เจียระไนรัก... กุหลาบสีนิล (นิยายรักโรเเมนติกขนาดสั้น)
ความรักที่สวยงามราวกับดอกกุหลาบสีสันสวยสด กลับมีจุดจบแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดเคียดเเค้น ความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงซับซ้อนพันผูกหลายๆชีวิตย่อมเป็นบ่อเกิดเเห่งความทรมานทุกข์ทนเเละความสุขสมหวังไปในคราเดียวกัน

ดอกกุหลาบดอกนี้ สุดท้ายเเล้วจะเป็นเช่นไร คงเเล้วเเต่ชะตาที่ลิขิตไว้ให้เดินตาม...
Tags: โรเเมนติก

ตอน: ตอนที่ 1

ตอนที่ 1
ยามราตรีย่ำค่ำแสงสลัว แผ่นผืนนภาสีนวลละมุนอุ่นผุดผ่อง กอปรกับรัศมีดวงจันทราที่สาดส่องกระจายครอบคลุมอาณาเขตกว้าง แม้แต่สายธาราที่เคยนิ่งสงบเยือกเย็น ก็ราวกับหลอมรวมไว้ด้วยกลิ่นอายความโศกเศร้าเหงาอ้างว้าง พระจันทร์เต็มดวงกลมสีสุกมีอาณุภาพเหนือสุริยันที่ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว เงาดำมืดฉายปรากฏบนผิวน้ำเป็นรูปร่างโค้งเว้างดงามได้ส่วนสัด
เมื่อกระแสลมได้โชยพัดโบกเข้ามา พรรณไม้ใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดใกล้ริมสระน้ำนั้นได้แต่โบกปลิวพริ้วสไวไปมาเพราะไม่อาจต้านทานอำนาจแห่งแรงลม ร่างของสาวน้อยวัยแรกแย้มอยู่ในชุดนักเรียนน่ารักสดใสได้ปรากฏอยู่ใต้ร่มเงาไม้นั้น นัยน์เนตรสีนิลคมกริบใต้แพรขนตาที่งอนงามกำลังทอดยาวออกไปจ้องมองภาพของดวงจันทร์ที่คล้ายว่ากำลังถูกกลืนกินโดยสายธารา เรียวปากบางสีชมพูอ่อนระเรื่อได้ถูกผู้เป็นเจ้าของบังคับจัดแจงให้ปิดเงียบงันจนเรียบนิ่งคล้ายเส้นตรง มือบางกำลังรวบผมยาวสยายสีดำเข้มประบ่าที่กำลังสะบัดไปมาตามทิศของลม
‘รุ้งพราว’ คือชื่อของสาวน้อยผู้นี้
“ใครน่ะ… ใครอยู่ตรงนั้น…” เมื่อได้ยินเสียงกรอบแกรบสามสี่ครั้งเหมือนใบไม้แห้งถูกเหยียบย่ำดังมาจากด้านหลัง ทำให้เธอเริ่มมีความหวาดระแวงปนกลัวในสิ่งผิดปกตินั้น ร่างอรชรอ้อนแอ้นพลิกกลับหันไปมองเบื้องหลังของตนในเฉียบพลัน พลางกรอกเสียงกึ่งดังกึ่งเบาออกไปอย่างหาญกล้า
“เฮ่! สวัสดี… ว่าแล้วต้องเป็นเธอ มานั่งทำอะไรอยู่แถวนี้เนี่ย มืดชะมัดเลย” ที่มาของเสียงเป็นหนุ่มน้อยร่างสูงที่อยู่ในชุดนักเรียนเช่นกัน หลังพิงอิงแนบกับต้นไม้ใหญ่ มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างไว้ท่า อีกมือหยิบอมยิ้มขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วจัดการแลบลิ้นชิมรสอมยิ้มนั้นด้วยแววตาที่สุขสมแสนทะเล้น
ถึงจะเห็นหน้าอีกคนได้ไม่ชัดเจนเท่าใดนัก แต่เขาคนนี้เป็นคนที่รุ้งพราวคุ้นชินเสียเป็นอย่างดี ด้วยเสน่ห์อันเหลือล้นจากการเป็นนักกีฬาแนวหน้าของโรงเรียน ผนวกกับรูปร่างเค้าโครงหน้าตาที่คมเข้มชวนมอง รวมถึงผลการเรียนที่ช่างไร้ที่ติของเขา ‘แกร่งกล้า’ คุณสมบัติที่ราวกับสวรรค์เสกสร้างมาให้นั้นแทบทำให้นักเรียนหญิงครึ่งค่อนโรงเรียนต่างเทใจหลงใหลไปตามๆกัน
หนึ่งในนั้น… ก็คือเธอ เด็กผู้หญิงที่มีรักแท้อันคงมั่น… ผู้ชายคนนี้อยู่ในหัวใจของเธอมาโดยตลอด… ไม่ว่าจะนั่ง จะนอน ทุกๆอิริยาบถ หรือแม้หลับตาฝัน… ใบหน้าของเขาก็ยังคงเวียนวนอยู่ในมโนภาพของเธอตลอดไม่เคยสร่างซา
การที่ได้เห็นเขาในเวลานี้… การที่ได้อยู่ใกล้ชิดกันสองต่อสองแบบนี้… ทำให้เธอถามตัวเองว่านี่มันคือความฝันหรืออย่างไรกัน… ทั้งๆที่ตลอดหกปีที่ผ่านมาเธอทำได้แต่เพียงแอบมองตามแผ่นหลังอันใหญ่กว้างนั้นอย่างไร้ความหวัง
“นายรู้จักฉันด้วยเหรอ…”
“ทำไมฉันจะไม่รู้จักเธอล่ะ… รุ้งพราว… บ้านเราอยู่ติดกันขนาดนั้น ไม่รู้จักก็บ้าแล้วล่ะ แต่จะว่าไปเราก็ไม่เคยคุยกันสักครั้งเลยนี่” แกร่งกล้าทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ลำขายาวคู่นั้นเมื่อนั่งชิดริมขอบสระ เท้าของเขาแทบจะแตะสัมผัสกับผิวน้ำเลยก็ว่าได้ นิ้วชี้ที่เรียวราวกับนิ้วของผู้หญิงแตะที่ริมฝีปากตนเอง ด้วยท่าทีครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“ฮ่าๆ…” รุ้งพราวหัวเราะกลบเกลื่อนไม่ได้ฟังในสิ่งที่แกร่งกล้าพูดเลยแม้แต่นิด เพราะระยะประชิดเช่นนี้ยิ่งทำให้จังหวะหัวใจของเธอเต้นระรัวมากขึ้นกว่าปกติเป็นร้อยเท่าพันเท่า ทำได้แต่เพียงเบี่ยงหน้าหลบไปอีกทางด้วยความเขินอาย
“ว่าแต่… เธออยู่ ม.6 เหมือนกับฉันใช่ไหม” แกร่งกล้าถามต่อ
“อืม… ใช่…” คนที่อาศัยความมืดสลัวบดบังความขวยเขินหันหน้ากลับมาตอบด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจนัก
“ครับ… เราชื่อกล้านะ อยู่ ม.6 เหมือนกัน ดีใจนะ ที่ได้คุยกับเธอสักที ยัยสาวข้างบ้าน ฮ่าๆ”
“อ่อ… เหรอ… ยินดีที่ได้รู้จักนะแกร่งกล้า”
‘ดีใจนะที่ได้คุยกับเธอ’ คำพูดของเขามันช่างตราตรึงความรู้สึกของรุ้งพราวเหลือเกิน ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มแสดงความดีใจแต่มันก็ต้องถูกหุบลงในทันทีเพราะไม่อยากให้คนเบื้องหน้าได้รับรู้
“ไม่เอาหรอก… ฉันเรียกเธอว่าพราวดีกว่า น่ารักกว่าเยอะเลย…” ชายหนุ่มพูดแกมหยอกล้อ
“เอ่อ… ตามใจ… นายสิ…” ฝ่ายเสียเปรียบเรื่องคารมถึงกับอึกอักพูดไม่ถูก
“ฮ่าๆ… นี่! เธอยังไม่ตอบคำถามฉันเลยนะว่ามานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้ แถวนี้มันเปลี่ยวไม่รู้เหรอไง กลับบ้านได้แล้ว”
แกร่งกล้าติเตือนด้วยความเป็นห่วง แถวนี้ที่ว่าก็คือสวนสาธารณะก่อนถึงหมู่บ้านที่เขาและเธออยู่ ถึงแม้จะไม่ไกลจากโรงเรียนมาก แต่ในเวลาดึกเช่นนี้ก็แทบจะไม่มีใครเดินผ่านบริเวณนี้เลย ทำให้บรรยากาศดูน่ากลัวและอันตรายเกินกว่าที่เด็กสาวหน้าตาซื่อๆอย่างรุ้งพราวจะมานั่งเล่นอยู่คนเดียว
ทำไมเขาถึงมาเจอเธอเข้าได้น่ะเหรอ… ใจสั่งมาล่ะมั้ง เขาให้เหตุผลกับตัวเองในใจ
“ฉันมานั่งคิดอะไรเพลินๆน่ะ เพราะพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายของการเรียนแล้วด้วย แถมฉันต้องแสดงละครเวทีอีกต่างหาก เลยเครียดนิดหน่อย”
นี่แค่เหตุผลรองเท่านั้นที่ทำให้เธอเครียดอยู่ ณ ตอนนี้ แท้จริงแล้วเหตุผลหลักก็เป็นเพราะกลัวว่าจะไม่ได้เจอ ไม่ได้เฝ้าตาม คนตรงหน้านี้อีกแล้วน่ะสิ เมื่อยิ่งคิดรุ้งพราวก็ยิ่งรู้สึกว่าสิ่งสำคัญกำลังจะจางหายห่างหนีไปจากชีวิต
“โอ้โห… ฉันมีเพื่อนเป็นดาราเลยเหรอเนี่ย พรุ่งนี้เป็นวันวาเลนไทน์ซะด้วยสิ สู้ๆนะ ทำให้เต็มที่ แล้วฉันจะไปดู” แกร่งกล้าพูดติดตลก แต่ในใจรู้สึกปวดร้าวไม่ต่างจากเธอ
“จริงนะ… นายต้องไปดูฉันให้ได้นะ…”
“อ่าๆ ฉันพูดแล้วไม่คืนคำหรอกน่า” คนที่ถูกขอร้องด้วยม่านตาวิงวอนตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพราะถึงแม้เธอไม่ขอร้องเขาก็จะไปให้ได้อยู่ดี
ทำไมเวลามันช่างผ่านไปเร็วนักนะ แกร่งกล้ากำหมัดแน่นหมายโทษตัวเองที่ผ่านมาไม่ใช้เวลาให้คุ้มค่า… ถ้าเขามีความกล้ามากกว่านี้ก็คงจะดี
“ขอบใจมากนะ งั้นฉันขอตัวกลับบ้านเลยละกัน” รุ้งพราวยันตัวลุกขึ้นแต่ยังคงก้มหน้าอยู่ ถ้าขืนเธอยังนั่งคุยอยู่กับเขาต่อ เขาคงรู้แน่ๆว่าเธอเขินและตื่นเต้นมากแค่ไหน
“หืม… เดี๋ยวก่อนสิ จะรีบไปไหนล่ะ พอฉันมาเธอก็จะรีบไปเลยเรอะ บ้านเราอยู่ติดกันนี่นา” หนุ่มน้อยเบ้ปากเหมือนเด็กที่หงุดหงิดเมื่อโดนขัดใจ พลางใช้มือหนาของตัวเองรั้งข้อมือของอีกคนไว้หลวมๆ
“ก็ฉัน…. ฉัน…”
“ก็… อะไร” เสียงกระซิบข้างหูรวมถึงลมหายใจที่ราดรดบนเนินต้นคอของรุ้งพราว ทำให้เธอถึงกับชะงักงันด้วยความตกใจทำอะไรไม่ถูก
“นายปล่อยแขนฉันได้แล้ว… ฉันจะกลับบ้าน” ในที่สุดเธอก็สามารถตอบเขาได้เป็นประโยคเสียที
“โอเค… งั้นกลับด้วยกันนะ” แกร่งกล้าสาวเท้าเดินนำหน้าไปเล็กน้อยพลันเปลี่ยนจากจับข้อมือเป็นสัมผัสมืออันนุ่มนวลของรุ้งพราวแทน
“…” สาวน้อยไม่ตอบโต้ใดๆ ได้แต่วางตัวเป็นผู้ตามอย่างว่าง่าย
“พราว…” แกร่งกล้าเอ่ยเรียกหลังจากทั้งคู่เดินมาได้สักระยะ
“หืม?”
“เธอเคยได้ยินเรื่องรักแรกพบไหม”
“หา? อ่อๆ เคยสิ ฮ่าๆ แหม… ใครจะไม่เคยได้ยินเล่า” ท่าทางลุกลี้ลกลน รุ้งพราวกลืนน้ำลายลงคอก้อนใหญ่… ทำไมอยู่ๆเขาก็ถามเรื่องพวกนี้นะ หรือเธอจะแสดงอาการจนเขาสามารถจับพิรุธได้
“เธอว่ามันเป็นเรื่องเพ้อเจ้อไหม” คนตัวสูงกว่าพูดพลางมองไปข้างหน้าด้วยสายตาจริงจังแกร่งกล้าสมชื่อของเขา
“ไม่! ฉันเชื่อเสมอว่า… รักแรกพบมันมีอยู่จริง เพราะความรักทุกรูปแบบสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงโอกาส ถ้าหากเราเข้าใจในความหมายของที่แท้จริงของมัน เราจะรู้ว่ามันมีตัวตนและอยู่โดยรอบตัวเรา”
“แล้วเธอล่ะ… เคยมีรักแรกพบบ้างไหม…” สายตาสองคู่สอดประสานกันโดยไม่ได้นัดหมาย จังหวะฝีเท้าลดลงจนสงบนิ่ง
“นายจะอยากรู้ไปทำไมล่ะ” คนถูกถามไม่ตอบพลางถามกลับ คงไม่มีโอกาสที่เธอจะได้บอกความในใจกับเขาแล้วเป็นแน่แท้ ก็เพราะความกลัวในใจที่ยังคงหวาดหวั่นยอมรับไม่ได้หากต้องถูกปฏิเสธ
เขาคงมีคนที่อยู่ในใจแล้วสินะ… ผู้หญิงคนนั้นคงเพียบพร้อมสะสวยขนเป็นที่หมายปองของเขา… รุ้งพราวคิดในใจอย่างเหม่อลอย
“บอกฉันมาเถอะ ฉันอยากรู้” แกร่งกล้าคาดคั้นเอาคำตอบ
“ฉันว่าเราเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่า อีกนิดเดียวก็ถึงบ้านแล้ว เดินต่อกันเถอะ”
“ไม่! มันจะไม่จบง่ายๆแบบนี้” สองมือหนาจับไหล่ทั้งสองข้างของสาวน้อยไว้แน่นขนัด เหมือนพยายามสื่ออะไรบางอย่าง
“กล้า! นายเป็นอะไรของนายเนี่ย” รุ้งพราวตะโกนเรียกชื่อหวังเรียกสติเขากลับคืนมา
“ถ้าเธอไม่ตอบ ฉันก็จะพูดเอง” สายตาที่อ่อนโยนกำลังสั่นเครือด้วยความประหม่า
“…” รุ้งพราวถูกสยบด้วยสายตาคู่นั้น ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ รู้แต่เพียงว่านี่เป็นอีกมุมของผู้ชายคนนี้ที่เธอไม่เคยได้พบเห็น
“ฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ได้สัมผัสกับคำว่า รักแรกพบ… มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก การแอบรักคนอื่นอย่างไร้เหตุผลแม้เพียงแรกเห็น มันดูเป็นเรื่องไร้สาระและน่าอับอายอย่างบอกไม่ถูก”
“อ่า…” รุ้งพราวครางเบาๆ ความคิดของเขาช่างไม่ต่างจากเธอ
“แต่พอฉันได้สัมผัสลึกถึงความหมายของมัน ฉันก็ได้บทสรุปกับตัวเองว่า รักแรกพบมันก็เป็นดั่งพรหมลิขิตที่ถูกขีดเส้นขึ้นด้วยหัวใจ เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของความรักอันบริสุทธิ์ที่ตราตรึงฉันไว้ให้แอบรัก ให้เฝ้ามองคนๆนึงอยู่ตลอดเวลา แต่พรุ่งนี้ฉันก็จะพลาดในสิ่งที่สำคัญที่สุดไป เพราะความขี้ขลาดของตัวเองแท้ๆ”
แกร่งกล้าไม่พูดเปล่า แต่ยกมือหนาข้างซ้ายขึ้นกำจนมันเป็นปมแน่นแล้วออกแรงปะทะเข้าอย่างจังกับใบหน้าของตัวเอง
“หยุดนะ… นายบ้าไปแล้วเหรอไง” รุ้งพราวพยายามหยุดการกระทำของคนตรงหน้า หัวใจของเธอแทบแตกสลายในทันทีที่เห็นคนที่เธอหลงรักทำร้ายตัวเองเช่นนี้
“ใช่… ฉันมันบ้า… บ้าที่แอบชอบเธอ ทั้งๆที่ไม่เราเคยคุยกันสักครั้งเลยด้วยซ้ำ เธอว่ามันน่าตลกไหมล่ะ”
“กล้า… นายพูดอะไรออกมา…” รุ้งพราวรู้สึกสับสนไปหมด เหมือนโลกเวียนหมุนคลื่นไปมารอบตัว นี่เขากำลังล้อเล่นอะไรกับเธอกันนะ
“ฉันชอบเธอ ได้ยินไหม… ชอบมานานแล้วด้วย ฉันแอบตามเธอทั้งที่โรงเรียน ทั้งที่บ้าน แต่เธอคงไม่เคยสังเกตเห็นหรอกมั้ง นี่ก็คือสิ่งที่ฉันอยากบอกเธอ”
“นายพูดจริงเหรอ…” รุ้งพราวถามซ้ำด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก
“อืม… แค่นี้ฉันก็ดีใจแล้วที่ได้บอกเธอ” ทุกถ้อยคำถูกปลดปล่อยออกมาด้วยปากของแกร่งกล้าที่กำลังสั่นระรัว นัยต์ตาที่ไหวติงบ่งบอกถึงความสิ้นหวังชัดเจน
“ฉัน… ฉัน…” อาการพูดติดๆขัดๆที่อยู่ๆก็เกิดขึ้นกับรุ้งพราวอย่างไร้สาเหตุ
“มีเท่านี้แหละที่ฉันอยากบอกเธอ ขอแค่ให้เธอรับรู้ไว้ก็พอ ขอบคุณที่ยอมรับฟังฉันนะรุ้ง… เรากลับบ้านกันเถอะ” มือใหญ่หนาเอื้อมมาจับมือเรียวบางอีกครั้งแต่ไม่แน่นเหมือนตอนแรก มันหละหลวมราวกับผิวหนังของเขาและเธอไม่ได้สัมผัสกันเสียเลยด้วยซ้ำ
แกร่งกล้าหันหลังเตรียมพร้อมจะเดิน แต่ก็ไม่อาจกระทำตามใจปรารถนาได้ ก็เพราะคนที่อยู่ข้างหลัง ขัดขืนที่จะเดินตาม ทำไมนะ อยู่ๆเธอก็กำมือของเขาซะแน่น แถมยังหยุดเดินอีก
แกร่งกล้าหันหลังไปมองคนตัวเล็ก เพียงเสี้ยววินาทีนั้นแทบทำให้เขาล้มเพราะเข่าอ่อนได้เลยทีเดียว น้ำใสๆกำลังราดหล่นลงมาหยดแล้วหยดเล่าจากดวงตาของรุ้งพราว เสียงร้องสะอึกสะอื้นของเธอ พาลทำให้อีกคนที่ได้แต่ยืนมองตกใจอย่างขีดสุด
“เธอเป็นอะไร!! ร้องไห้ทำไม บอกฉันมาซิพราว” แกร่งกล้าเดินเข้าไปโอบกอดหัวใจของเขาไว้อย่างแนบแน่น ใช้นิ้วหัวแม่มือปาดน้ำตาของสาวน้อยออกอย่างอ่อนโยนแผ่วเบา
“ฉันไม่อยากให้นายเดินจากไปอีกแล้ว ฉันไม่อยากทำได้เพียงแค่มองตามหลังของนาย ฉันทนไม่ได้จริงๆ” กลายเป็นว่ายิ่งทำให้รุ้งพราวร้องไห้ปล่อยโฮหนักมากขึ้น แต่ประโยคที่เธอพูดออกมาสร้างความงงงวยให้แก่คนฟังไม่น้อย
“เธอหมายความว่ายังไงเหรอพราว…” แกร่งกล้านิ่งเพื่อรอฟังคำตอบ
“ฉันก็ชอบนาย… ชอบนายมาก… มากเหลือเกิน… เข้าใจไหม… ฮือ…”
“พราว…” เพียงได้ฟังแค่นั้น รอยยิ้มเจื่อนก็ถูกแต่งแต้มสีสันจนกลายเป็นรอยยิ้มที่สดใสเบิกบาน อ้อมกอดอุ่นกำลังส่งผ่านความรู้สึกของทั้งคู่ให้แก่กันและกันอย่างไม่ขาดสาย นี่ใช่ไหมคือรักแรกพบที่ควรมีจุดจบด้วยคำว่า ‘สมหวัง’ แกร่งกล้าคิดในใจ…



SMACGA
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 26 ก.พ. 2555, 21:34:53 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 26 ก.พ. 2555, 21:34:57 น.

จำนวนการเข้าชม : 1237





   ตอนที่ 2 >>
เทียนจันทร์ 27 ก.พ. 2555, 17:59:05 น.
เป็นกำลังใจให้ค่ะ


SMACGA 29 ก.พ. 2555, 00:41:46 น.
ขอบคุณมากครัล


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account