื่อพักสายตา ชมวิวทิวทัศน์ในสวนสวยของบ้านบ้าง

ยุติเดินเข้ามาเห็นบทกวีที่หน้าจอนั้น ได้อ่านเพียงครู่หนึ่ง ซึ่งเขารู้เธอมักเปลี่ยวเหงาเสมอ แม้ว่าจะมีใครอยู่ใกล้ก็ตาม

“นี่พี่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ได้กลิ่นหอมไหม”

“อืม... หอมดี” เธอยอมรับว่าได้กลิ่นหอมอ่อนชื่นใจและเห็นเขายืนอยู่หน้าตู้กระจกกำลังสำรวจหน้าตา ตลอดจนเรือนร่างตัวเอง

“โกนหนวดโกนเครา เสียเกลี้ยงเกลา แถมกันคิ้วด้วย ดูหน้าใสขึ้นมาหน่อยเป็นไงหน้าตาพี่หล่อไหม” เขาชื่นชมตัวเองแล้วหันมาถามอีก ความหล่อของยุติ บ่อยครั้งที่ทำให้เธออดจะชื่นชมไม่ได้ มองดูแล้วสบายใจ แต่บางครั้งหวั่นไหวจนรู้สึกตัวเองว่าชอบเขาอยู่ไม่น้อย

“ค่ะหล่อ...เพราะหล่ออย่างนี้แฟนคลับถึงได้ติดกันเกรียว” แกล้งลากเสียงพูดแบบหมั่นไส้ในตัวเขา

“พูดถึงพวกแฟนเพลงแล้วคิดถึงเนอะ เพิ่งมาอยู่ที่นี่ ยังไม่รู้จักใครเลย คิดถึงเมืองไทยจัง” เขาพูด สีหน้าเรียบเฉยไปเล็กน้อย อารมณ์เขาเปลี่ยนแปลงเร็ว ชั่วครู่... กลับยิ้มมีเลศนัย

“เราอยู่ด้วยกันสองคน พี่หล่อซะขนาดนี้หนึ่งระวังเผลอใจรักพี่เข้านะ ถ้าพี่รู้จับได้เมื่อไหร่พี่ไม่ยอมปล่อยหนึ่งแน่ และถ้าจะรักพี่ต้องรักพี่คนเดียวห้ามนอกใจเด็ดขาด” ว่าอย่างนั้นขณะเดินมานั่งอยู่ตรงหน้าเธอ ท้าวคางพลางยิ้มกรุ้มกริ่มมองจ้องหน้าสาวสวย

“ไม่ต้องเข้ามาใกล้หรอก เห็นแล้วว่าหล่อ... เอาตัวเองไปเก็บให้ไกลเถอะ” เธอพูดเล่น ออกอาการยิ้มเขิน หลังโดนเขามองจ้องจิกตาหวานส่งให้พาใจไหวหวาม

“อ้าว... ทำไมล่ะให้พี่อยู่ใกล้ไม่ได้? เขินเหรอ? นั่นแน่... หลบสายตา” ทำชี้นิ้วยิ้มขี้เล่นหยอกเย้า จนเห็นไรฟันเขี้ยวขาวพราวเสน่ห์ยั่วใจให้หลงใหลไปไหน...

“เปล่าเขินจะเอากล้องมาถ่ายรูปพี่ยุติ ให้เก็บไว้ดูตอนแก่” เธอตอบเฉไฉ ซึ่งความจริงเป็นดังเขาพูดมาอย่างรู้ใจกัน พาลให้มือเธออ่อนเปลี้ยขณะเอื้อมหยิบกล้องดิจิตอลแทบหลุดมือ ต้องอุทานออกมา... “อุ๊ย!”

เขาประคองมือเธอช่วยไม่ให้ทำกล้องหล่นหลุดมือ แต่ยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นริมเรียวปากเขานั้นแทนคำบอกว่า...

‘รู้นะคิดอะไรกะพี่อยู่’

“ไปถ่ายรูปมุมข้างหน้าต่างเถอะ แสงเงาสวยดีกว่า” เขาชอบเป็นแบบให้ถ่ายรูปอยู่แล้ว จึงเต็มใจไปยืนในมุมที่เขาเลือก “เอาถ่ายแบบเซ็กซี่บ้างดีกว่าได้เห็นหน้าอกหน้าท้อง แบบนี้พี่ผอมไปหรือเปล่า ...หนึ่ง” เขาดึงเสื้อเชิ้ตเปิดอกออกให้เห็นลงมาถึงหน้าท้อง ใส่กางเกงนอนขายาวแบบผูกเอว

“โอ๊ย! พี่ยุติ กางเกงเอวต่ำแบบนั้น ...เดี๋ยวหลุด หนึ่งไม่อยากเห็นภาพอนาจาร นุ่งกางเกงในหรือเปล่าไม่รู้ อ๊าย ไม่กล้ามอง” เธอร้องห้าม หันหน้าหนี

“พี่ใส่กางเกงในอยู่ ส่วนกางเกงนี่ผูกเอวไว้แน่นแล้ว ไม่หลุดง่ายหรอกน่าหันมาดูสิ”

เมื่อเขาบอกอย่างนั้นเธอจึงแข็งใจหันไปดูเขาอีกครั้ง

“ถ่ายรูปนี้ให้พี่ที แค่นี้เซ็กซี่ไหม” เขาถาม เธอเห็นว่าเขามีรูปร่างค่อนผอม แต่ไม่ถึงกับผอมมาก มีกล้ามแขนบ้าง ทั้งเอวองค์ทรงหุ่น รูปร่างสูงโปร่ง ช่วงขายาวเรียว ราวกับนายแบบก็ไม่ปาน ภาพที่เห็นดูสวยงามและนั่นเร้าใจ... ให้เกิดอาการปั่นป่วนข้างในอก หัวใจกำลังเต้นระทึกและเริ่มจะเต้นแรงเพิ่มขึ้น ทุกที... ทุกที...

“แค่นี้กำลังดีแล้ว หนึ่งจะถ่ายแล้วนะ เตรียมตัว...” สิ้นเสียงสั่ง เธอกดชัตเตอร์ทันที

“ไหนรูปที่ออกมาเป็นไงบ้าง ขอดูหน่อยสิ” เขาถาม เดินเข้ามามองดูอยู่ชิดใกล้มาก

เธอเลยรีบยื่นกล้องส่งให้ ใจหวั่นกลัวความชิดใกล้ กลัวเผลอใจ... กำลังจะเดินหนีพร้อมพูดตัดบท

“พี่ยุติดูไปเถอะ หนึ่งขอตัวล่ะ”

แต่ลำแขนที่ยาวของเขาท้าวผนังห้อง กั้นตัวเธอไว้ ไม่ให้เดินหนีไปได้

“แหม... ไม่ปล่อยให้พี่ได้อยู่ใกล้เลย? ชอบหนีอยู่เรื่อย” เขาว่าด้วยรอยยิ้มเล็กยิ้มน้อย

ขณะที่เธอไม่กล้าเงยหน้ามองตาเขา เกรงสายตาหวานหวามคู่นั้นทำใจเธอสั่นหวั่นไหว

“ว้าย! อย่าทำอะไรหนึ่งนะ” เธอร้องห้ามเมื่อเขาเอื้อมมือมาใกล้ เกือบสัมผัสใบหน้า

“หึ หึ... ตกใจอะไร พี่น่ากลัวมากเหรอ” เขาหัวเราะในลำคอ รู้ทันแต่เหมือนอยากจะแกล้ง แถมเขยิบเข้าใกล้ชิดยิ่งขึ้นอีก

“กลัว... กลัวไปหมด กลัวใจตัวเองด้วย พี่ยุติอย่าเข้ามาใกล้” เธอเผลอพูดความในใจออกไป นอกนั้นเป็นความคิดที่ไม่กล้าพูดออกไป

‘ผู้ชายร้อนรักอย่างเขา ถ้าเผลอเสียตัวให้มีหวังไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันเป็นแน่ คงเฝ้าแต่เข้าหอล่อกามาจนกว่าจะเบื่อไปข้างหนึ่ง ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นทุกอย่างจะจืดจางลงไป’

ความรู้สึกสับสนมากมายแล่นเข้ามาในหัวแล้ววิ่งหนีเขาไปทั้งอย่างนั้น

ทำให้เขารู้สึกสนุกกับการได้แกล้งเล็กแกล้งน้อย



..........ช่วงที่กำลังคร่ำเคร่งกับบทกวี เพชรน้ำหนึ่งใช้เวลาอยู่กับการคิดงานเขียนเบื้องหน้าโน้ตบุ๊ก ต้องใช้สมาธิและไม่ต้องการให้ใครรบกวน เธอจึงมักหงุดหงิด เมื่อถูกเรียกบ่อยเกินไป

“หนึ่ง... พี่ชงกาแฟไว้อยู่ในห้องนั่งเล่นมากินด้วยกันสิ” ยุติส่งเสียงเรียก เขาโผล่หน้ารอคอยอยู่ข้างประตู

“อืม... ขอบคุณมาก เดี๋ยวหนึ่งไปกินเอง” เธอบอกอย่างนั้น แต่จนแล้วจนรอดยังไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนกายลุกออกจากโต๊ะทำงานเสียที

เขาจึงเดินเข้ามาเตือนอีก

“กาแฟกับขนมปังปิ้งจะเย็นหมดแล้วนะ ยังไม่มากินอีกจะให้พี่ยกเข้ามาให้ถึงโต๊ะทำงานนี่ไหม”

“ไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวหนึ่งจะไปกินเอง” ว่าแล้วยังคงก้มหน้าก้มตาพิมพ์งานตรงหน้าต่อไป

ยุติคอยแล้วคอยเล่าจนกาแฟเย็นชืดเลยต้องกินเองไปอีกแก้วแล้วชงให้ใหม่ใส่นมมากแบบที่เธอชอบแล้วจึงเดินมาเรียกหน้าห้องทำงานอีกครั้ง

“หนึ่ง... กาแฟเย็นชืดหมดแล้ว พี่เลยชงกาแฟให้ใหม่ยังอุ่นอยู่ ใส่นมเยอะมากด้วยคราวนี้อร่อยแน่มากินซะทีสิ” ว่าแล้วเขาจึงเดินเข้ามาหาเธอโต๊ะทำงาน

ในขณะที่เธอชักสีหน้ายุ่ง

“เอ๊ะ!! มันจะอะไรนักหนา ...รำคาญ เรียกอยู่ได้ เดี๋ยวไปกินเองแหละ” เธอเสียงดังตวาดแหวออกไปอย่างหมดความอดทนเพียงอารมณ์หงุดหงิดชั่ววูบ แต่ฉับพลันนั้นถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ในทันทีว่าได้ทำบางสิ่งลงไปโดยไม่เจตนา

เป็นเรื่องน่าเสียใจ ทำให้ยุติรู้สึกตัวว่าถูกทอดทิ้งให้โดดเดี่ยวจนเปลี่ยวเหงา ราวกับตัวเขาไม่มีคุณค่าอะไรเลยในสายตาเธอ ท่าทีที่เคยร่าเริงมีกำลังใจเปลี่ยนไปกลายเป็นสลด หงอยและเงียบขรึมซึมลงไปถนัดตา

“หลังเลิกเรียนแล้วพี่ได้แต่อยู่บ้าน ไม่รู้จะไปไหน ไม่มีอะไรทำเลยอยากจะเอาใจหนึ่ง แต่ถ้าหากพี่ทำความรำคาญให้หนึ่งมากนัก ต่อไปพี่จะไม่ทำอีก จะไม่รบกวนหนึ่งจะอยู่ให้เงียบ” เขาก้มหน้าก้มตาพูดแล้วเดินออกไปนั่งริมระเบียงที่เขามีอาการแบบนั้น

เธอรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังน้อยใจ อีกทั้งเสียความรู้สึกกับเธอ เธอเองใจแป้วไปมากโข กลายเป็นคนทำลายน้ำใจผู้ชายคนหนึ่งที่คอยเฝ้าเอาใจใส่ พยายามเอาอกเอาใจและพยายามจะทำให้อย่างดีที่สุด

“พี่ยุติ... หนึ่งรู้ตัวดีว่าหนึ่งเป็นผู้หญิงไม่น่ารัก ทำให้พี่ยุติไม่มีความสุข หนึ่งขอชดเชยให้ด้วยการให้อิสระพี่ยุติอย่างเต็มที่ จะไปเที่ยวที่ไหนไปกับใครหนึ่งจะไม่ว่าสักคำ ต่อให้เป็นผู้หญิงอื่นถ้าเขาให้ความสุขพี่ยุติได้ ...แล้วแต่ใจพี่ยุติจะปรารถนา”

“ช่างมันพี่ไม่ต้องการ ปล่อยให้มันเป็นคนไร้ค่าเป็นคนที่เขาไม่สนใจ เหงาให้มันตายไปเลย” เขาพูดประชด สีหน้าเคร่งเครียด

เพชรน้ำหนึ่งมองเห็นความเหงาของยุติ เกิดความเห็นใจขึ้นมาวูบหนึ่ง




ไตรติมา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 7 ก.ย. 2560, 20:13:43 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 7 ก.ย. 2560, 20:13:43 น.

จำนวนการเข้าชม : 318





<< ตอน 28[1]   ตอน 29[1] >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account