พนาพร่ำรัก: หอมดึก (ปลายปากกาสำนักพิมพ์)
เมื่อ 'พนสณฑ์' ทายาทเจ้าสัวพันล้าน ถูกกลั่นแกล้งให้รับมรดกเป็นที่ดินรกร้าง พร้อมเงื่อนไขต้องสร้างเงินล้านให้ได้ภายในปีเดียว แถมยังพ่วงเมียขัดดอก ลูกสาวนักพนันมาด้วย จะไหวไหมงานนี้...


***************

นิยายเรื่องนี้เขียนโดย "หอมดึก" และได้ตีพิมพ์กับ "ปลายปากกาสำนักพิมพ์ (Plaipakka Publishing)" ซึ่งกำลังวางจำหน่ายอยู่ในตอนนี้ค่ะ ทีมงานปลายปากกาสำนักพิมพ์จึงนำมาลงให้ได้อ่านกัน ประมาณ 60-70% ของเรื่องนะคะ ใครชอบแนวโรแมนติก น่ารักละมุน หวานซึ้ง มิควรพลาดจ้า เพราะพ่อสณฑ์ของเราถึงแม้จะเป็นพระเอกสายโหด แต่ขยัน ‘รัก’ เมียสุดหัวใจ พ่วงด้วยความฮาแบบชาวบ้านตามท้องไร่ท้องนา บทเลิฟซีนสวย #รับประกันความสนุก!


**************

นักอ่านท่านใดสนใจ มีทั้งแบบ eBook และแบบรูปเล่มนะคะ

**สำหรับแบบรูปเล่มวางจำหน่าย 3 ช่องทาง***
-ศูนย์หนังสือจุฬาฯ
-ร้านนิยายออนไลน์ ได้แก่ ร้านนิยายรัก.com และร้าน booksforfun
-สั่งซื้อกับสนพ.โดยตรงโดย inbox หาแอดมินเพจปลายปากกาสำนักพิมพ์


(หนังสือพร้อมส่ง)


ราคา 329฿
ค่าจัดส่งลงทะเบียน 40฿ (รวมเป็น 369฿)
ค่าจัดส่ง EMS 60฿ (รวมเป็น 389฿)

หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจ "ปลายปากกา สำนักพิมพ์"

**แบบ eBook มีวางจำหน่ายที่เว็บ Mebmarket**
Tags: แบดบอย ทายาทเศรษฐี ลูกสาวนักพนัน เมียขัดดอก น่ารัก ละมุน คู่ชีวิต ท้องไร่ท้องนา

ตอน: บทที่ 8 - 45%

แสงแรกของเช้าวันนั้นอ้อยอิ่ง เชื่องช้า เวลาเกือบๆ จะตีห้าแล้วฟ้ายังมืดสนิท ราวกับจะเป็นใจให้แก่สองหนุ่มสาวที่แอบอิงกายกัน กระซิบกระซาบความใน ราวกับมีความลับใดที่ไม่อยากให้ใครในโลกนี้รับรู้ เวลาในค่ำคืนนั้นถูกใช้ไปอย่างคุ้มแสนคุ้ม ในยามหลับก็ก่ายกอดกันแนบแน่น ยามตื่นก็สนิทเสน่หาราวกับไม่รู้เบื่อหน่าย ความเมื่อยล้าฟ้องอยู่ในกล้ามเนื้อทุกส่วน แต่หัวใจยังเต้นระทึกเรียกร้อง

“เช้าแล้วค่ะ จวนสว่างเต็มที”

เสียงกระซิบดังอยู่กับอกเขา หล่อนกดจุมพิตเบาๆ ตรงหัวใจที่เต้นระรัวของสามีหนุ่ม เขาหน้าแดงกับกิริยาน่ารักนั้น

“ยังมืดอยู่เลย” เขากระซิบเสียงกระเส่า ไล้ปลายจมูกกับหน้าผาก แก้มนวล เลยมาจนจรดริมฝีปากอิ่ม

“รีบลุกก่อนเถอะค่ะ ขืนตื่นทีหลังแขก ขายหน้าเขาแย่ นี่ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว คุณสณฑ์ไม่สงสารลูกแก้วบ้างเลย”

“อ้อ นี่มาโทษกันรึ เมื่อคืนใครล่ะ ร้องหาแต่คุณสณฑ์อย่างกับจะขาดใจ” 

“คุณสณฑ์”

“นั่นปะไร” เขาล้อ กดจูบปิดปากหล่อนสนิท จากจูบเป็นลูบไล้ ลึกล้ำดำดิ่งหลายต่อหลายครั้ง

“ไม่เอาแล้ว ลุกเถอะนะคะ ลูกแก้วเหนียวตัว อยากอาบน้ำ เดี๋ยวต้องมาทำกับข้าวเลี้ยงเพื่อนๆ คุณสณฑ์นะคะ”

“ก็ได้งั้นไปอาบน้ำกัน” เขาสลัดผ้าห่มออก ผุดลุกขึ้น

“ว้าย คุณสณฑ์”

“แน่ะ เสียงดังอีกนะเมียจ๋า อย่างนี้ใครๆ เขาคงคิดไปถึงไหนต่อไหน”

“ค่ะ ลูกแก้วสินะที่ผิด” ภรรยาสาวจนคำพูด หล่อนคว้าผ้าขนหนูมาห่อกาย เดินไปค้นหาเสื้อผ้าที่พับไว้ พยายามไม่มองไปทางร่างบึกบึนของสามี

“ไป อาบน้ำกัน” เขาพูดอยู่ข้างหู

“คุณสณฑ์ ปล่อยลูกแก้วลงค่ะ” หล่อนหยิกต้นแขนกว้างที่ตวัดร่างบางขึ้นโอบอุ้ม

“แหม ฟิตจริงๆ พนสณฑ์ รักเมียมาทั้งคืนยังมีแรงอุ้มเมียอีก จริงไหม” เขาว่าพลางอุ้มหล่อนเดินจรดปลายเท้า เลี่ยงระเบียงที่เพื่อนๆ นอนอยู่ อาศัยความชิน เดินลงบันไดเรือนไปทางห้องน้ำหลังบ้าน

“วางลูกแก้วลงตรงนี้ล่ะค่ะ ลูกแก้วอาบก่อนนะคะ”

“อาบด้วยกัน” เขาบอก เปิดประตูห้องน้ำและปิดลงง่ายๆ น้ำในโอ่งเย็นเฉียบ เขาตักราดมือตัวเองทำหน้าแหยๆ

“น้ำเย็นจัง เช็ดตัวเอาดีไหม”

“ไม่ค่ะ ไหนว่าจะอาบด้วยกันไงคะ หันหลังค่ะ มะ...ไม่ต้องถอดผ้าขนหนูก็ได้ค่ะ”

“ไม่ถอดก็เปียกหมดพอดี โธ่เอ๋ย ยังเห็นไม่หมดทุกซอกทุกมุมอีกหรือ” เขาบ่นเปลือยกายแกร่ง ยอมหันหลังให้หล่อนราดน้ำ ถูสบู่ให้ จะว่าไปน้ำเย็นๆ พออาบไปเรื่อยๆ ก็ไม่เลวเท่าไหร่ แถมชักจะรู้สึกร้อนๆ ขึ้นมาอีก

“ยังสระผมไม่ได้นะคะ แผลยังไม่แห้งดี”

“ครับ”

“เสร็จแล้วค่ะ”

“ขอสบู่กับใยบวบ ผมจะอาบให้ลูกแก้วบ้าง”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณออกไปเถอะ เดี๋ยวไม่สบายนะคะ” หล่อนส่งสายตาอ้อนวอน ไม่ยอมปล่อยปมผ้าขนหนู ขืนหล่อนใจอ่อนกับเขา คงได้อาบน้ำกันยาวจนแดดจ้าเป็นแน่!

“ก็ได้ งั้นผมไปตั้งหม้อกาแฟรอนะ เมียจ๋าไม่ต้องรีบ จะให้หุงข้าวให้ด้วยไหม ผมทำเป็นนะ แต่กับข้าวคุณต้องทำเอง ไม่งั้นคงได้เททิ้ง” เขาหัวเราะหึๆ

“ต้มกาแฟอย่างเดียวก็พอค่ะ ขอบคุณนะคะ”

“ครับผม”

เขาออกมายืนอยู่หน้าห้องน้ำ เสน่ห์อะไรก็ไม่รู้ในตัวผู้หญิงบอบบางคนนี้ที่ทำให้เขาอยากตอแยเย้าแหย่ไม่สร่างซา แม้ห่างแค่ไม่กี่นาทีก็ชะแง้แลหา ยิ่งได้เชยชมนวลนางสุดสงวน ใจเขายิ่งผูกพันแน่นเหนียวขึ้นไปอีก  

นี่หรือที่เขาเรียกความรักใคร่เสน่หา

ไฟในครัวจุดติดวับแวม หม้อกาแฟแบบตั้งน้ำต้มแบบดั้งเดิมตั้งอยู่บนนั้น เขาใส่ผงกาแฟชั้นดีที่อุตส่าห์ไปหาซื้อมาไว้ เติมน้ำและยกขึ้นตั้งไฟ ไม่เกินห้านาทีก็จะได้กาแฟดำ ร้อนจัดหอมกรุ่น เขานั่งนิ่งมองเปลวไฟลามเลียก้นกา อดชะเง้อมองไปทางบันไดไม่ได้ สายตาแลเลยไปทางมุ้งสองหลังที่กางไว้ที่ระเบียงอีกฟากหนึ่ง

ขอโทษทีนะพรรคพวก มันอดไม่ไหวจริงๆ พวกนายมาผิดเวลานี่หว่า เขานึก ร่างเล็กบางจรดปลายเท้าแผ่วเบาขึ้นเรือนมา กลิ่นสบู่หอมอย่างดีผสมกับเนื้อสาวทำให้ใจหนุ่มเต้นระทึก

“มาแล้วเหรอ” เขาตวัดแขนแกร่งรวบร่างอรชรลงนั่งบนตัก หล่อนไม่กล้าร้อง ได้แต่ทุบเอาๆ กว่าจะหยุดได้เขาก็เกือบช้ำไปทั้งตัว

“จะตายก็เพราะเมียนี่ล่ะ นอกจากจะสูบพลังเราทั้งคืนแล้วยังทุบอย่างกับกระท้อน” เขากระซิบกับใบหูเล็กน่าขบ

“อุ๊ย คุณสณฑ์ ทำไมชอบกัดคะ”

“ก็มันมันเขี้ยว” เขาว่า แล้วเอนหลังพิงฝาบ้านให้หล่อนแอบอิงอกกว้างตามสบาย

“ขอตั้งหม้อข้าวก่อนได้ไหมคะ วันนี้จะทานอะไรกันดี”

“ไข่ลวกสักสามฟอง เฉพาะของผมคนเดียวนะ ข้าวต้มหมูสองชาม กาแฟขอหวานๆ ใส่นมมากๆ อีกแก้ว”

“บ้า” หล่อนหยิกให้

“เรื่องจริง ไม่งั้นลูกน้องต้องได้เห็นผมเข่าอ่อนกลางลานมันแน่ เมียจ๋าไม่เหนื่อยบ้างหรือ” เขากระซิบถาม จมูกยังไม่ห่างซอกคอหอมกรุ่น

“เหนื่อยทั้งใจทั้งกายเลยล่ะไม่ว่า คนอะไรเอาแต่ได้ ไม่สงสารกันบ้างเลย”

“โถ เจ็บหรือ ทำไมไม่บอก ผมขอโทษ” เขาผละออกห่าง อดใจไว้ ปล่อยให้หล่อนไปตั้งหม้อข้าว ทำอะไรในครัวแต่โดยดี เมื่อกาแฟเดือดหล่อนก็ลงมาให้อย่างที่สั่งพิเศษ

“วันนี้ทานข้าวต้มทะเลไหมคะ มีเสบียงของทะเลแห้งของคุณแม่อยู่มาก ไข่เข็มก็มีค่ะ น่าจะอร่อย ว่าแต่คุณศรุตาจะทานได้ไหม”

“น่าจะได้นะครับ ข้าวต้มเป็นมื้อเช้าของทุกคนอยู่แล้วนี่ เมียจ๋ามีผลไม้บ้างไหมล่ะ รายนั้นเขาอาจจะรักษาหุ่น”

“มีค่ะ สับปะรดกับพวกเงาะกระป๋องที่คุณเอามาด้วยไงคะ ลูกแก้วว่าขอให้สมบัติไปซื้อผักสดๆ ในเมืองมาดีกว่านะคะ”

“เช้าขนาดนี้ ไกลก็ไกล ไม่เป็นไรหรอกน่า เขาอยากมาเองไม่ให้เราเตรียมตัวก็ต้องเป็นอยู่กันไปตามมีตามเกิดนั่นล่ะ”

“คุณสณฑ์คะ”

“คุณเมียครับ อย่าเถียงครับ”

“ก็ได้ค่ะ”

“คุณสณฑ์คะ”

“จ๋า”

“อันนี้ลูกแก้วจริงจังนะคะ มาพูดเรื่องงานก่อน อุ๊ย บอกแล้วว่าอย่า ช้ำหมดทั้งตัวแล้ว”

“ว่าไงครับ”

“พี่สมปอง ที่เอามันสำปะหลังมาขายน่ะค่ะ แกถามว่าเราจะรับซื้อผลผลิตอย่างอื่นด้วยได้ไหม พวกถั่วลิสงกับข้าวโพดแกมีไม่มากนักหรอก ไม่รู้เราจะคุ้มหรือเปล่า”

“ต้องสอบถามคนอื่นดูก่อนนะครับ ถ้าได้สักตันสองตันก็พอไหว”

“ค่ะ ลูกแก้ววานแกไปถามเพื่อนบ้านแล้ว”

“รอบคอบจังเมียจ๋า อย่างนี้หาเงินล้านเดียวกระจอกมาก”    

“ค่ะ ไม่นานเราคงได้ครบ”

หล่อนรับคำเสียงเบา ก้มหน้ามองเปลวไฟในเตา พนสณฑ์ไม่อาจล่วงรู้ถึงความกังวลในใจหล่อน เมื่อครบตามสัญญา เขาในฐานะทายาทได้ครอบครองทุกอย่างและพร้อมจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมที่แสนสุขสบาย แล้วหล่อนเล่า เมื่อปลดหนี้สินให้บิดาได้แล้วหล่อนจะไปอยู่ไหน ไร่ดงไม้หอมแห่งนี้ก็คงมีชะตากรรมเดียวกัน ลานมันที่คึกคักคงรกร้างเหลือแต่ซาก กระท่อมน้อยๆ ของหล่อนและเขาคงผุพังไม่ต่างกับที่เป็นในตอนแรก

นี่คือบททดสอบศักยภาพของทายาทเจ้าสัวที่จะผงาดขึ้นมาในแวดวงธุรกิจ มันเป็นเรื่องสมมติ แต่ชีวิตของหล่อนและชาวบ้านดงไม้หอมที่ผูกไว้กับพนสณฑ์กับลานมันและไร่แห่งนี้เป็นเรื่องจริง ล้อเล่นกันได้หรือไร



หมายเหตุ: เนื่องจากมีการจัดหน้าไว้ในรูปแบบหนังสือเล่มขนาด A5 อาจมีคำฉีกหรือเว้นวรรคมากกว่าปกติเมื่อนำลงเว็บเลิฟ



ปลายปากกาสำนักพิมพ์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 20 เม.ย. 2561, 11:12:28 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 20 เม.ย. 2561, 11:12:28 น.

จำนวนการเข้าชม : 346





<< บทที่ 7 - 100%   บทที่ 8 - 100% >>
Kim 20 เม.ย. 2561, 15:37:50 น.
ถ้าทำปีเดียวเลิกก็น่าสงสารชาวบ้านนะพ่อสณฑ์


ปลายปากกาสำนักพิมพ์ 20 เม.ย. 2561, 19:17:33 น.
นั่นสิคะ สงสารลูกแก้วด้วย


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account