เลือดรักทระนง
เด็กหญิงคนหนึ่งซ฿งถือกำเนิดมาจากโจร ปล้นฆ่า และเลือดอีกส่วนมาจากแม่ที่ไม่ยอมรับในความเป้นลูกของเธอ กระถินยังยืนหยัดที่จะอยู่อย่างทระนงในศักดิ์ศรีและค่าแห่งความเป้นคน ด้วยความรัก และซื่อสัตย์ต่อผู้มีพระคุณ
Tags: ศักดิ์ศรี คือสิ่งที่ต้องรักษา

ตอน: รู้เดียงสาเกินไป



หนุ่มน้อยวัยสิบเจ็ดปี ยืนเอามือไพล่หลัง แหงนเงยมองไปโดยรอบวังนารายณ์อย่างจะให้ประทับใจอยู่ในความทรงจำ จากนี้อีกไม่กี่วันเขามีกำหนดเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศหลังจากจบมัธยมศึกษาตอนต้นแล้ว
กระถินนั่งทำการบ้านอยู่บนเรือนโดยมีแม่นิ่มคอยสอนให้ แต่วิชาบางวิชานั้นแม่นิ่มไม่เคยเรียนมาก่อน จึงเดือดร้อนคนบนตึก
กระถินเลือกที่จะถือสมุดหนังสือไปหาสร้อยสนซึ่งเรียนสูงชั้นมากกว่า ขณะดินมาที่ตึก กระถินผ่านพุดกรอง เธอค้อมหลังเรียกหา
“คุณแม่กำลังจะไปไหนคะ”
“แกอย่ามาเรียกฉันอย่างนี้นะนังกระถิน ฉันไม่ใช่แม่ของแก แกมันเป็นลูกโจร ลูกไอ้เสือกาจ”
กระถินยืนกระพริบตาปริบ จ้องเขม็งไปที่พุดกรองอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของอีกฝ่าย ด้วยยามเกิดเรื่องนั้นกระถินลืมไปเสียหมดด้วยการเพาะบ่มนิสัยใหม่จากแม่นิ่ม ซึ่งมีแต่ความรัก และสอนในสิ่งดีงามให้จดจำ ความร้ายจึงถูกกลบลบเลือนไปหมด แต่เวลานี้ หญิงที่แม่นิ่มบอกว่าเป็นมารดาของเธอกลับมีทีท่ารังเกียจและคำพูดเราะร้ายอย่างที่สุด
“ว่าแล้วยังมาจ้องอีก รู้เอาไว้ว่าคุณพี่บังคับฉันให้รับแกเป็นลูก ฉันไม่ใช่แม่แก”
วาจาตอกย้ำเหมือนนำเหล็กแหลมมาทิ่มแทงใจเด็กหญิงให้แหลกสลายคามือ กระถินก้าวเดินไม่ออก กำสมุดแน่น
เสียงทุ้มอย่างคนแตกเนื้อหนุ่มไม่นานดังมาจากเบื้องหลังพุดกรอง ทักทายกระถิน
“กระถินหรือนั่น”
พุดกรองเหลียวขวับไปมองลูกเลี้ยง รามเติบโตเป็นหนุ่มรูปงามยิ่งนัก นางเองมองลูกเลี้ยงด้วยความหวังว่าวันหนึ่งข้างหน้าจะหมายมั่นปั้นมือให้สร้อยสนได้มีวาสนาเป็นคุณผู้หญิงของบ้านนี้
พุดกรองทักทายรามอย่างอ่อนหวาน แม้ทุกครั้งจะได้รับการตอบรับมาอย่างเย็นชาก็ตาม นางถือว่า แค้นสิบปี ยี่สิบปีไม่มีวันสาย นางเป็นนักวางแผนอยู่แล้ว ทนอุ้มท้องกระถินเก้าเดือนเพื่อให้ได้หนีจากเสือกาจ และนางก็ทำจนสำเร็จ...สำเร็จทุกครั้ง แล้วเหตุใดเรื่องที่นางหมายมั่นในรามและสร้อยสนได้แต่งงานกันในภายหน้าจะไม่เป็นจริงตามหวัง
“อ้อคุณราม ลงมาเดินเล่นหรือคะ”
กระถินค่อยขยับกายเลื่อนตัวเองเดินค้อมหลังผ่านคนที่ปฏิเสธการเป็นแม่ของเธอ
“กำลังไปไหนกระถิน”
“กระถินทำการบ้านไม่ได้ เอ่อจะให้พี่..พี่รามช่วยกระถินหน่อยสิ”
“ได้ มาสิ นั่งที่โคนต้นราชพฤกษ์นั่นนะ”
“ชอบนั่งที่เดียวกับคุณลุงเลยค่ะ คุณลุงมีที่นั่งสองที่”กระถินอวดรู้เพราะเห็นคุณพระนั่งเป็นประจำ และเธอยังถูกเรียกเข้าไปให้คุยอยู่บ่อยๆ
“ไม่นั่งที่โคนต้นไม้นี้ ก็นั่งที่ศาลาลม กระถินไปกินน้ำชากับท่านด้วย”
พุดกรองแสลงหูต่อสรรพนามที่กระถินเอ่ยเรียกรามอย่างสนิทสนม และคุณพระอนุญาตให้อีกฝ่ายเรียกท่านว่าลุงอย่างสนิทปาก ในบ้านนี้จึงมีกระถินเป็นนายอีกคน
หญิงผู้มีความชิงชังในสายเลือดตัวเองเขม้นมองตามหลังหนุ่มรุ่นกับเด็กหญิงซึ่งยิ่งเติบโตยิ่งมีความคมคายสวยมาก หน้าเหมือนพ่อไม่มีผิดจึงทำให้พุดกรองจงเกลียดจงชัง
หน้าคมสวยเหมือนเสือกาจ แต่ผิว ยังมาสวยเหมือนพุดกรอง กระถินเลือกเอาแต่ส่วนดีในเลือดมาเป็นของตัวเอง พุดกรองเทียบกับสร้อยสน แม้สวย แต่ยังไม่สะดุดตาเท่าลูกชัง นางเดินจากไปทางอื่น เมื่อไม่ได้รับคำตอบจากราม ซึ่งเขายังคงเหมือนเดิม คือไม่เห็นนางอยู่ในสายตา
รามนั่งตรงกันข้ามกับกระถิน เขาสอนวิชาเลขให้อีกฝ่ายอย่างใจเย็น กระถินเป็นคนฉลาดสอนครั้งเดียวเธอจดจำแม่นยำ เด็กหนุ่มมองอีกฝ่ายอย่างเห็นใจที่พุดกรองไม่รับอีกฝ่ายเป็นลูก แต่เด็กหญิงไม่เอ่ยวาจาอะไรฟ้องหรือถามเขาเลยสักคำว่าพุดกรองใช่แม่หรือไม่
…กระถินใจแข็งมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
“กระถิน อย่าน้อยใจเลยนะที่พุดกรองไม่ยอมรับว่าเขาเป็นแม่ของกระถิน เพราะความจริงคือความจริง กระถินเป็นลูกสาวของเขา”
แรงกดดินสอทำให้ปล่อยแหลมหัก เพราะอารมณ์กดดันจากภายใน รามไม่ให้เธอน้อยใจที่แม่ไม่ยอมรับ เธอไม่อยากคิด แต่อดไม่ได้จึงลงแรงกับดินสออย่างกลั้นไม่ไหว จากนั้น เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นจากการเขียน ไม่พูดว่าอะไร ก่อนยกดินสอดูแล้วบ่น
“ดินสอเปาะจังเลย พี่รามเหลาให้หน่อยสิ”
“เอ้า นี่ยังไง เธอมาใช้พี่เสียแล้ว”
“พี่จันทร์ไม่อยู่นี่คะ พี่รามก็ต้องเหลาให้กระถินสิ”เธอเกี่ยงพร้อมยื่นมีดเหลาดินสอไม้เนื้อแข็งแต่ไส้เปาะให้รามเหลาให้ เด็กหนุ่ม จึงรับไปเหลาจนเรียบร้อยแล้วดึงผมเปียยาวของอีกฝ่าย
สร้อยสนเดินมาที่ทั้งสองนั่งอยู่ กระถินรีบกวักมือเรียก
“พี่สร้อยมานี่เร็ว พี่รามสอนหนังสือเก่ง พี่สร้อยทำการบ้านไม่ค่อยได้โดนตีบ่อยมาให้พี่รามช่วยสอนเร็ว”
“เอ๊ะ เรื่องอะไรมายกหน้าที่ให้พี่กระถิน พี่จะไปทางอื่นแล้ว”
กระถินรีบฉุดมือราม เขาดึงกลับ เด็กหญิงจึงใช้เท้ายันกับโต๊ะ ออกแรงยุดไว้จนหน้าแดง รามดุอีกฝ่าย ก่อนนั่งลงทีเดิม
“กิริยาดูได้ที่ไหน”
“พี่รามก็สอนพี่สร้อยหน่อยสิ กระถินสงสารพี่สร้อยนี่โดนตีร้องไห้ทุกวัน”
รามถอนใจยาว ไม่ว่าเมื่อไหร่เขาไม่เคยให้สร้อยสนได้เข้าใกล้ เขาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างชัดเจน แต่เวลานี้คำพูดของกระถิน ซึ่งแสดงถึงน้ำใจอันดีทำให้เด็กหนุ่มต้องยอม และอีกอย่างถ้าไม่ยอม กระถินคงยอมลงทุนให้เขาลากโดยที่เธอไม่มีทางปล่อยมือเด็ดขาด
เขารู้ว่ากระถินชอบเอาชนะ และชนะด้วยหลากหลายวิธี เขาเองยังพาลพี่เลี้ยงบ่อยๆว่า ตามใจกระถินจนเสียเด็ก แม่นมและจันทร์ต่างเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า
“ตอนอ้อนเธอน่ารักนี่คะ และไม่อยากเห็นตอนดื้อด้วย ใจเด็ดจริงๆนั่งตากฝนค่อนคืน ไม่ยอมเข้าบ้าน ยืนกอดต้นไม้แน่นเลย แค่เรื่องทำโทษที่ไม่ยอมลงให้คุณผู้หญิง”
“ตอนนี้กระถินยอมแล้วหรือ”
“ค่ะยอมแต่กว่าจะยอมได้เอาเรื่องทีเดียวงอนไม่เข้าบ้านอย่างที่บอกคุณรามนั่นล่ะ เรื่องเอาชนะคนต้องยกให้เป็นที่หนึ่งเลยค่ะ”
ใช่ กระถินพูดจนรามใจอ่อน...สร้อยสนโดนครูตีเพราะทำการบ้านไม่ได้ ทำไมพุดกรองไม่ดูแลเลย เอาเวลาไปไหนหมดนะ!!
สร้อยสนมองหน้ารามหยั่งเชิง เมื่อเขาพยักหน้าให้ สร้อยสนรีบวิ่งกลับไปบนห้องหยิบการบ้านมาให้อีกฝ่ายได้สอนด้วยความดีใจล้นพ้นทีเดียว
ระหว่างที่รามสอนการบ้านสองพี่น้องอยู่นั้นคุณพระศานต์เดินลงมาเที่ยวดู ท่านมองหาพุดกรองแต่อีกฝ่ายไม่อยู่ ท่านจึงนั่งดูเด็กๆทำการบ้าน แต่ท่านเอ็นดูกระถินเป็นพิเศษเพราะอีกฝ่าย ฉลาด ช่างเจรจา ไม่เหมือนสร้อยสนพี่สาวที่ดูซื่อจนเกือบเรียกว่าเซ่อเอาทีเดียว
“อย่างนี้ต้องหาคนมาสอนพิเศษให้สร้อยแล้วละ เรียนไม่ทันเจ้าซนมันเสียแล้ว”
“พี่รามจะไปเรียนต่อแล้วหรือคะ”สร้อยสนเอ่ยถาม รามไม่อยากตอบเลย แต่เขาจำใจต้องพูดกับอีกฝ่าย
“ใช่ ไปหลายปีทีเดียว กลับมาพวกเธอคงเรียนจบกันแล้วกระมังถ้าไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัย กระถินละ เรียนให้สูงสิ เรียนจุฬาฯก็ได้”
“กระถินจะไปทำงานให้คุณลุง จะช่วยคุณลุงทุกอย่างเลยเจ้าค่ะจะทำบัญชีจับคนโกงให้คุณลุง”
พระศานต์พอใจต่อความฉลาดเฉลียวของกระถิน ซึ่งเด็กหญิงยังจดจำอย่างไม่ลืม ท่านลูบศีรษะอีกฝ่ายอย่างเอื้อเอ็นดู
ในคืนนั้นพระศานต์พูดถึงเรืองคนสอนพิเศษให้แก่สร้อยสน เพราะอีกฝ่ายเรียนอ่อนมาก พุดกรองจึงคิดใช้ให้นิธิมาสอนเพราะเห็นอีกฝ่ายอยู่อย่างไม่ได้ทำงานอะไรเพิ่ม นอกจากเรียนและกลับมาดูแลบ้านเท่านั้น ประการหนึ่งเธอต้องการให้เด็กหนุ่มไกลตาเพื่อว่าเธอและทนายทดจะมีโอกาสตักตวงความสุขกันมากขึ้นกว่าเดิม
ในที่สุดวันลาจากของรามก็มาถึง รามแต่งกายดีแม่นิ่มซับน้ำตาด้วยความอาลัย พุดกรองดีใจจนเนื้อเต้น เมื่อขวากหนามชิ้นใหญ่จากไปหลายปี ต่อไปนี้นางจะได้ทำการอย่างไม่มีหูตาคอยมองไปอีกคู่
ดังนั้นนิธิจึงได้เข้ามาฝากตัวกับพระศานต์ เพื่อสอนการบ้านให้กับสร้อยสนต่อไป
รามไปแล้ว นิธิได้ทำหน้าที่สอนการบ้านให้กับสร้อยสน บางวันหากกระถินทำการบ้านได้ เธอจะไม่มา แต่สร้อยสนเรียนช้า ดังนั้นนิธิจึงต้องมาสอนการบ้านให้เกือบทุกวัน
เด็กหนุ่มพยายามทำหน้าของตนให้ดีที่สุด จนเวลาผ่านไปหลายปี
จากเด็กจึงเติบโตเป็นสาว การเรียนสูงขึ้นตามลำดับ
กระถินเป็นสาวสวยคมรูปร่างได้สัดส่วนสวย เป็นคนฉลาด หลักแหลม และยังมีท่าทีเอาเรื่องซ่อนอยู่เสมอ คุณพระมักเรียกหาใช้เป็นประจำและว่ากล่าวอีกฝ่ายว่า คมในฝัก คุณพระเรียกหาให้อยู่ใกล้เสมอ ส่วนนี้พุดกรองไม่พอใจ คอยดูว่าคุณพระเรียกกระถินเข้ามาใกล้ทำไม และในที่สุดนางจึงได้รู้ว่า คุณพระเรียกใช่เรื่องส่วนตัว บางทีให้บีบนวด บางทีให้อ่านหนังสือให้ฟัง
ส่วนสร้อยสนมีความสวยหวานเรียบร้อยและดูสงบเสงี่ยม แต่จันทร์เก็บงำไปนินทาให้แม่นิ่มฟังว่า
คุณสร้อยสนิมกินใน แม่นมอึงไม่ให้พูดดังไป แต่จันทร์สังเกตมาตลอดว่า สร้อยสนมองนิธิอย่างที่น่าเป็นกังวลแทน
จันทร์มักแอบมามองการสอนหนังสือของนิธิในวันที่กระถินไม่ได้มาทำการบ้าน เนื่องจากนายคนเก่งของเธอทำการบ้านเองได้ และยิ่งโตเป็นสาวกระถินไม่มาเป็นนักเรียนพิเศษอีกเลย
เมื่อสร้อยสนอยู่ตามลำพังกับนิธิ จันทร์เห็นว่า ฝ่ายชายระมัดระวังตัว แต่ฝ่ายหญิงกลับเป็นฝ่ายปล่อยตัวด้วยการแตะมือ จับมือฝ่ายชายเสียเอง จันทร์จึงได้แต่ถอนใจ
หากจันทร์ไม่รู้เลยว่า สร้อยสนเคยเห็นพุดกรองและทนายทดเสพสุขอยู่ด้วยกัน ภาพนั้นทำให้สร้อยสนติดตา และฝังใจจำ จนทำให้สร้อยสน รู้เดียงสาเกินวัย...!

วันหนึ่งคุณพระรู้สึกเจ็บหน้าอกมาก พุดกรองจึงโทรตามนายแพทย์ประจำตระกูลมา
“เจ้าซนอยู่ไหนพุดกรอง ไปตามเจ้าซนมาให้ฉันที”
พุดกรองไม่พอใจเป็นอย่างมาก ที่คุณพระรักใคร่เอ็นดูกระถินมากยิ่งกว่าสร้อยสนมาตั้งแต่เด็กจนโต ยิ่งนับวันกระถินยิ่งเป็นคนสนิทของคุณพระมาก
แต่วันนี้ท่านป่วยนาง จึงแย้งออกมาว่า
“คุณพี่เจ้าขา ดิฉันได้ดูแลคุณพี่อยู่ที่นี่แล้ว แม่สร้อยก็อยู่ทั้งคน จะตามเด็กนั่นมาทำไมเจ้าคะ”
“ให้เรียกก็เรียกมาเถอะ”คุณพระสั่งด้วยสีหน้าซีดเซียว สร้อยสนรีบทำตามคำสั่งแต่ไม่วายโดนมารดามองค้อนตามหลัง
สร้อยสนวิ่งไปที่เรือนริมน้ำ เวลานั้นกระถินนั่งอ่านหนังสืออยู่อย่างคนใฝ่รู้ เธอเหลือบเห็นพี่สาวจึงยิ้มให้ และทักทาย
“มีอะไรหรือพี่สร้อยหน้าซีดเชียว”
“คุณลุงท่านไม่สบายมาก ท่านเรียกหากระถิน”
“แย่แล้ว” กระถินทิ้งหนังสือในมือ วิ่งนำหน้าพี่สาวไปลิ่ว ขณะวิ่งยังหันมาถามพี่สาวไปพลาง
“ตามคุณลุงหมอมาหรือยัง”
“คุณแม่ให้ตามมาแล้ว คุณแม่ก็อยู่นะกระถิน” สร้อยสนบอกน้องสาว เพื่อให้ระวังตัวไว้ เพราะเด็กสาวรู้ว่า แม่ไม่รับน้องสาวคนนี้ ทั้งยังแสดงความรังเกียจอย่างออกหน้าออกตา
กระถินไม่นำพาเรื่องพุดกรอง เพราะโดนรังเกียจจนชาชิน
เมื่อกระถินเข้าไปถึง สิ่งแรกที่เด็กสาวถูกกระทำเป็นประจำคือ สายตาคมดุของพุดกรองตวัดเข้าใส่ราวคมมีดกรีดใจทุกครั้ง กระถินเดินค้อมหลังไปที่เตียงนอนคุณพระ ทรุดกายลงนั่งคุกเข่า
“คุณลุง ป่วยมากเลยนะคะ ดูหน้าเขียวเลย”
“ฉันเจ็บหน้าอก สงสัยโรคหัวใจกำเริบ กลับจากโรงเรียนนานแล้วหรือ”
“เอ่อเจ้าค่ะ”
“ตอนหลังกลับมาแล้วก็แวะมาหาลุงก่อนนะเจ้าซน”
พุดกรองหูผึ่งอย่างไม่อยากเชื่อว่าคุณพระจะมีคำสั่งนี้ออกมา นางอยากได้ยินกระถินถามว่า ให้มาทำไม แต่นางผิดหวังเพราะกระถินไม่มีคำถามออกมานอกจากรับคำสั่ง
เวลาต่อมาหลวงแพทย์ได้มาถึง หลวงแพทย์เป็นชายร่างท้วมท่าทางใจดี
ท่านรับไหว้จากพุดกรอง เด็กสาวสองคน และท่านทักกระถินอย่างคุ้นเคย
“โตเป็นสาวเร็วเชียวนะกระถิน”
“คุณลุงหมอดูคุณลุงก่อนค่ะ”
“เอ๊ะ เจ้าคนนี้ สั่งหมอได้ไง”
“กระถินห่วงคุณลุงนี่เจ้าคะ”
คุณพระหัวเราะทั้งที่เจ็บแปลาบในอก
“มันยอมละปากให้ใครได้ ฉันนับถือคนนั้นเลยหลวงแพทย์”
พุดกรองต้องใช้ความอดทนอย่างมากกับการฟังชายสองคนพูดข้ามหัวด้วยความเอ็นดูกระถิน เธออยากให้วังนี้ตกเป็นของเธอโดยเร็วเหลือเกิน เธออยากเฉดหัวกระถิน และทุกคนที่เธอเกลียดชังออกไปเสียให้หมด
แต่ยังก่อน...การทำอะไรผลีผลามไม่เป็นผลดีต่อกฎหมาย เธอทราบจากทนายทดว่าคุณพระยังไม่ทำพินัยกรรม ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น สมบัติทุกชิ้นต้องเป็นของราม และถ้าเป็นเช่นนั้นเธอเองต่างหากที่จะเป็นฝ่ายถูกเฉดหัวออกไปจากวังนารายณ์
หลวงแพทย์กลับลงมาพร้อมกับกระถินได้รับคำสั่งให้ลงมาส่ง สร้อยสนตามลงมา เหลือแต่พุดกรองดูแลปรนนิบัติคุณพระ
เวลาเดียวกันนั้นนิธิ เด็กหนุ่มแต่งกายเรียบร้อยเดินมาที่หน้าตึก เขายกมือไหว้หลวงแพทย์ ซึ่งหยุดรับไหวพลางถาม
“เป็นใครกันหรือพ่อหนุ่ม”
“เอ่อผมสอนพิเศษให้คุณสร้อยขอรับคุณหลวง”
“รู้จักฉันด้วยหรือ”
“เอ่อขอรับ”
“รู้จักที่ไหนกันละ แต่ฉันเพิ่งเคยเห็นเธอที่นี่นะ ชื่ออะไร”
“นิธิขอรับ คือกระผมอยากเรียนหมอขอรับจึงไปที่มหาวิทยาลัย และได้พบรุ่นพี่บอกว่าท่านเป็นอาจารย์หมอที่นั่นขอรับ”
“อืม ตั้งใจเรียนให้ดีล่ะ ท่าทางเอาดีได้นี่เรา เอาล่ะฉันไปก่อนนะ ไปล่ะกระถิน ดูแลคุณพระให้ดีด้วย อาการไม่ค่อยน่าไว้ใจเท่าไหร่”
“แล้วทำไมไม่บอกแต่แรกเจ้าคะคุณลุงหมอ”
“จะให้ฉันพูดต่อหน้าคนไข้ได้ยังเล่าเจ้าคนนี้ พูดไปอาการทรุดหนัก แกก็จะว่าฉันเป็นหมอไม่ได้ความละสิ”หลวงแพทย์เย้าอย่างคนที่สนิทกันดี
“เอ่อ เห็นจริงด้วยเจ้าค่ะ กระถินจะดูแลคุณลุงมากกว่านี้เจ้าค่ะ กระถินกราบเจ้าค่ะ”
“ไหว้พระเถอะ”
เมื่อหลวงแพทย์ไปแล้วกระถินกลับเรือนริมน้ำ นิธิและสร้อยสนไปเรียนกันตามลำพังที่เก้าอี้สนามเช่นปกติ
พุดกรองคลุมผ้าให้คุณพระเมื่ออีกฝ่ายหลับด้วยฤทธิ์ยา นางมองอีกฝ่ายด้วยสายตาว่างเปล่าทันทีที่ท่านไม่รู้สึกตัว
จากนั้นจึงได้ออกไปภายนอก ก่อนคำนวณเวลาว่าจะกลับมาให้ทันเวลาที่คุณพระตื่นและได้เห็นนางเป็นคนแรก
หลายวันผ่านไป
นางละมุดคือสาวใช้จอมประจบสอพลอต่อพุดกรอง นางได้รับรางวัลจากการทำงานให้พุดกรองมากน้อยไม่ว่า แต่นางได้เลื่อนเป็นคนสำคัญ คือคนใกล้ชิดของคุณผู้หญิง ทำให้นางเข้าไปทำกร่างในครัว
“นายว่าขี้ข้าพลอยมาแล้ว”จันทร์เหน็บแนมเพื่อนร่วมอาชีพซึ่งเข้ากันไม่ได้เลย
“อ้อ นังจันทร์ แกไปบอกนมนิ่มด้วยว่าวันนี้คุณผู้หญิงให้ทำขนมลอยแล้วขึ้นตึก”
“เอ๊ะอีนี่ เรื่องอะไรมาบอกฝากกันอย่างนี้ คุณผู้หญิงสั่งแกให้ไปบอกคุณนม แกก็ไปเองสิ”
นังละมุดเชิดหน้า ทำไม่สนใจ จันทร์อยากเรียกมาตบปากเสียให้หานอาการที่จันทร์อยากบอกว่า กระแดะเต็มที
“พอคุณรามไปละก็ขึ้นหิ้งทั้งนายทั้งบ่าวเลย”จันทร์บ่น ก่อนไปที่เรือนริมน้ำเพื่อบอกงานให้แม่นิ่มฟัง แม่นิ่มไม่ว่าอะไร
เวลานั้นกระถินกลับมาจากโรงเรียน เด็กรุ่นสาววัยสิบห้าปียกมือไหว้แม่นิ่ม จันทร์ยิ้มรับ ก่อนนึก ถ้าเมื่อกี้ กระถินอยู่ในครัว จันทร์อยากรู้ว่านังละมุดจะกล้าเชิดหรือเปล่า เพราะคุณกระถินนั้น ต่อกรกับอีกฝ่ายมาอย่างไม่เกรงกลัวมาตั้งแต่เด็กจนเดี๋ยวนี้กระถินเป็นสาวแล้ว และยังโดนนินทาว่าช่างร้ายเหลือยามลับหลังเท่านั้น แต่ต่อหน้าไม่มีใครกล้าเถียงเลยสักคำ
“เหนื่อยมั้ยคะแม่นม”
“ไม่เหนื่อยค่ะ นมจะเหนื่อยอะไรได้คะวันๆไม่ได้ลงเรือนไปไหน”
“เพิ่งโดนคำสั่งลงมาให้ทำลอยแก้วส่งตึกค่ะ”จันทร์สอด กระถินย่นคิ้ว ทำหน้าตึง รู้ว่าพุดกรองอีกแล้วที่วางอำนาจ
“กระถินช่วยนะคะแม่”บางครั้งเด็กสาวแรกสั้นว่าแม่ เพราะรักท่านมาจากหัวใจ
“ไม่ต้องค่ะ ไปทำการบ้านเถอะค่ะใกล้จบมัธยมต้นแล้วนะคะ คุณกระถินเรียนไวกว่าคุณรามเสียอีก”
“คนฉลาดนะคะแม่”กระถินคุยโต แล้วพากันหัวเราะ
เวลานั้น สร้อยสนเดินผ่านเรือนโดยมีหนังสือสามเล่มถือติดมือไป กระถินทักว่า
“พี่สร้อย กระถินทำการบ้านได้นะคะ มาทำกับกระถินก็ได้ค่ะ”
“ไม่ล่ะกระถินทำเถอะพี่จะให้นิธิสอน เขาเรียนสูงเรียนมากกว่าเรา”
“อย่างนั้นให้คนไปตามก็ได้พี่สร้อยไม่ต้องไปหาเขาถึงบ้านอย่างนี้”
“กระถินนี่อย่างไรกัน พี่ไปเรียนพิเศษนะ”สร้อยสนเถียงน้องสาวอย่างไม่พอใจ
แล้วไม่หยุดฟังต่อ เธอพาร่างอรชรด้วยเป็นสาวแล้วเดินเลยไปบ้านของทนายทด จันทร์แอบมองตาม ส่วนกระถินเข้าเรือนเพื่อทำการบ้านให้เรียบร้อย หวังออกมาช่วยงานแม่นิ่ม โดยที่แม่นิ่มถามกระถินตามหลัง
“คุณกระถินจะเรียนเป็นอะไรคะ”
“กระถินจะทำบัญชีให้คุณลุงค่ะ จะทำให้ละเอียดยิบเลยค่ะ จากนั้นตัดเงินเดือนพี่จันทร์เป็นคนแรก”
“แนะเจอคนช่างอาฆาตแต่วันเลย”จันทร์ยั่วตอบ
“แต่ไม่เป็นไรจันทร์ไม่ค่อยทำอะไรผิด แต่นังละมุดท่าทางจะได้แต่ของกำนัลเงินเดือนไม่พอจ่ายแน่”
กระถินหัวเราะเบาๆเพราะรู้กันทั้งบ้านว่ากระถินและละมุดไม่กินเส้นกันอย่างมาก ละมุดต้องแอบหลังพุดกรองมาเมื่อเจอกระถิน
สร้อยสนเดินขึ้นเรือนไม้ของทนายทด เสียงทักลงมาจากนิธิ ซึ่งอยู่ในสภาพเปียกน้ำหมาดๆเพราะเขาเพิ่งกลับจากโรงเรียนและอากาศร้อนมาก จึงได้อาบน้ำเสียก่อน โดยไม่คิดว่าสร้อยสนจะมาถึงเรือน
“คุณสร้อยรอที่โต๊ะโคนไม้นั่นละครับ ผมอยู่คนเดียว เอ่ออย่าขึ้นมาเลยครับ”เด็กหนุ่มห้าม
แต่สร้อยสนไม่ฟัง หัวใจของเธอเต้นแรง เมื่อรู้ว่านิธิอยู่คนเดียว
นิธิบอกแล้วไม่คิดว่าเด็กสาวจะขึ้นไปบนเรือน เขาถอดเสื้อผ้าเพื่อเปลี่ยนชุด สร้อยสนขึ้นมาเห็นภาพชายหนุ่มเปลื้องผ้า เธอยืนกายแข็งทื่อ นิธิเหลือบมาเห็น เขาอุทานด้วยความตกใจคว้าผ้าเช็ดตัวมาปิดบังร่างกายของตนเอง
“คุณสร้อย เอ่อลงไปก่อนครับ นี่เอ่อห้องของผม”
“สร้อยจะอยู่มีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่ดีหรอกครับ เอ่อไม่...คุณสร้อยลงไปก่อน เดี๋ยวคุณอามาเห็นจะแย่”
“ไม่เห็นเป็นไรเลย สร้อยเคยเห็นคุณแม่กับคุณอาของนิธิทำอะไรกันด้วยนะ”
นิธิชะงักมือหน้าแดงจัดกับคำพูดตรงไปตรงมาของสร้อยสน เด็กหนุ่มหันไปมองสร้อยสน ซึ่งแตกกระดุมเสื้อของตนเอง นิธิเสียงสั่นพร่าเมื่อเห็นเด็กสาวทำเช่นนั้น เขามือสั่น กายสั่นอย่างตื่นเต้นเต็มที่ นิธิชอบสร้อยสนมากนาน แต่ความเจียมตัวทำให้เขาเก็บหัวใจไว้แน่นสนิท หากว่าเวลานี้ ไฟที่สร้อยสนเข้ามาก่อเริ่มติดอย่างที่นิธิไม่อาจห้ามได้
เสื้อนักเรียนหลุดร่วงลงไปก่อนอาภรณ์ชิ้นอื่นที่สวมใส่จะร่วงตาม ภาพที่เด็กสาวเคยเห็นพุดกรองและทนายทดกระทำต่อกันก่อกวนความรู้สึกมานานจนอยากลองด้วยตนเอง นิธิเดินเข้ามาหาอีกฝ่ายราวกับต้องมนต์สะกด ชายหนุ่มขยับตัวมาใกล้ รั้งร่างสร้อยสนเข้ามากอดรัดไว้ในอ้อแขน เขารับรู้ถึงความประหม่าของเด็กสาว แต่เขาเองก็เป็นเช่นนั้น หากบัดนี้ความรู้สึกรับผิดชอบใดๆบินหนีไปเสียหมดแล้ว นิธิก้มหน้าลงไปใกล้เด็กสาว แล้วใช้จมูกสูดดมตั้งแต่ปลายผม หน้าผากมน จมูก ริมฝีปาก ซอกหู ไล่ต่ำไปที่ซอกคอขาว เนินอก ปลายจมูกของนิธิกดแนบ สูดหายใจเข้าลึกๆ ไปเรื่อยๆ ร่างของเด็กสาวค่อยทรุดลงนอนโดยมีเด็กหนุ่มตามประกบแนบข้างบนฟูกนอนของเขาซึ่งปูผ้าขาวขึงตึง
เด็กหนุ่มลูบไล้เรียวขาขาวสะอาด ก่อนวกเข้ามากึ่งกลางกาย สร้อยสนหลับตาพริ้ม นึกถึงภาพนั้นไม่คลาย ...ดีอย่างนี้เชียวหรือ
“นิธิ ชอบสร้อยมั้ย”
“ผมรักคุณสร้อย”เขาตอบ ธรรมชาติสอนให้เขาปรนนิบัติต่อเด็กสาวอย่างนุ่มนวล ทั้งที่เขาเองไม่เคยผ่านเรื่องนี้กับหญิงใดมาก่อน
กลิ่นหอมจากกายผู้หญิงก่อกวนความรู้สึกของลูกผู้ชายอย่างนิธิจนรู้สึกอยากจูบ อยากหอมไปทั้งร่าง ไม่เว้นแม้แต่สิ่งที่สร้อยสนรีบลดมือลงมาปกปิดด้วยความละอายใจ
“นิธิ อย่า” เด็กหนุ่มดึงมือสร้อยสนออก ก่อนกดหน้าเข้าไปหา สูดกลิ่นหอมแรง แตะแต้มลิ้มรสด้วยปลายลิ้นอย่างที่สร้อยสนครางกระเส่า ความรู้สึกของเธอลอยล่องขึ้นสู่ที่สูง ลอยขึ้น ขณะที่นิธิโดนหัวใจและสมองสั่งการพร้อมกันให้ทำหลายอย่าง
“ฉันชอบเธอนิธิ ฉันชอบเธอเหลือเกิน”
เด็กหนุ่มไล้เลียไปรอบๆ จากล่างขึ้นบน สลับกับการ ชอนไชไปด้านข้างกลีบอวบขาวทั้งสอง นิ้วเรียวของนิธิแหวกม่านที่ปิดสนิทออกจึงได้เห็นความสวยงามสีแดงจัด เขาได้แต่อุทานด้วยความสุข เขาฉกลิ้นเข้าไปชิมรสจากด้านในทันที เด็กสาวเสียวปลาบไปทั่วช่องท้อง ลูบไล้เส้นผมเกรียนของนิธิไปมาอย่างสุขล้ำต่อสิ่งที่เธอได้รับ กระทั่งเธอเสียวสุดแอ่นกายบิดครวญคราง
“นิธิ ฉันมีความสุขเหลือเกิน เธอล่ะ”
เขาเลยหน้าจากการปรนเปรอตามธรรมชาติบงการ
“ผมรักคุณสร้อย”
“รักฉันอีก ฉันอยากรู้”
ม่านสีอ่อนบางๆปกปิดเส้นทางที่ชายจะล่วงล้ำก้ำเกิน เยื่อพรหมจรรย์ นิธิขนลุกซู่ซ่าไปทั้งตัว เขาเรียนรู้มาว่าคงเจ็บ เขาไม่อยากให้สร้อยสนเจ็บสักนิดเดียว เขาลูบมือแผ่วเบาด้วยความทะนุถนอม ไปที่บนเนินเนื้อ โดยมีแพรไหมปกคลุมบางๆ ตามสรีระของเธอ
“ขอผมนะผมรักคุณนะคุณสร้อย ผมทนไม่ไหวแล้ว”หากว่าเขาเองแทบทนไม่ไหวแล้ว
สร้อยสนยังครวญคราง ก่อนที่จะเร่งเร้าด้วยความอยากรู้อยากลอง
“ทำเถอะนิธิ สร้อยอยากรู้จังเลย”
คำร้องขอเป็นผลให้นิธิกล้า เขาจับจ่ออย่างค่อยเป็นค่อยไป ก่อนกระถดกระถอยกลับมาสอดเข้าไปใน เนื้อตัวเธอกระตุกสั่นมีอาการเกรงบิดตัวแต่ไม่ขัดขืน คงปล่อยให้นิธิล้วงล้ำเข้าไปเรื่อยๆ ในจังหวะกระตุกจนสุดตัว
ความเจ็บจางหายเมื่อผ่านช่วงเวลาแรกไปแล้ว นิธิก้มจูบเอาใจหญิงสาวที่เขาหลงรักมาตลอดหลายปี เขารักเธอมานาน ไม่คิดว่าจะมีวันนี้สำหรับเขา ชายหนุ่มถอนกายออกมากอดร่างสร้อยสนแนบแน่น วาดฝันไปตามประสา เขาเรียนหมอในวันข้างหน้า และเขาจะหาเลี้ยงผู้หญิงคนนี้ให้สุขสบายไปตลอดชีวิตที่เดียว
“ผมจะเลี้ยงคุณสร้อยไม่ให้ลำบากเลยครับ ขอผมเรียนจบก่อน”
“ค่ะถ้าคุณแม่ไม่อนุญาตเราหนีไปด้วยกันนะคะนิธิ”
นิธิทอดสายตามองสร้อยสนด้วยดวงตาแสนรักนักหนา...โดยที่ทั้งสองยังไม่อาจรู้ว่า ความฝันและความจริงนั้น บางครั้งไม่อาจเกิดขึ้นได้อย่างใจปรารถนาเลย!!



นางแก้ว
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 17 เม.ย. 2554, 14:52:53 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 17 เม.ย. 2554, 14:52:53 น.

จำนวนการเข้าชม : 4040





<< ไฟใกล้เชื้อ   คนคด >>
จิงโกะ 17 เม.ย. 2554, 15:29:05 น.
เวอร์ชั่นนี้แน่แท้แล้วใช่ไหมค่ะ อิอิ แซวเล่นน๊า รอตอนต่อไปจ๊ะ


คิมหันตุ์ 17 เม.ย. 2554, 16:22:10 น.
รอต่อไปเช่นกันจ่ะ..มาอัพๆๆ ไวๆ นะจ๊ะ


นางแก้ว 18 เม.ย. 2554, 17:15:14 น.
จ้าจ้า เสร็จธุระจะลงวันละสามตอนให้ทันกับลงที่อื่นเลย(แต่ที่อื่นลงแบบไม่ได้รีไรท์อย่างที่นี้นะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account