กระซิบรักฝากหัวใจที่ปลายฟ้า: พิมมาศ (ปลายปากกาสำนักพิมพ์)
เพราะเสียงกระซิบจากชายในฝัน
ทำให้ 'เอริน' จดจำฝังใจและรอวันที่จะได้พบเจอ
จนเวลาผันผ่านนานนับยี่สิบปี...
เสียงนั้นกลับเข้ามาย้ำเตือนความทรงจำของเธออีกครั้ง
ซีอีโอหนุ่มใหญ่ที่แก่กว่าเธอร่วมสิบกว่าปีได้ ทั้งแววตาและน้ำเสียงอบอุ่นของเขา
ยิ่งใกล้ชิดยิ่งติดพัน ยิ่งใกล้กันยิ่งหวั่นไหว เธอจะทำอย่างไรกับใจของตัวเอง

Love go on, until the end of the world…

เพราะความน่ารัก สดใส เยาว์วัยของเธอ
ทำให้ 'ชานนท์' กลับมายิ้มได้อีกครั้งพร้อมความรู้สึกดีๆ
ผ่านไปอีกหนึ่งปี...
เขากลับมาหาเธอพร้อมคำสัญญาที่เคยให้ไว้
รอยยิ้มของยายกุหลาบชมพูแก้มกลมผู้สดใส อ่อนโยน
กำลังหลอมละลายความแค้นในใจของเขาให้กลายกลับมาเป็นความรักอีกครั้ง


***************************

นิยายเรื่องนี้เขียนโดย "พิมมาศ" และกำลังจะได้ตีพิมพ์กับ "ปลายปากกาสำนักพิมพ์ (Plaipakka Publishing)" เปิดจองเร็วๆ นี้ค่ะ ทีมงานปลายปากกาสำนักพิมพ์จึงนำมาลงให้ได้อ่านกัน ประมาณ 60-70% ของเรื่องนะคะ เรื่องนี้โรแมนติก น่ารักน่าหยิกมากๆ ใครชอบพระเอกหนุ่มใหญ่สายเปย์ รุกจีบเด็ก ส่วนเด็กมีความใสซื่อแต่แก่นแก้วนิดๆ และแอบตามตื๊อ มิควรพลาดจ้าาาาา นอกจากนี้ยังได้ไปเที่ยวยุโรปกันด้วย มีความดราม่าของเรื่องราวในวัยเด็กระหว่างกันแฝงอยู่ด้วยค่ะ #รับประกันความสนุก!


***************************

เปิดจองตั้งแต่วันนี้ - 25 กันยายน 2562 นะคะ (สำหรับ 20 ท่านแรกที่สั่งจองกับสนพ.โดยตรง รับไปเลย! แม็กเน็ตติดตู้เย็นท่านละ 1 ชิ้น ลายตัวละครชานนท์กับเอรินจากนักเขียนจ้า)

 ***ช่องทางสั่งจอง***

1.สั่งจองกับสนพ.โดยตรง มี 2 ช่องทาง ได้แก่ inbox สั่งจองที่เพจ "ปลายปากกา สำนักพิมพ์" หรือเมล์ plaipakkabooks@gmail.com

2.inbox สั่งจองกับนักเขียนโดยตรง เพจ "พิมมาศ"

3.ร้านออนไลน์ ตอนนี้มีร้าน booksforfun ร้านนิยายรัก ร้านบาร์บี้บิวตี้บุ๊ค(ฉัตรธิดา สำเฮี้ยง) ร้านภาวิกา ร้าน BestbookSmile และร้าน Banniyayindy(Budsara Thongrussamee)

หนังสือพร้อมส่งเดือนตุลาคม 2562

คุ้มสุดด้วยจำนวน 624 หน้า 

สั่งจองราคาเพียง 385฿ (จากราคาปก 445฿) ส่งฟรีแบบลงทะเบียน ถ้าจัดส่ง EMS บวกเพิ่ม 45฿

หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจ "ปลายปากกา สำนักพิมพ์"

Tags: สายเปย์ รุกจีบ น่ารัก ดราม่า แก้แค้น ลอนดอน ฟลอเรนซ์

ตอน: บทนำ + บทที่1(50%)

เพลิงลุกไหม้โหมกระหน่ำในความมืด ท่ามกลางสายฝนโปรยลงมา บนพื้นมีน้ำขังฉ่ำนองไปทั่วท้องถนนแต่ก็ยังไม่อาจดับเปลวเพลิงนั้นได้ ด้วยแรงลมกระโชกสะบัดประกายไฟให้ขยายเป็นวงกว้างแดงฉานไปทั่วฟ้าไร้ดาว

นานนับครึ่งชั่วโมงกว่าเพลิงจะมอดสลายไปพร้อมสายฝนกลายเป็นควันดำพวยพุ่ง ความมืดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณถนนเลียบหน้าผา เบื้องล่างเป็นชะง่อนหินลดหลั่นสูงชันเต็มไปด้วยหญ้าสูงเทียมหัวรกเรื้อ เสียงสาดซัดรุนแรงของคลื่นทะเลดังพอๆ กับเสียงคำรามของท้องฟ้า จนแทบไม่มีรถคันใดที่ผ่านไปมาสังเกตเห็นความผิดปกติของรถที่บัดนี้กลายเป็นซากเหล็กสีดำสนิทในป่าหญ้าริมผา

ร่างสูงโปร่งค่อยๆ เงยหน้าจากกองหินมหึมาพลิกตัวหงายหลังนอนลงกับพื้นหญ้า ดวงหน้าโชกเลือดเกรอะกรังลืมตา มีเพียงท้องฟ้ามืดมิดไร้ดาว ไร้เรี่ยวแรงจะทำสิ่งใด เจ็บไปหมดทั่วทั้งสรรพางค์กาย มีเพียงเสียงที่เปล่งออกมาอย่างแผ่วเบา

“ช่วยด้วย...ใครก็ได้ช่วยด้วย ช่วยที...”

เขาพยายามเปล่งเสียงเรียกแต่เหมือนว่ามันริบหรี่แผ่วเบาลงทุกทีจนแทบจะสงบนิ่ง ปลายหางตาพร่าเลือนเห็นเพียงเงาร่างทะมึนและเสียงสวบสาบของฝีเท้าดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้วหยุดลงใกล้จนได้ยินเสียงคุยกัน สติสัมปชัญญะเริ่มรางเลือนลงอีกครั้ง

ก่อนที่สติจะดับวูบ...มีชายร่างท้วมทรุดตัวลงนั่งยองจับชีพจรให้

ดวงตาของชายผู้นั้นฉายแววดีใจก่อนจะสลดลงเมื่อได้ยินอีกคนถามไล่หลังมา

“มันตายรึยัง”

“ยังครับ แล้วเราจะทำยังไงกันดี” ชายร่างท้วมเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรนแทบจะกลายเป็นกระซิบ “เราเรียกรถพยาบาลดีไหม...”

“ไม่ต้อง! เอาตัวมันกลับแล้วปิดปากให้สนิท ห้ามบอกใครแม้แต่คนใกล้ชิด เข้าใจไหม...”

“ครับ แต่ว่า...”

“ช่วยฉันแล้วฉันจะช่วยนาย”

ร่างเพรียวสั่งเสียงเฉียบขาดก่อนจะหมุนตัวกลับไปยังทิศทางเดิมทิ้งร่างกำยำที่ก้มลงแบกร่างผอมโชกเลือดพาดบ่าพาออกเดินตาม...


**************************

ยี่สิบปีผ่านไป...

‘สาวน้อย...ตื่นได้แล้ว ถ้าไม่ตื่น ฉันจะจูบเธอนะสาวน้อย ได้ยินไหม ถ้าไม่ตื่นฉันจะจูบเธอ...’

เสียงกระซิบทุ้มนุ่มอ่อนโยนดังขึ้นเรื่อยๆ ทั้งอ่อนหวานพาเคลิบ เคลิ้มและหวานแว่วเหมือนอยู่ในห้วงความฝันเมื่อครั้งนานมาแล้ว

เอรินสะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้สึกถึงไอร้อนแผ่วเบาตกกระทบที่เปลือกตา ระคายเคืองจนต้องค่อยๆ เปิดเปลือกตาที่หนักอึ้ง กะพริบตาปริบๆ สู้แสงก่อนจะลืมตามอง

ภาพที่ปรากฏให้เห็นตรงหน้าคือดวงหน้าขาว ปากอิ่ม จมูกเป็นสัน คิ้วเรียว ดูรวมๆ แล้วดูดีสมบูรณ์แบบฉบับชายชาวเอเชีย โดยเฉพาะดวงตาดำขลับที่กำลังจ้องมองหล่อนอยู่ในระยะประชิดนั้น แถมด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมปาก เอรินเพิ่งสะลึมสะลือตื่นยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองอัตโนมัติ หน้านวลขึ้นสีเลือดฝาดทันทีที่เห็นรอยยิ้มนั้นของชายหนุ่ม

“ตื่นได้เสียทีนะ”

คำที่เปล่งออกมาจากปากเขาคำแรกมีแววขบขัน น้ำเสียงไม่เหมือนที่หล่อนได้ยินในความฝันสักนิด

“ขะ...คุณ! เมื่อกี้คุณจะทำอะไร”

หล่อนรีบขยับตัวออกห่างจนแทบชิดทางเดิน สีหน้าตระหนกชนิดปิดไม่มิด

“ก็ผมเรียกคุณอยู่ตั้งนาน คนอะไรหลับลึกแล้วยังอ้าปากค้างทำน้ำ ลายหกอีก” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ ทำปากแหลมล้อเลียน

“ฉันไม่ได้ทำนะคะ” เอรินแย้งหน้าตื่นรีบเช็ดมุมปากซ้ายขวาแต่ไม่มีอย่างที่เขาพูดสักนิด “คุณก็พูดแรงไป เราไม่รู้จักกันเสียหน่อย”

“ขนาดนี้แล้วยังแก้ตัวได้อีกนะ”

“ฉันก็แค่ฝัน คุณต่างหากมาล้อเลียนคนหลับ เรารู้จักกันรึไง”

หล่อนตอบเสียงแผ่วลง เริ่มอายสายตาคนรอบข้าง ก็เมื่อครู่ใหญ่มัวแต่ตกใจเผลอเสียงดังออกมาจนคนบนเครื่องบินหันมามองเป็นตาเดียวกันแล้ว แค่คิดก็อับอายจะแย่

แต่ผู้ชายคนนี้ก็ยังไม่หยุด!

“ก็ผมกำลังใช้ความคิดว่าที่คุณทำเสียงกระเส่า แถมยิ้มเชิญชวนเสียขนาดนั้น กำลังฝันกลางวันหรือว่า...”
“นี่คุณ! ฉันไม่ได้...”

ยังไม่ทันที่หล่อนจะได้โต้กลับ ร่างสูงใหญ่เจ้าของคำพูดยียวนกวนประสาท ก็ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจขับไล่ความเมื่อยขบ แถมปรายสายตาตำหนิมา เอรินเลยมองเขาอย่างงงๆ แต่ก็เข้าใจได้ในทันทีเมื่อเขาเอ่ยต่อว่า

“ช่วยเขยิบให้หน่อย ผมปวดฉี่จะตายอยู่แล้ว คราวหน้าถ้าจะหลับลึกขนาดนี้กรุณาจองที่นั่งริมหน้าต่างเถอะนะ ขอร้อง จะได้ไม่มีใครมาขัด จังหวะเวลาคุณกำลังเข้าเฝ้าพระอินทร์หรือกำลังฝันถึงเจ้าชายหนุ่มรูปงามอยู่ รู้ตัวหรือเปล่าว่าปากคุณเกือบจะจิ้มหน้าผมอยู่แล้ว”

“หา!”

“ไม่หาล่ะ ช่วยเขยิบให้ทีเถอะ” เขาส่ายหน้าปรายตามองมาอย่างเอือมระอาอีกครั้ง

เอรินถึงกับผงะ ตาโตแทบถลนออกมานอกเบ้า ผู้ชายหน้าทะเล้นคนนี้วางระเบิดหล่อนด้วยคำพูดลูกใหญ่แล้วชิงเบียดตัวออกไป ทำให้หล่อนต้องพิงหลังกับพนักเก้าอี้ตัวลีบมองไล่หลัง

“ปากจัดจังผู้ชายอะไร ฉันแค่หลับเพลินไปนิดเดียวเอง” หล่อนได้แค่บ่นพึมพำค้อนลมแล้งแล้วพลันนึกได้

เสียงใครบางคนในความฝันที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่เขาคือคนที่หล่อนมักฝันถึงเสมอตั้งแต่เด็กมาแล้วเหมือนจิตใต้สำนึกคอยบอกหล่อนว่าเจ้าของเสียงทุ้มนุ่มอ่อนโยนนั้นมีตัวตนอยู่ในโลกแห่งความจริง
แต่เขาอยู่ที่ไหนล่ะ...


********************


เอรินมองแผ่นหลังของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านหน้าแล้วได้แต่ทำหน้ามุ่ย หล่อนกำลังยืนรอกระเป๋าเดินทางที่ลำเลียงลงมาจากเครื่อง ในขณะที่ชายร่างสูงคนนั้นได้กระเป๋าบ้างแล้ว แต่ง่วนคุยโทรศัพท์อยู่ มืออีกข้างก็คล้องกระเป๋าเป้ล้อเลื่อนใบใหญ่ขึ้นไพล่หลัง

“ครับพี่ ผมถึงลอนดอนแล้ว กำลังจะจับแท็กซี่ไปโรงแรม ไม่ต้องมารับ...ใช่ครับ ผมจองรอยัลเฮาส์การ์ดไว้ไม่ได้พักโรงแรมพี่ พอดีผมมีธุระต่อ”

นายปากจัดเอาโทรศัพท์มือถือแนบหูคุยกับปลายสายด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ แต่เอรินสะดุดหูกับชื่อโรงแรมที่เขาจองไว้

เดอะรอยัลเฮาส์การ์ด!

สาบานได้ว่าหล่อนไม่ได้ตั้งใจแอบฟัง แต่โรงแรมที่เขาพูดถึงนั้นมันโรงแรมหรูระดับห้าดาวเลยนะนั่น! อยู่ริมแม่น้ำเทมส์ และยังอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงแรมที่หล่อนพักอีกด้วย มีแค่แม่น้ำกั้นกลาง

จะว่าไปลักษณะท่าทางและการแต่งกายของนายปากจัดก็ดูภูมิฐานอยู่หรอก น่าจะเป็นคนมีฐานะพอดู แม้ปากร้ายไปหน่อยแต่ก็ดูใจดีอยู่ เพราะตอนที่ยังอยู่บนเครื่องบินด้วยกัน หลังจากเขาออกมาจากห้องน้ำแล้ว หล่อนได้คุยกับเขาต่อ และยาวทีเดียว ชายหนุ่มขาวจัดมาดเนี้ยบผู้นี้มีภารกิจเดียว กับหล่อน คือต้องมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเพื่อนเจ้าสาวเหมือนกัน

แต่คงไม่บังเอิญขนาดงานเดียวกันหรอก...

เอรินครุ่นคิดถึงเงินในกระเป๋าตัวเองแล้วได้แต่ถอนใจ ว่ากันว่าค่าแท็กซี่ลอนดอนแพงมหาโหด ยังดีที่หล่อนนัดเพื่อนเอาไว้ให้มารับแล้ว ไม่ เช่นนั้นคงต้องขอติดรถแท็กซี่เขาเข้าเมืองด้วยแน่

ร่างบอบบางขยับเข้าใกล้อีกนิดตามประสาอยากรู้ ชายหนุ่มไม่มีทีท่าว่าจะสนใจ ยังคงคุยโทรศัพท์ต่อ

“ครับ เจอกันวันงานแต่งเลยแล้วกัน เสื้อผ้าผมเตรียมพร้อมมาแล้ว ไม่ต้องห่วง ผมมีธุระต้องจัดการอยู่แล้ว ถือว่ามาทำงานด้วยไม่อยากรบกวนพี่ พักแยกผมสะดวกกว่า”

พูดจบเขาก็คว้ากระเป๋าเดินทางใบย่อมบนสายพาน แล้วเดินลิ่วออก ไปโดยไม่หันมามองสักนิด

สาวหน้าใสถึงกับทำปากขมุบขมิบ “อยู่ใกล้กันแค่นี้ไม่เห็นจริงหรือแกล้งไม่เห็น ฉันแทบจะสิงร่างได้แล้วนะ”

เอรินคิดว่าเขาจะหันมาลากันบ้างเลยได้แต่มองตามหลังไป จนเขาหายลับเข้าไปในกลุ่มผู้โดยสารขาออกแล้ว หล่อนเพิ่งได้กระเป๋าเดินทางครบก็เดินไปทางเดียวกันกับเขา

ด้วยความที่นัดเพื่อนไว้ เอรินจึงเหลือบซ้ายแลขวามองหาโทรศัพท์สาธารณะแถวนั้นเพื่อโทร.หาเพื่อน แต่ทันทีที่ติดต่อคนปลายสายได้ เอรินถึงกับอุทานลั่น!

“อะไรนะ! ไหนว่าจะมารับไง ทำอย่างกับฉันเก่งมากงั้นแหละ แค่มาเหยียบอังกฤษครั้งแรกก็โดนลอยแพแล้ว”

“ฉันขอโทษ มันสุดวิสัยจริงๆ เธอไปรอฉันที่โรงแรมก่อนก็แล้วกัน” ปลายสายตอบกลับเสียงขาดๆ หายๆ

“โอเคๆ ฉันไปรอที่โรงแรมก็ได้ รีบมาเร็วๆ เลยนะภาษาอังกฤษฉันยิ่งงูๆ ปลาๆ...เดี๋ยวๆ สิ วี ฟังฉันพูดก่อน!”
เอรินหน้าเสียทันทีที่สายตัดไป วางหูโทรศัพท์ด้วยความอ่อนใจ

วินซ์เพื่อนรักของหล่อนกำลังเดินทางมาจากบาธ แต่มีเหตุสุดวิสัยทำให้มาถึงสนามบินไม่ทันตามเวลาที่นัดไว้ ครั้นหล่อนจะอดทนรอเพื่อนที่สนามบินก็ท่าทางอีกนานหลายชั่วโมงกว่าจะมาถึง หล่อนคงต้องหาทางไปที่โรงแรมเองก่อนจริงๆ อย่างเพื่อนว่า

แต่เงินในกระเป๋าที่ติดตัวมาน้อยนิดนี่สิ...


********************


อากาศหนาวเหน็บเกือบเจ็ดองศาเซลเซียสในเดือนเมษายนพัดปะทะผิวกายหญิงสาวทันทีที่ออกมานอกสนามบิน

เอรินกระชับเสื้อกันหนาวผ้าเนื้อนิ่มเข้าหาตัว ลากกระเป๋าเดินทางพลางกางแผนที่และสอดส่ายสายตามองหารถแท็กซี่

ความจริงหล่อนควรประหยัดเสียแต่ต้นมือ แต่จะให้เดินทางไปโรงแรมโดยไม่คิดพึ่งแท็กซี่ คงไม่ใช่เรื่องง่าย ในเมื่อริอาจหาญออกนอกประเทศมาตัวคนเดียวแล้ว แถมยังขึ้นเครื่องบินมาจนถึงที่นี่ได้ กับแค่ต้องไปโรงแรมด้วยตัวเองจะยากสักแค่ไหนกัน!

แต่ทว่านึกปลอบใจตัวเองได้ไม่ทันไร สายตาเหลือบเห็นป้ายบริการแท็กซี่ก็ได้แต่ถอนใจหนักหน่วงอีกรอบ

“แพงขนาดนี้เชียว...” เอรินคำนวณเงินในกระเป๋าแล้วแทบไม่อยากนึกเลยว่า ตัวเองจะสามารถใช้ชีวิตอยู่รอดที่นี่ได้จนครบสิบวันจริงๆ เหรอ...ไหนจะเส้นทางสถานีรถไฟในแผนที่ ถ้าขึ้นแล้วไม่หลงก็นับว่าเป็นบุญโขแล้ว อีกทั้งยังมีกระเป๋าสะพายกับกระเป๋าเดินทางอีก น้ำหนักก็ไม่ใช่น้อยๆ

ระหว่างที่กำลังนั่งทอดอาลัยอยู่หน้าสนามบินนั้น

พลันสายตาเหลือบไปเห็นนายปากจัดคนเดิม!

“ไปเดอะรอยัลเฮาส์การ์ด”

เขากำลังเจรจาเป็นภาษาอังกฤษกับคนขับแท็กซี่ เอรินจากที่รู้สึกหมดเรี่ยวแรง มีความหวังขึ้นมาทันใด แม้ไม่อยากเชื่อสายตาว่าชายหนุ่มคนนั้นยังอยู่ก็ตาม หล่อนรีบลากกระเป๋าพะรุงพะรังกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาเป้าหมาย

ในเวลาเดียวกันนั้น คนขับแท็กซี่ลงจากรถมาขนกระเป๋าเดินทางใส่ท้ายรถ นายปากจัดเลยเปิดประตูเข้าไปนั่งรอที่เบาะผู้โดยสารตอนหลัง แต่แล้วถึงกับสะดุ้ง เพราะมีมือเล็กๆ มาเคาะกระจกรถไม่หยุด

เอรินนั่นเอง และหล่อนก็มั่นใจว่าเขาต้องจำหล่อนได้!

“มีอะไรคุณ” เขาลดกระจกลงถามน้ำเสียงหงุดหงิดอยู่ในที

“ได้ยินว่าคุณจะไปรอยัลเฮาส์การ์ด ฉันขอติดรถไปด้วยคนนะคะ”

“ได้ไง” ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น สีหน้างุนงง “มาขอขึ้นแท็กซี่กับผมเนี่ยนะ”

เอรินพยักหน้ารัวเร็ว ไม่ปล่อยให้เขาได้ตั้งตัวรีบเปิดประตูพาตัวเองพร้อมกระเป๋าเดินทางอีกสองใบขึ้นมานั่งเคียงข้างเขาที่เบาะหลังรถ

“เฮ้ย!” ชายหนุ่มโวยวาย จำต้องกระเถิบถอยให้เสียชิดอีกฝั่งแล้วตวาดเสียงดุ

“อย่ามาทำเนียนนะคุณ ลงไป!”

“ฉันขอแชร์ค่ารถกับคุณนะคะ ฉันขอร้อง”

เอรินยกมือไหว้ หน้าซีดเมื่อเห็นสีหน้าหวาดระแวงของชายหนุ่ม

“เรารู้จักกันแล้วบนเครื่อง คุณยังหลับพิงไหล่ฉันตั้งนาน แล้วยังทำน้ำลายยืดใส่ปกเสื้อฉันด้วย ดูสิคะ ดูๆ”

“แค่นี้เอง ไม่ได้แปลว่าคุณจะมาตีสนิทกับผมได้นะ”

เขายังคงโวยใส่


********************


เปิดตัวที ลงให้สองตอนติดเลยค่ะ^^ นิยายเรื่องนี้เขียนโดย "พิมมาศ" และกำลังจะได้ตีพิมพ์กับ "ปลายปากกาสำนักพิมพ์ (Plaipakka Publishing)" เปิดจองเร็วๆ นี้ค่ะ ทีมงานปลายปากกาสำนักพิมพ์จึงนำมาลงให้ได้อ่านกัน ประมาณ 60-70% ของเรื่องนะคะ เรื่องนี้โรแมนติก น่ารักน่าหยิกมากๆ ใครชอบพระเอกหนุ่มใหญ่สายเปย์ รุกจีบเด็ก ส่วนเด็กมีความใสซื่อแต่แก่นแก้วนิดๆ และแอบตามตื๊อ มิควรพลาดจ้าาาาา นอกจากนี้ยังได้ไปเที่ยวยุโรปกันด้วย มีความดราม่าของเรื่องราวในวัยเด็กระหว่างกันแฝงอยู่ด้วยค่ะ #รับประกันความสนุก!

ฝากติดตามด้วยนะคะนักอ่านทุกท่าน ใครเคยตามนิยายของปลายปากกา ตามกันต่อโลดจ้าาาาาาา


หมายเหตุ: เนื่องจากมีการจัดหน้าไว้ในรูปแบบหนังสือเล่มขนาด A5 อาจมีคำฉีกหรือเว้นวรรคมากกว่าปกติเมื่อนำลงเว็บ



ปลายปากกาสำนักพิมพ์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 30 ก.ค. 2562, 11:56:02 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 30 ก.ค. 2562, 11:56:02 น.

จำนวนการเข้าชม : 68





   บทที่ 1 -100% >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account