พนาพร่ำรัก: หอมดึก (ปลายปากกาสำนักพิมพ์)
เมื่อ 'พนสณฑ์' ทายาทเจ้าสัวพันล้าน ถูกกลั่นแกล้งให้รับมรดกเป็นที่ดินรกร้าง พร้อมเงื่อนไขต้องสร้างเงินล้านให้ได้ภายในปีเดียว แถมยังพ่วงเมียขัดดอก ลูกสาวนักพนันมาด้วย จะไหวไหมงานนี้...


***************

นิยายเรื่องนี้เขียนโดย "หอมดึก" และได้ตีพิมพ์กับ "ปลายปากกาสำนักพิมพ์ (Plaipakka Publishing)" ซึ่งกำลังวางจำหน่ายอยู่ในตอนนี้ค่ะ ทีมงานปลายปากกาสำนักพิมพ์จึงนำมาลงให้ได้อ่านกัน ประมาณ 60-70% ของเรื่องนะคะ ใครชอบแนวโรแมนติก น่ารักละมุน หวานซึ้ง มิควรพลาดจ้า เพราะพ่อสณฑ์ของเราถึงแม้จะเป็นพระเอกสายโหด แต่ขยัน ‘รัก’ เมียสุดหัวใจ พ่วงด้วยความฮาแบบชาวบ้านตามท้องไร่ท้องนา บทเลิฟซีนสวย #รับประกันความสนุก!


**************

นักอ่านท่านใดสนใจ มีทั้งแบบ eBook และแบบรูปเล่มนะคะ

**สำหรับแบบรูปเล่มวางจำหน่าย 3 ช่องทาง***
-ศูนย์หนังสือจุฬาฯ
-ร้านนิยายออนไลน์ ได้แก่ ร้านนิยายรัก.com และร้าน booksforfun
-สั่งซื้อกับสนพ.โดยตรงโดย inbox หาแอดมินเพจปลายปากกาสำนักพิมพ์


(หนังสือพร้อมส่ง)


ราคา 329฿
ค่าจัดส่งลงทะเบียน 40฿ (รวมเป็น 369฿)
ค่าจัดส่ง EMS 60฿ (รวมเป็น 389฿)

หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจ "ปลายปากกา สำนักพิมพ์"

**แบบ eBook มีวางจำหน่ายที่เว็บ Mebmarket**
Tags: แบดบอย ทายาทเศรษฐี ลูกสาวนักพนัน เมียขัดดอก น่ารัก ละมุน คู่ชีวิต ท้องไร่ท้องนา

ตอน: บทที่ 3 -80%

“ทำไมยังไม่ตื่นอีกนะ”

คนที่โผล่เข้าๆ ออกๆ ห้องนอนกับระเบียงบ้านบ่นพึมพำ พนสณฑ์ตื่นนานแล้ว ต้มกาแฟให้ตัวเองไปสองแก้ว แถมจัดการทำข้าวต้มใส่ไข่ร้อนๆ ไว้หม้อใหญ่อีกต่างหาก น้ำร้อนสำหรับชงชาก็พร้อมสรรพ แต่คนป่วยยังไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นมาง่ายๆ แดดอ่อนๆ เริ่มเลียยอดไม้ ลมภูเขาโชยชายมาน่าสบาย

เขานั่งจิบกาแฟอีกแก้ว ตาจับจ้องที่ประตูห้องนอน มองร่างเล็กๆ ในมุ้งบางเบาสลับกับแฟ้มเอกสารในมือ พวกรายการเบิกจ่ายซื้ออะไหล่รถราคาแพงลิ่ว พร้อมเอกสารการนำเข้ารถจากต่างประเทศที่ชัยเอามาให้ เขาต้องดูอย่างถี่ถ้วน

‘พักหลังๆ นี่ชักยุ่งยากนะนาย พวกมีสีชักจะยุ่งมากขึ้นทุกที ของเรานำเข้าถูกกฎหมายก็ยังต้องมีรางวัลให้ วันก่อนท่านศาลาวัดคนใหม่ ยังมาขอดูรถสปอร์ตบอกจะซื้อให้ลูกชาย แถมมาขอราคาพิเศษอีก เงินเป็นล้านๆ มาขอกันง่ายๆ’ ชัยบ่นยาวเหยียด พนสณฑ์รู้ดีว่าธุรกิจของเล่นราคาแพงพวกนี้มักมีผู้ต้องการส่วนแบ่งเสมอ เขาจึงพยายามทำให้ถูกต้องไว้ก่อน

‘ถ้าเรื่องมันมากนักก็เลิกนำเข้ามาเถอะลูก พ่อว่ากิจการอู่อย่างเดียวก็เหนื่อยจะแย่ กี่สาขาเข้าไปแล้วล่ะ’

‘ผมชอบรถสปอร์ตนี่ครับป๋า นำเข้ามาก็ให้พรรคพวกคอเดียวกันได้ใช้ ไม่เป็นไรหรอกครับ พวกผมก็มากเหมือนกัน ผมไม่ประมาท’

เขาบอกบิดาแบบนี้เสมอ

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณสณฑ์ตื่นเช้าจัง หิวหรือยังคะ”

ภรรยาโลกสวยของเขาตื่นแล้ว เสียงแหบแห้งแบบนั้นยังจะพยายามทำให้ร่าเริงอีก ดูสิ หน้าซีด ปากซีด ผมยุ่งพันกัน น่ารักเสียจริง

น่ารักเหรอ อืม กะโปโลเหมือนลูกแมวคลุกไหมพรมมากกว่า

“เป็นยังไงบ้าง”

“มึนหัวนิดหน่อยค่ะ สงสัยเพราะฤทธิ์ยา ไข้หายแล้ว คุณสณฑ์ติดไปบ้างหรือเปล่าคะ เมื่อคืน...เอ่อ...อาจจะติดไข้” หล่อนถามเองหน้าแดงเองเลยแก้เก้อด้วยการนั่งลงที่ม้านั่งตรงข้ามกับเขา มองถ้วยชาที่เขากำลังรินน้ำร้อนใส่ให้ หัวใจอุ่นวาบขึ้นมาทันควัน

“ถ้าจะติดต้องใกล้กว่านี้หน่อย”

“คะ?”

“ผมสบายดี แข็งแรง” เขาว่ายิ้มๆ

“ผมทำข้าวต้มไว้ หิวหรือยัง อาจจะไม่ค่อยอร่อย ทนกินเอาหน่อย” เขาลุกไปตักข้าวต้มมา หล่อนมองตามทำตาโต สามีของหล่อนสงสัยจะเสพติดการสั่งขนาดหนัก

“ใส่เกลือนิดหน่อย คงไม่เค็มมาก หน้าตาไม่ดีเท่าไหร่ จำได้ลางๆ ว่า นายแม่เคยต้มแบบนี้ให้กิน” เขาพูดแก้เขิน หล่อนลอบมองดวงหน้าคมสัน จมูกโด่งเป็นสันสวยเหมาะเจาะกับคิ้วคางเข้มขรึมแบบไทยแท้ หล่อนหยิบช้อนมาตักข้าวต้มแฉะๆ จืดๆ เข้าปาก คำแล้วคำเล่าจนหมดชาม พ่อครัวจำเป็นอมยิ้มเม้มปากแน่น หัวใจพองขึ้นคับอกพอๆ กับท้องน้อยๆ ของภรรยาจำเป็น เขารู้ว่ารสชาติมันคงสุนัขไม่รับประทานแน่ๆ แต่หล่อนตักเอาๆ ราวกับว่ามันอร่อยนักหนา น่ารัก น่ารักอีกแล้วนะลูกแก้ว

“อร่อยค่ะ คล่องคอดี ปกติลูกแก้วจะชอบเหยาะซีอิ๊วนิดหน่อย เจียวกระเทียมใส่อีกนิดเพิ่มความหอมค่ะ แต่อ้วน ทานแบบนี้ดีค่ะ ข้าวต้มไข่แท้ๆ” หล่อนเข้าใจชมพร้อมกับสอนเขาทำข้าวต้มไปในตัว

“ฮื้อ?” พนสณฑ์ทำเสียงนั้นในลำคอ ไม่แน่ใจว่าหมายความว่าอะไร เขามองหล่อนกินยาตามด้วยน้ำอุ่นเงียบๆ

“คุณสณฑ์คะ”

“ลูกแก้ว”

ทั้งสองเรียกชื่อกันและกันขึ้นพร้อมๆ กัน ก่อนจะเบือนหน้าไปยิ้มกันคนละทาง

“คุณว่ามาก่อนเลย”

“ค่ะ พอดีว่าเมื่อวานฉันคุยกับพวกชาวไร่ เขาว่าร้านที่รับซื้อหัวมันกดราคามากทีเดียว เอากำไรตั้งสามสี่เท่า ฉันคิดว่าถ้าเราพอมีเงินรับซื้อจากพวกชาวบ้านไปขายเองบ้าง แม้จะไม่กดราคาก็ยังได้กำไรตั้งเท่าตัวนะคะ”

“งั้นรึ ท่าทางจะไม่เลว ผมพอมีเงินอยู่บ้าง ลองดูก็ได้นะผมว่าจะซื้อไอ้แก่คันนั้นจากลุงพร้อม เอามาใช้งานในไร่ จ้างแกขับไปด้วย รับจ้างขนมันทั่วไป ยังงี้ถ้าเรารับซื้อผลิตผลทางการเกษตรก็เหมาะเลย ใช้รถคันนี้ได้เลย ผมจะซ่อมให้เอี่ยม”

“จริงหรือคะ ดีจังเลย เห็นไหมคะ เราคิดหาทางทำเงินได้แล้ว ใกล้เงินล้านเข้าไปอีกนิดแล้วล่ะค่ะ” รุจิรัตน์ร้องด้วยความดีใจ ดวงตาที่ยังปรือเพราะพิษไข้วาววามน่ามองไม่น้อย

“ต้องปรับที่ทำลานรับซื้อมัน คุณพักผ่อนนะ วันนี้ผมจะเรียกลูกน้องมาคุย”

“ได้สิคะ แต่ความจริงฉันสบายดีแล้ว คิดว่าสายๆ จะเดินไปคุยกับชาวไร่แถวๆ นี้เผื่อเราจะได้คู่ค้าเพิ่มดีไหมคะ”

“พักผ่อนเถอะน่า เดี๋ยวผมจัดการเอง” เขาดุทั้งปากทั้งตา รุจิรัตน์หน้าสลดไปหน่อย แต่ก็ฝืนยิ้มจนได้ เอาเถอะ ไว้เขาออกไปจากไร่แล้วเราค่อยไปคุยกับชาวไร่ก็ได้นี่นา ดีกว่ามามัวทะเลาะกันเปล่าๆ หล่อนนึก



****************



บรื้นๆ

ตกบ่ายเสียงเร่งเครื่องยนต์ดังกระหึ่มขุนเขา ก่อนที่เจ้ารถรูปร่างแปลกตาสีเหลืองคาดดำเป็นมันปลาบจะโฉบเข้ามาจอดหน้ากระท่อมน้อยกลางไพรกว้าง มันให้ความรู้สึกขัดกันเสียนี่กระไร

“มาแล้วนาย ควบเจ้าผึ้งหลวงคู่ใจนายมาด้วยน้า” เสียงช่างชัยดังมาก่อนตัว มิใยต่อสายตาเหี้ยมเกรียมปานจะกินเลือดกินเนื้อของนายที่มองมาจากบนเรือนไม้

“ไอ้หอก เสือกขับมาทำไมวะ”

“อ้าว เอามาอวดนายหญิงไง ของมีต้องใช้”

“ไอ้ทึ่ม เจ้าของอู่ซ่อมรถกระจอกๆ ที่ไหนจะขับไอ้นี่ โน่นเขามาแล้ว เอ็งแก้เงื่อนให้ข้าเลย”

“สวัสดีครับนายหญิง ไม่สบายเหรอครับ นายใช้งานหนักหรือไง” ชัยเย้าแหย่ พลางยกมือไหว้จนรุจิรัตน์รับไหว้แทบไม่ทัน หญิงสาวปรายตามองรถสปอร์ตหรูคันนั้นนิ่งๆ

“รถลูกค้าน่ะครับ ชัยเพิ่งซ่อมเสร็จเลยแอบเอามาซิ่งอวดสาว นายทำบ่อยฮะ ขับรถลูกค้าโฉบไปโฉบมา จริงไหมนาย”

“พูดมาก ไหนรถที่สั่งให้เอามาทำงาน”

“โน่น ทั้งแบ็กโฮ หกล้อ แทรกเตอร์พร้อมขับ นายจะให้เริ่มตรงไหน” นายชัยบุ้ยปากไปทางขบวนรถเครื่องจักรหนักๆ ที่ทยอยกันวิ่งเข้ามาในไร่

“ทำลานมันตรงไหนดีคุณ”

“ไกลๆ หน่อยดีไหมคะ ป้องกันกลิ่น”

“ก็ดี งั้นฟากเขาทางโน้นนะติดถนนใหญ่ ใต้ลม ที่พอมองเห็นลิบๆ นั่น”

“ตามใจคุณสณฑ์เถอะค่ะ ช่างชัยทานอะไรมาหรือยังคะ มากันกี่คน ฉันจะได้เตรียมอาหารเที่ยงไว้ให้”

“ราวๆ ห้าหกคนครับนายหญิง”

“อย่ายุ่งยากเลยน่า ลงไปซื้อเอาในหมู่บ้านก็ได้”

“ไม่ ไม่ได้ค่ะ ฉันทำได้นะคะ” รุจิรัตน์ยืนกราน เม้มริมฝีปากแห้งผาก เรื่องอะไรเขามาสั่งห้ามหล่อนทำนั่นทำนี่กันล่ะ

“เอ้า ตามใจ ตกกลางคืนมาอย่ามาร้องไข้ขึ้นก็แล้วกัน” พนสณฑ์ว่า นายชัยทำตาโตพลางนึก แหม มีการห่วงหาอาทรกันขนาดนี้ ถึงขั้นไหนกันแล้วนะนี่ หวานละมีข่าวดีรายงานท่านแล้วโว้ย

เงินเนรมิตได้ทุกอย่าง เห็นจะจริงอย่างนั้น

รุจิรัตน์มองอำนาจเงินของสามีในนามเนรมิตป่ารกร้างให้เป็นลานกว้าง ในไม่กี่ชั่วโมง ตามมาด้วยการปรับพื้นดิน เตรียมเทปูน ลาดซีเมนต์ ติดตั้งหลอดไฟและเครื่องปั่นไฟเครื่องใหม่ ได้ยินเจ้านายใหญ่ที่ยังไม่ได้นั่งตั้งแต่เริ่มงานปรึกษากับช่างชัยว่าจะสร้างอาคารเล็กไว้ด้วยหนึ่งหลัง คนงานที่หามาได้จากในหมู่บ้านกำลังถากถางป่า เตรียมขุดหลุมลงเสาขึงรั้วลวดหนามเพิ่มเติม

“สามสิบห้าไร่แน่ะนาย ล้อมรั้วทั้งหมดเลยใช่ไหมครับ”

ช่างที่มาด้วยอีกคนถาม เขาเป็นคนคุมงานสร้างรั้ว

“ใช่ ทางด้านที่ติดกับลำธารให้ทำประตูออกไปด้วยก็แล้วกัน เผื่อจะออกไปพักผ่อน”

“คนงานจะค้างที่นี่นะนาย ผมจะกลับอู่ไปรายงานความคืบหน้าให้ป๋ากับนายแม่ฟัง ป่านนี้รอใจจดใจจ่อ ท่านอยากมาด้วย อยากเห็นหน้าลูกสะใภ้”

“อย่าเพิ่งให้มาเลยว่ะ อะไรๆ มันยังไม่เรียบร้อย”

“อะไรกันนาย ป่านนี้แล้วยังไม่เรียบร้อยอีกเรอะ”

“ไอ้หอก จะไปไหนก็ไปไป๊ เอาราชรถของแกกลับไปด้วย อยู่ป่าอยู่เขาเสือกจะให้กูขับสปอร์ต”

“แหม ทำคุณบูชาโทษ เป็นพระสังข์ทองอยู่ดีๆ ริจะเป็นเจ้าเงาะป่า รีบๆ ถอดรูปเข้านาเดี๋ยวรจนาก็ทนลำบากไม่ไหว หนีไปก่อนพอดี ดูสิเอาลูกเขามาลำบาก” ช่างชัยบ่นแล้วก็หลบปลายเท้านายหวือ สาวเท้ายาวๆ กลับ ไปสั่งงานลูกน้องสองสามคำก็บึ่งเจ้าผึ้งหลวงแรงม้าสูงออกไป

“ต้องขอโทษด้วยนะจ๊ะ ที่หลับที่นอนคงลำบากสักหน่อย อาหารการกินพอกันไหม ถ้าไม่พอฉันมีเครื่องกระป๋องอยู่มาก มาเอาไปสักลังดีไหม” เสียงนายหญิงร่างเล็กดังระรื่นหูแม้จะปนเสียงหวัดขึ้นจมูกหน่อยๆ พนสณฑ์ขี้เกียจจะห้าม บอกอย่างไร เจ้าหล่อนก็ยังออกมาตากแดดตากลมอยู่ที่บริเวณก่อสร้างทั้งวันจนตกค่ำ

“พวกผมสบายดีครับนายหญิง”

“นี่กาแฟ เป็นแบบสำเร็จพร้อมชงนะจ๊ะ อาจจะไม่ค่อยอร่อยนัก   คงพอแก้ขัดได้บ้าง ความจริงเรามีหม้อต้มกาแฟไฟฟ้าแต่ไม่มีไฟฟ้านี่สิ” นายหญิงชวนคุยให้ขันไปด้วย เรื่องความลำบากกลายเป็นความตลกไปเสีย

“ขอบคุณครับนายหญิง”

“ยากันยุงอยู่ในกล่องนะจ๊ะ กลางคืนยุงชุมทีเดียว” หล่อนบอกแล้วก็ขอตัวเดินกลับไปที่กระท่อม ปล่อยให้พนสณฑ์สนทนากับคนงานของเขาต่อไป

“ยุ่งดีไหมล่ะผู้หญิง” นายหนุ่มบ่นไม่จริงจังนัก

“ไอ้ผู้ชายอย่างเราก็รักแบบยุ่งๆ อย่างนี้ทั้งนั้นนะนายนะ แหมนายหญิงตัวนิดเดียวคล่องแคล่วชะมัด”

“ออกจะจุ้นจ้าน หัวดื้อต่างหากล่ะ”

เขาบ่น ลูกน้องก้มหน้างุดอมยิ้ม

“พักผ่อนให้สบายพรุ่งนี้งานยังมีอีกมาก แต่จะมีคนงานชาวบ้านแถวนี้มาช่วยอีกสี่ห้าคน ขาดเหลืออะไรให้บอก”

“ครับนาย”

พนสณฑ์ผละจากลูกน้องก็เดินกลับไปสตาร์ตเครื่องปั่นไฟให้พลังงานและแสงสว่างเสริมกับระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งไว้ อาหารมื้อค่ำของเขาและหล่อนเรียบร้อยไปพร้อมๆ กับคนงานแล้ว เขาพบภรรยาสาวกำลังโรยเมล็ดผักในแปลงผักหลังกระท่อมและใช้ฝักบัวรดน้ำแปลงผักยาวๆ สามสี่แปลงนั่นอย่างตั้งอกตั้งใจ

หล่อนไม่จามแล้วแต่มีอาการไอเป็นระยะๆ ดูเหมือนเจ้าตัวพยายามใช้ผ้าอุดปากเวลาไอ คงกลัวเขาได้ยินเข้า

อย่างนี้จะไม่ให้เรียกว่าหัวดื้อได้ยังไง หล่อนทำตัวเหมือนเด็กนักเรียนโรงเรียนประจำที่เพิ่งได้ออกมาใช้ชีวิตในโลกภายนอกเป็นครั้งแรก ถึงได้อยากทำทุกอย่างโดยไม่ห่วงสุขภาพของตัวเองเลยสักนิด

สำหรับพนสณฑ์เขาชินเสียแล้วเพราะถูกเลี้ยงมาให้สู้ชีวิต แม้บิดามารดาจะพอมีทรัพย์บ้าง เขาก็ไม่เคยได้อะไรมาเปล่าๆ โดยไม่เสียเหงื่อ แรงกายแรงใจ เขาจึงรักความท้าทายเพราะมักจะได้รางวัลเป็นความสำเร็จอยู่เสมอ แต่เขาไม่ชอบความลำบากที่ดูไร้สาระนี้ เพราะมันเป็นเกมที่ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย แต่ก็นั่นแหละ พนสณฑ์มั่นใจว่าเขาจะต้องเอาชนะมันได้อีก แต่สำหรับรุจิรัตน์นี่คือการใช้ชีวิตจริงๆ ครั้งแรกของหล่อน

“ปลูกผักอะไรบ้างล่ะ”

“อุ๊ย” หล่อนสะดุ้ง หันมาทำหน้าแหยๆ มืดๆ ค่ำๆ คนตัวเข้มยังมายืนอยู่ข้างหลังอีก

“ผักกาดขาวกับผักบุ้งค่ะ ได้มาจากป้านวล ผักอื่นๆ ยังไม่ได้ไปหาซื้อมา”

“จริงสิ ว่าจะพาคุณเข้าเมืองหลายหนละก็ยังไม่ได้ไป”

“ไม่เป็นไรค่ะ เรากำลังยุ่ง”

“แล้วนี่หายดีแล้วหรือ ออกมาตากแดดตากลมแบบนี้”

“หายแล้วค่ะ”

“ผมเห็นคุณไอ”

“โธ่ จะไม่ให้ไอเลยเชียวหรือคะ กำลังค่อยๆ หายค่ะเจ้านาย” หล่อนประชดให้ วันนี้ทั้งวันเขาเอาแต่ดุหล่อนอยู่ได้ ความจริงหล่อนไม่ใช่คนไม่ได้เรื่องขนาดนั้นสักหน่อย อย่างนี้คนงานคงคิดว่าหล่อนเป็นนายหญิงเหยาะแหยะไม่ได้เรื่องล่ะสินะ

“ถ้าคุณป่วยก็ต้องไปหาหมอ นอนโรงพยาบาล คราวนี้ล่ะงานจะล่าช้า” เขาพูดเสียงเครียด เพราะไม่เคยมีใครขัดใจสักที ตั้งแต่เขาโตเป็นหนุ่มทั้งบิดามารดาก็วางมือปล่อยให้เขาคุมกิจการเองเกือบทั้งหมด คำสั่งของพนสณฑ์คือวาจาสิทธิ์

เขาลืมไปว่านี่คือเมีย ไม่ใช่ลูกน้อง

“ฉันรับรองว่าจะไม่ทำตัวเป็นภาระหรือตัวถ่วงของคุณหรอกค่ะ ฉันรู้ว่ามันสำคัญที่คุณต้องเอาชนะเจ้าสัว”

“ก็ใช่น่ะสิ คุณเองก็อยากหลุดพ้นจากการเป็นเมียขัดดอกไม่ใช่รึ” คำพูดนั้นทำให้ใจดวงน้อยที่อิ่มสุขกลับเหี่ยวเฉาราวกับโดนน้ำร้อนลวก หล่อนมีสีหน้าสลดลง ก่อนที่จะวางบัวรดน้ำลงข้างแปลงผัก และยืดตัวขึ้นช้าๆ ราวกับพยายามข่มใจ แม้กระนั้นเสียงก็ยังสั่นระริก

“ถ้าฉันขายตัวเป็นเงินมาใช้หนี้เจ้าสัวได้ฉันก็จะทำค่ะ คงดีกว่าจะมาเป็นภาระของคุณแบบนี้ ขอโทษนะคะ” หล่อนพูดแทบไม่จบประโยคดีก่อนจะเดินหนีไปทางหลังกระท่อม

พนสณฑ์ถอนใจยาวด้วยความหงุดหงิด

“พูดอะไรผิดอีกล่ะ เอาใจยากจริงๆ ผู้หญิงนี่ ทีแม่พวกนั้นไม่เห็นท่ามากอย่างนี้เลย โธ่เว้ย!” เขาบ่นอุบ ความเคยชินกับการมีความสัมพันธ์ชั่วครั้งชั่วคราว ฉาบฉวย ทำให้เขาอดเปรียบเทียบไม่ได้ ‘เพื่อนหญิง’ ที่เขาเคยมีล้วนเข้ามาด้วยความสมัครใจทั้งสองฝ่าย บ้างเพื่อเงิน บ้างเพื่อ    ความพอใจ มีหญิงสาวหน้าตา ฐานะ การศึกษาดีมากมายผ่านเข้ามาในชีวิตเขาที่ทำให้พนสณฑ์ปวดหัวน้อยกว่านี้ หรือเป็นเพราะเขาไม่เคยทนอยู่จนยืดเยื้อ ไม่เคยยอมให้ใครแบบที่กำลังยอมคนตัวบางๆ อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

รุจิรัตน์มีอะไรดีหรือ ฐานะ การศึกษา รูปร่างหน้าตาหล่อนไม่ได้ดีเด่นไปกว่าหญิงสาวคนอื่นๆ ที่เขาได้สัมผัส แล้วเพราะอะไรเขาจึงคิดว่าจะลอง ‘ยอมทน’ ดูสักที

ช่างปะไร ทนไม่ได้ก็เผ่นหนีไปเอง ก็ดี หมดตัวยุ่ง

พนสณฑ์นึก เดินลงส้นเท้าปังๆ ขึ้นเรือนไป คว้าเสื้อผ้ามาอาบน้ำโครมๆ เปิดซีดีฟังเพลงกระหึ่ม คลายความตึงเครียด



หมายเหตุ: เนื่องจากมีการจัดหน้าไว้ในรูปแบบหนังสือเล่มขนาด A5 อาจมีคำฉีกหรือเว้นวรรคมากกว่าปกติเมื่อนำลงเว็บ



ปลายปากกาสำนักพิมพ์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 24 มี.ค. 2561, 09:47:18 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 24 มี.ค. 2561, 09:47:18 น.

จำนวนการเข้าชม : 323





<< บทที่ 2 -100%   บทที่ 3 -100% >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account