มนต์เสน่หา
เมื่อโดนบังคับให้หาผู้สืบทอดและดูแลไร่ระเด่น บุษบา สาวน้อย จำใจต้องหาชายผู้นั้นเพื่อให้ก๋งของเธอสบายใจ แล้วฟ้าก็ส่งนายทหารหนุ่มน่ารักมาให้ พร้อมกับความเข้าใจผิดว่าเขาเป็นเกย์ ..
Tags: ทหาร ตบจูบ น่ารัก โรแมนติก

ตอน: คำขอของก๋ง

บทที่ 1
คำขอของก๋ง
“อาหนู เมื่อไหร่ลื้อจะแต่งงานแต่งการเสียที ก๋งรออุ้มหลานอยู่นะ” เสียงของก๋งไชโย ชายชราอายุ 70 ปี ร้องถามหลานสาวที่กำลังช่วยถือสายยางรดน้ำต้นดาหลา ที่ขณะนี้กำลังออกดอกชูช่อระดะ อยู่ในไร่ “ระเด่น”
“ก๋งจ๋า หนูยังไม่มีแฟนแล้วจะมีปัญญา ทำหลานได้ไงล่ะคะ” เสียงสาวตอบเสียงอ้อนก่อนจะกระเถิบเข้าไปใกล้ ๆ แล้วกระซิบข้างหูชายชราเบา “ไอ้เรื่องแบบนี้เขาทำกันเป็นคู่นี่นาก๋งจ๋า” หญิงสาวหัวเราะร่วนก่อนจะเดินแทรกกอดาหลาไปรดน้ำยังจุดอื่น ๆ ไอ้ที่พูดไปเมื่อครู่ไม่โดนก๋ง โขกมะเหงกเอาก็บุญโข “ผู้หญิงอะไรทะลึ่ง” น้องหนู หรือ บุษบา จิระภา . หญิงสาววัย 24 ปีที่ตอนนี้เป็นว่าที่เจ้าของไร่ดาหลา “ระเด่น” ในขณะนี้ บุษบา เธอเป็นนักธุรกิจ สาวที่ประสบความสำเร็จในด้านการส่งออกโดยเฉพาะ การเพาะพันธ์ดอกดาหลาให้มี สีแปลก ๆ ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นความลับสุดยอด คือ นางสาวบุษบา จิระภา ผู้นี้เธอเป็นสาวโสด ยังหาแฟนไม่ได้
“อาหนู มะรืนนี้ก๋งมีหนุ่มมาให้ลื้อดูตัว ลื้ออย่าไปไหนเด็ดขาดเลยนะ” คนฟังตาโต หูผึ่งทันที ใบหน้าหวานนวลหันควับมาจ้องตาผู้เป็นก๋งจริงจัง แต่แล้วก็ต้องกลับเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน
“ก๋งจ๋า อย่าเลย ไปคุยสรรพคุณของหนูไว้ว่ายังไงค่ะ เขาถึงยอมเข้ามาดูตัวกับหนู” หญิงสาวถามพร้อม ๆ กับโอบกอดก๋งที่เธอรักมากที่สุด นับตั้งแต่เด็กก๋งไม่เคยพูดเรื่องของพ่อหรือแม่ให้เธอฟังว่าท่านไปไหน เธอรับทราบแต่เพียงว่า พ่อกับแม่เดินทางไปต่างประเทศแล้วไม่กลับมาอีกเลย นั้นคือคำตอบเดียวที่เธอรู้ แต่สำหรับเธอแล้วไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับก๋งไชโยอีกแล้ว บุษบายิ้มหวาน ๆ ให้ก๋งก่อนจะหลิวตาถามอีกครา “ว่าไงค่ะ ไปบรรยายสรรพคุณน้องหนูให้เขาฟังว่ายังไง”
“อาหนูก็ ก๋งก็หยิบรูปสวย ๆ ของลื้อไปให้เขาดู พอเขาเห็นก็ขอดูตัวเลย อีบอกลื้ออวบดี” บุษบาหัวเราะก๊าก ออกมาดัง ๆ
“ก๋งขา หนูเป็นคนนะค่ะไม่ใช้วัวอเมริกันบรามัน อวบ ๆ ดึง ๆ ถึงจะได้ดี เนื้อเยอะ นมดี” บุษบายิ้มกว้างสุดมุมปาก .. พร้อม ๆ กับทำใจยอมรับเอาว่ะ ลองดูซิว่าคนที่ก๋งจัดมาเนี๊ยะ จะดีสมกับเธอไหม
“ตกลง แต่ว่าถ้าน้องหนูไม่ชอบ ก๋งห้ามบังคับนะคะ” หญิงสาวบอกก่อนจะกอดก๋งอีกที ก่อนจะเดินไปรดน้ำต้นดาหลาของเธอต่อ
และแล้ววันดูตัวก็มาถึง เย็นวันนั้นบุษบาแต่งตัวชนิดที่ว่าดูดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ หญิงสาวมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ ผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียด ดวงตากลมโต ผมหยักศกน้อย ๆ บุษบาหันซ้าย หันขวา ไปมาหน้ากระจก “ก็สวยเหมือนกันนะเรา” บุษบาเลือกใส่ชุดกระโปรงสั้นสีดำ พร้อมเครื่องประดับเล็กน้อย เพื่ออำพรางหุ่นอวบของเธอ .. มันก็ไม่ถึงกับอวบหรอก เอาว่ากำลังสวย สำหรับคนอวบระยะสุดท้ายน่ะ
ร้านอาหารจีนฮกลิ้ม ในห้อง VIP ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายที่นัดดูตัวก็มานั่งล้อมวงกินโต๊ะจีนกัน .. บุษบา นั่งอยู่ข้าง ๆ กับชายหนุ่ม ที่ตัวอ้วนกว่าเธอมาก นายคนนั้นเดินทางมาพร้อมกับพ่อกับแม่
“อาเล้ง ตักหูฉลามให้อาน้องหนูเอาซี” เสียงหญิงกลางคนซึ่งน่าจะเป็นมารดาสั่ง อาเล้งก็ทำตามตักหูฉลามใส่ชามให้บุษบาหนึ่งช้อน ก่อนจะตักหูฉลามใส่ชามตัวอีกอีก สามช้อน บุษบาได้แต่นั่งมองน้ำในชาม .. “แล้วเนื้อไปไหนหมด” พอเหลือบไปเห็นในชามของนายเล้ง ... ก็พบคำตอบดังใจ .. “อยู่ในชามมันนี่เอง” .. หญิงสาวได้แต่ยิ้มแห้งให้อาเล้งที่ตอนนี้ไม่สนใจเธอเลย เอาแต่ตักอาหารเข้าปาก ..
“อาน้องหนูนี้น่ารัก นะอาคุณไชโย ..” เตี่ยของนายเล้งบอก ..
“ช่าย ๆ กระหนุงกระหนิงกัน .. สงสัยจะถูกคอ” .. ก๋งของบุษบาบอก .. แต่ในใจขอบหญิงสาวมันกลับประท้วงหนักว่า “ถูกก้านคอซิไม่ว่า ..”
“นี่นาค่ะ อาคุณไชโย อีฉันเอาวันเดือนปีเกิดของ อาน้องหนู กะอาเล้ง ไปดูดวงมาแล้ว .. อีสองคนสมพงษ์กันยังกะกิ่งทองใบหยกเลย ..” คราวนี้บุษบาแทบจะสำลักพระกระโดดกำแพง ..
มันต้องเป็น “ผีเน่ากะนางฟ้านะซิย่ะ” ถึงจะถูก สุดท้ายบุษบาก็ไม่สามารถที่จะนั่งในห้องต่อไปได้ .. ถ้านั่งอยู่ต่อละก็ หญิงสาวเสียดายของที่กลืนลงท้องไป ของดี ๆ ทั้งนั้น ...
“ก๋งค่ะ .. น้องหนูขอตัวไปห้องน้ำหน่อยนะคะ” หญิงสาวบอกโดยไม่รอฟังคำตอบเธอลุกพรวดออกไปอย่างรวดเร็ว .. พอออกมาหน้าห้อง VIP ได้ บุษบาถอนหายใจเฮือกใหญ่ พร้อม ๆ กับส่ายหน้าไปมา ... หญิงสาวเลือกที่จะเดินไปเรื่อย ๆ ไปตามระเบียงของภัตตาคาร สายลมยามค่ำมันโชยพัดมาต้องผิวน้ำเป็นระริ้วเลื่อมลาย .. สวยงาม แต่แล้วก็เหมือนเทวดาดลใจ . บุษบามองเห็นหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งวางไว้บนโต๊ะ .. เธอจึงตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาอ่าน ... จนกระทั่งมาสะดุดเอากรอบใหญ่ใต้สุด ..
“ไนต์คลับเปิดใหม่ .. พรั่งพร้อมสำหรับสาว ๆ ทั้งหลาย .. ที่เหงาใจ .. เหงากาย .. อยากได้เพื่อนชายมาเชยชม ..” บุษบาอ่านข้อความในกรอบนั้น .. พร้อม ๆ กับมองรูปไปด้วย .. “เดี่ยวนี้มีแบบนี้ด้วยเหรอ .. ผู้ชายจะกลายเป็นของอนุรักษ์ซะแล้วมั้งเนี๊ยะ” บุษบาพูดเบา ๆ ก่อนจะก้มลงมองอีกที คราวนี้ดวงตากลมโต สะดุดกับหมายเลขโทรศัพท์ที่ตัวใหญ่เบ้อเริ่ม .. เลขเบิ้ล สวยซะด้วย .. แต่เธอก็แค่มองผ่าน .. หญิงสาวนั่งอ่านหนังสืออยู่ริมระเบียงริมน้ำของภัตตาคารพักใหญ่ก่อนจะกลับเข้าไปในห้อง VIP อีกครั้ง .. ซึ่งคราวนี้แน่นอนเธอจะตั้งหน้า ตั้งตากิน ...
การดูตัวผ่านล้วงเลยไป โดยที่อาเล้งก็ไร้ซึ่งสัญญาณตอบรับว่าชอบหรือไม่ชอบ ตัวบุษบายิ่งแล้วใหญ่ไม่ต้องพูดถึง มองหน้าก็รู้สึกถูกชะตาเสียแล้ว โดยเฉพาะเรื่องกิน
“ว่าไง อาหนูชอบคนนี้ไหม ..” ก๋งไชโยถามหญิงสาวที่ตอนนี้กำลังสาวพวงมาลัยเพื่อจะออกจากที่จอดรถให้เร็วที่สุด
“ก๋งขา .. ทรงอาเล้งอ่ะ ขุนช้างทรงโทรม พุงงามสมคำที่เขาลือ .. หุ่นแบบนี้น่าเอาไว้เป็นกระบือไถ่นาค่ะ” . บุษบาตอบหนักแน่น และเน้นคำตรง “กระบือ” นี้แหละ
“อาหนู .. ลื้อเป็นผู้หญิงน่ะ .. พูดจาให้สุภาพหน่อยซิ” ..
“โธ่ก๋งขา .. เนี๊ยะเรียบร้อยที่สุดแล้ว .. ก๋งไม่เห็นเรื่องกินอาล้ง อาเล้งอะไรนั้น มันยังตักแต่น้ำหูฉลามให้หนู .. ถ้าหนูเลือกมัน .. มันคงให้หนูกินเปลือกข้าว ตัวมันกินข้าวแน่เลยค่ะ” .. หญิงสาวเถียงขาดใจ .. ยังไงก็ไม่เอา
“โอ๊ย ... อาหนู แล้วเมื่อไหร่ลื้อจะแต่งงาน มีหลานให้อั๊วล่ะ ..” ชายชราชักเริ่มเครียด ก็อาหนูน่ะหลานคนเดียว ขื่นไม่แต่งงาน ตระกูลอั๊ว มีหวังกุดแน่ ๆ ระหว่างทางก๋งไชไย นั่งนิ่งเงียบไปตลอดเวลาไม่พูดอะไรสักคำ จนกระทั้งถึงบ้าน จึงเดินเข้าไปในตัวบ้าน ปล่อยให้บุษบา มองร่างของชายชราอย่างแปลก ๆ “ก๋งเป็นอะไรไป” .. หญิงสาวได้แต่คิดในใจ แต่ก็คิดว่าคงเหนื่อย ...
ด้านก๋งไชโย .. พอกลับขึ้นมาบนห้องอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ก็นั่งลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ โต๊ะไม้ฝั่งมุกพร้อมเก้าอี้เข้าชุด ... ก่อนจะทอดสายตามองออกไปข้างนอกหน้าต่าง แล้วก็นั่งนิ่งหลับตา เหมือนจะใช้สมาธิ ... ในสมาธินั้นก๋งไชโยนึกถึงเทพเจ้าองค์หนึ่ง ... เทพเจ้าจี้กง .. เทพเจ้าที่เจ้าเล่ห์แสนกล แต่ก็เป็นเทพที่มุ่งให้คนเป็นคนดี ... ในที่สุดก๋งไชโยก็นึกแผนออกว่าจะลากอาน้องหนูบุษบา ลงจากคานทองนิเวศน์อย่างไร ...
เช้าวันรุ่งขึ้น บุษบาตื่นแต่เช้าเพื่อจะมารดน้ำต้นดาหลาในไร่ ... แสงตะวันยามเช้าช่างน่าสดชื่นเหลือเกิน แดดอ่อน ๆ ละมุนตา .. แสงสีส้มตกกระทบพื้นน้ำชวนชื่นบาน ...หญิงสาวเดินไปยังล่องถัดไป เพื่อตรวจดูสภาพดอกดาหลา สีชมพูอ่อน และสีแดงสด .. พร้อมกับกำชับให้คนงานรดน้ำให้ถึงโคน .. ระหว่างนั้นหญิงสาวก็พยายามสอดส่ายสายตาหาก๋งไชโย .. แต่ก็ไม่พบ
“น้าลาภ เห็นก๋งไหมค่ะ” หญิงสาวถามนายลาภคนงานเก่าแก่ ในไร่
“ยังไม่เห็น เลยครับคุณน้องหนู” .. พอฟังคำตอบบุษบาก็ยิ้มให้ พร้อม ๆ กับเป็นห่วงเพราะเธอจำได้ว่าตั้งแต่เมื่อคืนที่กลับมา ก๋งไชโยก็เงียบไม่พูดอะไรเลยสักคำ ... หรือก๋งไม่สบาย .. พอคิดได้แบบนี้หญิงสาวก็ยิ่งตรงลิ่วไปที่บ้านไม้หลังใหญ่ .. ก่อนจะวิ่งตรงไปยังของก๋ง ..
“ก๋งจ๋า .. ก๋ง .. ก๋ง .. น้องหนูเข้าไปได้ไหมค่ะ” ... หญิงสาวพยายามเรียกก๋งไชโย แต่ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับ สุดท้ายเธอจึงผลักประตูเข้าไป .. ภายในห้องยังไม่ได้เปิดม่านจึงดูอึมครึม ... ร่างของก๋งไชโยยังนอนอยู่บนเตียง ... หญิงสาวค่อย ๆ เดินไปใกล้
“ก๋งจ๋า .. ก๋ง.. เป็นอะไรหรือเปล่าค่ะ” บุษบาวางมือลงบนหน้าผากของก๋งไชโย และมันก็ทำให้หญิงสาวผงะ ก๋งไชโยตัวร้อน .. คราวนี้บุษบาเขย่าตัวก๋งเบา ๆ ..
“อาหนูเหรอลูก .. ก๋งปวดหัวเหลือเกิน .. ไม่ไหวแล้ว .. ตามหมอยอดชายมาให้ก๋งที ..” ก๋งไชโยทำเสียงแหบพร่า .. มือไม้สั่นเหมือนคนกำลังจะขาดใจ .. แต่ก๋งจะรู้ไหมว่าบุษบานั้นจะใจจะขาดก่อนก๋งอยู่แล้ว .. หญิงสาวรีบกดโทรศัพท์โทรหาคุณหมอทันที .. ให้ขับรถมาเลย ..
“ก๋งขากินยาหน่อยนะคะ ...” บุษบาบอกก่อนจะวิ่งไปหยิบยาลดไข้มาให้ก๋งไชโยกิน .. พอหญิงสาวจะเข้าประคองร่างของก๋ง .. ชายชราก็ปฏิเสธแต่กลับยื่นมือมารับยา ...
“อาหนู .. โทรไปหาทนายเพิ่มยศให้ก๋งที” .. หญิงสาวตกใจทันที
“ทำไมค่ะ ตามคุณอาเพิ่มยศทำไม .” หญิงสาวถามหน้าตาตื่น
“ก๋ง .. ไม่รู้จะรอดไหม .. อยากทำพินัยกรรมไว้” .. ชายชราตอบคราวนี้มีกลับมีอาการ ไอแทรกด้วย .. บุษบาก็เลยตามใจโทรหานายเพิ่มยศทันที
“ก๋งยังแข็งแรงอยู่เลย .. ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ” หญิงสาวบอกพร้อม ๆ กับกุมมือที่เหี่ยวย่นนั้นไว้ก่อนจะยกมาแนบแก้ม แววตากลมโตที่ตอนนี้ทอดมองก๋งไชโย ฉายชัดถึงความกังวล และเป็นห่วงก๋งไชโยยิ่งนัก .. ไม่นานนักทั้งหมอ และนายทนายเพิ่มยศก็เดินทางมาถึง ..
“อาหนูเอ๊ย .. ขอก๋งอยู่กับคุณหมอยอดชาย กับทนายเพิ่มยศ สักพักนะ .. อาหนูออกไปรอข้างนอกก่อน” .. ก๋งไชโยบอก บุษบาก็ว่าง่ายเดินออกไปรอนอกห้อง ...
พอบุษบาปิดประตูปุ๊ป .. อาก๋งก็เปลี่ยนโหมดทันที .. ก๋งไชโยกระดกตัวตวัดผ้าวูบ .. เผยให้เห็นว่าบนเตียงมีกระเป๋าน้ำร้อนอยู่สองใบวางอยู่ ..
“อาหมอยอด .. ถ้าอาน้องหนูถามลื้อ ตอบไปเลยว่าอั๊วเป็นอะไรก็ได้ ที่มันใกล้ตายเต็มที ..” คราวนี้คุณหมอยอดชายยิ่งทำหน้างงเข้าไปใหญ่ ..
“ทำไมละครับ ..” คุณหมอถามกลับ
“เดี่ยวลื้อก็รู้ ..” อาก๋งบอกก่อนจะเดินไปหยิบกระดาษสีขาวออกมาจากลิ้นชัก ส่งให้ทนายเพิ่มยศ ...
“พินัยกรรมหรือครับคุณไชโย” ทนายเพิ่มยศ อ่านข้อความในพินัยกรรมอย่างละเอียดชนิดคำต่อคำ .. แต่ก็ต้องมาสะดุดเอาบรรทัดเกือบสุดท้าย ... “ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของข้าพเจ้าขอยกให้นางสาว บุษบา จิระภา ทันทีที่นางสาวบุษบา จิระภา แต่งงาน หากนางสาวบุษบา จิระภา ไม่สมรสข้าพเจ้าขอยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับการกุศล โดยมีรายชื่อมูลนิธิดังนี้ ........”
“แต่คุณไชโย นี้มันอะไรกันครับ .. ผม . ผม งงไปหมดแล้ว” ทนายเพิ่มยศถึงกับตะกุกตะกักพอเห็นข้อความในพินัยกรรม ...
“ก็ไม่มีอะไรมาก .. อั๊วแค่อยากให้อาน้องหนูแต่งงาน .. ก็เท่านั้น .. อีกอย่างอั๊วรู้ .. ว่าอาน้องหนู .. อีรักไร่ระเด่นหนักหนา .. ไม่มีทางเสียหรอกจะปล่อยให้หลุดมือ .. บวกกับเวลาที่อั๊วบอกอายอดไว้ว่า อั๊วอยู่ได้อีกไม่นาน .. อีต้องแต่งงานแน่ ๆ”
พอคุณหมอยอดชาย และทนายเพิ่มยศ ฟังก็ถึงบ้างอ้อ .. แผนล้ำลึกของคุณก๋งไชโยเล่นมัดมือชกแบบนี้ .. ทั้งสองก็เลยต้องตามน้ำเล่นละครตบตาแม่บุษบาฉากใหญ่ .
ภายในห้องสนทนาทั้งสามวางแผนกันอยู่พักใหญ่ .. ก่อนที่คุณหมอ และทนายจะเดินออกมาจากห้องของก๋งไชโย ... ทั้งสองคนไม่พูดอะไรได้แต่ทำสีหน้านิ่งเรียบ แต่ก็มีวาวความเครียดฉายชัด ..
“อายอด .. ยอดเพิ่ม .. ก๋งเป็นไงบ้างค่ะ” บุษบาถามด้วยความร้อนใจ
“เฮ้อ..” คุณหมอยอดชายถอนหายใจดัง พร้อม ๆ กับส่ายหน้า .. และนั้นก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย
“อาเพิ่ม ..” เมื่อไม่ได้คำตอบจากอายอด .. เป้าหมายคืออาเพิ่ม
“พรุ่งนี้อาจะมาใหม่ .. ตอนนี้น้องหนูก็ดูแลก๋งให้ดีนะ ..อาต้องกลับแล้ว ..” ทหารเพิ่มยศเดินออกจากบ้านทันที เหลือคุณหมอยอดชาย ..
“อายอด ก๋งเป็นอะไร ..” หญิงสาวถาม
“อาต้องเอาเลือดก๋งไปตรวจก่อน ... น้องหนูก็ดูแลก๋งให้ดี ๆ พรุ่งนี้อาจะมาใหม่ .. ส่วนยาอาวางไว้บนโต๊ะแล้ว .. ให้ท่านกินให้ตรงเวลาจำไว้นะ”
“ค่ะอา .. น้องหนูไม่ส่งนะคะ น้องหนูจะไปดูก๋ง” .. พอทั้งสองท่านเดินทางกลับไปแล้ว .. บุษบารีบวิ่งไปดูก๋งไชโยที่นอนอยู่บนเตียง สงบนิ่ง ..
“ก๋งจ๋า .. ก๋งเป็นอะไรค่ะ ..” คราวนี้น้ำตาของหญิงสาวมันคลออยู่ที่หน่วยตา .. หญิงสาวทรุดตัวลงข้างเตียง .. เอามือที่เหี่ยวย่นนั้นมาวางไว้บนหัวของเธอ ... “ถ้าก๋งป่วย .. น้องหนูขอป่วยแทนก๋ง .. ขอให้โรคภัยมันถ่ายทอดมาลงที่ตัวน้องหนูเถอะค่ะ” .. หญิงสาวบอก น้ำตาที่ไหลพราวทำให้ก๋งไชโยที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงถึงกับน้ำตาซึม ... หลานคนนี้กตัญญูยิ่งนัก
“คืนนี้น้องหนู จะมานอนเป็นเพื่อนก๋งนะคะ” ... หญิงสาวบอกก่อนจะห่มผ้าให้อุ่น ๆ พร้อม ๆ กับอ่านวิธีการกินยาที่เขียนไว้หน้าซองยาอย่างละเอียด
ถึงคืนนั้น .. บุษบาจัดการปูเสื่อนอนข้าง ๆ เตียงของก๋งไชโย .. ก่อนนอนหญิงสาวก้มลงสวดบทชินบัญชรถึง 9 จบขอให้ก๋งไชโยของเธอหายป่วย ... พร้อมกับอธิษฐานว่าเธอยอมแลกทุกอย่างขอให้ก๋งของเธอหายป่วย ... ก่อนนอนหญิงสาวยังคลานมาซบอยู่ข้าง ๆ หมอนของก๋งไชโย
“ก๋งจ๋า .. หายป่วยเร็ว ๆ นะคะ .. น้องหนูใจจะขาดอยู่แล้ว .. ขอให้ก๋งหายป่วย .. เอาชีวิตของน้องหนูไปก็ได้” .. บุษบาที่ตอนนี้ซบหน้าลงกับหมอนของก๋ง .. น้ำตาแห่งความห่วงใยรินไหลออกมา สองแก้มนวลยังมีคราบน้ำตาเปื้อน .. “น้องหนูนอนอยู่ข้าง ๆ นะคะก๋ง .. มีอะไรเรียกน้องหนูได้นะคะ” .. หญิงสาวกระซิบที่หูของก๋งไชโยเบา ๆ ก่อนจะปิดไฟแล้วล้มตัวลงนอน ... ในเงามืดน้ำตาของก๋งไชโยก็รินไหลไม่ต่างกัน แต่มิใช้ความน้ำตาแห่งความหวาดหวั่น แต่ตรงข้าม ... เป็นน้ำตาแห่งความปิติที่หลานสาวผู้เป็นเสมือนดวงตา และดวงใจ มีความกตัญญูเหนือสิ่งอื่นใด ..
เช้าวันรุ่งขึ้น .. บุษบาตื่นตั้งแต่ตี 4 ไปเตรียมทำอาหารเช้าเป็นโจ๊กที่กลืนง่าย ๆ ให้กับก๋งไชโย .. พอสายหน่อยเธอก็ไปดูคนงานในไร่รดน้ำดาหลา .. เพราะนี่ก็ใกล้กำหนดตัดดาหลาส่งออกอีกแล้ว .. เพราะฉะนั้นการดูแลดอกจึงเป็นสิ่งสำคัญ ... และที่สำคัญเย็นนี้ไร่ระเด่น .. ต้องไปออกงานแสดงสินค้าที่กรุงเทพ บุษบาจึงสั่งให้คนงานตัดดอกมาเตรียมไว้ พร้อม ๆ กับหน่อของดาหลาพันธ์ต่าง ๆ พอแปดโมง .. ทนายเพิ่มยศ .. คุณหมอยอดชายก็เดินทางมาถึง ... คราวนี้ก๋งไชโยยอมออกมานั่งที่โต๊ะตัวใหญ่กลางห้องโถงรับแขก โดยมีบุษบา และนายลาภคนงานเก่าแก่ร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย
พอทั้งหมดอยู่กันพร้อม .. ก๋งไชโยพยักหน้าให้คุณหมอยอดชายเป็นคนเริ่มก่อน ..
“เมื่อวานผมได้เจอะเลือด .. นำผลไปตรวจ ผลแล็ปออกมาแล้ว ..” คุณหมอทำหน้าเครียดก้มหน้าต่ำ เม้มริมฝีบางจนเป็นเส้นตรง “คุณไชโยป่วย .. เป็นโรคแล็ปโตเซเลเบลัม ออฟซิส .. ท่านอาจจะอยู่กับเราอีกประมาณ 3 เดือน” ... พอคุณหมอพูดจบ ..บุษบาที่นั่งฟังอยู่ ถึงไม่รู้ว่ามันคือโรคอะไร แต่ที่เธอรู้คือ .. ท่านจะอยู่กับเราอีกแค่ 3 เดือน หญิงสาวหัวใจแทบจะแตกสลาย ..
“รักษาไม่ได้หรือค่ะ .. คุณอา” หญิงสาวถาม .. แต่ก็ไม่มีคำตอบ คุณหมอยอดชายได้แต่ส่ายหน้า ..
“ความหวังสักนิดก็ไม่มีงั้นหรือค่ะ” .. หญิงสาวยังยันคำถามเดิม
“น้องหนูต้องทำใจแล้วนะครับ” .. บุษบาถึงกลับหน้านิ่ง .. สีหน้าและแววตาหวาดหวั่นระคนกังวลยิ่ง
“เรื่องของผมคงมีเพียงเท่านี้” คุณหมอยอดชายบอกกับทุกคนเพื่อเปิดโอกาสให้ทนายเพิ่มยศพูดต่อ ..
“สำหรับผม .. คุณไชโยได้ทำพินัยกรรมไว้โดยลงลายมือ และวันที่ ไว้อย่างชัดเจน .. โดยมีเนื้อหาดังนี้ ... ทนายเพิ่มยศอ่านข้อความไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง “ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของข้าพเจ้าขอยกให้นางสาว บุษบา จิระภา ทันทีที่นางสาวบุษบา จิระภา แต่งงาน หากนางสาวบุษบา จิระภา ไม่สมรสข้าพเจ้าขอยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับการกุศล โดยมีรายชื่อมูลนิธิดังนี้ ........”
“อะไรกันค่ะ .. ถึงกับต้องยกให้คนอื่นเลยเหรอ ..” พอฟังจบบุษบาที่นั่งอยู่ก็เถียงทะลุกล้องปล้องทันที
“คุณไชโยท่านระบุไว้แบบนี้ครับ” .. คราวนี้บุษบาถึงกับเครียดหนักกว่าเก่าอีกร้อยเท่าพันทวี ... เธอไม่มีทางให้ไร่ระเด่น ตกไปอยู่ในมือของคนอื่นเด็ดขาด ... แต่ว่าเธอจะทำยังไงล่ะ .. ก๋งก็จะอยู่กับเธออีกแค่ 3 เดือนเท่านั้น ... แล้วจะรักษาไร่ระเด่นนี้ไว้ได้ยังไง .. ไหนจะต้องสูญเสียคนที่รักยิ่งแล้ว ... ยังต้องเสียไร่ระเด่นอีกเช่นนั้นหรือ
“ไม่ได้ .. ไร่ระเด่น คือ หยดเหงื่อของก๋งไชโย .. เป็นทุกอย่างของก๋งไชโย น้องหนูปล่อยให้ไร่นี้หลุดมือไม่ได้” .. เธอต้องแต่งงาน ... แต่ว่าการแต่งงาน มันต้องมีผู้หญิง และผู้ชายนี้นา ... แล้วผู้ชายล่ะ จะหาจากที่ไหน ..



มาลัยห่วงรัก
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 17 ต.ค. 2554, 19:58:01 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 17 ต.ค. 2554, 19:58:11 น.

จำนวนการเข้าชม : 1936





   ทางออกของคนไร้แฟน >>
วรรณ 17 ต.ค. 2554, 21:09:50 น.
ยินดีต้อนรับสู่เว็บเลิฟค่ะ
เรื่องนี้น่าจะป็นเรื่องแรกที่แต่งใช่ไหมเอ่ย
เคยนำผลงานเสนอสำนักพิมพ์หรือยังคะ เอาใจช่วย และ เป็นกำลังใจให้นะคะ


mix 18 ต.ค. 2554, 17:09:54 น.
ห่วงรักจ้าหายไปนานเลยนะจ๊ะ เปลี่ยนบ้านใหม่แล้วยินดีด้วยค่ะติดตามอ่านต่อจ้า คิดถึงมากมาย


มาลัยห่วงรัก 18 ต.ค. 2554, 19:53:10 น.
สวัสดีค่ะคุณวรรณ และคุณMIX ห่วงรักก็ยังอยู่บ้านมธุรดานั้นล่ะคะ ก็มีโพสบ้าง ลองย้ายบ้านบ้างดีใจนะคะที่ได้เจอคนที่อ่านผลงานของห่วงรัก .. ติดตามกันไปตลอดนะคะ ขอบคุณค่ะ

ตอบคุณวรรณค่ะ เวปเลิฟ เป็นเวปที่สองค่ะที่นำเรื่องมนต์เสน่หามาลงให้ เป็นเรื่องที่สองด้วย ถ้าเป็นเรื่องแรก คือมนต์มาลัย ร่ายรัก เป็นรุ่นพ่อกับแม่ของพระเอกค่ะ ส่วนนิยายห่วงรักไ่ม่เคยส่งสำนักพิมพ์เลยค่ะ หวังไว้น่าจะมีใครเห็นบ้าง .. เพี๊ยง .. ขอบคุณนะคะ


jink 20 ต.ค. 2554, 14:52:50 น.
มาตามอ่านที่นี่อีกคน อิอิ คิดถึงคุณห่วงรักจังเลย


มาลัยห่วงรัก 23 ต.ค. 2554, 20:55:26 น.
ขอบคุณนะคะคุณ Jink ... มาติดตามกันต่อเลยนะคะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account