เมื่อคุณชายมารักฉัน
จู่ๆ ชีวิตเรื่อย ๆ เอื่อย ๆ ของฉันก็มีอันผันแปร เมื่อมีหนุ่มสมบูรณ์แบบ รูปหล่อ ร่ำรวย ชาติตระกูลดี มีอิทธิพล มาบอกให้ฉันรับผิดชอบชีวิตเขาด้วยการเป็นภรรยา ความจริงแล้วมันก็ความฝันสำหรับหญิงสาวหลายๆคนที่อยากจะเกิดมาเป็นซินเดอเรล่า...ทว่าอาโปมีความฝันของตัวเอง ความฝันที่ ...ยังไงเธอก็ไม่ยอมให้มันพังทลายด้วยการแต่งงานที่มีความสัมพันธ์แบบคลุมเคลือเด็ดขาด
Tags: อาโป
ตอน: ตอนที่2
2
“ว่าไงนะ...ไม่ถูกใจเลยรึ”น้ำเสียงที่ถามฟังดูก็รู้ว่าไม่สบอารมณ์นัก กับความเพียรพยายามที่ดูเหมือนไม่มีทีท่าว่าจะสำเร็จ
“ค่ะคุณแม่...ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรเลย”นพมาศเอ่ยกับคุณแม่สามี ในระหว่างการจิบชามื้อว่าง
“เอาใจยากซะจริงเจ้าหลานคนนี้...หาผู้หญิงจากตระกูลดีๆ มาให้ดูตัวจะหมดประเทศอยู่แล้ว ยังไม่ยอมตกลงปลงใจกับใครสักคนหรือฉันต้องใช้มาตรการโบราณ” คุณหญิงกัลยาหมายความถึงมาตรการคลุมถุงชนที่นางพยายามหลีกเลี่ยงทั้ง ๆ ที่อยากใช้มาตรการนี้ใจแทบขาด
“อย่าเชียวนะคะคุณแม่...”นพมาศรีบห้ามหน้าตื่น “กว่าเราจะเรียกตัวตาเดี่ยวกลับมาได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย...ดิฉันไม่อยากเสี่ยงเสียลูกไปอีก...”
“ฉันรู้อยู่หรอกว่าควรทำอะไร ระดับไหน แต่ถ้ามันจำเป็นต้องเสี่ยง ก็ต้องยอมเสี่ยง” ดวงตาฝ้าฟางหลบลงมองถ้วยชาตรงหน้า ปิดกั้นความนึกคิดที่คู่สนทนาพยายามจะอ่านมันเพื่อประเมินสถานการณ์
“บางทีที่ไม่สำเร็จอาจเป็นเพราะเราเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตความเป็นส่วนตัวของตาเดี่ยวจนเกินไป...เราลองใช้วิธีใหม่ดูคราวนี้อาจจะได้ผลก็ได้นะคะ”นพมาศเสนอความคิดใหม่
“วิธีใหม่?”
“ใช่ค่ะ”
“ยังไง?”
“ให้อิสระในการเลือกคู่ครอง...”
“ไม่ได้!...”
ถ้วยชาถูกวางกระแทกพื้นโต๊ะเสียงดังจนนพมาศสะดุ้ง แต่ก็ยังฝืนทำใจดีสู้เสือต่อไปอีก “ลองดูหน่อยเถอะค่ะ...ไม่เช่นนั้นอนาคตต่อไปข้างหน้านรานุรักษ์อาจไม่มีผู้สืบทอนสายตรง”
“แล้วถ้าเกิดตาเดี่ยวไปคว้าผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาจะทำยังไง...เธอก็รู้ไม่ใช่เหรอว่ามาตรฐานสะใภ้ของตระกูลนรานุรักษ์อยู่ในระดับไหนแม้ฐานะไม่ร่ำรวยเทียบเท่า แต่ความมีหน้าตาในสังคมจะต้องไม่ด้อย”
“เอ่อ...ดิฉันหมายถึง เราเป็นฝ่ายหาตัวว่าที่เจ้าสาว แต่เราจะไม่ต้องเข้าไปร่วมในการดูตัว ปล่อยอิสระให้หนุ่มสาวพินิจพิเคราะห์ทำความรู้จักกันเองบางที...การที่ตาเดี่ยวไม่เลือกใครเลย อาจเป็นเพราะเก้อเขินที่จะแสดงความต้องการ เรื่องละเอียดอ่อนแบบนี้ยังไงก็ต้องอยู่ในสายตาผู้ใหญ่” นพมาศพยายามอธิบายเท่าที่สังเกตทั้งสีหน้าและท่าทางของแม่สามีก็คงพอจะมีความหวังว่าท่านจะเห็นด้วยกับความคิดของนาง
“ก็ได้...แต่...จะไปหาลูกสาวบ้านไหนมาให้ตาเดี่ยวเลือกล่ะ...หมดแล้วนะตามรายชื่อที่มีในมือ”
“ถ้าคุณแม่ไม่รังเกียจเรื่องฐานะดิฉันพอจะมีให้คุณแม่พิจารณาอยู่อีกคน...”
“บอกแล้วไงว่าสิ่งที่ฉันต้องการมีเพียงความมีหน้าตาในสังคมเท่านั้น...เรื่องเงินทอง ความร่ำรวย พวกนี้ฉันมีเยอะอยู่แล้ว...ว่าแต่ลูกสาวใครที่เธอพูดถึง”สีหน้าหญิงชราดูดีขึ้นมาก แม้จะรักษาระดับความเคร่งขรึมเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่นก็เถอะ
“ลูกสาวเพื่อนที่เป็นอาจารย์สอนอยู่ในมหาวิทยาลัยมีชื่อของดิฉันเองค่ะ สามีของเธอเป็นถึงศาสตราจารย์ มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย มีคนนับหน้าถือตาอยู่ไม่น้อย”
“ก็ดีนี่...ถือว่ามีคุณสมบัติผ่านมาตรฐาน...ว่าแต่...ลูกสาวเขาอายุเท่าไหร่หน้าตาเป็นยังไง แล้วทำงานอะไร”
“อายุราว ๆ ยี่สิบห้าค่ะ หน้าตาสะสวยทำงานอยู่บริษัทท่องเที่ยว” นพมาศหยุดมองคุณแม่สามีเพื่อหยั่งความรู้สึกนึกคิดของอีกฝ่ายเมื่อยังเห็นความเรียบเฉยของสีหน้า นางจึงเอ่ยต่อ “บังเอิญว่าบริษัทท่องเที่ยวแห่งนั้น เป็นบริษัทที่เรามีหุ้นถืออยู่ค่อนข้างมากทีเดียว”
“ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่หากตาเดี่ยวถูกใจไม่ขัดข้อง เราก็จะได้สะใภ้ที่รู้เรื่องธุรกิจของสามีไม่ใช่นั่งหายใจเป็นกาฝากไปวันๆ เอาเป็นว่า เรื่องนี้ฉันให้เธอจัดการ...”
“ได้ค่ะคุณแม่...การนัดหมายฝ่ายนั้นตามแบบที่เราเสนอไม่น่าจะมีปัญหา”
“ทำไปตามสมควรเถอะ...เฮ้อ...เรื่องหาคู่ให้ตาเดี่ยวฉันเองก็เหนื่อยเต็มทนถือโอกาสหยุดพักผ่อนชั่วคราวก็น่าจะดี”
เมื่อประมุขของบ้านเห็นพร้องต้องกันนพมาศก็คลายกังวล อย่างน้อยก็มีความหวังที่จะได้ลูกสะใภ้จากครอบครัวที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกัน เมื่อเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน การปรับตัวเข้าหากันย่อมไม่ใช่เรื่องยาก
“ได้ค่ะ...ดิฉันจะรีบจัดการให้เร็วที่สุด”
“หวังว่าครั้งนี้คงสำเร็จนะ”คุณหญิงกัลยาเอ่ยด้วยความหวังทั้งหมดที่มีอยู่ในใจ...ความหวังที่นางจะได้เห็นทายาทตัวน้อยๆ ของตระกูลนรานุรักษ์ ก่อนที่นางจะสิ้นลมหายใจสุดท้ายลง
“ดิฉันจะพยายามให้ถึงที่สุดค่ะ”
บรรยากาศในวันทำงานยามเช้า ทั้งสดใสและเคร่งขรึม เมื่อคนทำงานต่างก้มหน้าก้มตาทำงานในมือของตนให้เสร็จทันตามเวลาที่กำหนด
กาแฟในถ้วยกระดาษร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นถูกวางลงตรงที่ว่างบนโต๊ะทำงานของอาโปที่กำลังสาละวนอยู่กับกองเอกสารตรงหน้าเธอเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของกาแฟ ด้วยอาการตกใจ
“นี่ของคุณครับ”
เสียงทุ้ม ๆของผู้จัดการหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น ทำให้อาโปต้องหันไปมองเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ พอเห็นว่าทุกคนมีกาแฟถ้วยกระดาษลักษณะเดียวกัน เธอก็ค่อยผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“อยากเลี้ยงกาแฟทุกคนน่ะครับ”วสันต์ให้คำอธิบายสั้น ๆ
“ขอบคุณค่ะ”
“ตั้งใจทำงานนะครับ” เขายิ้มรับคำขอบคุณนั้นก่อนจะปลีกตัวเดินกลับเข้าห้องทำงานส่วนตัวไปอย่างเงียบๆ
“คนอะไรหล่อได้หล่อดีหล่อไม่มีเผื่อแผ่ให้ใครเลยจริงๆ” ไอรดาเพ้อพก เมื่อเลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้เพื่อน “น่าอิจฉานะ...ได้รับกาแฟจากมือผู้จัดการโดยตรงเชียว”
“อิจฉาอะไร...แกก็ได้ไม่ใช่เหรอ”อาโปเหลือบมองถ้วยกาแฟในมือเพื่อน ก่อนจะหันไปให้ความสนใจงานตรงหน้าต่อ
“ก็ไม่ได้กาแฟกับมืออย่างแกนี่นา”
“มันต่างกันตรงไหน”
“ตรงที่ผู้จัดการสุดหล่อกำลังให้ความสนใจแกเป็นพิเศษน่ะสิ” ไอรดาเอ่ย
“พูดไปเรื่อย...”
“จริงๆ...แกลองคิดดูสิ ถ้าคุณวสันต์ไม่สนใจแก แล้วเขาจะลงทุนถือกาแฟมาให้แกเองกับมือเชียวเหรอ อย่างฉันที่นั่งทำงานอยู่ข้างแก แท้ๆ ยังได้รับแจกจากพนักงานคนอื่น”
“อาจเพราะฉันเป็นพนักงานคนแรกที่เขารู้จัก เขาก็เลยให้ความรู้สึกสนิทใจกว่าคนอื่นๆ” อาโปกล่าวแก้
“อืม...ก็อาจเป็นไปได้” ไอรดาพยักหน้ายอมรับด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะมีอีกคำถามที่อยากรู้ไม่แพ้คำถามอื่น“แกไม่ชอบผู้จัดการเหรอ”
“ก็เฉย...”
“หล่อออกปานนั้น แกยังบอกว่าเฉย ๆ ถามจริง...ต่อมรับความหล่อของแกชำรุดหรือเพราะสายตาแกผิดปกติ”ไม่พูดเปล่า มือขาวๆ ก็ถูกยกขึ้นโบกผ่านหน้าเพื่อนไปมา ทดสอบสภาวะการมองเห็น
“ฉันสบายดี สายตาฉันก็ไม่มีปัญหา...แต่ตอนนี้งานตรงหน้ามันยุ่งซะจนไม่มีเวลาสนใจความหล่อของใคร”อาโปตอบ เมื่อปัดมือเพื่อนพ้นไป เธอก็ก้มดูข้อมูลลูกค้าตรงหน้าต่อ
“แล้วถ้าสมมุติว่าผู้จัดการเกิดสนใจแกขึ้นจริงๆ ล่ะ...จะว่ายังไง” ใบหน้าทะเล้นยื่นเข้าไปถามใกล้หู
“ก็ไม่ว่ายังไงหรอก...มันแค่เรื่องสมมุติ”
“เฮ้อ...แกนี่นะ...เป็นฉันหน่อยไม่ได้!”
มือจับปากกาที่กำลังจะบันทึกข้อความลงบนกระดาษมีอันชะงัก...ก่อนจะหันมาให้ความสนใจเพื่อนสายตาค้นคว้าหารอยพิรุธที่อาจจะมีปะปนอยู่ในสีหน้าและแววตานั้น
“ดูเหมือนแกจะให้ความสนใจผู้จัดการมากกว่าปกตินะ...นี่กำลังคิดอะไรอยู่...อย่าบอกนะว่าแกกำลังตกหลุมรัก...”
“เฮ้ย...เปล่าซักหน่อย” ไอรดารีบปฏิเสธพัลวัน
“ถ้าเปล่าก็รีบทำงานเข้าสิยะ มัวเพ้อเจ้ออยู่ได้...อาทิตย์หน้าจะมีทัวร์จากยุโรปเข้ามาจัดเตรียมโรงแรมที่พัก เอาไว้พร้อมหรือยัง” อาโปไม่คิดจะใส่ใจความเพ้อฝันของเพื่อนแม้แต่น้อยถึงผู้จัดการคนใหม่จะอัธยาศัยดีแค่ไหน หัวหน้าก็คือเจ้านาย งานไม่เดินพนักงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอก็ย่อมมีสิทธิ์ถูกหมายหัวแป๊กเงินเดือน
“ส่วนของฉันเสร็จไปตั้งนานแล้ว”ไอรดาเอ่ย
“แน่ใจ?...”
“ก็ได้ๆ ทำงานๆ” ไอรดาเลื่อนเก้าอี้กลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง อดไม่ได้ที่จะมองไปยังห้องทำงานของผู้จัดการทว่าเมื่อเห็นคนที่กำลังส่งสายตาพิฆาตมาจากโต๊ะเลขานุการที่ตั้งอยู่หน้าห้องนั้น ก็ทำเอาหญิงสาวถึงกับหมดอารมณ์ฝัน
แม้มีงานกองอยู่ตรงหน้า ทว่าความคิดยังคงหมกมุ่นอยู่กับเรื่องอื่นที่ไม่ใช่งาน ไอรดารู้ดีถึงความฝันของเพื่อนรัก เพราะความฝันนั่น เธอจึงอยากให้อาโปมีความรัก ได้แต่งงาน ความฝันของอาโปเรื่องการย้ายไปทำงานต่างประเทศจะได้ถูกล้มเลิก เธอกับอาโปจะได้ไม่ต้องแยกจากกัน แต่เท่าที่เห็น ดูเหมือนว่าความหล่อของผู้จัดการไม่มีอิทธิพลพอที่จะทำลายกำแพงหัวใจของอาโปได้เลยซักนิดอาโปยังคงเฉยเมยเป็นพวกความรู้สึกช้า เป็นเธอซะอีกที่เกิดอาการหวั่นไหวเมื่อได้พูดคุยหรือสบตากับท่านผู้จัดการแม้ในยามเผลอ
อาการสั่นของโทรศัพท์ที่ถูกตั้งระบบเอาไว้ดึงความคิดเฟ้อฝันที่ล่องลอยออกทะเลไปไกลของไอรดา ให้กลับมาสู่สภาวะความเป็นจริง นิ้วเรียวคว้าเครื่องสื่อสารขนาดจิ๋วขึ้นมาดูเบอร์ที่โชว์อยู่หน้าจอก่อนจะกดรับสัญญาณ
“สวัสดีค่ะแม่...โทรมาตอนนี้มีอะไรหรือเปล่า...หรือว่าจะเดินทางกลับก่อนกำหนด” ไอรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงรื่นรมย์กับมารดาที่เดินทางไปศึกษาดูงานยังต่างประเทศกับบิดา
“มีกำหนดจะอยู่ต่ออีกสัปดาห์หรือคะ...ไม่เป็นไรค่ะไอซ์อยู่ได้...แค่มีของฝากมาฝากไอซ์เยอะหน่อยก็พอ”ยิ้มให้กับความห่วงใยของมารดาที่แม้เวลานี้เธออายุย่างเข้ายี่สิบห้าแล้ว ก็ยังได้รับการปฏิบัติไม่ต่างจากเด็กสาวอายุสิบหกสิบเจ็ด
“อากาศที่โน่นเป็นยังไงบ้างคะ...คงไม่ร้อนเหมือนที่นี่สินะ...ดีจัง...รู้อย่างนี้เขียนใบลาติดตามไปเที่ยวด้วยก็ดี...แหะๆๆ...รู้ค่ะว่าช้าไปซะแล้ว...”รอยยิ้มแหยๆ ปรากฏบนใบหน้า ก่อนจะเปลี่ยนไปอีกแบบ “ค่ะไอซ์สบายดี มีความสุขไม่ได้หนีเที่ยวที่ไหนเลย เป็นเด็กดีเลิกงานกลับบ้านตรงเวลาไม่เชื่อถามอาโปดูได้” สีหน้าที่เกลื่อนไปด้วยรอยยิ้ม แปรเปลี่ยนมาเป็นจริงจัง
“รู้ค่ะว่าต้องทำอะไรเชื่อใจลูกสาวคนนี้เถอะ...ไม่ทำให้แม่ผิดหวังแน่นอน” แววตาเปลี่ยนไปเป็นอ่อนโยน พร้อมรอยยิ้มน้อยๆ ที่ดึงดูดให้สายตาคมกล้าคู่หนึ่งเพ่งมองด้วยความพลั้งเผลอ เมื่อบังเอิญเงยหน้ามองผ่านผนังกระจกออกมาเห็นเข้าพอดี
วสันต์ถึงกับลูบปลายคาง เมื่อสายตาไม่อาจละไปจากใบหน้าพนักงานสาวที่ยังไม่ทันได้ใส่ใจด้วยซ้ำว่าเธอชื่ออะไร เขารู้สึกทึ่งกับสีหน้าแววตาของเธอที่เปลี่ยนแปลงไปได้หลายรูปแบบราวฤดูกาลที่แปรปรวน รอยยิ้มของเธอทำให้เขายากจะถอนสายตาออกห่าง อากัปกิริยาง่ายๆ เหล่านั้นดูน่ารัก ให้ความรู้สึกสบายตาสำหรับคนแอบมองได้ไม่น้อย ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ ว่าเขาจะมองข้ามการทำความรู้จักกับพนักงานคนนี้ ทั้งๆ ที่เธอเป็นเพื่อนที่ดูก็รู้ว่าสนิทสนมไม่น้อยกับอาโป...ผู้หญิงที่เป็นความประทับใจแรกในสถานที่ทำงานแรกของเขา
“หือ...” จู่ๆ หัวใจของเขาก็ชาวูบเมื่อเห็นสีหน้าชนิดหนึ่งปรากฏขึ้น ความกังวลใจ ความไม่สบอารมณ์ ความโกรธ และอื่นๆ ที่แม้จะอ่านออกไม่หมด แต่โดยรวมแล้วมันดูไม่ค่อยดีเอาซะเลย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าเธอยังยิ้มหัวอย่างมีความสุขอยู่แท้ๆ
แล้ววสันต์ก็ต้องรีบหลบเปลือกตาลงมองแฟ้มงานในมือเมื่ออีกฝ่ายหันมองมา สายตาเหมือนเจาะผ่านผนังกระจกเข้าสบตากับเขาอย่างจัง...
วสันต์ค่อยๆ เหล่ตาขึ้นมอง...จึงเห็นเธอคนนั้น เลื่อนเก้าอี้ไปประชิดอาโป ชายหนุ่มก็ถอนหายใจ...จริงๆ แล้ว เขาไม่จำเป็นต้องหลบสายตาเธอก็ได้ ทว่าห่วงความรู้สึกอีกฝ่าย กลัวเธอไม่สบายใจ อาจจะคิดไปว่าการมองของเขาคือการจับผิด
“แย่แล้ว...ทำยังไงดีล่ะอาโป...ตายแน่ๆ งานนี้ฉันตายแน่ๆ” ไอรดาโวยวายขึ้น แม้บังคับเสียงไม่ให้ดัง แต่ด้วยสีหน้าท่าทางของเธอที่เลื่อนเก้าอี้ที่มีล้อหมุนเข้าหาเพื่อนรักที่กำลังตั้งใจทำงานก็ดึงดูดความสนใจของพนักงานคนอื่นได้ทีเดียว
“อะไรของแกอีกล่ะยัยไอซ์...งานวันนี้ของฉันจะเสร็จไหมเนี่ย”ทั้งถามทั้งบ่น แต่ก็ยังอุตส่าห์พักยกงานหันมาให้ความสนใจเพื่อนที่กำลังทำหน้าจะเป็นจะตาย
ไอรดามองซ้ายมองขวา เห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นกำลังจ้องมองอยู่ เธอจึงต้องโน้นหน้าเข้าไปชิดติ่งหูเพื่อนกระซิบเบาๆ ถึงปัญหาที่จู่ๆ ก็ต้องมาเผชิญอย่างไม่ได้ตั้งตัว เรื่องแบบนี้จะไปป่าวประกาศก็ใช่ที่
“หา! ว่าไงนะ...แกถูกนัด...อุ๊บ...” ประโยคหลังถูกปิดกั้นด้วยมือนุ่มๆ ของเพื่อนที่ตะปบปิดปากเอาไว้ได้ทัน
“เงียบๆ สิ เรื่องน่าอายแบบนี้ เดี๋ยวคนอื่นก็รู้กันหมดหรอก”ไอรดาดุ สีหน้ายังเคร่งเครียดไม่จาง
“เอายังไงดีล่ะแก...ช่วยฉันคิดที”
อาโปมองเพื่อนที่ทำหน้าเหมือนโลกกำลังจะแตกแล้วก็ถอนหายใจ...ทว่าตอนนี้ เธอยังไม่อาจแสดงความคิดเห็นอะไรได้มากไปกว่า... “เลิกงานแล้วค่อยว่ากัน...แกรีบทำงานของแกให้เสร็จ...ก่อนที่คุณไพลินจะมาเฉ่งหัวแก...โน่นไงเดินมาโน่นแล้ว”
“ว่าไง...บริษัทจ้างมาทำงานนะยะไม่ได้จ้างมาคุย...อาทิตย์หน้าทัวร์จะเข้าตั้งหลายที่ เตรียมพร้อมกันหรือยัง โรงแรมที่พัก ทั้งเชียงใหม่ ทั้งภูเก็ต ประสานทางโน้นให้เรียบร้อย อย่าให้เกิดปัญหาเชียว”
น้ำเสียงของไพลิน...ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ที่ควบตำแหน่งเลขานุการชั่วคราวดังพอที่จะทำให้พนักงานหลายคนหดคอเก็บตัวเงียบกริบ
“คุณไอรดา!”
“คะ...ค่ะ...”เพราะเสียงดังแกมท่าวางอำนาจ รวมทั้งสายตาพิฆาตคู่นั้นของอีกฝ่ายทำให้หญิงสาวถึงกับใจสั่นตอบรับแทบไม่ทัน
“มีทัวร์ชุดใหม่จากญี่ปุ่นจะเข้าประเทศต้นเดือนหน้า...คุณช่วยไปรับงานแล้วก็จัดการติดต่อแต่ละฝ่ายให้เรียบร้อยอย่าให้มีปัญหาเหมือนคราวที่แล้วล่ะ...เข้าใจมั้ย”
ไอรลดานึกไปถึงปัญหาความบกพร่องของเธอเรื่องการติดต่อไกด์นำเที่ยวของคณะทัวร์พิเศษจากอังกฤษที่เธอลืมตรวจสอบ จึงไม่รู้ว่าไกด์ที่มีอยู่ติดงานทุกคน งานคราวนั้นเธอเกือบซวย โชคยังดีที่ได้อาโปมารับหน้าที่เป็นไกด์ทดแทน และจากกรณีนั้นเธอจึงถูกนางมารลี้มกโช้วเพ่งเล็งหมายหัว“รับประกันได้เลยค่ะ...ครั้งนั้นจะเป็นครั้งสุดท้าย...”
“ดี...รีบไปทำงานได้แล้ว”สั่งเสร็จนางมารกวาดมองพนักงานทุกคนด้วยสายตาคมดุ ยิ่งกว่าอาจารย์ฝ่ายปกครองก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของเธอ
“ไว้เลิกงานค่อยคุยกัน...ตอนนี้รีบทำงานให้เสร็จก่อนเถอะ”อาโปเอ่ย...
“แกต้องช่วยฉันนะ...รับปากสิ”
“เออน่ะ...จะช่วยเท่าที่จะช่วยได้ล่ะ”
“ไม่เอา...ต้องช่วยให้ได้สิ”คนเจ้าปัญหายังคงดึงดัน
“เออๆ...ต้องช่วยได้แน่นอน...พอใจหรือยัง”
เมื่อเพื่อนรับปากไอรดาก็ค่อยผ่อนคลายความรู้สึกกังวลลงไปได้ แม้จะไม่ใช่ทั้งหมด แต่ก็ยังดีกว่าตอนได้รับข่าวจากมารดาเป็นไหนๆ
ณ ห้องทำงานรองประธานบริหารบริษัทสาขาใหญ่ของเครือนรานุรักษ์ห้องทำงานที่เน้นความเงียบสงบ เรียบง่าย มีของตกแต่งห้องน้อยชิ้น ได้แก่ภาพเขียนรูปภูเขาสูงตระหง่านท่ามกลางป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์และแจกันดอกไม้ประดิษฐ์ที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขกส่วนเฟอนิเจอร์อย่างอื่นจะเป็นตู้เอกสาร ชั้นหนังสือ และเครื่องปรับอากาศอันถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่เกี่ยวกับรสนิยมของผู้เป็นเจ้าของ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นจังหวะและเปิดออกกว้างพอจะให้ถวิล ที่ยืนอยู่หน้าประตูเดินผ่านเข้ามาได้ ทันทีที่ได้รับอนุญาตด้วยท่าทางพินอบพิเทาเคารพเป็นที่สุด
“มีเรื่องอะไรด่วนหรือเปล่า”เสียงทุ้ม
“นายแม่ส่งกำหนดการดูตัวครั้งใหม่มาให้นายน้อยครับ”
ปากกาที่กำลังจะจดอะไรบางอย่างลงในแฟ้มงานมีอันต้องชะงักไปชั่วครู่ก่อนที่เจ้าของจะเริ่มบังคับให้มันทำงานไปอย่างปกติ
“วางเอาไว้ แล้วกลับไปบอกนายแม่นะว่า ถ้าไม่มีธุระเร่งด่วน ฉันจะไปตามกำหนด” ชายหนุ่มเอ่ย
น้ำเสียงราบเรียบ ไม่บ่งบอกอารมณ์ ความรู้สึกเช่นเคย...ถวิลได้แต่ถอนหายใจเบาๆ บุคคลภายนอกคงมองว่านายน้อยของเขานั้นช่างเป็นชายหนุ่มที่เรียบง่าย เชื่อฟัง และตามใจผู้หลักผู้ใหญ่ไม่เคยขัดหรือคัดค้าน แต่ใครจะรู้ดีไปกว่าเขาหรือคนในครอบครัวผู้ได้สัมผัสใกล้ชิดว่า นี่แหละตัวอย่างของเป็นคนดื้อเงียบขนานแท้ ท่านเคารพความคิดเห็นของตนเองมากกว่าที่จะถูกชักจูงไปตามกระแส...
ดูจากการเลือกคู่...นายน้อยไม่เคยเอ่ยปากปฏิเสธหรือแสดงอาการรำคาญ ในการจัดหาคู่ของนายท่านและนายแม่...ผู้หญิงนับสิบนับร้อยที่มีรูปร่าง หน้าตาฐานะทางสังคมเลิศเลอเสมอกัน ไม่ว่าจะกี่คนต่อกี่คนล้วนไร้การตอบสนองทั้งสิ้น นั่นแสดงให้เห็นว่าหากนายน้อยไม่ต้องการ...คำตอบก็คือไม่ต้องการ...ไม่อาจเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นไปได้
“ครับนายน้อย...” ถวิลวางซองเอกสารไว้บนโต๊ะตามคำสั่ง ก่อนจะถอยออกมายืนในระยะห่างพอเหมาะ
“มีอะไรอีกหรือ” แม้ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง ผู้เป็นนายก็รู้ว่าคนใกล้ชิดยังไม่ขยับออกจากห้องตามคำสั่ง
“คือว่า...คราวนี้นายท่านกับนายแม่จะไม่ไปด้วยนะครับ ท่านเปิดโอกาสให้นายน้อยทำความรู้จักกับฝ่ายนั้นก่อนซักระยะแล้วท่านค่อยจะขอคำตอบทีหลัง”
คำบอกเล่าของถวิลทำเอาคนฟังถึงกับเลิกคิ้วคล้ายไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ชายหนุ่มหมุนปากกาในมือไปมาสองสามรอบก่อนจะเอนหลังพิงเบาะนุ่ม “คราวจะมาไม้ไหนอีกล่ะ...”เขาพูดกับตัวเอง ทว่าคนที่ได้ยินกลับไม่เข้าใจ
“ไม่ทราบครับ...แต่ผมว่านี่ถือเป็นเรื่องดีเชียวนะครับ”
“อืม...เข้าใจแล้ว...ไปบอกนายแม่เถอะฉันไม่ขัดข้อง”
“ครับ...” ถวิลรับคำเขาโค้งคำนับอย่างสวยงามก่อนเดินออกไปจากห้องทำงานของเจ้านายอย่างเงียบเชียบ
พอพ้นร่างคนสนิทชลธิศค่อยหยิบซองเอกสารฉบับนั้นมาเปิด ภายในมีรูปถ่ายหญิงสาวหน้าตาสะสวยแนบมาพร้อมเนื้อหาที่ระบุอยู่หน้ากระดาษอย่างละเอียดครบถ้วนซะยิ่งกว่าทะเบียนราษฎร์ ทำให้ชายหนุ่มอดยิ้มขบขันไม่ได้ เมื่อนึกไปถึงสินค้าที่วางขายผ่านออนไลน์ มันดูไม่แตกต่างกันเท่าไหร่เลยจริงๆ
“ชื่อ ไอรดา...อายุ 25...พ่อแม่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย...สถานที่นัดพบ...”
ชลธิศถอนหายใจเฮือกใหญ่...เมื่ออ่านไปถึงสถานที่นัดพบ...เอาเถอะ...อย่างน้อยก็นัดดูตัวในภัตตาคารอาหารซีฟู๊ดบรรยากาศญี่ปุ่นที่เขาโปรดปราน...นานแล้วที่ไปได้กินอาหารทะเลแบบนี้ ก็ถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศในการกินข้าวกลางวันก็แล้วกัน...
“ว่าไงนะ...ไม่ถูกใจเลยรึ”น้ำเสียงที่ถามฟังดูก็รู้ว่าไม่สบอารมณ์นัก กับความเพียรพยายามที่ดูเหมือนไม่มีทีท่าว่าจะสำเร็จ
“ค่ะคุณแม่...ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรเลย”นพมาศเอ่ยกับคุณแม่สามี ในระหว่างการจิบชามื้อว่าง
“เอาใจยากซะจริงเจ้าหลานคนนี้...หาผู้หญิงจากตระกูลดีๆ มาให้ดูตัวจะหมดประเทศอยู่แล้ว ยังไม่ยอมตกลงปลงใจกับใครสักคนหรือฉันต้องใช้มาตรการโบราณ” คุณหญิงกัลยาหมายความถึงมาตรการคลุมถุงชนที่นางพยายามหลีกเลี่ยงทั้ง ๆ ที่อยากใช้มาตรการนี้ใจแทบขาด
“อย่าเชียวนะคะคุณแม่...”นพมาศรีบห้ามหน้าตื่น “กว่าเราจะเรียกตัวตาเดี่ยวกลับมาได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย...ดิฉันไม่อยากเสี่ยงเสียลูกไปอีก...”
“ฉันรู้อยู่หรอกว่าควรทำอะไร ระดับไหน แต่ถ้ามันจำเป็นต้องเสี่ยง ก็ต้องยอมเสี่ยง” ดวงตาฝ้าฟางหลบลงมองถ้วยชาตรงหน้า ปิดกั้นความนึกคิดที่คู่สนทนาพยายามจะอ่านมันเพื่อประเมินสถานการณ์
“บางทีที่ไม่สำเร็จอาจเป็นเพราะเราเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตความเป็นส่วนตัวของตาเดี่ยวจนเกินไป...เราลองใช้วิธีใหม่ดูคราวนี้อาจจะได้ผลก็ได้นะคะ”นพมาศเสนอความคิดใหม่
“วิธีใหม่?”
“ใช่ค่ะ”
“ยังไง?”
“ให้อิสระในการเลือกคู่ครอง...”
“ไม่ได้!...”
ถ้วยชาถูกวางกระแทกพื้นโต๊ะเสียงดังจนนพมาศสะดุ้ง แต่ก็ยังฝืนทำใจดีสู้เสือต่อไปอีก “ลองดูหน่อยเถอะค่ะ...ไม่เช่นนั้นอนาคตต่อไปข้างหน้านรานุรักษ์อาจไม่มีผู้สืบทอนสายตรง”
“แล้วถ้าเกิดตาเดี่ยวไปคว้าผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาจะทำยังไง...เธอก็รู้ไม่ใช่เหรอว่ามาตรฐานสะใภ้ของตระกูลนรานุรักษ์อยู่ในระดับไหนแม้ฐานะไม่ร่ำรวยเทียบเท่า แต่ความมีหน้าตาในสังคมจะต้องไม่ด้อย”
“เอ่อ...ดิฉันหมายถึง เราเป็นฝ่ายหาตัวว่าที่เจ้าสาว แต่เราจะไม่ต้องเข้าไปร่วมในการดูตัว ปล่อยอิสระให้หนุ่มสาวพินิจพิเคราะห์ทำความรู้จักกันเองบางที...การที่ตาเดี่ยวไม่เลือกใครเลย อาจเป็นเพราะเก้อเขินที่จะแสดงความต้องการ เรื่องละเอียดอ่อนแบบนี้ยังไงก็ต้องอยู่ในสายตาผู้ใหญ่” นพมาศพยายามอธิบายเท่าที่สังเกตทั้งสีหน้าและท่าทางของแม่สามีก็คงพอจะมีความหวังว่าท่านจะเห็นด้วยกับความคิดของนาง
“ก็ได้...แต่...จะไปหาลูกสาวบ้านไหนมาให้ตาเดี่ยวเลือกล่ะ...หมดแล้วนะตามรายชื่อที่มีในมือ”
“ถ้าคุณแม่ไม่รังเกียจเรื่องฐานะดิฉันพอจะมีให้คุณแม่พิจารณาอยู่อีกคน...”
“บอกแล้วไงว่าสิ่งที่ฉันต้องการมีเพียงความมีหน้าตาในสังคมเท่านั้น...เรื่องเงินทอง ความร่ำรวย พวกนี้ฉันมีเยอะอยู่แล้ว...ว่าแต่ลูกสาวใครที่เธอพูดถึง”สีหน้าหญิงชราดูดีขึ้นมาก แม้จะรักษาระดับความเคร่งขรึมเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่นก็เถอะ
“ลูกสาวเพื่อนที่เป็นอาจารย์สอนอยู่ในมหาวิทยาลัยมีชื่อของดิฉันเองค่ะ สามีของเธอเป็นถึงศาสตราจารย์ มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย มีคนนับหน้าถือตาอยู่ไม่น้อย”
“ก็ดีนี่...ถือว่ามีคุณสมบัติผ่านมาตรฐาน...ว่าแต่...ลูกสาวเขาอายุเท่าไหร่หน้าตาเป็นยังไง แล้วทำงานอะไร”
“อายุราว ๆ ยี่สิบห้าค่ะ หน้าตาสะสวยทำงานอยู่บริษัทท่องเที่ยว” นพมาศหยุดมองคุณแม่สามีเพื่อหยั่งความรู้สึกนึกคิดของอีกฝ่ายเมื่อยังเห็นความเรียบเฉยของสีหน้า นางจึงเอ่ยต่อ “บังเอิญว่าบริษัทท่องเที่ยวแห่งนั้น เป็นบริษัทที่เรามีหุ้นถืออยู่ค่อนข้างมากทีเดียว”
“ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่หากตาเดี่ยวถูกใจไม่ขัดข้อง เราก็จะได้สะใภ้ที่รู้เรื่องธุรกิจของสามีไม่ใช่นั่งหายใจเป็นกาฝากไปวันๆ เอาเป็นว่า เรื่องนี้ฉันให้เธอจัดการ...”
“ได้ค่ะคุณแม่...การนัดหมายฝ่ายนั้นตามแบบที่เราเสนอไม่น่าจะมีปัญหา”
“ทำไปตามสมควรเถอะ...เฮ้อ...เรื่องหาคู่ให้ตาเดี่ยวฉันเองก็เหนื่อยเต็มทนถือโอกาสหยุดพักผ่อนชั่วคราวก็น่าจะดี”
เมื่อประมุขของบ้านเห็นพร้องต้องกันนพมาศก็คลายกังวล อย่างน้อยก็มีความหวังที่จะได้ลูกสะใภ้จากครอบครัวที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกัน เมื่อเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน การปรับตัวเข้าหากันย่อมไม่ใช่เรื่องยาก
“ได้ค่ะ...ดิฉันจะรีบจัดการให้เร็วที่สุด”
“หวังว่าครั้งนี้คงสำเร็จนะ”คุณหญิงกัลยาเอ่ยด้วยความหวังทั้งหมดที่มีอยู่ในใจ...ความหวังที่นางจะได้เห็นทายาทตัวน้อยๆ ของตระกูลนรานุรักษ์ ก่อนที่นางจะสิ้นลมหายใจสุดท้ายลง
“ดิฉันจะพยายามให้ถึงที่สุดค่ะ”
บรรยากาศในวันทำงานยามเช้า ทั้งสดใสและเคร่งขรึม เมื่อคนทำงานต่างก้มหน้าก้มตาทำงานในมือของตนให้เสร็จทันตามเวลาที่กำหนด
กาแฟในถ้วยกระดาษร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นถูกวางลงตรงที่ว่างบนโต๊ะทำงานของอาโปที่กำลังสาละวนอยู่กับกองเอกสารตรงหน้าเธอเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของกาแฟ ด้วยอาการตกใจ
“นี่ของคุณครับ”
เสียงทุ้ม ๆของผู้จัดการหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น ทำให้อาโปต้องหันไปมองเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ พอเห็นว่าทุกคนมีกาแฟถ้วยกระดาษลักษณะเดียวกัน เธอก็ค่อยผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“อยากเลี้ยงกาแฟทุกคนน่ะครับ”วสันต์ให้คำอธิบายสั้น ๆ
“ขอบคุณค่ะ”
“ตั้งใจทำงานนะครับ” เขายิ้มรับคำขอบคุณนั้นก่อนจะปลีกตัวเดินกลับเข้าห้องทำงานส่วนตัวไปอย่างเงียบๆ
“คนอะไรหล่อได้หล่อดีหล่อไม่มีเผื่อแผ่ให้ใครเลยจริงๆ” ไอรดาเพ้อพก เมื่อเลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้เพื่อน “น่าอิจฉานะ...ได้รับกาแฟจากมือผู้จัดการโดยตรงเชียว”
“อิจฉาอะไร...แกก็ได้ไม่ใช่เหรอ”อาโปเหลือบมองถ้วยกาแฟในมือเพื่อน ก่อนจะหันไปให้ความสนใจงานตรงหน้าต่อ
“ก็ไม่ได้กาแฟกับมืออย่างแกนี่นา”
“มันต่างกันตรงไหน”
“ตรงที่ผู้จัดการสุดหล่อกำลังให้ความสนใจแกเป็นพิเศษน่ะสิ” ไอรดาเอ่ย
“พูดไปเรื่อย...”
“จริงๆ...แกลองคิดดูสิ ถ้าคุณวสันต์ไม่สนใจแก แล้วเขาจะลงทุนถือกาแฟมาให้แกเองกับมือเชียวเหรอ อย่างฉันที่นั่งทำงานอยู่ข้างแก แท้ๆ ยังได้รับแจกจากพนักงานคนอื่น”
“อาจเพราะฉันเป็นพนักงานคนแรกที่เขารู้จัก เขาก็เลยให้ความรู้สึกสนิทใจกว่าคนอื่นๆ” อาโปกล่าวแก้
“อืม...ก็อาจเป็นไปได้” ไอรดาพยักหน้ายอมรับด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะมีอีกคำถามที่อยากรู้ไม่แพ้คำถามอื่น“แกไม่ชอบผู้จัดการเหรอ”
“ก็เฉย...”
“หล่อออกปานนั้น แกยังบอกว่าเฉย ๆ ถามจริง...ต่อมรับความหล่อของแกชำรุดหรือเพราะสายตาแกผิดปกติ”ไม่พูดเปล่า มือขาวๆ ก็ถูกยกขึ้นโบกผ่านหน้าเพื่อนไปมา ทดสอบสภาวะการมองเห็น
“ฉันสบายดี สายตาฉันก็ไม่มีปัญหา...แต่ตอนนี้งานตรงหน้ามันยุ่งซะจนไม่มีเวลาสนใจความหล่อของใคร”อาโปตอบ เมื่อปัดมือเพื่อนพ้นไป เธอก็ก้มดูข้อมูลลูกค้าตรงหน้าต่อ
“แล้วถ้าสมมุติว่าผู้จัดการเกิดสนใจแกขึ้นจริงๆ ล่ะ...จะว่ายังไง” ใบหน้าทะเล้นยื่นเข้าไปถามใกล้หู
“ก็ไม่ว่ายังไงหรอก...มันแค่เรื่องสมมุติ”
“เฮ้อ...แกนี่นะ...เป็นฉันหน่อยไม่ได้!”
มือจับปากกาที่กำลังจะบันทึกข้อความลงบนกระดาษมีอันชะงัก...ก่อนจะหันมาให้ความสนใจเพื่อนสายตาค้นคว้าหารอยพิรุธที่อาจจะมีปะปนอยู่ในสีหน้าและแววตานั้น
“ดูเหมือนแกจะให้ความสนใจผู้จัดการมากกว่าปกตินะ...นี่กำลังคิดอะไรอยู่...อย่าบอกนะว่าแกกำลังตกหลุมรัก...”
“เฮ้ย...เปล่าซักหน่อย” ไอรดารีบปฏิเสธพัลวัน
“ถ้าเปล่าก็รีบทำงานเข้าสิยะ มัวเพ้อเจ้ออยู่ได้...อาทิตย์หน้าจะมีทัวร์จากยุโรปเข้ามาจัดเตรียมโรงแรมที่พัก เอาไว้พร้อมหรือยัง” อาโปไม่คิดจะใส่ใจความเพ้อฝันของเพื่อนแม้แต่น้อยถึงผู้จัดการคนใหม่จะอัธยาศัยดีแค่ไหน หัวหน้าก็คือเจ้านาย งานไม่เดินพนักงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอก็ย่อมมีสิทธิ์ถูกหมายหัวแป๊กเงินเดือน
“ส่วนของฉันเสร็จไปตั้งนานแล้ว”ไอรดาเอ่ย
“แน่ใจ?...”
“ก็ได้ๆ ทำงานๆ” ไอรดาเลื่อนเก้าอี้กลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง อดไม่ได้ที่จะมองไปยังห้องทำงานของผู้จัดการทว่าเมื่อเห็นคนที่กำลังส่งสายตาพิฆาตมาจากโต๊ะเลขานุการที่ตั้งอยู่หน้าห้องนั้น ก็ทำเอาหญิงสาวถึงกับหมดอารมณ์ฝัน
แม้มีงานกองอยู่ตรงหน้า ทว่าความคิดยังคงหมกมุ่นอยู่กับเรื่องอื่นที่ไม่ใช่งาน ไอรดารู้ดีถึงความฝันของเพื่อนรัก เพราะความฝันนั่น เธอจึงอยากให้อาโปมีความรัก ได้แต่งงาน ความฝันของอาโปเรื่องการย้ายไปทำงานต่างประเทศจะได้ถูกล้มเลิก เธอกับอาโปจะได้ไม่ต้องแยกจากกัน แต่เท่าที่เห็น ดูเหมือนว่าความหล่อของผู้จัดการไม่มีอิทธิพลพอที่จะทำลายกำแพงหัวใจของอาโปได้เลยซักนิดอาโปยังคงเฉยเมยเป็นพวกความรู้สึกช้า เป็นเธอซะอีกที่เกิดอาการหวั่นไหวเมื่อได้พูดคุยหรือสบตากับท่านผู้จัดการแม้ในยามเผลอ
อาการสั่นของโทรศัพท์ที่ถูกตั้งระบบเอาไว้ดึงความคิดเฟ้อฝันที่ล่องลอยออกทะเลไปไกลของไอรดา ให้กลับมาสู่สภาวะความเป็นจริง นิ้วเรียวคว้าเครื่องสื่อสารขนาดจิ๋วขึ้นมาดูเบอร์ที่โชว์อยู่หน้าจอก่อนจะกดรับสัญญาณ
“สวัสดีค่ะแม่...โทรมาตอนนี้มีอะไรหรือเปล่า...หรือว่าจะเดินทางกลับก่อนกำหนด” ไอรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงรื่นรมย์กับมารดาที่เดินทางไปศึกษาดูงานยังต่างประเทศกับบิดา
“มีกำหนดจะอยู่ต่ออีกสัปดาห์หรือคะ...ไม่เป็นไรค่ะไอซ์อยู่ได้...แค่มีของฝากมาฝากไอซ์เยอะหน่อยก็พอ”ยิ้มให้กับความห่วงใยของมารดาที่แม้เวลานี้เธออายุย่างเข้ายี่สิบห้าแล้ว ก็ยังได้รับการปฏิบัติไม่ต่างจากเด็กสาวอายุสิบหกสิบเจ็ด
“อากาศที่โน่นเป็นยังไงบ้างคะ...คงไม่ร้อนเหมือนที่นี่สินะ...ดีจัง...รู้อย่างนี้เขียนใบลาติดตามไปเที่ยวด้วยก็ดี...แหะๆๆ...รู้ค่ะว่าช้าไปซะแล้ว...”รอยยิ้มแหยๆ ปรากฏบนใบหน้า ก่อนจะเปลี่ยนไปอีกแบบ “ค่ะไอซ์สบายดี มีความสุขไม่ได้หนีเที่ยวที่ไหนเลย เป็นเด็กดีเลิกงานกลับบ้านตรงเวลาไม่เชื่อถามอาโปดูได้” สีหน้าที่เกลื่อนไปด้วยรอยยิ้ม แปรเปลี่ยนมาเป็นจริงจัง
“รู้ค่ะว่าต้องทำอะไรเชื่อใจลูกสาวคนนี้เถอะ...ไม่ทำให้แม่ผิดหวังแน่นอน” แววตาเปลี่ยนไปเป็นอ่อนโยน พร้อมรอยยิ้มน้อยๆ ที่ดึงดูดให้สายตาคมกล้าคู่หนึ่งเพ่งมองด้วยความพลั้งเผลอ เมื่อบังเอิญเงยหน้ามองผ่านผนังกระจกออกมาเห็นเข้าพอดี
วสันต์ถึงกับลูบปลายคาง เมื่อสายตาไม่อาจละไปจากใบหน้าพนักงานสาวที่ยังไม่ทันได้ใส่ใจด้วยซ้ำว่าเธอชื่ออะไร เขารู้สึกทึ่งกับสีหน้าแววตาของเธอที่เปลี่ยนแปลงไปได้หลายรูปแบบราวฤดูกาลที่แปรปรวน รอยยิ้มของเธอทำให้เขายากจะถอนสายตาออกห่าง อากัปกิริยาง่ายๆ เหล่านั้นดูน่ารัก ให้ความรู้สึกสบายตาสำหรับคนแอบมองได้ไม่น้อย ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ ว่าเขาจะมองข้ามการทำความรู้จักกับพนักงานคนนี้ ทั้งๆ ที่เธอเป็นเพื่อนที่ดูก็รู้ว่าสนิทสนมไม่น้อยกับอาโป...ผู้หญิงที่เป็นความประทับใจแรกในสถานที่ทำงานแรกของเขา
“หือ...” จู่ๆ หัวใจของเขาก็ชาวูบเมื่อเห็นสีหน้าชนิดหนึ่งปรากฏขึ้น ความกังวลใจ ความไม่สบอารมณ์ ความโกรธ และอื่นๆ ที่แม้จะอ่านออกไม่หมด แต่โดยรวมแล้วมันดูไม่ค่อยดีเอาซะเลย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าเธอยังยิ้มหัวอย่างมีความสุขอยู่แท้ๆ
แล้ววสันต์ก็ต้องรีบหลบเปลือกตาลงมองแฟ้มงานในมือเมื่ออีกฝ่ายหันมองมา สายตาเหมือนเจาะผ่านผนังกระจกเข้าสบตากับเขาอย่างจัง...
วสันต์ค่อยๆ เหล่ตาขึ้นมอง...จึงเห็นเธอคนนั้น เลื่อนเก้าอี้ไปประชิดอาโป ชายหนุ่มก็ถอนหายใจ...จริงๆ แล้ว เขาไม่จำเป็นต้องหลบสายตาเธอก็ได้ ทว่าห่วงความรู้สึกอีกฝ่าย กลัวเธอไม่สบายใจ อาจจะคิดไปว่าการมองของเขาคือการจับผิด
“แย่แล้ว...ทำยังไงดีล่ะอาโป...ตายแน่ๆ งานนี้ฉันตายแน่ๆ” ไอรดาโวยวายขึ้น แม้บังคับเสียงไม่ให้ดัง แต่ด้วยสีหน้าท่าทางของเธอที่เลื่อนเก้าอี้ที่มีล้อหมุนเข้าหาเพื่อนรักที่กำลังตั้งใจทำงานก็ดึงดูดความสนใจของพนักงานคนอื่นได้ทีเดียว
“อะไรของแกอีกล่ะยัยไอซ์...งานวันนี้ของฉันจะเสร็จไหมเนี่ย”ทั้งถามทั้งบ่น แต่ก็ยังอุตส่าห์พักยกงานหันมาให้ความสนใจเพื่อนที่กำลังทำหน้าจะเป็นจะตาย
ไอรดามองซ้ายมองขวา เห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นกำลังจ้องมองอยู่ เธอจึงต้องโน้นหน้าเข้าไปชิดติ่งหูเพื่อนกระซิบเบาๆ ถึงปัญหาที่จู่ๆ ก็ต้องมาเผชิญอย่างไม่ได้ตั้งตัว เรื่องแบบนี้จะไปป่าวประกาศก็ใช่ที่
“หา! ว่าไงนะ...แกถูกนัด...อุ๊บ...” ประโยคหลังถูกปิดกั้นด้วยมือนุ่มๆ ของเพื่อนที่ตะปบปิดปากเอาไว้ได้ทัน
“เงียบๆ สิ เรื่องน่าอายแบบนี้ เดี๋ยวคนอื่นก็รู้กันหมดหรอก”ไอรดาดุ สีหน้ายังเคร่งเครียดไม่จาง
“เอายังไงดีล่ะแก...ช่วยฉันคิดที”
อาโปมองเพื่อนที่ทำหน้าเหมือนโลกกำลังจะแตกแล้วก็ถอนหายใจ...ทว่าตอนนี้ เธอยังไม่อาจแสดงความคิดเห็นอะไรได้มากไปกว่า... “เลิกงานแล้วค่อยว่ากัน...แกรีบทำงานของแกให้เสร็จ...ก่อนที่คุณไพลินจะมาเฉ่งหัวแก...โน่นไงเดินมาโน่นแล้ว”
“ว่าไง...บริษัทจ้างมาทำงานนะยะไม่ได้จ้างมาคุย...อาทิตย์หน้าทัวร์จะเข้าตั้งหลายที่ เตรียมพร้อมกันหรือยัง โรงแรมที่พัก ทั้งเชียงใหม่ ทั้งภูเก็ต ประสานทางโน้นให้เรียบร้อย อย่าให้เกิดปัญหาเชียว”
น้ำเสียงของไพลิน...ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ที่ควบตำแหน่งเลขานุการชั่วคราวดังพอที่จะทำให้พนักงานหลายคนหดคอเก็บตัวเงียบกริบ
“คุณไอรดา!”
“คะ...ค่ะ...”เพราะเสียงดังแกมท่าวางอำนาจ รวมทั้งสายตาพิฆาตคู่นั้นของอีกฝ่ายทำให้หญิงสาวถึงกับใจสั่นตอบรับแทบไม่ทัน
“มีทัวร์ชุดใหม่จากญี่ปุ่นจะเข้าประเทศต้นเดือนหน้า...คุณช่วยไปรับงานแล้วก็จัดการติดต่อแต่ละฝ่ายให้เรียบร้อยอย่าให้มีปัญหาเหมือนคราวที่แล้วล่ะ...เข้าใจมั้ย”
ไอรลดานึกไปถึงปัญหาความบกพร่องของเธอเรื่องการติดต่อไกด์นำเที่ยวของคณะทัวร์พิเศษจากอังกฤษที่เธอลืมตรวจสอบ จึงไม่รู้ว่าไกด์ที่มีอยู่ติดงานทุกคน งานคราวนั้นเธอเกือบซวย โชคยังดีที่ได้อาโปมารับหน้าที่เป็นไกด์ทดแทน และจากกรณีนั้นเธอจึงถูกนางมารลี้มกโช้วเพ่งเล็งหมายหัว“รับประกันได้เลยค่ะ...ครั้งนั้นจะเป็นครั้งสุดท้าย...”
“ดี...รีบไปทำงานได้แล้ว”สั่งเสร็จนางมารกวาดมองพนักงานทุกคนด้วยสายตาคมดุ ยิ่งกว่าอาจารย์ฝ่ายปกครองก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของเธอ
“ไว้เลิกงานค่อยคุยกัน...ตอนนี้รีบทำงานให้เสร็จก่อนเถอะ”อาโปเอ่ย...
“แกต้องช่วยฉันนะ...รับปากสิ”
“เออน่ะ...จะช่วยเท่าที่จะช่วยได้ล่ะ”
“ไม่เอา...ต้องช่วยให้ได้สิ”คนเจ้าปัญหายังคงดึงดัน
“เออๆ...ต้องช่วยได้แน่นอน...พอใจหรือยัง”
เมื่อเพื่อนรับปากไอรดาก็ค่อยผ่อนคลายความรู้สึกกังวลลงไปได้ แม้จะไม่ใช่ทั้งหมด แต่ก็ยังดีกว่าตอนได้รับข่าวจากมารดาเป็นไหนๆ
ณ ห้องทำงานรองประธานบริหารบริษัทสาขาใหญ่ของเครือนรานุรักษ์ห้องทำงานที่เน้นความเงียบสงบ เรียบง่าย มีของตกแต่งห้องน้อยชิ้น ได้แก่ภาพเขียนรูปภูเขาสูงตระหง่านท่ามกลางป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์และแจกันดอกไม้ประดิษฐ์ที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขกส่วนเฟอนิเจอร์อย่างอื่นจะเป็นตู้เอกสาร ชั้นหนังสือ และเครื่องปรับอากาศอันถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่เกี่ยวกับรสนิยมของผู้เป็นเจ้าของ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นจังหวะและเปิดออกกว้างพอจะให้ถวิล ที่ยืนอยู่หน้าประตูเดินผ่านเข้ามาได้ ทันทีที่ได้รับอนุญาตด้วยท่าทางพินอบพิเทาเคารพเป็นที่สุด
“มีเรื่องอะไรด่วนหรือเปล่า”เสียงทุ้ม
“นายแม่ส่งกำหนดการดูตัวครั้งใหม่มาให้นายน้อยครับ”
ปากกาที่กำลังจะจดอะไรบางอย่างลงในแฟ้มงานมีอันต้องชะงักไปชั่วครู่ก่อนที่เจ้าของจะเริ่มบังคับให้มันทำงานไปอย่างปกติ
“วางเอาไว้ แล้วกลับไปบอกนายแม่นะว่า ถ้าไม่มีธุระเร่งด่วน ฉันจะไปตามกำหนด” ชายหนุ่มเอ่ย
น้ำเสียงราบเรียบ ไม่บ่งบอกอารมณ์ ความรู้สึกเช่นเคย...ถวิลได้แต่ถอนหายใจเบาๆ บุคคลภายนอกคงมองว่านายน้อยของเขานั้นช่างเป็นชายหนุ่มที่เรียบง่าย เชื่อฟัง และตามใจผู้หลักผู้ใหญ่ไม่เคยขัดหรือคัดค้าน แต่ใครจะรู้ดีไปกว่าเขาหรือคนในครอบครัวผู้ได้สัมผัสใกล้ชิดว่า นี่แหละตัวอย่างของเป็นคนดื้อเงียบขนานแท้ ท่านเคารพความคิดเห็นของตนเองมากกว่าที่จะถูกชักจูงไปตามกระแส...
ดูจากการเลือกคู่...นายน้อยไม่เคยเอ่ยปากปฏิเสธหรือแสดงอาการรำคาญ ในการจัดหาคู่ของนายท่านและนายแม่...ผู้หญิงนับสิบนับร้อยที่มีรูปร่าง หน้าตาฐานะทางสังคมเลิศเลอเสมอกัน ไม่ว่าจะกี่คนต่อกี่คนล้วนไร้การตอบสนองทั้งสิ้น นั่นแสดงให้เห็นว่าหากนายน้อยไม่ต้องการ...คำตอบก็คือไม่ต้องการ...ไม่อาจเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นไปได้
“ครับนายน้อย...” ถวิลวางซองเอกสารไว้บนโต๊ะตามคำสั่ง ก่อนจะถอยออกมายืนในระยะห่างพอเหมาะ
“มีอะไรอีกหรือ” แม้ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง ผู้เป็นนายก็รู้ว่าคนใกล้ชิดยังไม่ขยับออกจากห้องตามคำสั่ง
“คือว่า...คราวนี้นายท่านกับนายแม่จะไม่ไปด้วยนะครับ ท่านเปิดโอกาสให้นายน้อยทำความรู้จักกับฝ่ายนั้นก่อนซักระยะแล้วท่านค่อยจะขอคำตอบทีหลัง”
คำบอกเล่าของถวิลทำเอาคนฟังถึงกับเลิกคิ้วคล้ายไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ชายหนุ่มหมุนปากกาในมือไปมาสองสามรอบก่อนจะเอนหลังพิงเบาะนุ่ม “คราวจะมาไม้ไหนอีกล่ะ...”เขาพูดกับตัวเอง ทว่าคนที่ได้ยินกลับไม่เข้าใจ
“ไม่ทราบครับ...แต่ผมว่านี่ถือเป็นเรื่องดีเชียวนะครับ”
“อืม...เข้าใจแล้ว...ไปบอกนายแม่เถอะฉันไม่ขัดข้อง”
“ครับ...” ถวิลรับคำเขาโค้งคำนับอย่างสวยงามก่อนเดินออกไปจากห้องทำงานของเจ้านายอย่างเงียบเชียบ
พอพ้นร่างคนสนิทชลธิศค่อยหยิบซองเอกสารฉบับนั้นมาเปิด ภายในมีรูปถ่ายหญิงสาวหน้าตาสะสวยแนบมาพร้อมเนื้อหาที่ระบุอยู่หน้ากระดาษอย่างละเอียดครบถ้วนซะยิ่งกว่าทะเบียนราษฎร์ ทำให้ชายหนุ่มอดยิ้มขบขันไม่ได้ เมื่อนึกไปถึงสินค้าที่วางขายผ่านออนไลน์ มันดูไม่แตกต่างกันเท่าไหร่เลยจริงๆ
“ชื่อ ไอรดา...อายุ 25...พ่อแม่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย...สถานที่นัดพบ...”
ชลธิศถอนหายใจเฮือกใหญ่...เมื่ออ่านไปถึงสถานที่นัดพบ...เอาเถอะ...อย่างน้อยก็นัดดูตัวในภัตตาคารอาหารซีฟู๊ดบรรยากาศญี่ปุ่นที่เขาโปรดปราน...นานแล้วที่ไปได้กินอาหารทะเลแบบนี้ ก็ถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศในการกินข้าวกลางวันก็แล้วกัน...

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 8 ก.พ. 2564, 03:47:17 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 8 ก.พ. 2564, 03:47:17 น.
จำนวนการเข้าชม : 416
<< ตอนแรก | ตอนที่ 3 >> |