สุดฝั่งฝัน
ความฝันของเขาคือการได้พบกับน้องชายที่พลัดพราก หากเมื่อได้กลับมาพบกันอีกครั้ง นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มดุจท้องทะเลลึกของเด็กชายตัวน้อยในอดีต บัดนี้กลับระอุไปด้วยเพลิงแค้น สุดปลายทางความฝันของเขาจะเป็นเช่นไร จะมีทางหรือไม่ที่จะได้น้องชายคนเดิมกลับมา
Tags: ซึ้ง ดราม่าเล็ก ๆ

ตอน: ตอนที่ 9

9…

คุณหมอสาวมองร่างบางระหงของตนเองซึ่งสะท้อนผ่านกระจกเงาบานใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า แม้เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งที่ใส่อยู่จะยาวจนเกือบถึงเข่า หากเกเบรียลลากลับรู้สึกไม่มั่นใจราวกับกำลังเปลือยโล่ง เธอไม่อยากไปพบกับนิโคลัสในสภาพนี้เลย แต่ถ้าไม่ลงไป คนเอาแต่ใจแบบนั้นก็คงขึ้นมาบังคับเอาตัวเธอลงไปได้อยู่ดี หญิงสาวดึงกิ๊บและปลดผมลงสยายเคลียบ่า นึกอยากได้ยางรัดผมสักเส้น แต่เมื่อไม่มีเธอจึงเพียงยกมือขึ้นสางไปตามเส้นผมให้ดูเรียบร้อยขึ้นเท่านั้น

นิโคลัสกำลังอ่านเอกสารอะไรบางอย่างเมื่อจิตแพทย์สาวเดินเข้าไปในบริเวณห้องรับแขกชั้นล่าง เขาเหลือบสายตาขึ้นมอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครจึงลุกขึ้นยืน ใบหน้าเคร่งขรึมเมื่อสักครู่พลันอ่อนโยนลง เกเบรียลลาดูเซ็กซี่เป็นธรรมชาติมาก เมื่ออยู่ในเสื้อเชิ้ตผู้ชายและปล่อยผมแบบนี้

“ไปเถอะ” ชายหนุ่มส่งเอกสารให้ลูกน้องแล้วเดินนำไปยังห้องรับประทานอาหาร

เกเบรียลลาเอ่ยขอบคุณแบรนดอนเบา ๆ เมื่อคนสนิทของนิโคลัสเลื่อนเก้าอี้ให้ ในขณะที่ผู้เป็นนายนั่งลงแล้วโดยไม่คิดจะสนใจมารยาทของสุภาพบุรุษ ทันทีที่ทั้งคู่นั่งลงเรียบร้อย คนรับใช้ก็รีบนำอาหารเข้ามา ซึ่งมีทั้งสลัดผัก ซุปครีมข้น สเต็กเนื้อ
นิโคลัสยกไวน์แดงขึ้นจิบ ก่อนจะมองจ้องไปยังคนที่นั่งตรงข้ามซึ่งยังไม่ยอมแตะอะไร

“ทำไมไม่กินล่ะ หรือกลัวว่าผมจะใส่ยาพิษ”

หญิงสาวจ้องตอบด้วยแววตาขุ่นเคือง ยังจะมีหน้ามาถามอีก ใครจะกินลงถ้าอยู่ดี ๆ ก็โดนจับตัวมาแบบนี้

“ไม่มีหรอก ยาพิษน่ะ ผมรับรอง”

“ทำอย่างกับฉันจะเชื่อคุณได้งั้นแหละ” เกเบรียลลาตอบน้ำเสียงประชด

“ก็ตามใจ ผมไม่บังคับให้คุณกินหรอกนะ” ชายหนุ่มยักไหล่ก่อนจะลงมือทานอาหารต่อด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย...เกินไปด้วยซ้ำ

หญิงสาวนั่งนิ่งด้วยความทิฐิ หากสุดท้ายแล้วเมื่อน้ำย่อยในกระเพาะไม่เป็นใจ เธอจึงตัดสินใจคว้าส้อมจิ้มผักสลัดเข้าปาก ก่อนจะเห็นว่าอีกฝ่ายยิ้มขึ้นอย่างพอใจ

“นี่สิ ถึงจะเรียกว่าฉลาด ” นิโคลัสเอ่ยชม แล้วพูดต่อ “ท้องอิ่ม แล้วค่อยคิดหาทางหนี”

เกเบรียลลาชะงักกับคำหยอกเย้า เธอวางส้อมลงเมื่อนึกขึ้นได้ถึงสาเหตุที่ต้องมานั่งหิวอยู่ในขณะนี้

“คุณจับฉันมาทำไม” หญิงสาวถามเสียงแข็ง

“ก็คิดซะว่า ผมเชิญคุณมาพักผ่อนที่นี่สักระยะสิครับพี่สะใภ้” ชายหนุ่มยิ้ม ไม่ถือสากับน้ำเสียงของคนถาม

“ฉันไม่เข้าใจ ทำไมคุณถึงได้คอยแกล้ง คอยทำร้ายพี่ชายตัวเองอยู่ตลอดเวลา คุณเกลียดอะไรเขานักหรือ”

นิโคลัสวางมีดและส้อมลง เขาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้แล้วมองอีกฝ่ายนิ่ง “คุณเป็นจิตแพทย์ก็น่าจะรู้ดี การกระทำทุกอย่างมันต้องมีเหตุจูงใจอยู่แล้ว”

“ไม่มีหรอกค่ะ ถ้ามันเป็นการกระทำของพวกโรคจิต”

ชายหนุ่มหัวเราะ “หลอกด่าผมอยู่ล่ะสิ แต่คนที่เป็นโรคจิต มันก็ต้องมีสาเหตุที่ทำให้เขาเป็นอยู่ดี จริงไหมล่ะ”

“แล้วสาเหตุของคุณมันคืออะไรล่ะคะ”

ตอนนี้หญิงสาวระงับความโกรธของตัวเองได้แล้ว เธอพยายามหลอกล่อให้นิโคลัสเปิดเผยความรู้สึกนึกคิดออกมา เผื่อว่าเธอจะหาเหตุผลของความเกลียดนี้ได้ หากดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะรู้ทัน

“พยายามได้ดีนี่ แต่ขอโทษนะคุณหมอ ผมอาจจะโรคจิตอย่างที่คุณว่า แต่ก็ไม่ต้องการให้ใครมาพยายามวิเคราะห์จิตให้หรอก” เขาตัดบทไม่ยอมคุยต่อ และเริ่มทานอาหารอีกครั้ง

คุณหมอสาวลอบถอนหายใจ สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับจิตแพทย์ อาจเป็นการที่ผู้ป่วยไม่ให้ความร่วมมือ เธอไม่คิดว่านิโคลัสจะถึงขั้นป่วยทางจิต หากชายหนุ่มต้องเคยมีปมอะไรบางอย่างในใจแน่นอน

“อีกนานเท่าไหร่คุณถึงจะปล่อยฉัน”

ดวงตาคมเหลือบขึ้นมอง “จนกว่าผมจะเบื่อ แต่ถ้าคุณโชคดี แอนดรูว์อาจจะเก่งพอมาชิงตัวคุณไปได้ก่อนที่ผมจะเบื่อ” ชายหนุ่มเหยียดยิ้ม “อย่าลืมภาวนาเข้าล่ะ”

“ฉันทำแน่ แต่ถ้าคุณจะกรุณา ช่วยบอกที ทำยังไงคุณถึงจะเบื่อเร็ว ๆ”

“อืม” นิโคลัสเอียงคอพร้อมกับทำท่าครุ่นคิด “ก็คงประเภทสาวเปรี้ยวจัดจ้าน ใจถึงล่ะมั้ง ผมเจอมาเยอะจนชักเบื่อ คุณลองทำตัวแบบนั้นดูไหมล่ะ ผมอาจจะเบื่อคุณภายในวันนี้เลยก็ได้”

เกเบรียลลากลอกตากับคำแนะนำ ชายหนุ่มกำลังแกล้งเธอชัด ๆ เขารู้ดีว่าเธอไม่มีทางจะเป็นผู้หญิงแบบนั้นได้ หรือถึงแม้เธอจะทำได้จริง เขาก็คงได้กำไรกับความจัดจ้านใจถึงของเธออยู่ดี

“ขอบคุณ บางทีฉันควรรอโชคจากแอนดี้ หรือไม่ก็รอให้คุณเบื่อเองดีกว่า” หญิงสาวตอบประชด

นิโคลัสหัวเราะเบา ๆ “ก็แล้วแต่คุณ”

“แล้วฉันทำอะไรได้บ้าง คุณคงไม่บังคับให้ฉันอยู่เฉย ๆ ทั้งวันทั้งคืนหรอกนะ”

“จริง ๆ ก็อยากทำอย่างนั้นเหมือนกัน แต่เดี๋ยวคุณจะหาว่าผมใจร้ายใจดำ ดังนั้นผมอนุญาตให้คุณทำได้ทุกอย่าง ยกเว้นพยายามหนี เพราะว่าผมไม่ชอบไล่ตามผู้หญิง มันทำให้ผมเสียเวลาและคงหงุดหงิดเป็นบ้า” เขาเอ่ยตอบด้วยแววตาคมจริงจังเหมือนต้องการขู่หญิงสาวอยู่ในที


หลังรับประทานอาหารเย็นกันเสร็จแล้ว ดูเหมือนนิโคลัสจะกลับไปทำงานต่อ เพราะเขาหายเงียบไปเลย ปล่อยหญิงสาวไว้ตามลำพัง เกเบรียลลาโล่งใจที่เขาไม่มาตอแยเธออีกในตอนนี้ เธอกลัวใจตัวเองเหลือเกิน กลัวว่าจะเผลอใจไปกับสัมผัสของนิโคลัสอีก คุณหมอสาวยกปลายนิ้วขึ้นแตะที่ริมฝีปากนุ่ม ก่อนจะรีบสะบัดมือลงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนเองกำลังนึกถึงผู้ชายอื่นที่ไม่ใช่สามี

เกเบรียลลาลุกขึ้นเดินไปยังระเบียง หญิงสาวแหงนหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้าอันมืดมิดที่มีประกายระยิบระยับจากดาวดวงน้อยทั่วไปทั้งผืนฟ้า ริมฝีปากบางขยับยิ้ม ดาวที่นี่สวยจริง ๆ ต่างจากท้องฟ้าในเมืองใหญ่ที่เธออยู่มากนัก หญิงสาวลดสายตาไปยังแสงไฟด้านล่าง เธอจำได้ว่าตรงนั้นเป็นคอกม้า พรุ่งนี้เธอจะลองขอนิโคลัสไปขี่ม้าดู เขาคงไม่ว่าอะไร แต่ก่อนอื่นเธอคงต้องขอให้เขาหาเสื้อผ้าที่เหมาะสมกว่านี้มาให้ก่อน เกเบรียลลาถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านใน


นิโคลัสขยับกายจากท่ายืนพิงต้นไม้ใหญ่ ชายหนุ่มยืนกอดอกนิ่งมองคุณหมอสาวซึ่งยืนอยู่บนระเบียงห้องมาได้สักพัก กระทั่งหญิงสาวเดินกลับเข้าไป เขาควรจะทำยังไงกับพี่สะใภ้คนสวยดี ความตั้งใจแรก เขากะจะทำลายเธอเพื่อให้แอนดรูว์เจ็บปวด ยิ่งกว่าที่เอ็ดเวิร์ด เคลย์ตันเคยแย่งผู้เป็นมารดาไปจากพ่อของเขา หากเมื่อนึกถึงความตายของแม่แล้ว เขาแทบหายใจไม่ออกเมื่อนึกว่าเกเบรียลลาจะมีจุดจบแบบนั้นบ้าง

ชายหนุ่มหันไปมองเมื่อได้ยินเสียงแบรนดอนเดินเข้ามาใกล้

“โทรศัพท์จากแอนดรูว์ เคลย์ตันครับ” ผู้เป็นลูกน้องรายงาน และยื่นโทรศัพท์มือถือให้เจ้านายหนุ่มเมื่อเขาพยักหน้ารับ

นิโคลัสยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูพร้อมกับเดินเข้าไปข้างใน

“ไงดรูว์ หาเจ้าสาวเจอหรือยัง”

“ไม่ต้องมาทำเสียงเยาะเย้ยพี่หรอก ยังไงพี่ก็ต้องพาแก๊บบี้กลับบ้านให้ได้” เสียงเข้มของแอนดรูว์ตอบมาตามสาย

“อ๋อ เหรอ รีบ ๆ เข้าหน่อยล่ะ ก่อนจะสายเกินไป” นิโคลัสหัวเราะ

“อย่าทำอะไรแก๊บบี้” แอนดรูว์เน้นเสียงหนักทุกถ้อยคำ

“โอ๊ะโอ สั่งซะด้วย แล้วฉันควรทำตามคำสั่งของไอ้พวกเคลย์ตันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

นิโคลัสได้ยินเสียงพี่ชายสูดลมหายใจเข้าแรงก่อนจะตอบกลับมา “เอาล่ะ พี่จะไม่เถียงกับนายเรื่องนี้ ทำไมนายถึงไม่ยอมเซ็นอนุมัติงบสั่งซื้อวัตถุดิบล็อตใหม่”

“ฉันยังอ่านเอกสารไม่จบ” ชายหนุ่มตอบน้ำเสียงไม่ใส่ใจ ราวกับว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญที่เขาจะต้องสน

“นายตั้งใจเตะถ่วงอยู่แล้วนี่ ถ้านายไม่เซ็น งานมันก็เดินไปไหนไม่ได้”
ผู้เป็นน้องยิ้ม เขาแทบจะนึกภาพแอนดรูว์กัดฟันกรอดอย่างอดทนได้เลย

“ฉันลงทุนซื้อหุ้นเคลย์ตันไปตั้งเยอะ จะมาให้อ่านลวก ๆ แล้วเซ็นอนุมัติคงไม่ได้หรอกนะ นายเองก็น่าจะรู้ดีนี่ ก่อนเซ็นเราควรอ่านเอกสารให้ละเอียด”

“นิค!”

น้ำเสียงโกรธจัดของอีกฝ่ายทำให้นิโคลัสยิ้มกว้างมากขึ้น เขาตั้งใจย้ำเรื่องที่แอนดรูว์พลาดเซ็นเอกสารให้น้าโรเจอร์ แล้วมันก็ได้ผล

“ตอนนี้มันดึกมากแล้วนะดรูว์ ไม่ใช่เวลาจะมาคุยเรื่องงาน ฉันมีสาวสวยรออยู่” ชายหนุ่มหัวเราะก่อนจะเอ่ยต่อ “เพิ่งรู้เหมือนกันนะว่าลีลาคุณหมอนี่เด็ดไม่เบา”

อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ตอบเมื่อนิโคลัสกดปิดโทรศัพท์มือถือ มุมปากได้รูปขยับขึ้นจนเป็นยิ้มหยัน พอใจที่ได้ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ใส่ผู้เป็นพี่ ป่านนี้แอนดรูว์คงกระวนกระวายจนนั่งไม่ติดแน่

แอนดรูว์ขบกราม ใบหน้าก้มต่ำ มือยังกำโทรศัพท์แน่นก่อนจะปาโทรศัพท์ไปที่พื้นแตกกระจาย

“โธ่เว้ย!” ชายหนุ่มสบถดังลั่นจนโรเจอร์สะดุ้ง

“นิคว่ายังไงบ้าง” ผู้เป็นน้าเลียบเคียงถามด้วยน้ำเสียงกริ่งเกรง เขาไม่เคยเห็นหลานชายคนโตโกรธจัดเท่านี้มาก่อน

“นิคกี้ถ่วงเวลาไม่ยอมเซ็น” แอนดรูว์ตอบคำถามสั้น ๆ แล้วหันไปทางอื่น เขาไม่ได้บอกน้าชายเรื่องที่นิโคลัสล้อเลียนเรื่องที่เขาถูกโรเจอร์หลอกให้เซ็นเอกสาร รวมถึงไม่ยอมปริปากเรื่องของเกเบรียลลาด้วย หากเกิดเรื่องไม่ดีอะไรขึ้นกับหญิงสาวจริง ๆ ก็ไม่ควรจะมีใครรู้เรื่อง ไม่ใช่ว่าเขาจะอับอาย แต่เป็นเพราะห่วงความรู้สึกของภรรยามากกว่า สำหรับตัวเองแล้ว เขาพร้อมที่จะรักแก๊บบี้ตลอดไป ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม

“ทำไมนิคถึงทำแบบนี้ น้าไม่เข้าใจเลย”

“เห็นชัด ๆ อยู่แล้ว นิคกี้เป็นเกรแฮมเต็มตัว เขาต้องการทำลายเคลย์ตันไม่ให้เหลือซาก”

“แล้วเราจะทำยังไงกันดี ตอนนี้นิคถือหุ้นใหญ่ด้วย”

“สั่งซื้อเลย ไม่ต้องรอคำอนุมัติจากนิโคลัส มีอะไรผมรับผิดชอบเอง” แอนดรูว์ตัดสินใจ เขาจะไม่ยอมให้เคลย์ตันล้มลงง่าย ๆ เพราะมันหมายถึงชีวิตของพนักงานในบริษัททั้งหมด หลายคนเป็นเสาหลักของครอบครัว เขาอยากรู้จริง ๆ นิคกี้จะเคยคิดถึงจุดนี้บ้างไหม

โรเจอร์พยักหน้ารับคำสั่งด้วยความรู้สึกผิดอยู่ในใจ แม้แอนดรูว์จะไม่เคยกล่าวโทษ แต่เขาก็ตระหนักอยู่ตลอดเวลา ว่าถ้าไม่เป็นเพราะตน เรื่องยุ่ง ๆ ทั้งหมดนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น ลิลลี่ก็หายเข้ากลีบเมฆไปตั้งแต่วันนั้น ทั้งที่เขาพยายามจะหาเหตุเข้าข้างหญิงสาวที่พึงใจ หากรูปการณ์มันก็ชี้ชัด ลิลลี่เป็นนางนกต่อของหลานชายคนเล็กอย่างแน่นอน


เมื่อคืนเกเบรียลลาเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน เธอตื่นขึ้นตอนเช้าและเพิ่งจะเดินออกจากห้องน้ำเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อยอย่างแปลกใจที่มีคนมาเคาะเรียกแต่เช้า คุณหมอสาวเดินไปเปิดประตู เด็กสาววัยไม่น่าจะเกินสิบแปดคนหนึ่งยืนหอบกองผ้าซึ่งพับไว้อย่างเรียบร้อยเต็มอ้อมแขน

“คุณนิคให้เอาเสื้อผ้ามาให้คุณค่ะ” เด็กสาวเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม

“ขอบใจจ้ะ” เกเบรียลลายิ้มตอบและเปิดประตูออกกว้างเพื่อให้อีกฝ่ายเดินเข้าไปด้านใน

เมื่อสาวน้อยร่างท้วมนำเสื้อผ้าไปเก็บในตู้เรียบร้อย จึงหันกลับมาแนะนำตัว

“หนูชื่อโซอี้ค่ะ คุณนิคให้หนูมาคอยรับใช้คุณ ถ้าคุณมีอะไรจะใช้หนู ก็เรียกได้เลยนะคะ”

“ขอบใจจ้ะโซอี้ เธอไปทำงานต่อเถอะ ตอนนี้ฉันยังไม่มีอะไรจะใช้เธอหรอก” คุณหมอสาวตอบ

โซอี้กลับออกไปพร้อมกับปิดประตูห้องให้อย่างแผ่วเบา เกเบรียลลาเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หญิงสาวสำรวจเสื้อผ้าที่สาวใช้ประจำตัวคนใหม่เพิ่งเอามาให้ มีชุดหลายแบบทั้งกระโปรงและกางเกง เธอเลือกหยิบเสื้อเชิ้ตเข้ารูปแขนตุ๊กตาและกางเกงยีนส์ขายาวที่ดูเหมาะกับการขี่ม้าที่สุดในบรรดาชุดทั้งหมดที่มี หญิงสาวเพิ่งสังเกตเห็นผ้าผูกผมและกิ๊บติดผมอีกหลากหลายแบบด้วย ดูแล้วไม่น่าจะเป็นความคิดของนิโคลัสเอาเสียเลย ซึ่งทำให้เธออดยิ้มไม่ได้

หลังจากแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว เกเบรียลลาเดินตรงไปยังทิศทางที่เธอจำได้ว่าเป็นคอกม้า หญิงสาวเห็นแต่ไกลว่ามีชายคนหนึ่งกำลังแปรงขนม้าอยู่อย่างขะมักเขม้น

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” เมื่อไปถึงเธอรีบทักทายคนดูแลม้าด้วยรอยยิ้ม เพราะกำลังจะขอยืมม้าในคอกไปขี่เล่นสักตัว

ชายร่างสูงที่กำลังแปรงขนม้าหยุดงานที่ทำอยู่และหันมามอง ส่งผลให้รอยยิ้มผูกมิตรนั้นหุบลงแทบจะทันที

“คุณ!” หญิงสาวเผลออุทานด้วยความคาดไม่ถึง

ชายหนุ่มเลิกคิ้วกับท่าทางตกใจของอีกฝ่ายโดยไม่พูดอะไร ราวกับคุณครูที่จับได้ว่านักเรียนกำลังทำผิด แววตาแบบนั้นทำให้คุณหมอสาวรีบพูดปกป้องตัวเอง

“ก็คุณพูดเองว่าฉันทำอะไรได้ทุกอย่าง ยกเว้นพยายามหนี”

นิโคลัสยิ้ม “ผมยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”

เสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นนั้นอ่อนโยนผิดปกติจนเกเบรียลลาเกิดอาการทำอะไรไม่ถูก เธอกำลังคิดหาคำพูดดี ๆ ที่จะขอยืมม้าเขาสักตัวโดยที่ไม่ดูเป็นการอ้อนวอนจนเกินไป หากยังไม่ทันคิดออก เมื่อชายหนุ่มเปิดประตูคอก แล้วจูงม้าสีน้ำตาลตัวหนึ่งออกมาหยุดตรงหน้าเธอ

“เพอร์ซิโฟเน ม้าที่นิสัยดีที่สุดในคอกนี้” ชายหนุ่มแนะนำ ดวงตาสีน้ำเงินสวยแลดูอ่อนโยนยิ่งนัก ยามเมื่อมองไปยังสัตว์เลี้ยงของตนอย่างรักใคร่

เพอร์ซิโฟเนยืนนิ่งพร้อมกับเอาหัวดันไปที่ไหล่ของนิโคลัสเบา ๆ อย่างคุ้นเคย ม้าตัวนี้ดูเชื่องมากจนเกเบรียลลากล้ายกมือขึ้นลองลูบไปที่จมูกของมัน และม้าสาวก็ดุนจมูกเข้ากับฝ่ามือของเธอด้วยอาการประจบ

“เพอร์ซิโฟเน…สวยและนิสัยดีสมชื่อจริง ๆ” หญิงสาวพึมพำพร้อมกับรอยยิ้ม

“ลองขี่ดูสิ” นิโคลัสพูดและไม่รอคำตอบ เมื่อชายหนุ่มยกร่างบางขึ้นไปนั่งบนหลังเพอร์ซิโฟเนท่ามกลางเสียงร้องด้วยความตกใจของคุณหมอสาว

เมื่อหายตกใจ เกเบรียลลาหันมามองอีกฝ่ายด้วยแววตาขุ่นเขียว ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ พร้อมกับจูงม้าสาวออกเดิน

“คุณขี่ม้าเก่งแค่ไหน” เขาเริ่มชวนคุยพร้อมกับเดินไปยังท้องทุ่งเขียวขจีที่อยู่ด้านหน้า

“ขี่ได้ค่ะ แต่ไม่ได้เก่งเหมือนคุณหรือแอนดี้” หญิงสาวตอบ เธอเห็นทักษะการขี่ม้าของเขาตั้งแต่การแข่งขันโปโลในครั้งนั้น และจำได้ดีว่าสองพี่น้องต่างก็มีความสามารถในการบังคับม้าเป็นเลิศด้วยกันทั้งคู่

นิโคลัสเหยียดริมฝีปากเมื่อได้ยินชื่อของพี่ชาย เขาปล่อยมือออกจากสายบังเหียนและขยับไปยืนพิงกับแนวรั้ว ปล่อยให้คุณหมอสาวกระตุ้นเจ้าเพอร์ซิโฟเนออกวิ่งเหยาะ ๆ ไปในท้องทุ่ง เขาจะปล่อยให้เธอได้ผ่อนคลายบ้าง ไม่จำเป็นต้องกลัวเธอหนีในตอนนี้ เพราะเพียงแค่เขาผิวปากเรียก ม้าทุกตัวในคอกจะวิ่งกลับมาหาเขาทันที...ทุกตัว แต่อาจจะยกเว้นเจ้าม้าดื้อทานาทอส

ชายหนุ่มมองร่างบางที่กำลังควบม้าด้วยความเร็วปานกลาง ทักษะในการขี่ม้าของหญิงสาวใช้ได้เลยทีเดียว แม้ไม่ได้เก่งกาจ หากเธอรู้จักการขี่ม้าอย่างถูกวิธีแน่นอน เวลาผ่านไปนานเท่าใดก็สุดรู้เมื่อเกเบรียลลาควบม้าวิ่งเหยาะ ๆ กลับมา เพราะเขามัวเพลินกับการมองร่างงามสง่าบนหลังม้านั่นกระทั่งลืมเวลา ปอยผมบางส่วนของเธอปลิวหลุดลุ่ยออกจากผ้าผูกผมที่รวบเอาไว้ แก้มแดงปลั่งจากการออกแรง ดูแล้วเหมือนเด็กสาวแสนซนคนหนึ่งมากกว่าจะเป็นคุณหมอ

นิโคลัสจับสายบังเหียนเมื่อม้าสาวเพอร์ซิโฟเนเดินเข้ามาใกล้ เขาลูบจมูกมันเบา ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยังอยู่บนหลังม้า

“ไปเที่ยวกันเถอะ” เขาเอ่ยพร้อมกับเหยียบขึ้นไปบนรั้วแล้วเหวี่ยงตัวขึ้นไปนั่งซ้อนหลังร่างบาง

“นี่คุณ” เกเบรียลลาขยับจะประท้วง หากคนด้านหลังกลับแย่งสายบังเหียนไปจากมือเธอ ทำให้คุณหมอสาวถูกกักอยู่ในวงแขนแข็งแรงนั้นจนเธอแทบไม่กล้าขยับตัว

ชายหนุ่มขยับเท้ากระแทกไปที่สีข้างเจ้าเพอร์ซิโฟเนเพื่อให้มันออกเดินและเริ่มวิ่ง ม้าสาวเริ่มวิ่งเร็วขึ้นจนถึงขั้นเร็วมาก เกเบรียลลาเผลอหลับตาปี๋ มือบางกำแน่นไปที่แผงคอของมัน พยายามทรงตัวตรงให้มากที่สุด นิโคลัสเห็นท่าทางนั่งเกร็งของคนในอ้อมแขนแล้วก็หัวเราะเบา ๆ

“พิงผมก็ได้นะ จะได้ไม่เมื่อย” เขาก้มลงพูดข้างหูบอบบางแข่งกับเสียงลมหวีดหวิว เมื่อชายหนุ่มยังคงควบม้าด้วยความเร็วเช่นเดิม

เกเบรียลลาย่นจมูก ไม่มีวันเสียหรอก เธอคิดพร้อมกับแกล้งถองข้อศอกไปด้านหลัง

“โอ๊ย! คุณ” นิโคลัสร้องเสียงดัง แต่กลับพูดต่อด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “เดี๋ยวก็ได้ตกม้ากันทั้งคู่หรอก” เขาก็เจ็บอยู่หรอก แต่ไม่ได้มากพอจะมีผลต่อการบังคับม้า

หญิงสาวกำลังจะหันไปเถียง แต่เมื่อเริ่มรู้สึกว่าม้าวิ่งช้าลงเธอจึงหันกลับไปมองด้านหน้า ก่อนจะเห็นลำธารสายหนึ่งอยู่ไม่ไกลนัก นิโคลัสหยุดม้าที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมลำธารใสนั้น เขาลงจากหลังม้า ก่อนจะเอื้อมมือเพื่อมารับร่างบาง หากเกเบรียลลาไม่สนมือเรียวแข็งแรงคู่นั้น เธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่จะลงจากม้าเองไม่ได้สักหน่อย

ชายหนุ่มยักไหล่ เกเบรียลลาอยากจะลงจากม้าเองก็ช่าง เพราะเขาก็แค่จะอำนวยความสะดวก ไม่ได้ตั้งใจจะทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ

เกเบรียลลาเดินไปหยุดที่ริมน้ำ รอยยิ้มระบายขึ้นที่ดวงหน้างามเมื่อเธอกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศของธรรมชาติตรงหน้า นิโคลัสเดินตามมาหยุดอยู่ข้าง ๆ เขาก้มลงหยิบใบไม้ที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นใบหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะพับเป็นเรือแล้ววางลงไปบนผิวน้ำ

“เล่นเป็นเด็กไปได้” เกเบรียลลายิ้มค่อนคนตัวสูงที่อยู่ด้านข้าง หากเธอกลับก้มลงเก็บใบไม้ขึ้นมาพับเป็นเรือบ้างจนชายหนุ่มอดยิ้มไม่ได้ เขายืนกอดอกมองคุณหมอสาววางเรือของตนเองบนผืนน้ำ

“คุณตามผมไม่ทันหรอกน่า” ชายหนุ่มเอ่ยเมื่อเรือน้อยของหญิงสาวแล่นเรื่อยตามเรือใบไม้ของเขาไป

เกเบรียลลาค้อนขวับ “ก็คุณออกตัวก่อนตั้งเยอะนี่ แข่งกันใหม่สิ” หญิงสาวท้าแล้วก้มลงหยิบใบไม้อีกใบขึ้นมา

“ใครกันแน่ที่เล่นเป็นเด็ก ๆ” นิโคลัสหัวเราะแล้วหยิบใบไม้อีกใบขึ้นมาพับอีก

คุณหมอสาวมองเสี้ยวหน้าคมคายที่กำลังก้มหน้าก้มตาพับเรือใบไม้อยู่อย่างตั้งใจอย่างพิจารณา ลึกลงไปแล้วนิโคลัสไม่น่าจะใช่คนร้ายกาจอะไร ดูเหมือนว่าเขาจะตั้งใจให้ใครต่อใครมองเขาเป็นผู้ชายเสเพลเลว ๆ คนหนึ่งเพื่อกลบเกลื่อนความว้าเหว่ของตัวเองมากกว่า

“คุณคงมาเล่นที่นี่บ่อย ๆ ล่ะสิ” หญิงสาวถามขึ้น ทั้งคู่วางเรือใบไม้ลงพร้อมกัน นิโคลัสมองเรือสองลำลอยเอื่อยเคียงคู่กันไปตามกระแสน้ำก่อนจะหันมาตอบ

“ใช่ ตอนเด็ก ๆ ทุกปิดเทอมผมต้องมาอยู่ที่นี่ เวลาไม่มีเพื่อนเล่น คุณก็ต้องหาอะไรที่น่าสนใจเล่นคนเดียว”

“แล้วพี่ชายคุณล่ะคะ...ไม่ใช่แอนดี้ ฉันหมายถึงพี่ชายอีกคนหนึ่งของคุณ ทำไมคุณถึงไม่มีเพื่อนเล่น” เกเบรียลลารีบอธิบายเมื่อดวงตาสีน้ำเงินเข้มลึกนั้นกร้าวกระด้างขึ้น

“ชาร์ลีไม่ได้รับอนุญาตให้มาอยู่ที่นี่” นิโคลัสตอบเสียงเรียบแล้วมองไปยังสายน้ำเบื้องหน้า อันที่จริงแล้ว เกเบรียลลาก็ไม่ได้รับอนุญาตให้มาอยู่ที่นี่เหมือนกัน เพราะมีเพียงผู้นำตระกูลและทายาทโดยตรงของเกรแฮมเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์มาพำนักอยู่ที่แฮมไชร์ นั่นหมายถึงมีเพียงนายหลุยส์ผู้เป็นบิดา ตัวเขาเองและภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขาเท่านั้นที่จะอยู่ที่แฮมไชร์ได้

ใบหน้าเรียบเฉยปกปิดอารมณ์เอาไว้อย่างมิดชิด แต่อาจเพราะวิชาชีพของเธอ ที่ทำให้เกเบรียลลารู้สึกได้ถึงความอ้างว้างซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเฉยเมยที่แสดงออกมานั้น มือบางจึงเผลอเอื้อมไปจับต้นแขนแข็งแรงของอีกฝ่ายอย่างปลอบประโลมโดยไม่รู้ตัว

คิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อมองไปยังมือของคุณหมอสาว สีหน้าของชายหนุ่มทำให้เกเบรียลลารู้สึกตัวและรีบชักมือออกจากต้นแขนของเขา หญิงสาวกระแอมเบา ๆ แก้เก้อ ก่อนจะเสก้มลงหยิบใบไม้ขึ้นมาอีกใบ

“ถ้าคราวนี้เรือใบไม้ของฉันชนะ คุณจะปล่อยฉันไปไหมคะ” เกเบรียลลาถามพร้อมกับยิ้มน้อย ๆ

หากรอยยิ้มของหญิงสาวกลับทำให้นิโคลัสรู้ตัวว่าเขากำลังเผลอใจดีมากเกินไป เกเบรียลลาถึงกับกล้าต่อรองพร้อมกับยิ้มสบายใจ เธอควรจะเรียนรู้สถานะของตัวเองเอาไว้ ไม่มีใครมีสิทธิ์มาต่อรองอะไรกับเขาทั้งนั้น ดวงตาคมปลาบสีน้ำเงินยิ่งเข้มลึกมากขึ้นเมื่อยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก

เกเบรียลลาก้าวถอยหลังเมื่อคนตัวสูงขยับเข้ามาใกล้ กระทั่งแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ พร้อมกับที่แขนของชายหนุ่มทาบไปกับต้นไม้ต้นนั้น ร่างใหญ่โตของเขาอยู่เกือบจะแนบชิดไปกับร่างบางของเธอ ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรนั้นก้มลงมาจนหญิงสาวรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวกระทบกับผิวแก้ม

“ไม่” เสียงทุ้มพร่าตอบชิดกับริมฝีปากบางก่อนที่ร่างสูงนั้นจะขยับออกห่าง “เอาล่ะ หมดเวลาเที่ยวแล้ว” เขาเอ่ยเสียงห้วนแล้วคว้าข้อมือของเธอออกเดินไปยังเจ้าเพอร์ซิโฟเน

เกเบรียลลากระตุกข้อมือกลับ “ฉันเดินเองได้”

ชายหนุ่มยอมปล่อยมือเธอโดยไม่พูดอะไร เมื่อไปถึง หญิงสาวรีบสอดเท้าเข้าไปในโกลนและเหวี่ยงตัวขึ้นไปนั่งบนหลังม้า นิโคลัสตามขึ้นไปนั่งซ้อนหลังเธอแบบขามา จากนั้นเขาจึงกระตุ้นม้าสาวออกวิ่งกลับไปยังคฤหาสน์แฮมไชร์


นิโคลัสหยุดม้าที่ประตูด้านหลังของคฤหาสน์ เขาลงจากหลังม้า ดูจนเกเบรียลลาลงจากม้าเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มจึงส่งสายบังเหียนให้คนดูแลม้าที่รีบเข้ามารับอย่างรู้หน้าที่ เขาลูบจมูกเจ้าเพอร์ซิโฟเนเบา ๆ อย่างอ่อนโยนแล้วจึงปรายตามองไปยังใบหน้าคมหวานที่ยังมึนตึงแว่บหนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปด้านในคฤหาสน์
เกเบรียลลาเดินตามชายหนุ่มเข้าไปข้างใน และเกือบจะชนร่างสูงนั้น เมื่อจู่ ๆ นิโคลัสก็หยุดเดินกะทันหัน

“พ่อ” เสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นทำให้คุณหมอสาวรีบมองไปข้างหน้า ซึ่งมีชายสองคนนั่งอยู่และตอนนี้ทั้งคู่กำลังลุกขึ้นยืน

“นิค” ชายผู้สูงวัยเอ่ยขึ้น ก่อนที่เขาจะหันมองไปยังหญิงสาวผู้ยืนอยู่ด้านหลังของลูกชายด้วยดวงตาคมกริบ

นิโคลัสขยับตัวเข้าบังร่างบางนั้นด้วยท่าทางปกป้องจนเห็นได้ชัด และผู้เป็นพ่อหรี่ตามองภาพนั้นอย่างครุ่นคิด

“แกกำลังทำผิดกฎรึเปล่านิค” นายหลุยส์ถามลูกชายเสียงเครียด ทำให้ชาร์ลีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ยิ้มขึ้นอย่างพอใจ

ชายหนุ่มมองตอบบิดาด้วยสีหน้านิ่ง ก่อนที่จะหันไปพูดกับหญิงสาว “คุณขึ้นไปอยู่บนห้องก่อน”

เกเบรียลลาพยักหน้า แม้จะดูไร้มารยาทที่ไม่มีการทักทายผู้สูงวัยคนนี้ หากบรรยากาศเคร่งเครียดทำให้เธอยอมทำตามโดยไม่ซักถาม แต่หญิงสาวกลับหยุดอยู่ที่บันไดเมื่อได้ยินเสียงถามถึงตัวเอง เธอรู้ว่าไม่ควรแอบฟังเรื่องของคนอื่น แต่นี่เป็นโอกาสที่เธอจะได้ข้อมูลอะไรมากขึ้น และยิ่งมีเรื่องของตัวเธอเองเกี่ยวข้องด้วยแล้ว มันก็ทำให้เธอไม่รู้สึกผิดมากนัก

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร คนรักของแกรึ”

ยังไม่ทันที่นิโคลัสจะตอบคำถามของผู้เป็นพ่อเมื่อชาร์ลีหัวเราะออกมา “คนรักของนิคที่ไหนล่ะครับพ่อ นั่นน่ะ เมียไอ้เคลย์ตันต่างหาก”

นิโคลัสปรายตามองไปยังพี่ชายบุญธรรมอย่างรำคาญ “อ้อ พ่อมาที่นี่เพราะมีหมาบางตัวมันคาบข่าวไปบอกสินะครับ”

“นิค!” ชาร์ลีถลันจะเข้ามาหาน้องชาย แต่ติดที่นายหลุยส์ยกมือขึ้นห้าม

“แกสองคนหยุดทะเลาะกันต่อหน้าฉันซะที” ผู้เป็นพ่อพูดกับชาร์ลีก่อนจะหันกลับมาหาผู้เป็นลูกชายโดยสายเลือดเพียงคนเดียว “ไหนแกอธิบายมาซิ ทำไมเมียของไอ้เคลย์ตันถึงมาอยู่ที่นี่ แล้วที่มีคนบอกฉันว่าแกเอาเงินมากมายไปลงทุนโดยไม่คิดน่ะ มันยังไง”

นิโคลัสยิ้มขึ้นมุมปากเป็นรอยยิ้มหยัน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพ่อรู้เรื่องนี้มาจากใคร

“แล้วไอ้คนที่บอกพ่อ มันบอกด้วยหรือเปล่าครับว่าผมเอาเงินไปซื้อหุ้นอะไร”

“ฉันกำลังถามแกอยู่นี่ไง” นายหลุยส์เอ่ยอย่างใจเย็น เขาคุ้นชินกับความเอาแต่ใจของลูกชายคนนี้ดี

ผู้เป็นลูกยักไหล่ “ผมซื้อหุ้นเคลย์ตัน พ่อไม่อยากได้เหรอครับ การลงทุนนิด ๆ หน่อย ๆ แลกกับการเห็นคู่แค้นของพ่อพังพินาศ ไม่คุ้มหรอกรึชาร์ล” ตอนท้ายนิโคลัสถามชาร์ลีด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พี่ชายบุญธรรมของเขาพลาดอย่างแรง การจะขอยืมมือพ่อมาเล่นงานเขาเรื่องนี้ ไม่มีวันจะได้ผล

ชาร์ลีกัดฟันกรอดอย่างเจ็บใจ เมื่อผู้เป็นบิดารับฟังอย่างสงบ และดูท่าทางจะพอใจด้วยซ้ำไป

“แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ นายฉกเมียคนอื่นเขามาทำไม” ชาร์ลีลองเปลี่ยนประเด็นมาเล่นงานผู้เป็นน้อง

“ผู้หญิงคนนั้น...แกรักเธอหรือเปล่านิค” นายหลุยส์ถามขึ้นบ้าง

“เปล่าครับ” นิโคลัสตอบเสียงเรียบ

หากผู้เป็นบิดายังไม่แน่ใจนัก เขาจำได้ถึงท่าทีปกป้องที่นิโคลัสมีต่อหญิงสาวคนนั้นได้ดี

“แล้วแกพาเธอมาที่นี่ทำไม”

นิโคลัสเงียบไปชั่วครู่ แววตาคมกระด้างขึ้นก่อนจะตอบ “ไม่มีอะไร ผมแค่อยากเล่นงานแอนดรูว์ เคลย์ตัน แย่งคนรักของมันมา เหมือนที่พ่อของมันเคยทำ”

ผู้เป็นพ่อพยักหน้า “ถ้าแค่นั้นก็ดีแล้ว แต่แกกำลังทำผิดกฎ แกจะทำอะไรก็ได้ แต่ต้องพาเธอไปจากแฮมไชร์ เธออยู่ที่นี่ไม่ได้นิค”

“นายกำลังจะทำให้ชื่อเสียงตระกูลเราแปดเปื้อน” ชาร์ลีรีบสำทับขึ้นด้วยคำกล่าวหา

นิโคลัสเลิกคิ้ว “ดูนายห่วงตระกูลเราจังนะ ทั้งที่จริง ๆ แล้วมันคือตระกูลฉันมากกว่า”

“นิค” ผู้เป็นพ่อปรามขึ้นเบา ๆ ตั้งแต่เล็กจนโตลูกชายทั้งสองของเขาไม่เคยเข้ากันได้ แม้นายหลุยส์จะไม่ได้รักชาร์ลีเท่ากับนิโคลัสที่เป็นลูกแท้ ๆ แต่เขาก็อดรู้สึกสงสารชาร์ลีไม่ได้ ที่ถูกนิโคลัสดูถูกเหยียดหยามมาโดยตลอด

“ยังไงชาร์ลีก็เป็นพี่ชายแกนะ”

“ไม่ ผมมีพี่ชายแค่คนเดียว” นิโคลัสตอบเสียงเข้ม ซึ่งนายหลุยส์เข้าใจได้ทันทีว่าลูกชายหมายถึงใคร เขากำมือแน่นก่อนจะคลายออกและตวัดฝ่ามือไปที่ใบหน้านิโคลัสเต็มแรง กระทั่งชายหนุ่มเซไปเล็กน้อย

ชาร์ลีลอบยิ้มอย่างสมใจ คงจะมีแค่นิคคนเดียวที่กล้างัดข้อกับผู้เป็นพ่อแบบนี้

“พี่ชายของแกคือชาร์ลี!” นายหลุยส์ตะคอก ดวงตาคมกริบสีน้ำเงินเข้มเช่นเดียวกันกับบุตรชายจ้องเขม็ง ร่างทั้งร่างเครียดเกร็งด้วยแรงอารมณ์ เขาไม่อาจรับได้ถึงความเกี่ยวพันระหว่างลูกชายของตนเองกับแอนดรูว์ เคลย์ตัน

นิโคลัสหันกลับมา ซีกหน้าด้านหนึ่งยังชาอยู่ไม่หาย “พ่อจะบอกตัวเองอย่างนั้นสักกี่ครั้งก็ได้ แต่สำหรับผมมันไม่ใช่” ชายหนุ่มเหลือบมองไปยังพี่ชายบุญธรรมและไม่พลาดรอยยิ้มเย้ยนั้นด้วย “แล้วก็ถามลูกพ่อด้วยละกัน มันเคยคิดว่าผมเป็นน้องมันหรือเปล่า”

ถามจบนิโคลัสก็เดินย่ำเท้าปึงปังออกไป ทิ้งให้บิดาเป็นฝ่ายนิ่งงัน คำถามของลูกชายทำให้เขาเริ่มฉุกคิด ตลอดมาชาร์ลีเองพยายามทำให้ตัวเขาพอใจ หากลูกบุญธรรมของเขาเคยทำตัวเป็นพี่ชายที่ดีของนิโคลัสบ้างหรือไม่ เขารักนิโคลัสมากที่สุด และเขาต้องการให้ลูกชายรักเขายิ่งกว่าใครเช่นเดียวกัน เขาพาชาร์ลีเข้ามาในชีวิต เพียงเพื่อทำให้นิโคลัสลืมแอนดรูว์ แต่เขารู้ดี มันไม่เคยได้ผล

นายหลุยส์มองไปยังฝ่ามือของตัวเองด้วยดวงตาเจ็บช้ำ ยิ่งนิโคลัสหน้าเหมือนนาตาเลียผู้เป็นแม่มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเสียใจที่พลั้งมือทำร้ายลูกชายมากขึ้นเท่านั้น


เกเบรียลลาแอบฟังอยู่ถึงกับสะดุ้งกับเสียงฝ่ามือกระทบเนื้อหน้า หญิงสาวรีบเดินกลับขึ้นไปบนห้อง เธอปิดประตูและเดินลากเท้าไปนั่งลงบนเตียงกว้าง หญิงสาวขบริมฝีปากแน่น นิโคลัสตั้งใจจับเธอมาเพื่อทำร้ายแอนดรูว์ เธอควรจะโกรธเขา เกลียดเขา แต่เกเบรียลลาไม่เข้าใจตัวเองเลย เมื่อเธอกลับเห็นใจเขา แต่ไม่ว่ายังไง เธอจะอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้ เธอจะไม่ยอมให้ชายหนุ่มใช้เธอเพื่อทำร้ายใครเด็ดขาด
.................................................................

คุยกันท้ายเรื่อง

มาคุยกันบ้างดีกว่าเนอะ ถ้ารวมบทนำด้วย สุดฝั่งฝันก็ลงมาทั้งหมด 10 ตอนแล้ว แต่ปุญไม่เคยคุยกับนักอ่านเลย จริง ๆ ก็ไม่ใช่ว่่าไม่อยากคุยนะคะ แต่แค่อยากให้คนอ่านคอมเม้นท์เพราะอยากเม้นท์ด้วยตัวเอง ไม่ใช่เพราะเกรงใจคนแต่งน่ะค่ะ ^^" แต่ว่าดูจะไม่มีใครอยากเม้นท์เลยอ่ะ แงๆๆๆ 10 ตอนที่ผ่านมา ปุญกินไข่ทุกตอนเลย ต้องไปเช็คคลอเรสตรอรอลไหมเนี่ย Y.Y เห็นนิยายของคนอื่นเค้าก็มีเม้นท์กันทุกคนเลย มากบ้างน้อยบ้าง แต่ของปุญไม่ยักกะมี จนชักสงสัยซะแล้วว่านิยายเีรามีอะไรผิดปกติหรือเปล่าน้า หรือว่ามันจะไม่สนุกเอาซะเลย เริ่มจะเสีย self ไม่รู้ว่ามีคนอ่านบ้างหรือเปล่า จำนวนวิวที่ขึ้นอาจเป็นการคลิกเข้ามาแล้วผ่านไปโดยมิได้อ่าน ปุญก็คิดและเดาไปต่าง ๆ นา ฮ่าๆๆๆ

เรื่องนี้ปุญตั้งใจเพิ่มเลิฟซีนและดราม่ามากขึ้นกว่าเรื่องที่แล้ว เรื่องที่แล้วมันใส ๆ แบบเด็กอ่านได้ แต่เรื่องนี้ปุญคิดว่าเป็น 18+ นะคะ แต่ว่าไม่ได้เขียนบอก เพราะไม่อยากจะโฆษณานิยายด้วยการติดเรท จริง ๆ แล้วปุญเป็นคนไม่ถนัดเขียนฉากเลิฟซีนเอาเลยจริง ๆ ไปอ่านของคนอื่นแล้วทึ่งมาก รู้สึกว่าทำไมเค้าเขียนกันเก่งจัง เลิฟซีนแค่ไม่กี่บรรทัด ปุญใช้เวลาเขียนเท่ากับนิยายหนึ่งตอนเต็ม ๆ แน่ะ ถ้าอ่านแล้วรู้สึกแปลก ๆ แหม่ง ๆ ที่ตรงไหนก็บอกกันได้นะคะ ^^

ที่พูดมายืดยาวทั้งหมดทั้งมวล ไม่ได้จะเรียกร้องคอมเม้นท์แต่อย่างใด สิ่งที่ตั้งใจจะบอกจริง ๆ คือว่า...อะแฮ่ม นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายสต๊อคค่ะ และมันมีสต๊อคแค่ 9 ตอน ซึ่งตอนนี้มันหมดแว้วววว ดังนั้นตอนต่อไปอาจจะไม่ได้มาสม่ำเสมอ ตรงเวลาเหมือนที่ผ่าน ๆ มานะคะ ปุญต้องขอโทษคนที่ตามอ่านไว้ล่วงหน้าด้วย (มีหรือเปล่าก็ไม่รู้ ฮ่าๆๆ) จะพยายามแต่งต่อเรื่อย ๆ นะคะ แต่ว่าปุญค่อนข้างจะติสท์+ขี้เกียจ คือมีอารมณ์ก็แต่ง ถ้าไม่มีก็จะไม่บังคับตัวเองน่ะค่ะ

สุดท้ายนี้ปุญก็ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน ทุกคนที่ช่วยกดไลค์ให้กำลังใจ รวมถึงทุกคนที่อ่านแล้วแอบชอบอยู่ในใจด้วย เจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ..รักทุกคนค่ะ <3 จุ๊บุ จุ๊บุ (>3<)



ปุญณิศา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 20 ก.พ. 2555, 01:52:39 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 20 ก.พ. 2555, 01:52:39 น.

จำนวนการเข้าชม : 1231





<< ตอนที่ 8   
Auuuu 20 ก.พ. 2555, 02:12:20 น.
เดี๋ยวจะไปอ่านตั้งแต่แรกนะคะ สูู้ๆๆๆ ^^ เป็นกำลังใจให้ค่ะ ถ้าอ่านแล้ว เดี๋ยวมาเม้นใหม่ :")


Pat 20 ก.พ. 2555, 09:07:57 น.
อ่านอยู่ค่า(รีบเผยตัว) กลัวคนเขียนหาย . ヽ(^。^)ノ


Auuuu 21 ก.พ. 2555, 01:51:07 น.
ไล่อ่านจนครบละ ^^ สนุกค่า อยากรู้ปมเร็วๆจัง


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account