หนามร้ายในใจรัก (Yuri)

Tags: นิยายยูริ, รัก, เพื่อนสนิท, แอบรัก

ตอน: ผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

"เอ้านี้ กุญแจห้องที่เธอต้องการ" หญิงสาวร่างสูงเพรียวชื่อกิ่งแก้ว เธอยื่นกุญแจห้องให้กับนัทนันท์และคาดหวังว่าจะออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

"ขอบใจนะ" นัทนันท์ยิ้มอ่อนให้กับเพื่อนร่วมงานเดียวกัน

"แน่ใจนะว่าจะพักที่นี่จริงๆ หายตัวไปนานผู้จัดการจะบ่นเอานะ" กิ่งแก้วเริ่มเป็นห่วงและมองไปรอบๆ ห้องเช่าราคาถูกที่สุดมักจะมาด้วยสิ่งที่ไม่อยากเจอ แถมคนที่เตรียมจะเก็บตัวเงียบเป็นคนสำคัญในแต่ละงานอีก คงไม่พ้นที่จะโดนพี่ลิชชี่ผู้จัดการจอมจู้จี้บ่นยันแก่แน่ถ้ารู้ว่าเธอเป็นคนพามา

"อืม หายไปไม่นานหรอก ขอไปจัดการอะไรหน่อยแล้วค่อยกลับมาทำงาน" นัทนันท์ยิ้มอ่อน เธอเข้าใจดีว่าเพื่อนสาวกลัวอะไร 

"ถ้าอย่างนั้น ตามสบายแล้วกัน แต่อย่านานนักเพราะอีกสามเดือนเธอต้องไปเซ็นสัญญากับค่ายแล้วนะ ไม่งั้นหมดโอกาสเป็นนักแสดงพอดี" กิ่งแก้วเตือน

"ไม่ต้องเป็นห่วงเราหรอก เรารู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่"

"แล้วเรื่องข่าวที่ออกมาจะทำยังไง" ข่าวใหญ่โตรู้กันไปทั่วบ้านทั่วเมือง แล้วยังหนีออกจากบ้านมากบดานอยู่ในสถานที่ที่ไม่น่าอยู่อีก ถ้าเป็นอะไรไปจะแก้ตัวว่ายังไง

"ปล่อยไปเถอะ เดี๋ยวเขาคงหาวิธีจัดการเอง ยังไงก็ต้องขอบใจแก้วมากนะ แล้วอย่าบอกใครว่าเราอยู่ที่นี่"

"อืม ไม่บอกใครหรอก สบายใจได้" แน่นอนว่าจะไม่บอกใครแน่ ถ้ามีคนรู้ว่าเธอเป็นคนพามาคงมีเรื่องวุ่นวายน่าดู



เมื่อเพื่อนสาวกลับไป เธอก็หันมาสนใจห้องเช่าราคาถูก อาจจะปักหลักสักสองสามเดือนก่อนที่จะทำอะไรต่อ 

"โทรกระหน่ำเลยนะ" ระหว่างจัดกระเป๋า มือถือก็สั่นแต่เบอร์ที่ปรากฏบนหน้าจอเป็นเบอร์ของชวกร

พอนึกย้อนดูแล้ว วันที่ได้พบกับนายชวกรนั้น เป็นวันกลับบ้านในรอบปีและเป็นปีสุดท้ายก่อนจบการศึกษา 

"กลับบ้านมาก็ดีแล้ว มาสวัสดีคุณลุงกับพี่เขาซะสิ" นายดรัณกวักมือเรียกลูกสาวอย่างเธอให้เข้ามานั่งใกล้ๆ 

นัทนันท์ไม่อาจจะปฏิเสธความต้องการของผู้เป็นบิดาได้ เธอรู้และมองออกว่าผู้เป็นพ่อของเธอต้องการอะไร 

"ยัยนัด ลูกสาวของผมครับ"

น้ำเสียงแสดงถึงความยินดีและตามมาด้วยการแนะนำลูกสาวให้กับเพื่อนทางธุรกิจ ไม่ว่าจะแนะนำเธอให้รู้จักนายชวกรหรือพ่อของเขาก็ตาม หรือจะโอ้อวดคุณสมบัติของคนมีเงินยังไง คนอย่างเธอไม่มีทางสนใจผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น แม้คนภายนอกจะมองว่าหล่อหรือเท่เพียงใดก็ตาม สำหรับเธอแล้วนายชวกรก็เป็นเพียงผู้ชายหน้าปลวกไม่มีความจริงใจ

"นัดพาพี่เขาไปชมสวนหลังบ้านเราสิ พ่อจะคุยธุระกับคุณลุงสักหน่อย" ดรัณหันมาสั่งกับลูกสาวเพราะเขาต้องการขยายธุรกิจ ดังนั้นการที่เพื่อนร่วมแนวคิดมีลูกชายจึงเป็นสิ่งดีที่จะให้ครอบครัวของพวกเรารวมเป็นหนึ่งเดียวกัน 

"ค่ะ คุณพ่อ" นัทนันท์ลุกขึ้นและรอให้ผู้ชายที่แสนดีในสายตาของผู้ใหญ่ได้เดินตามเธอ

ระหว่างพาชายหนุ่มไปดูสวนหลังบ้าน เขาดูสุภาพและดูดีจนอดคิดไม่ได้ว่าเป็นสุภาพบุรุษ แต่เมื่อมาถึงบริเวณลับตาคนเท่านั้น เธอก็ถูกเขาผลักชิดกำแพง

"หน้าตาสวยดีนะ หุ่นก็คงจะดีด้วย ถ้าไม่ใส่อะไรเลยก็คงจะดี" ทั้งสายตาแทะโลมและรอยยิ้มร้ายปรากฏบนใบหน้าเนียนนั่น ยิ่งทำให้นัทนันท์อยากจะอ้วกใส่

ครั้งแรกเจอกันก็เสียมารยาทแล้ว ถ้าต้องหายใจร่วมกับคนแบบนี้ เธอขอตายจากโลกนี้ไปเสียดีกว่า

"ฮึ พี่ชายคงชอบผู้หญิงที่ยอมให้ง่ายๆ มาตลอดนะสิ แต่เสียใจด้วย รีบเอามือออกจากแขนฉันเสียก่อนที่จะเจอลูกถีบจากขาสวยๆ ของฉัน" ขายาวๆ ของเธอได้มีประโยชน์ก็ตอนนี้แหละ พอเขาเห็นจึงปล่อยให้เธอเป็นอิสระและยิ้ม

"ไม่ต้องตั้งท่าแบบนั้นก็ได้ เอาไงดีล่ะ จริงๆ ผมก็เบื่อกับการจับคู่ของพ่อกับแม่เต็มทน เธอเองก็เหมือนกันใช่ไหม" เขาถามคำถามที่ทำให้นัทนันท์ต้องยิ้มตาม

การที่นายชวกรมองเธอออกตั้งแต่แรกว่าสถานะของเธอกับครอบครัวไม่ได้ต่างไปจากเขา เขารู้ตัวเองดีว่าเป็นคนไม่ชอบผูกมัดกับใครแต่ทว่าไม่อยากเสียผลประโยชน์และตำแหน่งต่างๆ ที่จะได้มาถ้าเขาแต่งงานมีทายาทให้คนในตระกูลชื่นใจ

"พ่อของผมอยากให้ผมแต่งงานกับนัด ด้วยเหตุผลทางธุรกิจที่เขาตกลงกับพ่อของนัด"

"อืม เห็นแล้วล่ะ" ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพ่อของเธอต้องการอะไร 

คนภายนอกมองดรัณก็มักจะชื่นชมในความสามารถของเขา แต่มีข้อเสียอย่างตรงที่เป็นคนมีความมั่นใจในตัวเองสูงและรักหน้าตามากกว่าชีวิตของตัวเอง ไม่ว่าจะตัดสินใจทำอะไรก็แล้วแต่จะต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขาและครอบครัว การเลือกคู่ครองให้กับลูกสาวเพียงคนเดียวก็เหมือนกัน ถ้าคนที่เขาเลือกให้เป็นครอบครัวที่มีฐานะและได้มีชื่อเสียงก็ยิ่งดี

"แล้วจะเอายังไงต่อ ผมก็ไม่ได้รังเกียจนัดหรอกนะ ในทางกลับกัน ผมรู้สึกชอบด้วยซ้ำ" หันมามองจนนัทนันท์ต้องยิ้มแห้งๆ 

"ฉันมีคนที่รักแล้ว เลิกคาดหวังในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เสียเถอะ" คนที่ผลักเธอติดกำแพงแล้วพูดจาเสียมารยาทตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งแรกยังมีหน้ามาบอกว่าชอบอีก จะพูดยังไงเธอก็ไม่มีทางหลงกลมุขห่วยๆ แบบนี้แน่นอน

"ว้า เล่นไปกับผมก็ไม่ได้" เขาทำท่าทางผิดหวังแบบไม่จริงจัง

"แล้วยังไง ในเมื่อฉันมีคนที่รักแล้ว ยังอยากจะแต่งงานอีกหรือไง"

"แต่งสิ ในเมื่อเธอมีคนรักอยู่แล้วก็จริงแต่คนนั้นคงไม่ใช่คนที่ดีหรือรวยอย่างผมสินะ ไม่อย่างนั้นก็คงได้แต่งกันไปแล้ว ผมพูดถูกไหม"

มีสิ่งหนึ่งที่นัทนันท์ประเมินความสามารถของผู้ชายคนนี้ต่ำไป คือความฉลาดในด้านเอาเปรียบพอๆ กับหน้าตาและฐานะที่ดูดีจนน่าหมั่นไส้

"แล้วมียังไง"

"ในเมื่อครอบครัวของพวกเราฐานะก็ใกล้เคียงกัน เธอก็มีเหตุผลที่ไม่สามารถคบกับคนรักได้แบบเปิดเผย ส่วนผมยังอยากเที่ยวเล่นเหมือนทุกวัน เราสองคนมาร่วมมือกันเถอะ"

"ร่วมมืออะไร ไม่เอาหรอก" ทำไมต้องทำอะไรให้มันยุ่งยากด้วย นัทนันท์คิด ที่สำคัญเธอไม่อยากให้สกาวใจเข้าใจผิด

"อย่าเพิ่งปฏิเสธสิ ถ้าผมได้ตำแหน่งประธานบริษัทมาแล้ว ผมจะหย่ากับนัด โอเคไหม"

"แล้วฉันได้อะไร" พอแต่งงานกับคนที่ไม่ได้เลือกเอง ก็มีแต่เสียกับเสีย

"ได้หลายอย่าง ลองคิดดูอีกทีก็ได้" 

ตั้งแต่วันนั้นนัทนันท์ก็ได้นำกลับไปคิดทบทวนอยู่หลายครั้ง จนในที่สุดตัดสินใจยอมตอบตกลงกับนายชวกรโดยมีข้อแม้ว่า เมื่อแต่งงานแล้วจะไม่มีการแตะเนื้อต้องตัวกันเด็ดขาด และห้ามยุ่งกับชีวิตส่วนตัวของเธอและเธอจะไม่ยุ่งกับความเสเพลของเขา อยากทำอะไรก็ทำไป ขอเพียงแค่ทำตามสัญญาเมื่อไหร่ที่ได้ตำแหน่งประธานบริษัทมาแล้วก็ต้องหย่าทันที

ถึงแม้การตกลงและการแต่งงานต้องดำเนินไปตามสิ่งที่ผู้ใหญ่วางไว้ แต่มีสิ่งเดียวที่เธอไม่กล้าทำคือการบอกความจริงกับสกาวใจ เพราะเธอรู้ว่าคนที่เธอรักเป็นคนคิดมากเพียงใด วันนั้นจึงเป็นวันที่เธอตัดสินใจเปลี่ยนสถานะจากแฟนกลายเป็นเพื่อนอีกครั้งเพื่อให้ครอบครัวของเธอสบายใจ 

"เป็นเพื่อนกันอีกแล้วสินะ" คำพูดนี้ของสกาวใจตอกย้ำให้นัทนันท์รับรู้ถึงความเจ็บปวด แต่ต้องอดทนเพื่ออนาคตของเราทั้งสอง

กลับมายังห้องเช่าราคาถูกกับเตียงแข็งๆ สมกับค่าห้อง หญิงสาวตัวยาวผอมเพรียวกำลังมองเบอร์โทรศัพท์ของคนที่คิดถึงในมือถือราคาแพงของเธอ จะต้องให้ทำยังไงถึงจะได้เจอกันอีกครั้ง

"ขอแค่ได้เจอเท่านั้น" จะข้อตกลงบ้าบออะไรก็แล้วแต่ ถ้าไม่มีสกาวใจอยู่ข้างตัวก็ไม่มีความหมายอะไร



HM06
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 12 ส.ค. 2564, 00:20:37 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 12 ส.ค. 2564, 00:20:37 น.

จำนวนการเข้าชม : 205





<< ปัญหาใครปัญหามัน   เริ่มต้นจากตรงไหนกัน >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account