มนต์สะกดรักของจอมเวทย์ผู้งดงาม
ฉันชื่อว่าแอร์ค่ะ เป็นเด็กสาวม.ปลาย ม.5 สายศิลป์คำนวณของโรงเรียนเลิศพิไลที่แสนธรรมดา แต่! โรงเรียนนี้ดันมีชายที่ไม่ธรรมดา นอกจากจะหน้าตาดี ใจดี และอ่อนโยนแล้ว ยังเป็นเลิศในทุกความสามารถจนใครๆต่างก็เรียกเขาว่า 'จอมเวทย์ผู้ดงาม' แล้วฉันก็เป็นผู้หญิงทั่วไปที่เห็นผู้ชายหน้าตาดีเป็นต้องเข้าไปหา หรือแอบถ่ายรูปไว้ ฉันจะเป็นหูเป็นตาเรื่องของคนหล่อให้ทุกท่านเองค่ะ!

[R-18]
Tags: จอมเวทย์ พลังจิต R-18

ตอน: ตอนที่ 2 : พักเที่ยงชุลมุนของสาวม.ปลาย

(ตอนที่ 2 : พักเที่ยงชุลมุนของสาวม.ปลาย)

ชื่อของฉันคือ ‘แอร์’ หัวหน้าห้องประจำชั้นม.5/5 นอกจากหน้าที่ในฐานะตัวแทนห้องแล้วฉันยังได้รับหน้าที่ในการประสานงานกับฝ่ายต่างๆของโรงเรียน

“อ้าว? ยัยแอร์ไปไหนแล้วเนี่ย?” เพื่อนในห้องเดินเข้ามาถามหาบุคคลสำคัญภายในห้อง ในมือถือสมุดจำนวน 3 เล่มเอาไว้

“เอานั่นมาส่งกับฉันเลย แอร์ไปประสานงานแล้ว” รองหัวหน้าห้องประจำชั้นม.5/5 ‘ลูกหว้า’ ยื่นมือรับสมุดงานทั้งสามเล่มนั้นมา

“อะไรละนั่น ไปโคตรไวเลยว่ะ” เพื่อนในห้องกล่าว

“พูดอะไรนะ? นี่กริ๊งพักเที่ยงเลยมาจะสิบนาทีแล้วย่ะ” เตยพูด

“อ่อ จะว่าไปแล้ว วันนี้วันจันทร์นี่น่า” เพื่อนอีกกลุ่มเดินเอาสมุดมาส่งกับรองหัวหน้าห้องอย่างลูกหว้า

“ใช่แล้ว” ลูกหว้าตอบ

งานประชุมประจำสัปดาห์ จะเริ่มในทุกวันจันทร์ช่วงพักกินข้าวของเด็กม.ปลาย โดยการใช้ห้องฟิสเนตเป็นฐานประชุม และมีอาจารย์วิชาฟิสิกส์สาวมั่นโครงงานเด่นเป็นหัวหน้าคุมห้อง

“มากันครบรึยัง?” รุ่นพี่สาวห้องม.6/1 กวาดสายตามองทั่วห้องฟิสเนตสำรวจว่าตัวแทนแต่ละห้องของม.ปลายทั้ง 36 คนมาอยู่ที่นี่กันหมดรึยัง

“นอกจากน้องม.4 ห้อง 4 กับห้อง 7 ที่อาจารย์ปล่อยช้า กับปีเราห้อง 2 ที่ติดสอบพักกลางวัน นอกนั้นมากันครบหมดแล้ว” หัวหน้าห้องม.6/8 กล่าวรายงาน ในมือข้างหนึ่งเปิดโทรศัพท์หน้าลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม

“งั้นเพื่อไม่ให้รบกวนเวลากินข้าวของสาวๆทั้ง 33 คน ณ ที่นี้ขอเปิดประชุมประจำสัปดาห์” รุ่นพี่พูดเสียงดังฟังชัดก่อนเผยรอยยิ้มแสยะยิ้ม

“ก่อนอื่นเลยขอชื่นชมห้อง 5 ทำหน้าที่ได้ดีไม่เคยฝีมือตกกันจริงๆ!” หัวหน้าห้องม.6/3 ยกนิ้วชูมาทางฉัน ฉันย่อตัวจีบชายกระโปรงเป็นเชิงยอมรับในฝีมือของเหล่าตากล้องสาวๆทุกคนภายในห้อง มากกว่าการใช้แอปคือการถ่ายหน้าสดไร้แอปกันได้ระดับมืออาชีพจริงๆ

“ถูกต้อง แต่หลังจากนี้เราจะลดเรื่องการถ่ายทอดสดลงสักหน่อย เพราะพวกเรารุ่นพี่ม.6คุยกันในไลน์แล้วว่าจะเป็นการรบกวนชีวิตของจอมเวทย์มากเกินไป จริงๆเรื่องถ่ายทอดสด 3 เวลาต่อวันก็เป็นความคิดของพวกรุ่นพี่ที่เรียนจบไปแล้วด้วย หมายความว่าเราสามารถรีระบบใหม่กันได้เช่นกัน มีใครเห็นด้วยไหมเรื่องการลดการถ่ายทอดสด” หัวหน้าห้องม. 6/1 เสนอหัวข้อของม. 6 กันก่อน

พวกเราหัวหน้าห้องม.5 ทั้ง 12 คนมองหน้าเป็นเชิงไม่มีปัญหาอะไร แต่ในใจของฉันนี่ร้องเยสสสสสสสสสในใจจนแทบลั่นห้องแล้วล่ะ! เพราะการถ่ายทอดสดมันลำบากต่อเหล่าตากล้องหลายคนมาก นอกจากงาน การบ้าน การเรียน ยังมีเรื่องชีวิตส่วนตัวอีก ให้ใครมาคอยตามติดถ่ายชีวิตเหมือนสารคดีก็บอกเลยว่าเป็นปัญหามากๆเพราะใช่ว่าตากล้องทุกคนจะว่างเว่อร์ปานนั้น แต่เพราะปีก่อนมีพี่ม.6ที่เรียกว่ารุ่นแรงรุ่นแสบเลยไม่มีใครกล้าขัดกัน

ยิ่งเหตุการณ์เมื่อตอนเทอม 2 ของม.4 ที่วุ่นกับการทำโครงงานและงานกลุ่มกันทั้งเดือน ทำให้เพื่อนสนิทถึงกับทะเลาะกันไปเลย กว่าฉันกับลูกหว้าจะเคลียร์เรื่องนี้ได้ เกรดของหลายวิชาถึงกับตกฮวบเป็นเรื่องน่าอับอายสำหรับห้องเราที่ตั้งเป้าหมายเด็กดีที่เรียนดีเพื่อจอมเวทย์วิทย์ทีเดียว หลังจากนั้นพวกเรานัดประชุมทั้งชายหญิงในช่วงปิดเทอมระยะยาวกันที่สระว่ายน้ำของหมู่บ้านหนึ่งซึ่งเป็นหมู่บ้านของสมาชิกชั้นเรียนเพื่อเปิดการประชุมอย่างจริงจัง นักเรียนจริงต้องเป็นชะนีที่เรียนดีและรู้จักมารยาท เหนือสิ่งอื่นใดหน้าที่ต้องเป็นกฎเกณฑ์สำหรับเรา และพวกผู้ชายมีสิทธิ์ตักเตือนการกระทำของผู้หญิงที่ส่งผลกระทบต่อห้องได้ด้วยเช่นกัน เรียกว่าเปิดอกเปิดใจกัน เป็นการนัดพบที่สระว่ายน้ำที่สร้างมิตรภาพในห้องได้ดีทีเดียว

“นั่นสิน่ะ พวกพี่ได้ยินข่าวเรื่องตอนเทอม 2 มา ห้อง 5 เหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่เลยนี่” หัวหน้าห้องม.6/5หันมามองทางฉันด้วยสีหน้ารู้สึกผิด เพราะตอนพวกพี่เขาอยู่ม.5 กันก็พยายามขัดการกระทำที่ดูรุนแรงเกินไปของพวกม.6 แต่ก็จบที่หงอกันทุกคน เพราะการกระทำที่เผด็จการปีก่อนทำให้พวกเราได้รุ่นพี่ที่ใจดีและรักความเป็นธรรมในปีนี้ด้วยเช่นกัน

“พวกหนูตกลงกันเรียบร้อยแล้วค่ะ เป็นมิตรภาพที่สระว่ายน้ำ” ฉันพูดปลอบใจ

“สระว่ายน้ำ?” หัวหน้าห้องม.5/6เลิกคิ้วสงสัย

“ความลับของห้อง 5/5” ฉันพูดออกไป

“งั้นก็ดีแล้วที่ไม่ได้บานปลายกัน” หัวหน้าห้องม.6/4ถอนหายใจโล่งอกออกมา แต่พวกรุ่นพี่ก็ได้ข่าวกันช้าเหมือนกัน เพราะนี่ก็เปิดเทอมมาได้ 2 เดือนกว่าแล้ว แสดงว่าเป็นการตัดสินใจของม.5อีก 11 ห้องว่าจะบอกหลังเรื่องเบาลงกว่านี้สิน่ะ

“ถ่ายทอดสดน้อยก็ดีค่ะ พวกหนูม.4ก็มีความเห็นอยากให้ถ่ายเป็นวิดีโอน่ารักๆสั้นๆ ประมาณ 10-15 วินาทีก็พอแล้วค่ะ” หัวหน้าห้องม.4/9พูดยิ้มร่า แต่นั่นความคิดไม่เลวเลย

“นั่นก็ดีน่ะ เคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน ว่าไงห้อง 5/5” หัวหน้าห้องม.5/1หันมาถามฉัน

“ได้! ถ่ายวิดีโอสั้นๆง่ายอยู่แล้ว แต่ถ่ายให้สวยระดับฮอลลีวู้ดก็คงได้แต่มโนแล้วน่ะ” ฉันพูด

“เอาแค่วิดีโอทั่วไปแบบที่พวกพี่ถ่ายกันก็อิ่มใจแล้วค่ะ” หัวหน้าห้องม.4/9พูดเสียงสูงแสดงความดีใจออกมา

“ม.6 มีหัวข้อพูดกันแค่นี้ ม.อื่นว่าไงกันบ้าง?” หัวหน้าห้องม.6/1 ถามพวกเรารุ่นน้อง พวกเราพากันมองหน้ามองตา ทางฝั่งน้องม.4ส่ายหัวปฎิเสธว่าไม่ได้มีเรื่องมาประชุม ทำให้พวกม.5เปิดเรื่องประชุมปิดท้ายกัน

“งั้นก็เป็นเรื่องสุดท้ายก่อนไปกินข้าวเนอะ” ตัวแทนหัวหน้าห้องม.5 ลุกขึ้นยืนพูดเสียงแข็ง “ตอนนี้พวกเรากำลังมีประเด็นสาวๆแสดงตนเป็นชะนีที่มากเกินไป อย่างเหตุการณ์เมื่อเช้าที่น้องม.3ทำตัวไม่มีมารยาทต่อพวกรุ่นพี่ อย่างไงก็อยากให้ช่วยดูแลกันหน่อย ไม่อย่างนั้นพวกพี่ม.5ออกโรงเองจะกลายเป็นรุมดักตบอัพลงโซเชี่ยลแน่นอน” โหว..คุณเธอ นี่เรียกหัวข้อประชุมหรือคำขู่ว่ะค่ะ

“นี่ไม่ได้ขู่น่ะ คือพวกเราม.ปลายคุมกันเองไม่มีปัญหา ทุกคนมีสติมีสำนึกกันอยู่เป็นม.ปลายที่น่ารักกันทุกคน แต่พวกรุ่นน้องม.ต้นก็แรงและปีนเกลียวกันใช่ย่อยเลย ถ้าพวกเราม.ปลายไม่แสดงอำนาจ พวกเราจะคุมโรงเรียนกันไม่อยู่เลย มันจะลำบากอาจารย์เขาแล้วอาจส่งผลกระทบถึงชื่อเสียงของโรงเรียน เลวร้ายสุดก็จอมเวทย์ของพวกเราจะถูกสั่งย้ายโรงเรียนข้อหาเป็นต้นเหตุของความเดือนร้อน” หัวหน้าห้องม.5/4 ลุกขึ้นพูดด้วยเช่นกัน

“ให้พวกเราสาวๆม.ปลายคอยคุมสาวๆในโรงเรียน พวกเราต้องเป็นชะนีที่สง่างามกัน มีปัญหาจัดการรุ่นน้องยาก ทักไลน์ทักเฟสถามพวกพี่ม.5ได้เลย แต่ไม่ต้องไปถามพี่ม.6น่ะ พวกพี่เขาตอนนี้ยุ่งกับการเรียนต่อมาก พยายามอย่าลากพวกพี่เขาลงมาปวดหัวด้วยเนอะ” หัวหน้าห้องม.5/3พูดเสริมอีกแรง

รู้สึกเหมือนอาจารย์ฟิสิกส์กับรุ่นพี่ม.6จะแอบร้องไห้ด้วยความปลาบปลื้มกันอยู่

หลังจบการประชุมประจำสัปดาห์ของเหล่า’เป็นชะนีอย่างมีเกรียติ’จบลงก็กินเวลาไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว อนึ่งก็เพราะรอคนมาประชุมกันอย่างน้อยชั้นปีละ 5 คนเป็นอย่างต่ำ แต่หัวข้อการประชุมในแต่ละสัปดาห์ก็มีอยู่แค่ 1-2 เรื่องทำให้การคุยแต่ละครั้งจะจบลงที่ไม่ถึงสิบนาทีเสมอ เพราะปัญหาเร่งด่วนส่วนใหญ่ก็มีการคุยประชุมกันในกลุ่มไลน์รวมของหัวหน้าห้องระดับม.ปลายโรงเรียนเลิศพิไลอยู่แล้ว ที่ประชุมกันส่วนใหญ่จึงเป็นหัวข้อที่ไม่ใหญ่แต่เป็นหัวข้อเก็บไว้พิจารณาเสียมากกว่า

ฉันเดินลงไปยังโรงอาหารพร้อมเพื่อนหัวหน้าห้องอีก 2 คน หัวหน้าห้อง 5/4 ‘ออกัส’ หัวหน้าห้อง 5/6 ‘แพรววา’ อนึ่งหัวหน้าห้องระดับม.ปลายจะเป็นผู้หญิงทั้งหมด แต่เรื่องคนทำหน้าที่หลักในห้องจะเป็นใครก็แล้วแต่คนไป บางคนเป็นหัวหน้าห้องแค่ชื่อเพื่อเข้าร่วมประชุมเฉยๆ แล้วให้ผู้ชายที่ทำหน้าที่ได้ดีกว่าเป็นเหมือนหัวหน้าห้องจริงๆในชื่อรองหัวหน้าห้อง

“อะไรกัน? เสียงเอะอะ คนก็เยอะ วันนี้ดูโรงอาหารน่ารำคาญเป็นพิเศษเลย” แพรววาบ่นอุบอิบ พวกเราหยุดอยู่ตรงบันได เบื้องหน้ามีคนปิดหน้าทางเดินของบันไดเต็มไปหมดจนทำให้เดินหน้าต่อไม่ได้ ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นนะ? ไทยมุงเยอะเชียว

“ขอถามหน่อยสิ หยุดดูอะไรกันอะ พี่หิวข้าวมากขอทางก่อนได้ไหม?” หัวหน้าห้องคนอื่นที่ลงมาทางเดียวกันสะกิดไหล่คนบังทางเดินเพื่อขอทาง

เขาหันกลับมามองก่อนจะยกมือไหว้สวัสดีรุ่นพี่ของเขา “หวัดดีพี่ พวกผมก็เดินไม่ได้เหมือนกัน อยู่อย่างนี้มาสิบกว่านาทีแล้วเหมือนกันครับ ข้างหน้าเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้”

ไม่รู้เหมือนกันหรอ น่าจะติดมาจากช่วงกลางโรงอาหารรึป่าว อาจมีใครมาแสดงละครหรือสุขสันต์วันเกิดกลางทางเดินโรงอาหารอีกก็ได้ แต่เป็นสิบนาทีคงไม่ใช่สุขสันต์วันเกิด จะว่าไปก็เหมือนได้ยินเสียงเอะอะไกลๆเหมือนกัน

“เหมือนวันนี้จะไม่ได้กินข้าวแล้วแหะ” ออกัสพูดพลางชะเง้อหน้าพยายามส่องเหตุการณ์ในโรงอาหารแต่เธอก็มองไม่เห็น

งั้นต้องบอกลูกหว้าก่อนว่าจะขึ้นไปรอที่ห้องเรียนเลย เดี๋ยวเธอจะรอฉันจนหมดพักกลางวันอีก

เอ๊ะ...?

“สาวๆ เปิดไลน์ห้องกันหน่อยสิ” ฉันสะกิดไหล่เพื่อนทั้งสองคน เหมือนพวกเธออ่านสีหน้าท่าทางของฉันก็พอจะเดาทางกันได้รีบยกโทรศัพท์ขึ้นเปิดดูกันทันที

“มีอะไรกันหรอ แอร์?” รุ่นพี่ที่อยู่ข้างหลังอดสงสัยไม่ได้ แน่ล่ะ ก็หัวหน้าห้องม.5ในตอนนี้เล่นเปิดไลน์พร้อมเพรียงกันหมดเลยเนี่ยสิ

“สาวๆในห้องหนูรายงานเรื่องตอนนี้ค่ะ รายงานกันด่วนมาก...อึก!” ฉันกัดฟันพูดใช้สายตามองหลุบลงต่ำกว่ารู้สึกละอายใจ

“อะไรแอร์? เรื่องเกี่ยวกับวิทย์ใช่รึป่าว?” รุ่นพี่เริ่มกังวลใจไปด้วย

“ก็เกี่ยว...แต่พี่ค่ะ กลุ่มก่อเหตุคือห้อง 5/5” ออกัสพูดขึ้นก่อนที่ทุกสายตาหันเบี่ยงมามองที่ตัวฉัน หัวหน้าห้องม.5/5 ผู้รับผิดชอบการกระทำของสาวๆห้อง 5 ทั้ง 28 ชีวิต

รุ่นพี่ชกเอาโทรศัพท์ของฉันไปดูในทันที สีหน้าดูเป็นกังวลจนมีเหงื่อไหลซึมออกมา หน้าที่ของห้อง 5/5 คือตากล้อง มันไม่เคยมีหน้าที่อื่นเลย เพราะเป็นหน้าที่ที่สำคัญ ศักดิ์สิทธิ์ และเหนือสิ่งอื่นใด พวกเขาจะทำตัวเป็นตากล้องที่ดีเสมอ ไม่เคยวางท่าใช้อำนาจที่ตนเป็นห้องครอบครองจอมเวทย์ผู้งดงามเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ในตอนนี้พวกเขากำลังก่อเหตุบางอย่างกลางโรงอาหารในวันแรกของสัปดาห์?

“อะ..แอร์? ห้องแกว่าไงบ้าง ห้องฉันตามไม่ทันเหมือนกัน แต่เหมือนสายอ่อยไม้กั้นหมา เตย จะเป็นคนเริ่มทะเลาะกับน้องตัวปัญญหาน้องมิ้นน่ะ” แพรววาที่อ่านข้อความของห้องจบก็อดหันมาถามทางฝั่งของห้อง 5 บ้าง เพราะอย่างน้อยคนในต้องรู้มากกว่านี้แน่

“พี่อ่านแล้ว คุยกันเยอะมากเลยอ่านผ่านตาไปเยอะเลย” เดี๋ยวนะเพ่! “แต่ตอนนี้ประชันหน้ากันของห้อง 5/5 กับกลุ่มของน้องมิ้นม.3กันอยู่ เหมือนจะเริ่มตบกันแล้วมั้ง ยังดีที่ตอนนี้ปะทะฝีปากกันอยู่ ดูจากที่น้องๆห้อง 5 พิมพ์กันมาเหมือนจะเป็นเขม่นใส่กันแล้วไม่มีคนยอมเลยบานปลาย” รุ่นพี่บอก

ใช่แล้ว หลังจากที่ฉันเข้ากลุ่มไลน์ไป ข้อความแรกที่เห็นคือภาพของเตยที่ยืนประชันหน้ากับน้องมิ้น และเพื่อนสาวๆห้อง 5/5 ที่ยืมห้อมล้อม เหมือนจะพยายามยั้งไม่ให้ตบกัน แต่ทางฝ่ายน้องม.3นี่รอเล่นเต็มที่แบบไม่เกรงกลัวในบารมีของรุ่นพี่ม.5 เลยสักนิด ขอโทษนะคะน้องที่อายุห่างกันแค่ 2 ปี

“หนูจะไปดูเรื่องค่ะ ยังไงวันนี้ถ้าเรื่องเป็นไงจะพิมพ์บอกในไลน์นะคะ” ฉันฉกเอาโทรศัพท์ของตัวเองคืนจากรุ่นพี่ม.6 แล้วทำตัวเสียมารยาทผลักและแหวกคนที่อยู่ด้านหน้าออกอย่างรุนแรง พวกเขาพากันโวยวายแล้วเขม่นสายตาอาฆาตใส่ฉัน แต่ขอโทษค่า ไม่มีเวลามานั่งก้มหัวขอโทษเรียงคนจริงๆ

ดูแล้วเกิดที่กลางทางเดินโรงอาหารจริงๆด้วย การจราจรวันนี้ถึงได้ติดขัดขนาดนี้ พวกอาจารย์เองก็เหมือนจะไปไม่ได้เรียกว่าโดนสมาชิกสาวๆม.5จงใจปิดเส้นทางไม่ให้อาจารย์เข้าถึงปัญหาภายใน ทำได้ดีมากกลุ่มต่อต้านฝ่ายปกครองทั้งหลาย ฉันภาคภูมิใจในตัวพวกเธอ ไว้จะเอาเงินห้องมาเลี้ยงหนม!

“โอ๊ยๆ ตัวเองก็ม.3 เอาหัวไปหนักกับโอเน็ตก่อนไหมน้องค่ะ” เสียงเตย!

“อินมใหม่ปลอม” ฮืม? คำพูดคำจาเป็นของน้องมิ้นแต่เหตุใดน้องเจ้าจึงแรงนัก “ว่างมาห่วงเรื่องชาวบ้านเป็นห่วงเรื่องปัญหานมปลอมหน้าปลอมดีกว่ามั้งห่า!” ก็...ไม่อยากจะบอกนะน้อง แต่พี่ขอเป็นพยานเลยว่านั้นนมจริงหน้าจริง ...ทำไมพูดแล้วเจ็บใจเอง...

“ว้าย ใส่คอลเท็คแลนส์หนาไปป่าว ดูยังไงก็ของจริง อุ้ย! หรือแยกแยะของจริงกับของปลอมไม่ออก น่า~ สง~ สาร~ ให้ยืมแว่นของยายพี่ไหมอะ พอดียายพี่มีหลายอันนะน้อง” แหล่มเลยเตย ใส่ฝืนเพิ่มไปเลยจ้า!

“อิพลาสติกเดินได้! เก็บแว่นยายแกไว้ใส่เองเถอะ สันดาร**ยังกับหมูตัวเมีย ตอนเช้าก็เอาแต่แซะนมปลอมกับแขนพี่วิทย์ ไม่รู้หรอว่าพี่เขาขยะแขยงนะหล่อน!” อ่อ น้อง นั่นมาตรการไม้กั้นหมา ผู้หญิงที่น้องผลักเมื่อเช้าเพื่อกอดแขนจอมเวทย์ก็อยู่ในกลุ่มไม้กั้นหมาด้วยเหมือนกันนะน้อง แต่อิเตยก็ทำเกินหน้าที่จริงๆ พูดปากเปียกปากแฉะจนขี้เกียจจะพูดแล้ว เฮ้อ...

“ต๊าย! ทำยังกับตัวเองไม่เอาแขนวิทย์ไปถูกกับนมตัวเองงั้นแหละ ทำตัวอ้อนยังกับควายเผือกน้อยๆ วิทย์คงเอ็นดูน่ะ เขาใจดีกับสัตว์” เตยขา! แรงไปค่า!

“กรี๊ดดด! แก๊!! แน่จริงมาตบกับฉันเดี๋ยวนี้!”

“มาเด้!” ออกตัวเลยน่ะอิเตย คุณมรุงหยุดเลยเฟ้ย!

“เดี๋ยวจะตบให้ซิลิโคนเละเต็มเสื้อเลยอิ** คนอย่างแกพี่วิทย์เขาไม่เหลียวตามองหรอกย่ะ! ฉันนี่! คนที่ทำให้พี่วิทย์หันมามอง หันมาใส่ใจได้ตลอดเวลา เพราะพี่เขาก็ชอบฉันไง!” โหว..มั่นมาก ไม่อยากจะบอก แต่น้องมั่นมาก บอกเลยนะในฐานะเพื่อนร่วมชั้นกับวิทย์มาตั้งแต่ม.4 พี่ไม่คิดว่าวิทย์เขาจะปฎิเสธใครเท่าไหร่หรอกน่ะ ไม่ว่าจะชายหรือหญิงเขาก็ใจดีและคอยเป็นห่วงเป็นใยเสมอนั่นแหละ

“โทษนะน้อง ถึงพี่จะมั่น แต่พี่ยังไม่คิดเลยว่าวิทย์เขาจะมีใจรักใคร่กับใครด้วย อย่างน้อยคนที่จะได้เป็นแฟนกับวิทย์คงเป็นเทพธิดาผู้อ่อนโยนใจดีมีการศึกษาสูง ไม่ใช่พวกเราที่ดีแต่แต่งตัวอ่อยเหยื่อไม่รักร่างกายตัวเองหรอก” อื้อหือ คำคมประจำวันนี้ ฉันนับถือที่หล่อนเป็นสายอ่อยที่รู้ขอบเขตที่ดี นั่นทำให้เธอถูกยอมรับให้เป็นหัวหน้าทีมไม้กั้นหมาโดยที่ตัวเธอเองก็ไม่รู้ตัว

เอ้ย! ไม่ใช่เรื่องที่ต้องคิดตอนนี้สิ! ฉันไม่ได้ฝ่าฝูงชนมาเพื่อเป็นไทยมุงแนวหน้า! เอ๊ะ..เดี๋ยว ที่อยู่ข้างหลังอิเตยนั่น เหมือนสปีชี่เพศผู้ห้องเราเลยนะ

“เตย!!” ฉันที่แหวกฝูงชนออกมาได้สำเร็จจนตอนนี้มายืนอยู่ข้างน้องมิ้น...พอดีน้องแกยืนอยู่ทางที่ฉันฝ่าฝูงชนมาน่ะ

“อ้าวแย่ล่ะ แม่มาซะแล้ว” ใครแม่ยะยัยเตย!

“ทำบ้าอะไรกันเนี่ยห้อง 5 แล้วพวกผู้ชายนี่มายืนเป็นแบล็คกราวน์ทำเผือกอะไรกันเนี่ย แยกย้ายเดี๋ยวนี้น่ะ คนเขาจะกินข้าวกัน!” สลายโต๋จ้าเพื่อน แต่แค่ฉันปรากฏตัวออกมาพวกเด็กห้อง 5/5 ก็พากันแวบหนีออกไปจากกลางกลุ่มไทยมุงทันที ขอบคุณนะที่ยังเกรงกลัวฉันในฐานะหัวหน้าห้องเนี่ย

“โอ๊ย! จะรีบมาทำไมเนี่ยหล่อน! ยังไม่ทันได้ตบน้องสักฉาดเล้ย!” ดูอิเตย ยังประกาศศึกเริ่มเรื่องต่อได้อีก

“ก็ตบมาสิว่ะ!! ป๊อดรึไงว่ะ!!” อื้อหือ..ยืนอยู่ข้างน้อง เสียงนี่โทรโข่งชัดๆเลย ฉันถึงกับเดินเข้าไปยืนข้างเตยทันที คนนี้สายอ่อยแต่ไม่เคยแหกปากใส่ฉันละนะ

“หูโอเคไหมหัวหน้า” รองหัวหน้าห้องที่เดินมาข้างฉันสังเกตได้ถึงอาการหูอื้ออึ้งของฉัน ขอบคุณเพื่อนที่สังเกตเห็นในส่วนที่แปลกของฉันนะคะ

“หยุดเถอะเตย กลุ่มต่อต้านฝ่ายปกครองเริ่มเอาอาจารย์ไม่อยู่แล้ว แกหนีก่อนเลย ฉันรับช่วงต่อเอง” ฉันยืนกรานจะยืนอยู่ตรงนี้ ไม่ว่าฝ่ายน้องมิ้นจะทำอะไรต่อ แต่ฉันจะรับไม้ต่อให้เอง

“ไปดิอิเตย!” นิ้งลากแขนเพื่อนสาวของเธอออกไปทันที ฝ่ายเพื่อนม.5ก็รู้หน้าที่แหวกทางให้หลบหนีได้เร็วขึ้นในทันทีพร้อมกับพวกอาจารย์ที่เริ่มฝ่าวงล้อมเข้าใกล้พวกเราที่อยู่จุดศูนย์กลางได้มากขึ้นเพราะวงไทยมุงเริ่มทยอยหายไปทำให้การจราจรในโรงอาหารเริ่มกลับมาอีกครั้ง

“เฮ้ย! ไปไหนว่ะ!” มิ้นเร่งหน้าคิดจะตามหลังเตยไป ฉันกับลูกหว้าขยับขึ้นหน้าปิดเส้นทางของน้องเขาจนชะงักฝีเท้าในทันที “หลบเว้ย!” น้องเขาพูดเสียงดังใส่

“อาจารย์จะมาแล้วนะน้อง หนีอาจารย์ก่อนไหม?” ฉันให้คำแนะนำน้องไป

“หนีพ่องมึงดิ ควาย!” โอเค ขอบคุณสำหรับคำปฎิเสธที่แสนไพเราะ

“พวกเธอตรงนั้นทำอะไรกันนะ?!” อาจารย์คนที่ 1 เริ่มเข้ามาพร้อมท่าทีฉุนเฉียว คิดว่าหงุดหงิดที่มาไม่ได้สักที เล่นโดนพวกม.5ดักปิดเส้นทางไว้หมดเลยนี่น่า แน่นอนว่าฉันก็โดนไปด้วยเหมือนกัน แต่ใช้เส้นหัวหน้าห้องม.5เลยผ่านกำแพงมาได้

“เกิดอะไรขึ้น! ไหนเล่ามาสิ!” อาจารย์คนที่ 2 เข้าร่วมวงด้วยแล้ว

“กว่าจะผ่านมาได้ นี่พวกเธอใช่ไหมที่ก่อเรื่องทะเลาะกันกลางทางเดินโรงอาหารเนี่ย!” อาจารย์คนที่ 3 เข้าร่วมวงด้วย

“ขอโทษค่ะอาจารย์ พอดีพวกหนูฉุนที่น้องเขาพูดจาไม่มีมารยาทกับรุ่นพี่ เลยอดจะยืนโต้เถียงกันไม่ได้ ไม่ได้รู้เลยค่ะว่าทำให้โรงอาหารวุ่นวาย พวกหนูขอโทษค่ะ” ฉันยกมือไหว้บรรดาอาจารย์ที่พากันเดินเข้ามา

“แน่ใจนะว่าไม่ใช่เรื่องของวิทย์” อาจารย์คนที่ 3 หรี่ตาถามอย่างรู้ทันเหตุการณ์ โถ่เว้ย! ดันเป็นอาจารย์พละตอนม.4 ที่ดันมีไหวพริบไม่เหมาะกับวิชาที่สอนเลยสักนิด

“หา?! วิทย์อีกแล้วหรอ?!” อาจารย์คนที่ 1 อุทานขึ้นเสียงดัง แย่ล่ะ เริ่มเปิดตัวเลือกที่ไม่ดีออกมา

“ป่าวค่ะ ทะเลาะกันเรื่องมารยาทค่ะ” ลูกหว้ายืนยัน

“จะจริงเรอะ? เห็นผู้หญิงทะเลาะกันทีไรไม่พ้นเรื่องวิทย์ตลอดเลย” อาจารย์คนที่ 3 ถามย้ำพลางกอดออกมอง

ชิ! มันจะไหวพริบดีไปไหนเนี่ย นี่คือสิ่งที่ฉันกับลูกหว้าคิด

“อะ..อาจารย์ค่ะ หนูแค่คุยกับรุ่นพี่ตามปกติ แต่พวกพี่ๆเขาเอาแต่ว่าหนูตลอดเลย” โอเค ผู้หญิงเราพึงมีมารยาร้อยเล่มไว้เป็นอาวุธของตัวเอง ทำตัวในฐานะผู้หญิงได้ดีมากค่ะน้องมิ้น ฉันกับลูกหว้าถึงกับต้องทำหน้าเหยเกทันที

“เรื่องอะไรก็ช่าง! ไปห้องปกครองกันเดี๋ยวนี้!” อาจารย์คนที่ 2 จับแขนลูกหว้าที่อยู่ใกล้มือพยายามลากพาไปห้องปกครองด้วยกัน ให้ตายเถอะ! นี่ฉันยังไม่ได้ลอกการบ้านคณิตเลยนะเนี่ย!! ทำไมต้องมามีปัญหาตอนพักกลางวันก่อนเริ่มคาบ 5 กันด้วยเนี่ย!

“เดี๋ยวครับ พี่เก๋” อาจารย์คนที่ 1 รีบห้ามแล้วบอกให้อีกฝ่ายปล่อยเด็กนักเรียนก่อน “เด็กห้อง 5/5 มักทำตัวน่ารักเสมอ ผมคิดว่าพวกเขาไม่คิดก่อเรื่องใหญ่กันจริงๆ” ขอบคุณเป้าหมายของห้องที่คิดขึ้นมา มันสามารถใช้หลบหนีจากสถานการณ์แบบนี้ได้นี่เอง

“นั่นสิ” อาจารย์คนที่ 3 เห็นด้วย “ยิ่งม.ปลายปีนี้ ผมคิดว่าพวกเธอทำตัวได้อยู่ในกรอบและฉลาดกันเป็นพิเศษ ถ้าทะเลาะกันเรื่องมารยาทจริงๆก็ควรแสดงให้เห็นว่าเป็นงั้นจริงดีกว่า เมื่อครู่ไทยมุงก็เยอะอยู่ด้วย พยานมีกันเยอะแยะ” แน่ใจนะว่าจารย์สอนพละไม่ใช่วิชาสังคมหรือวิทยาศาสตร์ทดลอง?

‘อาจารย์จะมาแล้วนะน้อง หนีอาจารย์ก่อนไหม?’
‘หนีพ่องมึงดิ ควาย!’

ลูกหว้าหยิบเอาโทรศัพท์ที่อัดเสียงสั้นๆเอาไว้ขึ้นมาเปิดให้อาจารย์ทั้งสามคนฟังโดยไม่ได้ให้สัญญาณกับฉัน ทำให้ฉันเซอร์ไพร์สกับหลักฐานนี้จริงๆ แต่พอได้ยินเสียงจากแอพอัดเสียง อาจารย์ทั้งสามพากันหันไปมองรุ่นน้องม.3ที่ทำตัวน่ารักน่าสงสารเมื่อครู่อย่างไม่เชื่อหู

“จริงนะครับอาจารย์ พวกผมยืนฟังเฉยๆยังคิดเลยว่าคำพูดแย่มาก” เพื่อนชายม.5/5 ออกหน้าเสนอความเห็นด้วย

“ใช่ค่ะอาจารย์” คราวนี้เป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ หรือพยานไทยมุงที่อาจารย์คนที่ 3 ถามถึงจริงๆ

“โกหก! พวกมันหลอกค่ะ! คิดจะรุมหนูค่ะ อาจารย์!” น้องมิ้นโวยวาย ทว่าสายตาของอาจารย์ทั้งสามไม่สามารถมองเธอเป็นเด็กสาวตัวน้อยที่ตกเป็นเหยื่อได้อีกแล้ว

“เฮ้อ...ไปห้องปกครองหยิบใบขาวเขียนกันก่อนกลับขึ้นห้องเรียนซะ” อาจารย์คนที่ 1 ถอนหายใจยาวออกมาก่อนจะเริ่มสั่งบทลงโทษกับพวกเราสามคน ใบขาวที่พูดถึงคือใบรายงานความประพฤติที่ผิดกฎโรงเรียนของตัวนักเรียนเอง

สุดท้ายหลังจากเขียนใบขาวเสร็จ ฉันก็แอบแวบไปลอกการบ้านของลูกหว้าที่ริมทางเดินเงียบๆก่อนกลับห้องเรียน นอกจากจะไม่ได้กินข้าวและเข้าเรียนช้าแล้ว อย่างน้อยลูกหว้าก็ช่วยรายงานเรื่องเมื่อตอนกลางวันให้ เพราะน้องมิ้นที่อยู่ม.ต้นควรขึ้นเรียนได้แล้ว นี่คือเวลาพักกลางวันของเด็กม.ปลาย น้องแกเดินดุ่มๆรีบเข้าหาตัวจอมเวทย์ในทันที ดูก็รู้จุดประสงค์น้องแก

พวกน้องม.4ก็เลยเข้ามาห้ามน้องมิ้นกันทันที เพราะเวลาพักกลางวันที่จอมเวทย์ยังกินข้าวอยู่ควรเป็นเวลาที่สาวๆทุกคนต้องให้พื้นที่แก่เขา และน้องแกก็เริ่มปีนเกลียวใส่เด็กม.4 ทำให้ม.5ต้องออกรับหน้าแทน ซึ่งม.5 ที่อยู่ใกล้เหตุการณ์มากที่สุดคือพวกเราห้อง 5/5 คนที่เป็นหัวกลุ่มประชันหน้าน้องก็คือเตย พวกผู้ชายมายืนขู่เพื่อนน้องที่คิดจะเข้ามารุมตบเตย แค่มีผู้ชายตัวใหญ่อยู่เป็นพวก สำหรับเด็กม.ต้นก็หวั่นเกรงไม่น้อยเช่นกัน

และที่น่าภาคภูมิใจคือรองหัวหน้าห้องทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม เธอรีบกระจายข่าวในตอนนี้ให้ห้อง 5 ทุกคนบอกให้ม.5คนอื่นสร้างกำแพงกันอาจารย์ให้หน่อย และยังคอยห้ามไม่ให้เตยอารมณ์หลุดไปหลายรอบ เน้นพูดคำที่หยาบน้อยที่สุดเพราะเธอจะอัดเสียงไว้สู้ถ้าต้องเข้าห้องปกครองกันจริงๆ อีกอย่างหน้าที่ของตากล้องห้อง 5 อย่างพวกเราคือห้ามออกตัวมีเรื่องทะเลาะวิวาทที่เกี่ยวข้องกับวิทย์ ครั้งนี้เป็นการกระทำที่ปกป้องน้องม.4ที่รับมือกับน้องมิ้นไม่ไหวจึงตกประเด็นไปครึ่งหนึ่ง

“เฮ้อ...อยู่มาปีกว่าเพิ่งจะมีช่วงที่ห้องเราได้เป็นจุดศูนย์กลางเรื่องทะเลาะนะเนี่ย” ฉันพึมพำกับลูกหว้าระหว่างที่เรากำลังเรียนคณิตกันอยู่

“นั่นสิ ปกติจะมีพี่ม.6 บางกลุ่มกับเด็กห้อง 6 กับ 7 ปีเราเป็นแกนนำเสมอ เล่นเอาใจหายใจคว่ำไปเหมือนกันนะ” ลูกหว้าพูดพลางจดโจทย์ตัวอย่างบนกระดานไปด้วย

“พวกเธอก็ทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้าและรองหัวหน้ากันได้ดีเลยนี่ ไม่เสียแรงที่เลือกพวกเธอเลย!” เพื่อนสาวที่นั่งข้างหน้าหันมาแจมด้วย

“ขอบใจ” ฉันยิ้มกลับ

“ว่าแต่ประชุมเป็นไงบ้าง มีอัพเดตปะ?” ลูกหว้าถามพร้อมยกโทรศัพท์เปิดไลน์เตรียมประกาศข่าวสารทันที โหว...นี่ก็ทำหน้าที่รองหัวหน้าดีเกิ๊น

“พี่ม.6 ให้ลดการถ่ายทอดสดลง แล้วก็เลือกให้ถ่ายวิดีโอสั้นๆกันมาแทน แบบ 10 วิเป็นวิดีโอไม่ต้องมีสาระมากประมาณนั้น อีกเรื่องคือเรื่องคุมระบบในโรงเรียน เพราะช่วงนี้น้องม.ต้นปีนเกลียวกันมากเลย เลยอยากให้พวกเราม.ปลายสวมบทนางยักษ์กันมากกว่านี้น่ะ”

“เห? ลดการถ่ายทอดสด เข้าทางเลยสิ!” คนด้านหน้ายิ้มกว้าง

“เวรถ่ายทอดสดก็ต้องเปลี่ยนใหม่สิน่ะ” ลูกหว้าหยิบเอากระดาษแบ่งงานตากล้องประจำเดือนออกมาเตรียมจัดตารางใหม่ทันที “ว่าแต่จะเปลี่ยนเวรแบบไหนดี?” รองหัวหน้าห้องคนนี้จะกระตือรือร้นในหน้าที่การงานไปไหม? ไว้ทำตอนกลับถึงบ้านก็ได้ไหมเนี่ย?

“แกจะเอากลับไปทำเป็นการบ้านไม่ได้รึไงยะยัยลูกหว้า! แค่ตอนนี้เรียนคณิตก็ปวดหัวจะตายแล้วยังจะยัดงานตากล้องมาแก้ใหม่อีกรึไง?” แจ๋วเตย! นึกว่าเธอเออเรอร์ไปกับวิชาคณิตแล้วซะอีกนะเนี่ย ยังมีแรงต่อว่าชาวบ้านแสดงว่าเลขคาบนี้ไม่ได้ยากสิน่ะ

“หนวกหูน่า คนมันว่างนี่น่า!” ลูกหว้าบ่นกลับ ว่างบ้านแกสิยัยเพื่อนสนิท! นี่พวกเราเรียนกันอยู่เฟ้ย!

“งั้นลดเป็นเดือนละ 2 ครั้งกับช่วงที่มีงานสำคัญๆอะไรแบบนี้ไหม?” เพื่อนด้านหน้าเสนอ นี่พวกหล่อนจะไม่สนใจการเรียนแล้วรึไง อย่าลืมเป้าหมายห้อง 5/5 ของพวกเราสิ เป็นเด็กดีที่เรียนดี!

“ดีเลย งั้นเวรถ่ายทอดสดเป็นเดือนละคนไปเลยแล้วกัน ส่วนพวกอีเว้นท์ประจำเดือนก็แล้วแต่คนกันอีกทีเนอะ!” ลูกหว้าลงมือร่างตารางเวรใหม่ทันที

“นี่ๆเรื่องถ่ายวิดีโอลองมีแบบกำหนดหัวข้อกันไหม? แบบว่าเหมือนวิดีโอคอลแล็กชั่นอะไรแบบนี้”

“ฉันอยากลองทำแบบวิดีโอตัดต่อจัง ใส่รูปใส่เพลง น่าสนุกดีน่ะ!”

“ลดถ่ายทอดสดแต่ดันได้งานเพิ่มใหม่ขึ้นเรื่อยๆงั้นหรอเนี่ย?” ลูกหว้าหัวเราะ

นี่ๆพวกหล่อน ถึงอาจารย์จะเอาแต่แสดงตัวอย่างของโจทย์จนไม่ได้สนใจพวกเราแต่ไม่ได้หมายความว่าจะมาคุยกันคิกคักแบบนี้ได้นะยะ!

“ชู่ววววววว!!!”

อา...พวกผู้ชายเข้ามาเบรกกันได้ทันเวลาพอดี เล่นเอาสามสาวยกมือขึ้นปิดปากหันไปตั้งใจเรียนต่อในทันที ขอบคุณที่ช่วยเบรคนะ ทำได้เยี่ยมฝ่ายชาย!



kingkt
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 20 ก.ค. 2562, 23:50:13 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 21 ก.ค. 2562, 00:43:01 น.

จำนวนการเข้าชม : 36





<< 01 - แผนการชุดชั้นใน   ตอนที่ 3 : มนต์สะกดของจอมเวทย์ผู้งดงาม >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account