เพลิงรักอาญา

Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: บทที่ ๑ ตัวต้นเหตุ

บทที่ ๑ ตัวต้นเหตุ

เพล้ง !!!
เสียงกระจกแตกกระจายดังออกมาจากห้องนอนทางปีกซ้ายของบ้าน ทำให้มือหนาที่กำลังจะบิดลูกบิดประตูชะงักงัน ใบหน้าคมคายของรเมศหันมองตามเสียงนั้น ก่อนจะพาร่างสูงของตัวเองมาหยุดอยู่หน้าห้องนอนของน้องสาว พร้อมกับยืนเงียบฟังเสียงคนทะเลาะกันอยู่ภายใน
“ไหมเลิกบ้าซะทีเถอะ พี่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่นะ ดูสิข้าวของเสียหายหมดแล้ว” อภิวัฒน์มองกระจกโต๊ะเครื่องแป้งแตกเป็นเสี่ยงตามด้วยซากโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่นอนกองอยู่บนพื้นไม่เหลือสภาพดี เพราะถูกภรรยาแย่งไปปาทิ้งขณะที่เขากำลังคุยสายอยู่
“พี่วัฒน์ยังมีหน้ามาดุไหมอีกเหรอคะ พี่วัฒน์แอบคุยโทรศัพท์กับเมียน้อย ในขณะที่ไหมพาลูกไปนอนแบบนี้ พี่ว่าไหมบ้า พี่เคยดูตัวเองบ้างหรือป่าว” ทอไหมต่อว่าสามี ใบหน้าแดงจัดด้วยความโกรธจนมือไม้สั่นเมื่อแอบเข้ามาได้ยินสามีพูดจาหวานหูกับผู้หญิงอื่นที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียน้อย ซึ่งเขาเคยสัญญาดิบดีว่าจะเลิกกับผู้หญิงคนนั้นเด็ดขาด แต่ทว่าเวลาผ่านมาหกเดือนเธอก็ได้รู้ความจริงว่าสามีสุดที่รักยังไม่ยอมเลิกราตามที่พูด แต่กลับเลี้ยงดูปูเสื่อผู้หญิงคนนั้นเป็นอย่างดีมาโดยตลอด
“พี่วัฒน์นอกใจไหม พี่ทำแบบนี้กับไหมได้ยังไง เราแต่งงานกันมาห้าปี ลูกก็มีด้วยกันแล้วนะคะ ทำไมพี่วัฒน์ถึงไม่รู้จักพอ นี่ถ้าไหมจับไม่ได้คาหนังคาเขา พี่วัฒน์ก็คงจะไม่ยอมรับ ไหมอยากจะรู้นักว่าอีกระจอกนั่นมันมีอะไรดีพี่ถึงได้ปรนเปรอมันมากมายขนาดนี้ พี่วัฒน์ไม่รักไหมเลยใช่มั้ย พี่ถึงยอมให้มันมาหยามศักดิ์ศรีไหมแบบนี้” ร่างเพรียวของทอไหมปรี่เข้าหาอภิวัฒน์ผู้เป็นสามี มือบางระดมทุบตีทำร้ายร่างกายเขาด้วยความโมโหสุดกลั้น น้ำตาคนโดนสวมเขาไหลพราก
“ไหม ไหม พี่เจ็บนะ พูดกันดีๆ ก็ได้ทำไมต้องทุบตีพี่ด้วย หยุดเดี๋ยวนี้ ได้ยินมั้ย พี่บอกให้หยุด” เสียงใหญ่ตะคอกใส่ภรรยา แล้วมือบางก็ถูกเขารวบไว้แน่น
“ไหมไม่หยุด ไหมทำแค่นี้พี่วัฒน์ยังบอกว่าเจ็บ แล้วที่พี่ทำกับไหมล่ะ พี่รู้บ้างหรือเปล่าว่าไหมเจ็บแค่ไหน เมียน้อยพี่มันมาหยามหน้าไหมถึงที่บริษัท มันหน้าด้านมาขอสมัครงานกับไหม พี่ดูมันทำสิ แล้วแบบนี้พี่จะให้ไหมเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ป่านนี้พนักงานคนอื่นคงพูดกันสนุกปากไปแล้ว”
ทอไหมเดินไปหยิบซองบรรจุใบสมัครงานที่หยิบติดมือมาจากที่ทำงานขึ้นโชว์ให้สามีดูหลักฐาน แต่เมื่ออภิวัฒน์จะหยิบมาดูเธอกลับโยนทิ้งไปอีกทาง ทำให้อภิวัฒน์ไม่พอใจและไม่คิดจะตามไปเก็บมันมาดู
“แต่ไหมก็ก็ฉีกหน้าเขาต่อหน้าพนักงานไปแล้วนี่ ไหมทำถึงขนาดนั้นไหมยังจะรู้สึกอายอีกเหรอ”
“พี่วัฒน์!” ทอไหมถึงกับหน้าชาเมื่อโดนสามีตอกกลับ
“เดี๋ยวพี่จะไปบอกเขาให้ ว่าอย่ามายุ่งกับไหมอีก เท่านี้ไหมน่าจะพอใจนะ” มือบางของทอไหมกำเข้ากันแน่น เจ็บปวดที่สุดกับคำพูดแต่ละคำที่สามีของเธอเอ่ยออกมา
“พี่จะบอกมันว่าอะไร บอกว่าเดี๋ยวพี่จะจัดการไหมเอง แล้วว่างเมื่อไหร่พี่จะรีบไปหามัน แบบที่ไหมได้ยินเมื่อกี้อย่างนั้นใช่มั้ยคะ...ใช่มั้ยคะพี่วัฒน์ตอบไหมสิ” หญิงสาวน้ำตาไหลพรากสะอื้นถาม พร้อมด้วยมือบางที่ระดมทุบอกเขาเป็นระยะ
อภิวัฒน์ทำท่าหงุดหงิด ไม่พอใจ ยกมือขึ้นปกป้องตัวเอง
“ไหม ไม่เอาน่า พี่จะสั่งห้ามไม่ให้เขามายุ่งกับไหมอีก”
“พี่วัฒน์รักมันมากกว่าไหมมากกว่าน้องมุกอย่างงั้นหรือคะ”
อภิวัฒน์สะบัดหน้าหนีคำถามด้วยความฉุนเฉียว เมื่อเขาไม่ตอบคนถามก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นจนเผลอพูดประโยคเด็ดที่คอยบั่นทอนจิตใจของอภิวัฒน์มาตลอดเวลา
“พี่วัฒน์ลืมไปเปล่าว่าที่พี่วัฒน์ได้ดีทุกวันนี้เป็นเพราะใคร” ทอไหมย้ำความจำสามี มือเรียวกำแน่นด้วยความคับแค้นใจสุมจนแน่นอก
“พี่รู้...ว่าพี่ได้ดีทุกวันนี้ก็เพราะไหม แต่ไม่ต้องย้ำบ่อยได้ไหม” อภิวัฒน์ขบฟันแน่นตะคอกใส่ภรรยาเสียงดัง
“อย่ามาตะคอกใส่ไหมนะ”
“ไหมนั่นแหละเลิกทับถมพี่เรื่องนี้เสียที พี่เป็นผัวไหมนะไม่ใช่ทาสเพราะฉะนั้นอย่าขุดเรื่องนี้มาพูดอีก แล้วก็เลิกออกคำสั่งกับพี่เสียที พี่ไม่ชอบ”
“ถ้าพี่จะให้ไหมหยุด งั้นพี่วัฒน์ก็เลิกกับมันสิคะ พี่วัฒน์ทำได้มั้ยล่ะ ”
“พี่ทำไม่ได้” อภิวัฒน์พูดออกมาโดยไม่ต้องใช้เวลาคิดนาน ทอไหมถึงกับระงับตัวเองไม่อยู่กรีดร้องเสียงดังอย่างคนเสียสติ กระทืบเท้าเร่าๆ
“ไหมไม่ยอม พี่วัฒน์ต้องเลิกกับมัน ต้องเลิกกับมันให้เด็ดขาด้วยเข้าใจที่ไหมพูดใช่มั้ยคะ ” คำสั่งด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจของภรรยาทำให้อภิวัฒน์อารมณ์ขาดผึง มือหนาทั้งสองข้างรวบไหล่บางเขย่าจนสั่นคลอน
“พี่ไม่เลิก เพราะพี่รักผู้หญิงคนนั้นมาก ไหมเข้าใจที่พี่พูดหรือยัง” เขาออกแรงเพียงนิดร่างบอบบางของทอไหมก็ถูกผลักล้มลงบนเตียงใหญ่
“พี่วัฒน์! ทำไมพี่ทำกับไหมแบบนี้ ทำไม กรี๊ดดด…ออกไป! ออกไปจากบ้านไหมเดี่ยวนี้นะ ไป๊!!”
“ไม่ต้องไล่พี่ก็จะไปอยู่แล้ว” เขาบอกก่อนคว้ากุญแจรถยนต์บนหัวเตียงเตรียมก้าวออกไปจากห้อง
“พี่วัฒน์ จะไปจริงๆเหรอคะ” ทอไหมกุลีกุจอลุกเดินตามมา ไม่คิดว่าเขาจะทำอย่างที่เธอบอกจริงๆ เมื่ออภิวัฒน์เปิดประตูห้องออกก็พบว่าพี่ชายของภรรยายืนจังก้าอยู่หน้าห้องด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“คุณรเมศ” สายตาคมกริบของเจ้าของชื่อมองหน้าน้องเขย ก่อนจะเหลือบไปมองน้องสาวที่ร้องห่มร้องไห้เสียอกเสียใจที่สามีกำลังจะเดินออกจากห้อง เห็นเช่นนี้อภิวัฒน์ก็รู้สึกเกรงใจรเมศ พี่ชายของภรรยาอยู่ลึกๆ แต่ครั้งนี้เขาเองก็สุดจะทนกับนิสัยของภรรยาตัวเองแล้วเหมือนกัน เมื่อรเมศไม่ได้เป็นคนมาแบกรับความทุกข์เรื่องราวพวกนี้ด้วย เขาก็ไม่ควรจะแคร์อะไรอีกต่อไป
“พี่วัฒน์อย่าไปเลยนะคะ ไหมขอร้อง ไหมพูดไปเพราะอารมณ์ พี่วัฒน์อย่าไปนะคะ ไหมขอโทษ” ใบหน้าขาวซีดของทอไหมเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา มือบางฉุดรั้งแขนข้างหนึ่งของสามีเอาไว้ “พี่หมอก พี่หมอกช่วยไหมห้ามพี่วัฒน์หน่อยสิคะ” ก่อนจะหันไปขอความช่วยจากพี่ชาย
“ปล่อยพี่เถอะไหม” อภิวัฒน์พยายามบิดข้อมือแข็งแรงออกจากการเกาะกุม ออกแรงสลัดแรงๆด้วยควาโมโหจนร่างบางเซล้มไปทางรเมศ ก่อนจะรีบก้าวลงบันไดไปโดยไม่สนเสียงร้องเรียกจากภรรยา
“พี่วัฒน์กลับมาค่ะ พี่วัฒน์ ฮือๆๆ พี่หมอกบอกให้พี่วัฒน์กลับมาสิ พูดสิคะพี่หมอก”น้องสาวสั่งให้พี่ชายช่วยพูด เพราะรู้ว่ายังไงสามีเธอก็ต้องเชื่อฟังคำสั่งของรเมศแน่นอน
“นายวัฒน์” รเมศเอ่ยเรียกน้องน้องเขยที่เดินลงบันไดได้เพียงสองก้าวเท่านั้น อภิวัฒน์หยุดเดินและหันกลับมามองสองคนพี่น้องนั่นด้วยสายตาเบื่อหน่ายเต็มทน เพราะรู้ว่ารเมศจะต้องทำตามที่น้องสาวร้องขอทุกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาคงไม่ยอมให้เป็นแบบที่ผ่านมาเด็ดขาด อภิวัฒน์จึงทำท่าจะเดินต่อไป
“ตอนนายมานายยังมาแต่ตัว ถ้าอยากจะไปจากบ้านนี้ล่ะก็ นายก็ต้องไปแต่ตัวเหมือนกัน” สิ้นคำพูดเสียงเด็ดขาดจากรเมศ ทำเอาน้องสาวของเขาถึงกับตะลึงในคำพูดของพี่ชาย
“พี่หมอกทำไมพูดกับพี่วัฒน์แบบนั้นล่ะคะ” ทอไหมถามน้ำตานองหน้า อภิวัฒน์หันกลับมามองอีกครั้งด้วยแววตาโกรธเคือง มือข้างที่ถือกุญแจรถอยู่กำเข้าหากันแน่น ก่อนกุญแจในมือจะถูกเขว้งทิ้งตกกระทบพื้นและมาหยุดอยู่ตรงหน้าทั้งสองคน ทอไหมก้มลงมองบนพื้นตรงหน้าตัวเองก็แทบจะขาดใจ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองสามีก็เห็นว่าเขาจ้ำออกจากบ้านไปเรียบร้อยแล้ว
“พี่วัฒน์อย่าไปค่ะ กลับมา พี่วัฒน์” ร่างบางดิ้นพล่านทรุดลงกับพื้น จนรเมศต้องรีบคว้าตัวน้องสาวเอาไว้
“ไหมปล่อยเขาไปเถอะ เชื่อพี่ อย่าทรมานกันอยู่เลย” เขาพูดพลางกอดปลอบน้องสาวที่กำลังร้องไห้ฟูมฟาย
“ไหมรักพี่วัฒน์ ฮือๆๆ” ใบหน้าซีดเชียวซวนซบอยู่กับอกของพี่ชาย ก่อนจะพยายามพาตัวเองลุกขึ้นยืน “ไหมจะไปตามพี่วัฒน์กลับมา” ทำท่าจะวิ่งตามสามีไป แต่ถูกรเมศรั้งไว้
“ไหม เขาไปแล้ว ปล่อยเขาไปเถอะ”
“ ไม่ค่ะ ไหมจะไปตามพี่วัฒน์กลับมา พี่หมอกปล่อยไหมเถอะค่ะ ปล่อยสิ พี่วะ...” ทอไหมร้องไห้ดิ้นรนจนกระทั่งหมดสติไปทันที
“ไหม...โธ่ไหม”
รเมศเขย่าร่างน้องสาวที่หมดสติแล้วรีบช้อนร่างบอบบางพากลับไปนอนที่ห้อง ก่อนจะออกไปเรียกแม่บ้านมาคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ระหว่างนั้นสายตาคมกริบก็หันไปเจอซองสีน้ำตาลหล่นอยู่ที่พื้นกลางห้องเขาจึงก้มลงหยิบขึ้นมาดู ทันที่ที่ซองสี้น้ำตาลถูกเปิดออกรเมศก็พบว่าเป็นใบสมัครเข้างานของทางบริษัท จึงนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่น้องสาวเขาทะเลาะอยู่กับอภิวัฒน์จึงพอจะเดาได้ว่าใบสมัครนี้เป็นของใคร รูปถ่ายและใบสมัครถูกนำออกมาดูให้แน่ชัด
เขากวาดสายตาไล่อ่านข้อมูลทั้งหมดในใบสมัครนั้นอย่างคร่าวๆ แล้วก็ต้องเหลือบมองรูปถ่ายที่แนบติดมาด้วย “หน้าตาก็ดี การศึกษาก็ใช้ได้ ไม่น่าเลือกที่จะเป็นเมียน้อยนายวัฒน์” เขาเปรยคนเดียวก่อนจะวกกลับมาดูชื่อเจ้าของใบสมัคร
“เกวลิน วีระลักษณ์” รเมศอ่านตามชื่อที่ปรากฏอยู่ในใบสมัครงาน แล้วเก็บใบสมัครยัดคืนในซองตามเดิมก่อนจะถือซองนั้นติดมือกลับห้องไปด้วย

วันรุ่งขึ้นรเมศมาทำงานแต่เช้า โดยไม่ลืมที่จะหยิบซองสีน้ำตาลเจ้าปัญหานั้นมาด้วย พอมาถึงห้องทำงานเขาก็รีบเรียกใช้งานเลขานุการทันที
“ช่วยตามคนในใบสมัครนี้มาสัมภาษณ์งานกับผมที บอกว่าให้มาภายในวันนี้นะ เราสนใจจะรับเขาเข้าทำงานอย่างมาก” ซองสีน้ำตาลถูกยื่นไปตรงหน้าเลขาสาว ก่อนผู้เป็นเจ้านายจะสั่งงานเลื่อนการประชุมทั้งหมดในวันนี้เพื่อรอสัมภาษณ์งานเธอคนนี้โดยเฉพาะ
ทันทีที่เกวลินได้รับการติดต่อกลับไปจากทางบริษัทที่เพิ่งมายื่นใบสมัครงานไปเมื่อวานนี้ เธอก็ดีใจไม่น้อยแต่ก็นึกเอะใจอยู่บ้างในความกระชั้นชิดของเวลาที่นัดสัมภาษณ์
“มีอย่างที่ไหนโทรมาบอกวันนี้แล้วก็ให้ไปสัมภาษณ์งานวันนี้ บ้าหรือเปล่านะ” เสียงหวานบ่นพึมพำขณะรีบร้อนออกมาจากบ้านขณะที่กำลังจะล็อกประตูบ้าน รถยนต์มิวเซเวนคันสีขาวของพี่ชายก็วิ่งมาจอดหน้าบ้านพอดี
“รีบร้อนจะออกไปไหนล่ะยัยรุ้ง” เขาถามญาติผู้น้องขณะที่จ้ำอ้าวเข้ามาในบ้าน
“พี่โอ๊ต วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอคะ” เกวลินหันมามองหน้าพี่ชายด้วยความสงสัยเพราะเห้นว่าเขาออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว
“พี่ลืมแฟ้มงานที่เอาไปเสนอลูกค้าน่ะ ก็เลยกลับมาเอา”
“พอดีเลยค่ะ งั้นรุ้งขอติดรถไปด้วยได้หรือเปล่าคะ คือว่าบริษัทที่รุ้งไปกรอกใบสมัครงานไว้เมื่อวานเขาติดต่อกลับมาให้ไปรับสัมภาษณ์งานภายในวันนี้ ดีนะคะเนี่ยที่รุ้งไม่ตัดสินใจกลับเชียงใหม่ไปตั้งแต่เมื่อวาน ตระเวนสมัครงานจนจะถอดใจกลับไปช่วยคุณพ่อทำงานที่รีสอร์ทอยู่แล้วเชียว” หญิงสาวทำหน้าม่อยในขณะที่บ่นให้ดนัยลูกพี่น้องของเธอฟัง
“ไปสิพี่ผ่านแถวนั้นพอดีเลย งั้นเดี๋ยวพี่ขอขึ้นไปเอาของบนห้องก่อนนะ เราจะได้รีบไปกัน”
“ค่ะ” น้องสาวพยักหน้าแล้วหลีกทางให้พี่ชายเข้าไปด้านใน

ทางด้านของทอไหม เมื่อตื่นนอนขึ้นมาหญิงสาวก็ลุกออกมาจากห้องโดยไม่ลืมดูนาฬิกาบนหัวเตียงที่บอกเวลาสายโด่งของวัน ร่างบางลุกออกจากที่นอนไปคว้าเสื้อคลุมมาคลุมทับชุดนอนตัวเองก่อนจะเปิดประตูออกไปพบเด็กในบ้านที่กำลังทำความสะอาดอยู่หน้าห้อง
“เมื่อเช้าใครไปส่งน้องน้องมุกที่โรงเรียนล่ะแก้ม”
“คุณหมอกค่ะ”
“แล้วทำไมไม่มีใครมาปลุกล่ะ แล้วนี่น้องมุกไม่งอแงแย่เหรอที่ฉันไม่ได้ไปส่ง”
“ไม่เลยค่ะ คุณน้องมุกว่าง่ายมากๆ”
“อืม ดีแล้วทำงานต่อไปเถอะ” ว่าแล้วก็เดินกลับเข้าห้องไป พอปิดประตูลงสายตาของเธอก็สะดุดเข้ากับซองสีน้ำตาลซองเดิมที่ตนโยนทิ้งไปกับมือตั้งแต่เมื่อคืน ทอไหมจ้องมองมันอยู่นานก่อนจะหยิบมันขึ้นมาเปิดซองนั้นดูอีกครั้งให้เต็มตา ในซองบรรจุแต่รูปถ่ายสามีเธอและเมียน้อยกำลังอี๋อ๋อกันอย่างแช่มชื่นไม่ใช่ใบสมัครงานแต่อย่างใด ในที่สุดเธอทนเก็บเอาไว้ตอกย้ำความเจ็บปวดของตัวเองไม่ได้จึงตัดสินใจเอาไปเผาทิ้งที่ระเบียงนอกห้อง



ฌัชชา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 2 เม.ย. 2554, 14:30:15 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 2 เม.ย. 2554, 14:36:28 น.

จำนวนการเข้าชม : 1876





   บทที่ ๒ เมียน้อยจำเป็น >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account