ที่สุดหัวใจ
ช่วงเวลาแห่งความตาย...เขาผ่านมาแล้ว
ช่วงเวลาแห่งการรอคอย...เขาผ่านมาแล้ว
เหลือช่วงเวลาแห่งความสุข...เขาจะได้ผ่านสัมผัสมันหรือไม่
มันอาจมี หรือไม่มี...ไม่มีแม้กระทั่งฝัน
Tags: ไท่หยาง ปิ่นตะวัน ที่สุดหัวใจ สุดหัวใจ อองตอง ตีซาปาน teesaparn

ตอน: เล่ม 2 บทที่ 40

ขออนุญาตส่งให้อ่านเป็นตอนสุดท้ายนะคะ
ไปหาอ่านฉบับเต็มได้ในอีบุ๊กค่ะ ขอบคุณค่ะ
---------------------------------------------
๔๐


เจ้าของอ้อมกอดขยับตัวรั้งให้คนที่นอนหลับสนิทในนั้นแนบสนิทเป็นส่วนเดียวกัน ฝังลมหายใจอุ่นตรงซอกคอหอมหวาน ปลายนิ้วลูบผมยาวเรียบลื่นอย่างที่เคยชอบ ทุกสิ่งทุกอย่างในตัวผู้หญิงคนนี้คือสิ่งที่เขารักหวง หวงยิ่งกว่าทรัพย์สมบัติมีค่า เท่าที่ชีวิตนี้เคยหาได้มา

“เสี่ยงเนี่ยน...” เสียงขรึมกระซิบบอกข้างหู กล่อมให้คนลืมตานอนอยู่ในนั้น ไม่อยากให้ตื่นขึ้นมาลุกหนีหายไป

“ปิ่นก็คิดถึงตะวัน คิดถึงมาก” คนเข้าใจยิ้มกว้างให้กับคำที่เข้าใจความหมายเป็นอย่างดี ความรู้สึกที่มีไม่ได้ต่างกันเลย

“รู้ด้วยว่าผมบอกอะไร...” คนยกคิ้วสูงเห็นอีกคนพยักหน้ายิ้มหวานมาให้ เห็นเงียบๆ แต่แอบสืบค้นจนรู้ ร้ายกาจไม่เบาเลย “ผมก็คิดถึงปิ่นเหมือนกัน คิดถึงอยากจะมาหา แต่ก็มาไม่ได้ นี่ผมก็หนีออกมา เช้ามืดผมคงต้องไปก่อนคนในบ้านจะตื่นมาเห็น”

และความคิดถึงยังคงพรางพร่ำบอกไม่รู้เบื่อ ทำอยู่อย่างนั้น แต่ทำไมความทุกข์ทรมานในใจถึงไม่หายไปเสียที ตรงกันข้ามมันยิ่งก่อตัวจนไม่อยากปล่อย ไม่อยากไปไหนอีกเลย ถ้าไม่มีผู้หญิงคนนี้อยู่ใกล้ๆ

“ไม่ได้เจอปิ่นใจผมเหมือนมันจะขาด...คิดถึงเมียที่สุด”

เจ้าของความคิดถึงยังคงพร่ำบอกจนปิ่นตะวันต้องใช้ปลายนิ้วปิดกั้นริมฝีปากอุ่นชื้น ให้คนทำได้หยุดพักบ้าง แต่คงไม่ได้ผล เพราะสัมผัสอุ่นกลับฝากไว้บนสิ่งที่ปิดกั้น ทำเหมือนเป็นเจ้าของจ้องแสดงสิทธิ์ครอบครอง

“ตะวันไม่เป็นอะไรใช่ไหม” คนเบี่ยงหนีสัมผัสรุกเร้าใช้อกกว้างเป็นที่หลบการรุกรานไม่หยุดหย่อน หลบได้ชั่วคราวก็ยังดี ก่อนใจจะหวั่นไหวตามใจให้กับคนไม่รู้จักพอซ้ำอีก

“ใจจะขาดไม่ว่า ทนไม่ไหวจนต้องหนีออกมา ผมกระดิกตัวไปไหนไม่ได้เลย เหอผิงก็ถูกจับตามองเหมือนกัน นายท่านคงสงสัย คงเป็นเพราะผมเลื่อนการแต่งงานออกไป” กับเขายังทำถึงขนาดนี้ แล้วอีกคนล่ะ “ปิ่นล่ะมีใครทำอะไรไหม ถ้ามีก็ให้รีบบอกมา”

คนนอนซุกกว้างอกยิ้มขำให้ความห่วงของคนที่กังวลจนเกินเหตุ

“ไม่มีใครกล้าทำอะไรลูกสาวนายตำรวจใหญ่หรอกน่า นอกจากคนบ้าที่นอนกอดอยู่นี่...บุกเข้ามาหาถึงในห้อง”

ไท่หยางมองหน้าคนที่ย่นจมูกใส่ แถมยังยื่นหน้ามาใกล้ อมยิ้มล้อเลียน มันน่าจับฟัดกินอีกสักรอบ ดูซิ จะยังกล้าล้ออีกหรือเปล่า

“เพิ่งรู้ว่าปิ่นมีผัวเป็นคนบ้า ผัวบ้าเมียบ้าถึงอยู่ด้วยกันได้”

“ปิ่นไม่ได้บ้า ตะวันนั่นแหละบ้า”

“ใช่! ผมบ้า บ้าปิ่น บ้ามาตั้งสิบปี สิบปีที่เหมือนคนบ้า คอยตามข่าวผู้หญิงคนนึงจากเมืองไทย รู้ไหมพอผมรู้ว่าปิ่นหมั้นกับไอ้สัตว์นรกนั่น ผมอยากมาถล่มทำลายงานหมั้นแค่ไหน อยากจะแฉว่านายพัทรพลมีซุกเก็บไว้ที่ไหนบ้าง งานหมั้นมันจะได้ล่มไปซะ”

คนได้ยินยิ้มขำ ขำความดุเข้มของคนทำหน้าเคร่งตึงแกล้งทำเป็นโมโหโวยวายพูดออกมา ต่างจากหัวใจที่อยู่ในอกกว้าง มันกำลังเต้นแรงตัว แต่ที่น่าชังที่สุดคือมือใหญ่อบอุ่น ซึ่งเจ้าของยังไม่ยอมหยุดวุ่นวายกับเนื้อตัวเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่ม จนคนถูกรุกรานต้องจับมือแสนซุกซนให้อยู่นิ่งๆ แต่เจ้าของกลับตีหน้าซื่อทำเป็นไม่รู้ไม่สนใจ ซ้ำแกล้งกอดรัดแน่นจนหายใจไม่ออก น่าหมั่นไส้เสียจริง

“ตะวัน...” เสียงสั่นเรียกเจ้าของชื่อเพื่อประท้วงให้หยุด

“ผมอยากให้ตัวปิ่นหลอมละลายเข้าไปอยุ่ในตัวผม ไม่อยากให้แยกจากกันเลย” เสียงต่ำกระซิบบอกข้างหูให้เจ้าของรับรู้ว่ายิ่งห้ามหยุดไว้ มันยิ่งอันตรายกับเนื้อตัวหอมหวานที่กำลังชื่นชมอยู่ “ผมกลัวว่าสักวันมันจะเกิดขึ้น และถ้ามันเกิดขึ้นจริง ผมจะทำให้เราอยู่ด้วยกันให้ได้ แม้ว่าต้องแลกด้วยชีวิตของผม จนผมต้องตายอีกครั้งก็ยอม ผมยอมตายดีกว่าไม่มีปิ่น...ไม่ได้อยู่กับปิ่น”

“แล้วเราจะอยู่แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน ปิ่นรู้สึกไม่ดีเลย ปิ่นมีคุณพ่อ...” นี่คือคนที่ปิ่นตะวันไม่อาจลืมนึกถึงใจของท่านได้ หวังว่าเจ้าของอ้อมกอดแสนอบอุ่นจะไม่ลืม

“ผมเข้าใจ...” และคนเข้าใจแอบผ่อนลมหายใจยาวระบายความหนักใจออกมา การทำให้นายตำรวจใหญ่ยอมรับความสัมพันธ์มันไม่ง่ายเลย แต่เขาจะทำเพื่อคนที่รัก “ผมจะหาทางยกเลิกงานแต่งงาน ตัวไฉ่หงเองก็ไม่เห็นด้วยกับการแต่งงาน คงรู้ว่ามีชีวิตต่อได้อีกไม่นาน คงอยากให้เราอยู่ด้วยกันมากกว่า ที่สำคัญ...เธอรู้เรื่องของเราหมดทุกอย่าง นอกจากไม่ขัดขวางยังเอาใจช่วยให้เราได้อยู่ด้วยกัน”

ดวงหน้าสวยที่ซบแนบอกกว้างฉายไร้รอยยิ้ม ในใจมีแต่ความกลัดกลุ้มไม่สบายใจ รู้สึกเหมือนกำลังแย่งชิงสิทธิ์อันชอบธรรมจากผู้หญิงอีกคน แค่คู่หมั้นไม่รักก็เจ็บมากเกินพอแล้ว หากเขายังปฏิเสธการแต่งงานก็เท่ากับเป็นการทำร้ายจิตใจซ้ำสอง เป็นแบบนี้แล้วจะให้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขได้ยังไง

“ดูเหมือนเราจะใจร้ายใจดำกับเธอ เราเห็นแก่ตัวเกินไปหรือเปล่าตะวัน” ปิ่นตะวันสงสารผู้หญิงคนนั้น เธอรักคนข้างตัวมากจนยอมเจ็บก็เพราะเขา ซึ่งเจ้าตัวก็รู้ดีถึงได้ถอนหายใจออกมา

“ทุกคนต่างเห็นแก่ตัวด้วยกันทั้งนั้น จะมากจะน้อยเท่านั้นเอง แล้วผมผิดด้วยเหรอที่จะเห็นแก่ตัว ผมแค่อยากให้เราได้อยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน นานเท่าไหร่ ผมสาบาน ถ้าผิดคำพูดขอให้ผมไม่ตายดี ตายเป็นผี ขอให้ไม่ได้ผุดได้เกิด ขอให้...”

“พอแล้วตะวัน ปิ่นไม่อยากฟัง” คนเอ่ยปากห้ามใช้ปลายนิ้วแตะปากหยักได้รูปไม่ให้พูดต่อ หวั่นใจกลัวว่าเขาต้องตายจริงๆ สิ่งที่เขาคิดจะทำมันไม่ง่ายเลย “ตะวัน คุณพ่อสั่งไม่ให้ปิ่นติดต่อพบตะวันอีก จริงอยู่ท่านยังไม่รู้เรื่องของเรา แต่ท่านเคยไปพบตะวัน...”

ดวงหน้าเข้มขรึมพยักหน้ารับรู้ วันนั้นเขาได้พูดทุกอย่างในใจกับท่านไปหมดแล้ว คู่หมั้นคือเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้คนเป็นพ่อไม่สบายใจ

“ผมบอกท่านไปหมดแล้วว่าคิดรู้สึกยังไงกับลูกสาวของท่าน แต่ผมไม่ได้บอกว่าก่อนผมจะมาเป็นไท่หยาง ผมคือใคร มีปิ่นคนเดียวที่รู้ว่าผมคือใคร แล้วเรื่องนี้อย่าเพิ่งให้ท่านรู้ ท่านอาจขวางเรามากขึ้น”

ปัญหาอาจจะมากขึ้น แค่ทุกวันนี้ก็ต้องเตรียมการรับมือคนใจชั่ว ไม่รู้ว่ามันจะทำยังไงต่อไป แต่มันคงไม่รอช้าแน่ คนขี้อิจฉาคงไม่ปล่อยให้คนอื่นอยู่อย่างมีความสุขเด็ดขาด

“เมื่อเช้านายพัทรพลส่งจดหมายมาถึงไฉ่หง แต่เหอผิงเจอเสียก่อน มันมีภาพของเราตอนอยู่ที่พัทยา”

คนผุดลุกถอนตัวออกมาด้วยความตกใจ ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วแบบนี้ คนชั่วลงมือแล้ว ต่อไปไม่รู้จะทำอะไรกับคนข้างตัวอีก

“แล้วเธอ...” เสียงแผ่วขาดหายไป ใจไม่อยากคิดถึงผลที่ตามมาเลย

“ไฉ่หงยังไม่รู้...” ไท่หยางรั้งตัวคนตกใจให้เข้ามาอยู่ที่เดิม เขาจัดการกับมันได้ไม่มีอะไรต้องห่วง “ผมนัดเจอกับมันแล้ว คราวนี้จะจัดการให้เด็ดขาดซะที น่ารำคาญ ว่าแต่...ปิ่นอย่าขอร้องแทนมันเลยนะ สิ่งที่มันทำกับผมต้องชดใช้ สิบปีกับความเจ็บปวดทรมาน มันต้องคืนให้ผม คืนให้โดยไม่มีข้อแม้มาต่อรอง แล้วไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะจัดการให้ดีที่สุด...”

คนปลอบใจทิ้งรอยอุ่นไว้ที่ข้างขมับ ก่อนจะหลับตากอดตัวคนในอ้อมแขน เรียกขวัญกำลังใจให้แก้แค้นสำเร็จ ซึ่งนางฟ้าของเขาก็ได้มอบอ้อมกอดกลับคืนมา เป็นการบอกรักของคนที่เป็นที่สุดในหัวใจ




หัวใจของผู้ช่วยเต้นสั่นไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เดินไปมาหยุดยืนรอเจ้านายที่ยังไม่กลับมาเสียที มันใกล้เวลาที่คนในบ้านจะตื่นขึ้นมาแล้ว จะกลับไปรอตรงหน้าห้องของคุณชาย หงเสียนคนของนายท่านก็เฝ้าดูอยู่

เหอผิงภาวนาขอให้เจ้านายกลับมาก่อนที่แม่บ้านจะขึ้นมาทำความสะอาด แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น เขาต้องจัดการกับคนที่กำลังจะผลักประตูเปิดเข้าไปข้างใน ให้ตาย! ทำไมต้องเข้าไปตอนนี้ด้วย ถ้าเปิดประตูแล้วไม่เห็นคุณชาย...เป็นเรื่องแน่

“แกจะทำอะไรหงเสียน”

เจ้าของเสียงเข้มทำหน้าตึงแกล้งทำเหมือนไม่สู้จะพอใจกับสิ่งที่คนผลักประตูทำอยู่ อีกนิดเดียว หากช้าอีกนิดมันคงเดินข้ามธรณีประตูเข้าไปในห้องของคุณชายแล้ว

“นี่มันห้องส่วนตัวของคุณชาย ไม่รู้หรือไง” คนถามดันตัวคนถือวิสาสะให้อยู่ห่างจากประตู ใช้ตัวเบี่ยงบังความว่างเปล่าบนเตียงเอาไว้

“รู้ แต่เห็นสายแล้ว...จะเข้าไปเรียก” ดวงตาดุเข้มยังคงให้ความสนใจมองเข้าไปในห้อง แน่ชัดแล้วว่าไม่มีเงาเจ้าของห้องอยู่ในนั้น

“แต่มันไม่ใช่หน้าที่ของแกนะหงเสียน อย่าล้ำเส้นทำเกินหน้าที่”

ลูกน้องที่กำลังปกป้องเจ้านายถูกดันอกผลักออกมา แรงผลักทำให้ตัวเซจนถอยชนกับประตู คนของนายท่านเข้าไปในห้องแล้ว ห้องที่ไม่มีแม้แต่เงาของคุณชาย มันรู้แล้วว่าเมื่อคืนคุณชายเจ้านายไม่ได้อยู่ในห้อง อาจรู้ด้วยว่าไม่ได้อยู่ในบ้านหลังนี้

“คุณชายไปไหน” หน้าเครียดบึ้งหันมาตะคอกถามคนขัดขวางการทำงาน ปิดบังความลับให้กับเจ้านายของมัน ถ้านายท่านรู้ไม่ปล่อยมันไว้แน่

“ก็มาพร้อมกัน จะไปรู้ได้ยังไง” คนตีหน้าซื่อแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้

“โกหก! ” หงเสียนหมดความอดทนกับคนโยกโย้ จัดการด้วยการกระชากคอเสื้อดึงให้มันพูดความจริงออกมา “คุณชายอยู่ที่ไหน ถ้าแกรู้ก็บอกมาดีกว่าเหอผิง ฉันจะพูดขอกับนายท่านให้เอง โทษของแกจะได้เบาลง แกรู้เห็นกับคุณชายใช่ไหม แกให้คุณชายไป...”

“นี่มันอะไรกัน” เจ้าของห้องกระชากถามคนที่กำลังมีเรื่องสะสางปัญหาในห้องส่วนตัวของเขา

เสียงของเจ้านายทำให้เหอผิงแอบเป่าปากด้วยความโล่งใจ หายใจได้โล่งสะดวกขึ้น ดันตัวคนที่กระชากคอเสื้อออกไปจากห้องนี้ ให้มันไปยืนเผชิญหน้ากับคุณชาย ดูซิมันจะแก้ตัวว่ายังไง จะอ้างคำสั่งของนายท่านอีกหรือเปล่า

“หงเสียนบุกเข้าไปในห้องคุณชายครับ ผมห้ามแล้วก็ไม่ฟัง” คนพูดแสยะยิ้มออกมาอย่างสะใจ อยากรู้นักว่ามันจะเอาตัวรอดยังไง

“คือ...ผมเห็นว่าสายแล้วคุณชายยังไม่ออกมา เลยเข้ามาตาม” คนพูดหลบเลี่ยงสายตาดุเข้มที่จ้องคาดคั้น รู้ว่าคราวนี้ทำไม่ถูก...เสียรู้จนได้

“ไม่แค่นั้นนะครับ หงเสียนยังถามผมอีกด้วยว่าคุณชาย...ไปไหน” แค่นี้มันยังไม่สาแก่ใจ คนจ้องหน้าท้าทายเลยจัดหนักให้สมกับความสอดรู้สอดเห็นของคนยุ่งไม่เข้าเรื่อง สายตาอาฆาตแค้นของมันช่างน่ากลัวเสียจริง

“ฉันอยู่กับไฉ่หง ให้ไฉ่หงผูกเนกไทให้” ไท่หยางเบี่ยงตัวให้คนของนายท่านเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาอยู่กับใคร เจ้าตัวก็มาด้วยกัน ช่วยยืนยันสถานที่อยู่ให้กับเขา “แล้วคราวหลังก็อย่าทำอีก ฉันไม่ชอบ”

คนไม่ชอบยิ้มมุมปากมอบให้กับคนที่ก้มหน้า ทั้งที่ในใจคงกำลังโกรธเจ็บแค้น และเพื่อให้มันรู้ตัวว่าเป็นใครไท่หยางจึงวางบนไหล่กดบีบปรามเตือนไม่ให้คนของนายท่านทำอะไรล้ำเส้นอีก ยังไงมันก็คือลูกน้อง ส่วนเขาคือเจ้านาย

“เรื่องส่วนตัวพวกนี้ มันเป็นหน้าที่ของเหอผิง...ไม่ใช่แก”

ก่อนเรื่องเล็กน้อยจะลุกลามใหญ่โต ไฉ่หงจึงบีบมือของคู่หมั้นให้ละวางความโมโหลงบ้าง ไม่อยากให้มีเรื่องกัน

“พอเถอะค่ะพี่ชาย”

คนเอ่ยขอหันเหความสนใจของอีกคน ให้ลงไปที่โต๊ะอาหารทานอาหารเช้าด้วยกันดีกว่า อย่างน้อยก็ดึงเขาให้พ้นจากสายตาคนของป๊า นับว่าโชคดีที่คนออกจากบ้านไปกลับมาท่าน ไม่อย่างนั้นอาจถูกสงสัยจับตามองมากขึ้น ทีแรกก็แปลกใจว่าทำไมคู่หมั้นถึงไม่กลับไปที่ห้องของเขา ซ้ำยังบุกรุกมาอยู่ในห้องของคนอื่น เจ้าตัวพูดเพียงว่าจะเล่าให้ฟังทีหลัง

“กลับบ้านเร็วๆ นะคะพี่ชาย” หลังจากใช้เวลาทานข้าวเช้าด้วยกัน ไฉ่หงจึงออกมาส่งคู่หมั้นที่กำลังจะออกไปทำงาน

“จ้ะ พี่จะรีบกลับมา จะซื้อดอกไม้สวยๆ มาฝากด้วย พี่ยังไม่ลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับน้อง...เมื่อเช้า” ไท่หยางยังจำได้ว่าพูดอะไรกับน้องสาวคนนี้ที่ช่วยพี่ชายให้หลุดรอดพ้นจากข้อสงสัย รอยจูบแผ่วเบาตรงหน้าผากคือคำลาแสนอ่อนโยน ซึ่งมอบให้คนเป็นน้องสาวได้เพียงเท่านี้ได้

สิ่งที่เห็นทำให้คนเฝ้ามองอย่างเหอผิงต้องหันหน้าหนี ซ่อนความเจ็บปวดในหัวใจ เผื่อมันจะทำให้ความรักที่มอบให้คุณหนูลดน้อยลงบ้าง คนที่ไม่มีโอกาสได้ทำจึงต้องเดินหนีห่างออกมา บอกลาผู้หญิงที่รักเงียบๆ เอ่ยคำลากับคนข้างหลังในใจ




นอกจากในบ้านจะถูกจับตามองแล้ว ผู้ช่วยที่กำลังส่งเอกสารให้เจ้านายเซ็นอนุมัติรับทราบก็เห็นว่ามีสายตาคนที่นายท่านส่งมา อ้างมาคุ้มกัน มองมาอย่างไม่คลาดสายตา อีกเดี๋ยวคงออกไปโทรศัพท์รายงานให้คนสั่งงานรับราบความเคลื่อนไหวของคนทางนี้

“นายพัทรพลติดต่อมาแล้วครับ” ผู้ช่วยแสร้งก้มลงคุยเกี่ยวกับเอกสารตรงหน้า ใช้เวลาเพียงน้อยนิดกระซิบรายงานข่าวสำคัญให้เจ้านายรับทราบ

“รู้แล้ว ทางโน้นให้เราไปพบเมื่อไหร่” เจ้านายเข้าใจการสื่อสารของผู้ช่วย จึงแกล้งพูดให้คนของนายท่านได้ยิน พวกมันจะได้ตายใจไม่สงสัย

“ทางโน้นอยากพบเจรจากับคุณชายเป็นการส่วนตัว เห็นว่ารออยู่ที่พัทยาครับ ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่ควรวางใจ พวกเขาอาจคิดไม่ซื่อลอบกัดเราได้ คุณชายไม่ควรเสี่ยงนะครับ...ผมอยากไปด้วย” ผู้ช่วยเป็นห่วงเจ้านายจึงถือโอกาสเสนอตัวติดตามไป

“ก็ไปสิ ฉันไม่จำเป็นต้องตกลงตามข้อเสนอของมัน จะไม่ให้มันมากำหนดอะไรได้อีก ว่าแต่...มันนัดมาตอนไหน”

“ตอนค่ำ บนเรือของพวกมันครับคุณชาย”

ดวงตาเข้มดุหรุบหรี่ลง เจ้าของกำลังใช้ความคิดเพื่อวางแผนจัดการกับคนที่ปล่อยให้ชีวิตมานานหลายปี ถึงเวลาที่พวกมันจะลงนรกเสียที

“หึ...” คนยกมุมปากเผยรอยหยันยิ้มให้กับแผนการในหัว “บอกไปว่าฉันขอเลื่อนให้มาเจอตอนบ่ายวันนี้เลย และต้องเป็นเรือของเราเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นฉันไม่ไป แล้วถ้าทางโน้นอยากจะทำอะไรก็ตามใจ ฉันไม่สนใจ”

เหอผิงรีบแยกตัวออกไปดำเนินการแทนเจ้านายที่ไม่อาจขยับตัวไปไหนได้สะดวก เพราะมีคนของนายท่านคอยจับตาดูตลอดเวลา

“คุณชายจะไปไหนครับ” หงเสียนลุกขึ้นขวางเจ้าของห้อง

“ไปห้องน้ำ จะไปด้วยไหม”

“ไปครับ” คนไปด้วยยิ้มกว้างเหมือนเป็นผู้ชนะ

ไท่หยางถึงกับหน้าตึงหัวเสีย ไม่คิดว่าการไปเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวยังจะถูกจับตามอง หากคนยืนเฝ้าหน้าห้องน้ำเข้ามาในห้องน้ำได้ พวกมันคงเข้ามาดูว่าเขาถ่ายของเสียออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร

หมดกัน! ทั้งที่อยากใช้โอกาสโทรศัพท์หาคนที่คิดถึงสุดหัวใจ แต่ก็ทำไม่ได้...น่าทุเรศเป็นบ้า!




การเดินทางกลับบ้านหลังเลิกงานไม่ผ่อนคลายสบายใจอย่างที่คิด ด้วยมีคนอื่นขึ้นรถมาด้วย สร้างความอึดอัดให้ทั้งเจ้านายและผู้ช่วย

“เหอผิง แวะร้านดอกไม้ข้างหน้า ฉันจะซื้อดอกไม้ให้ไฉ่หง”

เมื่อผู้ติดตามรออยู่ด้านนอก ไท่หยางจึงเดินเข้าไปร้านดอกไม้เพียงลำพัง เขาไม่ได้ซื้อดอกไม้ให้คนรออยู่ที่บ้านเพียงคนเดียว แต่จะซื้อให้คนที่ไปหาไม่ได้ ถึงตัวไม่ไป แต่ใจของเขายังห่วงระลึกถึงเสมอ ตั้งแต่ได้กลับมาพบกันตะวันยังไม่เคยมีโอกาสให้ดอกไม้สวยๆ กับนางฟ้าในหัวใจเลย วันนี้เหมาะที่สุด ไม่เห็นแปลกอะไรเลยที่สามีจะซื้อดอกไม้ให้กับภรรยา และคงมีแค่โอกาสนี้ที่ได้ทำตามใจโดยไม่มีคนสงสัย ใช้สายตาไม่คุ้นเคยคอยจับจ้อง

“ผมขอสั่งดอกไม้อีกช่อ ช่วยจัดส่งให้ด้วยนะครับ”

“ได้ค่ะ” เจ้าของร้านยิ้มกว้างพร้อมให้บริการ

ลูกค้าหนุ่มยิ้มด้วยความพึงพอใจ แต่จะดีกว่านี้ถ้ามีโอกาสได้มอบดอกไม้สวยๆ ด้วยมือของตัวเอง เหมือนกับตะวันในอดีตที่เคยมอบกุหลาบขาวให้กับนางฟ้าในหัวใจ ถึงมันจะเป็นแค่ดอกไม้เล็กๆ ธรรมดา แต่คนรับไม่เคยแสดงท่าทีรังเกียจให้เห็นเลย

และวันนี้ไท่หยางอยากมอบกุหลาบแดงช่อใหญ่ หวังว่าคนรับจะชอบมีความสุขที่ได้เห็นมัน ตัวแทนความคิดถึงจากเขา




เมื่อกลับถึงบ้านคนที่กลับมามอบลิลลี่สีขาวช่อใหญ่ให้กับคนที่รออยู่ ดวงหน้าซีดเซียวดูสดใสเผยสีระเรื่อหลังได้เห็นดอกไม้สวยๆ นี่คือสิ่งดีๆ ที่คนอย่างไท่หยางจะมอบให้กับลูกสาวผู้มีพระคุณได้ ถ้าจะให้ทำมากกว่านี้คงทำไม่ได้ ในเมื่อเขาอยากแต่งงานใช้ชีวิตอยู่กับผู้หญิงที่รัก คงดีหากว่ามันจะเป็นไปได้

“ชอบมากเลยเหรอ ถ้าชอบพี่จะซื้อให้บ่อยๆ นะ ลิลลี่สีขาวเหมาะกับน้องมาก” คนก้มลงถามยิ้มอย่างเอ็นดู เมื่อคนรับกอดดอกไม้ช่อนั้นไว้แนบอกไม่ยอมปล่อยเสียที เผยยิ้มสดใสทำให้เบาใจขึ้นมาก

“ขอบคุณค่ะพี่ชาย น้องชอบของทุกอย่างที่พี่ชายให้” รอยยิ้มสดใสแปรเปลี่ยนเป็นยิ้มเศร้าในเวลาไม่นาน แม้จะดีใจ แต่ลึกๆ คนได้รับรู้ดี ถึงข้าวของทุกชิ้นจะสวยถูกใจมากแค่ไหน คนให้ก็มอบให้ในฐานะน้องสาวไม่ใช่คนพิเศษ หรือคนรัก ทำไมผู้หญิงที่เขารักถึงไม่ใช่ผู้หญิงคนนี้

“ไฉ่หง น้องเป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่าเจ็บตรงไหน พี่จะได้พาไปหาหมอ” คนเห็นรอยยิ้มเศร้าย่อตัวลงถามด้วยความห่วง

“ไม่ค่ะพี่ชาย น้องไม่อยากไป” คนไม่อยากไปสั่นหน้า อยากอยู่กับคนมอบดอกไม้ช่อนี้มากกว่า และในห้องก็ไม่มีใครอยู่ เขาน่าจะเล่าเรื่องยุ่งๆ เมื่อเช้านี้ให้ฟังได้ “พี่ชายบอกน้องได้ไหมคะ ว่าไปไหนมา”

คนไม่อยากเล่านิ่งชะงักครู่ใหญ่ แต่เมื่อเห็นความจริงใจในดวงตาที่มองหน้า คนอยากรู้คงอยากได้ความจริงจากปากของเขามากกว่าคนอื่น

“ได้สิ เอาไว้คืนนี้ก่อนนอนพี่จะเล่าให้ฟัง แต่ตอนนี้พี่ว่าน้องไปกินข้าวกับพี่ก่อนดีกว่า...พี่หิวแล้ว” คนเอามือลูบท้องไม่อยากรู้สึกผิด ถ้าพูดออกไปคนอยากรู้คงกินข้าวไม่ลงแน่ สุขภาพของน้องสาวคนนี้คือสิ่งสำคัญที่พี่ชายอย่างเขาไม่เคยลืม

ในเมื่อเป็นความต้องการของคนหิวข้าวไฉ่หงก็ไม่อยากขัดใจ ปล่อยให้เขาดูแลโอบประคองพามานั่งเก้าอี้ด้านนอก โต๊ะอาหารถูกจัดตรงระเบียงห้องรับลมเย็นสบายจากแม่น้ำเจ้าพระยา มีแสงไฟวิบวับไกลๆ จากเรือในแม่น้ำแตะแต้มเหมือนดวงดาว เคล้าด้วยเสียงเพลงแจ๊สเปิดคลอเบาๆ บรรยากาศช่างดีเหลือเกิน มันคือความจริงไม่ใช่ฝัน

“วันนี้มีอะไรพิเศษหรือเปล่าคะพี่ชาย” คนสงสัยถามเพราะอยากรู้

“อืม...” คนเตรียมการวางแผนไว้แกล้งทำท่านิ่งคิดให้อีกคนตื่นเต้น “เป็นวันที่พี่อยากทำสิ่งพิเศษให้น้อง เหอผิงบอกว่าพี่ควรทำแบบนี้ให้น้องบ้าง วันก่อนเหอผิงได้ยินว่าน้องอยากได้บรรยากาศแบบนี้ ตอนกินข้าวกับพี่”

“ขอบใจนะเหอผิง” เจ้าของเสียงใสหันไปพูดกับคนที่พยายามเตือนคู่หมั้น ค่อยสมกับเป็นผู้ช่วยรู้ใจพึ่งพาได้

เพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มของความสุข และดวงตาที่ไร้ความเศร้าก็ทำให้ใจของเหอผิงมีสุขตามไปด้วย นี่คงเป็นสิ่งที่คนเป็นผู้ช่วยอย่างเขาจะทำให้กับคู่หมั้นของเจ้านายได้ มันคือความจริงซึ่งต้องหมั่นหยิบมาย้ำเตือนตัวเองไม่ให้ลืม

“ลงมือเลยดีกว่า ท้องพี่ร้องใหญ่แล้ว” ไท่หยางเริ่มทำสิ่งที่ควรทำตามคำร้องขอจากผู้ช่วย นอกจากคู่หมั้นเขาก็ไม่อยากทำให้น้องชายคนนี้ผิดหวังเสียใจ

หลังจากทานอาหารเพียงไม่กี่คำไฉ่หงก็รู้สึกอิ่ม มันอิ่มออกมาจากหัวใจ สิ่งที่ได้รับทำให้รู้สึกว่าเป็นคู่หมั้นของคุณชายไท่หยางจริงๆ นี่คือสิ่งที่คนรักมักใช้เวลาทำด้วยกัน เหลือเพียงสิ่งเดียวที่ยังไม่ได้รับจากคนตรงหน้า หัวใจของเขา เจ้าตัวคงมอบให้ผู้หญิงคนอื่นไปแล้ว ซึ่งผู้หญิงคนนั้นก็มีคุณสมบัติที่ดี ไม่มีอะไรจะไปสู้ได้เลย

“พี่ชาย...น้องกอดพี่ชายได้ไหมคะ”

“อะไรกัน! ” คนทำหน้ายุ่งผูกคิ้วขมวด ยิ้มขำให้กับคำขอจากน้องสาวน่าเอ็นดูที่ทำตัวคล้ายหญิงสาวหว่านเสน่ห์มากขึ้นทุกวัน “พี่กินยังไม่ทันอิ่มเลย น้องจะกอดพร้อมกลิ่นคาวเหม็นติดปากของพี่หรือไง”

ถึงคนตรงจะบ่นแต่ก็ยอมลุกมายืนอยู่ใกล้ๆ มอบอ้อมกอดแสนอบอุ่นให้ตามต้องการ แถมยังไม่ขัดใจให้ไหล่หนาคุ้นตาเป็นที่ซบ อยากให้เขาใจดีตามใจแบบนี้ทุกวัน

“พี่ชายจะบอกได้หรือยังคะว่าไปไหนมา ตอนนี้ไม่มีใครเข้ามาในห้องส่วนตัวของน้อง...นอกจากพี่ชาย”

คำขอจากคนในอ้อมกอดทำให้ไท่หยางต้องถอนตัวออกมา มองหาความต้องการจากเจ้าของดวงหน้าเซียวที่หลบซุกซบกับอกพักพิงอยู่อย่างนั้น

“ที่พี่ตัดสินใจบอกน้องตรงๆ เพราะพี่ไม่อยากรู้สึกผิดกับน้อง พี่ไม่อยากมีอะไรปกปิดน้อง เพราะน้องคือคนที่พี่ไว้ใจ มันอาจจะทำให้น้องเสียใจ โกรธเกลียดพี่ แต่พี่ต้องบอก เพราะไฉ่หงคือน้องของพี่”

มือใหญ่ลูบหัวของคนที่ไม่ยอมถอนตัวออกห่าง แถมยังวางมือทาบวางบนอกกว้าง ตรงตำแหน่งหัวใจ ซึ่งไม่ครอบครองเป็นเจ้าของได้

“พี่ไปหาปิ่นมา พี่คิดถึงปิ่น คิดถึงเหมือนใจจะขาด พี่ไม่ได้เจอปิ่นมาหลายวัน สำหรับพี่ปิ่นไม่ใช่แค่คนรัก คู่รัก...แต่ปิ่นเป็นภรรยา”

“พี่ชาย! ”

คนตกใจถอนหน้าจากอกกว้างมองดูดวงหน้าขรึม สายตาเข้มคู่นั้นมองตรงมาราวกับยืนยันว่าสิ่งที่พูดคือความจริง มันทำให้ไฉ่หงพูดไม่ออก หลังได้รู้ความจริงจากปากของคู่หมั้น หัวใจมันเจ็บเหมือนมีใครมาบิดบีบคั้นใกล้จะขาดเต็มที ขาดเพราะความเจ็บ เจ็บที่ไม่เคยได้รับความรักจากผู้ชายคนนี้เลย...ผู้ชายที่จะเป็นสามีในอนาคต

นี่หรือความจริงจากปากของคู่หมั้น

ความจริงที่ไม่อยากได้ยิน ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น

ความจริงที่อยากให้เป็นเพียงฝันร้าย

-------------------------------------
อย่าลืมโหลด

ที่สุดหัวใจ เล่ม 2 (จบ)

https://www.mebmarket.com/ebook-77467-ที่สุดหัวใจ-เล่ม-2-จบ

ที่สุดหัวใจ เล่ม 1

https://www.mebmarket.com/ebook-77466-ที่สุดหัวใจ-เล่ม-1

รหัสรักรหัสหัวใจ

https://www.mebmarket.com/ebook-67505-รหัสรัก-รหัสหัวใจ

รอยรัก

https://www.mebmarket.com/ebook-64125-รอยรัก

รักละมุน

https://www.mebmarket.com/ebook-61321-รักละมุน

เสิร์ฟรักปรุงหัวใจ

https://www.mebmarket.com/ebook-58009-เสิร์ฟรักปรุงหัวใจ

น้ำเงี้ยวเขียวหวาน

https://www.mebmarket.com/ebook-54922-น้ำเงี้ยวเขียวหวาน

และจตุนาคา

https://www.mebmarket.com/ebook-53258-จตุนาคา



teesaparn
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 7 ธ.ค. 2561, 11:27:10 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 7 ธ.ค. 2561, 11:27:10 น.

จำนวนการเข้าชม : 75





<< เล่ม 2 บทที่ 39   
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account