วิวาห์ บ้านไร่
ภีม ภาสกร โชติโยธิน
ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อม ทั้งรูปร่างหน้าตาอันหล่อเหลาของเขา
หน้าที่การงานอันมั่นคง มีความสมบูรณ์ทั้งฐานะและชาติตระกูล
และที่สำคัญ ... คาสโนว่าตัวพ่อ

น้ำฟ้า ฟ้าลดา รัตนรักษ์
สาวสวยแต่..แสนแสบ..
เป็นคนไม่ยอมและต้องทำให้ตัวเองเป็นผู้ชนะ
ไม่ว่าจะกรณีใดๆ “ฉันต้องชนะ”

*-*
แต่ทว่า...เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ชอบหน้ากัน
แต่ต้องมาแต่งงานกันด้วยเหตุผลที่สุดแสนจะจำเป็น
เธอและเขาจะทำอย่างไรต่อไป....

**********************

เขาทั้งสองคือผู้ช่วย
+++++
วายุ อัครวรากูล เพื่อนชี้ของนายภีมเขา นิสัยก้อจะร้ายๆเฉพาะกับหนูดรีม
ดรีม ดารินยา เพื่อนชี้ของน้องน้ำฟ้า ปากเก่งไม่ยอมใครโดยเฉพาะนาย นายวายุ

*-*
กรี๊ดดดด ทั้งสองสาวคลั่งกันใหญ่
“นี่อ่านบรรทัดนี่ สาวในฝัน : เป็นที่คนที่จิตใจดี พูดจาดี คุยเก่ง และที่สำคัญเป็นกันเองด้วยครับ กรี๊ดด เลิศอะโดนเลยเต็มๆ” สองสาวกรี๊ดกันสนั่นร้านดีที่ไม่ค่อยมีลูกค้าไม่งั้นคงหันไปมองกันเป็นตาเดียวแน่นอน
“ชั้นว่าเขาคงกินสตอฯเยอะไปแน่ๆเลย”ดารินยาเอ่ยขึ้นพลางเปิดหนังสืออีกเล่มอ่านโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองสองสาวที่กำลังกรี๊ดกร๊าดกันอยู่
คนคำนี้มันชักแสลงหูเสียแล้วซิ หลังจากนั้นชายหนุ่มก็ลุกจากที่นั่งแล้วเดินมาหยุดอยู่ทางด้านหลังของดารินยา ในขณะที่หญิงสาวกำลังพูดว่าร้ายใส่ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดยั้ง
แต่ดูเพื่อนๆของเธอสิเห็นแล้วยังไม่ยอมทักเพื่อนให้หยุด เฮ่อ มัวแต่ค้างกันอยู่นั่นแหละ ไม่รู้เหรอว่าเพื่อนกำลังจะมีเคราะห์ในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้
“ชั้นว่านะนายนี่ก็เกย์ดีดีนั่นแหละ ดูสิแต่งตัวนี่เนี้ยบชะ...”ดารินยายังพูดไม่ทันจะจบประโยค ก็มีเสียงเข้มๆพูดแทรกขึ้นมาจากทางด้านหลัง และนั่นก็ทำให้หญิงสาวถึงกับหน้าถอดสีเลยทีเดียว
“แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมาวิจารณ์ผม กรุณาให้ความเป็นกลางหน่อยสิคุณ อ่อแล้วอีกอย่างผมก็เป็นประชาชนคนหนึ่งเหมือนกันกับคุณนั่นแหละ มีความรู้สึก มีชีวิตจิตใจ เจ็บเป็น และก็โกรธเป็นนะ เพราะฉะนั้นกรุณาช่วยทำอะไรที่มันสร้างสรรค์กว่าการมานั่งวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นเขาอยู่อย่างนี้น่ะ” ชายหนุ่มพูดขึ้นมาทันทีที่เดิมมาถึง แต่คำพูดของเขามันทำเอาหญิงสาวปรี้ดขึ้นสมองทันที เพราะตอนนี้ควันเริ่มจะออกมาทางหูแล้ว หญิงสาวจึงลุกขึ้นยืนแล้วหันหน้ามาทางชายหนุ่ม เพื่อที่จะได้ต่อว่าให้มันถูกตัวถูกตน
“แล้วที่ชั้นพูดมันไม่จริงตรงไหนกัน ที่ชั้นพูดมันเป็นความจริงทุกประการ นี่ถ้าไม่มีมูลชั้นไม่พูดหรอกนะ” หญิงสาวเถียงต่ออย่างไม่ลดละ

Tags: วิวาห์ บ้านไร่

ตอน: บทที่ 2 ความจริง(ที่ทำให้เธอยอม...)

ขณะที่ทั้งสองสาวกำลังเม้าท์กันเพลินๆอยู่ นั่นหารู้ไม่ว่าทำให้ชายหนุ่มที่ยืนทำตัวเป็นมดแฝงพวงมะม่วงอยู่นั้นอดที่จะขำไม่ได้เพราะฟ้าลดาเปิดphoneคุยกันเนื่องจากคิดว่าทุกคนในบ้านคงเข้านอนกันหมดแล้ว ชายหนุ่มจึงได้ยินการสนทนาอย่างชัดเจน แต่นั้นคงเป็นข้ออ้าง เพราะที่จริงแล้วก็แอบเอียงหูมาฟังเป็นการเฉพาะ
“เออชั้นก็กำลังคิดถึงแกอยู่พอดีเลย” หญิงสาวรีบแก้ตัวทันที
“แล้วไง คิดถึงแล้วทำไมไม่โทรมาหาล่ะ” ดักคอกันอีกแล้วเพื่อนเรา “เออนี่ยัยน้ำฟ้า แกเจอว่าที่สามีในอนาคตแล้วหรือยังจ๊ะเพื่อน” โอ๊ย! จะบ้าตายคำคำนี้ช่างแสลงหูเสียจริงๆ
“อะไรนะ ว่าที่สามี แกจะบ้าเหรอยัยดรีมไม่เอาอะ แกอย่ามายัดเยียดให้ชั้นได้มั๊ย ชั้นขอร้อง เพราะว่าชั้นจะไม่มีวันยอมแต่งงานกับนายนั่นเด็ดขาด ด้วยเหตุผลที่ว่า ชั้นไม่ได้รักเค้า เข้าใจมั๊ยว่า ชั้น ไม่ ได้ รัก เค้า”
“จร้าๆ OK ไม่รัก ไม่แต่ง แล้วแกจะทำยังไงต่อล่ะ คุณพ่อกับคุณแม่ของแกคงไม่ยอมแน่นอนยัยน้ำฟ้า”
“ก็ไม่รู้อะแก แต่จะลองคุยกับคุณป้าดูก่อนนะพรุ่งนี้ แต่วันนี้ชั้นลองพูดแล้วคุณป้าค้าไม่ยอมให้ชั้นพูดเลย พอชั้นพูดทีไรคุณป้าก็จะเปลี่ยนเรื่องพูดทุกทีไป”
“เอาน่าแก แล้วตกลงแกเจอเค้าหรือยัง?”
“เค้าไหน? ใคร?” ฟ้าลดาถามเพื่อนสาวด้วยความงงงันเพราะตอนนี้บนใบหน้าเรียวสวยมีแต่เครื่องหมาย??? เต็มไปหมด
“ก็ ก็”
“ก็อะไร พูดมาเดี๋ยวนี้”
“ก็...ว่าที่สามีในอนาคตของแกไง ยัยน้ำฟ้า 555++”
“เดี๋ยวๆแกนะแกเจอกันเมื่อรัยเจอดีแน่ แต่จะว่าไปชั้นก็ยังไม่เจอแม้แต่เงาของเค้าเลยนะ ตั้งแต่มาน่ะ แต่ก็ดีแล้วเพราะชั้นก็ไม่อยากเจอนายนั่นอยู่แล้ว”
“เออให้มันแน่เถอะ แต่เค้าหล่อนะแก เท่อะ สเป็คเลยชั้นเคยอ่านนิตยสารที่เค้าเคยให้สัมภาษณ์ เห็นแค่รูปก็ดูหล่อ เท่ สมาร์ท คมเข้ม เฮ่อบาดใจเป็นที่สุด” คำพูดของดารินยานั่นเล่นทำเอาภาสกรเกือบลอยขึ้นไปเก็บดาวได้อยู่แล้วเชียว แต่ต้องสะดุดอะไรสักอย่างตกลงมานอนแอ้งแม๊ง ตุ้บ!! หุบยิ้มแทบไม่ทันเพราะยัยตัวแสบ
“แหวะ จะอ้วกอะแก อย่าเพ้อมากไปได้ปะ”
“ก็ชั้นปลื้มนี่”
“จะหล่อสักแค่ไหนกันเชียว”คำพูดของหญิงสาวเป็นการสบประหม่าอย่างแรง
“อย่าไปหลงเสน่ห์เค้าก็แล้วกันนะ”
“แน่นอนย่ะ”
“ให้มันจริงเถอะ ไม่ใช่ว่าเห็นคุณภีมของชั้นแล้วแกจะเปลี่ยนใจรีบไปงานกันเค้าแทบไม่ทันนะสิยะ”
ภาสกรได้แต่ยิ้มๆไม่ยอมหุบอยู่คนเดียวเพราะคำพูดของดารินยาเพื่อนของฟ้าลดานี่สิไม่ได้พูดอะไรว่าร้ายเขาเลยสักนิดเดียวมีแต่จะเข้าข้างเสียมากกว่าอีก
“แกนี่นะยัยดรีม แกเป็นเพื่อนใครกันแน่เนี่ย เข้าข้างกันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะ” หญิงสาวอดตัดพ้อเพื่อนไม่ได้
“ก็แค่นิดหน่อยเอง แล้วแกอย่าไปหลงเสน่ห์คุณภีมของชั้นล่ะ”
“ไม่มีทางแน่นอนแกได้ใจได้ยัยดรีม อย่างนายภีมนั่นไม่มีวันได้แอ้มชั้นหลอก แม้แต่ขาอ่อนก็อย่าหวังว่าจะได้เห็น”

*-* *-* *-* *-* *-* *-*

‘ไม่มีวันเหรอ คอยดูละกันยัยตัวแสบ หึหึ ’ ภาสกรพึมพำเบาๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง (เพื่อเตรียมการรับมือกับยัยตัวแสบ) งานนี้สนุกแน่ อิอิ
“นี่ยัยดรีม แกมีอะไรจะเทศให้ชั้นฟังอีกมั๊ย ชั้นง่วงเต็มทนแล้ว” หญิงสาวพูดพรากเอามือปิดปากหาว
“เออๆ ไม่มีกัณฑ์ไหนจะเทศให้ฟังแล้ว เดี๋ยวถ้าว่างๆจะกรี๊งกร๊างไปเทศให้ฟังใหม่นะ 555++”สองสาวหัวเราะลั่น
“เออๆ แค่นี้นะแก ฝันดีผีรอบเตียง อิอิ”
“นี่แกแกล้งชั้นเหรอยัยน้ำฟ้า เดี๋ยวเหอะเจอกันเมื่อรัยละ น่าดูเชียว..ถ้ามีปัญหาอะไรแกก็อย่าลืมชั้นนะ มีอะไรก็กรี๊ง กร๊างมาบ้าง ชั้นว่างรับสายเสมอ ปล.ชั้นเป็นห่วงแกนะยัยน้ำฟ้า”
“โถ๋!..เพื่อนเราทำซึ้งซะงันนะ” ฟ้าลดาแซวเพื่อนสาวซะงั้น
“แกก็...เออแค่นี้นะ เปลืองค่าโทร”
“แหม..เพื่อนเรางกตลอดตลอดเลยนะ”
“555++ก็เดี๋ยวนี้อะไรอะไรมันก็แพงนี่ ประหยัดไว้เป็นดี แกชวนชั้นคุยอีกแล้วนะยัยน้ำฟ้า ฝันดีนะเพื่อน”
“จร้า..แกก็เหมือนกันนะ”
เมื่อการสนทนาของทั้งสองสาวจบลง ฟ้าลดาก็เดินรับลมสักครู่ก็เดินกลับขึ้นห้องนอนไปอย่างสบายใจ เพราะว่าวันพรุ่งนี้แล้วสินะจะเป็นวันที่เรื่องทุกอย่างจะจบลงด้วยดี
*-* *-* *-* *-* *-* *-* *-* *-* *-* *-*

แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางผ้าม่านสีขาวบางเบาทางหน้าต่าง ทำให้ฟ้าลดารู้สึกถึงไออุ่นของแสงแดด หญิงสาวขยิบตาปริบๆถี่ๆ เพื่อไล่ความงัวเงีย และแถมด้วยการบิดตัวเพื่อไล่ความขี้เกลียดอีก 1 ที เอ้ย!!.. บิดตัวเพื่อไล่ความงัวเงีย หลังจากนั้นก็ออกไปสูดอากาศอันสุดแสนบริสุทธิ์ยังระเบียงนอกห้องนอน
“เฮ่อ อากาศยามเช้าที่นี่ดีจังเลย” ว่าแล้วก็สูดเอากากาศเข้าไปเต็มปอด
ไม่นานนักก็มีเสียงเคาะประตูเรียก ทำให้หญิงสาวตื่นจากภวังค์ เพราะกำลำคิดอยู่ว่าวันนี้จะเริ่มต้นพูดอย่างไรดี
ก๊อก ก๊อก ก๊อก ครั้งที1
“.....” เงียบ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก ครั้งที2
“.....” เงียบ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก ครั้งที3
“ คร่า...ค่ะ มาแล้ว มาแล้ว” เสียงดังมาพร้อมกับการเปิดประตูรับผู้มาเยือน
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณป้า” เมื่อเปิดประตูบานสวยออกก็รู้ทันทีว่าผู้มาเยือนคือใคร หญิงสาวจึงทักทายด้วยการอรุสวัสดิ์...
“จ้าลูก อรุณสวัสดิ์ เป็นยังไงบ้างลูกนอนหลับสบายดีมั๊ยลูก”คนเป็น
“อากาศยามเช้าที่นี่สบายดีนะ ป้าว่าเดี๋ยวพอเราทานข้าวเช้ากันเสร็จจะพาหนูไปชมไร่ชะหน่อย หนูว่าไงลูก” คนเป็นป้าเอ่ยปากชวน
“อืมม...ก็ดีค่ะเดี๋ยวน้ำฟ้าขอตัวไปอาบน้ำ แต่งตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวน้ำฟ้าจะรีบตามลงไปค่ะ”
“จ้าแล้วตามลงมานะลูก ป้าว่าจะไปเตรียมอาหารไปทานด้วย”
“ค่ะ งั้นน้ำฟ้าขอตัวก่อนนะคะ” สิ้นคำของหญิงสาวเท่านั้นเธอก็พาร่างอันบอบบางไปเตรียมตัวทันทีโดยไม่มัวรีรอ
*-* *-* *-* *-* *-* *-* *-* *-* *-* *-*

07.00 น. ณ โต๊ะอาหาร
“อ้าว หนูฟ้ามาแล้วเหรอลูก” คุณหญิงวิภาเอ่ยทักหลานสาวทันทีที่เห็นหญิงสาวเดินลงมาจากชั้นสองของตัวบ้าน
“ค่ะคุณป้า”
“มาลูกมานั่งนี่”
“ค่ะ”
“วันนี้ป้าลงทุนตื่นมาแต่เช้าตรู่ไปตลาดเพื่อทำอาหารต้อนรับหนูโดยเฉพาะเลยนะเนี่ย” คุณหญิงคุยอวดตัวเองเป็นการใหญ่
“น่าตาน่าทานทั้งนั้นเลยค่ะคุณป้า”
“งั้นลงมือเลยลูก”
“ค่ะ”
“อร่อยมั๊ยลูก” เมื่อเห็นฟ้าลดาตักเอาตักเอา อาหารคงถูกปากละสิ
“ค่ะคุณป้าอร่อยมาก คุณป้านี่เก่งจังเลยนะคะทำอาหารอร่อยทุกอย่างเลย” หญิงสาวเอ่ยาปากชม และนั่นก็ทำเอาคุณหญิงวิภาหน้าบานกันไปยกใหญ่
“แหมหนูน้ำฟ้าก็ ป้าก็เขินเป็นนะ คริๆ”
“ก็มันจริงนี่คะ”
“เอาเป็นว่าเราทานกันต่อดีกว่านะลูก เดี๋ยวจะได้ไปในไร่กัน”
“ค่ะคุณป้า”หลังจากนั้นหญิงสาวก็จัดการกับอาหารที่อยู่ตรงหน้าจนอิ่ม
*-* *-* *-* *-* *-* *-* *-* *-* *-* *-*
เมื่อจัดการกับอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว ทั้งคุณป้าและคุณหลานก็เดินทางเข้าไปในไร่ โดยได้ลืมที่จะขนเสบียงอาหารไปด้วย (คงกะว่าอยู่ยาวเลยมั๊ง!!)
และเมื่อเดินทางมาถึงไร่แล้ว ฟ้าลดาจึงเดินตามคุณหญิงวิภาต้อยๆไปที่แคร่ไม้ไผ่ ซึ่งนายภาสกรเขาแอบมาหลบนอนพักอยู่ที่นี่เป็นประจำ เพราะเป็นที่ที่โปรดปรานของเขาเลยแหละ มีทั้งต้นไม้ใหญ่ที่ให้ความล่มรื่นและสายน้ำเล็กๆไหลผ่าน
“เป็นยังไงบ้างที่นี่บรรยากาศดีใช่มั๊ยล่ะ” คุณหญิงวิภาเอ่ยขึ้น
“ค่ะ สบายมากๆ น้ำใสจังเลยค่ะคุณป้า”
“ใช่แล้วลูก สบายและต้นน้ำจริงๆไหลมาจากน้ำตกทางท้ายๆไร่โน่น แต่ต้องเดินลึกเข้าไปในป่าอีก”
“แค่ลำธารตรงนี้ก็สวยแล้วละค่ะ”หญิงสาวเอ่ย
“คุณป้าคะ แล้วเรื่องเมื่อวานที่เราคุยค้างกันไว้ละคะ น้ำฟ้าอยากให้เรื่องมันจบจบไปค่ะ” ขณะนี้บรรยากาศเริ่มจะไม่บริสุทธิ์ดีเสียแล้วสิ เพราะว่ามันกำลังเริ่มตรึงเครียดแล้วครับพี่น้อง
“ก็ได้ในเมื่อหนูน้ำฟ้าอยากจบ ป้าก็จะเราความจริงให้ฟัง คือเรื่องมันมีอยู่ว่า....”หลังจากนั้นคุณหญิงวิภาก็เรื่องความจริงให้ฟ้าลดาฟ้าทั้งหมดโดยมีมีปิดปัง (แต่จะใส่สีตีไข่นิดหน่อย) เพราะคุณหญิงวิภาได้โทรไปรายงานฝ่ายทางพ่อแม่ของหญิงสาว และวางแผนกันไว้ดิบดี ว่ายังไงซะคุณหญิงวิภาจะต้องได้หนูน้ำฟ้ามาเป็นศรีสะใภ้ให้ได้ ส่วนเจ้าลูกชายตัวดีนะเหรอไม่มีทางที่จะปฏิเสธผู้เป็นแม่ไปได้หลอก อิอิ
เรื่องก็มีอยู่ว่า
“อันที่จริงแล้วคุณพ่อของหนูน้ำฟ้าเค้ากำลังจะล้มละลาย คุณลุงวีระเขาเลยยื่นมือเข้าช่วยด้วยการเข้าไปช่วยซื้อหุ้นของโรงแรมที่คุณพ่อของหนูกำลังจะขายออกเพราะคุณพ่อของหนูได้เอาโรงแรมไปเป็นสินทรัพย์ค้ำประกันวงเงินกู้กับBank และช่วงนั้นเป็นช่วงทีเศรษฐกิจไม่ค่อยดี จึงไม่ค่อยมีแขกเข้ามาพัก ทำให้กิจการขาดทุนเพราะต้องแบกรับภาระทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมทั้งเงินเดือนของพนักงาน ไหนจะค่ะน้ำ ค่าไฟ รวมทั้งค่าใช้จ่ายจิปาถะอะไรทั้งหลายแหล่ พ่อของหนูก็เลยจำเป็นที่จะต้องขายหุ้นทิ้งไปเสียบ้าน เพื่อนำเงินจำนวนนั้นไปหมุน แต่นั่นมันยังไม่สำคัญเท่าบ้านรัตนรักษ์ เพราะคุณพ่อของหนูก็เอามันไปจำนองไว้อีกด้วย โดยที่คิดว่าสักวันอะไรอะไรมันคงจะดีขึ้น แต่จนแล้วจนรอด มันก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น จนบ้านหลังนั้นถูกยึด และเตรียมขายทอดตลาด แต่คุณลุงของหนูเขาไปซื้อเก็บไว้ เพื่อเพื่อนรักจะได้ไม่ต้องไปตกระกำลำบากอยู่ที่ไหน”
“แล้วโรงแรมล่ะคะคุณป้า ฮึก ฮึก ”หญิงสาวถามออกมาด้วยเสียงที่อู้อี้อู้อี้ สะอื้นไห้ เพราะเธอได้ฟังเรื่องราวของพ่อและแม่ของตัวเองตกที่นั่งลำบากได้ถึงเพียงนี้ ในขณะที่เธอไม่สามารถช่วยอะไรท่านได้เลย
แม้ในใจก็อดสงสารหญิงสาวไม่ได้เพราะเรื่องมันถูกกำหนดไว้แล้ว
“โรงแรมนะเหรอ หุ้นก็ถูกขายออกไปเรื่อยๆจากเดิมที่มีอยู่60%จนกลายเป็น20%ส่วน หุ้นส่วนของคุณลุงจากเดิม20%จนกลายเป็น60% คุณลุงเขาก็ซื้อเก็บไว้ให้โดยใส่ชื่อของพี่ภีมเขา เพราะกลัวคนอื่นจะมองไม่ดี ตอนแรกคุณลุงเขาก็ให้ยืมเงินนะ แต่คุณพ่อของหนูเขาไม่ยอมรับนี่สิ พวกเราก็จนใจ จึงปล่อยเลยตอมเลย แต่คุณพ่อของหนูก็ยังบริหารโรงแรมต่อไปโดยความช่วยเหลือของคุณลุง และความช่วยเหลือจากหลายๆฝ่าย พวกเราจึกกลับมากู้สถานการณ์ได้”
“แล้วบ้านล่ะคะยังเป็นของน้ำฟ้าอยู่หรือเปล่า ฮือ ฮือ ” คราวนี่ทำเอาฟ้าลดาร้องไห้หนักเข้าไปอีก
“บ้านหลังนั้นก็ตกเป็นชื่อของคุณลุงเพราะคุณลุงเขาตั้งใจว่าจะเก็บไว้เป็นของขวัญวันแตงงานของหนูน้ำฟ้ากับพี่เขาน่ะลูก”
“สรุปว่าน้ำฟ้าจะไม่เหลืออะไรเลยเหรอคะคุณฟ้า น้ำฟ้าไม่เหลืออะไรเลย ฮือ ฮือ”
“เหลือสิ ถ้าหนูยอมแต่งงานกับพี่เขา ทรัพย์สินทุกอย่าที่เคยเป็นของหนูมันก็จะกลับมาเป็นของหนูนะลูก”คุณหญิงปลอบหลานสาวราวกับเธอเป็นเด็กน้อย
“น้ำฟ้าอยากช่วยอะไรท่านบ้าง ต่อไปนี้น้ำฟ้าจะไม่ดืออีกแล้วค่ะ น้ำฟ้าสงสารคุณพ่อ ฮือ ฮือ ฮือ”
“ไม่เป็นไรนะลูกเราก็ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดเท่านี้ก็น่าจะพอแล้วล่ะ คุณพ่อก็จะได้ไม่ต้องเหนื่อยมาก”
คุณหญิงวิภาเดินออกไป ปล่อยให้หญิงสาวทบทวนอะไรอะไรไปก่อนสักพัก

ฟ้าลดานั่นคิดหนักอยู่ครู่ใหญ่
“คุณป้าคะ”คุณหญิงวิภาหันมามองทางต้นเสียง
“มีอะไรลูก”
“คือ....เอ่อ....คือ...ก็ได้ค่ะน้ำฟ้าตกลงน้ำฟ้าจะแต่งงานกับพี่ภีมค่ะ”
“ว่าไงนะลูก”ถึงแม้ว่าจะได้ยินถนัด ชัดเจนเต็มสองหูแต่ก็ตามประสาคนที่ดีใจ ก็ต้องการที่จะฟังอีกสักรอบเพื่อยืนยันว่าได้ยินไม่ผิดแน่นอน
“น้ำฟ้อตกลงค่ะ ว่าจะแต่งงาน”
*-* *-* *-* *-* *-* *-* *-* *-* *-* *-*




sexygirl
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 13 มี.ค. 2555, 17:42:47 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 13 มี.ค. 2555, 17:42:47 น.

จำนวนการเข้าชม : 1556





<< บทที่ 1 แรกพบสบตา (คู่กัด คู่เหวี่ยง)    บทที่ 3 บทลงโทษของคนปากดี(นายวายุ นายจะทำอะไร กรี๊ดดดด) >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account