เมื่อคุณชายมารักฉัน
จู่ๆ ชีวิตเรื่อย ๆ เอื่อย ๆ ของฉันก็มีอันผันแปร เมื่อมีหนุ่มสมบูรณ์แบบ รูปหล่อ ร่ำรวย ชาติตระกูลดี มีอิทธิพล มาบอกให้ฉันรับผิดชอบชีวิตเขาด้วยการเป็นภรรยา ความจริงแล้วมันก็ความฝันสำหรับหญิงสาวหลายๆคนที่อยากจะเกิดมาเป็นซินเดอเรล่า...ทว่าอาโปมีความฝันของตัวเอง ความฝันที่ ...ยังไงเธอก็ไม่ยอมให้มันพังทลายด้วยการแต่งงานที่มีความสัมพันธ์แบบคลุมเคลือเด็ดขาด
Tags: อาโป

ตอน: ตอนที่ 3

ณ ห้องทำงานรองประธานบริหารบริษัทสาขาใหญ่ของเครือนรานุรักษ์ห้องทำงานที่เน้นความเงียบสงบ เรียบง่าย มีของตกแต่งห้องน้อยชิ้น ได้แก่ภาพเขียนรูปภูเขาสูงตระหง่านท่ามกลางป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์และแจกันดอกไม้ประดิษฐ์ที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขกส่วนเฟอนิเจอร์อย่างอื่นจะเป็นตู้เอกสาร ชั้นหนังสือ และเครื่องปรับอากาศอันถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่เกี่ยวกับรสนิยมของผู้เป็นเจ้าของ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นจังหวะและเปิดออกกว้างพอจะให้ถวิล ที่ยืนอยู่หน้าประตูเดินผ่านเข้ามาได้ ทันทีที่ได้รับอนุญาตด้วยท่าทางพินอบพิเทาเคารพเป็นที่สุด

“มีเรื่องอะไรด่วนหรือเปล่า”เสียงทุ้ม

“นายแม่ส่งกำหนดการดูตัวครั้งใหม่มาให้คุณชายครับ”

ปากกาที่กำลังจะจดอะไรบางอย่างลงในแฟ้มงานมีอันต้องชะงักไปชั่วครู่ก่อนที่เจ้าของจะเริ่มบังคับให้มันทำงานไปอย่างปกติ

“วางเอาไว้ แล้วกลับไปบอกนายแม่นะว่าฉันจะไปตามกำหนด” ชายหนุ่มเอ่ย

น้ำเสียงราบเรียบ ไม่บ่งบอกอารมณ์ ความรู้สึกเช่นเคย...ถวิลได้แต่ถอนหายใจเบา ๆบุคคลภายนอกคงมองว่าคุณชายนั้นช่างเป็นชายหนุ่มที่เรียบง่าย เชื่อฟังและตามใจผู้หลักผู้ใหญ่ไม่เคยขัดหรือคัดค้าน แต่ใครจะรู้ดีไปกว่าเขากว่าคนในครอบครัวว่า คุณชายของเขานั้นเรียกได้ว่า เป็นคนดื้อเงียบ และเคารพความคิดเห็นของตนเองมากกว่าที่จะถูกชักจูงไปตามกระแสหากคุณชายมองเห็นถึงผลได้ผลเสียนั้นแล้ว...

ดูจากการเลือกคู่...คุณชายไม่เคยเอ่ยปากปฏิเสธหรือแสดงอาการรำคาญ ในการเข้าพิธีดูตัว...ผู้หญิงนับสิบนับร้อยที่มีรูปร่าง หน้าตาฐานะทางสังคมเลิศเลอ ไม่ว่าจะกี่คนต่อกี่คนที่ถูกทำมาเสนอต่างล้วนไร้การตอบสนองทั้งสิ้น นั่นแสดงให้เห็นว่าหากคุณชายไม่ต้องการ...ยังไงคำตอบก็คือไม่ต้องการอยู่ดีไม่อาจเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นไปได้

“ครับคุณชาย...”ถวิลวางซองเอกสารไว้บนโต๊ะตามคำสั่ง ก่อนจะถอยออกมายืนในระยะห่างพอเหมาะ

“มีอะไรอีกหรือ”แม้ไม่ได้เคยหน้าขึ้นมองผู้เป็นนายก็รู้ว่าคนใกล้ชิดยังไม่ขยับออกจากห้องตามคำสั่ง

“คือว่า...คราวนี้นายท่านกับนายแม่จะไม่ไปร่วมงานดูตัวด้วยเหมือนเคยครับท่านเปิดโอกาสให้คุณชายทำความรูจักสนิทสนมกับฝ่ายนั้นก่อนซักระยะแล้วท่านจะขอคำตอบทีหลัง”

คำบอกเล่าของถวิลทำเอาคนฟังถึงกับเลิกคิ้วคล้ายไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินชายหนุ่มวางปากกาในมือแล้วเอนหลังพิงเบาะนุ่ม “จะมาไม้ไหนอีกล่ะ...”เขาพูดกับตัวเอง ทว่าคนที่ได้ยินกลับไม่เข้าใจ

“ไม่ทราบครับ...แต่ผมว่าน่าจะถือเป็นเรื่องดี”

“อืม...เข้าใจแล้ว...ไปบอกนายแม่เถอะฉันไม่ขัดข้อง”

“ครับ...” ถวิลรับคำเขาโค้งคำนับอย่างสวยงามก่อนเดินออกไปจากห้องทำงานของเจ้านายอย่างเงียบเชียบ

พอพ้นร่างคนสนิทชลธิศค่อยหยิบซองเอกสารฉบับนั้นมาเปิดภายในมีรูปถ่ายแนบมาพร้อมเนื้อหาที่ระบุอยู่หน้ากระดาษอย่างละเอียดครบถ้วนซะยิ่งกว่าทะเบียนราษฎร์ทำให้ชายหนุ่มอดยิ้มขบขันไม่ได้เมื่อนึกไปถึงสินค้าที่วางขายผ่านออนไลน์ มันดูไม่แตกต่างกันจริงๆ

“ชื่อ ไอรดา...อายุ 25...พ่อแม่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย...สถานที่นัดพบ...”

ชลธิศถอนหายใจเฮือกใหญ่...เมื่ออ่านไปถึงสถานที่นัดพบ...เอาเถอะ...อย่างน้อยก็นัดแนะดูตัวในภัตตาคารอาหารซีฟู๊ดบรรยากาศญี่ปุ่นที่เขาโปรดปราน...นานแล้วที่ไปได้กินอาหารทะเลแบบนี้ ก็ถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศในการกินข้าวกลางวันก็แล้วกัน...



3



วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่อาโปคิดเอาไว้ว่าจะขอใช้เวลาทั้งหมดในการพักผ่อนให้เต็มที่ทว่าเธอกลับไม่มีโอกาสเช่นนั้นเมื่อมีภารกิจสำคัญให้ต้องมายืนอยู่ที่หน้าภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นสุดหรูสถานที่ที่บอกกันตามตรงเลยว่าชาตินี้ทั้งชาติคงไม่มีโอกาสได้เข้ามาเหยียบหากเธอไม่ได้ถูกขอร้องให้ปฏิบัติภารกิจสำคัญอย่างในวันนี้

“สวัสดีค่ะ...โกบาชิเรสเตอรองยินดีต้อนรับค่ะ...จองโต๊ะเอาไว้หรือเปล่าคะ”พนักงานสาวหน้าตาจิ้มลิ้มในชุดกิโมโนแสนสวยโค้งให้อย่างนอบน้อม

“ค่ะ...นี่ค่ะ”อาโปยื่นการ์ดเชิญให้พนักงานต้อนรับ ด้วยอาการเก้อเขินเธอไม่ค่อยจะคุ้นเคยกับร้านอาหารที่มีพนักงานมาต้อนรับแบบใกล้ชิดอย่างนี้

“เชิญทางนี้เลยค่ะ”

อาโปยิ้มให้กับท่าทางน่ารักสไตล์ญี่ปุ่นที่น่าจะได้รับการฝึกฝนจนชำนาญของพนักงานสาวผู้กำลังเดินนำไปยังห้องอาหารระดับวีไอพี...

ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนการให้บริการส่วนหนึ่งเป็นร้านแบบกระทะร้อน โชว์ศิลปะการประกอบอาหารต่อหน้าลูกค้า และอีกส่วนถูกจัดให้มีความเป็นส่วนตัวซึ่งในส่วนนี้ เมื่ออาโปเดินตามร่างเล็กๆของพนักงานสาวไปตามทางเดินที่ได้รับการจัดตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้ ทั้งภาพแขวนแจกันดอกไม้ และสวนหย่อมเล็กๆ ที่ประดับด้วยโขดหินรั้วไม้ไผ่และบ่อเลี้ยงปลาทองให้เกิดความรู้สึกเหมือนเธอกำลังเหยียบอยู่ในดินแดนของชาวอาทิตย์อุทัยก็ไม่ปาน

“ห้องนี้ค่ะ เชิญข้างในเลย”พนักงานสาวผายมือ ทั้งทำท่าจะเลื่อนประตูให้

“เดี๋ยวค่ะ...ว่าแต่ในนั้นมีใครมาแล้วหรือยัง” อาโปถาม ความรู้สึกตื่นเต้นเกิดขึ้นแทบระงับอาการไม่อยู่

“มาแล้วค่ะ...ท่านกำลังรออยู่ข้างใน”พนักงานสาวตอบ

“มาแล้วเหรอ...”เสียงหัวใจเต้นแรงยิ่งขึ้นไปอีก ก่อนจะรวบรวมความกล้า เมื่อเธอเผลอรับปากว่าจะช่วยยังไงก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด...

เอาวะ...เพื่อความสุขของเพื่อน...

ประตูบานเลื่อนสไตล์ญี่ปุ่นเปิดออกกว้างเผยให้เห็นคนที่นั่งอยู่ก่อน...เป็นจังหวะเดียวกับที่ใบหน้านั้นเงยขึ้นสบตาของผู้มาใหม่ก่อนที่คิ้วเข้มจะขมวดเข้าหากันด้วยความรู้สึกแปลกใจ

ขะ...ขะ...เขา...คือคนที่เธอเคยเจอบนรถไฟฟ้าไม่ผิดแน่...อย่าบอกนะว่า...“ขอโทษค่ะ ดิฉันคงมาผิดห้อง”ว่าพลางเลื่อนประตูให้ปิดเข้าตามเดิม

“ไม่ผิดหรอกค่ะ...ตามที่การ์ดระบุเป็นห้องนี้แน่นอน” พนักงานสาวเอ่ย ทั้งชี้มือไปยังชื่อของห้องเพื่อยืนยันก่อนจะเปิดประตูให้หญิงสาวอีกรอบ

“เชิญครับ...”

เสียงทุ้มๆที่ดังขึ้นจากคนที่นั่งอยู่ก่อน ทำให้หญิงสาวไม่อาจปฏิเสธความเป็นจริงได้อีกเธอก้าวเข้าไปภายในห้องประตูก็เลื่อนปิดเข้าหากันในทันทีเธอมองคนที่นั่งอยู่บนเบาะในท่วงท่าที่ดูสบายๆแล้วก็เผลอถอนหายใจ...ไม่อยากจะเชื่อว่าไอรดาจะไม่สนใจผู้ชายที่หล่อร้ายกาจอย่างคนตรงหน้าถึงขนาดไม่ยอมมาพบเขาตามนัด

“เอ่อ...สะ...สวัสดีค่ะ”

“เชิญนั่งครับ”

“ขอบคุณค่ะ...” แม้เธอจะไม่พบรอยยิ้มแต่น้ำเสียงราบเรียบนั้นก็พอจะทำให้อาโปกล้าเดินเข้ามานั่งบนเบาะนุ่มตรงข้ามชายหนุ่มโดยมีโต๊ะญี่ปุ่นคั่นตรงกลางทำให้เกิดระยะห่างที่พอเหมาะ

ความนิ่งเงียบของผู้ชายตรงหน้าทำให้อาโปรู้สึกอึกอัดเขาคงแปลกใจที่จู่ๆ คนที่เขานัดหมายถูกเปลี่ยนตัวโดยกะทันหันและคนที่จะให้ความกระจ่างแก่เขาได้ในเวลานี้ มีเพียงเธอเท่านั้นจำเป็นต้องรีบพูดให้เขาเข้าใจแล้วรีบออกไปให้พ้นบรรยากาศอึดอัดนี้ให้เร็วที่สุด

“คือ...คุณคงแปลกใจ...”

“ครับแปลกใจมาก...ดูเหมือนหน้าตาคุณจะไม่ค่อยเหมือนในรูปซักเท่าไหร่”ชายหนุ่มเอ่ยแทรก ทั้งหยิบรูปถ่ายขึ้นมาพินิจอีกรอบ

“ดิฉันไม่ใช่คนในรูปหรอกค่ะ...คนในรูปเป็นเพื่อนสนิทของดิฉันเอง”อาโปสังเกตเห็นคิ้วเข้มที่ยกขึ้นสูง ทว่าสีหน้าของเขากลับเรียบเฉย“คือ...ไอรดาเขาขอร้องให้ดิฉันมาปฏิเสธการดูตัวครั้งนี้เธอบอกว่าเธอยังไม่พร้อมที่จะมีครอบครัว อีกอย่าง...ไอรดามีแฟนแล้ว รักกันมากจึงไม่อยากให้เรื่องดูตัวนี้มาทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแฟนมีปัญหา หวังว่าคุณคงจะเข้าใจ”หญิงสาวบอกเหตุผลเร็วจี๋ที่มีทั้งเรื่องจริงและมั่ว

“ปฏิเสธการดูตัวเหรอ”

“ใช่ค่ะ...”

“มีแฟนแล้ว”

“ค่ะ...คุณคงเข้าใจถึงความจำเป็นของเพื่อนดิฉันนะคะ”หญิงสาวย้ำความเข้าใจอีกครั้ง

“ผมเข้าใจ”

คำตอบของชายหนุ่มทำเอาหญิงสาวถึงกับผ่อนลมหายใจออกจากอกด้วยความโล่งอก...เข้าใจอะไรง่ายๆ แบบนี้ก็ดี...จะได้ไม่ต้องสาธยายต่อให้เมื่อย..

“เข้าใจก็ดีแล้วค่ะ...ถ้าไม่มีอะไรแล้วดิฉันเห็นจะต้องขอตัวกลับ...” ยังไม่ทันขยับ เสียงทุ้มน่าฟังก็ดังขึ้น

“เดี๋ยวสิครับ... เชิญรับประทานอาหารก่อน”

“ไม่เป็นไรค่ะ...คือฉันไม่รบกวน...”

“ตามมารยาทน่ะครับ ผมสั่งอาหารไว้คุณไม่ควรทำให้เสียของ”

“คือ...”

ระหว่างนั้นชุดอาหารซีฟู๊ดถูกลำเลียงมาวางจนเต็มโต๊ะ ทั้งกุ้ง หอย ปูปลา แต่ละเมนูดูอลังการราวกับหยิบออกมาจากหนังสือแนะนำอาหาร โดยเฉพาะปูตัวใหญ่ยักษ์ตัวนั้นที่เธอเคยเห็นแต่ในทีวี ไม่คิดเลยว่าจะมีโอกาสได้เห็นของจริงตรงหน้าแถมอาหารทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นอาหารที่เคยคิดอยากลิ้มลองสักครั้งในชีวิต เธอมองอาหารตรงหน้าแล้วเผลอกลืนน้ำลายลงคออาการขยับจะลุกจึงดูยึกยัก

”คุณพูดในสิ่งที่คุณต้องการจะพูดแล้วควรเปิดโอกาสให้ผมได้พูดบ้างสิ” ชายหนุ่มเอ่ย น้ำเสียงที่จริงๆมีอิทธิพลอย่างมากในการทำให้อีกฝ่ายขยับตัวนั่งลงตามเดิม “รับประทานไปด้วยคุยไปด้วยก็แล้วกัน”

“ถ้างั้นไม่เกรงใจนะคะ”ว่าแล้วหญิงสาวก็หยิบขาปูยักษ์มาถือในมือ แต่...จะกินยังไงไม่ให้เสียกิริยาล่ะ...

คงเพราะเห็นหญิงสาวจดๆ จ้องๆขาปูอยู่นาน ชายหนุ่มจึงเอื้อมไปดึงปูขานั้นมาหักและถอดเปลือกเหลือเฉพาะเนื้อส่งให้คนที่มองการกระทำของเขาด้วยสีหน้าตื่นเต้น“คุณชื่ออะไร...” ชายหนุ่มเปิดฉากสัมภาษณ์

“อาโปค่ะ” หญิงสาวตอบโดยไม่ปิดบัง นึกเสียใจนิดๆ...เธอช่างไร้มารยาทนักพอมาถึงก็พูดในเรื่องที่ตนเองอยากพูด ไม่สนใจความรู้สึกของคนฟัง ที่อาจคิดว่าเธอมาแอบอ้าง

“สวัสดีครับคุณอาโป...ผม...ชลธิศ...ดูเหมือนความหมายชื่อของเราสองคนจะคล้ายกันนะครับ”

“เอ่อ...ค่ะ” ล่ะสายตาจากปูในมือเงยหน้าขึ้นมองเธอสังเกตเห็นมุมปากของหนุ่มหล่อตรงหน้ายกขึ้นเล็กน้อยคล้ายจะยิ้ม แต่ยังไม่แน่ใจว่านั่นสามารถเรียกว่ายิ้มได้หรือเปล่า

“คุณทำงานที่ไหน”

“บริษัททัวร์ที่เดียวกับไอรดาค่ะ” จากปูเธอก็หันมาสนใจซูชิหน้าต่างๆ อย่างเพลิดเพลิน ทั้งหน้าปลาไหล ทั้งหน้าไข่ปลาและแซลมอน ล้วนมีอำนาจดึงดูดความสนใจของเธอทั้งนั้น

“อ้อ...” ชายหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ “คุณแต่งงานหรือยัง”

“ยังค่ะ...” เธอตอบไปตามเรื่องไม่ได้ใส่ใจในคำถามมากเท่าอาหารแสนวิเศษตรงหน้า

“ถ้างั้นก็...ยินดีด้วยนะครับผมตัดสินใจให้คุณมาเป็นภรรยาผม”

“หา!...”

มือที่เพิ่งจะใช้ตะเกียบคีบส่งอาหารเข้าปากมีอันชะงักค้างไปพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างจ้องมองมายังคนพูดราวกับต้องคำสาป...สิ่งที่ได้ยินทำเอาสำลัก“คะ..คะ...คุณว่าอะไรนะคะ” เธอถามย้ำเพื่อความแน่ใจว่าหูไม่ฟาดหลังรีบคว้าถ้วยชามาดื่ม

“ผมยินดีรับคุณเป็นภรรยา”ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทั้งยังคีบอาหารวางลงในถ้วยเล็กๆ ของหญิงสาว

อาโปพยายามรวบรวมสติให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวทั้งคิดได้ว่าเขาอาจกำลังล้อเธอเล่น หญิงสาวหัวเราะออกมาเบาๆกลบเกลื่อนความรู้สึกตกอกตกใจเมื่อครู่ “ล้อเล่นใช่ไหมคะ...แหม...ทำเอาดิฉันตกใจ”

“พูดจริงครับ...” ชายหนุ่มยืนยันน้ำเสียงยังอยู่ในโทนเดิม ทำให้อีกฝ่ายยากที่จะเดาความรู้สึกนึกคิดของชายหนุ่ม

“คุณเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่าคะ...ดิฉันมาที่นี่เพื่อปฏิเสธการดูตัวให้เพื่อนดิฉันไม่ได้เป็นคนมาดูตัวเอง”

“ผมคิดว่าตัวผมเข้าใจทุกอย่างดีอยู่แล้วครับ...ในเมื่อคุณมาปฏิเสธแทนเพื่อนคุณก็ต้องรับผิดชอบแต่งงานกับผมแทนเพื่อนของคุณ” เขาบอกหน้าตาเฉย

“เฮ้ย...ไม่เห็นจะเกี่ยวเลย”

“เกี่ยวครับ...เกี่ยวเต็มๆ...ในเมื่อผมตัดสินใจแล้วจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรอีก”

ข้อสรุปนั้นทำเอาอาโปแทบลมจับ...ไม่อยากเชื่อว่าเธอจะต้องมาตกกระไดพลอยโจนด้วยเรื่องบ้าๆ แบบนี้ ถึงแม้ว่าคนตรงหน้าจะหล่อขั้นเทพ เป็นที่สะดุดตาใครก็ตามทีแต่การที่จะมาใช้เรื่องแบบนี้เป็นข้ออ้าง ยังไงเธอก็ไม่อาจรับได้

“ไม่ค่ะ...ยังไงก็ไม่เด็ดขาดฉันยังไม่พร้อมจะมีครอบครัวตอนนี้ ฉันมีความฝันของฉันว่าต้องไปทำงานที่เมืองนอก...ขอโทษด้วยนะคะ”

อาโปจะพยายามอ่านความนึกคิดของอีกฝ่ายจากดวงตาคมที่ทอดมองนิ่งมายังเธอบวกสีหน้าที่เรียบเฉยนั้น ทว่ามันราบเรียบซะยิ่งกว่าผืนน้ำไร้คลื่นลมไม่เข้าใจความคิดของเขาเลยจริงๆ นอกจากคำยืนยันที่ทำเอาเธอแทบอ่อนใจ

“คุณต้องรับผิดชอบ...คุณต้องแต่งงานกับผมแทนเพื่อนของคุณ...”

มุมสงบติดผนังกระจกของร้านกาแฟชื่อดังในห้างสรรพสินค้าใหญ่กลางกรุงกลายเป็นสถานที่นัดหมายที่ไอรดาใช้เป็นที่นั่งรอเพื่อนที่เธอไหว้วานให้ปฏิบัติภารกิจสำคัญบางอย่างแทนเธอ...นาฬิกาข้อมือถูกยกขึ้นมามองถี่ขึ้นเมื่อเวลาล่วงผ่านเลยไปกว่าชั่วโมงดูผิดปกติจากที่ได้นัดแนะตกลงกันไว้



“ฉันจะเข้าไปบอกเขา...จะปฏิเสธแทนแกแล้วจะรีบออกมาไม่เปิดโอกาสให้เขาได้โต้แย้ง...เชื่อมือเถอะ”



คำสัญญานั้นหนักแน่นช่วยเชื่อถือและเธอก็รู้ดีว่าอาโปไม่เคยผิดคำสัญญา หรือผิดนัด หากไม่เกิดเหตุจำเป็นจริงๆ “เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่านะ...จะโทรศัพท์มารายงานหน่อยสักนิดก็ไม่ได้”บ่นอยู่กับตัวเองคนเดียวอย่างหงุดหงิด



เวลาล่วงผ่านไปเรื่อยๆ จนป่านนี้แล้วไอรดาก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าเพื่อนจะเดินผ่านเข้ามาในสายตาเลยแม้แต่เงา...นอกจากร่างสูงคุ้นตาที่กำลังเดินตรงมาทางร้านกาแฟที่เธอนั่งอยู่“คุณวสันต์นี่นา...”



จู่ๆหัวใจก็เต้นถี่รัวเมื่อรู้สึกเหมือนเขาคนนั้นกำลังมองมาที่เธอเช่นกัน...ไม่หรอก...ต่อให้เห็นเขาก็คงจำไม่ได้ว่าเธอเป็นพนักงานคนหนึ่งของบริษัทที่อยู่ใต้ปกครองของเขา



ไอรดามองเลยไปยังเด็กหญิงอายุประมาณห้าขวบที่เจ้านายหนุ่มกำลังจูงมือเดินเข้ามาใกล้พลันหัวใจที่กำลังเต้นไม่เป็นส่ำก็มีอันหล่นวูบเหมือนตกจากที่สูง เธอพยายามมองหาใครอีกคนเพศหญิงที่น่าจะร่วมทางมาด้วยเพื่อไขข้อกังขา แต่ผู้หญิงที่เดินขวักไขว่ไปมาใกล้ๆดูเหมือนจะไม่มีใครเข้าข่ายต้องสงสัยเลยสักคน แต่บทสรุปหนึ่งที่น่าจะชัดเจนที่สุดจนเป็นที่เข้าใจได้จากภาพที่เห็นนั่นก็คือ...คุณวสันต์เจ้านายของเธอไม่ใช่หนุ่มโสด...



“เฮ้อ...”หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ให้กับภาพที่เห็น ทั้งก้มมองถ้วยกาแฟที่เธอใช้ช้อนเล็กๆคนจนน้ำสีดำหมุน เลิกสนใจทิศทางที่จะไปทำให้เธอรู้สึกแสลงใจอย่างที่กำลังเป็น...ทว่า...



ก๊อกๆๆ...



เสียงเคาะกระจกดังใกล้มากจนเธอต้องเงยหน้าขึ้นมองคราวนี้ตาสบตาเข้าอย่างจังประกอบกับรอยยิ้มอย่างดีใจที่อัดแน่นไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจนั้นทำเอาหัวใจเต้นระรัวขึ้นมาอีกรอบ...เอ๊ะ!..ทำไมต้องดีใจ...



กว่าจะระงับอาการให้เข้าสู่โหมดปกติได้ก็ใช้เวลาเป็นนาทีเธอยิ้มตอบก่อนจะยกมือขึ้นไหว้...ท่าทางเขาดูประหลาดเหมือนกำลังจะเดินเข้ามาในร้าน...คงจะพาลูกสาวมากินโดนัท...



ร้านที่ไอรดานั่งอยู่ไม่ได้มีขายเฉพาะกาแฟเท่านั้นแต่ยังประกอบด้วยโดนัท และเค้กหลากหลายรูปแบบรวมไปถึงน้ำผลไม้รสชาติต่างๆจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะพาลูกสาวเดินเข้ามาใช้บริการ แต่ที่เห็นว่าแปลกก็คือสองพ่อลูกนั้นเดินตรงมายังโต๊ะที่เธอกำลังนั่งอยู่



“สวัสดีครับคุณ...” ชายหนุ่มทำท่าคิดอยู่ครู่ก่อนจะยิ้มออกมาพร้อมเปล่งเสียงทุ้มๆ เรียกขานหญิงสาวตรงหน้าได้อย่างถูกต้อง“ไอรดา”



ไม่อยากจะเชื่อ...เขาจำชื่อฉันได้ด้วย...คนถูกเรียกแทบกรี๊ดด้วยความดีใจ



“สวัสดีค่ะผู้จัดการ” หญิงสาวทักตอบ ทั้งเหลือบตาลงมาส่งยิ้มให้เด็กน้อยน่ารักเหมือนตุ๊กตาที่กำลังยืนมองเธอตาแป๋ว“สวัสดีค่ะ” เธอเอ่ยทักทายตุ๊กตาตัวเล็กบ้างทว่าเด็กน้อยกลับหันไปกระตุกชายเสื้อของคุณพ่อสุดหล่อ



“ป๊ะป๋าๆๆ”



นั่นไง...ชัดไหมล่ะ...คิดแล้วก็ต้องถอนหายใจ พลางปรับอารมณ์ความรู้สึกให้เข้าสู่โหมดปลง



“ครับๆๆ...รู้แล้วครับ...”ชายหนุ่มยิ้มให้เด็กน้อย ก่อนจะส่งต่อรอยยิ้มนั้นเผื่อแผ่มาให้เธอ “คุณไอรดาครับ...พอมีเวลาว่างสักหน่อยไหมครับ...ผมมีเรื่องจะรบกวนคุณนิดนึง...”ทั้งนำเสียงและสีหน้าดูเกรงใจไม่น้อย



“คะ?”



“คือ...”



แล้วใบหน้าหล่อๆ นั้นก็โน้มเข้ามาใกล้...ใกล้มากจนหญิงสาวต้องเอนตัวหนี...โอ๊ย...แค่สบตาหัวใจก็เต้นกระหน่ำเป็นกลองรบแล้ว...จู่ๆก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้...นี่กะจะให้ฉันหัวใจวายตายลงตรงนี้เลยใช่มั๊ยบอส...





ณอีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แห่งนั้น



อาหารญี่ปุ่นหลากชนิดบนโต๊ะทรงเตี้ยที่ดูเหมือนจะมากเกินไปสำหรับคนที่นั่งรับประทานกันเพียงสองคนหมดเกลี้ยงแทบทุกจานอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะความรู้สึกเสียดายหากมันเหลือแล้วต้องกวาดทิ้งลงขยะ



“จะรับอะไรเพิ่มอีกไหมครับ”เจ้าภาพเอ่ยถามอย่างใจดี ดวงตาเป็นประกายเมื่อมองอิริยาบถยามเผลอของหญิงสาวตรงหน้า



“พะ...พอ...พอแล้วค่ะถ้าขืนกินเข้าไปอีกมีหวังท้องแตกเป็นชูชกแน่ๆ...” อาโปโบกมือปฏิเสธว่อนก่อนจะลูบท้องไปมาราวกับว่ากำลังช่วยให้ผิวหนังบริเวณขยายตัวให้มากกว่าขึ้นอีกทั้งบ่นต่อ “คุณนี่นะ...สั่งอาหารมาทำไมตั้งมากมาย...”



“ผมก็เห็นคุณกินหมดนี่ครับ”



“สั่งมาแล้วกินไม่หมด เสียของแย่สิแบบนี้...ไม่ใช่ว่าคุณมีเงิน มีอันจะกินจะทำอะไรก็ได้ จะกินทิ้งกินขว้างก็ได้ คิดถึงคนที่เขาไม่มีจะกินซะบ้างสิ...บางคนข้าวจะกินสักมื้อก็ยังไม่มี”บ่นไปแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าทั้งเธอและเขาไม่ได้สนิทชิดเชื้อกันมากพอที่จะพูดคุณในลักษณะนี้“ขอโทษค่ะ ลืมไปว่าฉันไม่มีสิทธิ์พูดกับคุณแบบนี้”



“ไม่เป็นไรครับ...ต่อไปคุณจะมีสิทธิ์มากกว่านี้ในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตผม”



“เฮ้อ...” หญิงสาวถอนหายใจออกมาดังๆโดยไม่คิดเก็บอาการ ใช่แล้ว...เธออยากให้เขารู้ความรู้สึกของเธอในเวลานี้ ความรู้สึกหงุดหงิดที่ต้องพูดกับคนดื้อด้าน



“เอาล่ะค่ะ...ฉันได้พูดในสิ่งที่ฉันพูดไปแล้วคุณได้พูดในสิ่งที่คุณพูดแล้วเช่นกัน ส่วนอาหาร เราก็รับประทานกันเรียบร้อยตามมารยาทที่ควรปฏิบัติ ฉันเห็นจะต้องของตัวก่อนนะคะ...เพื่อนรออยู่ขอคุณสำหรับอาหารอร่อยๆ มื้อนี้นะคะ” พูดหญิงสาวถือโอกาสลุกขึ้นก่อน คราวนี้เขาคงไม่มีข้ออ้างอันใดที่จะยับยั้งเธอเอาไว้หรอกนะ...



“อุ๊ย...”อาการเจ็บจี๊ดที่ลิ้นปี่ที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ร่างที่เตรียมจะชิ่งหนีมีอันต้องทรุดลงนั่งอีกครั้งทั้งทำหน้านิ่ว



“เป็นอะไรครับ” ร่างสูงรีบลุกเข้ามาใกล้ถามไถ่อาการ



“สงสัยกินมากไปหน่อย ก็เลยจุก...พักซักหน่อยคงจะดีขึ้น”เธอบอกพรางยิ้มให้อีกฝ่ายคลายกังวล...ซึ่งจะว่าไปแล้ว เขาอาจไม่ได้มีความกังวลใจอะไรเกี่ยวกับเธอก็เป็นได้ดูได้จากสีหน้าที่ราบเรียบ ปราศจากความรู้สึกนั่น และดวงตาที่ทอดมองมาก็พอจะอ่านออกได้บางส่วนว่ากำลังตำหนิ



“เอาเถอะเดี๋ยวผมพาไปหาหมอ”ชายหนุ่มเอ่ย



“ไม่ต้องค่ะ...แต่จุกเสียด ออกไปซื้อยาลดกรดรับประทานเดี๋ยวก็ดีขึ้น” หญิงสาวปฏิเสธหน้าตื่น เงินเดือนยิ่งน้อยๆ อยู่ แถวนี้มีแต่คลินิกกับโรงพยาบาลเอกชนถ้าขืนเข้ารักษามีหวังได้จ่ายค่ายาตนล้มละลายแน่



“ดูท่าทางคุณจะลุกไม่ไหว...ไปเถอะ...ผมจะพาไปเอง”



ยังไม่ทันที่อาโปจะอ้าปากปฏิเสธร่างเธอก็ถูกช้อนขึ้นอุ้ม...ง่ายดายยังกับเธอเป็นเพียงหมอนข้างยัดนุ่นทั้งๆที่น้ำหนักตัวก็ใช่จะน้อยซะเมื่อไหร่



“คุณปล่อยฉันลง...ฉันเดินเองได้ ”หญิงสาวพยายามขืนตัว มันน่าอายน้อยซะที่ไหนที่ถูกผู้ชายตัวโตๆอุ้มเดินผ่านสายตาใครต่อใครมากมาย...แต่ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจฟังเธอสักนิด



“อย่าดิ้นสิ...ถ้าร่วงลงพื้นไปตอนนี้...น่าอายกว่าเยอะเลยนะ”



อาโปถึงกับอ้าปากหวอ...ผู้ชายคนนี้...เป็นคนแบบไหนกันทำไมถึงได้เป็นคนช่างเอาเปรียบได้แบบนี้นะ...เอาเปรียบแม้กระทั่งความคิด เขารู้ในสิ่งที่เธอคิดเธอรู้สึกแต่เขากลับไม่ยอมให้เธอได้รู้ความนึกคิดของเขาบ้างช่างเก็บซ่อนอำพรางได้แนบเนียนนัก ภายใต้สีหน้าแววตาที่ราบเรียบดังทะเลไร้คลื่น...เอาเปรียบกันเกินไปแล้ว...

...........................
รอดูว่าจะมีสักคอมเม้นต์มั้ย....



ทองหลาง
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 16 ก.พ. 2564, 10:23:06 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 16 ก.พ. 2564, 10:32:14 น.

จำนวนการเข้าชม : 12





<< ตอนที่2   
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account