ที่สุดหัวใจ
ช่วงเวลาแห่งความตาย...เขาผ่านมาแล้ว
ช่วงเวลาแห่งการรอคอย...เขาผ่านมาแล้ว
เหลือช่วงเวลาแห่งความสุข...เขาจะได้ผ่านสัมผัสมันหรือไม่
มันอาจมี หรือไม่มี...ไม่มีแม้กระทั่งฝัน
Tags: ไท่หยาง ปิ่นตะวัน ที่สุดหัวใจ สุดหัวใจ อองตอง ตีซาปาน teesaparn

ตอน: เล่ม 2 บทที่ 38

๓๘

หลังใช้เวลาอยู่ด้วยกันถึงสามวันเต็ม ไม่เคยมีแม้แต่นาทีเดียวที่จะแย่งห่างไม่พบเห็นกัน พอถึงเวลาต้องแยกจากทำให้อาลัยอาวรณ์บอกไม่ถูก แต่เพราะมีภาระหน้าที่ต้องจัดการ ไท่หยางจำต้องไปส่งนางฟ้าในชีวิตกลับบ้าน เพื่อจะได้กลับมาอยู่ด้วยกัน

“คืนนี้เสร็จธุระแล้วผมจะโทร. หานะ” เสียงขรึมเศร้าหม่นบอกกับคนที่ไม่อยากให้แยกจางกันเลย “พรุ่งนี้ผมคงทำงานจนถึงค่ำ ไม่ได้เจอกัน วันถัดไปเราค่อยกินข้าวด้วยกันนะ”

ดวงหน้าสวยพนักหน้ารับอย่างเข้าใจ วางรอยอุ่นทับบนมือของอีกคนที่แสดงสิทธิ์จับจองเป็นเจ้าของไว้ตลอดเวลา “ตะวันเองต้องพักผ่อนบ้างนะ อย่ามัวแต่ทำงาน ปิ่นเองก็ต้องเตรียมมองหางานใหม่เหมือนกัน”

“ทำงานด้วยกันก็ได้ จะได้เจอกันทุกวัน” ไท่หยางรอลุ้นว่าจะมีคนตอบรับไปทำงานด้วยกันหรือเปล่า

“อย่าเลย เกิดเรามีความเห็นไม่ตรงกัน ปิ่นไม่อยากทะเลาะกับตะวัน” และสิ่งสำคัญปิ่นตะวันไม่รู้จะทำตัวยังไง ในเมื่อความสัมพันธ์ส่วนตัวมันลึกซึ้งเกินกว่าจะเป็นเจ้านายลูกน้องกับเขาได้ “ปิ่นอยากลองเปลี่ยนงานด้วย ไม่อยากทำงานออฟฟิศ”

ถึงอย่างนั้นคนเป็นห่วงก็ยังไม่หมดห่วง สองมือประคองดวงหน้าของคนที่รักสุดหัวใจ มองให้นานที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ทั้งรัก ห่วง หวงมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ล่ำลาเท่าไรก็ไม่เคยเพียงพอ อาลัยอาวรณ์จนไม่อยากให้ไป ก่อนหน้านี้ได้อยู่ด้วยกันถึงสามวัน ไม่เคยห่างกัน

เจ้าของริมฝีปากหยักได้รูปอยากใช้มันบอกลาอีกสักครั้ง แต่ติดที่มีคนใช้นิ้วยกปิดกั้นไว้ สาเหตุมาจากผู้ช่วยที่ยืนอยู่แถวนี้ ซึ่งเหมือนจะรู้ใจหันให้ความเป็นส่วนตัวด้วยการหันหน้ามองไปทางอื่นเสีย

“มีอะไรต้องรีบบอก นอกจากท่านประวิตรพ่อของปิ่น รู้ไว้ว่าปิ่นมีผมเป็นครอบครัวของปิ่น” คนไม่อยากให้ไปย้ำตรงมุมปากที่ยังอยากจับจองเป็นเจ้าของ ครอบครองเท่าไรไม่เคยพอใจเสียที ทำไมถึงได้กลายเป็นคนโลภมากแบบนี้ไปได้

“ปิ่นรู้...ตะวันอยู่กับปิ่นเสมอ” คนรับรู้บอกกับเจ้าของแผ่นอกกว้างที่ซบหน้าหลับตาอยู่ในนั้น อยากอยู่ไปอีกนานๆ แต่ภาระหน้าที่จำต้องแยกจากกันแค่ชั่วคราว แล้วจะกลับมาพบกันใหม่

เจ้าของความห่วงแหนใช้อ้อมกอดโอบกระชับตัวคนในหัวใจแนบชิดสนิทเป็นส่วนเดียวกัน ผู้หญิงคนนี้คือสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตของเขา ไท่หยางทำได้แค่รอคอยเวลาอีกไม่นานจะทำทุกทางเพื่อให้ได้อยู่ด้วยกัน ความจำเป็นทำให้ต้องถอนตัว คืนความอบอุ่นกลับสู่ตัวเจ้าของอ่อนนุ่มที่อยากสัมผัสทุกซอกทุกมุม ยืนส่งคนในหัวใจขึ้นรถ ซึ่งค่อยๆ เคลื่อนตัวหายลับไปจากสายตา

“ทางนี้เป็นยังไงบ้าง เหอผิง” งานคือสิ่งที่ต้องจัดการ ไท่หยางจึงหันไปถามหาความคืบหน้าจากผู้ช่วย ซึ่งรับหน้าที่จัดการดูแลแทนชั่วคราว

“ทุกอย่างเรียบร้อยตามที่คุณชายสั่งครับ” ผู้ช่วยหลบสายตาเข้มของเจ้านายที่กำลังมอง ด้วยไม่อยากให้เห็นความรู้สึกผิดที่เก็บซ่อนไว้ เพราะได้ทำผิด ด้วยการเปิดเผยเรื่องราวที่ไม่ควรพูดให้คู่หมั้นของคุณชายได้รับรู้



เมื่อกลับมาถึงบ้านพักสิ่งแรกที่ไท่หยางระลึกไว้เสมอว่าต้องทำคือตรงไปยังห้องของคู่หมั้น มันคือหน้าที่ของเขา สายตาห่วงหาบนดวงหน้าซีดเซียวยังคงมองหา ราวกับรอคอยเวลาให้กลับมาถึง

ความสงสารยิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่อคนที่กลับมาพบว่าคนรอพยายามพยุงตัวให้ลุกนั่งได้สะดวก มือหยิบวิกผมมาใส่เพื่อปกปิดความน่าเกลียด ซึ่งเขาไม่เคยรังเกียจเลย

“ให้น้องใส่เถอะค่ะพี่ชาย น้องอยากสวยในสายตาของพี่ชาย” เจ้าของดวงหน้าซีดเซียวบอกกับคนที่จับมือ ซึ่งกำลังจัดแจงใส่วิกผมให้เข้าที่ “พี่ชายเสร็จธุระแล้วเหรอคะ คงจะยุ่งมากถึงไม่มีเวลาโทร. หาน้องเลย โทร. มาทีไรน้องก็หลับทุกที”

“เหอผิงบอกว่าน้องหลับไปแล้ว พี่เลยไม่อยากกวนปลุกให้มารับโทรศัพท์” คนเป็นห่วงวางมือทาบบนดวงหน้าซีด ซึ่งมีรอยแดงปรากฏยามที่เจ้าของเห็นหน้าของเขา “ได้ยินเหอผิงบอกว่าเมื่อเช้าน้องอาเจียน ปวดหัวอยู่หรือเปล่า น้องน่าจะให้เหอผิงพาไปหาหมอ ให้หมอดูอาการหน่อย”

ดวงหน้าเซียวก้มลงเพื่อปิดบังความรู้สึกผิด คนป่วยเพียงคนเดียวไม่ควรทำให้คนรอบตัวที่อยู่รอบข้างเป็นห่วงเลย พากันวุ่นวายไปหมด

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะพี่ชาย ยังไงพรุ่งนี้น้องก็ต้องไปหาหมออยู่แล้ว” ไฉ่หงพยายามยิ้มออกไปไม่ให้คนที่กลับมาต้องเป็นห่วงกังวล คนกลับมาเหนื่อยควรรีบไปพักผ่อนมากกว่า แต่ก็ยังมีน้ำใจรีบแวะมาหา

ไท่หยางตีหน้าดุสั่นหน้าให้กับคนเกรงใจไม่เข้าเรื่อง มือจับโยกหัวเบาๆ เหมือนพี่ชายหยอกน้องสาว มันควรเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ต้นแล้ว

“พรุ่งนี้พี่ต้องเข้าประชุมตอนสิบโมง พี่จะไปส่งน้องหาหมอก่อน จากนั้นค่อยไปทำงาน จะให้เหอผิงอยู่เป็นเพื่อน ระหว่างที่น้องตรวจพี่จะรีบทำงานให้เสร็จ จะมาให้ทันอาหารกลางวัน มากินข้าวกับน้อง แล้วค่อยกลับไปทำงานต่อ” ทั้งหมดทำไปเพื่อชดเชยให้กับคู่หมั้น ไท่หยางไม่อยากรู้สึกผิดต่อเธอแบบนี้เลย

“ไม่ต้องลำบากก็ได้ค่ะ น้องอยู่ได้” คนไม่อยากให้ใครต้องมาเป็นห่วงกังวลบอกอย่างนั้น “ความจริงเหอผิงก็ไม่ต้องมาอยู่เป็นเพื่อนน้องก็ได้ พี่ชายเอาเหอผิงไปช่วยงานดีกว่า”

“ไม่ได้ พี่เป็นห่วงน้อง อยากให้มีเพื่อนอยู่ด้วย” นอกเหนือไปจากนั้นไท่หยางไม่อยากรู้สึกผิด จึงเปิดโอกาสให้กับผู้ช่วยได้ใช้เวลาอยู่กับคนที่รัก เหมือนกับเขาซึ่งมีโอกาสได้ทำ จึงตอบแทนด้วยการทำตัวเป็นคู่หมั้นที่ดีเตรียมยาไว้สำหรับคนต้องกิน

“น้องกินยาแล้วค่ะพี่ชาย ไม่ต้องเอามาให้กินอีก น้องกินข้าวยังไม่อิ่มเท่ากับกินยาเลย” แค่เห็นยา คนทักท้วงก็ย่นคอไม่อยากกลืนมันลงคออีก

“ถ้าน้องกินแล้วก็นอนพักผ่อนซะ” คนบอกตีหน้านิ่งสวมบทพี่ชายจอมดุจับตัวน้องสาวจอมงอแงให้นอนลงเพื่อเข้านอน

คนป่วยตามใจด้วยไม่อยากให้คนดูแลต้องเหนื่อยมาก เขาเองก็ทำงานมาทั้งวันแล้วควรจะได้พักผ่อนเสียที แต่ก่อนไปไฉ่หงอยากได้ความอบอุ่นใจจากคนที่เป็นคู่หมั้น...ทำทุกอย่างเหมือนคนที่หมั้นกันจริงๆ

“พี่ชาย...น้องขอนอนกอดพี่ชายได้ไหมคะ น้องหลับแล้วพี่ชายค่อยไป”

ดวงตาสีเข้มลดแสงวาวจัดจ้าลงเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน ในใจมีแต่ความสงสาร และคำขอนั้นไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยหากจะทำ ไท่หยางจึงเอนตัวลงตรงที่ว่าง โอบไหล่ประคองคนเอ่ยขอให้ได้รับไออุ่นจากอ้อมแขนของเขา ซึ่งก่อนหน้านี้มีคนเคยได้รับ มันทำให้อดคิดถึงไม่ได้ทั้งที่เพิ่งแยกจากกันไม่นาน ตอนนี้นางฟ้าในชีวิตของเขาน่าจะกลับถึงบ้านพักผ่อนเรียบร้อยแล้ว

แต่มันจะดีกว่านี้หากไม่มีคนใช้ท่อนแขนวางทาบทับรอยอุ่นของเธอที่มอบให้ตลอดทั้งคืน

“พี่ชายพอจะบอกได้ไหมคะ ว่าไปไหนมา” คนนอนหนุนอกกว้างชั่งใจอยู่นานว่าควรจะถามดีหรือไม่ แต่สุดท้ายก็พูดออกไปเพราะอยากรู้ว่าคู่หมั้นหายไปไหน ใช้เวลาส่วนตัวกับใคร

“จะสนใจทำไม ตอนนี้พี่ก็กลับมาแล้ว กลับมาอยู่กับน้องไง ไม่รู้ว่าตอนที่พี่ไม่อยู่เหอผิงดูแลน้องดีหรือเปล่า” คนไม่อยากตอบเลี่ยงที่จะไม่พูดถึงสิ่งคู่หมั้นอยากรู้ ถ้ารู้เธอคงเสียใจว่าเขาไปที่ไหน อยู่กับใคร

“เหอผิงดูแลน้องอย่างดี...” ไฉ่หงลอบมองดวงหน้าขรึมที่มีเค้าความอึดอัด เจ้าตัวคงไม่สบายใจที่จะพูดบอกว่าอยู่กับใคร “ถึงพี่ชายไม่บอกน้องก็รู้ว่าพี่ชายอยู่กับใคร น้องอิจฉาเธอจังที่ได้ใช้เวลาอยู่กับพี่ชาย”

“ไฉ่หง! ใครพูดบอกอะไรกับน้อง...” คิ้วเข้มผูกปมขมวด สีหน้ายุ่งยากใจไม่น้อยกับความจริงที่มีคนล่วงรู้ “เหอผิง...”

“ไม่ค่ะพี่ชาย” ไฉ่หงรั้งตัวคนที่กำลังจะลุกออกไป ไม่อยากให้เขาไหนทั้งนั้น ไม่ควรมีใครได้รับโทษจากคำขอที่อยากรู้ “อย่าโกรธเหอผิงเลยนะคะ เหอผิงแค่ทำตามที่น้องขอ”

ดวงหน้าเซียวหม่นเศร้า ถึงจะเจ็บแต่ไฉ่หงก็พร้อมจะรับไว้ทำความเข้าใจกับมัน นี่คือความสุขที่ตัวเองไม่อาจมีมอบให้กับคู่หมั้นได้

“น้องไม่โกรธพี่ชาย น้องรู้ว่าพี่ชายรักเธอมานานแค่ไหน ปิ่นตะวันเธอมาก่อนน้อง มาก่อนที่พี่ชายจะมาเป็น...”

“พอแล้วไฉ่หง พี่ไม่อยากฟัง” เจ้าของสีหน้าวุ่นวายใจพูดตัดบท ไม่อยากให้คนข้างตัวเก็บเรื่องนี้มาคิดอีก “น้องนอนพักผ่อนได้แล้วนะ น้องของพี่เป็นเด็กว่าง่ายไม่ใช่เหรอ”

ถึงแม้คนที่จับตัวให้นอนจะไม่พูดบอกอะไรให้รู้ แต่ไฉ่หงก็รู้เต็มหัวใจว่าคู่หมั้นกับอดีตเลขารักกันมาก ผูกพันกันมานานแค่ไหน เวลาสิบปีไม่เคยมีอะไรมาทำให้ความรู้สึกของคนทั้งคู่เปลี่ยนแปลงได้เลย คนที่ทำได้เพียงรับรู้ได้แต่เฝ้าอิจฉาผู้หญิงที่ได้รับความรัก ครอบครองหัวใจทั้งหมดของคู่หมั้น ต่างจากคนที่เขาต้องหมั้น ซึ่งเป็นได้แค่น้องสาวเท่านั้น

เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นด้วยความระแวดระวัง หลังได้รับรายงานจากผู้ช่วยที่กระซิบบอกว่านายท่านเดินทางมาถึงแล้ว อีกสิบนาทีน่าจะมาถึงที่นี่ ท่านมาเพื่อแวะดูอาการลูกสาวของท่านก่อนจะเดินทางเข้าประชุม มันน่าสงสัย ทำไมนายท่านถึงเดินทางมาโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้าให้รู้

ความสงสัยถูกเจ้าของมือเล็กที่บีบดึงความสนใจ แรงบีบนั้นเหมือนจะบอกว่าเจ้าตัวกำลังเจ็บปนหวาดกลัว ร่างสูงใหญ่จึงย่อตัวลง มอบรอยยิ้มปลอบใจ ให้กำลังใจกับคนที่เป็นกังวล มันไม่ได้มีอะไรน่ากลัวเลย

“ทำใจให้สบาย พี่เชื่อว่าน้องจะผ่านมันไปได้” ไท่หยางวางมือบนหัวคนทำหน้าเจื่อน ไม่เห็นแจกยิ้มเหมือนตอนออกจากบ้านเลย “เหอผิงได้รับรายงานจากคนของนายท่าน คุณป๊าของน้องกำลังเดินทางมาที่นี่ ไม่เกินสิบนาทีจะมาถึง ดีใจไหมที่จะได้เจอท่าน”

“ป๊าคงเป็นห่วงน้อง”

ไท่หยางยิ้มให้กับคำกล่าวนั้นด้วยความเข้าใจ ไม่แปลกที่พ่อซึ่งมีลูกสาวอยู่เพียงคนเดียวจะรัก เป็นห่วงลูกมากกว่าใคร

“น้องเข้าไปเตรียมตัวในห้องตรวจนะ มา พี่จะไปส่ง”

คู่หมั้นกลายเป็นเด็กน้อยว่าง่ายทำตามทุกอย่างที่หมอและพยาบาลบอก ทำให้การตรวจเสร็จอย่างรวดเร็ว เมื่อออกมาเจ้าตัวก็ได้พบกับพ่อที่เดินทางมาหา

“เย็นนี้เรากินข้าวด้วยกันนะ” ฉีหลงก้มหน้าบอกกับลูกสาวที่ยังกอดอ้อนไม่ยอมปล่อย อ้อนเก่งแบบนี้จะไม่ให้รักห่วงได้ยังไง

“ค่ะป๊า เสียดายพี่ชายติดงานมากินข้าวด้วยกันไม่ได้”

“แต่กลางวันนี้พี่ก็มากินข้าวกลางวันกับน้องไง” ไท่หยางใช้มือลูบหัวเด็กว่าง่ายที่เริ่มดื้อเอาแต่ใจ “ไว้เจอกันที่บ้านนะ”

ความใกล้ชิดสนิทสนมที่เห็นพอจะทำให้ลีฉีหลงเบาใจมากขึ้น แต่จะดีกว่านี้หากว่าไม่ได้รับรายงานที่ได้ยินแล้วไม่สบายใจ คนที่เหมือนลูกชายซึ่งเขาได้ช่วยชีวิตไว้กำลังให้ความสนใจผู้หญิงอื่นนอกจากลูกสาวของเขา มันมีความจริงมากน้อยแค่ไหน เขายังไม่อยากปักใจเชื่อจนกว่าจะได้รู้เห็นกับตา ถ้ารู้ว่าเรื่องจริงเป็นยังไงจะได้จัดการได้ถูกคน

ใครที่ทำให้ลูกสาวของเขาต้องเสียใจ ต้องได้รับบทเรียนอย่างสาสม

หลังเสร็จสิ้นการประชุม ประธานโหย่วหมิงกรุ๊ปได้รับทราบรายงานผลกำไรจากการลงทุน มันอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ ซึ่งนับว่าเกินคาดสำหรับการทำธุรกิจในประเทศที่มีกลุ่มการเมืองเกี่ยวพันไปหมดทุกภาคส่วน

เรื่องงานไม่มีอะไรน่าห่วง คนที่ถูกส่งตัวมาทำงานจัดการมันได้เป็นอย่างดี เหลือเรื่องส่วนตัวที่ลีฉีหลงยังไม่อาจวางใจได้ ในเมื่อคู่หมั้นของลูกสาวทำตัวไม่น่าไว้ใจ

“ช่วงนี้ดูจะงานยุ่งมากเลยนะ” คำถามเริ่มต้นขึ้นในห้องทำงานที่มีกันอยู่เพียงสองคน คนอื่นถูกกันตัวให้ออกไปนอกห้อง

“เราเปลี่ยนผู้ร่วมลงทุนใหม่ ทุกอย่างจึงต้องเริ่มใหม่หมด คิดว่าไม่เกินไตรมาสที่สอง จะมีกำไรคืนกลับมา”

“เรื่องงานฉันไม่ห่วง แต่ห่วงเรื่องอื่นมากกว่า” คนพยักหน้ารับรู้มองไปยังชายหนุ่มที่ไว้ใจเหมือนลูก เป็นคนในครอบครัว มันจะกล้าทำให้ผิดหวังได้ยังไง “มีบางเรื่องที่ได้ยินแล้วไม่ค่อยดีเท่าไหร่...เรื่องเธอกับผู้หญิงอื่น”

หัวใจของคนถูกจับตามองเต้นสั่นกระตุก นายท่านรู้เรื่องนี้ได้ยังไง ใครเป็นคนรายงาน ความสงสัยถูกฉาบไว้ภายใต้ความสงบนิ่งเฉย ไท่หยางรู้ตัวดีว่าไม่ควรแสดงท่าทีอะไรให้นายท่านจับสังเกตได้ เพราะผิดปกติเพียงนิดเดียวนายท่านจะรู้ทันที ไม่มีอะไรหลุดรอดดวงตาเรียวดุจเหยี่ยวคู่นี้ไปได้ ยิ่งเป็นเรื่องของลูกสาวคนเดียวที่รักมากด้วยแล้ว ท่านต้องสืบจนรู้ที่มา

“เราเป็นผู้ชายเหมือนกัน ก็พอจะเข้าใจ”

ดวงตาเรียวยังคงจับจ้องคนนิ่งเฉยไม่เปิดเผยอะไรออกมา หากมันทำจริงคงปิดไว้ไม่ได้นาน ต่อให้ระวังแค่ไหนก็ต้องหลุดออกมาบ้าง

“ผู้ชายวัยนี้ยังหนุ่มยังแน่น ก็ต้องมีคนเอาไว้ปลดปล่อยความตึงเครียด ผ่อนคลายความสุขเล็กๆ น้อยๆ บ้าง ฉันเข้าใจดีว่าลูกสาวให้สิ่งนี้กับเธอไม่ได้” ลีฉีหลงยิ้มมุมปากให้กับเรื่องธรรมชาติของผู้ชาย ซึ่งมันต้องไม่ส่งผลกระทบไปถึงตัวลูกสาว “จะมีใครไม่ว่าหรอกนะ ขออย่างเดียว ผู้หญิงคนนั้นต้องไม่มีความสำคัญเท่ากับไฉ่หง..เธอต้องรักลูกสาวฉันคนเดียว”

คนได้ยินลอบถอนหายใจอย่างเบากริบ จะมีใครเข้าใจถึงความอึดอัดลำบากใจนี้บ้าง บางทีมันเหนื่อยหนักจนไม่อยากทนกับคำขอร้องแกมบังคับนี้อีกต่อไป แต่นั่นยังไม่น่าหนักใจเท่ากับผู้มีพระคุณระแคะระคายเรื่องนี้ได้ยังไง สงสัยว่าท่านจะส่งคนให้คอยสืบดูอยู่ห่างๆ มันไม่เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์กับคนในหัวใจเลย

“ผมไม่ทราบว่าท่านไปได้ข่าวนี้มาจากไหน ทั้งที่ท่านก็รู้ดีว่าผมไม่ใช่คนมักง่าย มีผู้หญิงไว้ผ่อนคลายระบายความใคร่ ความต้องการเพียงอย่างเดียว ที่ผ่านมาผมก็พิสูจน์ให้ท่านเห็นแล้วว่าผมไม่มีใคร นอกจาก...คนที่ผมรัก”

ไท่หยางจ้องประสานดวงตาเรียว นาทีนี้ต้องสู้ไม่ให้ใครได้ล่วงรู้ว่าผู้หญิงคนไหนครอบครองหัวใจ ใครคือคนที่เขารัก ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ลูกสาวของนายท่าน ที่พยายามบีบบังคับใจด้วยรอยยิ้มเย็นรอคอยเวลาเชือด

“ก็ดี หวังว่าคนที่ฉันไว้ใจจะเป็นคนรักที่ดีของลูกสาว สงสัยว่าฉันจะได้ยินข่าวมาผิดไป คงต้องไปตรวจสอบแหล่งข่าวใหม่อีกที”

ยิ้มเย็นที่เห็นบนใบหน้าเคร่งตึงไม่ได้ช่วยให้ความหวาดระแวงลดน้องลงเลย ตรงกันข้ามกลับต้องเพิ่มความระแวดระวัง มันไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่านายท่านจะไม่ให้ความสนใจกับเรื่องนี้อีก การพบเจอกันระยะนี้มันอันตรายเกินไป แต่...จะอดทน จัดการยังไงกับความคิดถึงที่มันล้นในอก

หลังส่งนายท่านกลับไป ไท่หยางยังต้องไปจัดการงานต่อ นั่นคือการพบปะพูดคุยกับตัวแทนสินค้าจากยุโรป ซึ่งการเจรจาผ่านไปอย่างราบรื่น เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ เรื่องงานจบไปแล้วยังเหลือเรื่องส่วนตัว...

เมื่อพ้นสายตาของผู้คนไท่หยางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาติดต่อหาคนที่คิดถึงทันที ไม่รู้ว่าตอนนี้นางฟ้าของตะวันจะทำอะไรอยู่ ทำไมถึงได้รับสายช้าเหลือเกิน ความหงุดหงิดวุ่นวายใจแทบมลายหายไปทันทีหลังได้ยินเสียงสดใส ยิ้มอย่างอารมณ์ดีโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่ก่อนหน้านี้เพิ่งคุยเรื่องงานแสนจะเคร่งเครียดมาหมาดๆ

“ทำอะไรอยู่ กว่าจะรับสาย” คนถามถลึงตาใส่ผู้ช่วย คว้าสมุดจดบันทึกเล่มเล็กวางอยู่ใกล้ตัวปาไปที่คนยิ้มขำ มีตรงไหนตลกไม่ทราบ

“เสียงอะไรน่ะตะวัน” ปิ่นตะวันได้ยินเสียงหัวเราะดังเล็ดลอดเข้ามา

“เหอผิงยิ้มหัวเราะผม อย่าไปสนใจเลย” คนหน้ามุ่ยหันหน้าหนีสายตายิ้มยั่วล้อที่สะท้อนเห็นในกระจกมองหลัง ถ้ามันยังไม่หยุดได้เจอดีแน่ “ปิ่นยังไม่ได้บอกผมเลยนะว่าทำอะไรอยู่”

“เพิ่งอาบน้ำเสร็จค่ะ เดี๋ยวจะลงไปเตรียมนมอุ่นให้คุณพ่อ ท่านบ้างานเหมือนคนบางคนก็ไม่รู้ ค่ำมืดแล้วยังไม่ยอมกลับบ้านไปหลับไปนอนซะที”

“ใครว่าไม่กลับ” น้ำเสียงงอนแย้งโต้ทันที “ผมกำลังจะกลับบ้าน ตอนนี้คุยโทรศัพท์กับปิ่นบนรถ ถึงบ้านคงพูดคุยกันไม่สะดวก ผมเองก็ไม่อยากให้ใครได้ยิน เรื่องของเรามีแค่เหอผิงกับไฉ่หงเท่านั้นที่รู้”

คุณชายไท่หยางคือสิ่งที่เขาเป็น และมันน่าจะทำให้เขาอึดอัดลำบากใจไม่น้อย แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ยังเป็นตะวันอย่างที่ต้องการ ทำให้คนคิดถึงอดยิ้มปลื้มไม่ได้

“เสี่ยงเนี่ยน...” คนพูดหลับตายิ้มเขินกับตัวเอง ในที่สุดก็บอกความรู้สึกให้นางฟ้าในหัวใจได้ยินจนได้

“อะไรน่ะตะวัน พูดอะไรปิ่นไม่เห็นเข้าใจเลย” คนที่ได้ยินไม่ถนัดทำหน้ายุ่งย้อนถาม ไม่รู้ว่าคนพูดต้องการบอกอะไร “ก็รู้ว่าปิ่นฟังภาษาจีนไม่รู้เรื่อง”

“เสี่ยงเนี่ยน...” ไท่หยางยิ้มให้คำที่พูดออกมาจากปากมอบให้กับคนที่คิดถึงมากที่สุด “ถ้าปิ่นอยากรู้ต้องไปหาคำตอบเอาเอง แล้วพรุ่งนี้อย่าลืมนัดล่ะ...ผมรักปิ่นนะ”

“ค่ะ” แม้จะไม่รู้ว่าคำพูดที่ได้ยินหมายถึงอะไร แต่ปิ่นตะวันมั่นใจว่ามันคงจะแทนความรู้สึกของคนพูด ซึ่งบอกความในใจให้ได้ยิน “พรุ่งนี้เจอกันนะ”

แค่ได้รู้ว่าพรุ่งนี้จะได้เจอกันความคิดถึงที่มีอยู่มากมายเหมือนมันจะลดน้อยลงทันตา แต่จะดีกว่านี้ถ้าได้พบเจอพูดคุยใช้เวลาอยู่ด้วยกัน หากไม่กลัวว่าจะมีคนสงสัยไท่หยางจะไปหาคนที่คิดถึงจับหัวใจ คิดถึงจนต้องบอกให้เจ้าตัวรับรู้ พูดในขณะที่เป็นไท่หยางไม่ใช่ตะวัน ต่อไปไท่หยางจะเป็นผู้ชายอีกหนึ่งคน มีหัวใจมอบรักให้กับเธอเพียงคนเดียว แม้จะต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักก็ตาม



แค่รู้ว่าพ่อจะเดินทางกลับสิงคโปร์วันนี้ ลูกสาวที่จะไม่ได้พบเจอพ่ออีกนานจึงพยายามฝืนความอ่อนเพลียลุกขึ้นมาเพื่อร่วมโต๊ะรับประทานอาหารเช้า โดยมีคู่หมั้นช่วยพยุงตัวให้ลงไปด้านล่างได้สะดวก มันทำให้ไฉ่หงอดรู้สึกไม่ได้ว่าตัวเองเหมือนเป็นภาระสำหรับทุกคนรอบตัว แม้จะไม่มีใครพูดว่าเป็นภาระก็ตาม

ดวงตาคู่เรียวหม่นจดจ้องดวงหน้าขรึมที่อยู่ใกล้ เจ้าของดวงหน้านี้ไม่เคยพูดหรือทำอะไรให้รู้สึกว่าเป็นภาระเลย ไม่เคยมีความรู้สึกอื่นนอกจากห่วง ไม่มีแม้กระทั่งความใกล้ชิดทำให้รู้สึกได้ว่านี่คือสิ่งที่ผู้ชายจะมอบให้กับผู้หญิงที่รัก เขามีแค่ความห่วงใยอย่างพี่ชายมอบให้กับน้องสาวเท่านั้น

“ป๊าน่าจะอยู่ให้นานกว่านี้หน่อย”

“ก็ป๊ามีงานต้องทำ” คนเป็นพ่อวางมือบนหัวของลูก ขนาดเจ็บป่วยแบบนี้ยังขยันอ้อนเหลือเกิน “ทางนี้ลูกก็มีไท่หยางกับเหอผิงดูแลอยู่ ป๊าค่อยหมดห่วง ยังไงซะลูกสาวของป๊าก็มีว่าที่สามีอยู่ใกล้ๆ ไม่เหงา”

ลีฉีหลงไม่ได้พูดเจาะจงบอกแค่ลูกสาวเท่านั้น แต่ยังเตือนให้อีกคนไม่ลืมถึงฐานะและหน้าที่ นี่คือสิ่งที่มันต้องทำ เรื่องราวก่อนหน้านี้ทำให้เขาไม่อาจไว้วางใจคนข้างตัวลูกสาวเหมือนเดิมได้อีก จำต้องให้คนที่วางใจได้อยู่ทางนี้คอยเป็นหูเป็นตา ทุกสิ่งที่ทำก็เพื่อลูก แก้วตาดวงใจไม่ควรพบกับความผิดหวังเสียใจ คนเป็นพ่อจะไม่มีทางให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด

“เท่าที่ดูงานทางนี้คงจะยุ่งมาก ฉันจะให้หงเสียนมาช่วยแบ่งเบาภาระ ไม่ให้เธอต้องทำงานหนัก มีเวลาดูแลไฉ่หงเพิ่มขึ้น”

ฟังผิวเผินนี่คือความหวังดี แต่เหอผิงไม่เชื่อว่านายท่านจะส่งคนติดตามใกล้ชิดเพื่อให้มาช่วยงานคุณชายเพียงอย่างเดียว ไม่แน่ว่าอาจส่งมาคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวด้วย ถ้าเป็นอย่างนั้นคนที่คิดถึงกันคงไม่มีทางได้พบกันตามที่นัดหมายไว้

“ขอบพระคุณนายท่านมากครับ”

ไท่หยางจำต้องปั้นหน้านิ่งขรึมรับน้ำใจของคนที่ส่งคนมาจับตามอง งานเป็นแค่ข้ออ้างฉากหน้าเท่านั้น ยิ่งใกล้กำหนดวันแต่งงานมากเท่าไรความอึดอัดลำบากใจยิ่งเพิ่มมากขึ้น เพราะคนที่อยู่ในหัวใจไม่ใช่ลูกสาวของท่าน แต่เป็นคนที่เขากำลังคิดถึงแทบทุกลมหายใจเข้าออก อยากไปหาแต่ก็ทำไม่ได้ จะมีอะไรทรมานใจมากไปกว่านี้อีก...

คนเดียวที่พอจะช่วยได้คือคนที่รู้ใจกัน เจ้านายแอบส่งสัญญาณให้ผู้ช่วยรับรู้ว่ามีบางสิ่งอยากให้ทำ เป็นคำขอไม่ใช่คำสั่ง มันถูกเอ่ยขึ้นหลังนายท่านแยกตัวออกไป ไม่มีคนของท่านอยู่แถวนี้

“เหอผิง...” ดวงตาสีเข้มส่งคำวิงวอนร้องขอให้อีกคนทำตามที่บอก “เดี๋ยวแกไปพบคนที่ฉันคุยโทรศัพท์นัดไว้ตอนกลางวันนี้”

ดวงตาเรียวเล็กมองดวงหน้าขรึม ก่อนเจ้าของจะพยักหน้าช้าๆ บอกว่าเข้าใจความหมายสิ่งที่เจ้านายกำลังจะพูด ซึ่งไม่อาจพูดออกมาตามตรงได้ ไม่แน่ว่าคนของนายท่านอาจแฝงตัวอยู่แถวนี้ หากผ่านเข้ามาได้ยินคงไม่ดีแน่

“ไปอธิบายให้เขาเข้าใจด้วยว่าทำไมฉันถึงทำตามข้อเสนอไม่ได้”

“ครับคุณชาย ผมจะจัดการให้” ผู้ช่วยถอยห่างออกไป คำพูดเพียงไม่กี่คำก็รู้เข้าใจได้เป็นอย่างดี เขาจะไปพบหัวใจของเจ้านายเพื่อบอกและอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าทำไมคนที่นัดหมายถึงไปพบ ไปหาเธอไม่ได้



เวลาล่วงเลยผ่านมาเกือบสิบนาทีแล้ว แต่ปิ่นตะวันยังไม่พบคนที่นัดหมาย ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ ปกติคนชอบตีหน้าขรึมเป็นรูปปั้นเป็นคนรักษาเวลา หรือว่า...จะมีอะไรเกิดขึ้นกับเขา อดีตคู่หมั้นจะทำอะไรเขาหรือเปล่า คงไม่...ตะวันก็ระมัดระวังตัวตลอดเวลา คงไม่ปล่อยให้ตัวเองพบเจอกับเรื่องร้ายแน่

คนรอคอยสั่นหน้าสลัดความคิดเพ้อเจ้อฟุ้งซ่านออกมา มันต้องไม่เกิดอะไรขึ้นกับเขา คุณชายไท่หยางแห่งโหย่วหมิงกรุ๊ปต้องไม่เป็นอะไร

“คุณปิ่นครับ...”

เจ้าของชื่อหันไปตามเสียงเรียก ดวงตาคู่สวยฉายความกังวลพบเพียงผู้ช่วยร่างสูงโปร่งนัยน์ตาเรียวเล็ก ไร้เงาเจ้านายร่างสูงใหญ่ ทำไมเขาถึงไม่มา หรือว่าความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืนจะเปลี่ยนไป

“ผมไม่มีเวลามาก ตั้งใจสิ่งที่ผมจะพูดกับคุณให้ดี”

ปิ่นตะวันพยักหน้ารับฟัง คนตรงหน้ากำลังจะพูดอะไร สีหน้าที่ดูเคร่งเครียดมันบอกว่าคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไรนัก

“ตอนนี้คุณชายกับผมกำลังถูกจับตาดูความเคลื่อนไหว...” คนมาส่งข่าวหลบสายตาที่กำลังจดจ้องมองหน้า ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร “นายท่านรู้แล้วว่าคุณชายไม่ได้มีคุณหนูคนเดียว ส่งผลให้ถูกจับตาดูทุกฝีก้าว ไม่ว่าจะทำอะไร ที่ไหน กับใคร...”

ซึ่งมันคงไม่เป็นผลดีนักกับคนที่คุณชายจะมาพบ ถ้านายท่านรู้คงไม่ปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นมีความสุข เพราะเธอได้ครอบครองหัวใจของคุณแทน แทนที่จะเป็นคุณหนู

“คุณชายฝากบอกมาให้อดทนรออีกสักพัก คุณชายจะติดต่อ จะมาหาคุณเอง”

แม้สิ่งที่ได้ยินจะทำให้ใจสั่นหวั่นหวาดถึงอนาคต กลัวว่าความสัมพันธ์จะไม่เหมือนเดิม แต่ความห่วงก็มีมากกว่าความน้อยใจ

ตะวันไม่เป็นอะไรใช่ไหม”

“ตัวไม่เท่าไหร่ แต่ใจ...คงทรมานมาก คุณชายคิดถึงคุณ คืนนี้...คงติดต่อมา”

แม้จะไม่รู้ว่าจะได้พบกันอีกเมื่อไร แต่ปิ่นตะวันเชื่อว่าตะวันที่ฉายความอบอุ่นให้กับหัวใจจะต้องหาทางมาพบกันจนได้ เพราะเขาไม่เคยผิดสัญญา ผิดคำพูดที่ให้ไว้ มันเป็นแบบนั้นตั้งแต่วันวานจนถึงวันนี้

----------------------------

และอย่าลืมโหลด

ที่สุดหัวใจ เล่ม 2 (จบ)

https://www.mebmarket.com/ebook-77467-ที่สุดหัวใจ-เล่ม-2-จบ

ที่สุดหัวใจ เล่ม 1

https://www.mebmarket.com/ebook-77466-ที่สุดหัวใจ-เล่ม-1

รหัสรักรหัสหัวใจ

https://www.mebmarket.com/ebook-67505-รหัสรัก-รหัสหัวใจ

รอยรัก

https://www.mebmarket.com/ebook-64125-รอยรัก

รักละมุน

https://www.mebmarket.com/ebook-61321-รักละมุน

เสิร์ฟรักปรุงหัวใจ

https://www.mebmarket.com/ebook-58009-เสิร์ฟรักปรุงหัวใจ

น้ำเงี้ยวเขียวหวาน

https://www.mebmarket.com/ebook-54922-น้ำเงี้ยวเขียวหวาน

และจตุนาคา

https://www.mebmarket.com/ebook-53258-จตุนาคา

ขอบคุณเจ้า ยินดีเจ้า



teesaparn
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 1 ธ.ค. 2561, 13:28:47 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 1 ธ.ค. 2561, 13:28:47 น.

จำนวนการเข้าชม : 73





<< เล่ม 2 บทที่ 37   เล่ม 2 บทที่ 39 >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account