My Next Door Brother / พี่ชายข้างบ้าน
นิยายเรื่องนี้ เป็นเรื่องราว ระหว่าง น้อย นพโยธิน คุณชายตกอับ กับ ชาย ชาติพยัคฆ์ ลูกชายของอดีตคนรับใช้ และเป็นพี่ชายที่อยู่ข้างบ้านที่คอยดูแลน้องน้อย ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะลงเอยกันอย่างไร มาเอาใจช่วยพวกเขาไปพร้อมกัน ยังไม่จบค่ะ ตอนนี้เปิดให้อ่านฟรีนะคะ ขอสปอยค่ะ มีคู่รองด้วยนะคะ ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
Tags: พี่ชายข้างบ้าน

ตอน: CHAPTER 2 : Shai Shatphayak / บทที่ 2 : ชาย ชาติพยัคฆ์

หลังจากที่พ่อของเขาพาเด็กหนุ่ม พร้อมพี่เลี้ยงเดินจากไป ป้าแช่ม และคนอีก 2 คนเริ่มจัดการตามที่ท่านสั่งทุกอย่าง โดยที่มีเขายืนมองดูพวกเขาทำงาน พ่อของเขาเป็นคนรอบคอบ จะทำอะไรเป็นต้องคิดตระเตรียมไว้หมด เขาจึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องเดินกลับไปตามคนที่บ้านมา หลังจากป้าแช่มจัดการล็อกบ้านจนเป็นที่เรียบร้อย
“ เรียบร้อยแล้วค่ะ พวกป้าไปก่อนนะคะ ” ป้าแช่มบอกกล่าว
“ ขอบคุณครับป้า ทุกคนด้วยนะ ”
“ ค่ะ ”
“ ค่ะ ”
ป้าแช่ม และคนทั้งสองได้เดินกลับเข้าไปที่เรือนหลังเล็ก โดยในมือของพวกเขามีกระเป๋าที่ใส่เสื้อผ้า และของใช้จำเป็นของน้อย และจันทร์ไปด้วย เขาจึงเดินตามออกมา จนถึงประตูเล็กที่เชื่อมบ้านสองหลังไว้ด้วยกัน เขามองดูแล้วหวนคิดถึงไปตอนที่เขายังเป็นเด็ก
ตอนที่เขาเริ่มจำความได้ เขาจำได้ว่า เคยเห็นเด็กทารกตัวเล็กมาก พ่อกับแม่บอกให้เขา ต้องเป็นคนคอยดูแล และปกป้องน้องน้อยคนนี้ให้ดี เขาจำได้ว่า เขารับคำ และเอื้อมมือไปจับมืออันจ้อยไว้แน่น เจ้าตัวจ้อยก็กำนิ้วเขาแน่น เหมือนรับรู้ว่า ต่อไปนี้จะยอมให้เขาเป็นผู้ดูแล พอน้องเริ่มเดินได้ ตัวเขาเองเริ่มรู้ความมากขึ้น ไม่ว่าน้องจะไปไหน จะทำอะไร จะมีเขาคอยเดินตาม คอยดูแล คอยจับมือน้องไว้ตลอด น้องเองเหมือนจะรู้ ถึงน้องจะวิ่งไปไหน ทุกครั้งน้องจะวิ่งกลับมา จับมือเขาไว้ตลอด พอเข้าเรียน พ่อของเขาให้พวกเขาเรียนโรงเรียนเดียวกัน เพื่อที่เขาจะได้สามารถดูแลน้องได้ เขาเองไม่เคยมีปัญหา ไม่เคยรู้สึกว่า มันเป็นการยุ่งยากอะไรที่ต้องคอยดูแลน้องน้อยของเขา เขากลับรู้สึกดีที่ได้อยู่ใกล้ ๆ กัน ได้ทำหน้าที่พี่ชายคนโตที่คอยดูแลน้องชายตัวน้อยของเขา แต่พอเขาเข้ามหาลัย ช่วงปีหนึ่ง เป็นช่วงที่เขายังปรับตัวอยู่ ทั้งเรียน ทั้งกิจกรรม ตอนนั้นเขาแทบไม่มีเวลาได้กลับบ้านเลย ครั้งหนึ่ง พ่อของเขาเคยถามเขาว่า จะดูแลน้องไปได้ตลอดชีวิตหรือเปล่า เขาก็ตอบ เขาทำได้ พ่อของเขาไม่เคยบังคับอะไรกับเขาเลย และถ้าเขาบอกว่า เขาทำไม่ได้ พ่อก็คงหาใครสักคนมาดูแลคุณหนูน้อยของพ่อเอง ประโยคนี้ พ่อของเขาเคยได้พูดกับเขา ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา เขารู้สึกว่า น้องน้อยเองก็เริ่มที่จะไม่ได้เข้ามาคลอเคลียกับเขาอีกเลย จนวันหนึ่ง พ่อของเขาได้เข้ามาบอกเขาว่า ถ้าเขาไม่สามารถที่จะดูแลน้องได้แล้ว พ่อของเขาจะหาคนมาดูแลน้องน้อยแทนเขาเอง ตอนนั้นเขาทั้งโกรธ ทั้งไม่พอใจ รู้สึกเหมือนใจจะขาด หายใจไม่ออก เหมือนโดนพ่อของเขาได้โยนถังออกซิเจนที่เขาจำเป็นต้องใช้ทิ้งไป เขาบอกพ่อออกไปว่า ห้ามใคร ไม่ว่าหน้าไหนก็ห้ามเอาน้องน้อยไปจากเขาทั้งนั้น ตอนนั้นพ่อก็ให้ไปถามตัวเองให้แน่ใจก่อนว่า จะดูแลน้องต่อไปไปในฐานะอะไร เขาเองก็ไม่รู้ว่า เขาเปลี่ยนความรู้สึกจากพี่ชายน้องชาย มาเป็นต้องการที่จะอยู่กับน้องแบบคนรักได้อย่างไร แต่เขาก็แน่ใจแล้วว่า เขาทั้งรัก ทั้งเป็นห่วง และเขาก็หวงน้องน้อยของเขามากด้วย ยิ่งตอนที่เขาเข้าไปเห็นว่า มีคนกำลังจะลงมือทำร้ายน้องน้อยของเขาอยู่นั้น เขาแทบอยากจะทำให้คน ๆ นั้นหายตัวไปเลย ก่อนหน้านี้ เขาไม่กล้าแสดงความรู้สึกออกไป เพราะไม่รู้ว่า น้องน้อยของเขาจะรู้สึกแบบเดียวกับเขาหรือเปล่า ยิ่งช่วงระยะหลังมา น้องน้อยถอยห่างจากเขาไปทุกที่ เขาเองก็ไม่กล้าเข้าไปใกล้ เพราะเริ่มรู้ว่า ตัวเองคิดกับน้องเป็นอย่างอื่น แต่ก็ยังตามดูแลอยู่ ซึ่งน้องน้อยของเขาก็เป็นเด็กดื้อไม่เบา ถ้าพ่อของเขารู้เข้าล่ะก็คงโทษตัวเองว่า ดูแลคุณหนูน้อยไม่ดีพอ เผลอ ๆ เขานี้แหละจะโดนหางเลไปด้วย แต่ตอนนี้เขาเองก็ต้องการแต่งงานกับน้องน้อย อีกทั้งพ่อของเขาก็เห็นด้วย เป็นอันว่า ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เขาต้องทำให้น้องน้อยมารักเขาให้ได้แล้ว
พอเขาก้าวเท้าผ่านประตูเล็กมา ความคิดของเขาก็หยุดลง เพราะเจอเข้ากับคนตัวเล็ก ซึ่งมีพี่เลี้ยงเดินประคองมา อันที่จริงคนตัวเล็กก็ไม่ได้เตี้ยมาก สูง 170 ได้ แต่เขาเองที่สูงถึง 180 เพราะชอบเล่นบาส กับ ชอบดื่มนมจืดแทนน้ำมาตั้งแต่เด็ก เป็นเพราะน้องน้อยของเขาไม่ชอบดื่มนมจืด น้องจะชอบดื่มแต่นมช็อกโกแล็ตเท่านั้น นมจืดทั้งหมดจึงตกเป็นของเขา นานวันเข้าเขาก็เริ่มชอบไปโดยปริยาย
ตอนนี้ ตามเนื้อตัวของพี่เลี้ยงมีรอยมือฟาดเต็มไปหมด ยังดีนะที่ไม่ใช่เป็นบนตัวคนตัวเล็ก ไม่อย่างนั้น เขาคงโกรธมากกว่านี้อีก เขายืนหลบมุมมองตาม เห็นรอยเขียวคล้ำที่เกิดขึ้นตอนที่คนตัวเล็กโดนบีบแขน ด้วยความเป็นห่วง เขาลืมตัวรีบสาวเท้าเดินเข้าไปหาทันที
“ ใครอยู่แถวนี้บ้าง พาพี่จันทร์ไปที่ห้องที แล้วหายามาให้พี่จันทร์ กับ คุณหนูน้อยด้วย ไปโทรตามพี่หมอมา ”
“ ค่ะ ”
“ ค่ะ ”
มีเสียงคนตอบรับ พร้อมกับมีแม่บ้านสองคนรีบเดินมาพาพี่เลี้ยงสาวไป โดยที่คนทั้งสองก่อนหน้ายืนมองกันไปมาอย่างงง ๆ
“ พี่จันทร์ไม่ค่อยสบายอยู่ครับ ให้พี่หมอมาดูก็ดีเหมือนกัน ส่วนน้อยไม่เป็นไรหรอกครับ ไม่ต้องหายามาให้หรอกครับ ” คนตัวเล็กเอ่ยพูดกับพวกแม่บ้าน โดยก้าวเท้าถอยห่างจากตัวของเขาไปมาก น้องไม่มีการมองหน้าเขาเลย พูดเสร็จก็จะเดินตามไป แต่ดูเหมือนว่า น้องจะสะดุดอะไรบางอย่าง เขารีบพุ่งเข้าไปรับ คนตัวเล็กคว้าแขนของเขาไว้ได้ แต่พอน้องเห็นว่า เป็นแขนของเขาก็รีบปล่อยมือทันที ทำให้ร่างของน้องตกเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขาแทน เขาได้ทีเลยอุ้มช้อนร่างของน้องขึ้นมา เขาคงพูดได้เลยว่าน้องตัวเบามาก เพราะเขาสามารถอุ้มขึ้นมาได้อย่างสบาย ๆ ไม่ได้ลำบากอะไรเลย เขารู้อยู่แล้วว่า ในแต่ละวันคนน้องกับแม่พี่เลี้ยงกินอะไรกันบ้าง ทุกวันก็มีแต่ข้าว ไข่ ผัก และมาม่า ถ้าเขาไม่ให้คนซื้ออาหารเข้าไปให้อาทิตย์ละครั้งล่ะก็กินกันอยู่อย่างนั้นเอง เงินที่พ่อของเขาโอนให้เป็นค่าใช้จ่าย มันก็เท่ากับที่่เขาใช้จ่ายอยู่ พ่อของเขาเห็นเขาใช้จ่ายเท่าไร ก็ให้น้องน้อยใช้เท่ากัน แต่คนดื้อสองคนกลับไม่ใช้ เขาคิดแล้วก็ชวนให้โมโหเป็นอันมาก ทุกวันนี้ก็ออกกันไปทำงานนอกบ้านกันทั้งคู่ แม่พี่เลี้ยงคนดีก็ไปทำงานเป็นเลขาให้นุ่มนิ่ม เพื่อนของเขา ส่วนน้องน้อยของเขาก็รับสอนติว ตอนที่เขาได้รับรู้เรื่องราว เขาอยากจะจับคนทั้งสองมาตีก้นให้หายดื้อกันสักที สองที ไม่รู้ว่าคิดอะไรกันอยู่
“ ปล่อยผมนะ คุณชาย ผมเดินเองได้ ” คนถูกอุ้ม ดิ้นเร่า ๆ เขาเลยกระชับวงแขนของเขาให้แน่นขึ้น ผลคือ ได้แก้มของคนน้องเป็นรางวัลเต็ม ๆ แก้มนิ่มมาก เขาคิด เมื่อเนื้อแก้มโดนจมูกของเขาแล้ว แก้มก็เริ่มซับสีเลือดขึ้นมาทันที คนโดนจมูกของเขาตัวเกร็ง นิ่งไปเลย เขาเลยแกล้งลากปลายจมูกคลอเคลียไปมา
“ คุณชาย ” มีเสียงดุขึ้นจมูกมาจากปากคนของตัวเล็ก
“ ให้เรียกใหม่ ” เขากระซิบอยู่ข้างหูสีระเรื่อนั้น อดใจไม่ไหวต้องงับไปเบา ๆ หนึ่งที คนน้องสะดุ้ง ใบหน้ากับใบหูยิ่งเจือสีแดงเข้มยิ่งกว่าเก่า น้องน้อยของเขาก้มหน้างุด
“ ต่อไปให้เรียกพี่ว่า พี่ชายเหมือนเดิมนะครับ ในอนาคตเราต้องหมั้น ต้องแต่งงานกัน จะได้ไม่รู้สึกห่างเหินกัน และพี่ก็ไม่เคยชอบเลยที่น้องน้อยมาเรียกพี่ว่า คุณชาย พี่อยากรู้เหตุผลนะ แต่เอาไว้ค่อยบอกพี่ทีหลังก็ได้ พวกเรายังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกนาน เอ้า ไหนเรียกพี่ใหม่สิครับ " เขาพูดจบ
คนที่ถูกเขาอุ้มอยู่ก็ยื่นหน้าขึ้นมาจะประท้วง เขาจึงนำพาเอาปากของเขาไปจ่อที่ปากบางรูปกระจับของคนในวงแขนของเขา น้องน้อย พอเห็นเขาเอาหน้าเข้าไปใกล้ขนาดนั้น คนตัวเล็กก็รีบเอามือข้างที่ไม่ได้โอบรอบคอของเขามายันหน้าอกของเขาเอาไว้
“ พี่ชาย ” คนน้องอ้าปากเอ่ยขึ้นอย่างช้า ๆ
เขายิ้มรับ รู้สึกว่าใจของตัวเองเต้นแรงขึ้นมาทันที ทั้งที่ตอนเด็ก ๆ น้องเองก็เคยเรียกเขาแบบนี้มาตลอด แต่มาตอนนี้ ตอนที่น้องน้อยอยู่ในวงแขนของเขา และเขาเองยังได้อุ้มร่างของน้องเอาไว้ ทำไมหัวใจของเขาถึงเป็นแบบนี้ไปได้ พอได้ยินน้องน้อยของเขาเรียกเขาแบบนี้ ยิ่งทำให้เขาแทบจะอดใจไม่ไหว เขาอยากที่จะลองลิ้มรสของปากบางสีชมพูออกส้มนั้น แต่เขาก็ทำได้เพียงแค่หอมแก้มน้องน้อยไปเท่านั้นเอง
“ ฮึม ”
“ อุ้ย พอได้แล้วนะครับ นี่แก้มของผมนะครับ ” คนถูกขโมยหอมแก้ม เอ่ยเสียงขึ้นมาดุ ๆ อีกครั้ง
“ พี่ให้รางวัล ” พูดพลางทำหน้าตาดูออกจะเจ้าเล่ห์มากเอาการ
“ ไม่เห็นอยากได้เลย ตกลงจะพาไปไหมครับ ถ้าไม่ก็ปล่อยได้แล้ว ” คนน้องเริ่มโวยวาย
“ ไปสิคร้าบ ” เขารีบรับคำแบบยิ้ม ๆ
เขากระชับวงแขนเพื่ออุ้มร่างของคนน้องที่ตอนนี้เริ่มจะมีอาการงอนเขาเล็ก ๆ ขึ้นมาแล้ว เขารีบสาวเท้าตรงไปที่เรือนหลังเล็กทันที เขารู้ดีว่า ถ้าเขาแกล้งเดินช้า หรือ เริ่มมีลวดลายขึ้นมามากกว่านี้ คราวหน้าเขาคงไม่มีหวังได้มีโอกาสทำอะไรแบบนี้อีกเป็นแน่เลย เพราะน้องน้อยของเขาต้องระวังตัวแจ เนื่องด้วยเพราะเกิดความระแวงในตัวของเขาขึ้นมา
“ ปล่อยผมลงตรงนี้เถอะครับ ” คนถูกอุ้มรีบพูดขึ้นมาทันทีที่เขากำลังจะก้าวเท้าข้ามเข้าประตูที่จะเข้าตัวบ้านของเรือนหลังเล็ก
“ เรียกแทนตัวเองใหม่ ” เขาหยุดก้าวเท้าเดินทันที ยืนนิ่งอยู่กับที่ตรงนั้น พร้อมเรียกร้องให้คนเป็นน้องใช้สรรพนามแทนตัวคนพูดใหม่ คนน้องเตรียมยื่นหน้าขึ้นมาจะต่อต้าน เขาเองก็เตรียมก้าวขาออกต่อในทันทีเหมือนกัน
“ พี่ชายครับ ให้น้อยเดินเองนะครับ น้อยขอนะครับ ” น้องน้อยของเขาเม้มปากแน่น ก่อนที่จะเอ่ยออกมาเหมือนจะอ้อนเขา แถมยังทำหน้าทำตาแบบที่ชอบใช้อ้อนพ่อของเขา กับ พี่เลี้ยงของคนพูด อยู่เป็นประจำ
เขาแอบยิ้มด้วยความพอใจ ค่อย ๆ วางร่างของน้องปล่อยลงอย่างช้า ๆ คนน้องพยายามก้าวเท้าเดินออกไป แต่แค่ก้าวเดียวน้องน้อยของเขาก็ทำท่าเซจะล้มลงแล้ว ยังดีที่ตัวของเขายังคอยประคองร่างของน้องเอาไว้อยู่ หน้าตาของคนที่กำลังจะล้มลง หน้าตาบ่งบอกเลยว่า เจ้าตัวเจ็บ
“ ให้พี่อุ้มต่อไปเถอะ ” เขาทนดูไม่ได้ จึงพูดขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง
“ พี่ชายช่วยประคองน้อยไปอย่างนี้ดีกว่าครับ นะครับ ช่วยพาน้อยไปนั่งตรงโซฟาตรงนั้นก็ได้ครับ นะครับพี่ชาย " น้องน้อยของเขาต่อร้องด้วยการออดอ้อน ซึ่งมันก็ทำให้เขาปฎิเสธไม่ได้เลย
“ ครับ ” เขาในตอนนี้ทำได้แค่เพียงตอบรับไปเท่านั้นเอง ตัวเขาเพิ่งจะรับรู้ได้ขึ้นมาว่่า ถ้าน้องมาอ้อนเขาแบบนี้เขาเองก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน ทำได้แค่ต้องตามใจ และให้ในสิ่งที่คนน้องต้องการเท่านั้น
เมื่อมาถึงโซฟา เขาก็ค่อย ๆ ประคองให้น้องน้อยของเขานั่งลง ตัวของเขาเองก็ลดตัวลงไปนั่งด้านล่าง เอามือไปจับตามขา ค่อย ๆ เลื่อนไปเรื่อย ๆ จนไปถึงที่ข้อเท้าของคนน้อง น้องน้อยของเขาพยายามขยับหนี แต่พอมือของเขาเลื่อนไปถูกตรงที่ข้อเท้าเท่านั้นเอง
“ อุ้ย ” คนน้องร้องเบา ๆ
“ เจ็บหรือครับ ” เขาถามขึ้นอย่างห่วงใย
“ ครับ ” น้องน้อยพยักหน้าเยเกบอก
“ อดทนหน่อยนะครับ ขอพี่ขยับดูว่าเป็นอะไรกันแน่ ” เขาพูดบอกให้เจ้าตัวได้รู้ตัวก่อน
“ ครับ เบา ๆ นะครับ ”
“ ครับ ” รับคำแล้วก็ลองขยับเบา ๆ สอง สามทีจนเขาแน่ใจว่า ไม่มีกระดูกส่วนไหนหัก
“ แค่ข้อเท้าพลิกนะครับ เดี๋ยวพี่มานะ " เขาหายไปที่ห้องครัวด้านใน แล้วรีบกลับมาพร้อมถุงประคบเย็น เขานำมาวางประคบข้อเท้าให้น้องน้อยของเขา น้องสะดุ้ง
“ เย็นนิดหนึ่งนะครับ ”
“ ครับ พี่ชายขึ้นมานั่งข้างบนเถอะครับ เดี๋ยวน้อยทำเอง ” คนพูดพลางเอื้อมมือลงมา แต่เขาไม่ยอม
“ ไม่เป็นไรครับ ให้่พี่ได้ดูแลน้องน้อยเองนะครับ ”
คนฟังยิ้มให้ ยอมที่จะนั่งเฉย ๆ ให้เขาดูแล เขาเองรู้สึกมีความสุขที่ได้ดูแลน้องน้อยของเขา




Nhujoy
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 1 ส.ค. 2564, 02:48:21 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 1 ส.ค. 2564, 02:48:27 น.

จำนวนการเข้าชม : 176





<< CHAPTER 1 : Noi Nopyothin / บทที่ 1 : น้อย นพโยธิน   CHAPTER 3 : Step 1 / บทที่ 3 : ขั้นที่ 1 >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account