วิวาห์ลวงสีรุ้ง
เรื่องราวสับสนอลหม่านระหว่างสาวตกอับกับหนุ่มมาดเกย์ โดยมีทรัพย์สินมหาศาลเป็นเดิมพัน สัญญาวิวาห์หลอกๆ จึงเกิดขึ้น ความเข้าใจผิดเมื่อแรกพบจะนำพาเขาและเธอมารักกันได้หรือไม่..
-------------------------
การแต่งงานแบบหลอกๆ ของหนึ่งสาวที่หวังรวยทางลัด แม้เจ้าบ่าวจะเป็นเกย์เธอก็ไม่สน ขอรวยไว้ก่อนเป็นใช้ได้ กับอีกหนึ่งหนุ่มที่มีเงินกองมรดกกดดันให้เขาต้องรีบหาใครสักคนมาแต่งงานด้วย แม้เจ้าสาวจะเป็นผู้หญิงแบบไหนเขาก็แคร์ ความรักสำหรับเขามันตายด้านไปนานแล้ว
Tags: เล่ห์ร้าย...หัวใจพลอยโจน , วิวาห์ลวงสีรุ้ง , เล่ห์รัก...หัวใจมีเพียงเธอ

ตอน: บทที่ 2 การพบหน้าที่ไม่น่าอภิรมย์

บทที่ 2 การพบหน้าที่ไม่น่าอภิรมย์

ตั้งแต่เด็กยันเป็นสาวสะพรั่งจนจะร่วงโรย เธอเองก็เพิ่งจะรับรู้ว่าอาการรักแรกพบมันเป็นเช่นไร หนุ่มหน้าขาวกระจ่างใสรับกับจมูกโด่งเป็นสันมีเสน่ห์หักคดลงมาเล็กน้อย เรียวปากเป็นกระจั๊บสีแดงระเรื่อ และดวงตาคมขำคู่นั้นช่างเย้ายวนใจสาววัย 27 ปี อย่างธัญสินีจนอยากจะกระโดดกอดคอจุ๊บปากซะให้รู้แล้วรู้รอด คนอะไรก็ไม่รู้ นิยามสั้น ๆ คำเดียว น่ารักอ่ะ!

“นี่เธอ จะยืนค้างอีกนานไหม” เสียงเหวี่ยงของหนุ่มหน้าเกาหลีเรียกสติของสาววัย 27 ที่กำลังคิดมิดีมิร้ายอยู่ให้หวนกลับคืนมา อ๊าย คนอะไรหน้าตาดีไม่พอ เสียงยังหล่ออีกต่างหาก นับว่าสวรรค์ยังมีเมตตามอบเทพบุตรสุดหล่อตกลงท้องที่กำลังหิวโหยของเธอ ปลายตามองไปที่รถปอร์เช่เปิดประทุนสีขาว ลองได้มีโลโก้ดีอย่างนี้ คงต้องเดินหน้าพุ่งชนเต็มสตรีม!

“ขอโทษคะ เผอิญไข่รู้สึกคุ้น ๆ หน้าคุณยังไงก็ไม่รู้ เลยเผลอตัวจ้องนานไปหน่อย” กล่าวพลางสะบัดเส้นผมสีน้ำตาลเงางามที่ถูกดัดเป็นลอนสวยไปข้างหลัง ดวงตากลมโตสุกสว่างเป็นประกายวิบวับ

วงศกรทอดมองหญิงสาวแปลกหน้ากับการแต่งกายที่ค่อนข้างเปรี้ยวจี๊ดในชุดเดรสสั้นแขนกุดกระโปรงพริ้ว ไม่น่าเชื่อผู้หญิงหากินสมัยนี้จะออกมาล่าเหยื่อหน้าร้านอาหารอย่างโจ่งครึ้ม ดูจากแววตากระหายล่าเหยื่อของเธอเข้าสิ เห็นแล้วยิ่งขนลุกน่าขยะแขยง ผู้หญิงอะไรไร้ยางอายสิ้นดี สายตาหมิ่น ๆ ของผู้ชายหน้าขาวทำเอาธัญสินีหน้าร้อนผ่าว ๆ ในใจส่วนลึกไม่พอใจเขาเหมือนกัน แต่พอเห็นของประดับบารมีแต่ละชิ้นของเขาความไม่พอใจจึงตกเป็นรองไป ชายหนุ่มขายาวก้าวออกมาข้างหน้าสำรวจกระโปรงรถปอร์เช่สุดหวงของตัวเองทุกตารางนิ้ว ก่อนจะขมวดคิ้วไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร ที่สำคัญเขาค่อนข้างมั่นใจว่าเขาไม่ได้ชนเธอ เมื่อคิดได้ประการฉะนี้ความเข้าใจของเขาก็กระจ่างทันที คิดว่าจะตบตาคนอย่างเขาได้หรือไง ชายหนุ่มเลิกยิ้มมุมปาก เป็นผู้หญิงอย่างว่าก็น่าอายพอแล้วนี่ยังควบตำแหน่งสิบแปดมงกุฎด้วยอีกหรือเนี่ย!

“ว้าย คุณทำค่ะเนี่ย” สาวหน้าคมมองชายร่างสูงอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นเขาหยิบมือถือออกมาถ่ายรูปเธอทุกด้านทุกมุม เขาคิดจะทำอะไรของเขานะ หรือว่า!! แน๊ สนใจเค้าเหมือนกันใช่ไหมล่ะ ว่าแล้วหญิงสาวก็โพสท่านางแบบวาดแขนแอ่นหน้าแอ่นหลังสู้กล้องซะเลย วงศกรแสยะยิ้ม ใจกล้าหน้าด้านจริงนะแม่คุณ ฉันไม่โง่ให้เธอเคี้ยวได้ง่าย ๆ หรอกน่า

“ขอบใจมาก เธอนี่ถ่ายรูปขึ้นนะเนี่ย ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันไปก่อนละ” ร่างสูงโปร่งหมุนตัวก้าวตรงไปเปิดประตูรถออกมา ธัญสินีมีหรือที่จะปล่อยให้เหยื่อที่สวรรค์ประทานมาจากไปง่าย ๆ

“โอ๊ยย เจ็บจังเลย ขาไข่จะหักไหมเนี่ยยยย...” เสียงหวานลากยาว ทรุดตัวกุมข้อเท้าตัวเองพยายามบิดตัวเป็นเลขแปดโชว์ส่วนสัดที่ได้รูปของตัวเองอย่างจงใจ ขาดทุนนิด ๆ หน่อย ๆ เพื่ออนาคตในวันข้างหน้า เอาน่า ไข่หวาน ด้านได้อายอด หล่อ ๆ รวย ๆ อย่างนี้ไม่ได้มีให้เห็นบ่อย ๆ ว่าแล้วสาวเจ้ามารยาก็แสดงลีลาร้อยเล่มเกวียนส่งเสียงร้องเรียกเหยื่อให้เข้ามาหา ...แต่การรอคอยของเธอดูเหมือนจะสูญเปล่าเพราะว่าวงศกรไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามอง เขาขับรถปอร์เช่ออกไปธัญสินีใจหายวาบ ก่อนจะโล่งอกเมื่อเห็นว่าเขาแค่เอารถไปจอด แต่มันก็ตงิดขัดใจไม่น้อย เธอไม่เคยต้องลงทุนทำอะไรเปลืองตัวขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ให้ท่าผู้ชายก่อน ดูเหมือนเขาจะไม่เห็นความสำคัญของครั้งแรกของเธอเลยสักนิด หญิงสาวหน้างอง้ำได้ไม่นานก็สวมลีลานางเอกที่น่าสงสารอีกครั้งเมื่อเห็นร่างสูงของชายหนุ่มเดินตรงเข้ามา

“โอ๊ย เจ็บจังเลย ....” เหล่มองร่างสูงที่เดินไม่รู้ไม่ชี้ทิ้งห่างออกไป ธัญสินีมองตามตาเหลือก ก้มมองสำรวจเสน่ห์ตัวเอง อ๊ายย นี่เขาเป็นผู้ชายภาษาอะไรถึงได้มองข้ามสาวสวยระดับชาติไปได้ ไม่จริง!! ด้วยความข้องใจแกมไม่อยากเสียเหยื่อที่สวรรค์โปรยปรายลงมา ร่างบางวิ่งตามเขาเข้าไปในร้านอาหารทันที

ภายในร้านอาหารที่ซึ่งสร้างความเจ็บปวดให้เธอเมื่อยี่สิบนาทีก่อน ไม่นึกเลยว่าเธอจะกล้าก้าวขากลับเข้ามาอีก ถ้าไม่ใช่เพราะเป้าหมายเร้าใจตรงหน้า เธอจะไม่ยอมเข้ามาพบเห็นใบหน้าปั้นยิ้มดีใจของอดีตคนรักแน่นอน เอกรินทร์ตรงปรี่มาหาธัญสินีที่ชะเง้อมองหนุ่มหล่อที่แอบตามเข้ามา เขาเดินตรงไปยังโต๊ะอาหารริมน้ำที่อยู่ข้างในสุด ที่โต๊ะนั้นมีหนุ่มผิวขาวหน้าตาดีนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ...แหม สวรรค์ช่างเมตตาส่งตัวสำรองลงมาให้อีกคนเลยหรือเนี่ย

“น้องไข่ครับ พี่ดีใจจัง ที่ไข่กลับมาหาพี่ แสดงว่าน้องไข่ยอมรับข้อเสนอของพี่แล้วใช่ไหมครับ” เสียงเอกรินทร์ดังกรอกหูจนน่ารำคาญ ธัญสินีปรายตามองเบ้ปาก เรื่องอะไรที่เธอจะไปมองของโลโซแถมยังมีปลอกคอจับจองไว้อีก สู้สองคนนั้นก็ไม่ได้ ขาวจั๊วะน่าเจี๊ยะ กว่าเป็นไหน ๆ รังสีไฮโซจับซะขนาดนั้นไม่ต้องเสียเวลาคิดเลย ว่าเธอจะเลือกใคร

“ไข่ว่าเราคุยกันจบแล้วนะคะ พี่เอกปล่อยมือไข่คะ” น้ำเสียงสิ้นเยื่อใยอย่างสิ้นเชิง เอกรินทร์หน้าจ๋อยสนิท ปล่อยมือออกจากเธอ

“ไข่ครับ ไข่ไม่เสียดายเวลาที่เราคบกันมาหรือไง” สายตาตัดพ้อทำเอาธัญสินีโมโหปรี๊ด

“โหวว ช่างกล้าพูดนะคะ ไข่ต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายพูด เราคบกันมาได้ปีครึ่ง พี่ไม่เคยเอ่ยปากขอไข่แต่งงาน แต่กับผู้หญิงคนนั้นพี่เจอเขาแค่ 4 เดือน ก็ประกาศจะแต่งงานกับเขา อย่างนี้มันหมายความว่ายังไง”

“ไข่ ไข่ต้องเข้าใจพี่นะ เศรษฐกิจช่วงนี้มันเป็นยังไง ไข่ก็เห็น ๆ อยู่ คนจบใหม่ก็เยอะ ไอ้เราก็อายุอานามมากขึ้นทุกวัน จะไปสู้อะไรกับเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงได้ละ พี่ก็ต้องหาหลักประกันในชีวิตบ้างสิ ถ้าไข่ใจกว้าง ไม่เพียงแต่พี่จะมีหลักประกันไข่เองก็จะมีเหมือนกัน ทุกอย่างที่มีทำ ก็เพื่อเรานะ” ธัญสินีสุดจะทนตวัดฝ่ามือฟาดใส่หน้าเขาไม่ยั้ง คนในร้านรวมถึงวงศกรเริ่มหันมามองอย่างสนใจ

“เห็นแก่ตัวที่สุด พี่กล้าพูดอย่างนี้ได้ไง ไข่ไม่ต้องการหลักประกันบ้า ๆ ที่พี่หยิบยื่นให้หรอกนะ ถึงไข่จะจน หรือต้องตกอับแค่ไหน ก็ไม่มีทางยอมตกเป็นเมียน้อยของใครเด็ดขาด” น้ำตาเอ่อร้นออกมาจากเบ้าตางาม ปมด้อยในใจที่ปกปิดเอาไว้มานานแสนนานถูกสะกิดขึ้นมาอีกครั้ง

ธัญสินีในวัย 6 ขวบ อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมรูปร่างหน้าตาของเธอไม่เหมือนพ่อแม่ญาติพี่น้องพากระโทกที่ดำเมี่ยงดั้งยุบกันทุกคน กลับผิวขาว ผมแดง จมูกโด่งเชิดสูงละม้ายคล้ายฝรั่งมั่งค่า แล้วความจริงก็เปิดเผยขึ้นมาเมื่อพ่อแม่ที่เลี้ยงเธอมาเล่าความจริงให้เธอฟัง ว่าท่านทั้งสองรับอุปการะเลี้ยงดูเธอจากแม่แท้ ๆ ที่ตรอมใจตายไปเมื่อเธอเกิดได้ไม่ถึงขวบดี หลังจากที่เกิดเรื่องมากมายที่กรุงเทพฯ แม่ของเธอที่เคยทำงานรับใช้อยู่บ้านสามีภรรยาชาวออสซี่ ในวันที่ภรรยาสาวไม่อยู่ นายฝรั่งจอมหื่นกามก็ตรงดิ่งบุกเข้าขืนใจแม่ของเธอจนตั้งท้องขึ้นมา นายหญิงรู้เรื่องเข้าก็โกรธจัดเฉดหัวแม่เธอออกจากบ้าน นายฝรั่งนอกจากจะไม่ช่วยแล้วยังออกปากไล่ด้วยตัวเอง แม่เธอต้องทนแบกหน้าอุ้มท้องกลับมาประจานตัวเองที่บ้านเกิด คำติฉินนินทาเกิดขึ้นหนาหู เธอลืมตาดูโลกได้เพียง 6 เดือน แม่เธอก็ด่วนจากไป พี่สาวของแม่จึงอุปการะเลี้ยงดูเธอเป็นลูกแทน เธอไม่มีวันเดินตามรอยเท้ามารดาเด็ดขาด ถ้าไม่ได้เป็นหลวงชาตินี้เธอก็ไม่ขอเป็นน้อย ธัญสินีปาดน้ำตาที่เริ่มไหล่ย้อยลงมาทิ้งไป เธอไม่น่าเสียเวลาตั้งปีครึ่งมาคบกับผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างนี้เลย ไร้ประโยชน์สิ้นดี!

“รู้จักผู้หญิงคนนั้นเหรอ” พิชญะ เพื่อนชายคนสนิทของวงศกรเอ่ยถาม มองตามสายตาของเพื่อนชายที่ทอดมองไปที่ธัญสินีตาไม่กะพริบ ไหนจะรอยยิ้มที่ผุดขึ้นบนวงหน้าคมคร้ามนั้นอีก คนถูกถามสะดุ้งเล็กน้อย อดแปลกใจตัวเองไม่น้อยที่เผลอตัวให้ความสนใจผู้หญิงหากินไปชั่วระยะหนึ่ง

“ไม่รู้จักหรอก และก็ไม่อยากจะรู้ด้วย เรามาคุยเรื่องนั้นกันต่อดีกว่า” วงศกรเริ่มเข้าเรื่องที่คุยค้างไว้ พอออกจากบ้านดำรงพิทักษ์เขาก็นัดพิชญะออกมาเจอที่นี่ เพื่อจะปรึกษาหาลู่ทางเอาตัวรอดจากการถูกจับคลุมถุงชนครั้งนี้

“ผมไม่เข้าใจ ไหนคุณเคยบอกว่า คุณหญิงย่ารักและเอ็นดูคุณมาก แล้วตอนนี้ทำไมถึงต้องบังคับคุณให้แต่งงานกับคนที่คุณไม่ได้รักด้วยละ”

“ก็นั่นแหละที่ผมอยากรู้ คุณย่านะคุณย่า อ้างว่าอยากอุ้มหลาน แต่ผมว่ามันไม่ใช่แค่นั้นหรอก โว้ย กลุ้ม!” พิชญะรีบยกแก้วน้ำของตัวเองส่งให้ชายหนุ่มที่กำลังมีอารมณ์ขึ้นมา

“ใจเย็น ๆ ก่อนสิครับ แล้วคุณจะแต่งงานตามความต้องการของคุณหญิงย่าหรือเปล่าครับ” เสียงขาดห้วงของเพื่อนชายคนสนิทที่เขาก็รู้ความนัยที่เจือในน้ำเสียงกับแววตาหวาดหวั่นที่รอคอยคำตอบจากเขาใจจดจ่อ

“ไม่รู้สิ ตอนนี้ผมยังคิดไม่ออก ถ้ามันตันจริง ๆ ก็คงต้องแต่ง” พิชญะหน้าซีดกับคำตอบที่ไม่ปฏิเสธซะทีเดียว แสดงว่าถ้าไม่มีทางเลี่ยงเขาก็จะแต่งงานงั้นหรือ แค่คิดถึงห้องนอนที่ปราศจากวงศกรเขาก็เจ็บหนึบเข้าไปในจิตใจ

“เอาน่า ผมไม่ได้จะแต่งวันนี้ซะหน่อย ทำหน้าซังกะตายไปได้ ยังมีเวลาเหลืออีกตั้ง 2 วัน ถึงตอนนั้นคงมีทางออกดี ๆ ผ่านเข้ามาในหัวบ้างแหละน่า” เพื่อนชายมีสีหน้าดีขึ้นทันตาเห็น ส่งยิ้มอบอุ่นพร้อมกับมือหนาสะอาดสะอ้านเอื้อมไปจับกุมมือวงศกรไว้แน่นกับสายตาที่สื่อความในใจออกมาจนหมด

ธัญสินีที่มองอยู่ไกล ๆ เห็นความโรมานซ์ของชายสองคนที่สวรรค์ประทานมาให้แทบกรี๊ดออกมา อย่าบอกนะ ว่าเขาสองคนจะกินกันเอง ไม่น่ะ!!

“ไข่ ไข่ จะไปไหนครับ” เสียงเอกรินทร์ดังไล่หลังร่างงามที่เดินตรงดิ่งไปที่โต๊ะอาหารสุดโรมานซ์ที่ชายสองคนจ้องตากันซึ้ง

“นี่พวกคุณเป็นเก้งเป็นกวางกันหรือไง” ธัญสินีข่มอารมณ์ไม่อยู่กระแทกฝ่ามือใส่บนโต๊ะอาหารเสียงดัง ปึง! ชายหนุ่มหน้าขาวสองคนปล่อยมือออกจากกัน วงศกรมองแขกผู้มาเยือนที่ยิงคำถามตรงเกินจนเขาถึงกับผงะ

“น้องไข่ ไปยุ่งอะไรกับเขาละครับ ผมขอโทษจริง ๆ นะครับ ไปครับไข่ เราไปคุยกันที่โต๊ะเราดีกว่า” เอกรินทร์ที่ตามมาสบทบรีบขอโทษชายแปลกหน้าสองคน ด้วยเข้าใจว่าธัญสินีคงเสียใจมากจึงหาเรื่องพาลกับใครก็ตามที่แสดงความรักใส่กัน

“นี่ เลิกยุ่งกับฉันซะทีได้ไหม ไปให้พ้นเลยนะ ระหว่างเรามันจบแล้ว ไม่จำเป็นต้องคุยกันอีก” ธัญสินีเบี่ยงตัวหนีจากสองมือของเอกรินทร์ที่พยายามจับตัวเธอให้เดินออกไปกับเขา

“น้องไข่ ทำไมพูดกับพี่อย่างนี้ละครับ” หญิงสาวแทบอยากจะบ้าตายที่เอกรินทร์ดูเหมือนจะไม่เข้าใจสิ่งที่เธอพูดออกไปทั้งหมด ใจคอเขาจะให้เธอเป็นเมียน้อยเขาให้ได้จริง ๆ ใช่ไหม ฝันไปเถอะ มือบางดึงวงศกรที่นั่งงง ๆ อยู่ให้ลุกขึ้นมา

“เห็นอะไรนี่ไหม เขานี่แหละ แฟนใหม่ไข่ ต่อไปนี้คงจะเข้าใจแล้วสินะ ว่าเราไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว” เอกรินทร์นิ่งค้าง มองที่แฟนสาวกับชายแปลกหน้า ก่อนจะหัวเราะพรืด ถ้าเขาไม่ได้ตาฝาดและเซ้นส์ของเขาไม่เสื่อม เขาแน่ใจว่าผู้ชายแปลกหน้าสองคนนี้น่าจะเป็นอะไรกัน ที่มากเกินกว่าเพื่อนชายสองคนจะมานั่งทานข้าวในสถานที่โรแมนติกเช่นนี้

“น้องไข่แน่ใจนะ ว่าแฟนใหม่คนนี้ เป็น ผู้ชายทั้งแท่ง ฮ่า ๆ” ธัญสินีหน้าแดงก่ำ นั่นแหละคือปัญหา ตวัดสายตาเคืองขุ่นไปที่ร่างสูงที่เธอพัวพันไว้อยู่ ใบหน้าคมขาวหล่อใสกิ๊ง จิ๊ ๆๆ น่าเสียดายชะมัด ทำไมเธอถึงซวยไม่เลิกไม่ราแบบนี้นะ มีรักครั้งใหม่ก็ดันมาตาต่ำตกหลุมรักเกย์ซะได้ ยิ่งสังเกตการแต่งกายของเขาชัด ๆ แหม ไม่ต้องอธิบายให้มากความ เกย์แต้ ๆ

“ผมว่าพวกคุณสองคนมีปัญหาอะไรกัน ควรจะไปปรับความเข้าใจกันดีกว่านะครับ อย่ามารบกวนพวกเราเลย” พิชญะผุดลุกขึ้นยืนอีกคนมองหนุ่มสาวแปลกหน้าสองคนกล่าวเสียงนิ่ม ๆ แต่แววตาไม่พอใจ

“ขอโทษด้วยครับที่รบกวนพวกคุณ ไปเถอะครับน้องไข่ เราอย่าเล่นอะไรเป็นเด็ก ๆ อีกเลย ไปคุยกันให้เข้าใจดีกว่า” ธัญสินีมองอดีตคนรักตาขวาง จะต้องไปคุยอะไรให้เข้าใจอีก เพิ่งจะรู้นะว่านายนี่มันหน้าหนาจริง ๆ ว่าแล้วหญิงสาวก็ปฏิบัติการพิสูจน์คำพูดด้วยการกระทำ สองมือบางโน้มคอวงศกรลงมา ก่อนจะประกบริมฝีปากอวบอิ่มของเธอบนเรียวปากบางเป็นกระจั๊บของเขา จุมพิตจากหญิงสาวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานานในรอบ 4 ปี ทำเอาวงศกรถึงกับเข่าอ่อนกับรสจูบที่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนและความรู้สึกบางอย่างที่แผดเผาวนเวียนอยู่ภายในตัวเขา

ท่ามกลางความตกตะลึงกับการกระทำบ้าบิ่นของธัญสินี ชายหนุ่มสองคนที่ยืนมองอยู่ถึงกับชะงักตาค้างมองทั้งคู่จูบกันดูดดื่มไม่แคร์สายตานับสิบกว่าคู่ที่ให้ความสนใจมองมาตรงนี้เป็นตาเดียว ธัญสินีถอนริมฝีปากออกจากชายหนุ่มที่ยืนหายใจหอบแฮ่กจากการจูบมาราธอนของเธอ

“เห็นชัดไหม คราวนี้คงเข้าใจแล้วสิน่ะ ระหว่างเรามันต่อไม่ติด กู่ไม่กลับ ดังนั้นอย่ามายุ่งกับไข่อีก เข้าใจไหม” คำพูดตัดรอนพร้อมการกระทำกระชากใจเอกรินทร์ลงต่ำไม่มีเหลือ

“แล้วไข่จะต้องเสียใจที่ตัดพี่ออกไปจากชีวิต” เอกรินทร์ส่งสายตามาดร้ายเดินจากไป หยาดน้ำตาของธัญสินีก็ร่วงรินออกมาไม่ขาดสาย วงศกรมองเรื่องราวทั้งหมดอย่างงง ๆ ตกลงเหตุการณ์ที่เขาเห็นทั้งหมดคือการโก่งค่าตัวกันหรือไง

“นี่ เขาไปตั้งนานแล้ว เธอจะยืนหาอะไรมิทราบ” ธัญสินีตวัดสายตาเคืองแค้นมาที่ชายหนุ่มหน้าคม แม้จะเสียดายความหล่อความรวยเขาแค่ไหน แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมองผู้หญิง ฮือ ๆ สวรรค์ใจร้าย

“ฉันจะไปก็ได้ย่ะ แต่คุณอย่าลืมสิว่ายังติดค้างค่าทำขวัญฉันอยู่ ก่อนที่จะเข้ามาในนี้ คุณขับรถชนฉันนะ แกล้งลืมไปได้” อย่างน้อยถึงจะไม่ได้ตัวเขาได้เงินมาก็ยังดี ถ้าขืนกลับไปมือเปล่า วันนี้เธอคงจรลีได้ไปนอนข้างถนนเป็นแน่

“ฉันนะเหรอขับรถชนเธอ พูดผิดพูดใหม่ได้นะ ไหนละหลักฐาน” สีหน้ากวนโอ๊ยของหนุ่มหน้าเกาหลีทำเอาธัญสินีเดือดดาล ถลกกระโปรงเลิกขึ้นสูงโชว์ขาอ่อนขาวหยวกที่มีรอยถลอกให้เห็นประปราย วงศกรถึงกับอึ้งกับความไม่อายของผู้หญิงหากินคนนี้

“นี่ไง ๆ เบิ่งตาดูให้ชัด คิดจะชนแล้วหนีหรือไง ฉันไม่ยอมหรอกนะ” สีหน้าหญิงสาวเอาเรื่องเต็มที่ ตอนนี้เธอไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว อย่างน้อยต้องเอาเงินค่าทำขวัญกลับไปโปะให้เจ้ปิ่มสักนิดก็ยังดี ไม่งั้นมาตราการรุนแรงที่เจ้ขู่เอาไว้เธอคงได้พบมันเร็ว ๆ นี้แน่

“เอาที่ผมไปก็ได้ครับ” พิชญะตัดความรำคาญ หยิบกระเป๋าหนังสีดำจากด้านหลังกางเกงสแลคสีเทาเนื้อดีออกมา ส่งธนบัตรใบละพันส่งให้เธอเป็นจำนวน 5 ใบ หญิงสาวตาโตเอื้อมมือไปคว้าเอาไว้ แต่ช้ากว่าวงศกรที่ชิงตัดหน้าแย่งออกไปได้ก่อน

“เรื่องอะไรที่คุณต้องเสียเงินแทนผม เธอก็เหมือนกันยัยสิบแปดมงกุฎ คิดจะใช้วิธีนี้รีดเงินจากฉันหรือไง บอกไว้ก่อนว่ามันไม่ง่าย เห็นอะไรนี่ไหม” วงศกรโชว์ภาพนิ่งที่เขาถ่ายเธอในทุกอิริยาบถในท่วงท่าสบาย ๆ ปราศจากมาดคนเจ็บให้ได้เห็นเลยสักนิด ร่องรอยบาดแผลก็แทบจะไม่มีให้เห็น ธัญสินีมองหลักฐานในมือเขาเบิกตาโต นี่แท้เขาไม่ได้ถ่ายเพราะพิศวาสเธอ แต่ถ่ายเพื่อจะแบล็คเมล์เธอนี่เอง โอ๊ย ทำไมโง่อย่างนี้นะ ไข่หวาน อึ๊ย!!

“ฉันไม่เอาเงินก็ได้ อึ๊ย เสียอารมณ์จริง ๆ ไม่น่าเสียเวลากับขั้วบวกที่วิ่งชนกันเองอย่างนี้เลย” ร่างบางเชิดหน้าเชอะใส่เดินออกไป วงศกรอมยิ้มขำกับท่าทางของผู้หญิงหากินคนนี้ ทีแรกทำทีว่าจับเขา แต่พอรู้ว่าเขาเป็นเกย์ก็ถอยห่างทันที เออแฮะ การเป็นเกย์มันก็เข้าท่าไม่ใช่น้อย สีหน้ายิ้ม ๆ ของเพื่อนสนิท ทำเอาพิชญะลอบมองอาการของอีกฝ่ายหวาดระแวง

“คุณคงไม่กลับมาชอบผู้หญิงอีกแล้วนะครับ” วงศกรถึงกับสะดุด ความเจ็บปวดเมื่อ 4 ปีก่อนกลับมากล้ำกรายให้เขาเจ็บแปลบปวดร้าวในหัวใจ สีหน้ายิ้มกลายเป็นขรึมเข้ม

“ผมเป็นคนเจ็บแล้วจำ ผู้หญิงทุกคนก็เหมือนกันหมด รักง่ายหน่ายเร็ว เจอใครที่ดีกว่ารวยกว่าเป็นต้องกระโจนเข้าใส่ ไม่ได้สนใจว่าจะทำลายหัวใจใครไปบ้าง ผมเกลียดนักพวกผู้หญิงหิวเงินพวกนั้น” มือหนารวบเกร็งเข้าหากัน พิชญะที่มองอยู่ต้องเอื้อมมือของเขามากุมเอาไว้ปลอบประโลม

เมื่อออกมาจากร้านอาหารธัญสินีก็ต้องมากลุ้มใจถ้าเธอกลับอพาร์ทเม้นท์ในตอนนี้มีหวังศพไม่สวยแน่ ๆ แค่คิดก็สยองแล้ว เพราะสวรรค์ตาบอดแท้ ๆ ส่งผู้ชายรวย ๆ มาทั้งที ดันส่งที่ผิดธรรมชาติมาให้เธออีก คิดแล้วมันก็น่าน้อยใจ มือบางลูบคลำริมฝีปากตัวเอง พร้อมใจที่เต้นตึกตัก ทำไมเธอต้องหวั่นไหวไปกับรสจูบของผู้ชายคนนั้นด้วยนะ เธอเองก็เคยจูบกับเอกรินทร์มาบ้างแต่ก็ไม่เคยรู้สึกใจเต้นแรงเท่านี้มาก่อน ธัญสินีส่ายหน้าพรืดไล่ความสับสนออกไปจากสมองน้อย ๆ ให้หมด ตอนนี้เธอต้องคิดแต่เรื่องเดียว คือหาเงินมาจ่ายค่าเช่าห้อง ไม่งั้นอนาคตเธอคงต้องย้ายสำมะโนครัวออกไปอยู่ข้างถนนเป็นแน่ ธัญสินีตัดสินใจไปขอยืมเงินจากเพื่อนสาวคนสนิท ที่เปิดร้านกิ๊ปช็อปอยู่แถวฝั่งธน การเดินทางมาถึงของธัญสินีทำเอาขวัญตาแทบจะปิดร้านหนี เมื่อเห็นแววตาอ้อน ๆ ของธัญสินีเธอก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายจะขออะไร

“ไม่มี ฉันไม่มีเงินให้แกยืมหรอกน่ะ ไอ้ไข่ แกก็เห็นอยู่ว่าฉันหาเช้ากินค่ำ ยิ่งเศรษฐกิจช่วงนี้ด้วยแล้ว สินค้าฉันแทบขายไม่ออก พี่เตี้ยก็ตกงานอยู่ ฉันหาเงินเข้าอยู่ทางเดียว แกยังมาเบียดเบียนฉันอีกหรือไง” ขวัญตาปฏิเสธเสียงแข็งหน้าตาขึงขัง เดินหนีเพื่อนสาวที่ยังเกาะแขนเป็นปลิงไม่ยอมปล่อย

“ฮือ ๆ ขวัญ ฉันขอร้อง แค่ 3 พันเอง ฉันสัญญาจะหามาคืนแกภายในสิ้นเดือนนี้ ขอร้องเหอะ ถ้าฉันไม่มีเงินไปให้เจ้ปิ่ม มีหวังอนาคตฉันคงต้องเร่รอนเป็นขอทานแน่ ๆ นะขวัญนะ” หญิงสาวหน้าหมวยตาชั้นเดียว ตัดผมซอยสั้น ตวัดสายตาขุ่นเขียว ผลักหน้าขี้อ้อนของเพื่อนสาวห่างออกไป

“ไอ้ไข่ แกก็รู้ว่าร้านฉันก็โดนผลกระทบจากน้องน้ำมาเหมือน ๆ กับแก สินค้าที่จมน้ำอยู่ฉันก็ต้องทิ้งไป ขาดทุนหมดไปเท่าไหร่แกเคยรู้บ้างไหม 3 พันมันไม่มากหรอกนะ แต่มันไม่มี แกเข้าใจไหมว่าฉันไม่มี” ขวัญตาเดินหน้าเครียดไปนั่งที่เคาน์เตอร์ กุมขมับตัวเองหน้าเศร้า

ธัญสินียิ่งสลดใช่ว่าเธอจะไม่เห็นความลำบากของเพื่อนสาว สภาพห้องแถวสองชั้น มีคราบดำ ๆ ขึ้นมาเกือบ 1 เมตร ทั้งทีทำความสะอาดไปแล้วหลังน้ำลด แต่คราบนี้ก็ยังไม่จางหายไปไหน ประกอบกับสินชัยสามีของขวัญตาก็อยู่ในช่วงตกงานเหมือน ๆ กับเธอ ทำให้ขวัญตาต้องรับหน้าที่หาเงินเข้าบ้านอยู่ตัวคนเดียว เฮ้อ! แล้วเธอจะหันหน้าไปหาใครได้อีกละ มันตันไปหมดแล้วทุกทาง สาวตกอับเดินโซเซไปนั่งหมดแรงข้าง ๆ กับเพื่อนสาวที่นั่งหน้าเครียดไม่ต่างจากกัน

“แล้วแกไม่ไปขอยืมเงินพี่เอกละ” เห็นเพื่อนเครียดขวัญตาก็อดสงสารขึ้นมาไม่ได้ ธัญสินีพอได้ยินชื่ออดีตคนรักอารมณ์ก็ขึ้นทันที

“ต่อไปนี้แกไม่ต้องพูดถึงไอ้ผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนี้อีกนะ หนอย แกรู้ไหมว่ามันจะให้ฉันไปเป็นเมียน้อยมัน คิดแล้วก็แค้น ฉันมันโง่ตาบอดหลงไปคบกับมันได้ยังไงนะตั้งปีครึ่ง”

“อะไรว่ะ ไอ้ไข่ นี่พี่เอกแต่งงานตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่รู้เลยว่ะ” ขวัญตาขยับหันหน้ามาถาม

“มันยังไม่แต่งตอนนี้หรอก แต่มันบอกจะแต่งอาทิตย์หน้ากับยัยวิมาดา ลูกสาวบริษัทลูกค้าที่มันทำงานให้ไงละ คิดแล้วก็แค้น ๆๆๆ ไอ้ผู้ชายสารเลว ฮือ ๆ” พูดจบธัญสินีก็ซบหน้าร้องไห้บนโต๊ะเคาน์เตอร์ ขวัญตาต้องลูบหลังปลอบใจเบา ๆ

“เอาน่า ๆ พลาดจากคนนี้ไป ไม่แน่แกอาจจะเจอคนที่ดีกว่านี้ก็ได้ในอนาคต” คนที่ดีกว่านี้เหรอ ใบหน้าคมคายของหนุ่มหน้าขาวก็ลอยวนเข้ามา อ๊ายย แต่เขาเป็นเกย์นี่ สองมือน้อย ๆ ของธัญสินีทุบโต๊ะระรัวระบายความอัดอั้นตันใจ ขวัญตารีบร้องโวยวายเมื่อเห็นเพื่อนสาวกำลังทำลายทรัพย์สินของเธออยู่

“เฮ้ย ๆ ไอ้ไข่ แกพอเลยนะ โต๊ะนี้มันแพงอยู่นะแก อย่าให้มันต้องบุบสลายเพราะน้ำมือแกเลย” ธัญสินีเงยหน้าทั้งน้ำตา ส่งสายตาเว้าวอน

“ไอ้ขวัญ วันนี้ฉันขอนอนด้วยนะ ขืนกลับไปตอนนี้มีหวังเจ้ปิ่มเอาตาย” คำร้องขอของเพื่อนสาวหน้าเศร้า ทำเอาขวัญตาปฏิเสธไม่ลงพยักหน้าเอออออย่างช่วยไม่ได้

ภายในคอนโดสุดหรูที่เป็นที่พักอาศัยของพิชญะ ชายหนุ่มมาดนิ่มเดินนำวงศกรเข้ามาในห้อง แต่เพื่อนชายกับยืนค้างอยู่หน้าห้องไม่ยอมเข้าไปเหมือนเช่นเคย

“คุณแมน ทำไมไม่เข้ามาละครับ”

“ไม่ละครับ ผมว่าจะกลับไปนอนบ้านช่วงนี้ ฝันดีนะครับคุณพี” วงศกรยิ้มส่งไปให้เพื่อนชายที่ยังยืนนิ่งไม่ไหวติง มองร่างสูงโปร่งของวงศกรเดินจากไปจนลับตา พิชญะเดินไปปิดประตูห้องหน้าเศร้า ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนทอดตัวทิ้งบนเตียงนอน มือหนาลูบบนเตียงคิดถึงเจ้าของอีกคน วงศกรแค่จากไปไม่กี่นาทีแต่เขากลับรู้สึกเหมือนวงศกรจะไม่กลับมาอีกแล้ว พิชญะทิ้งตัวนอนกอดหมอนสูดดมกลิ่นกายที่ยังติดอยู่ของเจ้าของเดิมอย่างโหยหา แม้การนอนด้วยกันทุกวันจะไม่มีอะไรเกินเลยแต่เขาก็พอใจที่มีวงศกรนอนอยู่ข้าง ๆ แค่นั้นเขาก็เป็นสุขจนเหลือล้นแล้วจริง ๆ

วงศกรกลับมานอนที่บ้านดำรงพิทักษ์วันแรกในรอบ 1 ปี ทำเอาคุณหญิงวริศราดีใจไม่น้อยสั่งเด็กรับใช้ทำความสะอาดห้องนอนให้วงศกรซะยกใหญ่

“คุณย่าไม่ต้องให้เด็กเก็บกวาดห้องให้ผมก็ได้ครับ ไหน ๆ คุณย่าก็จะตัดผมออกจากกองมรดกอยู่แล้ว ให้ผมไปนอนเรือนรับใช้เลยก็ได้นะครับ” น้ำเสียงประชดประชันกับหน้างอเป็นม้าหมากรุกของหลานชายคนโปรดทำเอาคนเป็นย่าเหน็บกลับไปด้วยความหมั่นไส้

“แกไม่ต้องรีบย้ายลงไปหรอก อีก 2 วัน ถ้าแกไม่แต่งงาน วันนั้นแกได้ลงไปอยู่เรือนคนใช้จริง ๆ แน่ ไม่ต้องห่วง” กล่าวจบก็ออกไปจากห้องนอนของหลานชายพร้อมกับเด็กรับใช้สองคนที่ทำความสะอาดกันเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว ทิ้งให้วงศกรยืนหน้าเครียดกับปัญหาหนักอกที่เขายังหาทางออกไม่เจอ

เขาทิ้งตัวนอนแผ่หราบนเตียงกว้างหลับตาครุ่นคิดหาทางออก มีเวลาเหลืออีก 2 วัน เขาควรเริ่มจากตรงไหนก่อนดีนะ ถ้าให้แต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อนเขาคงจะรับไม่ได้ ... อยู่ ๆ วงศกรก็ลุกพรวดจากเตียงกับความคิดบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในหัวของเขา ในเมื่อคุณย่าอยากเห็นเขาแต่งงาน เขาก็จะให้เห็น แต่การแต่งงานครั้งนี้เขาจะเป็นคนกำหนดมันเอง...



ทิพกฤตา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 15 มี.ค. 2555, 22:17:26 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 15 มี.ค. 2555, 22:17:26 น.

จำนวนการเข้าชม : 1510





<< บทที่ 1 ชีวิตเปลี่ยน   บทที่ 3 เจ้าสาวออนไลน์ >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account