รักร้อนๆ-Horse farm (เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "กลร้ายร่ายรัก")
คุณหนึ่ง สัตวแพทย์สาวสวยจอมห้าว และเค็มจนเดดซี

เรียกพี่ และเธอมีดีกรีเป็นเจ้าของฟาร์มม้าแข่ง

ที่อุตส่าห์มีม้าสายพันธุ์ดีแสนล่ำบึ้กเหมาะแก่การเป็นพ่อ

พันธุ์...แต่..เธอกลับไร้ชายหนุ่มพันธุ์ห้าวมาแนบข้าง

ซึ่งแตกต่างกับม้าของเธอที่สุด..

..ในขณะที่ม้าเธอขายน้ำเชื้อแทบไม่ทัน

แต่ไหงเธอดันขายไม่ออกเสียนี่...
Tags: คุณหนึ่ง,ฟาร์มม้า,ภาม

ตอน: ตอนที่ 4



บทที่ 4


เทรนเนอร์คนใหม่ซึ่งมีหน้าตาและรูปร่างดีอย่างเหลือร้ายคนนั้น ดูจะขยันทำงานจนอชิระซึ่งนั่งจัดการบัญชีและลอบสังเกตเป็นพักๆต้องหยุดงานในมือแล้วยกด้ามปากกากัดอย่างลืมตัว..เขาเองก็แม้จะศึกษาและดูแลฟาร์มม้ามาร่วมสองปี แต่ฝีมือของเขาที่ว่าแน่เมื่อมาเทียบกับแมทธิวแล้ว อชิระก็คิดว่าห่างกันหลายชั้น

ในขณะที่เขาเคยใช้เวลาเช้าเย็นเพื่อดูแลเรื่องม้า และเมื่อถึงเวลาพักของสัตว์พวกนั้นเขาก็จะหันมาจัดการเรื่องบัญชีของฟาร์มในยามบ่าย แต่เมื่อแมทธิวเข้ามาแค่ค่อนวัน ผู้ชายคนนั้นกลับทำได้ทั้งฝึกม้า รวมถึงรักษาอาการบาดเจ็บ แล้วเขายังมีเวลาลากคนงานออกมาดูแลคอก ตลอดจนจัดตารางให้เด็กทำงานจนเสร็จสรรพ และทุกครั้งเช่นกันที่อชิระเงยหน้าจากงานในมือ เขาก็จะเห็นร่างสูงเพรียวแกร่งของชายคนนั้น ยืนอยู่ในที่ต่างๆ ซึ่งแต่ละจุดที่เขาเห็นนั้น แมทธิวมักจะโผล่ที่นั่นที่นี่และแต่ละที่นั้นแทบจะไม่ซ้ำกันเสียด้วย

เมื่อชิระเห็นการทำงานของแมทธิวแล้ว เขาก็รู้สึกหมั่นไส้เก็ตถวาขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล..เขาเริ่มสงสัยว่าทำไมคุณหนึ่งที่เค็มจนเรียกได้ว่าหน้าเลือดคนนั้น หล่อนจึงมักได้รับสิ่งที่ดีๆเกินกว่าการลงทุนได้เสมอ ดูเอาเถอะทั้งๆที่แมทธิวถูกจ้างมาในราคาที่ถูกราวเทรนเนอร์เกรดสาม แต่การทำงานของชายหนุ่มคนนั้นมันยิ่งกว่าเทรนเนอร์เกรดเอเสียอีก

“มองซะชนาดนั้น อยากลงไปช่วยคุณภามหรือคะ”

เสียงขุ่นที่คุ้นหูดังขึ้น และแทบไม่มองเธอด้วยซ้ำอชิระก็ตอบไปด้วยน้ำเสียงห้วนพอๆกัน

“คุณหนึ่งนั่นแหละที่สมควรลงไปดู”

เขาพูดจบก็ลุกขึ้นยืนพร้อมปิดสมุดบัญชีในมือดังปึง ก่อนจะหันไปขึงตาใส่หญิงสาว แล้วเริ่มตำหนิเก็ตถวาอย่างฉุนๆ

“นี่!ผมจะบอกอะไรให้นะครับคุณหนึ่ง..คุณน่ะเป็นคนที่โชคดีมาก คุณรู้หรือเปล่าว่าตัวเองใช้แมททำงานมากเกินไปแล้ว นี่เขาอุตส่าห์มาช่วยฟรีๆนะครับ คุณหนึ่งไม่คิดจะให้เขาพักทั้งๆที่เขาเพิ่งเดินทางมาถึงอย่างนั้นเหรอ”

“คุณหนึ่งถามเขาแล้วนะคะ แต่เขาบอกเองว่าเขาจะทำอะไรบ้าง และคุณหนึ่งไม่ได้ยินเขาพูดว่าอยากพักเลยค่ะ”

“แมทอาจจะไม่พูด แต่เราเป็นเจ้าบ้านเราต้องหัดสังเกตเอาเอง”

“คุณหนึ่งก็ดูอยู่นะคะ คอยให้เด็กจัดน้ำจัดท่าไว้ให้เขารับรองไม่ขาดแน่นอนค่ะ”

อชิระต้องกัดริมฝีปากแน่นเมื่อได้ยินคำพูดโต้ตอบอย่างไม่ยอมลดละของเธอ และถึงชายหนุ่มจะเห็นใบหน้าขาวผุดผาดนั้นมีเหงื่อเม็ดเล็กเกาะอยู่ตามไรผมตลอดจนดวงตาอิดโรยของเธอ แต่เขากลับไม่นึกสงสารเก็ตถวาแม้แต่น้อย..ทำงานตัวเป็นเกลียวเพราะความงกไม่ใช่สิ่งที่ควรเอ็นดูสักนิด

“ผมพูดเตือนเพราะกลัวว่า คุณหนึ่งอาจจะนึกถึงความต้องการของตัวเอง จนมองไม่เห็นหัวคนอื่นๆ”

“คุณหนึ่งเห็นคนอื่นๆเสมอค่ะคุณอชิ”

“ก็ตามใจ ในเมื่อผมถือว่าตัวเองเตือนแล้วหลังจากนั้นคุณจะทำหรือเปล่ามันก็เรื่องของคุณ”

ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบเมื่อรู้สึกอ่อนใจและเหน็ดเหนื่อยกับการดื้อแพ่งเถียงเขาเพราะอยากเอาชนะของหญิงสาว แล้วร่างเพรียวของอชิระที่ลุกเดินออกจากห้องนั้นเหมือนหมดเรื่องจะพูดด้วย ทำให้เก็ตถวาต้องเอ่ยถามขึ้นมา

“คุณอชิคะถ้าคุณพ่อไม่บังคับให้คุณอยู่ที่นี่ คุณจะยังช่วยคุณหนึ่งหรือเปล่า”

“ถามไม่รู้จักคิด คุณคิดว่าตัวเองน่ารักน่าสงสารจนผมต้องอยู่ช่วยด้วยความเต็มใจอย่างนั้นรึ”

แม้จะน้อยใจกับคำพูดของคนที่ตนเองคิดว่าเป็นพี่ชายคนโตมาโดยตลอด แต่เพราะความถือดีทำให้เก็ตถวาต้องเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะโปรยยิ้มให้ชายหนุ่มทั้งดวงตาเขียวปัด

“คุณหนึ่งก็คิดเหมือนคุณอชิค่ะ ดังนั้นคุณก็ทำงานดีๆละกันไม่อย่างนั้นคุณหนึ่งเล่นงานคุณแน่”

ร่างของชายหนุ่มหญิงสาวที่ต่างสะบัดหน้า ก่อนจะแยกย้ายไปคนละทางเพราะอารมณ์โมโหพอๆกันนั้น ตกอยู่ใต้สายตาของบ๊อบที่แอบมอง รอยยิ้มเหยียดๆของเขาถูกส่งตามแผ่นหลังของอชิระที่ก้าวยาวๆเดินตรงไปยังสนามซ้อม ก่อนจะกลายเป็นฉ่ำเยิ้มเมื่อมองตามหญิงสาวเจ้าของฟาร์ม ที่กำลังก้าวขึ้นรถพร้อมปิดประตูโครม

เก็ตถวาผู้หญิงงดงามและรูปกายยวนใจคนนั้น ทำให้มือกร้านและสั่นเล็กน้อยของบ๊อบ ต้องยกขวดสุราแล้วยกขึ้นดื่มทั้งดวงตาเขายังทอแววเคลิ้มฝัน..เขาอยากได้เธอพร้อมฟาร์มม้าแห่งนี้ และเพราะต้องการทั้งสองสิ่ง เขาจึงจำเป็นต้องวางแผนการณ์บางอย่างเพื่อรวบเก็ตถวาเข้าสู่อ้อมแขนให้ได้ เรือนร่างแกร่งประสาชายหนุ่มซึ่งทำงานคลุกคลีอยู่ในฟาร์มของบ๊อบเริ่มเดินร้องเพลงตุหรัดตุเหร่ไปและอีกไม่นานหลังจากนั้น เขาก็ไปนั่งเอ้อระเหยร่ำสุราต่อภายในคอกม้าอย่างเคยชิน



ท้องฟ้าสดใสเริ่มกลายเป็นสีส้มเข้มก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นขมุกขมัวและเมื่อไฟฟ้าภายในฟาร์มภูคำ ถูกเปิดขึ้นตามเสาต่างๆ อชิระก็เดินเท้าจากบ้านพักของตน มุ่งตรงไปยังที่พักของเทรนเนอร์คนใหม่ ชายหนุ่มโล่งใจขึ้นมาบ้างเมื่อก้าวเท้าไปบนบ้านหลังกะทัดรัดนั้น เขาก็เห็นปิ่นโตเถาขนาดกลางถูกแม่บ้านนำมาวางไว้บนโต๊ะรับแขกหวายบนระเบียงบ้านพักอย่างเรียบร้อย

“คุณแมทธิวครับ”

“ฮึ รอสักครู่ผมอาบน้ำอยู่”

เสียงชายหนุ่มที่ตะโกนตอบมาจากภายในบ้าน ทำให้อชิระต้องทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่ตั้งอยู่หน้าห้อง ก่อนจะทอดสายตาลงไปเบื้องล่าง...บ้านหลังที่แมทธิวเลือกอยู่ดูๆไปก็สวยดีอยู่หรอก เขาเองก็ไม่เคยมานั่งมองตรงนี้จึงไม่รู้ว่าเมื่ออยู่จุดนี้นั้น เขาสามารถมองเห็นสนามหญ้ากว้างซึ่งอยู่ต่ำลงไป รวมทั้งเรือนหลังใหญ่ซึ่งเขาพักและอยู่ห่างไปทางขวามือร่วม 200 เมตรได้อย่างชัดเจน

“มีธุระหรือแค่อยากจะหาเพื่อนคุย”

อชิระตวัดตามองคนที่ถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆก่อนจะทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ทางซ้ายมือของเขา..แมทธิวดูสดชื่นขึ้นเมื่อได้อาบน้ำ ยิ่งประกอบกับการแต่งตัวง่ายๆอย่างเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นสีขาว ก็ราวจะส่งให้ใบหน้าคมสันนั้นดูเด็กขึ้น

“เอาไวน์สัปปะรดมาฝากนะครับ รสชาติใช้ได้และไม่แรงด้วยคุณอาจจะชอบ”

“ขอบใจมาก”

เขาตอบเสียงนุ่มพลางเริ่มมองปิ่นโตจนอชิระต้องเป็นฝ่ายช่วยแกะออกจากเถา

“ยังไม่ทานอาหารไม่รู้ผมมากวนหรือเปล่า”

“ไม่กวนหรอกอชิดีเสียอีกเราจะได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น อืม!ไหนๆก็มาแล้วกินกับผมเลยมั้ย”

“ไม่ละครับผมเรียบร้อยมาแล้ว”

อชิระตอบยิ้มๆก่อนช่วยรินไวน์ในมือลงแก้วแล้วนั่งมองชายหนุ่มต่างชาติที่นั่งทานอาหารเงียบๆโดยไร้คำพูด..แปลกที่เขารู้สึกว่าแมทธิวไม่น่าจะมีอาชีพเป็นเทรนเนอร์เพียงอย่างเดียว เพราะกิริยาท่าทางของผู้ชายคนนี้ดูเหมือนจะมีอะไรดีๆมากกว่านั้น

ชายหนุ่มนั่งรอจนอีกฝ่ายทานอาหารเย็นจนเรียบร้อย อชิระก็เป็นคนจัดปิ่นโตลงเถาไว้ดังเดิมก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอีก

“บ้านพักอาจจะคับแคบไปบ้างเพราะที่นี่สร้างไว้รับรองแขก แต่ถ้าคุณต้องการพักสบายกว่านี้ คุณหนึ่งเธอบอกว่าให้คุณขึ้นไปพักที่เรือนหลังใหญ่ด้วยกัน”

“อย่าดีกว่าอชิ ผมชอบอยู่เป็นสัดส่วนพักที่นี่น่ะดีแล้ว”เขาตอบเรื่อยๆ

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามสบายนะครับ อ้อ ปกติคุณหนึ่งเธอจะไม่ได้นอนที่ฟาร์ม ยกเว้นก็แต่มีเหตุจำเป็นอย่างเช่นม้าเจ็บหนัก เธอก็จะนอนที่นี่เพื่อจะได้ดูแลอย่างใกล้ชิด”

“แล้วคุณพักที่ไหน”

“ผมก็พักที่ฟาร์มนี่ละครับ นานๆถึงจะไปพักบ้านพ่อเลี้ยงสักที แต่ก็..ต้องจำเป็นจริงๆผมถึงจะไป”

“เจ้านายคุณ เขาเป็นยังไงน่ะ ผมหมายถึงเรื่องอื่นๆซึ่งไม่นับเรื่อง..อืม..ละเอียดถี่ถ้วน”

อชิระต้องหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย..แมทธิวช่างเลือกใช้คำอย่างสุภาพแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้ว่าชายหนุ่มหมายถึงอะไร

“ผมโตมากับคุณหนึ่งก็พอจะรู้นิสัยส่วนตัวของเธอนะครับ แต่ว่า..”

“เดี๋ยวนะ โตมาด้วยกันหมายความอย่างไรน่ะ เป็นเพื่อนกันอย่างนั้นรึ”

“ไม่เชิงเป็นเพื่อนครับ เพราะผมเป็นเด็กในบ้านของพ่อเลี้ยง คือพ่อของผมอยู่กับพ่อเลี้ยงมานาน ผมก็โตมาในบ้านหลังนั้นแล้วพ่อเลี้ยงก็ส่งผมเรียน ไม่ทราบว่าคุณแมทพอจะเข้าใจที่ผมอธิบายหรือเปล่า”

“คิดว่าเข้าใจนะ สรุปก็คือคุณเห็นเธอตั้งแต่เด็กๆว่าอย่างนั้นเถอะ”

“ครับ ผมเห็นคุณหนึ่งและน้องสาวตั้งแต่เธอทั้งคู่เกิดละมังครับ”

“อ้อ เธอมีน้องสาวด้วยหรือ”

“ครับมีกันสองคนพี่น้อง แต่นิสัยต่างกันลิบลับทีเดียว”

ภามพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้และหลังจากนั้น ชายหนุ่มทั้งคู่ก็นั่งทอดขาพาดระเบียงและเริ่มคุยกันอย่างสนิทสนมมากขึ้นตามระยะเวลา ยิ่งอชิระรู้สึกผ่อนคลายมากเท่าไหร่ ภามก็เหมือนจะรู้รายละเอียดเกี่ยวกับเก็ตถวารวมไปถึงน้องสาวของเธอ จนที่สุดเขาก็เริ่มจับความผิดปกติในน้ำเสียงของอชิระได้ยามเอ่ยถึงคุณสอง

“คุณสองบอกว่าจะไปเรียนต่างประเทศ”

“นายเลยไม่แฮปปี้อย่างนั้นสิ”ภามเริ่มใช้คำพูดอย่างเป็นกันเอง

“คือ..ไม่เชิงนะครับจะว่าไม่มีความสุขก็ไม่ใช่เพราะผมก็อยากเห็นคุณสองเจริญก้าวหน้า”

“พูดจริงหรืออชิ นายมีความสุขทั้งที่หน้าตาเหมือนกันคนอกหักอย่างนี้นะรึ”

เสียงท้วงของคนที่นั่งคุยกับตนเองมาครึ่งคืน เล่นเอาอชิระต้องอึ้งไปบ้างแต่แล้วชายหนุ่มกลับปฏิเสธด้วยใบหน้าเขินๆพร้อมรีบขอตัวเมื่อรู้ว่าตนเองเริ่มพูดอะไรไปเรื่อยเจื้อย

“ไม่ถึงอกหักหรอกแมท ก็แค่..คิดถึง ผมกลับไปนอนดีกว่าพรุ่งนี้ต้องทำงานแต่เช้า หลับให้สบายนะแมท”

“ผิดที่อาจจะนอนไม่หลับ แต่ไม่เป็นไรเพราะผมคิดว่าคงมีคุณนอนไม่หลับเป็นเพื่อน”

อชิระซึ่งลุกขึ้นต้องยืนนิ่งขึงไปชั่วคราวแล้วเมื่อเขาหัวเราะเบาๆอีกครั้ง ร่างนั้นก็เดินเซนิดๆกลับไปที่ห้องพักของตัวเองเงียบๆ

“คออ่อน!กินไวน์ดีกรีเด็กๆแค่นี้ก็เมา”

ภามบ่นตามหลังอีกฝ่ายเบาๆก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องก่อนจะเริ่มติดต่อกับผู้จัดการของฟาร์มตนเองอย่างรวดเร็วแล้วชายหนุ่มก็ใช้สมาธิจดจ่ออยู่กับงานจนดึกสงัด..และเพราะไม่ใช่เวลานอน ภามซึ่งติดตามงานภายในฟาร์มจนเรียบร้อยเมื่อเวลาตีสอง เขาจึงเดินออกจากห้องแล้วลงบ้านพักก่อนจะก้าวยาวๆตรงไปที่คอกม้าเพราะไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี

ภาพของใครคนหนึ่งซึ่งนอนหลับกรนสนั่นอยู่ในนั้น เกือบจะทำให้ภามใช้เท้าเขี่ยด้วยความโกรธอย่างเคยชิน ปกติถ้าคอกมีม้าบาดเจ็บแบบนี้ เขาจะสั่งห้ามทุกคนเข้าใกล้เพราะอาจจะทำให้ม้าราคาแพงติดเชื้อ แต่เมื่อนึกได้ว่าที่นี่คือฟาร์มภูคำ เขาจึงทำแค่ชะโงกลงไปมองใกล้ๆแล้วชายหนุ่มก็ต้องทำจมูกย่น

กลิ่นอะไรบางอย่างซึ่งแทรกมากลับกลิ่นเหล้านั้นมันช่างคุ้นจมูกเขา แต่ทั้งๆที่พยายามนึกแล้ว ภามก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดีว่าเคยได้กลิ่นแบบนี้ที่ไหน ชายหนุ่มขยับตัวออกมาห่างจากคนที่นอนอยู่นั่น ก่อนจะเริ่มเดินสำรวจม้าแต่ละตัวอย่างเพ่งพิศแล้ว เลยไปเรื่อยๆจนถึงม้าตัวโปรดของเธอ ซึ่งเมื่อเขาเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ภามจึงเดินออกมาจากคอกม้าแห่งนั้น และเก็บความสงสัยเกี่ยวกับคนที่นอนอยู่ในคอกม้าเพื่อเอาไปถามอชิระในวันรุ่งขึ้น



สายจัด เครือออนก็ต้องอมยิ้มเมื่อเห็นพี่สาวนั่งซึมอยู่หน้ากระจกด้วยสภาพหัวหูยุ่งเหยิง และเนื่องจากสิ่งที่เห็นและไม่เป็นปกตินั้นทำให้คนเป็นน้องต้องถามไปทั้งยิ้มกว้าง

“นอนไม่เต็มที่หรือคะพี่หนึ่ง ดูสิสภาพยังกับไปฟัดกับใครมาแนะ”

“ฝันร้าย นอนไม่หลับ แล้วก็..เราน่ะนอนดิ้นจัง เป็นอะไรน่ะสอง”

“เป็นเพราะรำคาญพี่หนึ่งนะสิคะ สองน่ะชอบนอนคนเดียวนี่นา อยู่ๆพี่หนึ่งก็นอนด้วยสองเลยดิ้นนะสิ”

“แหม!นอนด้วยแค่นี้ทำบ่น วันหลังพี่ไม่นอนกับเราแล้วหละอุตส่าห์คิดถึงน้องสาวแล้วมานอนด้วย ดันถีบเราซะเกือบตกเตียง”

สายตาค้อนๆของคนเป็นพี่ทำให้เครือออนต้องหัวเราะคิกก่อนจะรีบยื่นผ้าเช็ดตัวให้อีกฝ่ายอย่างเอาใจ

“เดี๋ยวเราไปเดินห้างกันหน่อยมั้ยพี่อยากจะซื้อของสักหน่อย”

“ซื้อของ!แล้วพี่หนึ่งจะเข้าฟาร์มตอนไหนละคะ ปกติเห็นเข้าเช้าทุกวัน”

“เข้าเที่ยงๆโน่นละมั้งเพราะตอนนี้พี่โล่งใจขึ้นมานะสิ สองรู้มั้ยว่าตอนนี้ฟาร์มของพี่มีเทรนเนอร์คนใหม่แล้วนะ”

“พี่หนึ่งเล่าให้สองฟังเมื่อคืนแล้วล่ะค่ะ”เครือออนท้วงยิ้มๆจนอีกฝ่ายทำหน้าเหรอ

“อ้าว! พี่เล่าแล้วเหรอ แล้วพี่บอกหรือยังว่าเขาทำงานเก่งมากเลยนะ ไม่บ่นไม่จู้จี้เหมือนพี่อชิสักนิด”

เก็ตถวาซึ่งเรียกอชิระว่าพี่อย่างคุ้นเคยปากยามอยู่ลับหลัง และคำเรียกของเธอนั้นก็คุ้นหูสำหรับเครือออนซะด้วย หญิงสาวผู้เป็นน้องทรุดตัวลงนั่งกับเตียง ก่อนจะมองภาพใบหน้าที่เริ่มสดใสของเก็ตถวาผ่านกระจกด้วยความงุนงงที่เริ่มเข้ามา..แปลกที่พี่สาวของเธอกล้าเรียกอชิระว่าพี่ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ แต่เธอเสียอีกที่ต้องเรียกเขาว่าคุณมานับสิบๆปี

“คุณอชิขี้บ่นหรือคะ”

“จ้ะ ขี้บ่นมากยิ่งกว่าคุณพ่ออีกแนะนับวันก็บ่นมากขึ้นเรื่อยๆ บางทีพี่ยังอดนึกไม่ได้ว่าถ้ามีใครบอกว่าพี่อชิเป็นคุณพ่อของเรา พี่ยังจะเชื่อเลยนะ”

“สองไม่เคยได้ยินคุณอชิบ่นเลยล่ะค่ะ เห็นมาทีไรก็พูดน้อยทานน้อยทุกที”

“คงเกร็งละมั้ง เออสอง!วันนี้พอซื้อของเสร็จเราไปเที่ยวฟาร์มกับพี่มั้ย”

“ไปก็ได้คะพี่หนึ่ง”

เธอรับคำพี่พร้อมหัวใจที่เต้นตึกเมื่อนึกว่าจะได้ไปพบกับอชิระแต่คำถามที่เอ่ยออกมาจากพี่สาว ทำให้เครือออนต้องอึกอักไปบ้าง

“เมื่อวานได้ยินคุณพ่อพูดว่าสองจะไปเรียนต่างประเทศเหรอ”

“คิดๆไว้นะค่ะยังไม่ได้ตัดสินใจ..แต่ก็ไม่แน่นะคะสองอาจจะไปปุบปับ”

“ทำตัวเหมือนคนอกหักนะเรา”

พี่สาวที่พูดลอยๆก่อนจะขยี้ผมเธอแล้วเดินหายไปในห้องน้ำเรียกให้ใบหน้าขาวสดใสของเครือออนต้องหม่นลงวูบ..อกหักทั้งๆที่ไม่เคยบอกรักกันก็เกิดขึ้นได้อย่างนั้นหรือ แค่คิดเครือออนก็ต้องรีบตัดใจอย่างเร็วที่สุดก่อนจะเป็นฝ่ายผลุนผลันออกไปจากห้องนั้น



เก็ตถวาต้องเปลี่ยนแผนใหม่ เพราะเมื่อเธอแต่งตัวเรียบร้อยและเดินออกจากห้อง เธอก็ถูกคนเป็นพ่อเรียกไว้ หลังนั่งลงหญิงสาวก็ถูกซักไซ้ถึงเทรนเนอร์คนนั้น ซึ่งเธอก็เล่าเท่าที่จะพอบอกได้ แต่สุดท้ายก็กลายเป็นว่าบิดาอยากรู้จักแมทธิวขึ้นมาซะอย่างนั้น

“วันนี้ชวนคุณแมทธิวกับเจ้าอชิมาทานอาหารกับพ่อหน่อยสิ”

“อีกแล้วหรือคะคุณพ่อ”

“อ้าวเขาเป็นแขกของหนึ่งไม่ใช่รึ พ่อได้ยินว่าเราได้เขามาฟรีๆนี่นะ”

“ก็ใช่หรอกค่ะแต่ว่า”

เธอตอบรับก่อนจะรีบทำท่าปฏิเสธตามมา แล้วเก็ตถวาก็ต้องหยุดกึกเมื่อพ่อเลี้ยงภูคำแทรกขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ในเมื่อเราได้เขามาช่วยฟรีๆเราก็ต้องดูแลเขาสิ จริงหรือเปล่ายายสอง”

“ค่ะคุณพ่อ”

“สองเสียงชนะหนึ่งเสียง ดังนั้นลูกช่วยโทรบอกตาอชิเขาด้วยหละ อ้ออย่าลืมบอกร้านอาหารเขาด้วยนะไม่อย่างนั้นคงหากันไม่เจอเหมือนครั้งโน้น”

เก็ตถวาต้องกัดปากด้วยความฉุนปนอายเมื่อได้ยินบิดาพูดพร้อมหัวเราะลั่น..ก็แน่หละในเมื่อครั้งโน้นที่พ่อของเธอว่า มันคืองานเลี้ยงต้อนรับบ๊อบ และเพราะเธอไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับลูกน้องมากจนเกินไป เก็ตถวาจึงแกล้งบอกร้านอาหารผิดๆจนทำให้อชิระพาบ๊อบไปกินข้าวไม่ทัน

ครั้งนั้นเธอจำได้ว่าในขณะที่ตัวเองโล่งใจนั้น อชิระกลับทำท่าเฉยๆในวันรุ่งขึ้นซึ่งต่างกับบ๊อบนี่สิที่ทำท่าไม่พอใจ จนสุดท้ายเธอต้องตัดรำคาญกับคำพูดตัดพ้อซ้ำๆซากๆนั้น ด้วยการเลี้ยงข้าวบ๊อบเสียหนึ่งมื้อ...และมื้อนั้นทำเอาเก็ตถวาเข็ดขยาดเขาไปพักหนึ่ง เพราะบ๊อบนอกจากจะเรียกร้องกินในโรงแรมหรูแล้วเขายังถลุงเงินเธอด้วยการสั่งอาหารชั้นเลิศและไวน์อย่างหรูเสียด้วย

“หนึ่งจะท่องชื่อร้านให้ขึ้นใจเลยค่ะคุณพ่อ”

“อย่าดีกว่าลูก พ่อว่าถ้าลูกไม่อยากจ่ายเงินเอง พ่อจะให้ยายสองโทรไปบอกอชิเขาดีกว่า สองน่ะไว้ใจได้มากกว่าหนู”ภูคำท้วงลูกสาวจนเขาได้เห็นหน้ามุ่ยๆของเก็ตถวาอีกรอบ

“ตามใจคุณพ่อสิคะ อ้อสองไหนๆเราก็จะโทรแล้ว ช่วยบอกพี่อชิด้วยสิว่าวันนี้พี่คงไม่ได้เข้าฟาร์มแล้วหละ ถ้ามีอะไรด่วนก็ให้พี่อชิโทรบอกพี่ได้ตลอดเวลาเลยนะ”

“สักครู่นะคะเดี๋ยวสองจะจัดการให้”

ร่างน้องสาวที่เดินจากไปหลังรับคำทำให้เก็ตถวาต้องเริ่มคิดหาวิธีฆ่าเวลาสำหรับตนเอง..ก็ดีเหมือนกันถ้าเธอได้หยุดหลังจากวุ่นวายกับเจ้าสกายมาร่วมเดือน ตอนนี้เธอน่าจะใช้เวลาว่างๆนี้นั่งพูดคุยกับน้องสาวให้มากขึ้น เพราะเก็ตถวาคิดว่า น้องสาวของตัวเองเริ่มมีท่าทีแปลกไปจากเดิมจนเห็นได้ชัด

....................................



bigger
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 18 ส.ค. 2554, 22:04:30 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 18 ส.ค. 2554, 22:16:10 น.

จำนวนการเข้าชม : 2707





<< ตอนที่ 3   
LAM 18 ส.ค. 2554, 22:46:00 น.
ชอบคุณภามจังเลยค่ะ กลับมาอัพต่อเร็ซ ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้คนแต่งนะคะ


หมูอ้วน 18 ส.ค. 2554, 23:36:30 น.
คุณภามเก่งจังเลย คุยกับอชินิดเดียวเอง รู้เลยว่าอกหัก ฮาาา


ปลาวาฬสีน้ำเงิน 19 ส.ค. 2554, 03:02:39 น.
มาแสดงตน เป็นหนึ่งในผู้ติดตามเรื่องนี้ คับ


innam 19 ส.ค. 2554, 10:01:13 น.
ตามเป็นกำลังใจ


nutcha 19 ส.ค. 2554, 11:15:13 น.
คุณหนึ่งจะเค็มไปถึงไหน คุณภามน่ารักแล้วยังเก่งอีกเทใจให้หมดเลย


anOO 19 ส.ค. 2554, 17:38:53 น.
คุณหนึ่งจะเป็นกามเทพให้สองกับอชิใช่ม๊า


ปูจ้า 19 ส.ค. 2554, 17:50:48 น.
เห็นด้วยกับอชิจัง คุณหนึ่งเหนียวและเค็มขนาดนี้ยังโชคดีอีกเง้อ


บุริกา 21 ส.ค. 2554, 15:40:22 น.
ช่วงนี้เรื่องนี้จะหายไปสักพักนะคะ เพราะว่าจะรีบปิดนิยายอีกเรื่องนึง (จะออกในงานสัปดาห์หนังสือนี้อะค่ะ เลยต้องรีบปั่น)ถ้าเสร็จเรื่องโน้นแล้วจะรีบมาต่อค่า


HaDeS 21 มี.ค. 2555, 16:37:53 น.
หายไปไหนแย้ว


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account