เสียงปริศนา

Tags: ลึกลับ,ฆาตกรรม,

ตอน: ตอนที่ 1

ย้ายเนื้อเรื่องมาจากเวปเก่าค่ะ ซึ่งของเดิมที่เคยลงไว้นั้น บทที่ห้าจะแยกย่อยเป็นสามตอน ทำให้คนเขียนออกอาการงงปนเอ๋อๆ นิดหน่อย(^^') จึงคิดว่า เพื่อป้องกันความสับสนของตัวผู้เขียนเอง จึงขออนุญาตเรียงตอนซะใหม่ คือ

จากเวปเก่า - บทที่ห้า-ตอนแรก เป็น บทที่ห้า
- บทที่ห้า-ตอนที่สอง เป็น บทที่หก
- บทที่ห้า-ตอนที่สาม เป็น บทที่เจ็ด
- บทที่หก-ตอนแรก เป็น ตอนที่แปด

จึงแจ้งมาเพื่อทราบค่ะ และขออภัยด้วยหากทำให้เกิดความสับสนค่ะ สำหรับตอนใหม่นั้น ขอเวลาสักพักนะคะ แล้วจะนำมาลงให้อ่านกันต่อค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านเรื่องนี้นะคะ (^---^)

***************************************


คุณเคยหูแว่วบ้างไหม เคยได้ยินเสียงแปลกๆ ในยามค่ำคืนเวลาที่อยู่ตามลำพังคนเดียวบ้างหรือเปล่า ถ้าเคย คุณคิดว่าเสียงที่คุณได้ยินนั้นคือเสียงอะไร

นลิน หญิงสาวอายุ 24 ปี ทำงานในบริษัทเล็กๆ แห่งหนึ่ง ทุกวันหลังเลิกงาน นลินจะต้องตรวจนับสินค้าเพื่อทำสรุปรายงานประจำวันให้หัวหน้าแผนก ทำให้นลินกลับบ้านช้ากว่าคนอื่นเสมอ ด้วยเหตุนี้นลินจึงตัดสินใจหาหอพักที่ใกล้กับบริษัท จะได้ประหยัดเวลาในการเดินทาง

นลินใช้เวลาหาหอพักอยู่เกือบสองสัปดาห์ ก็ได้ห้องพักราคาถูกแห่งหนึ่ง ที่ใช้เวลาเดินทางสิบนาทีก็ถึงที่ทำงาน นลินใช้เวลาตัดสินใจไม่นานนัก ก็ขนของย้ายเข้ามาอยู่หอพักแห่งนั้น

คืนแรกในห้องพักใหม่ หลังจากจัดการทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย นลินก็ล้มตัวลงนอนและผล็อยหลับไปในเวลาอันรวดเร็ว จนกระทั่ง

“ชะ ช่วย..ดะ..ด้วย..ช่วย..ด้วย” เสียงแหบพร่าเย็นๆ เหมือนลอยมาจากที่ไกลๆ ดังแว่วเข้ามา แม้จะแผ่วเบาแต่ก็ได้ยินชัดเจนในโสตสัมผัส ปลุกให้นลินสะดุ้งตกใจตื่น

“เอ๊ะ! เสียงอะไร” นลินลุกขึ้นนั่งเหลียวมองไปรอบตัวก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ จึงหันไปมองนาฬิกาแขวนบนผนัง พบว่าเป็นเวลา 03.00 น. นลินยกมือปิดปากหาวหวอดๆ ล้มตัวลงนอนหันหน้าไปทางตู้เสื้อผ้าที่อยู่มุมห้อง แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเงาดำตะคุ่มๆ เงาหนึ่งตรงมุมเสาใกล้กับตู้เสื้อผ้า รีบลุกขึ้นนั่งทันที

แสงจันทร์ที่ส่องลอดม่านหน้าต่างเข้ามา ทำให้มองเห็นภาพภายในได้รางๆ นลินเพ่งตามองไปยังจุดที่เห็นเงาดำเมื่อกี้อีกครั้งก็พบแต่ความว่างเปล่า เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอะไร จึงล้มตัวลงนอนและหลับสนิทจนรุ่งเช้า

เช้าวันใหม่ หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย นลินก็ออกมาจากห้องเพื่อไปทำงาน ขณะที่กำลังลงบันไดก็สวนกับเด็กสาวสองคนที่วิ่งขึ้นมา นลินเบี่ยงกายหลีกทางให้ แต่หนึ่งในนั้นหยุดวิ่งพร้อมกับหันมามองและยิ้มให้

“พี่เพิ่งย้ายมาหรือคะ”

“ค่ะ มาเมื่อวานนี้เอง”

“เหรอคะ หนูชื่อส้มค่ะ ส่วนนี่หญิง พวกเราอยู่ห้อง 302 ค่ะ” เด็กสาวชื่อส้มแนะนำตัวเองอย่างเป็นมิตร

“พี่ชื่อนลิน เรียกพี่ลินก็ได้จ้ะ”

“ค่ะ แล้วพี่ลินพักห้องไหนคะ” หญิงถาม เมื่อได้ยินนลินบอกหมายเลขห้องพัก ส้มกับหญิงก็ทำตาโต

“พี่ลินพักห้อง 404 หรือคะ แล้วเมื่อคืนหลับสนิทดีไหมคะ”

“ทำไมถามแบบนี้ล่ะจ๊ะ มีอะไรหรือเปล่า”

“พอดีว่าห้องนั้น เปลี่ยนคนเช่าบ่อยมาก ส่วนใหญ่จะอยู่กันได้ไม่เกินสามวันก็ต้องย้ายออกไป ได้ยินเขาพูดกันว่านอนไม่ค่อยหลับ พวกเราก็เลยสงสัยว่า เมื่อคืนนี้ พี่ลินนอนหลับสนิทดีไหม”

“นึกว่าเรื่องอะไร พี่นอนหลับสนิทดีจ้ะ”

“ดีจังเลยค่ะ พวกเราก็นึกว่าพี่ลินจะนอนไม่หลับเหมือนคนอื่นๆ แล้วต้องย้ายออกไปอีก เสียดายแย่”

นลินอมยิ้ม รู้สึกถูกชะตากับเด็กสาวทั้งคู่ จึงยืนพูดคุยกันอีกพักใหญ่ ก่อนจะขอตัวไปทำงาน

วันนี้นลินต้องตรวจนับรายการสินค้าเป็นจำนวนมาก กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปสองทุ่มกว่า เมื่อกลับถึงห้องพักและจัดการทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว นลินก็เดินไปเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ

ขณะนั้นเป็นเวลาสี่ทุ่มเศษๆ อากาศยามดึกเย็นสบาย มีลมพัดผ่านมาเป็นระยะ นลินยืนกอดอกมองรถราที่โลดแล่นไปมาอยู่บนท้องถนนอย่างไม่สนใจนัก อดนึกถึงเสียงประหลาดที่ได้ยินเมื่อคืนขึ้นมาไม่ได้

“จะว่าหูแว่ว แต่ก็ไม่น่าเป็นไปได้” นลินถอนหายใจ เดินกลับมาที่เตียง แต่ต้องชะงักนิ่งอยู่กับที่

ตั้งแต่กลับมาจากที่ทำงาน นลินจำได้ว่ายังไม่ได้แตะต้องที่นอนแม้แต่น้อย แต่ทำไมบนที่นอนจึงมีรอยยุบตัวลงไป คล้ายกับมีคนขึ้นไปนั่งอยู่บนนั้นก่อนจะลุกขึ้นออกไปไม่นานนัก เพราะรอยบุ๋มที่ว่าเห็นได้ชัดเจนมาก

นลินเดินมานั่งบนเตียง ใช้มือสัมผัสรอยยุบตัวของที่นอน พบว่ามันทั้งชื้นและเย็นแทนที่จะอุ่นๆ อย่างที่ควรจะเป็น นลินนั่งงงอยู่ครู่ใหญ่ แต่ไม่สามารถหาคำตอบได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าคืออะไร

“คิดมากก็ปวดหัว นอนดีกว่า” นลินเดินไปปิดไฟแล้วกลับมาล้มตัวลงนอน ขณะที่กำลังเคลิ้มๆ

“ชะ..ช่วย..ดะ..ด้วย” เสียงนั่นมาอีกแล้ว นลินลุกขึ้นนั่ง กวาดตามองไปรอบๆ แต่ไม่พบอะไร จึงล้มตัวลงนอนตามเดิม จู่ๆ เสียงก็ดังขึ้นอีก แต่พอนลินลุกขึ้นนั่ง เสียงกลับเงียบหายไป เป็นแบบนี้ตลอดทั้งคืน จนนลินรู้สึกหงุดหงิด เพราะถูกเสียงประหลาดรบกวนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน

วันรุ่งขึ้น นลินโทรไปลางานโดยอ้างว่าไม่สบาย จากนั้นแวะไปหาส้มกับหญิงที่ห้อง เพื่อสอบถามเรื่องของห้อง 404 ที่ตนพักอยู่ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจ เพราะทั้งคู่เพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ได้ไม่กี่เดือน จึงไม่รู้รายละเอียดมากนัก รู้แค่ว่าห้อง 404 เปลี่ยนผู้เช่าบ่อยมาก เฉพาะเดือนนี้ก็เปลี่ยนคนเช่าไปแล้วสี่คน

“เมื่อวานพวกเราบอกพี่ว่า คนที่พักห้อง 404 มักจะนอนไม่ค่อยหลับกัน พอจะรู้สาเหตุไหมจ๊ะว่าทำไม”

“หญิงเคยได้ยินพี่คนก่อนหน้านี้ พูดกับป้าสมร แม่บ้านที่ดูแลหอพักว่า ได้ยินเสียงแปลกๆ ดังอยู่ในห้อง เสียงมันแหบพร่าเย็นๆ แต่จับใจความไม่ได้ พี่เขาก็เลยคืนห้องเพราะไม่กล้าอยู่”

นลินพยักหน้า แสดงว่าคนที่พักห้อง 404 ก่อนหน้านี้ ก็ได้ยินเสียงเหมือนกันแต่จับใจความไม่ได้ ผิดกับเราที่ได้ยินคำว่า “ช่วยด้วย” เต็มสองหู ตกลงแล้วมันยังไงกันแน่ ส้มกับหญิงมองนลินอย่างสงสัย อดถามไม่ได้

“พี่ลินก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ด้วยหรือคะ”

“ไม่แน่ใจเหมือนกันจ้ะ บางทีพี่อาจจะหูแว่วไปเองก็ได้” นลินตอบเลี่ยงๆ ส้มกับหญิงมีสีหน้าสงสัย แต่ไม่อยากซักถามให้มากความ จึงเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน ทั้งสามคนพูดคุยกันอีกพักใหญ่ นลินก็ขอตัวกลับห้อง

หลังออกมาจากห้องของส้มกับหญิง นลินก็ลงไปข้างล่าง ข้ามถนนไปอีกฝั่งเพื่อไปร้านหนังสือ ใช้เวลาเตร็ดเตร่อยู่ในนั้นเกือบสองชั่วโมง ก็ได้หนังสือสารคดีท่องเที่ยวติดมือมาหนึ่งเล่ม จากนั้นแวะร้านอาหารตามสั่งหน้าปากซอย เพื่อหาของกินสำหรับมื้อเที่ยง เมื่อเรียบร้อยแล้ว นลินก็กลับห้อง หยิบหนังสือสารคดีมานั่งอ่านที่โต๊ะ แต่ไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่นัก เพราะครุ่นคิดถึงเรื่องเสียงประหลาดที่ตนได้ยิน

นลินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง อากาศวันนี้ดีจริงๆ เมฆสีขาวก้อนใหญ่กลุ่มหนึ่งกำลังเคลื่อนตัวจากทิศเหนือไปทิศตะวันออกอย่างช้าๆ นลินนั่งมองเมฆกลุ่มนั้นพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยก่อนสะดุ้ง เมื่อน้ำจากฝ้าเพดานหล่นลงมากระทบพื้นโต๊ะดังเปาะ จึงเงยหน้าขึ้นมองข้างบน

ที่ฝ้าเพดานตำแหน่งเดียวกันกับโต๊ะมีน้ำซึมออกมา นลินมองอย่างแปลกใจ จริงอยู่ว่าห้องพักของนลินอยู่ชั้นบนสุดของอาคารหลังนี้ หากฝนตกหนักและน้ำบนหลังคาระบายไม่ทัน การที่น้ำจะไหลย้อนซึมลงมาตามฝ้าเพดานแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ว่า..หลายวันที่ผ่านมานี้ ฝนไม่ได้ตกสักหน่อย แล้วน้ำนั่นมาจากไหน

น้ำจากฝ้าเพดานยังคงหยดลงมาเรื่อยๆ และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เสียงน้ำกระทบโต๊ะดังเปาะแปะ นลินลุกขึ้นจากเก้าอี้ เพื่อจะไปหยิบผ้ากับถังใบเล็กที่อยู่ในห้องน้ำแต่ต้องชะงักกึก เมื่อน้ำที่อยู่บนโต๊ะกำลังเคลื่อนไหวไปมาเหมือนมีชีวิต พวกมันกำลังเรียงกันเป็นตัวอักษร เริ่มจาก ช.ช้าง ตามด้วย ไม้เอก ว.แหวน

นลินมีสีหน้าตกตะลึง มองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง หยดน้ำบนโต๊ะยังคงเรียงเป็นตัวอักษรไปเรื่อยๆ จนกระทั่งจบคำ อ่านได้ว่า “ช่วยด้วย” พลันเสียงกระซิบแผ่วเบาก็ดังขึ้นข้างหู

“ชะ..ช่วย..ดะ..ด้วย”

“…..” นลินผวาเฮือก ใจกระตุกวูบหล่นไปอยู่ที่ปลายเท้า เด้งตัวจากเก้าอี้อย่างตื่นตระหนก แต่ต้องร้องโอ๊ยดังลั่น เมื่อเข่าข้างขวาไปกระแทกกับขอบโต๊ะเสียงดัง

“อูย..เจ็บชะมัด” นลินสูดปากเบาๆ นั่งบนเก้าอี้ตามเดิม แล้วถลกขากางเกงข้างขวาขึ้น ก้มมองหัวเข่าก็เห็นรอยแดงขนาดใหญ่ โหย! บวมเป่งเลย ทำไมถึงได้ซุ่มซ่ามแบบนี้นะ แต่เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อนสิ

นลินเงยหน้าขึ้น เหลียวมองไปรอบๆ พบว่าตัวเองนั่งอยู่บนเก้าอี้ หนังสือสารคดีที่ซื้อมาอ่านวางอยู่บนโต๊ะ จึงชะโงกหน้าเข้าไปดูพร้อมกับใช้มือแตะพื้นโต๊ะอย่างกล้าๆ กลัวๆ พื้นโต๊ะแห้งสนิท ไม่มีร่องรอยของน้ำแม้แต่น้อย เมื่อมองฝ้าเพดานที่อยู่ด้านบนก็ไม่พบสิ่งผิดปกติเช่นกัน

“เฮ้อ! ที่แท้ก็ฝันไปนี่เอง” นลินถอนหายใจอย่างโล่งอก ลุกขึ้นจากเก้าอี้ บิดตัวไล่ความเมื่อยขบไปมาสองสามครั้งก่อนหันไปมองข้างนอก พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าในอีกไม่นาน แสงแดดยามเย็นส่องลอดหน้าต่างเข้ามา กระทบร่างของนลินเกิดเป็นเงาทอดยาวไปด้านหลัง นลินยืนกอดอก มองบรรยากาศยามสนธยาอยู่ครู่หนึ่ง จึงปิดหน้าต่างแล้วเดินออกไปนอกห้อง

คล้อยหลังนลินไม่นาน บนโต๊ะที่วางหนังสือสารคดี มีน้ำซึมขึ้นมาเรียงกันเป็นตัวอักษรมองเห็นเด่นชัด ตัวหนังสือหยดน้ำพลิ้วไหวสั่นระริก พลันเสียงสะอื้นแผ่วเบาก็ดังขึ้น มันดังอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเงียบหายไป พร้อมๆ กับตัวหนังสือหยดน้ำ ที่ซึมกลับเข้าไปในโต๊ะตามเดิมเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

นลินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งตอนสองทุ่ม จากนั้นหยิบชุดนอนออกมาจากตู้ เดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ขณะที่กำลังอาบน้ำจากฝักบัวอย่างสบายอารมณ์อยู่นั้น สายตาเหลือบไปเห็นกระจกเงาบานใหญ่ที่ผนังห้องน้ำ จึงมองอย่างสงสัย เอ..จะว่าไปแล้ว ห้องน้ำของที่นี่มันดูแปลกๆ ชอบกลแฮะ

นลินมองกระจกเงาอย่างครุ่นคิด แต่ก็คิดไม่ออกอยู่ดีว่า ความแปลกที่ว่านั้นคืออะไร จึงปิดน้ำฝักบัว หันไปหยิบผ้าขนหนูที่ราวแขวนมาเช็ดตัวแล้วหยิบชุดนอนมาสวม จากนั้นเดินออกมาจากห้องน้ำเดินไปหยิบหนังสือสารคดีที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา

“เอ๊ะ!” นลินมองหนังสือในมืออย่างแปลกใจ เพราะมันชื้นเหมือนกับถูกน้ำมายังไงยังงั้น แต่โต๊ะก็ไม่ได้เปียกน้ำนี่นา นลินเงยหน้าขึ้นมองฝ้าเพดานก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ นี่มันเรื่องอะไรกัน ไม่เข้าใจจริงๆ พลันภาพความฝันเมื่อตอนบ่ายก็ผุดขึ้นมา หรือว่าเรื่องนี้มันจะเกี่ยวข้องกัน เฮ้ย! เป็นไปไม่ได้หรอก แต่ว่า..ช่างมันเถอะ รีบนอนดีกว่า พรุ่งนี้จะได้ไปทำงานแต่เช้า

นลินวางหนังสือไว้ตามเดิมแล้วเดินไปปิดไฟก่อนกลับมาล้มตัวลงนอนและหลับไปในเวลาอันรวดเร็ว

นาฬิกาแขวนบนผนังบอกเวลา 03.00 น. เสียงนาฬิกาดังตึก ตึก ตึก เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่ามกลางความเงียบสงัดนั้น มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาแผ่วเบา

“ชะ..ช่วย..ดะ..ด้วย”

นลินที่กำลังนอนหลับสบาย รู้สึกตัวตื่นทันทีแต่ไม่กล้าขยับตัว จึงนอนฟังเสียงอยู่เงียบๆ เพื่อจับทิศทางของเสียงว่ามาจากไหน เสียงแหบพร่าเย็นๆ ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง มีเสียงสะอื้นแทรกเข้ามาเป็นระยะ บางครั้งก็ดังแผ่วเบาคล้ายลอยมาจากที่ไกลๆ แต่บางครั้งก็ดังอยู่ข้างหูราวกับเสียงกระซิบ

นลินนอนตัวแข็งทื่อ รู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องอย่างบอกไม่ถูก ถึงจะเป็นคนจิตแข็งก็เถอะ แต่เจอเสียงแบบนี้เข้าไป ก็ทำเอาหวาดผวาได้เหมือนกัน นลินสูดลมหายใจลึกๆ แล้วข่มใจนับหนึ่งถึงร้อยไปเรื่อยๆ เพื่อไล่ความหวาดกลัวที่ก่อตัวขึ้นในจิตใจ แต่ก็ไม่ได้ช่วยทำให้นลินรู้สึกดีขึ้น

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง เสียงอันน่าหวาดผวาก็เงียบหายไป นลินรอจนแน่ใจว่าเสียงหยุดแล้ว จึงลุกขึ้นนั่งเหลียวมองไปรอบตัวแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ คืนนั้นกว่านลินจะข่มตาให้หลับลงได้ก็ปาเข้าไปเกือบสว่าง

วันรุ่งขึ้น นลินตื่นนอนด้วยสีหน้าอิดโรย เนื่องจากนอนไม่พอ แต่ฝืนใจไปทำงาน เพราะไม่อยากหยุดงานติดต่อกันหลายวัน วันนั้นนลินทำงานด้วยอาการเบลอๆ จนเพื่อนๆ อดถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ แต่นลินปฏิเสธไปว่าไม่มีอะไร ทำให้ทุกคนสงสัยเป็นอย่างมาก แต่ไม่มีใครกล้าถามได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ

นลินยังคงได้ยินเสียงแหบพร่าเย็นๆ ดังเป็นประจำทุกคืนจนเริ่มหงุดหงิด เพราะนอนหวาดผวามาหลายคืนแล้ว ครั้นจะให้หาห้องพักใหม่ ก็เสียดายเงินประกันค่าห้องที่จ่ายล่วงหน้าไปแล้วถึงสามเดือน ดังนั้น ถึงจะกลัวแค่ไหนก็ตาม นลินก็กัดฟันยอมทนอยู่ต่อ เพราะคิดว่าแค่เสียงอย่างเดียว ตัวเองคงพอจะทนได้

สัปดาห์ที่สองของการย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ วันนี้นลินเลิกงานเร็วกว่าปกติ จึงรีบกลับหอพัก ตั้งใจไว้ว่าคืนนี้จะเข้านอนเร็วหน่อยเพราะเพลียเหลือเกิน เมื่ออาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว นลินจึงเข้านอนตั้งแต่ยังไม่สองทุ่มและหลับไปในเวลาอันรวดเร็ว

นลินนอนหลับไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกครั้ง เมื่ออากาศในห้องเย็นยะเยือกจนต้องรีบควานหาผ้าห่ม แต่ต้องสะดุ้งเมื่อมือไปโดนอะไรบางอย่างเข้าอย่างจังจึงลุกขึ้นนั่ง

ริมขอบเตียงทางขวามือ หญิงสาวคนหนึ่งในชุดสีขาว นอนคุดคู้ซบหน้ากับที่นอน ผมยาวสีดำเคลียไหล่หล่นมาปรกหน้า หยดน้ำเล็กๆ จากเส้นผมหล่นบนที่นอนซึมเป็นวงกว้าง นลินรู้สึกเย็นวาบไปทั่วร่าง จ้องมองร่างนั้นเขม็ง หญิงสาวคนนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น นลินกระโดดลงจากเตียงวิ่งไปเปิดไฟทันที

บนที่นอนมีแต่ความว่างเปล่า ผู้หญิงคนนั้นหายไปแล้ว นลินคอแห้งผาก ใจเต้นแรงจนกลัวว่ามันจะทะลุออกมาข้างนอก อดหันไปมองนาฬิกาบนผนังไม่ได้ พบว่าเป็นเวลา 03.00 น.

“ชะ..ช่วย..ดะ..ด้วย” เสียงแหบพร่าเย็นๆ ดังขึ้นใกล้ตัว นลินสะดุ้งโหยง ถอยหลังไปชนประตูห้องดังปัง รีบหมุนตัวใช้มือจับลูกบิดประตูแต่เปิดไม่ออก จึงพยายามเปิดประตูอีกครั้งแต่ผลก็ยังเหมือนเดิม

เมื่อเห็นว่าไม่ได้ผล นลินจึงยกมือทุบประตูห้องดังโครมๆ พร้อมตะโกนเสียงดังลั่น

“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ใครก็ได้ ช่วยเปิดประตูให้หน่อยค่ะ!”

จู่ๆ ไฟในห้องก็ดับลง นลินหมุนตัวกลับมาเอาหลังพิงประตู กวาดตามองไปทั่วห้องอย่างระแวง เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นมาตามใบหน้า

“เปาะ..เปาะ..เปาะ” ฝ้าเพดานตำแหน่งเดียวกันกับโต๊ะ เริ่มมีน้ำซึมออกมาก่อนหยดลงบนโต๊ะ เสียงน้ำกระทบพื้นโต๊ะฟังคล้ายเสียงฝนกระทบหลังคาสังกะสีดังก้องกังวานไปทั่วห้อง

นลินกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ มือทั้งสองข้างเย็นเฉียบแต่ชื้นไปด้วยเหงื่อ ไม่เคยเชื่อเรื่องเร้นลับเหนือธรรมชาติมาก่อน แต่เหตุการณ์ที่เกิดกับตนตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ ทำให้ความคิดของนลินเริ่มสั่นคลอน

น้ำจากฝ้าเพดานยังคงหยดลงมาเรื่อยๆ จนพื้นบนโต๊ะเจิ่งนองไปด้วยน้ำ ไหลเอ่อลงสู่พื้นห้องและเพิ่มระดับสูงขึ้นทีละนิด

"แ..อ๊..ด” ประตูห้องน้ำที่ปิดสนิทเปิดออกเองอย่างช้าๆ พร้อมกับมือขาวซีดของใครคนหนึ่งยื่นออกมาจับผนังกำแพงเอาไว้ นลินมองอย่างตื่นตระหนก อยากจะวิ่งหนีออกไปจากที่นี่ แต่ขาเจ้ากรรมไม่ยอมขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย พลันศีรษะที่ปกคลุมด้วยเรือนผมสีดำสนิทก็ค่อยๆ โผล่ออกมาจากห้องน้ำ



นลินอ้าปากค้าง เลือดในกายเย็นเฉียบเหมือนน้ำแข็ง อยากจะเปล่งเสียงร้องออกมา แต่เหมือนกับมีอะไรมาจุกอยู่ที่คอหอย ทำให้พูดอะไรไม่ออก ได้แต่เบิกตาโพลงมองภาพนั้นราวกับถูกสะกด

ในที่สุด หญิงสาวในชุดสีขาวยาวกรอมเท้า ก็ก้าวพ้นประตูห้องน้ำออกมายืนก้มหน้ามองพื้น ผมสีดำยาวเคลียไหล่ที่หล่นมาปรกหน้าเปียกชื้น หยดน้ำเล็กๆ จากเส้นผมหล่นลงบนพื้นห้องดังติ๋ง..ติ๋ง..ติ๋ง

เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองนลิน ใบหน้านั้นซีดเผือด ดวงตาสีดำสนิทดูเลื่อนลอยว่างเปล่า ปากสีเขียวคล้ำจนเกือบม่วงเผยอขึ้นนิดๆ เหมือนจะส่งยิ้มให้ แต่สำหรับนลินแล้ว ภาพตรงหน้าดูหลอนจนยากจะบรรยาย จึงหลับตาลงแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น แต่ต้องตกใจ เมื่อมีอะไรบางอย่างหล่นกระทบหน้า จึงลืมตาขึ้น

“ฮึก!!” นลินสะดุ้งเฮือก เมื่อหญิงสาวที่เห็นเมื่อครู่ เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้แค่เอื้อมมือถึงเท่านั้น ใบหน้าซีดเผือดจ้องนลินเขม็งและอยู่ห่างจากนลินไม่ถึงคืบ น้ำจากเส้นผมที่เปียกชื้นหยดลงบนหน้าของนลินดังเปาะแปะ

“ยะ.อย่า..อย่าเข้ามานะ!!” นลินพูดเสียงสั่น ร่างสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ก่อนจะร้องไห้ออกมา เมื่อใบหน้านั้นโน้มลงต่ำ จ่อริมฝีปากที่เปียกชื้นแนบชิดกับใบหูของนลิน เปล่งเสียงแหบพร่าเย็นๆ ออกมา

“ช่วย..เอา..ฉัน..ออก..ไป..ที”

นลินหวีดร้องออกมาสุดเสียง โลกตรงหน้าแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ หูแว่วเสียงเปรี๊ยะๆ ดังลั่น แล้วสติก็ดับวูบจมดิ่งสู่ความมืดมิด

*************************************************



thongyod
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 10 เม.ย. 2554, 16:27:02 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 10 เม.ย. 2554, 18:39:37 น.

จำนวนการเข้าชม : 1936





   ตอนที่ 2 >>
Siang 11 เม.ย. 2554, 07:59:46 น.
โฮ่ๆๆ ในที่สุดเฮียภพก็ย้ายมาบ้านใหม่ซะที


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account