โอบรัก
“ทำไมพี่ชายต้องขอหมั้นกับบัวด้วย”


“ก็เพราะพี่รักบัวนะสิ”


“ไม่จริง...พี่ชายโกหก ก็พี่ชายเคยบอกว่า ไม่ชอบเด็ก”


“ก็ตอนนี้พี่เปลี่ยนใจแล้ว พี่ไม่ใช่แค่ชอบบัวนะ แต่รักแล้วก็หวงมากๆ ด้วย ต่อไปนี้พี่ขอสั่งห้
Tags: นิยายกุ๊กกิ๊ก ดราม่า แนวกินเด็ก

ตอน: บทที่ ๓ สูญเสีย

บทที่ ๓ สูญเสีย

งานที่บริษัทยังคงวุ่นวายเหมือนทุกวัน แต่ไม่รู้เพราะอะไรวันนี้หม่อมราชวงศ์กนต์ธรถึงรู้สึกไม่สบายใจ เขาทอดสายตามองท้องฟ้าด้านนอก เมฆครึ้มหม่นบอกให้รู้ว่า ฝนกำลังจะตกทั้งที่พยากรณ์อากาศวันนี้บอกว่า ท้องฟ้าจะแจ่มใส

ชายหนุ่มพยายามฝืนทำงานแต่บางอย่างที่รบกวนในใจอยู่ลึกๆ ทำให้นั่งไม่ติด หม่อมราชวงศ์กนต์ธรไม่แน่ใจว่า ตนเองกังวลใจเรื่องอะไร เขาฝืนใจอ่านเอกสารกองพะเนินเพราะตั้งใจจะเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อยแต่ก็ทำได้ยากเต็มทีเพราะไม่มีสมาธิ เขาตั้งใจว่า ช่วงใกล้เที่ยงจะโทรหาอภิรักษ์เพื่อสอบถามเกี่ยวกับข่าวการล้มละลายของธนาคารที่ได้ยินมา ระหว่างที่กำลังเซ็นเอกสารนั่นเอง จู่ๆ มือถือก็ดังขึ้น พอเห็นเบอร์หน้าจอ หม่อมราชวงศ์กนต์ธรก็รีบกดรับทันที

“ว่าไงรักษ์ ฉันกำลังคิดถึงนายพอดี”

อภิรักษ์ดูเหมือนจะไม่ได้สนใจฟัง กลับพูดสวนมาโดนทันทีว่า


“ฉันมีเรื่องด่วน นายช่วยมาพบฉันที่ห้างสรรพสินค้าที่เราเจอกันเมื่อวานได้ไหม”

“ตอนนี้เลยหรือ....เอาไว้ตอนเที่ยงได้ไหม ฉันยังมีเอกสารต้องเซ็นอีกหลายฉบับเลย”

หม่อมราชวงศ์กนต์ธรไม่เคยลางานกลางคันมาก่อน เขาเป็นพนักงานคนเดียวที่มาก่อนเวลาและกลับหลังคนอื่น แต่น้ำเสียงที่ดูกังวลของอภิรักษ์ทำให้ชายหนุ่มลังเล

“ฉันขอร้องล่ะรัน นี่มันเรื่องด่วน”

น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดผิดกับเมื่อวานราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ ความสงสัยทำให้กลั้นใจถามออกไป

“แกมีอะไรหรือเปล่ารักษ์ คุยกันทางโทรศัพท์ไม่ได้หรือ”

“ฉันต้องการพบนาย...ตอนนี้...เดี๋ยวนี้ มีนายคนเดียวที่ช่วยได้ ขอร้องช่วยมาพบฉันตอนนี้ เรื่องนี้สำคัญจริงๆ เอาไว้เราพบกันแล้วฉันจะเล่าให้ฟัง”

หม่อมราชวงศ์กนต์ธรลังเล แต่เขารู้จักอภิรักษ์มานานพอดูที่จะรู้ว่า หากอีกฝ่ายบอกว่า เป็นเรื่องด่วน นั่นหมายถึงว่า เป็นเรื่องด่วนจริงๆ ซึ่งถ้าเขาปฏิเสธก็นับว่า ใจร้ายมาก
“ก็ได้...ฉันจะไป”
“นายมาคนเดียวนะ และขอร้องว่า ไม่ต้องบอกใครเด็ดขาด”

“ทำไมต้องทำลึกลับอย่างนั้นด้วย หรือว่า นายกำลังเดือดร้อน”

อภิรักษ์เงียบไป หม่อมราชวงศ์กนต์ธรเดาว่า เพื่อนคงลำบากใจ เขาจึงไม่ถามต่อ เขามั่นใจว่า หากไม่ได้เจอหน้ากันตัวต่อตัวเพื่อนคงไม่ยอมเล่าอะไรแน่

“งั้นรอฉันหน่อยนะ จะรีบไปเดี๋ยวนี้”

ปลายสายวางไปแล้วเหมือนกำลังรีบ และนั่นทำให้หม่อมราชวงศ์กนต์ธรยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีกเขาตัดสินใจกอดอินเตอร์คอมหาเลขานุการสาวเพื่อฝากงาน
“ผมมีธุระต้องออกไปข้างนอก”
“ตอนนี้เลยหรือคะคุณชาย”
“ใช่เรื่องสำคัญมาก ผมจะกลับเข้าบริษัทอีกทีบ่ายโมง ถ้ามีเรื่องด่วนก็จัดการไปเลย แต่ถ้าตัดสินใจไม่ได้ โทรหาผม”
เขารวบเอกสารวางไว้บนโต๊ะ แยกตั้งที่อ่านแล้วกับยังไม่เสร็จ ก่อนถอดเสื้อสูทพาดไว้บนพนักเก้าอี้ หม่อมราชวงศ์หนุ่มเลือกที่จะนั่งรถไฟฟ้าแทนการขับรถ ขืนแต่งตัวเต็มยศคงจะเรียกความสนใจจากคนบนรถไฟฟ้าแน่ๆ หม่อมราชวงศ์กนต์ธรออกจากบริษัท เดินไปยังป้ายรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด ท้องฟ้าโดยรอบยังคงมืดครึ้ม เช่นเดียวกับความรู้สึกไม่สบายใจที่ก่อตัวขึ้นในอก

เขาอยากรู้ว่า อภิรักษ์มีเรื่องเดือดร้อนอะไร คงเพราะกำลังวุ่นวายอยู่กับความคิดในหัว จึงไม่รู้ว่า ถึงที่หมายเร็วกว่าปกติ ภายในห้างเต็มไปที่ผู้คนมากมายที่ต่างมารับประทานอาหาร ชายหนุ่มเดินตรงไปยังร้านเดิม เขามองเข้าไปในร้านและพบว่า อภิรักษ์ยังไม่มา จึงเลือกนั่งรอฝั่งตรงข้าม สิ่งแต่หลังจากนั่งรออยู่พักใหญ่ ชายหนุ่มก็ยังไม่มา...

เขาเริ่มแปลกใจเพราะที่ผ่านมาอภิรักษ์ไม่เคยผิดเวลา ยิ่งอีกฝ่ายบอกว่า เป็นเรื่องด่วนและรบเร้าให้ออกมาในเวลางานนั่นหมายถึง อภิรักษ์ยิ่งร้อนใจ

หม่อมราชวงศ์กนต์ธรตัดสินใจเดินเข้าไปในร้าน เขาเพิ่งผลักประตูเข้าไปตอนที่พนักงานเปิดประตูออกมาพอดี

“ใช่...คุณชายกนต์ธรหรือเปล่าครับ”

หม่อมราชวงศ์หนุ่มค่อนข้างประหลาดใจว่า เพราะเหตุใดพนักงานถึงรู้จักเขา
“คุณรู้จักชื่อผมได้ยังไง”

“คือ คุณอภิรักษ์สั่งเอาไว้ครับ บอกว่า ถ้าคุณมา ให้พาเข้ามานั่งในร้าน แต่เขาบอกว่า คุณชายสวมสูท ผมมองคุณนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแต่เห็นไม่สวมสูทก็เลยไม่แน่ใจว่า ใช่หรือเปล่า”
“แล้วอภิรักษ์ล่ะ เขาอยู่ที่ไหน ผมมารอตั้งนานแล้ว”

“คุณอภิรักษ์บอกว่า จะไปเอาของที่รถแล้วจะรีบกลับมาครับ”

หม่อมราชวงศ์กนต์ธรรับรู้ได้ถึงความไม่ชอบมาพากล จึงเอ่ยถาม
“ไปนานหรือยัง”

“พักใหญ่แล้วครับ ตอนแรกคุณอภิรักษ์บอกว่า จะไปแป๊บเดียวแล้วรีบกลับมาแต่จนป่านนี้ผมยังไม่เห็นกลับมาเลยครับ”

“อภิรักษ์ออกไปทางประตูไหน คุณพอจำได้ไหม”


หม่อมราชวงศ์กนต์ธรเริ่มหวั่นใจ เขารู้สึกได้ถึงสิ่งผิดปกติ คนอย่างอภิรักษ์ไม่เคยผิดเวลา อีกทั้งเมื่อเขาบอกอะไรก็จะทำเช่นนั้นเสมอ ครั้งนี้ต้องมีบางอย่างเกิดขึ้น ชายหนุ่มได้แต่ภาวนาขอให้มันไม่ใช่เรื่องเลวร้าย บริกรชี้ไปทางประตูทางออก

“ทางนั้นครับ”

หม่อมราชวงศ์กนต์ธรเดินตามออกไปอย่างร้อนใจ ประตูที่บริกรบอกมุ่งหน้าออกสู่ลานจอดรถซึ่งมีทั้งหมดสิบชั้น เขายังไม่รู้ว่า จะหาเพื่อนรักเจอได้ยังไง เนื่องจากไม่รู้ว่า อีกฝ่ายจอดชั้นไหน เขาจำได้แต่ว่า อภิรักษ์ขับรถรถสปอร์ทสีดำซึ่งน่าจะสะดุดตาพอสมควร หากถามจากยามน่าจะพอจำได้ หลังจากมองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นจึงตัดสินใจถามพนักงานรักษาความปลอดภัยที่เฝ้าอยู่บริเวณลาดจอดรถ โชคดีที่มียามคนหนึ่งจำรถได้


“ตรงนั้นครับ เดินขึ้นไปครึ่งชั้น”

หม่อมราชวงศ์กนต์ธรรีบตรงขึ้นบันได แต่ยังเดินไม่ถึงที่ซึ่งพนักงานบอกก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของหญิงสาวพร้อมกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้น เขาวิ่งไปยังต้นเสียงและเห็นว่า มีคนกำลังมุงดูอยู่ ยิ่งได้ยินเสียงตะโกนเรียกรถพยาบาล รวมถึงเสียงพนักงานรักษาความปลอดภัยพูดผ่านอุปกรณ์สื่อสารก็ยิ่งร้อนใจมากขึ้นอีก เขาสิ่งไปถึงจุดเกิดเหตุพอเห็นร่างเปื้อนเลือดนอนอยู่บนพื้นก็ตกใจสุดขีด หม่อมราชวงศ์กนต์ธรได้แต่ภาวนาว่า คนที่นอนอยู่ตรงหน้าตอนนี้จะไม่ใช่อภิรักษ์ เขาทรุดลงประคองเพื่อนรักขึ้น

“รักษ์ นายเป็นยังไงบ้าง อดทนไว้นะ รถพยาบาลกำลังมา” ใบหน้าอภิรัษ์ซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด ตรงอกมีบาดแผลถูกแทง เลือดสดพุ่งออกมาจนเปื้อนเสื้อแดงฉานไปหมด เขาพูดแทบไม่เป็นคำ หม่อมราชวงศ์กนต์ธรประคองศีรษะเพื่อนเอาไว้ ขณะที่อภิรักษ์พยายามลืมตาพร้อมทั้งบีบมือเขาแน่น น้ำเสียงขาดกระท่อนกระแทน

“รัน...นายมาแล้ว”

“ใครทำร้ายนาย บอกฉันสิ ใครทำ”

หม่อมราชวงศ์กนต์ธรแทบกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ เขาย่อมรู้ว่า ทางรอดของอภิรักษ์เหลือน้อยเต็มที บาดแผลถูกแทงตรงช่องอกมีเลือดไหลออกมาจำนวนมาก อภิรักษ์พยายามหายใจเข้าแต่ทำได้ยากเต็มที ริมฝีปากสีคล้ำ หม่อมราชวงศ์กนต์ธรยิ่งร้อนใจ ตะโกนเรียกยามซ้ำอีกครั้ง เขาไม่ต้องการสูญเสียเพื่อนที่ดีที่สุดไปต่อหน้าต่อตา


“ตามหมอมาด่วนที่สุด เราต้องพาคนเจ็บไปโรงพยาบาล ตามหมอสิ ได้ยินไหม ยืนเฉยอยู่ทำไม” หม่อมราชวงศ์กนต์ธรอดคิดถึงน้องชายขึ้นมาไม่ได้ หากกรกันต์อยู่คงจะบอกเขาได้ว่า ต้องปฐมพยาบาลยังไงตอนนี้ อภิรักษ์ยื้อมือชายหนุ่มไว้ เขาพยายามพูดแต่แทบไม่มีแรง


“อดทนไว้รักษ์ ฉันจะอุ้มนายไปหาหมอเอง ” เขาพยายามพยุงอภิรักษ์ขึ้นแต่เนื่องจากขนาดตัวที่ใกล้เคียงกันทำให้อีกฝ่ายทรุดลงไปอีก อภิรักษ์กุมมือเอาไว้ ส่ายหน้า

“ไม่...ฉันไปไม่ไหวหรอก.. รันนายต้องช่วย...”

“นายจะให้ช่วยอะไร บอกมาสิ”

มือที่บีบตรงท่อนแขนอ่อนแรงเต็มทีแต่ดูเหมือนคนเจ็บกำลังพยายามต่อสู้กับมัจจุราช เขามีบางอย่างต้องพูด ลมหายใจที่แผ่วผนวกกับเลือดและลมที่ทะลักออกมาจากรอยแผลตรงหน้าอกทำให้อภิรักษ์พูดแทบไม่เป็นคำ

“รับปากฉัน...นายต้องช่วยบัว”
“ทำไม น้องสาวนายเป็นอะไร”

“บัว..อยู่ในอันตราย...ช่วยบัว...ช่วยบัว”

เลือดสดพุ่งออกมาจากปากและจมูก ขณะที่อภิรักษ์หายใจเป็นเฮือกๆ หม่อมราชวงศ์กนต์ธรกอดเพื่อนรักเอาไว้ น้ำตาลูกผู้ชายไหลรินออกมา

“ได้ ฉันรับปาก ฉันจะดูแลน้องสาวนายเอง ไม่ต้องเป็นห่วง แต่ตอนนี้นายต้องอดทน หมอกำลังจะมา นายเป็นอะไรไม่ได้นะ”

ความโล่งใจกับรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของอภิรักษ์เป็นวูบสุดท้าย หลังจากนั้นมือของเขาก็ตกลงข้างกายเช่นเดียวกับเปลือกตาที่ปิดลง หม่อมราชวงศ์กนต์ธรมองเพื่อนรัก เขารู้สึกเหมือนตนเองจะขาดใจ เขาได้แต่ภาวนาว่า สิ่งที่เห็นนี้ไม่เป็นจริง อภิรักษ์ยังอยู่ เขาฝืนใจยื่นมือไปอังเหนือจมูก และก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่า เพื่อนรักไม่มีลมหายใจเสียแล้ว


“คุณชายพอทราบไหมครับว่า คุณอภิรักษ์มีศัตรูที่ไหนบ้าง”
มือทั้งคู่ที่เปื้อนเลือดตอกย้ำให้หม่อมราชวงศ์กนต์ธรต้องยอมรับว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องจริง อภิรักษ์เสียชีวิตก่อนที่จะส่งถึงมือหมอด้วยซ้ำ แพทย์ในรถฉุกเฉินพยายามช่วยปั้มหัวใจแต่ผ่านไปสองชั่วโมงทุกอย่างก็ไร้ผล เขาได้แต่มองความเคลื่อนไหวนั้นด้วยของตาร้อนผ่าว


หม่อมราชวงศ์กนต์ธรไม่โทษใคร เพราะเขารู้ดีว่า บาดแผลที่อภิรักษ์ได้รับนั้นสาหัสเพียงใด เขาถูกแทงหลายแผลด้วยกัน แพทย์แจ้งว่า แผลที่ถูกแทงตรงหน้าอกส่งผลให้มีการรั่วของเลือดและลม มีดได้แทงถูกบางส่วนของปอดและหัวใจส่งผลให้เขาเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว แต่ใครกันที่ทำร้ายคนดีๆ อย่างอภิรักษ์ได้นั่นคือ สิ่งที่หม่อมราชวงศ์กนต์ธรไม่เข้าใจ คิดมาถึงตอนนี้เขาก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ชายหนุ่มได้แต่นั่งนิ่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉินมองความวุ่นวายที่เกิดขึ้นตรงหน้า ตำรวจร้อยเวรที่รับผิดชอบตรงเข้ามาสอบปากคำทันทีที่มาถึง คดีนี้เป็นคดีที่อุกอาจเพราะเหตุเกิดขึ้นบนลานจอดรถของห้างสรรพสินค้า โชคร้ายที่ไม่มีผู้เห็นเหตุการณ์ อีกทั้งกล้องวงจรปิดบริเวณนั้นก็เสียอีกด้วย

“ผมไม่ทราบจริงๆ ครับ ผมกับอภิรักษ์เพิ่งพบกันเมื่อสองวันก่อน เขายังไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังเลย”
“บอกได้ไหมครับว่า คุณอภิรักษ์นัดคุณชายมาทำไม”

“รักษ์ยังไม่ได้บอกครับ ผมพยายามถามเขาทางโทรศัพท์ แต่เขาบอกว่า เรื่องด่วน ขอให้มาเจอก่อนแล้วจะเล่า แต่นึกไม่ถึงเลยว่า เขาจะถูกทำร้ายก่อนที่เราจะคุยกัน”

ตำรวจร้อยเวรพยักหน้า จดข้อมูลใส่สมุด เขาถามต่อ

“คุณชายกับคุณอภิรักษ์รู้จักกันมานานหรือยังครับ”

“เราเป็นเพื่อนเรียนด้วยกันตั้งแต่มัธยมจนถึงมหาวิทยาลัยครับ แต่พอเรียนจบผมก็ไปต่างประเทศ รักษ์ส่งข้อความมาหาผมทางเฟซบุ๊กบ้าง ทางไลน์บ้าง แต่ไม่บ่อยนัก คงเพราะเขางานยุ่ง”

“คุณชายพอทราบไหมครับว่า คุณอภิรักษ์เดือดร้อนเรื่องอะไร”

“ผมไม่รู้จริงๆ ครับ เขาบอกแค่ว่า มีเรื่องด่วนอยากเจอ บอกให้ผมรีบมา ซึ่งปกติแล้วรักษ์ไม่เคยทำแบบนี้ ผมเลยเดาเอาว่า เขาคงเดือดร้อนจริงๆ ถึงได้รีบมา แต่ผมประมาทเกินไป”
หม่อมราชวงศ์กนต์ธรโทษตัวเอง หากเขาตรงเข้าไปนั่งรอในร้านตั้งแต่แรก คงจะได้พบกับอภิรักษ์แล้ว หรือไม่เขาก็อาจตามออกไปได้เร็วกว่านี้ อภิรักษ์คงไม่ตาย

“อย่าโทษตัวเองเลยครับ เรื่องทั้งหมดนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด คุณชายได้คุยอะไรก่อนคุณอภิรักษ์จะเสียหรือเปล่าครับ”ตำรวจซัก หม่อมราชวงศ์กนต์ธรนิ่งและคิด สิ่งที่เดียวที่ดูเหมือนว่า เพื่อนรักจะเป็นห่วงก็คือ น้องสาวนั่นเอง

“เขาพูดถึงน้องสาว อยากให้ผมดูแลเธอ”

“น้องสาวหรือครับ แต่เท่าที่ผมทราบเธออยู่ต่างประเทศใช่ไหมครับ”

“ใช่ครับคุณตำรวจ รวินทร์รดาเรียนอยู่ที่อังกฤษ เธอมีกำหนดจะต้องกลับมาอาทิตย์หน้า รักษ์พูดแค่ว่า ให้ดูแลน้อง แล้วเขาก็สิ้นลม”

น้ำเสียงของกนต์ธรแหบแห้ง ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกว่า ตัวเองทำพลาด เขาควรจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับอภิรักษ์มากกว่านี้ตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่เจอกัน นายตำรวจจดข้อมูลทั้งหมดลงไป หลังจากนั้นก็ถามเรื่องส่วนตัวของเขาอีกนิดหน่อย พอได้เวลาก็พยักหน้า

“ขอบคุณคุณชายมากนะครับ วันนี้ผมคงพอแค่นี้ก่อน แต่ถ้าต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติมผมจะติดต่อกลับไปนะครับ”

หม่อมราชวงศ์กนต์ธรพยักหน้า เขารู้สึกอ่อนล้าเหลือกำลัง ชายหนุ่มก้มมองเสื้อเปื้อนเลือดเป็นวงกว้าง มองเงาสะท้อนในกระจก สภาพของเขาตอนนี้มอมแมมอย่างที่สุด ใครจะคิดว่า คุณชายรันแห่งสกุลสุวกุล จะมีสภาพเช่นนี้ ความอ่อนล้าเข้าเกาะกุมทุกๆ อณูในหัวใจ แค่คิดว่า ต้องหลับตาลงในคืนนี้ หม่อมราชวงศ์กนต์ธรก็ยิ่งรู้สึกขมขื่น เขาควรทำเช่นไรดี หากรวินทร์รดารู้ข่าวร้ายของพี่ชายจะเป็นยังไงบ้าง เขาต้องหาทางดูแลรวินทร์รดาตามคำสั่งเสียของเพื่อน แต่จะทำยังไงในเมื่อเขาไมได้เจอหล่อนนานแล้ว คนที่ไม่ได้เจอกันหลายปีจะยอมให้เขาเข้าไปก้าวก่ายเรื่องในชีวิตมากแค่ไหน แค่คิดก็พบกับปัญหาที่วุ่นวายจนไม่มีทางออกเสียแล้ว...


งานศพของอภิรักษ์เต็มไปด้วยแขกเหรื่อมากมายที่มาร่วมงาน คงเป็นเพราะบิดาของเขาค่อนข้างกว้างขวางในวงสังคม แม้วีเครดิตตอนนี้จะมีฐานะง่อนแง่น แต่ก็มีคู่ค้าหลายคนที่คุ้นเคยกันอยู่ นอกจากแขกของวุฒิชัยแล้วยังมีเพื่อนที่มหาวิทยาลัยมาร่วมงาน สมัยเรียนอภิรักษ์เป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อัธยาศัยดีทำให้มีเพื่อนสนิทแทบทุกคณะ

งานจัดขึ้นที่วัดย่านชานเมือง ภายในศาลาประดับประดาด้วยดอกไม้โดยรอบ คงเป็นฝีมือของวุฒิชัย แม้จะมีฐานะย่ำแย่แต่ก็อยากแสดงให้คนอื่นเห็นว่า ยังมีเงินเพื่อรักษาหน้า พวงหรีดซึ่งทำจากดอกไม้แขวนอยู่รายรอบศาลาถูกส่งมาจากคู่ค้าของธนาคาร ขณะที่บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า

วุฒิชัยนั่งอยู่แถวหน้าสุดคู่กับภรรยาสาววัยละอ่อนซึ่งแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าวาบหวิว คอเว้าลึก และกระโปรงผ่าสูงไม่เหมือนคนที่มางานศพด้วยความโศกเศร้าเลยแม้แต่น้อย หล่อนแต่งหน้าจัด ทาลิปสติกสีแดงสด ใบหน้าไม่ได้มีความโศกเศร้าเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวทำท่าทางเบื่อหน่ายที่ต้องลุกขึ้นยืนต้อนรับแขกเหรื่อที่ทยอยกันมาไม่ขาดสาย
หม่อมราชวงศ์กนต์ธรมาถึงงานพร้อมกับหม่อมเจ้าพีรพงษ์ หลังจากทำเคารพศพของผู้ตายด้วยการจุดธูป วุฒิชัยก็พาทั้งสองไปนั่งเก้าอี้แถวหน้าสุด หม่อมเจ้าพีรพงษ์ประทับเก้าอี้แถวหน้าพูดคุยกับวุฒิชัยและทักทายกัน หม่อมราชวงศ์กนต์ธรถือโอกาสนั้นมองสำรวจโดยรอบๆ เขาเห็นแขกเหรื่อมากหน้าหลายตานั่งอยู่เต็มศาลา ยิ่งมองไปโดยรอบก็ยิ่งรู้สึกหดหู่ยิ่งเห็นภาพถ่ายของเพื่อนรักที่ประดับอยู่ด้านหน้าสุด ก็รู้สึกคิดถึงอภิรักษ์จับใจ

รูปนั้นถ่ายตอนอภิรักษ์เรียนจบใหม่ๆ เป็นทริปเลี้ยงฉลองที่ต่างจังหวัด หม่อมราชวงศ์กนต์ธรเองก็ไปด้วย ทั้งสองสนุกกันอย่างสุดเหวี่ยงเพราะรู้ดีว่า นับจากตอนนั้นเส้นทางระหว่างทั้งสองคนจะไม่ค่อยได้พบกันบ่อยนัก หลังเรียนจบเขากับอภิรักษ์ยังติดต่อกันเป็นระยะ มีเว้นช่วงไปคือ ตอนที่หม่อมราชวงศ์กนต์ธรไปต่างประเทศ ไม่นึกเลยว่า การพบกันเมื่อหลายวันก่อนจะเป็นครั้งสุดท้าย แต่ปริศนาที่ค้างคาก็คือ ใครคือ ฆาตกร และสิ่งที่อภิรักษ์ต้องการจะเล่าให้ฟังคือ อะไรกันแน่

ข้อมูลจากทางตำรวจยังไม่คืบหน้ามากนัก เบื้องต้นทีมสอบสวนตั้งข้อสันนิฐานไว้ว่า น่าจะมาจากปมขัดแย้งทางธุรกิจและการเงิน เนื่องจากธนาคารวีเครดิตของวุฒิชัยกำลังถูกล้มละลาย อภิรักษ์อาจพยายามทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขสถานการณ์หรือไม่ก็อาจเป็นคู่ค้าที่ได้รับผลกระทบจากธนาคารจึงเกิดความแค้น ไม่น่าเชื่อว่า วุฒิชัยจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ บ้านและสมบัติจะต้องถูกยึดเพื่อใช้หนี้ รวมถึงที่ดินที่ต้องถูกขาย หม่อมราชวงศ์กนต์ธรสังเกตว่า วุฒิชัยมีสีหน้าเคร่งเครียด ผิดกับภรรยาสาวที่ดูจะสนอกสนใจความงามมากกว่า สังเกตได้จากการที่ยกกระจกขึ้นมาส่องแทบจะตลอดเวลา

พระสวดพระอภิธรรมอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง หม่อมราชวงศ์กนต์ธรตั้งสมาธิเพื่อระลึกถึงเพื่อนรัก และอุทิศผลบุญไปให้อภิรักษ์ในภพหน้า ระหว่างพักกลับมีหญิงสาวคนหนึ่งเดินสวนทางเข้ามา การแต่งกายที่แปลกตากว่าคนอื่นๆ ผนวกกับสีผมซึ่งเป็นสีรุ้งทำให้แขกทุกคนต่างหันไปมอง วุฒิชัยเป็นคนแรกที่จำหญิงสาวได้ เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้านหน้าตรงเข้าไปหา ตวาดเสียงดังลั่นด้วยความโมโห

“นี่แกจงใจฉีกหน้าฉันใช่ไหม ทำไมถึงได้แต่งตัวแบบนี้มางานศพ”

ไม่แปลกหรอกที่วุฒิชัยจะโกรธเพราะขนาดหม่อมราชวงศ์กนต์ธรเองยังคิดว่า หญิงสาวแต่งกายไม่เหมาะสำหรับการมาร่วมงานศพเลยแม้แต่น้อย เสื้อยืดสีสด กับกางเกงขาสั้นกุดเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนกลมกลึงทำให้หล่อนดูเป็นจุดเด่น ยิ่งผนวกกับผมที่ถูกย้อมจนเป็นสีรุ้งทำให้หญิงสาวดูเปรี้ยวเกินกว่าเป็นคนมาร่วมแสดงความเสียใจในการจากไปของอภิรักษ์ ถ้ามองในอีกแง่หนึ่งก็เป็นได้ว่า หญิงสาวอาจจะเพิ่งลงจากเครื่องและรีบร้อนมางานศพจนไม่มีเวลาเปลี่ยนชุดก็เป็นได้ เขาสังเกตเห็นว่า หล่อนตาบวมเป่งเหมือนคนร้องไห้อย่างหนัก รวินทร์รดาไม่ได้เกรงกลัวบิดา หล่อนจ้องหน้า โต้กลับเสียงแข็ง

“ทำไมจะไม่ได้...หนูแค่มาเคารพศพพี่รักษ์เฉยๆ”

“ไปเปลี่ยนชุดใหม่เดี๋ยวนี้ ใครใช้ให้แกใส่กางเกงสั้นแค่คืบแบบนี้ ที่เมืองนอกครูเขาไม่เคยสอน หรือไงเรื่องมารยาทสังคม”
มือยื้อยุดฉุดกระชากเพื่อลากหญิงสาวออกจากศาลา แต่รวินทร์รดาก็ยื้อไว้ เสียงที่ดังกับการยื้อยุดทำให้แขกเหรื่อพากันหันไปมอง

“หนูไม่ไป พ่ออย่ามายุ่งกับหนู”

หล่อนสะบัดมือออก กอดอกจ้องตาตอบ วุฒิชิยยิ่งโมโห

“ฉันจะยุ่ง แกอยากให้ฉันอายจนต้องเอาปี๊บคลุมหัวหรือไง บอกว่า ให้ออกไปยังไงล่ะ”
พัสวีเป็นฝ่ายลุกขึ้นมา หล่อนแตะมือตรงท่อนแขนวุฒิชัยและกระซิบ

“ใจเย็นๆ ค่ะคุณ คนมองกันใหญ่แล้ว ถ้าบัวอยากใส่ชุดนี้ก็ให้ใส่ไปเถอะค่ะ เราไปนั่งฟังพระสวดต่อกันดีกว่า”

วุฒิชัยหันมาส่งสายตาคาดโทษบุตรสาว แต่หล่อนก็ยังจ้องมองกลับไม่ลดละ เขาหันไปสั่งคนขับรถที่ปรี่เข้ามาหา

“แกรีบไปหาชุดมาให้คุณหนูเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ และถ้าหากางเกงที่สุภาพว่า นี้ไม่ได้ละก็ ไม่ต้องให้เข้ามาอีกเข้าใจไหม ไป”

หญิงสาวทำท่ายื้อเหมือนจะไม่ยอม แต่แล้วคนขับรถก็โค้งพร้อมกับดึงตัวหล่อนออกไปจนได้ หม่อมราชวงศ์กนต์ธรมองตามไปจนสุดสายตา

ผู้หญิงคนนี้นะหรือคือ... รวินทร์รดา น้องสาวคนเดียวของอภิรักษ์ หล่อนดูเปรี้ยวเกินงามแถมยังดื้อดึง ขนาดบิดาหญิงสาวยังกล้าเถียงกลับ หม่อมราชวงศ์กนต์ธรเริ่มไม่แน่ใจเสียแล้วว่า จะทำตามคำสั่งเสียของอภิรักษ์ได้หรือไม่ เขายังไม่แน่ใจว่า หล่อนจะมีปฏิกิริยายังไงไปบ้าง ถ้าหากบอกว่า อภิรักษ์ต้องการให้เขาดูแล บางทีอาจถูกตอกกลับจนหน้าหงายก็เป็นได้ แต่เพื่อเพื่อนรักยังไงก็ต้องลองดู เขาหันไปมองรูปอภิรักษ์อีกครั้งพึมพำในใจ

“นายช่วยฉันด้วยนะรักษ์ ช่วยให้น้องนายเข้าใจ”

หม่อมราชวงศ์กนต์ธรหันหน้ามาฟังพระสวดต่อ นับตั้งแต่คนขับรถลากตัวหญิงสาวออกไป ใบหน้าของวุฒิชัยก็บึ้งตึง เขายังจำสิ่งที่อภิรักษ์เล่าให้ฟังในครั้งสุดท้ายที่เจอกันได้

“บัวทำทุกอย่างเพื่อประชดพ่อ...น้องสาวฉันเป็นคนน่าสงสาร”

ครั้งสุดท้ายที่เขาเจอกับรวินทร์รดาคือ สมัยเด็กคงจะเกินสิบปีแล้ว เวลาที่ผ่านไปได้เปลี่ยนเด็กหญิงน่ารักให้กลายเป็นหญิงสาวแต่งตัวจัด หม่อมราชวงศ์กนต์ธรรู้ดีว่า การที่หญิงสาวทำแบบนี้เพื่อประชดและเรียกร้องความสนใจ แต่ยิ่งรวินทร์รดาทำตัวเหลวไหลมากเท่าไหร่ วุฒิชัยก็ยิ่งไม่สนใจมากเท่านั้น หม่อมราชวงศ์กนต์ธรนั่งรออยู่นานจนพระสวดเสร็จจึงเห็นหญิงสาวกลับเข้ามาเคารพศพอีกครั้ง หล่อนเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อยืดสีดำกับกางเกงขายาว ใบหน้าซูบซีดเพราะเช็ดเครื่องสำอางออกหมด ขอบตาบวบช้ำเพราะการร้องไห้อย่างหนัก กระเป๋าเดินทางใบย่อมที่วางอยู่ด้านข้างบอกว่า เจ้าตัวคงเพิ่งลงเครื่องและตรงมาที่วัดทันที

แขกส่วนใหญ่ทยอยกันออกจากศาลา ขณะที่วุฒิชัยก็ออกไปส่งแขก หม่อมเจ้าพีรพงษ์เสด็จไปที่รถ หม่อมราชวงศ์กนต์ธรที่ถ่วงเวลาเอาไว้

“เสด็จพ่อกลับก่อนได้ไหมครับ บังเอิญผมมีธุระ”

“แล้วลูกจะกลับยังไง “

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมเรียกแท็กซี่กลับได้ ผมมีบางอย่างต้องจัดการ”
หม่อมเจ้าพีรพงษ์พยักพระพักตร์ ทรงเดินออกไปจากศาลาโดยมีคุณวุฒิชัยเดินไปส่ง หม่อมราชวศ์กนต์ธรเดินเลี่ยงไปหาคนที่ต้องการ เขาสังเกตเห็นว่า รวินทร์รดาคุกเข่าอยู่หน้ารูปของอภิรักษ์และคลานเข่าเข้าไปจุดธูป มือประนม ขณะที่น้ำตาไหลพรากลงอาบสองแก้ม

สีหน้าของหล่อนเต็มไปด้วยความเศร้า ริมฝีปากเม้มแน่น ความปวดร้าวฉายชัด ถึงไม่พูดแต่ก็รู้ว่า เจ้าตัวคงเสียใจมากเพียงใด เขาอดคิดถึงคำสั่งเสียสุดท้ายของอภิรักษ์ไม่ได้

“นายต้องรับปากฉันว่า จะดูแลบัว ช่วยน้องสาวฉันด้วย”

หม่อมราชวศ์กนต์ธรยังคิดไม่ออกว่า ควรเริ่มกับหญิงสาวอย่างไรดี เพราะเขากับหล่อนแทบจะไม่เคยคุยกัน ครั้งสุดท้ายที่เจอก็คือ ตอนที่หญิงสาวยังเด็ก ชายหนุ่มเฝ้ามองไหล่บางที่สั่นไหว ตั้งใจจะเอื้อมมือไปแตะบนไหล่เพื่อปลอบ แต่แล้วกลับมีเสียงดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน

“คุณชายกนต์ธรมาอยู่ที่นี่เอง”

เป็นภรรยาสาวของวุฒิชัยนั่นเอง เขาเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ
“คุณรู้จักผมด้วยหรือครับ”

“รู้จักสิคะ มีใครบ้าง ไม่รู้จักคุณชายกนต์ธร ผู้บริหารไฟแรงของบริษัท เอสพี พร็อพเพอร์ตี้”
“คุณมีอะไรกับผมหรือเปล่า คุณพัสวี”

“มีสิคะ ฉันมีเรื่องสำคัญมากเกี่ยวกับคุณอภิรักษ์ อยากจะปรึกษาคุณ ขอเวลาฉันสักครู่ได้ไหม”

แม้จะไม่อยากคุยกับหญิงสาวเพราะได้ยินกิตติศัพท์หลายอย่างของพัสวีแต่หม่อมราชวงศ์กนต์ธรก็เลี่ยงไม่ได้ เขาจึงตอบไปว่า

“ก็ได้ครับ หวังว่า คงสำคัญจริงๆ นะครับ เพราะผมมีธุระต้องทำเช่นเดียวกัน”




tangtangmeow
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 18 ก.พ. 2561, 19:41:24 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 18 ก.พ. 2561, 19:41:24 น.

จำนวนการเข้าชม : 811





<< บทที่ ๒ แรกพบ   บทที่ ๔ คู่กัด >>
แว่นใส 21 ก.พ. 2561, 07:31:39 น.
เมียพ่อวางแผนหรือเปล่านะ


tangtangmeow 27 ก.พ. 2561, 11:05:24 น.


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account